Vampire Phantom แค้นรักอันตรายนายแวมไพร์เจ้าเล่ห์

ตอนที่ 12 : บทที่ 10 คนไม่มีทางสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,027
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 พ.ค. 62

บทที่ 10 คนไม่มีทางสู้

 

ฟาร์มารีน...ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตระกูลคลีฟนับถือและมีความเชื่อว่าดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ของวงศ์ตระกูลจะได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตหลังความตายที่นั่น แต่บัดนี้เรากลับได้ค้นพบว่ามันคือที่มาของสายหมอกแห่งราตรี และมีอานุภาพเลวร้ายกว่าที่ใครจะสามารถจินตนาการได้ ซึ่งยังไม่เคยมีใครเจอมาก่อน สายหมอกเหล่านี้จะคอยยื่นข้อเสนอและสนับสนุนความปรารถนาของเหล่ามนุษย์และแวมไพร์ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือจนกว่าความปรารถนาจะถูกเติมเต็ม แต่มันจะยื่นข้อแลกเปลี่ยนและขออะไรเป็นสิ่งตอบแทนที่บางครั้งก็อาจจะส่งผลให้เป็นอันตรายถึงชีวิต สำหรับผู้ที่ไม่ยอมรับข้อเสนอหรือต่อต้าน มันก็จะคอยรังควาญจนกว่าเราจะหาทางจัดการกับมันได้เอง

นอกจากนั้นแล้ว เราเพิ่งค้นพบว่าสายหมอกแห่งราตรีจะปรากฏขึ้นมาในเวลาต้องห้าม และสถานที่ต้องห้าม อย่างในคืนจันทราสีเงิน ห้องบอลรูมจะกลายเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับทุกคนทันทีเมื่อเสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงคืน ใครที่ฝ่าฝืนก็จะต้องเผชิญหน้ากับพวกมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“อีกสิบนาทีจะถึงเวลาตั้งโต๊ะอาหารแล้วนะ เราจะลงไปทานอะไรพร้อมพี่ไหม” พี่เซอร์คัสบีบไหล่ฉันเบาๆ ขณะที่เรากำลังยืนมองดูหลุยส์ ผู้กำลังนอนนิ่งหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

“ลิลคงไม่ลงไปหรอกค่ะพี่ชาย ใกล้เวลาเช็ดแผลแล้ว...ที่สำคัญลิลกินผลไม้มาเยอะจนรู้สึกอิ่มมากแล้วค่ะ” ฉันหันไปยิ้มให้พี่เซอร์คัสด้วยใบหน้าสดใส

“เราไม่เป็นอะไรแน่นะ” มือหนาลูบแก้มฉันแผ่วเบา แววตาอันแสนอบอุ่นทอดมองมาอย่างหวงแหน

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะพี่ชาย ตอนนี้ลิลสบายใจขึ้นมากแล้วที่เขาพ้นขีดอันตราย” ฉันลูบหลังมือของเซอร์คัสตอบเบาๆ

“ใจพี่อยากให้เราลงไปรับประทานอาหารมื้อเย็นสักหน่อยก็ยังดี ตัวยิ่งผอมบางอยู่ด้วย พี่ล่ะกลัวว่าลมจะพัดเราปลิวหนีไปได้ไม่ยาก” มือใหญ่เลื่อนลงมากุมรอบเอวฉันไว้ “แต่เอาเถอะ...เราตัดสินใจไปแล้ว คงไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ อยู่ดี”

พี่ชายก้มลงจูบหน้าผากฉันสีหน้ายุ่งเหยิง แต่ก็ยอมเดินออกจากห้องไปอย่างง่ายดาย ฉันจึงหันกลับไปมองหลุยส์อีกครั้ง ก่อนจะเดินไปหยิบอุปกรณ์สำหรับทำแผลที่ฉันเป็นคนนำไปเก็บไว้ในลิ้นชักออกมา

หลังจากที่หลุยส์ได้รับการรักษาเบื้องต้นจากลูคัส แผลของหลุยส์ในตอนนี้จึงไม่มีเลือดไหลซึมออกมา แต่เนื่องจากว่าบาดแผลค่อนข้างยาว เราจึงไม่ได้สวมเสื้อให้เขาจนกว่าแผลจะแห้งสนิทเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สะดวกต่อการทำแผล อันที่จริงครอบครัวเราจะรักษาเขาด้วยจุมพิตมนตราต่อก็ได้ แต่พี่ชายฉัน...หมายถึงลูคัส เขาแนะนำให้รักษาด้วยวิธีธรรมชาติดีกว่า หลุยส์จะได้ไม่ลุกขึ้นมาวุ่นวายกับพวกเราในช่วงขับขันแบบนี้ เพราะว่าพวกเรามีเรื่องของวาเลนเซียที่ขายวิญญาณให้กับสายหมอกแห่งราตรีให้หนักใจพออยู่แล้ว จึงไม่มีใครพร้อมที่จะเผชิญหน้า กวนประสาทของหลุยส์ ทว่าทุกคนในบ้านก็ขึ้นมาเยี่ยมเยียนเขาบ้างในบางครั้ง แต่เลือกที่จะขึ้นมาช่วงหลุยส์หลับอยู่เสียมากกว่า

จะพูดให้ถูกอีกที ช่วงที่เขาตื่นขึ้นมาน่ะมีน้อยมาก เพราะเขานอนท่าเดิมมาสามวันเต็มแล้ว คือเอาหลังอิงหมอนหน่อยๆ กึ่งนอนกึ่งนั่ง เพราะคิดว่ามันสะดวกกับเขามากกว่าท่าไหนทั้งปวง จะมีก็แต่เวลาจะเข้าห้องน้ำที่จะลุกขึ้นมาบ้าง ซึ่งตอนนั้นท่านพ่อท่านแม่จะส่งพ่อบ้านให้มาช่วยเหลือเขาแทน จึงยังไม่มีใครได้พูดคุยกับเขาเลย แม้แต่ฉันเองก็เถอะ

ตั้งแต่ทุกคนรู้เรื่องที่หลุยส์เอาตัวเองมาขวางดาบเพื่อปกป้องฉันจากปากของดีแลน ฉันคิดว่าคนในบ้านเริ่มมองดูเขาในแง่บวกมากขึ้น พูดถึงเขาบ้างหลังรับประทานอาหารเสร็จ ท่านแม่จะชอบสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับหลุยส์จากอลิซาเบธ โดยที่พวกเราส่วนใหญ่เป็นคนฟัง มีลูคัสแทรกความเห็นขึ้นมาบ้างเป็นพักๆ จนดูเหมือนหนุ่มขี้หึงทั่วไป แต่ฉันคิดว่า...แท้จริงแล้วพี่ชายฉันเองก็รู้สึกชื่นชมหลุยส์อยู่เหมือนกัน

ฉันนั่งบนขอบเตียงข้างร่างหลุยส์อย่างช้าๆ โน้มตัวข้ามไปอีกทางแล้วค่อยแกะผ้าปิดแผลจากช่วงเอวให้เขาอย่างระมัดระวัง และเมื่อต้องการจะลุกขึ้นก็รู้สึกว่าชุดของฉันหลวมกว่าเดิม เพราะสายริบบิ้นระโยงระยางที่เคยยึดชุดบริเวณช่วงอกดันไปติดอยู่กับหัวเข็มขัดของหลุยส์จนหลุดออกจากกัน ฉันจึงสังเกตเห็นกางเกงที่เขาสวมใส่ ซึ่งคาดว่าเขาเป็นคนเปลี่ยนแล้วเลือกมันเอง ทั้งยังอุตส่าห์เลือกเข็มขัดหนังอย่างดีมาสวมเวลาป่วยอีกต่างหาก แต่เมื่อมองดูเสื้อเชิ้ตที่วางอยู่ใกล้ๆ ก็เลยคิดได้ว่าเขาคงมีแผนจะออกไปข้างนอกแต่เจ้าตัวคงจะหมดแรงไปเสียก่อนเลยต้องล้มตัวลงนอนท่าคุณชายตามเดิม

“บาดเจ็บขนาดนี้แล้วยังอุตส่าห์ลุกขึ้นมาแต่งตัวหล่อเฟี้ยวอีกนะคะท่านเอิร์ล” ฉันหันไปพูดกับคนที่หลับสนิทเชิงล้อเลียน แต่นั่นกลับเป็นต้นเหตุทำให้ริบบิ้นของฉันพันกันอย่างวุ่นวายมากกว่าเดิม “แย่แล้วลิลี่”

ฉันวางผ้าปิดแผลลงบนตัวหลุยส์แล้วจัดการแก้ปมริบบิ้นที่พันกันวุ่นวายจนน่าปวดหัว ฉันไม่เคยมีปัญหากับชุดมากขนาดนี้มาก่อน คอเซ็ตของฉันเริ่มหลุดออกจากกันจนเผยให้เห็นเนินอกแม้ว่าฉันสวมชุดเสื้อซับในอยู่ก็ตามที แต่สภาพมันก็ถือว่าวาบหวามมากเลยทีเดียว

“ทำไมแกะไม่ได้สักที ให้ตายเถอะฉันจะไม่ใส่ชุดบ้านี่อีกแล้ว” ฉันบนเศร้าๆ เริ่มกระวนกระวาย “ทั้งที่เพิ่งไปซื้อแบบใหม่มาใช้แท้ๆ”

จะเอากรรไกรตัดก็เสียดาย จะเรียกใครมาช่วยก็อายเพราะกลัวหลุยส์จะตื่นขึ้นมาเห็น แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองโง่ก็คราวนี้ละ กับแค่แกะริบบิ้นออกจากหัวเข็มขัดฉันยังทำไม่ได้เลย

“ไม่เป็นไรนะ แค่หลายวันมานี้ในหัวเธอมีเรื่องเยอะไปหน่อย” ฉันพยายามสงบสติอารมณ์ทั้งที่มือยังง่วนอยู่กับหัวเข็มขัด ฉันจะปลดเข็มขัดของหลุยส์ออกก็ทำไม่เป็น “โอเคลิลี่...วันนี้เธอโง่มาก”

ฉันพยายามรูดเข็มขัดของหลุยส์อยู่หลายรอบ แต่ดูเหมือนริบบิ้นจากชุดของฉันกับเข็มขัดของเขามันจะรักกันมากจนไม่อยากแยกตัวออกจากกัน ถึงขนาดที่ฉันต้องลงทุนปีบเตียงขึ้นมานั่งคร่อมร่างผู้ชายเพื่อจะหาจังหวะและตำแหน่งที่เหมาะที่ควรปลดทั้งสองอย่างออกมาให้ได้

“ได้แล้ว” ฉันเผลอยิ้มออกมา แม้ว่าจะปลดได้เฉพาะเข็มขัดก็เถอะ แต่ตอนนี้กำลังจะปวดหัวอีกระลอก เพราะฉันต้องดึงมันออกจากเอวหลุยส์ด้วยน่ะสิ ถ้าทำแบบนั้นเขาอาจจะรู้สึกตัวก็ได้

ฉันกำลังลงมือดึงเข็มขัดหลุยส์อย่างระมัดระวังอีกรอบ รู้สึกว่ามันจะขยับมาได้อย่างมากก็แค่สองนิ้ว และทันใดนั้นสัมผัสอุ่นที่กำลังกุมข้อมือฉันเอาไว้แต่พอหลวม เป็นเหตุให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองดูหน้าหลุยส์ในเวลาต่อมาทั้งที่ยังคร่อมร่างเขาอยู่ด้วยหัวใจที่กำลังสั่นระทึก ขณะสบมองเข้าไปในดวงตาคู่สีฟ้าครามอมเทาที่แสนจะนิ่งสนิทพอๆ กับดวงหน้าซึ่งกำลังจ้องมองฉันตอบกลับมา

เมื่อเห็นเขานิ่ง...ฉันก็เลยพยายามตีหน้านิ่งมองตอบกลับไป ทุกสัดส่วนของร่างกายของฉันก็หยุดนิ่งด้วย ได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงของตัวเอง ทำได้แค่มองดูเขาตวัดสายตามองต่ำไปที่ข้อมือของฉันก่อนจะไล่ขึ้นมายังร่างกายท่อนบนของฉันให้รู้สึกร้อนไปทั้งตัว จนกระทั่งสายตาของเขามาหยุดอยู่ที่ใบหน้าฉันอีกรอบ

“คุณจะปล้ำคนไม่มีทางสู้อย่างผมหรือ ลิลี่” น้ำเสียงแหบพร่าที่พึมพำออกมาเบาๆ เล่นงานฉันจนหน้าร้อนผาวไปหมด ฉันพยายามจะชักมือกลับแต่โดนมือใหญ่ยึดเอาไว้ “ว่าไงล่ะ ตอบผมได้รึยัง” รอยยิ้มที่มุมปากคลี่ออกมาบางๆ

รอยยิ้มแบบนี้ฉันไม่ได้เห็นนานถึงสามวันเต็ม

“ฉันเปล่านะคะ แค่ริบบิ้นจากชุดของฉันมันดันไปติดกับหัวเข็มขัดของคุณตอนฉันต้องการจะทำแผลให้ ฉันก็เลยจะปลดมันออกแต่ว่ามันวุ่นวายมากเลยจนฉันต้องมานั่งคร่อมคุณ เพราะไม่มีท่าไหนจะสะดวกกว่านี้อีกแล้ว คุณอย่าเข้าใจฉันฉันผิดนะ โอ๊ย” ฉันรีบด้นถอยหนีแต่ดูเหมือนว่าจะเป็นตะคริว ฉันเลยทรุดลงนั่งบนขาหลุยส์ด้วยทีท่าไม่งามเท่าไหร่นัก

“นั่งคร่อมผมแล้วสะดวกว่างั้นเถอะ” เขาเลิกคิ้วสูง ยังคงยิ้มที่มุมอยู่เหมือนเคย ใจฉันเต้นรัวกับพฤติกรรมแปลกๆ หลังฟื้นไข้ของเขา

“ก็...” ฉันอ้ำอึ้ง มันเขินนะ ถามกันแบบนี้ได้ไง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยขึ้นคร่อมร่างใครที่ไม่ใช่พี่ชายกับพ่อเลย ที่สำคัญฉันคร่อมพี่ชายและคุณพ่อเฉพาะตอนที่เราเล่นสนุกด้วยกันสมัยเด็กๆ เท่านั้น แต่กับหลุยส์นี่ก็ทำให้ฉันเริ่มเครียดแล้ว

“ฉันขอโทษนะ ฉันทับขาคุณเจ็บรึเปล่า” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ตัวคุณเบาอย่างกับลูกแมว ผมจะไปรู้สึกอะไร หึหึ” หลุยส์หัวเราะในลำคอ “รู้อะไรไหมลิลี่ ตอนนี้คุณเซ็กซี่มากเลย”

“หยุดมองฉันแบบนั้นนะ” ฉันปล่อยเข็มขัดหลุยส์ออก ยกมือขึ้นมากอดอกหน้าตาบูดเบี้ยวด้วยเหตุผลสองประการ

หนึ่ง...ฉันรู้สึกว่าขาจะชาเพราะเป็นตะคริว

สอง...ฉันไม่พอใจที่เขาเห็นเป็นเรื่องตลกทั้งยังมาทะลึ่งใส่อีก

ฉันพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ไม่ได้การเลยเพราะยิ่งพยายามฤทธิ์ของตะคริวยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเมื่อยล้าไปทั้งตัว

“ส่งมือมาให้ผมสิ” เขาบอกหลังจากถอดเข็มขัดออกจากเอวอย่างง่ายดายแล้วส่งให้ฉัน

ฉันลังเลไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร จึงได้แต่นั่งมองอย่างไม่ไว้วางใจเท่าไหร่นัก เมื่อเขาเห็นว่าฉันไม่ยอมรับเข็มขัดทั้งยังไม่ยอมส่งมือให้เขาสักที เจ้าตัวก็เลยดึงเข็มขัดกลับเข้าหาตัว พลางขมวดคิ้วจนเป็นปมขณะพยายามแกะริบบิ้นอย่างขะมักเขม้น

“คุณไม่ไว้ใจผมขนาดนั้นเลยรึไง” เป็นคำถามที่เล่นงานฉันจนตัวชา “คุณนั่งทับขาผมจนขยับเขยื่อนไปไหนไม่ได้ขนาดนั้น ผมบาดเจ็บขนาดนี้ ผมทำอะไรคุณไม่ได้หรอก”

หลุยส์วางเข็มขัดไว้ข้างตัว ก่อนจะส่งกระจุกริบบิ้นคืนให้ ฉันรับมันมาพลางก้มหน้าหลบสายตาของหลุยส์ราวกับว่าไปทำผิดอะไรมา ฉันคิดว่าตัวฉันกำลังจะหดเล็กลงเหลือสองนิ้ว แต่ต้องเงยหน้าขึ้นมาประทะสายตากับหลุยส์ที่กำลังจ้องมองฉันตาเป็นมัน หากฉันไม่ได้มองผิดหรือคิดเอาเองคนเดียว มันก็ควรจะเป็นแบบนั้น

“คุณช่วยหลับตาลงก่อนได้ไหมคะ ฉันจะใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย”

“ถ้าผมหลับผมก็อดดูน่ะสิ ว่าลิลี่ คลีฟ เขินยังไง”

ฉันมุ่ยหน้าใส่ หลุยส์เพียงแต่หัวเราะเบาๆ อยู่พักใหญ่แล้วก็ยอมหลับตาลงในที่สุด แพขนตาของเขาดูสวยราวกับผู้หญิง ใบหน้านิ่งสงบกับริมฝีปากอมยิ้มเล็กน้อยทำให้เขาดูเหมือนเจ้าชายจอมเจ้าเล่ห์คนหนึ่งแต่กลับแฝงไปด้วยความน่าหลงใหล

แย่ล่ะ...ฉันคิดอะไรอยู่นะ! เมื่อนึกขึ้นได้ฉันก็สายหน้าพัลวัน รีบจัดการดึงคอเซ็ตให้กระชับตัว ร้อยริบบิ้นด้วยความเร็วก่อนจะผูกพวกมันเข้าด้วยกันแบบลวกๆ แค่ไม่ให้หลุดเป็นพอ ไม่มีแม้แต่เวลาจะจัดมันเข้าที่เข้าทางให้ดูสวยงามเหมือนตอนแรกมากนัก

“คุณชอบสวมเสื้อผ้าเข้ารูป กับกระโปรงหลายชั้นแบบนี้น่ะหรือ ทำไมไม่ไปเกิดในยุคสมัยโรแมนติกเรอเนอส์ซองซ์หรือไม่ก็สมัยโกธิคเสียเลยล่ะ”

“คนเราเลือกเกิดได้ด้วยหรือคะ” ฉันตัดพ้อ “เลือกได้ก็คงทำไปแล้ว”

“แต่ก็ดีเหมือนกันที่คุณเกิดตอนนี้ ถึงแม้ว่าการแต่งกายของคุณจะหลุดยุคไปบ้างก็ตามที เพราะถ้าหากคุณเกิดสมัยนั้นเราอาจจะไม่ได้รู้จักกัน” เขาพูดเชิงขบขันก่อนจะเอี้ยวตัวเล็กน้อย พยายามเอื้อมไปทางเหยือกน้ำท่าทางยากลำบาก ขณะที่ฉันกลับรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง

เพล้ง!

“แย่จริง” เขาขมวดคิ้วบ่นเสียงแหบพร่า

“คุณต้องการดื่มน้ำหรือคะ” ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่หลุยส์ปัดเหยือกร่วงลงพื้น

“คอผมแห้งน่ะ”

ฉันรีบลุกอย่างลืมตัวไปว่าขาตัวเองเป็นตะคริวอยู่ เซเล็กน้อยจนต้องใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบเตียง...แล้วก็พลาดเสียด้วยสิ จากนั้นฉันก็รู้สึกได้ถึงแรงกระชาก ตัวที่กำลังจะร่วงลงสู่พื้นลอยกลับขึ้นมาล้มหน้าคว้ำบนแผ่นอกของเขา จึงได้ยินจังหวะการเต้นของหัวใจหลุยส์ดังก้องหู มันรุนแรง รวดเร็ว และถี่รัวพอๆ กับจังหวะการเต้นของหัวใจฉันเอง โดยที่ต่างฝ่ายต่างนิ่งไม่ไหวติง แขนฉันพับค้างอยู่บนตัวหลุยส์ทั้งสองข้าง วงแขนของเขาโอบกอดฉันแน่น ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดหัวฉันสม่ำเสมอและสงบอย่างตรงกันข้ามกับอัตราการเต้นของหัวใจเจ้าตัว

ทำได้ไงนะ เขาใช่วิธีเดียวกันกับทฤษฏีตีหน้านิ่งโดยที่จิตใจกลับรู้สึกเป็นแบบอื่นรึเปล่า เพราะตอนนี้ฉันแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงได้รู้สึกอบอุ่นสบายในท่านี้ก็ไม่รู้ ในอ้อมกอดของเขา อุ่นจนฉันอยากปิดเปลือกตาแล้วนอนอยู่อย่างนี้ต่อไปสักพัก หรืออาจจะเป็นเพราะเหนื่อย ที่ต้องรู้สึกกลัวและตกประหม่าเพราะไม่รู้เลยว่าเขาจะเป็นตายร้ายดียังไงในตลอดระยะเวลาสามวันที่ผ่านมา ฉันแค่รู้สึกอุ่นใจที่เขายังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม มันไม่ได้มีมากไปกว่านั้นใช่ไหม

ฉันแค่อุ่นใจ...ที่เขาไม่ได้เจอชะตากรรมกับวาเลนเซียก็เท่านั้นเอง!

“คุณรู้สึกยังไง” เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูโรยราถามขึ้น

“ค่ะ” ฉันรีบลุกขึ้นเตรียมลงจากเตียง

หมับ!

“เดี๋ยว” เขาดึงฉันไว้ “ระวังเศษแก้วด้วย”

 “ค่ะ” ถ้าเขาไม่บอกฉันก็เกือบจะเอาเท้าลงไปเหยียบเศษแก้วแล้วเหมือนกัน

“ขาคุณเป็นยังไงบ้าง” หลุยส์ถาม มองไปตามข้อเท้าฉันด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว” ฉันลูบผมให้เขาที่เข้าทาง

“ได้นอนในอกผมแบบนั้น ไม่ดีก็เกินไปจริงๆ คุณว่าไหม” เขายิ้มกว้าง

“ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย” ฉันมุ่ยหน้าใส่ ก่อนจะรีบคลายปมบริเวณหัวคิ้วทันที เปลี่ยนสีหน้าเป็นรู้สึกผิดแทนเมื่อเหลือบไปเห็นเลือดที่ซึมออกมาจากผ้าพันแผล “แผลของคุณ”

“อ้อ...คุณกระแทกตัวผมแรงไปหน่อยน่ะ” เขาเอามือปิดจุดที่เลือดไหลไว้ “คราวหน้าคราวหลัง นุ่มนวลกับผมกว่านี้หน่อยนะ ผมไม่ได้ชอบความรุนแรงอย่างที่คุณคิดหรอก”

“คุณเป็นคนดึงฉันลงไปเองนะ ฉันไม่ได้ชอบความรุนแรงสักหน่อย” ทั้งหน้าและหูของฉันต่างร้อนเป็นไฟไปหมด ไม่ได้โกรธอะไรมากมายแต่ฉันอายมากกว่า

“กับคุณ...ผมจะนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่เหตุการณ์เมื่อก่อนหน้านี้ คุณเร็วจนผมตามไม่ไหวจริงๆ” เขาพูดจาแบบนี้ ฉันว่าอีกสักหน่อยเขาคงหายเป็นปกติดีแล้วแหละ

“คุณหมายถึงอะไรกันแน่คะ”

“คุณคิดว่าผมหมายถึงอะไรล่ะ” เลิกคิ้วสูงพลางยิ้มกว้าง

“ฉันไม่รู้...เดี๋ยวฉันออกไปเอาน้ำมาให้ก็แล้วกัน”

“ก็ดีเหมือนกัน ผมเถียงกับคุณจนคอแห้งผากแล้ว”

“ก็คุณเถียงฉันเองนี่นา” ฉันจ้ำเท้าเดินหนีเขาทันที

“ลิลี่” เขาเรียกขึ้นเมื่อฉันมาถึงประตู ฉันจึงเอี้ยวตัวกลับไปมองเขา “ขอบคุณ”

“เนื่องในโอกาสอะไรคะ”

“ที่คุณช่วยดู...” เขามองฉันแววตาเลื่อนลอยชั่วครู่ก่อนจะตีหน้าขรึมจริงจัง “ที่คุณจะไปเอาน้ำมาให้ผม”

“ฉันแค่ไปเตรียมเฉยๆ คนที่จะเอาขึ้นมาให้คุณคือพ่อบ้านต่างหาก”

“เป็นอย่างนั้นไป” เขายิ้มเจือนๆ “ผมคงดีใจมากกว่าถ้าคุณเป็นคนนำมันขึ้นมา” พูดจบก็หลับตาลง

ท่าทางเขายังคงเหนื่อยอ่อนจากพิษไข้

“หลุยส์คะ” ฉันเกาะกรอบประตูพลางเรียกชื่อเขาเบาๆ

“หืม”

“ขอบคุณที่ปกป้องฉัน” พอฉันพูดจบหลุยส์ก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ที่ผมทำไปเพราะหวังผล ค่าตอบแทนผมสูงมากนะ” เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ฉันเลยมุ่ยหน้าให้ก่อนจะปิดประตูใส่เขาทันที



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,257 ความคิดเห็น

  1. #929 nam_น้ำ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2552 / 15:04
    ฮา
    ยิ่งอ่านเหมือนหลุยส์จะหลุดโลกไปนิดๆแฮะ
    ความหื่นมันมีมาหหรืออย่างไร
    หุๆ
    #929
    0
  2. #709 กาแฟ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2552 / 22:33
    กริ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ >///< ดีแลน นี่ใช่ย่อยนะค่ะ >///<
    #709
    0
  3. #259 -.........- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 / 13:47
    555555

    โดดน ลิลี่ หยิ่งไส่ สมน้ำน่า ๆ  ฮ่า ๆ
    #259
    0
  4. #188 fene_sun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 15:53
    กรี๊ด ดีแลน >///
    เห็นหน้าตาแบบนี้มีแอบจิกกัดเค้าได้ด้วยนะ น่าร๊ากกกกก~~~~ (บ้ าไปแล้ว - -?)

    แอ๊มยังอ่านบทที่ 13 ไม่ได้อ่ะค่ะพี่นาต (เพราะโหลด firefox ไม่ได้) คงต้องอดใจรอกันไปก่อน แหะๆๆ

    ไปอ่านหนังสือสอบก่อนล่ะค่ะ ^^

    พี่นาตสู้ๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #188
    0
  5. #179 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 19:20

    นี่!! พี่นาตอัพหลุยส์แล้วอย่าลืมอัพลีแดนสุดที่รักของยูด้วยนะ ดีแลนด่าได้ ซี้ๆ
    หลุยส์ไม่กระทบเลย(เค้าเรียกหน้าหนา) อ้าาาา ไม่ได้ด่าหลุยส์น้าาา แต่มันเป็นตัวละครของหลุยส์อยู่แล้ว 5555
    แง้ๆ กลัวโกนลิลี่ตบ 5555

    #179
    0
  6. #178 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 / 19:18
    5555555 เปลี่ยนพระเอกไม่ทัน กร๊ากๆ เปลี่ยนไม่ทันนั้นแหละดีแล้ว เอาหลุยส์ไปนั่นแหละลิลี่
    เสียดายของ 5555
    #178
    0
  7. #166 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 / 19:43
    ลิลลี่นี่เป็นสาวมั่นดีจัง
    ชอบหลุยส์นะเรื่องนี้
    ไม่เหมือนตอนเรื่องลูคัส อิอิ
    พี่นาตแต่งดีคนอ่านเลยอินตามไปด้วย
    #166
    0
  8. #165 !! :. KwaN .: !! (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 / 19:15
    สนุกมากเลยอะ
    อยากรู้แล้วว่าหลุยส์ไปงานเลี้ยงกับลิลี่แล้วจะมีเหตูการณ์อะไรเกิดขึ้น
    แดนเนียลเนี่ย ใสซื่อจิงๆเลยอะ  เหมือนเด็กๆเลยอะร่าเริงมากมายเลย
    เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะพี่นาต  สู้ๆน่าคร้าบบบบบ^^
    #165
    0
  9. #164 แมวเหมียว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 / 16:42
    พี่นาตคะ ชุดที่หลุยซ์ใส่เนี่ย ถ้าลูคัสยังเป็นเจ้าชายแวมไพร์อยู่ ต้องใส่ชุดนี้ใช่ป่าวคะ
    พอดีว่าเห็นชื่อชุดแล้วนึกถึงลูคเลยอ่ะ ไหงเป็นงั้นไปได้ หุหุ

    อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วหลุยซ์คิดอะไรกับลิลี่อยู่กันแน่ ถ้าชอบจริงก็แล้วไป แต่ถ้าควงเล่นเหมือนดีแลนว่าเนี่ย มีเฮนะจ๊ะท่านเอิร์ล ฮ่าๆๆ
    #164
    0
  10. #162 Macize (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 / 00:51

    อย่างที่พี่นาตบอก
    เปลี่ยนพระเอกไม่ทันแล้วพี่นาต
    เขาหลงหลุยส์กันไปหมดแล้ว
    ไม่ว่าจะร้ายยังไงก็มีแต่โดนใจ<---------แสดงให้เห็นว่าโดนหลุยส์ครอบงำไปแล้ว
    อยากรู้ว่าหลุยส์กำลังคิดแผนอะไรอยู่
    ดูท่าแล้วหนุ่มๆทั้งหลายคนไม่ยอมให้หลุยส์ทำไรลิลี่ได้
    แต่ระดับหลุยส์คงมีแผนชั่วร้ายไว้แล้วใช่ม๊า^0^
    หลุยส์ สู้ๆ  เอ่อลิลี่อย่าเพิ่งโกรธนะหนูรักทุกคนเท่ากัน
    ต้องเข้าใจหน่อยว่าหลุยส์กำลังบรรยาย><
    อย่าว่าแต่พี่เลยที่บอกว่างงที่แต่งหลายเรื่อง
    หนูเวลาเปิดอ่านยังมีงงเลยเปิดผิดเรื่อง
    ขอปรบมือให้พี่้เลย(เพิ่งยกนิ้วโป้งให้ตอนนี้ก็ปรบมือให้อีกไม่นานคงลุกมาเต้นระบำให้พี่)
    พี่แต่งได้สนุกทุกเรื่องเลย พี่เคิดอาพล๊อตมาจากไหนเยอะแยะเนี้ยไม่ซ้ำกันเลย

    ตอนนี้แม่หนูติดเกม(วัยรุ่นเหลือเกิน)
    แรกๆก็อ่านหนังสือธรรมะตอนนี้เก็บเข้าตู้ไปละ
    นานๆหยิบมาที

    #162
    0
  11. #160 boongkee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 23:40
    ดีแลนด่าเจ็บมาก จี๊ดดดดดด มาด่าพี่ชายสุดหล่อเค้าได้ไงยะ!!!

    เพิ่งจะมาสังเกตคำผิดเอาตอนท้าย ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่น แล้วก็ ดันทุรังด้นถอนหนี 

    จังซี่มันต้องถอนๆๆๆๆ กร๊ากกกกกกกก

    ลิลลี่ตอบได้ใจมากจ้ะ แต่ตอยแยยนี้ พี่หลุยส์ไม่เสียเส้นแย่เรอะ!!!

    พี่บ่นตอนแรกไม่เยอะ แต่ตอนท้ายนี่ มาทีเสียวสันหลังเลย ชะแว๊บๆๆ

    พี่ชายหนูน่ารักและเป็นสุภาพบุรุษพอทีจะไม่ลากลิลลี่ลงข้างทางแล้วกดหลังกองฟางหรอกพี

    พี่ชายหนูทั้งหล่อและนิสัยดี เชื่อหนูเถอะ!!!  

    ลิลลี่พูดซะพี่ชายหนูหมดความเชื่อถือเล้ยยย เฮ้ออออ 

    พี่ เอาดีแลนมาคืนและ เพี่ชายสุดน่ารักหนูคืนมาด้วย จะขาดใจตายโดนเอาไปเป็นตัวประกัน

    แถมโดนลิลลี่ว่าอีก  TOT
    #160
    0
  12. #159 CirCus & LuCas (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 23:30
    แมวเหมียว< My.iD >
    หลุยส์คนนี้ช่างพูด ช่างเจรจาค่ะน้องเตย >O<
    ตอนเด็กๆ คงพูดเป็นต่อยหอย อยากเห็นหลุยส์เด็กน้อยจริงๆ
    แต่พี่ไม่เขียนหรอกค่ะ แค่หลุยส์ ณ ปัจจุบันก็ตัดกำลังพี่ได้อย่างร้ายกาจ 555

    จันทราส่องประกาย< My.iD >
    ลิลี่คงไม่ได้คิดว่าตัวเองน่าอิจฉาเท่าไหร่
    จริงๆ แล้วพี่ว่าเธอน่าสงสารมากกว่า
    หลุยส์มันตัวร้ายชัดๆ

    SnowPrincess★´< My.iD >
    หลุยส์ในชุดเจ้าชายแวมไพร์โผล่มาแล้วนะคะ
    ก็ไม่มีอะไรมากหรอก หนูลองอ่านดูเอง
    ก็หล่อเหมือนเดิม 5555

    AliKA-Sand< My.iD >

    ไม่ต้องห่วงไปสาวน้อย พี่กำลังรอวันรอคืน
    เดือนหน้าำีพี่ได้ไปพักผ่อนสมใจแน่ๆ TOT
    หายไปเป็นเดือนเลยนะ จากวันที่ 18  ส.ค. - 10 ก.ย.
    พี่จะกลับไปเที่ยวไทยน่ะค่ะ
    หลุยส์เจ้าเล่ห์มากๆ พี่ชักสงสารนางเอกแล้วแหละ TOT

    ♀Kiss•So•Pink♥< My.iD >
    น้องนักอ่านคนหนึ่ง พี่แวะเข้าไปทักทายไอดีหนูแล้ว
    น่ารักจริงๆ สมัครไอดีเลย >O<
    เวลาล๊อคอินมันทำได้หลายอย่างกว่า
    พี่ว่าสนุกดี >O<

    Macize< My.iD >

    พี่ทำหนูค้าง ในที่สุดวันนี้ก็ได้มาอัพท่านเอิร์ลต่อสักที่
    พี่แอบตาลายนิดๆ ตอนเปิดทีเปิดสามเรื่อง
    แต่งสามเรื่องพร้อมกันก็ไม่ได้ ตอนนี้แอบงง
    แต่งหลุยส์ควบดีแลน มึนดีแท้ สถานการณ์ควบกัน
    ต้องระมัดระวังไม่ให้ซ้อนกันและสามารถอ่านได้รู้เรื่อง
    ภายในเล่มเดียว ไม่รู้จะสำเร็จไหม

    การมีแม่อ่านนิยายกลายเป็นผลเสียไปเสียงั้น 555
    น่าสงสารจัง โดนแม่จับได้ แม่พี่อ่านหนังสือธรรมะ
    แม่พี่ไม่ค่อยสนด้วยว่าพี่จะอ่านไหม 555 แม่ว่าอ่านได้อ่านไป
    เรียนให้ได้ดั่งใจหมายก็แล้วกัน เยี่ยมมากเลยค่ะแม่ 555









    #159
    0
  13. #158 AliKA-Sand (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 23:19
    555+
    >w<  อย่าเปลี่ยนพระเอกเล้ยนู๋ลิลี่..
    หลุยส์นี่แหละดีแล้ว
    ถูกอย่างที่พี่นาตบอก  หล่อๆอย่างนี้หายากนะเนี่ย
    (หล่อแถมเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจอย่างนี้ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่เลย)


    สู้ๆน้าพี่นาต  ถ้าเหนื่อยนักก็พักก่อนก็ได้
    ยังไงนู๋รออ่านนิยายพี่ได้อยู่แล้ว >O<
    เป็นห่วงนะคร๊า~
    take care ๆ
    #158
    0