Vampire Beauty เสน่ห์รักร้ายแวมไพร์สาวเจ้าเล่ห์

ตอนที่ 11 : Vampire Beauty 4: หญิงชรากับหนุ่มน้อยแห่งรัตติกาล [Part II]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 พ.ย. 53




Miley Cyrus : The Climb

เจ้าชายอัศวิน:::

 

ลูกชายคนนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป จะมีใครจับอารมณ์และความรู้สึกของหนุ่มน้อยได้ไหมน้อ >_< ตอนนี้นาตเริ่มขุดพล๊อตสำคัญมาได้บ้างแล้ว แต่อาจจะแต่งช้าหน่อยเพราะว่าควบพล๊อตของหลุยส์ กับดีแลน 555 บางทีพล๊อตระเบิดออกมาเลยกระโดดไปแต่งอีกสองเรื่องนั้น น้องดันเลยไม่ถูกอัพเดททุกวันเหมือนสมัยพี่ชายทั้งสอง นอกจากนั้นแล้วงานนาตค่อนข้างล้นมือเช่นกัน ได้แต่หวังว่าแฟนๆ ผู้น่ารักจะเข้าใจนะคะ

ขอบคุณแฟนนิยายหลายๆ ท่าน ที่แม้ว่าบางทีจะไม่มีนิยายมาอัพยังอุตส่าห์เข้ามาเม้น ล่าสุดมีนักอ่านไปอ่านเรื่องหลุยส์ตั้งสองรอบแหนะ อ่านเม้นท์น้องๆ แล้วปลื้มค่ะ 555 เพราะว่าเรื่องหลุยส์แต่งยากอีกแล้ว 555 สงสารลิลี่จัด TOT แต่ก็แต่ง (โรคจิตเนอะ 555)

http://i73.photobucket.com/albums/i227/Mcfly_Ultraviolet/Fearless_040609_2.jpg

นาตเปิด Poll ไว้ในหน้า MY ID อย่าลืมไปโหวตหน่อยนะคะว่า...

หนุ่มคนไหนใน [ตำนานแห่งคลีฟ] หรือ [Cleev Saga] จากบรรดาเรื่อง Vampire ... ทั้งหลายของ [เจ้าชายอัศวิน] ทำให้คุณอยากจะถวายทั้งตัวและหัวใจ?

 

 

 

Vampire Beauty 4: หญิงชรากับหนุ่มน้อยแห่งรัตติกาล [Part II]

 

เมื่อพ้นประตูบ้าน ข้าก็แทบจะถอยหลังกรูดกลับเข้าไปตามเดิม ทั้งยังชนร่างเจ้าเด็กนั่นเข้าอย่างจัง มือใหญ่ไม่เพียงแต่ประคองข้าไว้อย่างเดียว ทว่าเขาเอาแผ่นอกแนบติดกับหลังข้าก่อนจะเอื้อมมือมาโอบตัวข้าจนมิด ข้าพยายามยกมือขึ้นมาป้องแสงแดดจ้าที่สาดส่องดวงตา แต่เจ้าเด็กบ้าดันดึงหมวกลงมาปิดหน้าข้าจนมิด

“ถึงแม้ว่าแดดจะไม่ค่อยดีต่อคุณยายสักเท่าไหร่ แต่อากาศบริสุทธิ์จะช่วยทำให้คุณยายแข็งแรงเร็วขึ้น”

“เจ้ากำลังจะฆ่าข้าให้ตายทางอ้อมล่ะสิ”

“หากผมคิดจะฆ่าคุณ คงไม่ช่วยตั้งแต่แรก คุณน่าจะจำได้นะว่าคุณทักทายผมไม่ค่อยเป็นมิตรเลย”

“ข้าไม่ได้เลอะเลือนถึงจะจำไม่ได้ แต่เจ้ามันบ้าที่คิดจะพาข้าออกไปตากแดด”

“ผมบ้าก็ได้” เขาบอกพลางหัวเราะ ก่อนจะเดินไปยืนเบื้องหน้าข้าโดยหันหลังให้ เขาก้าวลงบันไดไปหลายขั้นแล้วย่อตัวลง “ขึ้นมาเถอะครับ ที่ๆ ผมจะยายไปมันไกล กว่าเราจะเดินไปถึงที่นั่นเดี๋ยวคุณยายจะใจขาดเอา”

“ใครว่าข้าจะไปกับเจ้า ข้าจะกลับไปที่สุสาน หลีกไปให้พ้นมือพ้นเท้า ก่อนที่ข้าจะอดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเหยียบเจ้าให้จมดิน”

“ฮ่าๆๆๆ อย่าขู่กันสิครับ ผมยิ่งกลัวอยู่” สีหน้าของเจ้าเด็กแก่แดดที่หันกลับมาไม่ได้แสดงว่ากลัวเหมือนที่ปากว่า ทั้งยังหัวเราะเยาะเย้ยข้าอีกด้วย จากนั้นเขาก็อุ้มข้าขึ้นหลังอย่างง่ายดาย ยัยแก่สองร้อยสิบปีที่กำลังอ่อนแรงจึงหมดปัญญาจะต่อสู้หรือแม้แต่ขัดขืน หากเป็นคนข้าคงไม่มีชีวิตอยู่ถึงอายุปูนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็อยากกลับไปเป็นหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดตามเดิม จะได้มีพลังสำหรับจับเจ้าเด็กนี่ทุ่มลงดินพร้อมฝังเขาไว้ในหลุม

 

“ฮี้” เสียงแหลมสูงซึ่งดังมาจากสัตว์สี่ขาที่เรียกว่าม้าปลุกข้าให้ตื่นขึ้นมา อากาศร้อนและสภาพที่อ่อนแอทำให้ข้าเพลียจนจำไม่ได้ว่าเผลอหลับไปบนหลังเจ้าเด็กแก่แดดตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไงเฮเลน่า สาวน้อยผู้กุมหัวใจดันแคน คุณพอจะแนะนำผมหน่อยได้ไหมว่าผมสามารถนำม้าของอลิซาเบธตัวไหนไปใช้ได้บ้าง รู้ไหมว่าคุณทำให้ผมรู้สึกอกหักจนอยากจะหนีไปไกลๆ แต่ติดอยู่ที่ว่าหัวใจมันฉุดรั้งผมเอาไว้ที่นี่ เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้คุณให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้”

น้ำเสียงทะเล้นกับสิ่งที่เขาพูดทำให้ข้าอยากเอาเข็มเย็บปากเขาเสียเหลือเกิน

“อารมณ์คุณไม่เหมือนคนอกหักเลยนะคะดันแคน เมื่อวันก่อนฉันได้ยินว่าคุณพาหญิงสาวเข้ามาในบ้านของคุณอลิซาเบธ วันนี้คุณเกเรถึงขั้นดักฉุดคนแก่มาด้วยเลยรึไงคะ” เสียงเด็กสาวฉายแววขบขัน ท่าทางเธอจะรู้เท่าทันเจ้าเด็กกะล่อนนี่เป็นอย่างดี

“เกเรที่ไหนกัน ผมกำลังจะพาคุณยายไปสูดอากาศชมวีวสวยๆ สักหน่อย คุณก็รู้ว่าร่างกายของมนุษย์ในวัยชราต้องการความสดใสมาหล่อเลี้ยงหัวใจมากกว่าวัยหนุ่มสาวหรือคนที่ยังอ่อนเยาว์ ไม่เช่นนั้นความโดดเดี่ยวยิ่งจะทำให้คนแก่เหี่ยวเฉาได้ง่าย”

“ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ ที่คนอย่างดันแคนยอมสละเวลาจีบสาวมาให้กับหญิงชรา”

“โธ่...แล้วคุณจะรู้ว่าผมเป็นคนดีกว่าที่คิด”

“งั้นสิ่งนี้ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่ฉันไม่เคยนึกถึงว่าคนอย่างคุณจะมี แต่ถ้าพูดถึงมุมเจ้าชู้กะล่อนล่ะก็ เรื่องนั้นคุณเก่งที่หนึ่งเลย”

“ไม่เพียงแต่เจ้าชู้และกะล่อน เจ้าเด็กนี่ยังทะลึ่งและเป็นพวกชอบฉวยโอกาสอีกด้วย” ข้าเสริม

“ใช่ค่ะคุณยาย”

“ทั้งยังเป็นเด็กเลี้ยงแกะ” ข้าบิดหูเจ้าเด็กประสาท เพราะไม่มีแรงจะทำอย่างอื่นได้อีกแล้ว

“โอ้ยๆ คุณยายครับ อย่าโหดนักซี่ ผมเจ็บนะ แค่แบกคุณยายไว้ก็หนักจะแย่อยู่แล้ว แทนที่จะได้รับคำขอบคุณกลับโดนต่อว่า น่าน้อยใจจริงๆ”

“งั้นเจ้าก็ปล่อยข้าลงสิเจ้าเด็กแก่แดด”

“คุณยายมาจากที่ไหนคะ” เด็กสาวถามข้าท่าทางยิ้มแย้มและเป็นมิตร “ดันแคนเขารู้จักกับคุณยายได้ยังไง”

“ที่สุสาน” ข้าตอบนิ่งๆ ขณะเจ้าเด็กเกเรปล่อยข้าลงยืน “เจ้าเด็กบ้านี่รุกรานถิ่นของข้า เราเลยรู้จักกัน จะบอกว่ารู้จักกันก็ไม่ใช่ เพราะเจ้านี่ถือวิสาสะพาข้ามาด้วยเอง ทั้งที่เรายังเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน”

ข้าว่าจะยกเท้าเตะเจ้าเด็กแก่แดดก็ดันจะเซล้มเอาให้ได้ ข้าเบื่อหน่ายร่างหญิงชรานี่เหลือเกิน ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจตนสักอย่าง

“คุณยายไปทำอะไรอยู่ที่นั่นคะ”

“ไปรดน้ำต้นไม้ที่หลุมฝังศพสามี” เสียงทะเล้นโพล่งออกมา

“ปากพล่อย” ข้าตวาด แต่มันกลับดังเหมือนเสียงแมวร้อง “สามีข้ายังไม่ตาย”

ข้าหมายถึงสามีของข้า...ในภพของข้า เขายังไม่ตาย แม้เจ้าเด็กแก่แดดนี่มาพูดพล่อยๆ เพื่อจะกรุเรื่องขึ้นมาสาธยายให้คนอื่นฟัง ข้าก็ไม่ต้องการที่จะได้ยินคำนี้

“คุณแต่งงานแล้ว” เจ้าเด็กบ้าเลิกคิ้วสูง

“แน่นอน”

“งั้นคุณก็เป็นมิสซิสบิวตี้”

“หมอนี่มันไม่ได้โง่อย่างที่ข้าคิดเอาไว้แหะ” ข้าหันไปขอความเห็นจากเด็กสาว

“นั่นน่ะสิคะ ประหลาดจัง” เด็กสาวหัวเราะเยาะ ส่วนเจ้าเด็กแก่แดดกลับทำหน้านิ่ง ขมวดคิ้วมองข้าเหมือนกับกำลังมีปัญหาให้ขบคิด สีหน้าไม่ได้ยิ้มแย้มอีกต่อไป

“ผมสามารถนำม้าตัวไหนไปใช้ได้บ้าง” เขาหันไปทางเด็กสาวท่าทีจริงจัง ไม่ทะเล้นเหมือนเมื่อครู่ ทั้งยังไม่มองดูข้าอีกด้วย

“ไทเกอร์ ตัวสุดท้าย”

“มันรับน้ำหนักคนสองคนได้ใช่ไหม”

“ได้สิ แต่คุณจะพาคุณยายไปที่ไหน ก็ระวังหน่อยล่ะ เพราะมันขี้กลัว”

“โธ่ ชื่อว่าไทเกอร์ ฟังดูเสียน่าเกรงขาม เกิดมาขี้ขลาดรึไงเนี่ย” เจ้าเด็กแก่แดดเดินไปตบต้นคอเจ้าสัตว์สี่เท้าชื่อว่าไทเกอร์ ก่อนจะหันหน้ามาทางข้า “คุณเคยขี่ม้าไหมมิสซิสบิวตี้”

“ข้าขี่มาก่อนเจ้าตั้งหลายร้อยปี” ข้าบอกพลางเดินเข้าไปหาเขา ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะขำขันจากเด็กสาว ที่ข้าคิดว่านางกำลังหัวเราะเยาะเจ้าเด็กกะล่อนนั่นอยู่

“ก็ผมไม่รู้นี่ครับ ว่าคุณยายเติบโตมาจากที่ไหน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าที่นั่นมีม้าให้คุณยายขี่รึเปล่า”

“เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรฉุกเฉินข้าพอจะสั่งมันได้ก็แล้วกัน แต่แรงข้าตอนนี้ไม่ได้มีมากพอที่จะคุมบังเหียนหรอกนะ”

“ผมแค่ถามดูเฉยๆ เพราะกลัวว่าคุณยายจะกรีดร้องเหมือนสาวๆ เวลานั่งอยู่บนหลังม้าหากไม่เคยขี่มันมาก่อน”

“ข้าไม่กรีดร้องให้เจ้ารำคาญหรอก ตกลงเจ้าจะพาข้าไปที่ไหนก็รีบพาไป แต่เจ้าต้องพาข้ากลับไปที่สุสานด้วย”

“ถ้าผมไม่พาคุณยายกลับไปที่สุสานล่ะ” นัยน์ตาคู่สีม่วงอ่อนอมเทาฉายแววเจ้าเล่ห์

“เจ้าคิดจะเล่นเล่ห์เหลี่ยมกับข้ารึหนุ่มน้อยแห่งรัตติกาล” ข้าถามพลางหรี่ตามองตอบ “แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าซึ้งถึงผลที่จะตามมาสำหรับคนที่ผิดสัญญาต่อข้า”

“ผมชักอยากรู้เหมือนกันแล้วสิ” ขยับยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินไปหยิบเบาะและบังเหียนมาจัดแจง

บรรยากาศระหว่างข้ากับเขาตรึงเครียดกว่าที่คิด และก่อนที่ข้าจะรู้สึกเหมือนถูกกวนใจไปมากกว่านี้ข้าจึงเลือกที่จะมองไปรอบๆ แทนที่จะจ้องดูว่าเจ้าเด็กบ้านั่นทำอะไร

เด็กสาวชื่อว่าเฮเลน่ากำลังป้อนนมลูกม้าตัวน้อย คนงานส่วนใหญ่กำลังทำความสะอาดฟาร์มกันอย่างขมักเขม้น พวกเขาดำรงณ์ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข เช่นเดียวกันกับตัวข้าเอง เพียงแต่ในยุคที่แท้จริงของข้า บ้านเมืองของเรากำลังร้อนเป็นไฟ ทำให้ข้าอดห่วงพี่ชายและพี่สะใภ้ไม่ได้ ไหนจะทายาทตัวน้อยในครรภ์ของนาง ที่จะมาเป็นผู้นำของพวกเราเหล่าแวมไพร์ ข้าอดถามตัวเองไม่ได้ว่าทำไม...

ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?

“มิสซิสบิวตี้” เสียงทุ้มเรียกข้าให้หันกลับไปมอง สีหน้าของเด็กหนุ่มที่จริงจังผิดวิสัย กับท่าทางสง่าผ่าเผยที่นั่งอยู่บนหลังม้า สะกดข้าไว้ในห้วงแห่งความคิด ดวงตาคู่สีม่วงอ่อนอมเทานั่นเหมือนมีอะไรบางอย่าง ที่พยายามจะบอกข้าเกี่ยวกับตัวเขา ราวกับว่าเขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำอันเลือนลางที่ข้าเคยมี แต่บัดนี้มันกลับเป็นสีขาวและว่างเปล่า

ใจของข้ามันกำลังโหยหาบางสิ่งบางอย่าง ที่แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่เข้าใจ เมื่อยามที่ต้องสบตากับหนุ่มน้อยหน้าใส ในยามที่เขาทำตัวเป็นผู้ใหญ่และดูน่าเกรงขาม

หนุ่มน้อยแห่งรัตติกาล เจ้าเป็นใครกันแน่

“คุณยายครับ คุณยายคงไม่ได้หลงเสน่ห์เด็กหนุ่มรุ่นเหลนหรอกนะฮะ เห็นจ้องหน้าผมเสียนานเชียว ผมเขินจนหน้าแดงหมดแล้ว” มุนปากของเขาขยับยิ้ม ดวงตาทอประกายสดใสปนทะเล้น

“คนอย่างเจ้าคงตีหน้านิ่งได้ไม่ถึงสิบห้านาที” ข้าพึมพำแล้วเดินเข้าไปใกล้เขา

เด็กหนุ่มโน้มตัวลงมาอุ้มข้าขึ้นไปนั่งซ้อนอยู่ด้านหน้าเขาอย่างง่ายดาย มือใหญ่โอบกอดข้าไว้ ก่อนเจ้าตัวจะหันไปก่อกวนเด็กสาวอีกครั้ง

“เอาไว้คุณยายอาการดีขึ้นเมื่อไหร่ หากผมมีเวลา จะเปิดโอกาสให้คุณได้ขี่ม้ากับผมบ้างเฮเลน่า ผมได้แต่หวังว่าคุณจะไม่นึกอิจฉาคนแก่อยู่ในใจ”

“ขอบคุณในความกรุณาค่ะมิสเตอร์คลีฟ แต่ดิฉันจะยินดีมากกว่าหากไม่ต้องอยู่ใกล้คุณไปมากกว่านี้” เฮเลน่าส่งยิ้มตอบกลับมา ก่อนจะส่ายหน้าแล้วทำหน้าที่ของเธอต่อไป

“ปฏิเสธหนุ่มหล่อมีเสน่ห์แบบผมจนหน้าหงายแบบนี้ คุณช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ สาวน้อย”

“ฉันยืนยันว่าสิ่งที่ฉันรู้ มันมากพอที่จะป้องกันตัวฉันให้อยู่ห่างจากคุณได้ค่ะดันแคน เชิญคุณออกเดินทางเถอะ คุณยายท่านเริ่มเพลียแล้ว”

“แล้วค่อยเจอกัน สุดที่รักของผม”

เจ้าเด็กนี่มันทั้งเจ้าชู้และทะเล้นจนน่าหมั่นไส้

“เวรกรรมอะไรของข้าที่จะต้องหลุดยุคออกมาเจอคนหลงตัวเองแบบเจ้าหมอนี่”

“เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาสต่างหากล่ะคุณยาย” คนปากดีกล่าวอย่างทะเล้น กอดข้าเอาไว้แน่นขณะบังคับม้าไปตามทางเดิน ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปในป่า

“สำหรับข้ามันคือเวรกรรมอยู่ดี”

“อย่ามองโลกในแง่ร้ายนักสิครับ เพราะการที่คุณมีผมมันคือโชคดีไม่ใช่หรือ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ในร่างหญิงสาวสวยตลอดเวลา แต่อย่างน้อยคุณก็สามารถดำรงณ์ชีวิตต่อไปได้” เขาบอกพลางหัวเราะ

ถึงแม้ว่าข้าจะไม่สามารถอยู่ในร่างของหญิงสาวได้ตลอดเวลาอย่างนั้นหรือ...

มันหมายความว่าอย่างไรกัน?

 

 

ไม่รู้ว่าสาวๆ พากันเดาอะไรไว้บ้าง อยากรู้เหมือนกันแต่สาวๆ อย่าเพิ่งเฉลยเลยนะเจ้าคะ รอให้เรื่องเป็นคนเฉลยเราทั้งหลายดีกว่า หากเนื้อเรื่องเฉลยแล้วตรงหรือไม่ตรงยังไง รบกวนบอกนังคนแต่งด้วย ตอนนี้กำลังคิดเหมือนกันว่าจะดำเนินเรื่องต่อไปยังไงดีให้จำนวนหน้าไม่น้อยเกินไปและไม่หนาเกินไปและพล๊อตสำคัญๆ ต้องเป็นยังไง 555 พล๊อตไม่แล่นปรีดเหมือนสมัยเซอร์คัสกับลูคัส แต่ก็แล่นอยู่เรื่อยๆ ค่ะ หวังว่าเนื้อเรื่องจะไม่มั่วเกินไป และสามารถแก้ไขปมปัญหาให้แฟนๆ ได้นะคะ

ขอบคุณค่ะ

 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,100 ความคิดเห็น

  1. #1000 Love Actually (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 23:30

    MAIMIXONG Emoticons 387

    ก๊อปเม้นท์เก่าที่เคยแปะไว้เมื่อสมัยชาติที่แล้วมาแปะใหม่ได้ป่ะ

    เม้นท์ที่ 236 น่ะ 555+

    น้องดั้นหลอกคนสาวในคราบของคนแก่ กร๊ากกก

    เอาเถอะ ๆ ก็มันทะเล้น ทะลึ่งตึงตังเสียขนาดนั้นนี่นา

    ไม่ว่าใครที่อยู่ใกล้ ๆ มัน ก็ต้องพากันปวดหัวกันไปเป็นแถบ ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

    #1,000
    0
  2. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 22:30
     บุพเพสันนิวาสก็นำพาเรามาพบกัน อุ๊ยเขิน>////<

    ดันแคนโหมดสะเทือนใจTOT
    เศร้าเลยไงรู้ว่าเขามีสามีแล้วอะ 
    แต่แหม เขามีสามาีแล้วก็ยังไม่วาย

    หน้าด้านได้ใจสุดไปเลยลูก5555
    #992
    0
  3. #932 กาแฟ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 21:23
    บิวตี้คนนี้แต่งงานแล้วเหรอค่ะเนี่ย  >?<  ไม่แน่นะค่ะ แฟนในภพโน้นอาจจะหน้าตาคล้ายดันแคน ^^~ แต่นางเอกของเราจำไม่ได้ซะงั้น  ><~  แต่ดันแคนหลุดบอกบิวตี้ไปนะค่ะ ว่าเป็นสาวไม่ได้ตลอด  >< ขอเดานะค่ะ เป็นสาวตอนกลางคืนแน่ๆเลยค่ะ  >///////////////<  หวานปากดันแคนเลยนะค่ะเนี่ย  >< อิอิๆ
    #932
    0
  4. #731 ~ KiM ~ (คิ้ม) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2552 / 15:00
    สูดอากาศชมวีว>>ชมวิว

    ผมเขินหน้าแดงหมดแล้ว" มุนปากของเขาขยับยิ้ม >> มุมปาก



    เดาเรื่องไม่ออกเลยแหะ

    ถ้าดันแคนเป็นสามีของ มิสซิสบิวตี้ แล้วไหงมาเป็นน้องชาย ลูคัส ละเนี่ย
    #731
    0
  5. #463 -.........- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 13:11
    > <  พี่นาต หนูเดาเรื่องไม่ออกแล้วจิง ๆ 
    บิวตี้มีสามีแล้ว แล้วเรื่องมันจะเปนอย่างไงละทีนี้  :(
    #463
    0
  6. #244 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2552 / 20:05

    ฮ่าๆ พี่นาตสนุกดีนะคะ
    แต่เดาไม่ค่อยออกแล้วหละ
    =_=;; มึนกะการเรียนมามากพอแล้ววว TOT

    #244
    0
  7. #240 ยมฑูตน้อย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2552 / 20:47
    หรือว่าดันแคนเป็นสามีของบิวตี้ในภพที่แล้วอ่ะค่ะ
    #240
    0
  8. #239 พัต (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2552 / 20:36
    สนุกมมากคะ



    เดาเรื่องต่อไม่ถูกเลย
    #239
    0
  9. #236 love actually (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2552 / 11:28
    อุแม่เจ้า มิสบิวตี้แต่งงานแล้ว เอาไงดีล่ะทีนี้ดันแคน



    แต่เดี๋ยวก่อน ระดับพี่นาตแล้วเนี่ยต้องมีอะไรมาลวงมาหลอกคนอ่านอีกแน่นอน ฟันธง!!



    คิดดูสิ ลูคัส คือ คาร์เมน พี่ชายของบิวตี้เมื่อสองร้อยกว่าปีที่แล้ว



    และ อลิซาเบธ ก็คือ ไดอาน่า พี่สะใภ้ของบิวตี้



    จึงอาจเป็นไปได้ว่า ดันแคน อาจจะเป็นสามีของบิวตี้ในยุคของเธอก็ได้



    น่าคิด ๆ
    #236
    0
  10. #235 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2552 / 21:37
    โอ้ว !!!!!!!  แต่งงานแล้ว
    แล้วจะเอางัยต่อจะพ่อหนุ่มดันแคน
    #235
    0
  11. #233 Kim Seeda (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2552 / 18:37
    โอ้แม่เจ้า บิ้วตี้แต่งงานแล้วววว....

    อย่างนี้ดันแคนไม่รับประทานแห้วเหรอไงเนี่ย
    #233
    0
  12. #228 Macize (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2552 / 00:33
    บิวตี้แต่งงานแล้ววววววว!!
    แบบนี้ก็เรียกบิวตี้เฉยๆไม่ได้แล้วนะสิ
    แล้วเรื่องมันจะเป็นไงเนี้ย
    แต่...มิสบิวตี้ค่ะจะเตะดันแคนนี้รอให้กลับร่างเดิมดีมัย
    ไว้เวลานั้นค่อยเอาคืนเขาว่าหัวเราะที่หลังดังกว่า
    ปล่อยให้ดันแคนน่ารักไปก่อน ^^
    #228
    0
  13. #227 boongkee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2552 / 23:11

    มิสซะริสบิวตี้ น่ารักมาก >O<

    ดันแคนนี่จะเอายังไงกันแน่ เดี๋ยวไปเหล่คนนู้น เดี๋ยวมาหยอดคนนี้

    มันน่าเตะก้นนัก แต่น่าเสียดายมิสซิสบิวตี้ทำไม่ได้ แล้วเราจะแหกนิยายเข้าไปเตะก็ไม่ได้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #227
    0
  14. #226 แมวเหมียว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2552 / 19:28
    โอ้ มิสบิวตี้จะเตะดันแคน ว๊ากก ขำๆๆ กรั่กๆๆ นึกภาพออกเลยอ่ะพี่นาต
    อ่านบทนี้แล้วรู้สึกว่าเนื้อเรื่องเข้าเค้าความสนุกแล้ว นางเอกน่ารักมากค่ะ
    แล้วดันแคนก็น่ารัก น่าหยิก ด้วย กรี๊ดๆ >[]<
    #226
    0
  15. #224 แมวคุงคุง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2552 / 18:30
    หนูดันเอ้ย -*-



    กี่สาวแล้วจ๊ะ



    มิสซิสบิวตี้แต่งงานแล้วเหรอ O_0!
    #224
    0
  16. #223 I'm happy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2552 / 17:26
    พี่นาตคะ ดันแคนนี่ก็ยังใหลเป็นปลาใหลเหมือนเดิม ขนาดโดน 1 สาวน้อย กับ อีก 1 สาวมากๆ รุม เค้าก็ยังเอาตัวรอดได้สบายเชียว
    #223
    0
  17. #220 CirCus & LuCas (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2552 / 15:32
    น้องหมวยสุดต๊อง< My.iD >
    ยังไม่ยับค่ะสาวน้อย ยังรอด

    แมวเหมียว< My.iD >
    อัพค่ะอัพ จะเกิดผล 555
    ปั่นจนผมหงอกแล้ว 555
    ขนาดแก่แล้วยังคงความน่ารักเอาไว้ได้
    เลิศมากแม่หญิงคาเมรอน

    nam_น้ำ< My.iD >
    อัพค่ะ พี่เพิ่งปั่นเสร็จ 555


    Àm âµ—«< My.iD >
    อัพแล้วจ้า หูอื้อเลย หนูตะโกนเรียกพี่รึเปล่า

    fene_sun< My.iD >
    แอ๊มบอกงว่าแกล้งคนแก่ไม่ดี
    แต่ดันแคนบอกว่า
    แกล้งคนแก่สนุกดี

    [,,yu - ï,,]< My.iD >
    ดันแคนตัวลอยแล้วค่ะหนูมาประกาศบอกรักขนาดนี้


    นักอ่านคนหนึ่ง
    เรื่องจะเป็นยังไงนั้นต้องคอยติดตามกันไปสักระยะค่ะ >O<
    หนูไม่ค่อยว่าไม่เป็นไร แค่แวะเวียนมาบ้างพี่นาตก็ดีใจแล้วค่ะ
    เข้าใจว่าเด็กๆ เปิดเทอมกันแล้วงานเยอะ







    #220
    0