Vampire Beauty เสน่ห์รักร้ายแวมไพร์สาวเจ้าเล่ห์

ตอนที่ 6 : Vampire Beauty 2: หนุ่มน้อยแห่งรัตติกาล [Part I]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 พ.ย. 53

เจ้าชายอัศวิน:::

 

พูดถึงดันแคน...อันนี้ไม่มีคำจะบรรยายค่ะ ^=..= ต้องอ่านเอาเอง ไปที่นั่นทำไม?

05.06.09  Diary
Update Fearless

 ใครอยากเข้าไปเยี่ยมชมไดอารี่ของนาตก็ตามสบายเลยนะคะ ^^ จะลงรูปที่ถ่ายมากับประโยคเพี้ยนๆ เสียส่วนใหญ่ >O<

 

Vampire Beauty 2:  หนุ่มน้อยแห่งรัตติกาล [Part I]

บ้านพักฤดูของอลิซาเบธอยู่ในชนบทและเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์ม้า ซึ่งมีคนงานคอยควบคุมดูแลงานแทนครอบครัวเธอตลอดปี เมื่อตอนบ่ายผมได้เดินสำรวจพื้นที่ไปแล้วเรียบร้อย และก็ได้ทำความรู้จักกับลูกสาวคนดูแลคอกม้าไปแล้วด้วย เธอเป็นเด็กสาวจอมแก่นวัยเดียวกันกับผม ที่สำคัญเธอจีบยากมาก แต่ดูเหมือนความพยายามของผมมันจะไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ เพราะตอนนี้ผมกำลังจะไปหาเธออีกแล้ว

“ผมได้ยินข่าวว่าคุณจะลงมาดูแลคอกม้าแทนพ่อตอนสามทุ่มอีกครั้ง ด้วยแรงแห่งรักผมจึงได้ตามคุณลงมา” ผมท้าวแขนบนกรอบประตู พล่างมองดูเฮเลน่ากำลังป้อนนมลูกม้าที่เพิ่งคลอดเมื่อตอนบ่าย เนื่องจากว่าแม่ของมันไม่สามารถให้น้ำนมได้ ทั้งยังถูกจับส่งโรงพยาบาลอีกต่างหาก

“ดูเหมือนว่าคุณจะว่างมากเลยนะคะ ถึงได้มีเวลาคิดมุขสำหรับจีบสาวไว้ตุนเยอะขนาดนี้”

“ของแบบนี้ ผมไม่ต้องตุนหรือใช้เวลาคิดนานหรอกครับ เพราะมันอยู่ในหัวใจ”

“ฉันเชื่อค่ะ...ว่าความเป็นเพลย์บอยของคุณมันฝังลึกอยู่ในหัวใจจริงๆ”

ตุบ!

ผมเผลอปล่อยไก่ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย มัวแต่หลงตัวเองจนไม่ทันได้คิดว่าเธอกำลังจ้องจะเอาไม้เรียวจากคำพูดของเธอตามหวดก้นผมอยู่

“ถึงผมจะเป็นเพลย์บอย ก็แค่ตอนที่หัวใจยังไม่มีเจ้าของเท่านั้นแหละ แต่ถ้าคุณมาจับจองมันไว้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นหัวใจของผมก็จะมีแต่คุณเพียงผู้เดียว”

“แหวะ ฮี้...” เจ้าม้าน้อยอ้วกนมออกมาเป็นกองเมื่อผมพูดจบ

เฮเลน่าหันกลับมามองดูหน้าผมอย่างยิ้มหยัน เธอยัดขวดนมไว้ในกระเป๋าเป้แล้วเดินตรงเขามาหา ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกสองเราแทบชิดกัน มันทำให้ผมอดหน้าแดงไม่ได้

“รู้แล้วรึยัง ว่ามุขคุณมันเลี่ยนขนาดไหน ถึงขั้นม้ามันอ้วกออกมาเลยนะ” เธอผละตัวออกห่างแล้วหัวเราะ ก่อนจะดันประตูออกอย่างไม่สนใจผมที่ขวางทางอยู่

ผมลูบแก้มตัวเองยังรู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่พวยพุงขึ้นมา ไม่นึกว่าเฮเลน่าจะกล้าทำแบบนี้ ก็แหม...ใช่ว่าผมจะไม่ชอบหรอกนะ แต่ปกติแล้วผมไม่ค่อยถูกสาวรุกเท่าไหร่ เพราะผมชอบเป็นฝ่ายรุกมากกว่า พอเธอรุกบ้างผมก็เขินน่ะสิครับ

“เอานี่ไป” เธอส่งคราดกับที่ตักขี้ม้าให้ผมในเวลาต่อมา “รบกวนคุณช่วยทำความสะอาดคอกแล้วกล่อมเจ้าตัวเล็กจนกว่ามันจะหลับด้วยนะคะ เพราะฉันเริ่มเพลียและคิดว่าจะไปนอนสักหน่อย พอดีฉันเห็นว่าคุณกำลังฟิตอยู่ ก็รับทำหน้าที่นี้แทนฉันด้วยแล้วกัน”

“ให้ผมกล่อมเจ้าตัวเล็กเหรอ” ผมทำหน้าเหวอ

“ใช่ค่ะ มันกล่อมไม่ยากหรอก ครึ่งชั่วโมงก็หลับแล้ว”

“แล้วผมจะได้อะไรเป็นการตอบแทน” ผมพยายามส่งยิ้มหวานๆ แต่เธอเรียกมันว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“คุณอยากได้อะไรเป็นการตอบแทนล่ะ” เธอขยับเข้าหาผมจนตัวเราเกือบจะชิดกัน จากนั้นก็เอียงหัวเล็กน้อยแล้วยื่นหน้าเข้ามาจนริมฝีปากของเราห่างกันแค่คืบ ก่อนพึมพำว่า “กู๊ดไนท์คิสเป็นไง”

“ได้แบบนั้นก็ดีสิ” ผมเอ่ยติดทะเล้น หัวใจเต้นโครม และเมื่อผมกำลังจะจูบเธอ เด็กสาวก็กลับผละตัวออกอย่างรวดเร็ว

“เปลี่ยนใจแล้ว” เธอเอ่ยอย่างลอยหน้าลอยตา “ผู้ชายมีเสน่ห์อย่างคุณ คงจะเบื่อกู๊ดไนท์คิสไปแล้วสินะ เพราะดูเหมือนคุณจะหว่านเสน่ห์ไปเรื่อยๆ งั้นฉันให้อย่างอื่นดีกว่า”

“ไม่ ผมไม่เคยเบื่อเลย” โพลงออกมาเสียงดัง เฮเลน่าหัวเราะขำขันอย่างมีชัย

“ฝันไปเถอะ คิดว่าฉันจะจูบคุณรึไง ผู้ชายบ้ากาม”

ตุบ!

เธอกระโดดเหยียบเท้าผมแล้วเดินจากไป ถ้ามือผมว่างนะก่อนหน้านี้คงคว้าเธอมาจัดการได้แล้ว แต่โชคช่วยที่ผมใส่รองเท้าผ้าใบแข็งแกร่งราวกับเตรียมการมาเป็นอย่างดี จึงไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่าผมเจ็บน้อยกว่าเมื่อกลางวันก็แล้วกัน แต่งานที่เฮเลน่ายกให้ผมนี่สิ เกินคำบรรยาย...ผู้หญิงอะไร แก่นแก้วจริงๆ

 

หลังจากทำงานแทนเฮเลน่าจนเสร็จ ผมจึงเดินเล่นภายในหมู่บ้านท่ามกลางบรรยากาศในยามค่ำคืนอันเงียบสงบอย่างเพลิดเพลิน ปากของผมยังฉีกยิ้มไม่ยอมหุบ สงสัยผมจะเจอดีเข้าแล้ว ที่ดันไปจีบคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมจนเกือบจะทัดเทียมผมขนาดนี้ (ยังไม่ยอมรับว่ามือตก) ผมเดินมาหยุดอยู่หน้าสุสาน เหลือบมองโคมไฟสองข้างทาง ซึ่งยังเป็นโคมไฟน้ำมันต้องอาศัยคนจุดแบบสมัยก่อน มันทำให้ผมนึกถึงหมู่บ้านของตัวเอง แล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ไม่สามารถหยุดผมเอาไว้ได้ ผมจึงเดินเข้าไปในนั้น สัมผัสบรรยากาศอันสุดแสนจะวังเวงและเปล่าเปลี่ยว แต่มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะโผล่มาได้บ้าง เหมือนตอนที่เรากำลังดูหนังผียังไงล่ะ

เพื่อคลายความเบื่อ ผมเดินอ่านชื่อบนป้ายเหนือหลุมฝังศพชื่อแล้วชื่อเล่า เดินผ่านมาเป็นแนวยาวอย่างลืมตัวไปว่าผมออกหากจากถนนของหมู่บ้านมาไกลจนมองไม่เห็นแสงไฟจากบ้านเรือน จนกระทั่งได้มาเจอกับต้นไม้ใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นบริเวณกว้าง เงาของมันที่ทอดทับลงมาบนผืนดินให้ความรู้สึกเหมือนกับผมกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับปีศาจร้าย แต่มันก็แค่ต้นไม้นั่นแหละนะ

“ท่าได้ขึ้นไปนอนบนนั้นคงจะสงบดี” ผมปีนขึ้นไปข้างบนแล้วมองหาที่เหมาะเจาะสำหรับเอนหลัง พอเจอแล้วก็รีบทิ้งตัวลงนอนพลางหลับตาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

ฟี้วววว!

เสียงลมที่กรีดร้องจนแสบแก้วหู พัดใบไม้จำนวนหนึ่งให้ร่วงหล่นลงจากต้นอย่างบ้าคลั่ง บ้างก็พัดมาตีหน้าผมจนต้องยกมือขึ้นมาป้องหน้าเอาไว้ แสงไฟจากตะเกียงสองข้างทางเดินดับวูบลงเหมือนถูกดูด จนกระทั่งความมืดเข้าครอบคลุมฟื้นที่จนมิด

กรอบกรอบ!

เสียงย่ำเท้าลงบนใบไม้ทำให้ผมตื่นตัวจนต้องลุกขึ้นนั่งยองยอ ก้มลงมองยังเบื้องล่างเพ่งสายตากวาดหาที่มาของเสียง

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”

เงาตะคุ่มมาหยุดอยู่ที่โคนต้นไม้ ร่างหนึ่งทรุดนั่งลงตรงนั้น ใจผมเต้นดังโครมคราม เพราะเมื่อก่อนหน้านี้ที่ผมมองไปตามเส้นทางเดินไม่พบว่ามีใครอยู่แถวนี้ด้วย

“ใคร”

เสียงหญิงสาวแหบพร่า เหมือนเจ้าตัวกำลังบาดเจ็บทักขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด ผมกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหาบุคคลที่เธอกำลังตั้งคำถามอยู่

พรึบ หมับ!

ผืนผ้าพุงขึ้นมารัดร่างผมเอาไว้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนมันจะดึงร่างผมลงจากต้นไม้

ตุบ  พรึบ!

 

           

            ยัยหนูแชอย่าเพิ่งนอกใจดันแคนไปหาหลุยส์นะคะ พลังนี้ดของหนูมันจี้ตูดพี่อยู่แต่พี่ต้องพักไว้ก่อนเพราะเรื่องหลุยส์กับดีแลนด์จะสปอยล์ดันแคนแล้ว 5555 แต่อยากอัพจังเลย TOT

           

            สาวๆ หลายคนคงจะชอบดันแคน หนุ่มน้อยคนนี้แก่แดดไร้พิษสง (จริงหรือ) กะล่อนไปนิด ลื่นอย่างกับปลาไหล แต่เท่าที่สังเกตุดูพักหลังดันแคนฝีมือตกชอบกล 555

 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,100 ความคิดเห็น

  1. #1006 Ast-si (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 08:58
      ฮา คอกม้า
    #1,006
    0
  2. #980 Love Actually (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 / 02:38

    Princess Yvonne Emoticons 33

    ~~ พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ เออ ชะรอยคงเป็นเนื้อคู่ ควรอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ แต่ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ใจนึกเชื่อเมื่อแรกเจอ ฉันและเธอคือคู่สร้างมา ~~

    หุ ๆ ๆ ๆ ๆ

    ถ้าไม่ใช่เนื่อคู่กันจริง ๆ เจ้คาเมรอนจะสามารถข้ามผ่านกาลเวลาแล้วมารักกับน้องดั้นได้เรอะ

    #980
    0
  3. #928 กาแฟ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 17:21
    ดันแคนเกือบเสียทีเฮเลน่าแล้วค่ะ  ><~  แต่จะมาให้กุ๊ดไนส์คิสกับดันแคน >/////////////<  กริ๊ดๆ ๆ ยอมไม่ได้ค่ะ ><~  เดี๋ยวให้นางเอกตัวจริงเค้างับคอเลย  ^^~
    #928
    0
  4. #498 fifteen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 15:02
    เฮ้ย!!อะไรอ่ะ
    #498
    0
  5. #459 -.........- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:38

    กี๊ส พี่นาต ยุ่นเองนะ ๆ
    ๕๕ +
    น้องดัน โอ้ย เจ้เลห์นักนะ แต่เฮเลน่า เจ้าเลห์กว่าอีก ๕๕
    แต่เอาเถอะ ยังไงก้รัก ! จุ้บ ๆ .

    #459
    0
  6. #164 boongkee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2552 / 20:44

    กรี๊ดดดดดด เจอเฮเลน่าเข้าไป หมดมุขเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    บรรยายกาศตอนนี้คิดว่าดูหนังผี หวีดร้อง = = น่ากลัว แต่น่าอ่าน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #164
    0
  7. #141 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552 / 09:51
    ดันแคนฝีมือตกจริงๆนะเนี่ย
    เทียบลูคัสไม่ติดเลยอ่ะ 
    อย่างนี้สงสัยลูคัสต้องช่วยสอนน้องหน่อยแล้ว
    #141
    0
  8. #139 fene_sun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 23:20
    ลื่นได้อีกนะเธอ - -"

    อย่างที่เฮเลน่าว่าแหละ มุกน่ะ เปลี่ยนบ้างเหอะ เลี่ยนเกิ๊น!!!!!!!!!!!!

    ps. ภาพลูค หล่อเว่อร์!!!!!!!!
    #139
    0
  9. #138 แมวเหมียว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 23:11

    นางเอกโผล่แล้ว ตื่นเต้นๆ สงสัยจะดุเหมือนลูคัสแน่เลย
    ระวังตัวนะน้องดั้น ฮ่าๆๆ

    #138
    0
  10. #136 I'm happy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 22:20
    5555+++  พี่นาตขา  ถ้าอย่างดันแคนไร้พิษสง  ยิ้มว่าโลกนี้คงมีแต่คนใสซื่อแล้วล่ะคะ
    #136
    0
  11. #133 !! :. KwaN .: !! (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 21:07
    ดันแคนเจ้าชู้มากมายเลยอะ
    #133
    0