บุปผา จันทรา ปักษา วารี (Yaoi)

ตอนที่ 58 : ภาค จอมใจวิหคเพลิง ตอนที่ 1: ฝาแฝด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    23 พ.ค. 60

 

บุปผา จันทรา ปักษา วารี ภาคจอมใจวิหคเพลิง ตอนที่ 1 ฝาแฝด

 

ในราตรีที่พายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องของวาโยสะท้อนก้องขุนเขา บนฟากฟ้ามิอาจมองเห็นดารา ดวงจันทราหลบเร้นอยู่หลังม่านเมฆ ปุยหิมะสีขาวร่วงหล่นราวกับจักทับถมกลืนกินพสุธา สายธาราจับแข็งเย็นยะเยือก ผู้คนได้แต่สวดภาวนาต่อเทพปักษา...ขอให้มหาวายุผ่านพ้นไปโดยเร็ว ขอความเหน็บหนาวจงเลือนหายไป ขอแสงแห่งทิวาฉายฉานคืนกลับสู่นคราแห่งปักษานคร!

 

ทว่าท่ามกลางมหาวาตภัยอันบ้าคลั่ง ภายในพระตำหนักใหญ่แห่งปักษีระนครกลับเงียบกริบแฝงไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด เมื่อสตรีวัยดรุณีแรกรุ่นแต่งกายด้วยชุดขาวของนักบวชกราบทูลเจ้าหลวงแห่งปักษีระถึงการประสูติของพระโอรสพระธิดาฝาแฝด...

 

สิดาพรให้กำเนิดฝาแฝดกระนั้นรึ?” องค์สดายุตรัสสำทับกับนักบวชหญิงผู้ทำหน้าที่เป็นพยานในการมีประสูติกาลของผู้เป็นชายา

 

            “เพคะ...พระชายามิเพียงประสูติเด็กฝาแฝดเท่านั้น พระธิดาแฝดผู้พี่ยังมีพระเกศาสีแดงเพลิง หากแต่พระเนตรบอดสนิท ส่วนพระโอรสปราศจากมนตราแลจิตรานุภาพใดๆ

 

นี่เจ้ากำลังจักบอกข้าว่า ลูกคนหนึ่งของข้ามีรูปลักษณ์เยี่ยงเทพวิหคแดง ซ้ำยังพิการตาบอด ส่วนอีกคนไร้สามารถไม่ต่างจากชนชั้นไพร่ ฮึ! ฝาแฝด!! สมกับเป็นเด็กแฝดอัปมงคล ช่างเป็นลางร้ายสิ้นดี!!” สุรเสียงทรงอำนาจดังก้องที่ประทับ บ่งบอกชัดถึงพระอารมณ์กริ้วโกรธาของผู้เป็นใหญ่แห่งปักษีระ

 

หามิได้เพคะฝ่าพระบาท โปรดอย่าเพิ่งทรงกริ้ว ยังมิแน่ว่าจักเป็นลางร้าย

 

"หากยังมิเรียกว่าลางร้ายจักให้เรียกว่ากระไร! ลูกคนโตก็เป็นหญิง ต่อมายังเป็นฝาแฝดที่ไม่สมประกอบ คนหนึ่งมีรูปลักษณ์ที่ต้องสาป! อีกคนแม้เป็นชายแต่กลับอ่อนแอเยี่ยงนางกำนัลคนหนึ่ง!!" องค์สดายุกริ้วโกรธจนพระพักตร์แดงก่ำ พระขนงดกหนาขมวดเข้าหากันจนชิด

 

"ผู้ใดอยู่ด้านนอก! จงไปเร่งตามหัวหน้านักบวชมาบัดเดี๋ยวนี้!" สุรเสียงทรงอำนาจดังก้องดุจอัสนีบาต ส่งให้นายทหารที่เฝ้าอยู่หน้าพระทวารสะดุ้งโหยง ก่อนจะละล่ำละลักขานรับพระบัญชาแล้วจึงรีบเร่งไปเชิญตัวหัวหน้านักบวชประจำวิหารเทพปักษา

 

            ครั้นพอนักบวชเฒ่านักมาถึงที่ประทับจอมบดินทร์ ร่างชราผอมเกร็งในอาภรณ์สีขาวเรียบง่ายก็พลันคุกเข่าอยู่เบื้องหน้านักบวชสตรีผู้เป็นศิษย์

 

            "ถวายพระพรองค์เหนือหัวพะย่ะค่ะ"

 

            "กลทีบ์...ศิษย์ของท่านกล่าวว่าเด็กแฝดที่ถือกำเนิดเกิดมามิใช่ลางร้าย ข้าอยากฟังจากปากของท่านถึงคำทำนายดวงชะตาของเด็กแฝด"

 

เมื่อได้ยินถ้อยรับสั่งของเจ้าเหนือหัว นักบวชเฒ่าพลันทอดถอนใจยาว แม้นจักรู้ล่วงหน้าว่าที่ถูกเชิญมานั้นเป็นด้วยเหตุอันใด ถึงกระนั้นท่านผู้เฒ่าก็ยังอดที่จะรู้สึกไม่สบายใจมิได้

 

            "พระอาญามิพ้นเกล้า ตั้งแต่ที่กระหม่อมรับหน้าที่หัวหน้านักบวชและนักอ่านดาราประจำราชสำนักมากว่าสาบสิบปี กระหม่อมมีหน้าที่เพียงให้คำปรึกษาชี้แนะเท่านั้น ได้โปรดทรงเชื่อกระหม่อมด้วยเถิดพะย่ะค่ะ ว่ามติแห่งฟ้ามิควรถูกเปิดเผย หาไม่แล้วสิ่งที่มิควรรู้อาจนำมาซึ่งเหตุร้ายเภทภัยได้พะย่ะค่ะ"

 

            "ฮึ!! ข้าก็อยากรู้นักว่าจักมีกระไรร้ายแรงไปกว่านี้อีก หากท่านไม่บอกออกมา นักอ่านดาราที่มิเอ่ยคำทำนายก็หามีประโยชน์อันใดไม่ ข้าจักสั่งประหารให้หมด"

 

            "ฝ่าพระบาท...เหตุใดพระองค์จึงดื้อรั้นเยี่ยงนี้" นักบวชเฒ่าส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยมิอยากเชื่อว่าเจ้าเหนือหัวผู้โอบอ้อมอารีที่ตนเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยจะมีพระนิสัยที่เปลี่ยนไปมากมายถึงเพียงนี้

 

            "กลทีบ์...ข้าทำไปทุกอย่างก็เพื่อปักษีระ ต่อให้ต้องฝืนมติฟ้าหรือต้องกลายเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต ข้าก็จักทำ ดังนั้นจงบอกข้ามาว่าดวงชะตาของเด็กฝาแฝด...ของลูกๆ ข้า จักทำบ้านเมืองวิบัติหรือไม่?"

 

            ท่านผู้เฒ่าระบายลมหายใจหนักๆ อีกครั้ง "ทูลฝ่าพระบาท ที่ลูกศิษย์ของกระหม่อมกราบทูลไปนั้นหาใช่เรื่องโป้ปดไม่ ด้วยเจ้าหญิงเจ้าชายฝาแฝดทรงมีดวงชะตาที่ผิดแผกแตกต่างจากเด็กแฝดที่ถือเป็นลางร้ายทั่วไป เพราะองค์หนึ่งไร้ซึ่งชะตาลิขิต อีกองค์กลับแบกรับสองลิขิตให้เลือกเดินพะย่ะค่ะ

 

            "ว่าต่อไป...กลทีบ์" องค์สดายุสดับด้วยความตั้งพระทัย พินิจพิจารณาทุกถ้อยคำของนักบวชผู้เป็นนักอ่านดาราประจำราชสำนัก

 

            "ผู้ที่น่าจักแตกดับ กลับมิแตกดับ ย่อมไร้ซึ่งชะตาลิขิต” นักบวชเฒ่าหลับตาลงนึกถึงภาพของดวงดาราบนฟากฟ้ายามที่พระชายาได้ประสูติพระโอรสพระธิดาฝาแฝด แล้วจึงกราบทูลต่อไปอีกว่า...

 

            "ฝ่าพระบาทดาราประจำองค์เจ้าหญิงหาได้ส่องแสงไม่ อีกทั้งรูปลักษณ์เยี่ยงเทพวิหคแดงซึ่งว่ากันว่าต้องคำสาปนับแต่ครั้งมหาสงครามศักดิ์สิทธิ์นั้น ช่างขัดกับวิถีแห่งดาราของเจ้าหญิงน้อยโดยสิ้นเชิง

 

            "แล้วชะตาของแฝดผู้น้องเล่าเป็นเยี่ยงไร?"

 

            "เพลานี้แสงแห่งดาราของเจ้าชายน้อยนั้นงามเจิดจรัส แต่กลับค่อยๆ ถูกแบ่งแยกเป็นสองด้วยดาวเมืองแลดาวแห่งความรัก..." ร่างชราหยุดเว้นสูดหายใจเข้าลึก ด้วยสิ่งที่ตนกำลังจะเอ่ยออกไปนั้นอาจกลายเป็นสิ่งที่กำหนดลิขิตที่แยกเป็นสองให้เหลือเพียงลิขิตเดียว...

 

            "หากเจ้าชายน้อยเลือกวิถีแห่งกษัตริย์ ดวงชะตาจักส่งเสริมให้ชะตาเมืองรุ่งโรจน์ ทว่าแสงดาราประจำองค์จักหมองหม่นด้วยเจ้าชายจักต้องตรอมตรมไปชั่วชีวิต...แต่หากเจ้าชายทรงเลือกวิถีแห่งความรักปักษีระจักถึงคราววิบัติย่อยยับพะย่ะค่ะ" สิ้นคำพยากรณ์ สีหน้าของนักบวชเฒ่าพลันซีดเซียวด้วยหมองเศร้า

 

            "อินทรา..." สุรเสียงทรงอำนาจตรัสเรียกนักบวชสตรีผู้เป็นศิษย์เอกของหัวหน้านักบวช

            "เพคะ"

 

            "เจ้าจงจดบันทึกว่า...ธิดาแห่งข้า...เจ้าหญิงแฝดผู้พี่ ผู้มีรูปลักษณ์ต้องสาปนั้นแตกดับตั้งแต่ประสูติกาล ไร้ซึ่งนามให้จารึก ผู้ใดที่กล่าวขานถึงเจ้าหญิงองค์นี้ให้ประหารสิ้นมิมียกเว้น"

 

            "ฝ่าพระบาท...อย่าได้ทรง..." นักบวชสาวเอ่ยท้วงได้เพียงเท่านั้น องค์สดายุก็ตรัสขัดขึ้นมาทันที

 

            "ในเมื่อนางมีชะตาที่ต้องแตกดับอยู่แล้ว ก็ให้เป็นไปเยี่ยงนั้น...ธีโยเร ท่านคงได้ยินเรื่องราวทุกอย่างแล้วกระมัง?" ประโยคท้าย จอมบดินทร์หันไปตรัสกับเงามืดที่มุมหนึ่งใกล้กับโต๊ะทรงพระอักษร

 

            "ข้าได้สดับทุกถ้อยวจีแล้ว จอมคนแห่งปักษีระเอ๋ย แต่ข้ามีฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์เท่านั้น หาได้มีอำนาจแทรกแซงกิจอันใดของปักษีระไม่ ตราบใดที่มิมีผลกระทบต่อดายิกา"

 

            ผู้เฝ้ามองเหตุการณ์ในเงามืดพลันเผยโฉมหน้า อุ้งเท้าปุกปุยสีของดุจหิมะก้าวออกจากเงามืด นัยน์ตาสีเขียวดุจอัญมณีแวววาวล้อแสงเทียนที่ถูกจุดให้ความสว่างไสวในยามที่ทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายจักมืดมนอันธกาล

 

            "ข้าจักยกธิดาฝาแฝดให้กับท่านนำกลับไปยังแดนภูตรา แต่หากท่านไม่รับนางไว้ ข้าจักสังหารนางกับมือ"

 

            "ลูกมนุษย์จักถูกบิดาสังหาร ก็หามีส่วนใดเกี่ยวข้องกับภูตราไม่ ข้าเคยให้สัญญาต่อท่านว่าจักเป็นเพียงผู้เฝ้ามองความเป็นไป ก็จักเป็นเพียงผู้เฝ้ามองเท่านั้นไม่มากหรือน้อยกว่านี้" ภูตหมาป่าสีขาวตอบกลับเฉยชา นัยน์ตาสีเขียวสงบนิ่งมิมีแววหวั่นไหวใดๆ

 

            เมื่อองค์สดายุได้สดับคำปฏิเสธจากภูตหมาป่า พระองค์มิได้ตรัสสิ่งใดออกมาอีก จอมบดินทร์เพียงหยิบพระแสงดาบที่แขวนอยู่ข้างฝาผนัง จากนั้นสาวพระบาทก้าวยาวๆ ไปยังห้องบรรทมของผู้เป็นชายา โดยมีธีโยเร ภูตหมาป่าสีขาวย่างเท้าติดตามอยู่เบื้องหลัง

 

            "ท่านอาจารย์...ท่านจักมิทักท้วงฝ่าบาทหรือเจ้าคะ เรื่องนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้ว หากภูตราไม่รับเจ้าหญิงน้อยไว้ ก็ขอให้ทรงมอบให้แก่วิหารเทพรับไว้ดูแลเถิดเจ้าค่ะ" ผู้เป็นศิษย์เอ่ยร้อนรน ด้วยชะตาพระชนม์ชีพของเจ้าหญิงแฝดผู้พี่ที่นางได้เป็นพยานในการประสูตินั้นใกล้จักถูกปลิดปลง ซ้ำยังด้วยน้ำมือของผู้ให้กำเนิด!

 

            "อินทรา...ดวงชะตาของเจ้าหญิงนั้นแตกดับมาตั้งแต่ต้น แต่ที่ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่นั้นนับว่าปาฏิหาริย์แล้ว ในเมื่อพระนางถือกำเนิดมาโดยไร้ซึ่งชะตาลิขิตแห่งฟ้า ก็คงจักมีเพียงพระนางเท่านั้นที่จักเป็นผู้ลิขิตชะตาตนเอง และเหนือสิ่งอื่นใดสถานที่ที่จักสามารถปิดบังรูปโฉมอันผิดแผกแตกต่างของเจ้าหญิงได้อย่างแนบเนียนที่สุดก็มีแต่ภูตราเท่านั้น...นี่คือความรักเพียงหนึ่งเดียวที่องค์เหนือจักประทานให้แด่ผู้เป็นธิดาต้องสาปได้"

 

            ....แล้วความรักที่ทรงจักมอบให้เจ้าชายแฝดผู้น้องเล่าคือสิ่งใดกันเหนือหัวแห่งข้า

            ชะตากรรมของเจ้าชายน้อยต่างหากเล่าที่นักบวชเฒ่าได้แต่หวาดวิตก

 

            "เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ศิษย์เข้าใจความนัยแล้ว"

xxxxxxx

 

ภายในที่ประทับชั้นใน ห้องพระบรรทมพระชายาสิดาพร...เปลวไฟจากเตาผิงถูกจุดเพื่อให้ความอบอุ่น โคมดวงน้อยสาดแสงสีส้มนวลลออทาบทับร่างบอบบางที่ทอดกายกึ่งนั่งกึ่งนอนหลังผ่านช่วงเพลาอันเจ็บปวดทุกข์ทรมานของการให้กำเนิดบุตร

 

            วงแขนเรียวขาวดุจหิมะแรกแย้มของฤดูกำลังโอบอุ้มธิดาแฝดผู้พี่ด้วยความรักทะนุถนอม ดวงพักตร์งามซีดเซียวจากการเสียโลหิตจำนวนมากแย้มยิ้มอย่างเศร้าๆ ยามที่พระเนตรงามซึ้งทอดมองสบนัยน์ตาสีน้ำตาแดงของทารกน้อยที่แม้จักสวยงามใสกระจ่างทว่ากลับมิอาจสะท้อนสิ่งใดนั้น หัวใจของผู้เป็นแม่ได้แต่บิดเกร็งด้วยความรวดร้าว

 

            จากนั้นพระนางสิดาพร ทรงเอื้อมหัตถ์ลูบไล้แผ่วเบาที่พวงแก้มแดงระเรื่อของโอรสแฝดผู้น้องที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่ข้างพระองค์บนแท่นพระที่

 

            "สิดาพร ลำบากเจ้าแล้ว" องค์สดายุกล่าวด้วยสุรเสียงอ่อนลง ยามที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรชายาอันเป็นที่รักทะนุถนอมทารกน้อยทั้งสองเพียงใด

 

"หากท่านคิดจักพรากลูกน้อยไปจากอกหม่อมฉัน พระองค์ก็ทรงพรากชีวิตของหม่อมฉันไปด้วยเถิดเพคะ" พระชายาสิดาพรผู้บอบบางราวแก้วเจียระไนกลับหาญกล้ากล่าวข่มขู่ผู้เป็นใหญ่แห่งปักษีระ

 

            "เพื่อปักษีระแล้ว เจ้าคิดว่าข้ามิกล้าเชือดเฉือนหัวใจตนเองทิ้งกระนั้นรึ?"

 

            "หม่อมฉันรู้จักฝ่าพระบาทดีเพคะ ถ้าเพื่อแผ่นดินแล้วไซร้พระองค์สามารถสังหารหม่อมฉันได้โดยมิลังเลแม้แต่น้อย ดังนั้นหม่อมฉันจึงมิคิดอ้อนวอนพระองค์ใดๆ เพคะ" พระนางสิดาพรเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคงไม่มีความตัดพ้อเจือในน้ำเสียงแม้แต่น้อย ส่วนพระเนตรคู่งามก็จ้องสบประสานกับพระเนตรคมกริบดุดันของผู้เป็นสวามี โดยหาได้มีแววหวาดหวั่นแต่อย่างใดไม่

 

            พอได้สดับน้ำเสียงอันไพเราะ ทว่าถ้อยวาจาห้าวหาญเกินสตรีของผู้เป็นชายา ผู้เป็นสวามีจึงได้แต่กำด้ามพระแสงดาบแน่นจนเห็นข้อขาว

 

            "ดี ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเยี่ยงนั้น ข้าจักทำตามใจเจ้า"

 

            จบคำ องค์สดายุเตรียมจะชักดาบออกจากฝัก ทว่าภูตหมาป่าสีขาวในร่างมนุษย์กลับสาวเท้าเข้ามาขวางกลางระหว่างสองสามีภรรยาผู้ทรงศักดิ์

 

            "ช้าก่อน องค์สดายุ...ข้าเปลี่ยนใจจักนำทารกน้อยกลับไปยังแดนภูตรา"

 

            "เหตุใดจึงคิดเปลี่ยนใจ ในเมื่อท่านยืนกรานหนักแน่นแล้วว่ามิขอยุ่งเกี่ยว" เจ้าหลวงแห่งปักษาทรงเขม่นมองร่างมนุษย์ของภูตหมาป่าหนุ่มที่น้อยครั้งจักทรงได้พบเห็นธีโยเรในรูปลักษณ์เยี่ยงนี้

 

            "ชาวภูตก็เป็นเยี่ยงนี้แหละท่าน หากมิคิดสนใจเรื่องใดต่อให้พวกท่านเข่นฆ่ากันตรงหน้า ข้าก็มิคิดจักสอดแม้แต่น้อย แต่ในทางกลับกันหากชาวเราสนใจเรื่องใด หรือแม้แต่แค่สบตากันเพียงครั้งเดียวแล้วเกิดต้องชะตากัน..." ธีโยเร หันหน้าไปจ้องสบตากับทารกน้อยในอ้อมแขนของผู้เป็นมารดาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนหันมาสบประสานกับนัยน์ตาคมดุดันของจอมคนแห่งปักษีระ พร้อมกับท่าทีคล้ายจะแย้มยิ้มน้อยๆ "ต่อให้ต้องสังหารท่านที่ตรงนี้เพื่อนำทารกน้อยกลับไป ข้าก็มิคิดจักลังเลเฉกเช่นกัน"

 

            "สิดาพร เจ้าจักว่าอย่างไรหากท่านธีโยเรจักนำนางไปยังแดนแห่งภูต" เจ้าหลวงแห่งปักษีระเอ่ยเสียงอ่อนลง พลางปล่อยหัตถ์หนาจากดาบพระแสงดาบ

 

            "ขอบพระทัยเพคะ ที่ทรงยังเหลือความรักให้กับลูกน้อยผู้น่าเวทนาคนนี้" พระนางสิดาพรทรงโอบกอดพระธิดาน้อยแนบอุระอย่างอ่อนโยน พร้อมกับหลั่งหยาดอัสสุชลด้วยความตื้นตันแลโศกเศร้าต่อการพลัดพรากจากลูกน้อย

 

            "นางมีนามว่ามยุเรศ แม้ว่าปักษีระจักมิได้จารึกนามนี้ไว้ แต่ขอให้ท่านโปรดบอกต่อนางด้วยว่า...นางถือกำเนิดที่ใด มีศักดิ์เยี่ยงไร แลบิดามารดารักนางเพียงไร ที่ต้องยอมส่งนางไปยังภูตราก็เพื่อความปลอดภัยของนาง โปรดบอกด้วยว่าข้ารักนางเหลือเกิน...ท่านธีโยเร" ว่าแล้วพระนางก็สะอื้นฮักกันแสงจนร่างสะท้านราวกับจะขาดพระทัย แม้แต่คนใจแข็งดังหินผาเยี่ยงจอมคนแห่งปักษีระอย่างอดที่จะสะท้อนใจ แลสาวพระบาทเข้าใกล้ผู้เป็นชายาเพื่อจักปลอบโยน

 

            ทว่าองค์สดายุยังมิทันได้ดึงรั้งร่างบอบบางเข้ามาในอ้อมกอด ร่างเล็กๆ ก็วิ่งถลาตัดหน้าร่างสูงใหญ่ ก่อนโถมกายเข้าหาผู้เป็นพระมารดา แลน้องชายน้องสาวที่เพิ่งเกิดลืมตาดูโลก

 

            "เจ้าแม่เหตุใดจึงทรงกันแสงถึงเพียงนี้เพคะ" เสียงใสเอ่ยอย่างร่าเริง ดวงตาเป็นประกายงดงาม ก่อนที่ริมปากเล็กสีชมพูจะหอมที่แก้มฟอดใหญ่ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของผู้เป็นมารดา "ขอเทพปักษาทรงปัดเป่าความเจ็บใดๆ ให้หายไปเพคะ...อ๊ะ น้องๆ ตัวเล็กจัง ขอบพระทัยเพคะเจ้าแม่ที่ประทานน้องๆ ให้หญิงถึงสองคน"

 

            ว่าแล้วเจ้าหญิงยามาระตีในวัยสิบชันษา ก็ทรงหอมแก้มน้องชายน้อยหญิงฟอดใหญ่คนละฟอด จากนั้นเมื่อพบว่านอกจากเจ้าพ่อกับเจ้าแม่และน้องๆ แล้ว ยังมีร่างสูงของบุรุษหนุ่มผู้มีเกศายาวสีของดุจหิมะ ใบหน้างดงามชวนตะลึง นัยน์ตาสีเขียวราวกับมรกต

 

            "ท่านธีโยเร?" เสียงใสเอ่ยถามคล้ายมิแน่ใจว่าคนตรงหน้าใช่ภูตหมาป่าสีขาวที่ว่ากันว่าสามารถแปลงเป็นมนุษย์ได้ที่พระมารดาเคยเล่าให้ฟัง

 

            "ถูกแล้วเป็นข้าเอง" ภูตหมาป่าเอ่ยยิ้มๆ ยิ่งส่งให้ดวงหน้านั้นหล่อเหลานุ่มนวลชวนตะลึง

 

            "ข้าคิดถึงท่าน" เจ้าหญิงน้อยทรงลงมาจากแท่นบรรทม ก่อนสวมกอดร่างสูงผู้งดงามอย่างไร้เดียงสาเฉกเช่นเดียวกับที่เคยกอดร่างหมาป่าสีขาว "ท่านจักอยู่ที่นี่จนสิ้นสุดฤดูหนาวได้หรือไม่"

 

            "ข้ากำลังจักจากไป พร้อมกับน้องสาวของเจ้า" ธีโยเรย่อกายลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับสหายตัวน้อย

 

            "ท่านจักนำน้องข้าไปที่ใดแล้วทำไมต้องนำไปด้วย" เจ้าหญิงยามาระตีเบะพระโอษฐ์คล้ายจะกันแสงออกมา หากแต่นางถูกบิดาสั่งสอนมิให้หลั่งน้ำตาต่อหน้าผู้ใด

 

            เมื่อได้สดับคำถามไร้เดียงสาของธิดาองค์โต พระนางสิดาพรก็ยิ่งให้เสียพระทัย มิรู้จักบอกกล่าวอย่างไรแก่บุตรสาว ทว่าภูตหมาป่ากลับเป็นผู้กล่าวแทนให้ด้วยท่าทีสบายๆ

 

            "น้องสาวของเจ้าป่วยไข้ด้วยโรคประหลาดดั่งต้องคำสาป หากมินำไปรักษาที่ภูตรานางอาจแตกดับได้ อีกทั้งเรื่องนี้เป็นความลับของเหล่าภูตหากเจ้าแพร่งพรายเรื่องของน้องสาวออกไปการรักษาจักมิได้ผล เข้าใจหรือไม่ว่าการกล่าวถึงเรื่องน้องสาวจักทำให้นางมิอาจรอดชีวิต" น้ำเสียงเรียบเรื่อยไพเราะราวกับดนตรีของภูตหนุ่มกลับทำให้ เจ้าหญิงน้อยขวัญผวา ร่างเล็กๆ พยักหน้ารับถี่ๆ

 

            "ข้าจักมิพูดถึงนางแม้แต่คำเดียว"

 

            "เด็กเอ๋ย เมื่อน้องสาวแฝดผู้พี่จากไป จงมอบความรักให้แฝดผู้น้องทดแทน เพื่อที่น้องชายของเจ้าจักมิเดียวดายมิว่าจักต้องทนทุกข์เยี่ยงไรในภายภาคหน้า"

 

            เจ้าหญิงน้อยมิใคร่เข้าใจนักถึงความนัยที่แอบแฝง หากแต่ยามาระตีก็จดจำความนั้นจนขึ้นใจ และถึงอย่างไรเจ้าหญิงน้อยก็ทรงเหลืออนุชาเพียงผู้เดียว นางย่อมมอบความรักที่เหลือทั้งหมดให้น้องน้อยอย่างมิต้องสงสัย

 

            "สิดาพร...ข้าสัญญาว่าจักดูแลมยุเรศให้ดี แม่หญิงโปรดวางใจเถิด" ธีโยเรกล่าวพลางสืบเท้าไปข้างแท่นบรรทม

 

            "ท่านมิคิดจักอุ้มเด็กผู้นี้สักครั้งกระนั้นรึ?" ผู้เป็นชายาเอ่ยตัดพ้อสวามี

 

            องค์สดายุจึงเป็นผู้รับธิดาน้อยจากอ้อมอกมารดา ก่อนยื่นส่งให้ภูตหนุ่ม

 

            ธีโยเรรับทารกไว้ในอ้อมแขน ก่อนเอ่ยภาษาโบราณว่า... "กลับแดนภูตรา"

 

            ทันใดนั้นบริเวณพื้นที่ภูตหนุ่มยืนอยู่นั้นพลันปรากฏวงเวทเรืองแสงสีเขียวที่กอปรด้วยอัขระโบราณยากแก่การถอดความวงหนึ่ง

 

            "ลาก่อน หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก" สิ้นคำ ภูตหมาป่าพร้อมกับทารกน้อยนามมยุเรศก็เลือนหายไปพร้อมวงเวท

โปรดติดตามอ่านในตอนที่ 2 ต่อเลยนะคะ
เม้นท์ด้วยนะจ๊ะ
^^ เพราะภาคนี้คนเขียนแอบกดดันอ่ะ กดดันตรงไหนต้องอ่านตอนต่อไปนะจ้ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

6,257 ความคิดเห็น

  1. #6150 lynxhex (@qztksnw) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:46
    คิดถึงท่านธีโยเรรรรร มาคีธีโยเรของน้องต้องมาเป็นแพคคู่ ฮือออ
    #6150
    0
  2. #5968 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 13:12
    ชะตากรรมโหดร้ายมากT.T
    #5968
    0
  3. #5931 ด้วยโปรดบอกหนทาง (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 18:12
    แค้นมาก ไม่มีตังอ่าน ต้องข้ามมาอ่านถึงนี้ อยากอ่านอะ



    มีใครเข้าใจกูบ้างกูอยากกอ่าน



    เข้าใจไหม กูอยากอ่าน



    (บอกมาสิ้ ซื้อไได้ที่ไหนมั้ง ) ebook มีขายยัง
    #5931
    0
  4. #5680 nc23 (@nc23) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:03
    ซับซ้อนอ่ะ-น่าติดตามมากๆ เกือบได้หนังสือละ--แต่ทนไม่ไหว
    #5680
    0
  5. #5679 nc23 (@nc23) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:03
    ซับซ้อนอ่ะ-น่าติดตามมากๆ เกือบได้หนังสือละ--แต่ทนไม่ไหว
    #5679
    0
  6. #5101 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 14:29
    โหยยยยยยยยย
    #5101
    0
  7. #4901 MaliLa 111 (@rosemary111) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 07:10
    ตามจ้ากำลัวสนุกเลย
    #4901
    0
  8. #4431 KiHae SJ SN (@w239k218h1510) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:58
    ชะตาสองแฝดน่าสงสารอ่ะ แทบไม่กล้าอ่านต่อ
    #4431
    0
  9. #4389 aj68 (@ai68) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:11
    เหอะ ๆ ๆ มยุเรศน่าสงสารอ่ะ TT
    #4389
    0
  10. #4207 ลูกหมู (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 02:47
    ขอบคุณที่มีนิยายเรื่องดีๆ มาให้อ่านค่ะ
    #4207
    0
  11. #4161 -No Name- (@pratong-noi) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 23:24
    ทิวทิวจะเป็นยังไงเนี้ย เป็นห่วงจังเลย
    #4161
    0
  12. #3827 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 12:42
    นางจะเป็นนักทำนายในอนาคต
    #3827
    0
  13. #3675 iphone-pp (@iphone-pp) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 16:35
    มยุเรศคือคนที่ทำนายอะไรนั่นในภาคที่แล้วรึเปล่าอ่า หรือเราจำผิด ตัวละครเยอะจัด 55555555

    ภาคนี้เค้าลางดราม่าลอยมาแต่ไกลเลย โฮฮฮฮ
    #3675
    0
  14. #3568 คิริอัส (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 00:28
    ภาคนี้ต้องดรามาสุดๆ แน่เลย รอคอฉากหวานๆอย่างมความหวัง



    อะไรๆก็คงจะกระจ่างขึ้นมาเรื่อยๆสินะ



    คนแต่งยังแต่งได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิมเปน กลจ ให้มากๆๆๆ คะ
    #3568
    0
  15. #3539 kawhom (@july24) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 18:12
    เรื่องนี้ย้อนเริ่มต้นตั้งแต่มยุเรศเพิ่งเกิดเลย
    #3539
    0
  16. #3536 Beebeewondercream (@anglebee) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 07:54
    สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้คนเขียนเสมอค่ะ
    #3536
    0
  17. #3433 ►thou₩an¿¡◄ (@chocola-snow) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 20:16
    ทำไมชะตาชีวิตถึงน่าเศร้าแบบนี้;----------;//
    เอาใจช่วยน่อ
    #3433
    0
  18. #3397 nomkhon (@nomkhon) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 00:01
    มันน่าเศร้าอะไรเยี่ยงนี้นะ

    องค์ชายต้องมีสองทางเลือก องค์หญิงกลับไม่มีตัวตน อร๊ายยยย ดราม่าจริง
    #3397
    0
  19. #3383 นะโม (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 10:57
    โห แอบเศร้านะเนี่ย ชะตาชีวิตไม่อาจลิขิตได้
    #3383
    0
  20. #3353 LAST (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 00:09
    มาแล้วๆ อ๊ากกกกกก แอบคิดถึงองค์นาคินทร์
    #3353
    0
  21. #3313 YoK_ (@yokdevil) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:45
    อ้ากกกกกจะเศร้าไปไหนเนี่ย 
    #3313
    0
  22. #3296 'm yours. V.I.P (@magis) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:05
    เอิ่ม...พูดไม่ออกเลยทีเดียว (ปาดเหงื่อ)
    #3296
    0
  23. #3259 I'm-SicK-NaTurE (@okikikiki) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:04
    เห็นด้วยกับคห.3195 เราคิดว่านี่คือ โลลิค่อน
    #3259
    0
  24. #3256 FAtE (@fantom-pandora) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:48
    ในหัวน่ะ พออ่านไปจู่ๆคำว่าโชตะก็พุ่งกระแทกดังปัง! (เวอร์) ดีนะที่เบรคทันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่โชตะสักหน่อย555 แต่ตอนนี้คีวายุก็ให้อารมย์อบากเป็นโชตะคอนจริงๆนั้นแหละ หึๆ-.,-
    #3256
    0
  25. #45 blue bunny (@minerwa13) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 06:10
    ภาคนี้ดราม่ากว่าภาคที่แล้วแน่เลย
    #45
    0