Vampire Phantom แค้นรักอันตรายนายแวมไพร์เจ้าเล่ห์

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 ราชาจิ้งจอกกับสาวน้อยแห่งคลีฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,410
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

บทที่ 1 ราชาจิ้งจอกกับสาวน้อยแห่งคลีฟ

 

ฉันกำลังยืนมองดูเด็กสาววัยสิบแปดด้วยความรู้สึกเสียใจแทนเธออยู่ไม่น้อย เธอคือวาเลนเซีย คลีฟ น้องสาวบุญธรรมของฉันที่ท่านพ่ออุปการะไว้ตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นทารก ฉันรู้ดีว่าอะไรคือสาเหตุทำให้เธอต้องมานั่งร้องไห้อยู่บนขั้นบันไดแบบนี้ ฉันเอื้อมมือไปลูบเรือนผมหนานุ่มของเธออย่างเอ็นดู เด็กสาวแหงนหน้าขึ้นมามองฉันด้วยดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา จากนั้นก็ย่อตัวลงนั่งข้างเธอพร้อมกับส่งผ้าเช็ดหน้าให้ ถามถึงเหตุผลอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ และก็เป็นอย่างที่ฉันคิดเอาไว้จริงๆ ดีแลนปฏิเสธที่จะไปร่วมงานจันทราสีเงินแห่งค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับที่ฉันปฏิเสธแดเนียลซึ่งเป็นแฟนของฉัน ฉันพอจะเข้าใจว่าดีแลนคิดยังไง และก็เข้าใจด้วยว่าวาเลนเซียคิดยังไง จึงได้พยายามปลอบเธอไม่ให้รู้สึกเสียใจได้สักพัก จากนั้นเสียงกริ่งก็ดังขึ้น

ติ๊งน่อง! เสียงกริ่งดังเป็นรอบที่สามหลังจากที่ฉันแยกทางกับวาเลนเซียมา กว่าจะเดินมาถึงประตูก็คงจะดังเป็นรอบที่ห้าได้ ปรกติแม่บ้านหรือพ่อบ้านก็คงจะดูแลเรื่องนี้อยู่ แต่มันติดตรงที่ว่าวันนี้คนงานในบ้านเราต้องออกไปช่วยเหลือเรื่องเตรียมงานแฟนซีในคืนจันทราสีเงินที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่ช้า จึงไม่เหลือใครอยู่ในบ้านเลยนอกจากฉัน ดีแลน แล้วก็วาเลนเซีย

“สวัสดีครับ” บุรุษร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีทองแซมดำเอ่ยเสียงนุ่มเมื่อบานประตูเปิดออก นัยน์ตาสีฟ้าครามอมเทาฉายแววเจ้าเล่ห์ตั้งแต่แวบแรกที่เราสบตากัน มุมปากเรียวสวยของเขาขยับยิ้มหน่อยๆ ขณะจ้องมองมาที่ฉัน

“สวัสดีค่ะ คุณต้องการพบใครคะ” ฉันยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร แม้จะไม่รู้สึกไว้วางใจเขาเลยก็ตาม ทว่าคุณสมบัติความเป็นเจ้าบ้านที่ดีของชาวคลีฟสั่งให้ฉันทำแบบนั้นอย่างเป็นระบบ

“มิสเตอร์คลีฟ หากผมตามที่อยู่นี้มาไม่ผิด ผมคงสามารถพบเขาได้ที่นี่ใช่ไหม” เขาบอกพร้อมยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ มาให้

เมื่อฉันยื่นมือไปรับมันไว้ ปลายนิ้วของเราสองคนก็สัมผัสกัน ฉันรีบชักมือกลับเหมือนถูกไฟช็อต ปล่อยให้กระดาษปลิวลงบนพื้น และพอฉันวิ่งออกจากบ้านมาเพื่อที่จะย่อตัวลงเก็บ ชายแปลกหน้าก็พร้อมใจทำในสิ่งเดียวกัน และนั่นก็ทำให้ศีรษะของเราชนกันโดยอุบัติเหตุ

“ขอโทษค่ะ/ครับ” ทั้งเขาและฉันต่างก็พากันลุกขึ้นอย่างเร่งรีบ สิ่งที่เราต้องการจะเก็บในตอนแรกนั้นย้อนกลับไปอยู่ในมือใหญ่อีกครั้ง ขณะที่มืออีกข้างของเขายังโอบไหล่ฉันไว้

“รบกวนคุณปล่อยตัวฉันด้วยนะคะ” ฉันรีบบอกทันทีแม้จะรู้ว่ามือนั่นช่วยยึดฉันไว้ไม่ให้เซล้มเมื่อก่อนหน้านี้ คนถูกทักทำตามคำขอร้องพร้อมส่งที่อยู่ให้ดูใหม่

“คุณชื่ออะไรครับ” บุรุษตรงหน้าเอ่ยถามอย่างไม่พยายามปกปิดแววตาเคลิ้บเคลิ้มที่ทอดมองมายังฉัน ฉันบ่ายเบี่ยงที่จะตอบชื่อไปก่อนแล้วรีบเข้าเรื่องโดยตรง

“ใครคือบุคคลที่คุณต้องการพบคะ บ้านเรามีมิสเตอร์คลีฟตั้งห้าคน ถ้าคุณกำลังตามหารังรักแห่งคลีฟ คุณก็มาถูกแล้วละค่ะ เราสามารถตรวจสอบได้จากตรงนี้” ฉันชี้มือไปยังป้ายชื่อคฤหาสน์ของเราที่ติดอยู่บานประตู

“ผมแค่อยากจะได้ยินจากปากคุณให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หลงมาก็เท่านั้น” สายตาเจ้าชู้ทอประกายระยับ

“ตกลงว่าเราก็จะไม่รู้กันพอดีว่าคุณมาหาใคร”

“ผมอยากพบลูคัส คลีฟ น่ะ” เขารีบบอกอย่างมั่นใจก่อนจะยืนมือมาให้ “ผมชื่อหลุยส์ แคร์โรเวล”

“เอิร์ลหลุยส์ แคร์โรเวล” ฉันพึมพำชื่อเขาอย่างประหลาดใจ นี่สินะโฉมหน้าของท่านเอิร์ลผู้สูงศักดิ์ อดีตคู่หมั้นของอลิซาเบธ แฟนสาวของลูคัส ฉันพอจะรู้เกี่ยวกับเขาจากอลิซาเบธคร่าวๆ ว่าปีนี้เขาคงมีอายุ 25 พอดี แต่ใบหน้าเขาดูอ่อนกว่าวัยสักสองปีได้ และที่ฉันกำลังสนใจก็คือ เขามาปรากฏตัวถึงหน้าคฤหาสน์รังรักแห่งคลีฟได้อย่างไร อดสงสัยไม่ได้ว่าลูคัสเป็นคนชวนเขามาหรือเปล่า ซึ่งหากฉันคาดการดูแล้วมันก็ไม่น่าจะใช่เลย

“ใช่ครับ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณนี่แหละ เอิร์ลหลุยส์ แคร์โรเวล” แววตาแหลมคมจับจ้องมาที่ฉันอย่างแน่วแน่

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ท่านเอิร์ล” เพื่อหลีกเลี่ยงการจับมือ ฉันจงใจเสียมารยาทแล้วช้อนกระโปรงขึ้นก่อนจะย่อตัวลงพร้อมกับก้มหัวทำความเคารพเขาพร้อมบอกต่อไปว่า “ฉันคือลิลี่ คลีฟ เป็นน้องสาวของลูคัสค่ะ”

“น้องสาวอย่างนั้นหรือ” เขาพึมพำพลางหรี่ตามองก่อนจะเอียงหัวเล็กน้อย แล้วขยับยิ้มที่มุมปากทั้งยังไม่ยอมชักมือกลับ ทว่าสีหน้าไม่ได้แสดงความประหลาดใจแต่ประการใด

“ค่ะ ฉันเป็นน้องสาวของเขา ตอนนี้พี่ชายไม่อยู่ เชิญคุณไปนั่งรออยู่ในสวนก่อนไหมคะ เดี๋ยวฉันจะนำน้ำกับขนมหวานออกมาเสิร์ฟ ไม่ทราบว่าท่านเอิร์ลอยากรับเครื่องดื่มอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ”

หลุยส์ยังคงส่งมือให้ฉันอยู่ ฉันปรารถนาให้เขาชักมือกลับ เพราะการที่เขาทำแบบนี้มันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดจนต้องฝืนใจยื่นมือออกไปสัมผัสมือเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ สาวน้อยแห่งคลีฟ” ริมฝีปากอ่อนนุ่มประทับลงมาอย่างแผ่วเบาที่หลังมือ เล่นงานฉันจนรู้สึกชาไปถึงใบหน้าอย่างตั้งตัวไม่ติด “ผมจะรู้สึกดีมาก หากคุณจะเรียกผมว่าหลุยส์อย่างเดียวก็พอ”

ฉันเบือนหน้าหนีเพื่อทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนหลุยส์ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือฉันสักที จนฉันต้องหันกลับมามองเขาพร้อมกับฉีกยิ้มให้อย่างจำใจอีกรอบ

“เดี๋ยวฉันจะไปหาเครื่องดื่มมาให้คุณ เชิญคุณนั่งรออยู่ที่ศาลาในสวนตามสบาย คิดเสียว่าเป็นบ้านของคุณเอง” ฉันชักมือกลับ พอหันหลังให้เขาแล้วก็ต้องชะงัก

“ครับ ผมจะคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของผมเอง ลิลี่ คลีฟ”

ฉันหันกลับไปมองหน้าหลุยส์ แต่ต่อให้ฉันไม่ทำแบบนั้นก็พอจะเดาออกว่าเขาจะทำหน้ายังไง รัศมีความเจ้าชู้ของเขามันเด่นชัดในน้ำเสียง ทั้งยังส่งไปถึงแววตา และฉันก็กำลังคิดว่าเขาคงเป็นพวกดื้อด้านเอาการเลยทีเดียว เล่นตื้อแบบนิ่งๆ จนฉันต้องยอมส่งมือให้โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไรทั้งสิ้น เขาเจ้าเล่ห์กว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีก

เมื่อฉันย้อนกลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มและขนมหวาน หลุยส์ก็นั่งรออยู่ในศาลากลางสวนเรียบร้อยแล้ว ท่าทางของเขาดูสุขสบายราวกับอยู่ในบ้านของตัวเองสมกับที่ปากเขาว่าจริงๆ และดูเหมือนว่าเขาจะรู้ตัวทันทีที่ฉันพ้นประตูบ้านมา ทั้งยังส่งยิ้มมาให้กันตั้งแต่ระยะไกลพร้อมกับจ้องตาฉันอย่างไม่ลดละ

พี่ชายฉันไม่อยู่ หากคุณมีข้อความจะฝากให้เขา ทิ้งไว้ที่ฉันก็ได้นะคะ เพราะเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะกลับบ้านดึก ฉันวางถาดขนมลงบนโต๊ะ คุณจะรับชา หรือกาแฟดีคะ

ผมขอชาแล้วกัน

ขณะที่ฉันกำลังรินน้ำชาอยู่นั้น หลุยส์ยังคงทำตัวเหมือนผู้สังเกตการณ์ได้เป็นอย่างดีแม้จะไม่มีใครเสนอให้เขาทำแบบนั้น และฉันก็ดันรู้สึกไม่ต่างไปจากนักโทษที่กำลังถูกจับผิดทุกเสี้ยววินาทีแม้ว่าตามจริงแล้วฉันไม่ได้ทำผิดอะไรเลยก็ตาม

นี่ค่ะ

ขอบคุณครับ สาวน้อยแห่งคลีฟ

หมับ! ดูเหมือนว่าเขาจะรับหรือส่งของแบบไม่ให้ถูกเนื้อต้องตัวฝ่ายตรงข้ามไม่ค่อยได้

ด้วยความยินดีค่ะ ฉันรีบชักมือกลับ จนถ้วยชาเกือบจะหลุดออกจากมือ แต่หลุยส์ประคองเอาไว้ได้ทัน ถ้วยจึงส่งเพียงเสียงกระทบจานดังก๊อกแก๊ก ก่อนจะสงบลงในเวลาต่อมา

หอมจังนะครับ ใบหน้าคมคายโน้มหัวมาไว้เหนือถ้วย ขณะส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ฉัน

คงจะกำลังแอบหัวเราะเยาะกันสินะ คนมือไว!

ผมพูดอะไรไม่ถูกใจคุณรึเปล่า คุณถึงได้ทำหน้าแบบนั้นเขาเลิกคิ้วขึ้นสูงแววตาคอยจับพิรุธ

ไม่นี่คะ รีบเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน ฉันแสร้งหัวเราะหน่อยๆ เพราะเมื่อก่อนหน้านี้ฉันคงจะเผลอหรี่ตามองเขาพลางเบ้ปากใส่อย่างลืมตัว  

หรือไม่ก็...คุณกำลังเขินผม เขาวางถ้วยชาไว้บนโต๊ะหลังจากจิบไปหนึ่งหน

หมับ! มือใหญ่เอื้อมมาจับมือฉันไว้อีกรอบก่อนจะก้มลงจูบอยู่นาน จากนั้นจมูกของเขาจะเลื่อนขึ้นสูงมาจนถึงแขนขณะที่เขากำลังดึงฉันเข้าหาตัว ฉันพยายามชักกลับแต่ดันถูกเขายึดไว้แน่น ทำให้ฉันต้องออกแรงกระชากจนมือเผลอไปปัดถูกถ้วยเข้าอย่างจัง

เคร้ง! ชาร้อนที่เมื่อก่อนหน้านี้เคยแน่นิ่งอยู่ในภาชนะถูกปัดสาดจนราดลงบนหัวไหล่ของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน แต่เขากลับไม่แสดงทีท่าเดือดร้อนอะไร ทั้งยังนิ่งอยู่ได้ดั่งน้ำที่ไหลลึก ก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยปากขึ้นด้วยท่าทางสบายพร้อมกับรอยยิ้ม

คุณเขินผมจริงๆ ด้วยสินะ

ฉันเปล่าเขินคุณนะคะฉันรีบปฏิเสธเสียงแข็งแต่ก็อดหน้าแดงไม่ได้ หัวใจฉันเต้นแรงไม่รู้ว่าเพราะไม่พอใจการกระทำของเขาหรือว่าอาจจะเป็นเพราะตกใจ

ถ้าคุณยืนยันแบบนั้น รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้บอกว่าเขาเชื่อในสิ่งที่ฉันพูดเลย ผมรู้สึกเจ็บจังเลย

ฉันรีบเก็บถ้วยชาใส่ถาดอย่างร้อนรน ขอโทษนะคะ ที่ฉันเป็นต้นเหตุทำให้คุณบาดเจ็บ แต่คุณควรรู้เอาไว้ด้วยว่า...

เปลี่ยนคำขอโทษเป็นการรักษาแทนได้ไหมครับ

...คุณไม่ควรจะจูบมือหรือล่วงเกินฉันสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้น คำพูดของฉันถูกกลืนลงคอเมื่อเขาแทรกขึ้น ฉันรู้สึกผิดทั้งที่ไม่ควร เพราะฉันไม่ใช่ต้นเหตุทำให้เขาบาดเจ็บเสียทีเดียว แต่เป็นตัวเขาเองต่างหากที่เริ่ม ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น ฉันก็คงไม่ต้องออกแรงชักมือกลับจนพลาดไปปัดถูกถ้วยชา แล้วเขาก็ไม่ต้องบาดเจ็บเพราะฉันด้วย แต่แทนที่ฉันจะปฏิเสธเขาอย่างเลือดเย็น ก็ดันใจอ่อนจนได้

ถ้าคุณยังพอเดินไหว จะตามฉันเข้ามาในบ้านก็ได้นะคะ แล้วฉันจะดูแผลให้ แต่ถ้าหากไม่ไหวก็กรุณารออยู่ที่นี่สักครู่ เดี๋ยวฉันจะกลับมาค่ะ

หากคุณไม่แนะนำให้ผมใช้ไหล่เดิน ก็พอไหวครับ หลุยส์ไม่ว่าเปล่าทั้งยังรีบลุกขึ้นเร็วจนออกนอกหน้า เสียงหัวเราะในลำคอบ่งบอกถึงความชอบอกชอบใจของเขาอย่างเด่นชัด

ฉันไม่น่าชวนเขาเลย ตอนนี้รู้สึกเหมือนกำลังจะปล่อยข้าศึกเข้าบ้านยังไงไม่รู้

 

เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน หลุยส์ยอมละสายตาจากฉันเป็นครั้งแรก แล้วกวาดมองไปรอบๆ อย่างสนอกสนใจ นัยน์ตาสีฟ้าครามอมเทาฉายแววอยากรู้อยากเห็น ตามที่ฉันรู้สึกมันไม่น่าเป็นไปได้ว่าเขาอยากรู้เกี่ยวกับบ้านของเราแต่มีมากกว่านั้น ฉันบอกให้หลุยส์นั่งรอที่ห้องนั่งเล่น ก่อนจะนำของไปเก็บในครัวแล้วออกไปหาเขาพร้อมกับเครื่องปฐมพยาบาล

ปลดกระดุมเสื้อคุณออกสิคะ

หลุยส์ยังมองไปทางอื่นราวกับว่าคำสั่งของฉันเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านหูเขาไปยังไงยังงั้น จนฉันต้องย้ำอีกรอบ

ท่านเอิร์ลคะ กรุณาถอดเสื้อออกด้วยค่ะ ถ้าคุณไม่ทำแบบนั้นฉันก็ดูแผลให้คุณไม่ได้นะคะ

คุณอยู่บ้านคนเดียวหรือครับ เขาถามออกมาขณะที่สายตายังกวาดมองไปรอบๆ ราวกับกำลังจะสืบสวนและเก็บรายละเอียดของบ้านไปในเวลาเดียวกัน

เปล่าค่ะ

ผมหมายถึงตอนนี้

เปล่าค่ะ ดีแลนอ่านหนังสืออยู่ในห้อง ส่วนวาเลนเซียก็คงจะลองชุดสำหรับไปร่วมงานแฟนซี คุณมาหาพี่ชายฉันด้วยเหตุผลอะไรคะ ฉันเอื้อมมือไปปลดเนกไทเขาออกตามมาด้วยกระดุมเสื้ออย่างถือวิสาสะ เพราะดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมทำตามคำบอกฉันง่ายๆ “ขอโทษนะคะ”

คุณทำแบบนี้กับผู้ชายบ่อยรึเปล่า เสียงทุ้มต่ำกระซิบถาม มือฉันถึงกับชะงัก

แบบไหนคะ ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างรอคำตอบจากบุรุษตรงหน้า     

ก็ถอดเสื้อ ปลดเนกไท ทำแผลอะไรทำนองนั้น เมื่ออธิบายแล้วเขาก็หัวเราะในลำคอ ฉันอดเม้มริมฝีปากแน่นไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะสื่อถึงอะไรกับท่าทางเจ้าเล่ห์แบบนี้

บ่อยค่ะฉันกัดฟันบอก ขณะที่มองดูรอยแดงบนตัวเขา โดยเริ่มมาจากหัวไหลไล่ลงมาจนถึงบริเวณหน้าอกซีกซ้าย

ผมก็คิดแบบนั้น เพราะดูคุณจะเชี่ยวชาญจัง เขายิ้มที่มุมปากพลางหรี่ตามองฉัน

พักหลังมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ฉันจงใจจิ้มนิ้วลงไปบนตัวเขาอย่างหมั่นไส้ขณะที่ทายาให้ คนประหลาดโผล่มาสร้างเรื่องให้พี่ชายน้องชายฉันต้องบาดเจ็บก็บ่อย ทุกครั้งที่มีโอกาส ฉันก็จะเป็นคนทำแผลให้พวกเขา

เมื่อครู่...คุณทำผมเจ็บนะน้ำเสียงของเขายังคงทุ้มต่ำและสม่ำเสมอ ไม่ได้ฉายแววโกรธหรืออย่างไร

ขอโทษค่ะ ฉันไม่ค่อยรู้ตัวเท่าไหร่ฉันเงยหน้าขึ้นพลางส่งยิ้มหวานไปให้ หวังว่ามันคงดูจริงใจนะ เพราะฉันเล่นละครตบตาคนไม่เก่งเอาเสียเลย

เห็นมือเล็กแบบนี้ หนักเอาการเหมือนกันนะเขายิ้มเจ้าเล่ห์

เสร็จแล้วค่ะ ฉันรีบผละตัวออกห่างจากเขา

“ขอบคุณครับ สาวน้อยแห่งคลีฟ” หลุยส์รวบผมของฉันไปจูบอย่างรวดเร็วก่อนจะปล่อยออก ฉันยืนตะลึงอยู่ชั่วขณะเริ่มวางตัวไม่ถูก ก่อนจะนึกออกว่าจะพูดอะไร

คุณยังไม่ได้บอกเลยนะคะว่ามาหาพี่ชายฉันเพราะอะไร ฉันพยายามไม่แสดงสีหน้าตกประหม่าให้เขาได้เห็น

หึหึ นี่ผมมัวแต่สนใจคุณจนลืมจุดประสงค์ของตัวเองไปแล้วหรือเนี่ย รอยยิ้มที่มุมปากเรียวสวยของเขาเหมือนกำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่ ผมมาเพราะสิ่งนี้

ซองจดหมายสีเงินถูกยืนมาให้ แต่ฉันไม่อยากเอื้อมมือไปรับจึงได้นั่งลงฝั่งตรงข้ามและห่างจากหลุยส์พอที่จะมั่นใจว่าฉันจะปลอดภัยจากมือของเขา

พี่ชายของฉันส่งไปหาคุณหรือคะ

ไม่ทราบครับ เพราะมันไม่ได้ระบุชื่อผู้ส่ง

ถ้างั้นคุณมาที่นี่ถูกได้ยังไงกันคะ

เพราะในจดหมายระบุเพียงที่อยู่ และผมก็รู้ว่ามันคือที่อยู่ของพี่ชายคุณในที่สุดเขาก็ต้องวางจดหมายลงบนโต๊ะเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมรับสักที ฉันจึงเอื้อมมือไปหยิบมาดูลายมือที่อยู่บนหน้าซองคร่าวๆ

ไม่ใช่ลายมือของคนในบ้านฉันนี่คะ

แต่ผมเดินทางมาไกล คุณคงไม่ไล่ผมกลับหรอกใช่ไหม สาวน้อยแห่งคลีฟ

ฉันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อหลุยส์มองฉันด้วยดวงตาปริศนาซ่อนเล่ห์ของเขา ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเรียบปราศจากการแสดงอารมณ์

ว่ายังไงครับ เขาทักขึ้น

ฉันจะรอให้พี่ชายเป็นคนตัดสินใจเอง เพราะฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะขับไล่บุคคลที่ระบุว่าเป็นแขกของเขา

ผมนึกอยู่แล้วว่าคุณจะต้องตอบอย่างนั้น เขาว่าแล้วก็ลุกขึ้น ระหว่างที่เราต้องรอ คุณจะให้เกียรติพาผมเดินชมหมู่บ้านของคุณหน่อยได้ไหม

ฉัน...

คุณจะไม่ปฏิเสธผมใช่ไหมมิสคลีฟ

คำถามแกมปิดกั้นหนทางแบบนี้ เขากำลังบีบฉันให้ตอบตกลงใช่ไหม




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,257 ความคิดเห็น

  1. #43 LLล๋มน้oย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2552 / 19:52
    พี่นาต หนูซื้อมาแว้ว สั่งจากเว็ปของอินเลิฟ หนุกมากมายค่ะ
    #43
    0
  2. #41 fifteen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2552 / 22:45
    พี่นาตลงทุนจัง ฟิฟอยู่ขอนแก่น มีแค่สามที่เองอ่ะ ฮืออออ
    #41
    0