บุปผา จันทรา ปักษา วารี (Yaoi)

ตอนที่ 30 : ภาค จันทราสีเงิน ตอนที่ 30 : เก็บดอกเบี้ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    3 พ.ค. 60

บุปผา จันทรา ปักษา วารี ภาคจันทราสีเงิน ตอนที่ 30 เก็บดอกเบี้ย

ท่ามกลางแสงสีทองจับเส้นขอบฟ้า ดวงจันทรายังลอยเด่นกลางผืนนภา ดวงดาราทอแสงพราวระยับ...ณ ช่วงเพลาแห่งทิวาราตรี

มหาดเล็กแห่งสุริยตราคุกเข่าอยู่บนพื้นหิมะกลางลานอุทายานหลวง  ใบหน้าหล่อเหลาค้อมลงจนหน้าผากจรดสองมือที่ประสานกันในท่าภาวนาอธิฐาน...

“ขอองค์สุริยตราโปรดคุ้มครองนายแห่งข้า...องค์จันทีราโปรดเยียวยาบุตรแห่งท่าน ...เทวีดาริกาโปรดประทานพรให้เจ้าชายทรงรู้สึกพระองค์ด้วยเถิด...”

“ตามหาเสียทั่ว ที่แท้เจ้าก็อยู่ที่นี่...” เสียงทุ้มห้าวดังขึ้นจากด้านหลัง หากเพทายหาได้สนใจไม่ ชายหนุ่มยังคงเฝ้าอธิฐานต่อองค์ทวยเทพ

“ลืมแล้วหรือว่าคืนวานเจ้านัดกับข้าไว้”

“...”

“ข้าเคยบอกแล้วใช่หรือไม่ ว่าเกลียดคนผิดคำสัญญา!”

เจ้าวัชระหมดความอดทนต่ออากัปกิริยาท่าทีนิ่งเฉยของคนตรงหน้า ราชนิกุลหนุ่มใช้หัตถ์สองข้างดึงรั้งให้อีกฝ่ายรุกขึ้นหันมาเผชิญหน้ากัน

ทว่าสิ่งแรกที่พระองค์สัมผัสได้เมื่อสองหัตถ์แตะต้องร่างของอีกฝ่ายคือความเหยียบเย็น...หนาวเหน็บเสียจนพระทัยของพระองค์รู้สึกสั่นไหว

“เจ้าโง่เอ๋ย!...นี่เจ้าอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เมื่อใด!?” สุรเสียงห้าวแทบตะโกนใส่หน้ามหาดเล็กหนุ่มด้วยความโมโห แต่เมื่อทอดพระเนตรใบหน้าซีดๆของชายหนุ่ม น้ำเสียงที่ใช้จึงอ่อนลง...

“เจ้ามิรู้หรือไรว่าที่นี่เมื่อองค์เหนือหัวมิได้อยู่ประทับจักมิมีการกางเขตอารักษ์...อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะทำเรื่องโง่เขลา...เกิดจับไข้ไปอีกคน แล้วผู้ใดจักอยู่ดูนายของเจ้ากัน”

เจ้าวัชระว่ากล่าวพลางถอดภูษาคลุมคลี่ห่มให้กับเพทาย จากนั้นฉุดให้ชายหนุ่มเดินตามเพื่อเข้าสู่พระตำหนัก

“กระหม่อมขอประทานอภัยพะย่ะค่ะที่ผิดคำมั่นกับพระองค์”

ความใส่ใจที่ราชนิกุลหนุ่มมอบให้กอปรกับความห่วงในพระอาการของผู้เป็นนายทำให้เพทายยินยอมติดตามร่างสูงกว่ากลับเข้าไปข้างในแต่โดยดี

“ข้ารู้ว่าเจ้าห่วงนายของเจ้า แต่จะเจียดเวลาสักนิดเพื่อบอกกล่าวกับข้ามิได้เชียวหรือ? พอข้าเป็นฝ่ายไปหา ปรากฏว่าเจ้ากลับหายตัวไปเสียงั้น”

“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ”

“หือ นี่เจ้าพูดเป็นแต่ขออภัยหรือไร? ทีท่ามิหวั่นเกรงต่อสิ่งใดเมื่อก่อนหน้าหายไปไหนเสียหมดเล่า?” เจ้าวัชระหันมาสบตากับมหาดเล็กหนุ่ม

สายพระเนตรที่ราวกับจะมองทะลุไปถึงข้างใน ทำให้ชายหนุ่มได้แต่หลุบตาต่ำเบือนหน้าหนี

“ต่อหน้าข้าที่เป็นคู่สัญญา เจ้าจะแสดงความอ่อนแอออกมาก็มิเห็นเป็นไร ส่วนเรื่องที่เจ้าผิดนัดดื่มสุราคืนวาน ข้าอนุญาตให้เจ้าติดค้างไว้ก่อน แต่คงต้องขอเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้าก่อนก็แล้วกัน”

“เก็บดอกเบี้ยกระไร?” เพทายเพิ่งจะทวนคำถามด้วยความฉงน ร่างทั้งร่างพลันถูกอีกฝ่ายฉุดดึงเข้าไปในห้องๆหนึ่ง

“เดี๋ยว...นี่ทรงจะทำ..!!..”

มหาดเล็กหนุ่มถูกร่างสูงกว่าจู่โจมประทับจูบกะทันหัน เมื่อพยายามจะผละถอย ร่างกายก็ถูกอีกฝ่ายกอดรัดไว้ด้วยพระพาหาแข็งแรงข้างหนึ่ง ส่วนศีรษะก็ถูกพระหัตถ์อีกข้างประคองรั้งมิให้เบือนหน้าหนี

ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดจากพระวรกายที่แนบชิดทำให้ร่างกายที่เย็นเฉียบเมื่อก่อนหน้าร้อนผ่าวจนแทบหลอมละลาย มิว่าเขาจะดิ้นรนขัดขืนเพียงไร ทว่าร่างกายที่กำลังอ่อนเพลียแลจิตใจที่กำลังอ่อนแอสับสนกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆต่อต้าน

เมื่อถูกรุกหนักเข้า ชายหนุ่มก็พลั้งเผลอให้อีกฝ่ายสอดลิ้นเข้ามาสำรวจภายใน…พระชิวหาหยุ่นร้อนทั้งไล่ต้อน ทั้งหยอกล้อจนเพทายมิรู้จะหลบหลีกเยี่ยงไรดี...

แล้วฉับพลันร่างของมหาดเล็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆเจ้าวัชระแทรกต้นขาเข้ามากลางหว่างขาของเขา!

นี่มันทำเกินไปแล้ว!!

เพทายขัดขืนสุดกำลังทั้งกรุ่นโกรธ ทั้งโมโห รู้สึกเจ็บใจ เพียงเพราะความห่วงใยเล็กๆน้อยๆทำให้เขาเผลอเปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายฉกฉวยโอกาส...บุรุษผู้นี้ช่างเลวร้ายนัก!

เจ้าวัชระเริ่มบดจูบหนักหน่วงขึ้น คนในอ้อมแขนของพระองค์พลันตัวสั่นระริก ดวงหน้าคมคายแดงก่ำจนถึงใบหู

‘หือ แสดงออกได้น่ารักเชียว แต่คงเพราะความโมโหมากกว่ากระมัง?’

คิดพลางเริ่มปฏิบัติการไล่ต้อน หยอกเย้าอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น...

เก๊าะ โอกาสที่คนตรงหน้าจะเผยช่องว่างให้เห็นเต็มไปหมดนั้น ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆหรือมีบ่อยๆเสียที่ไหน ขนาดบังคับให้ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนเมื่อคราวงานเฉลิมฉลองจนเหล้าหมดไปหลายไห คนผู้นี้มิเพียงไม่ออกอาการเมามายแม้แต่น้อย สีหน้ายังคงสงบนิ่งราวกับที่ร่ำดื่มไปเป็นเพียงน้ำชาหรือน้ำเปล่าธรรมดาด้วยซ้ำ

ครานี้เขาเลยยื่นเงื่อนไขขอนัดดื่มกันอีกครั้ง อยากรู้นักว่าหากเป็นสุราฤทธิ์แรงที่สุดของนาคานทร์ เจ้าคนคอทองแดงผู้นี้จะยังคงหน้าตายสงบนิ่งต่อไปได้อีกรึไม่?

หากแต่มินึกเลยว่าก่อนถึงเพลานั้นจักเกิดเหตุมิคาดฝัน เจ้าชายศศินเรศที่แข็งแรงปราดเปรียวประหนึ่งอาชาพยศให้ดูเยี่ยงไรก็มิน่าจะล้มป่วยง่ายๆกลับประชวรด้วยพระอาการแปลกประหลาด ซ้ำยังหมดสติในเขตของป่าโบราณ ที่ว่ากันว่ามีบางสิ่งสถิตสิงอยู่มาตั้งแต่บรรพกาล

เมื่อหมอหลวงเฒ่าทำการตรวจรักษาก็สรุปได้เพียงว่าเจ้าชายมีอาการป่วยด้วยพิษไข้ มิได้ทรงต้องมนตราหรือคำสาปใดๆ มิได้ถูกพิษหรือมีบาดแผลใดๆทั้งสิ้น แต่จนบัดนี้เจ้าชายกลับยังมิได้พระสติ

แล้วคนในอ้อมแขนของเขาก็เกิดอาการเสียศูนย์มิเป็นอันกินอันนอน คอยเฝ้าไข้ผู้เป็นนายแทบไม่ห่างกาย แต่แล้วจู่ๆช่วงกลางดึกใกล้รุ่งชายหนุ่มพลันหายตัวไปนานสองนาน จนนางกำนัลที่พลัดเปลี่ยนเวรกันเห็นผิดสังเกตเลยวิ่งโร่มารายงานเขา

คงต้องตบรางวัลนางผู้นั้นที่แม้จะออกอาการตื่นตูมไปบ้าง แต่ก็ทำให้เขาได้พบกับช่วงเปราะบางของบุรุษผู้นี้…

เจ้าหน่อหอหน้ากระชับอ้อมกอดแน่นยิ่งขึ้นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและปรามอาการดิ้นรนขัดขืนของคนในอ้อมพาหา พร้อมทั้งมอบจุมพิตอันลึกล้ำ...เร่าร้อนหากอ่อนหวานแฝงความยั่วเย้า

อืม...ถ้ามากกว่านี้ดูท่าคงยั้งอารมณ์มิอยู่เสียแล้ว

เจ้าวัชระถอนจุมพิต ทว่ายังมิยอมปล่อยเพทายให้เป็นอิสระ ราชนิกุลไล้ริมโอษฐ์ไปตามแนวสันกราม จูบเบาๆที่ลำคอสีน้ำผึ้ง ก่อนวกกลับมาที่พวงแก้ม จากนั้นกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ได้รึไม่? หากเจ้ายอมให้ข้ากอด ข้าสาบานว่าจักปกป้องทั้งเจ้าทั้งนายของเจ้าด้วยชีวิต”

เมื่อได้ยินสิ่งที่ร่างสูงกว่าวอนขอ อารมณ์ที่กำลังกระเจิดกระเจิง สับสน กรุ่นโกรธพลันสงบนิ่งลงทันที!

“หากกระหม่อมปฏิเสธเล่าพะย่ะค่ะ?”

“ข้ามิอยากใช้กำลังกับเจ้า”

“กระหม่อมคงมิอยู่เฉยให้ผู้ใดมาข่มเหงได้แน่”

“หรือเจ้าอยากเป็นศัตรูกับข้า!” น้ำเสียงเข้มขึ้นคล้ายข่มขู่ผิดกับเมื่อก่อนหน้าที่แหบพร่าแฝงไปด้วยการเว้าวอนและแรงปรารถนา

“...” เพทายได้แต่นิ่งเงียบ คนผู้นี้มีทั้งอำนาจ ทั้งอิทธิพลหากเป็นไปได้ก็มิอยากให้เป็นศัตรูกัน

“ว่าอย่างไร เจ้าอยากให้ข้าเป็นศัตรูหรือไม่?”

“ไหนทรงว่าเดิมพันคือการให้กระหม่อมทำให้พระองค์รักจนหมดใจ หากใช้ร่างกายเข้าแลกจักมีประโยชน์อันใด?”

“ถูกของเจ้า...แต่มิคิดอีกแง่หรือว่าบางทีเริ่มจากร่างกายก่อนแล้วจึงได้หัวใจติดตามมา”

เจ้าวัชระแย้มโอษฐ์กรุ้มกริ่มทอดพระเนตรคู่สนทนาที่กลับมาต่อปากต่อคำกับเขาได้แล้วด้วยความรู้สึกพึงพอพระทัย

ถึงแม้จักรู้สึกเสียดายอยู่บ้างกับตัวตนของชายหนุ่มที่ให้ความรู้สึกเปราะบางน่าทะนุถนอม กระนั้นเพทายที่กลับมาเป็นปกติอ่อนนอกแข็งในย่อมทำให้เขารู้สึกสนุกได้มิน้อย

“กระหม่อมเป็นชาวสุริตรา มิเคยมีความคิดเยี่ยงนั้นพะยะค่ะ”

“อืมม์ แต่ขึ้นชื่อว่าบุรุษมิว่าชาวนครใดย่อมมีความต้องการทางกายกันทั้งนั้น รึว่ามิจริง?” 

เจ้าหน่อหอหน้ายังคงหยอกล้อคนในอ้อมกอด นาสิกโด่งคมสันไล่ระเรื่อยไปตามซอกคอของเพทาย ริมโอษฐ์ขบเม้มหนักๆ ก่อนขบกัดที่ติ่งหู จากนั้นพระหัตถ์เริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังแกร่ง ต้นขาเสียดสีเบาๆกับหว่างขาของอีกฝ่าย

หึ! อยากรู้นักว่าจักอดทนไปได้สักกี่น้ำ!

ข้างฝ่ายมหาดเล็กหนุ่มแห่งสุริยตรา แม้จักถูกบุรุษทรงศักดิ์หยอกล้อเล้าโลมเพื่อก่อให้เกิดอารมณ์ปรารถนา หากชายหนุ่มก็พยายามสะกดอารมณ์ดิบนั้นอย่างเต็มที่

ด้วยความที่ชายหนุ่มเป็นชาวสุริยตราผู้เคร่งครัดในกรอบจารีตประเพณีอันดีงามจนถูกเรียกว่าเมืองแห่งนักบวช แต่แท้จริงพวกเขามิได้ถือพรหมจารีเยี่ยงผู้ทรงศีล ทว่าพวกเขามีศรัทธาในความรัก และยึดถือเรื่องของหัวใจย่อมมาก่อนร่างกายเสมอ

น้ำอดน้ำทนของเพทายที่มีมากจนเจ้าวัชระชักรู้สึกทึ่งระคนยิ่งอยากเอาชนะ

ทว่าทันใดนั้นเสียงเคาะพระทวารดังขึ้นสองสามครั้ง ตามมาด้วยเสียงห้าวๆคุ้นหู

“กระหม่อมอรัณย์พะย่ะค่ะ...”

“โปรดปล่อยกระหม่อมด้วยพะย่ะค่ะ” เพทายชักร้อนรน เขามิอยากถูกสหายมาเห็นสภาพที่มิน่าดูนัก

“ไม่ปล่อยแล้วเจ้าจะทำไม?” เจ้าวัชระหยักยิ้มมุมโอษฐ์เจ้าเล่ห์ พระหัตถ์ทั้งสองยังคงโอบกอดเพทายไว้แน่น ก่อนกล่าวตอบไปว่า “เข้ามาสิอรัณย์”

ขณะบานพระทวารค่อยๆแง้มเปิดออก...

“สายลมจงเป็นกำลังให้กับข้า!!” สิ้นคำร่ายมนตราของเพทาย อากาศที่อยู่รอบๆพลันหมุนวนจนกลายเป็นลมหมุนขนาดย่อมๆพัดเอาทุกสิ่งที่อยู่ภายในห้องปลิวว่อนกระจัดกระจายพร้อมกันนั้นยังพัดตีบานประตูที่กำลังเปิดออกให้ปิดกลับเข้าที่เสียงดังปัง!

“นี่...เจ้าถึงกับกล้าใช้มนตรากับข้า?” เจ้าวัชระมิรู้จักขุ่นเคืองหรือหัวเราะออกมาดีกับความบ้าบิ่นของชายหนุ่ม เพราะหากเขามีริ้วรอยขีดขวนแม้แต่รอยเดียว โทษฐานทำร้ายราชนิกุลนั้นหนักหนานัก!

“โปรดปล่อยกระหม่อมด้วยพะย่ะค่ะ กระหม่อมมิอยากทำร้ายพระองค์”

“เฮอะ! คิดว่าสายลมเพียงเท่านี้จักทำสิ่งใดข้าได้รึ? คราก่อนกับนายของเจ้าร้ายกาจกว่านี้ข้ายังมิมีแม้แต่รอยข่วน”

“เพราะนั่นเป็นเพียงพระอารมณ์ของเจ้าชายหาใช่มนตราที่ใช้ในการต่อสู้ไม่”

สายตาของมหาดเล็กหนุ่มบอกชัดว่าเอาจริง หากเขายังคงดื้อรั้นต่อไป ชายหนุ่มคงแปรเปลี่ยนสายลมให้กลายเป็นคมหอกศาตรา เรื่องราวจะยิ่งรุกรามบานปานใหญ่โต สุดท้ายคนที่โดนลงโทษยังคงเป็นเจ้าตัวที่ใช้มนตราใส่เขา

คิดจะลองใจข้ารึ?

“ก็ได้...ข้ายอมปล่อยเจ้า แต่จดจำไว้ให้ดีว่าเจ้ายังติดค้างสัญญาข้าอยู่” ว่าพลางร่างสูงกว่าปล่อยชายหนุ่มในอ้อมกอด

ทันทีที่เพทายถูกปล่อยให้เป็นอิสระสายลมที่พัดพาสิ่งของกระจัดกระจายพลันสงบลง

“กระหม่อมเข้าไปได้รึยังพะย่ะค่ะ” เสียงของอรัณย์ดังขึ้นอีกครั้ง

“เข้ามาสิ ฝ่าบาทคงกลับมาแล้วกระมัง”

“พะย่ะค่ะ ทรงต้องการพบพระองค์ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นผู้นำขบวนเสด็จพระชายาออกนอกพระตำหนัก”

อรัณย์ที่อยู่ในชุดรัดกุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาภายในที่ประทับของผู้เป็นเจ้าหน่อหอหน้าด้วยอาการสงบ แม้สภาพภายในห้องจักมิน่าดู ข้าวของกระจัดกระจาย บางชิ้นแตกหักเสียหาย ทั้งเมื่อครู่ขณะเปิดประตูกลับถูกแรงลมพัดตีกลับ และที่สำคัญเพทายที่ควรจักอยู่ข้างกายเจ้าชายศศินเรศกลับอยู่ในที่นี้ ถึงกระนั้นองครักษ์หนุ่มกลับมิปริปากถามไถ่แต่อย่างใด ชายหนุ่มเพียงมาตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น

“เข้าใจแล้ว ประเดี๋ยวข้าจักตามไป”

“พะย่ะค่ะ” พออรัณย์หันหลังจะจากไป เพทายพลันสาวเท้าเร็วๆเข้าหาชายหนุ่ม

“นั่นเจ้าจะไปไหนอีก”

“ฝ่าบาท ให้ข้าไปนำกำยานจากท่านหมอมาเปลี่ยนใหม่”

“งั้นข้าไปด้วย”

“เอาสิ ระหว่างทางข้าจะได้คุยกับเจ้า” อรัณย์ว่าพลางเหลือบมองราชนิกุลหนุ่มที่มีท่าทีขุ่นเคืองจนออกนอกหน้า ทว่าชายหนุ่มหาได้สนใจไม่ เมื่อเขาออกเดินนำ เพทายก็สาวเท้าตามมาเคียงข้างไปด้วยกันกับเขา

“อย่าให้มากไปก็แล้วกัน อรัณย์...” เจ้าวัชระใช้สายพระเนตรขุ่นๆมองตามแผ่นหลังชายหนุ่มทั้งสอง

คิดจะยั่วให้ข้าโกรธงั้นรึ? พระพักตร์หล่อเหลาราวเทพบุตรที่บึ้งตึงอยู่นั้นพลันผ่อนคลายลง

มิมีทางดอกถึงอย่างไรเพทายก็เป็นของเขา ตั้งแต่เมื่อแปดปีก่อน!




ระหว่างทางที่ไปเรือนของผู้เยียวยาเพื่อพบกับหมอหลวงเฒ่า เพทายได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้าชายให้อรัณย์ฟัง…

“เจ้าอย่าได้กังวลเลย เพลานี้องค์เหนือหัวเสด็จกลับมาแล้ว พระชายาต้องปลอดภัยแน่”

“อืมม์ ข้าเห็นเจ้าถึงได้เบาใจนัก...ว่าแต่เจ้าจะมิถามรึว่าเกิดอะไรขึ้นในที่ประทับของเจ้าวัชระ”

“แล้วเจ้าอยากเล่าให้ข้าฟังหรือไม่?”

“...” เพทายได้แต่นิ่งเงียบ เรื่องน่าอับอายพรรค์นั้นผู้ใดเล่าจักกล้าเอ่ยออกมา

“เจ้าหน่อห่อหน้าหาใช่คนเลวร้ายอันใด ทั้งยังเป็นผู้กล้าที่มากฝีมือ เป็นนายทัพที่เชี่ยวชาญสมรภูมิรบ ทว่าข้อเสียเพียงอย่างดีคือทรงค่อนข้างเอาแต่พระทัย มิใคร่ใส่พระทัยผู้อื่นเท่าใดนัก หากเจ้ามิชอบขอให้กราบทูลองค์เหนือหัว เพราะมีแต่ฝ่าพระบาทเท่านั้นที่จักปรามคนผู้นี้ได้”

“นี่เจ้ารู้มากแค่ไหนกันแน่” มหาดเล็กหนุ่มรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว

“ข้าเคยได้ยินคำสัญญาเมื่อแปดปีก่อน แต่มินึกเลยว่าคนที่ให้สัญญาจะเป็นเจ้า” อรัณย์กล่าวยิ้มๆ “ดูเหมือนโชติชะตาจะเล่นตลกกับเจ้าเช่นกัน”

“หากผู้ที่ติดตามเจ้าชายมามิใช่ข้าจะเป็นเช่นไร?”

“ผู้ค้ำจุนสถานะของพระชายาคงถูกลดลงไปอีกหนึ่ง...แต่ถึงกระนั้นก็มิมีผู้ใดกล้าคัดค้านความคิดเห็นขององค์เหนือหัวจริงๆดอก เจ้าอย่าได้กังวลไป”

“เจ้าช่างมั่นใจนัก”

“นั่นเพราะองค์เหนือหัวทรงเอาแต่ใส่พระทัยผู้อื่น จนหลงลืมพระทัยตนเอง ถ้าหากเป็นพระประสงค์ของพระองค์แล้วล่ะก็มีแต่เป็นไปเพื่อผู้อื่นทั้งสิ้น แล้วนายของเจ้าเล่าเป็นเยี่ยงไร?”

น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยยามกล่าวถึงนายเหนือหัวขององครักษ์หนุ่มทำให้เพทายรู้สึกสะดุดใจ แล้วหวนนึกถึงคำพูดของคนผู้นั้น…

‘ข้าบอกไว้ก่อนว่าอรัณย์น่ะ มีคนที่รักอยู่แล้ว’

หรือคนที่อรัณย์รักจักเป็นเจ้าหลวง?  

ปะ...เป็นไปมิได้ดอก เขาคงคิดมากไปเอง ชายหนุ่มส่ายศีรษะไปมา ก่อนตอบผู้เป็นสหายกลับไปว่า...

“ถึงเจ้าชายจักเอาแต่พระทัย อีกทั้งยังทรงดื้อรั้น หากแต่ข้ารับรองได้เลยว่าเจ้าชายมิเพียงใส่พระทัยผู้อื่น ทั้งยังทรงมีเหตุผลมากกว่าผู้ใด เจ้าเองก็อย่าได้กังวล”

เพทายเองก็รู้สึกดีขึ้นมิน้อยที่พูดคุยเยี่ยงนี้กับองครักษ์หนุ่ม

“ข้าเองก็ได้สัมผัสกับตัวแล้วเช่นกัน...” อรัณย์คลี่ยิ้มให้กับเพทาย พลางนึกถึงพระพักตร์หล่อเหลาคมคายของผู้เป็นนายที่เริ่มเห็นรอยแย้มสรวลมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน และความเอาแต่พระทัยที่ทรงดึงดันจะกลับจากชายแดนก่อนกำหนด ซ้ำยังออกเดินทางในเพลาค้ำมืด ควบเจ้าสายฟ้าด้วยความเร็วราวกับพายุ ฝ่าสายลมอันเหน็บหนาว โดยมิได้สนพระทัยเลยว่าเหล่าองครักษ์จะติดตามพระองค์ทันหรือไม่

หากเจ้าชายพระองค์นั้นเป็นที่รักแลทำให้นายของเขามีชีวิตชีวาได้เพียงนี้แล้วไซร้ เขาเองก็ยินดีที่จะปกป้องเจ้าชายพระองค์นั้น...ผู้เป็นดั่งดวงหทัยขององค์เหนือหัว!   




โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ >///<

สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน ในตอนนี้เป็นเรื่องราวระหว่างเพทายกับเจ้าวัชระที่ขอต๊ะไว้เมื่อตอนก่อนค่ะ แหมพ่อมหาดเล็กผู้รักสงบก็เกือบโดนงาบไปเหมือนกัน ดีที่อรัณย์มาขับตาทัพเสียก่อน พูดถึงอรัณย์แม้จะมีบทน้อยแต่คนเขียนรู้สึกว่าชายหนุ่มเท่ห์มากๆเลยค่ะ^^ ส่วนเจ้าวัชระเขียนไปเขียนมาพ่อเจ้าประคุณชักจะออกแนวตัวโกงเข้าไปทุกทีมีอย่างที่ไหนอยู่ๆก็ฉุดคนอื่นเข้่าห้องเฉยเลย555 และในที่สุดเจ้าหลวงสุดหล่อก็กลับมาแล้วค่ะ แม้จะยังไม่ปรากฎตัวแต่ได้แสดงความน่ารัก?ออกมาผ่านทางมุมมองของอรัณย์ค่ะ อ้อเกือบลืมปริศนาอีกข้อว่าจริงๆแล้วคนที่อรัณย์หลงรักจะใช่เจ้าหลวงหรือไม่? เรื่องความรักของบรรดาตัวละครชักจะซับซ่อนซ้อนเงื่อนมิแพ้เนื้อเรื่องเลยค่ะ ^^A ในตอนต่อไปเจ้าหลวงจะปรากฎตัวเป็นๆแล้วจ้า ส่วนเจ้าชายศศิจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามในตอนหน้าค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

6,257 ความคิดเห็น

  1. #6240 Janji7974 (@Janji7974) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 18:04
    วัชระเพทายแล้วละตอนนี้
    #6240
    0
  2. #6133 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 18:06
    โอ้ยๆๆ
    #6133
    0
  3. #5963 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 10:12
    มีแอบลากไป...ด้วย ว้ายๆๆ
    #5963
    0
  4. #5717 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 04:19
    ร้อนแรงงง
    #5717
    0
  5. #5496 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 21:53
    วัชระมาแรงมากอ่ะ เพทายจะเสียตัวไหมเนี่ยยยยย
    #5496
    0
  6. #4370 aj68 (@ai68) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:27
    เอาแล้วไงวัชระทำเพทายโมหาจนได้ !
    #4370
    0
  7. #3959 memo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 03:02
    คู่ของอรัณย์คือใครกันนะ
    #3959
    0
  8. #3647 iphone-pp (@iphone-pp) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 16:13
    แหงะ อยากรู้แล้วนะว่าอรัณย์รักใคร ไม่ใช่เจ้าหลวงหรอกน่าา เพทายคิดไปเองใช่มั้ยยยยย แต่ก็นะ เกือบไปแล้วเพทายเอ้ยยยย เกือบจะโดนเจ้าวัชระทำอย่างนั้นแล้วมั้ยล่าาา -.,-
    #3647
    0
  9. #3185 gakwang (@gakwang) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 23:38
    มีอะไรในก่อไผ่ปะเนี่ย
    #3185
    0
  10. #2005 KJaeWLoJU (@kaltar) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 07:58
    อรันย์รักเจ้าหลวงจริงรึ (ไม่น่า เพทายอย่าพาหลงกล)<br />
    คาดว่าไม่ใช่ แต่เดา40:60 <br />
    -...-
    #2005
    0
  11. #1838 s-cute (@s-cute) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 10:57
    อยากรู้ว่าอรัณย์รักใคร *-*
    #1838
    0
  12. #1626 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2555 / 23:58
    โหยยย...ตอนนี้เพจังน่าทะนุทะนอมสุดๆ..แต่..เจ้าหนอเอ๋ย..จะเล่นก็เล่นให้พอประมาณอย่าให้เกินไปนัก....
    #1626
    0
  13. #1619 num1801 (@num1801) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 / 22:34
    เจ้าวัชระ ><
    ได้ใจเต็มๆเลยอ่ะ
    ผู้ยึดมั่นคำสัญญาสุดยอด
    (เพราะรักอ่ะดิ)
    #1619
    0
  14. #1556 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 / 19:23
    อรัณย์รักใครนะ
    #1556
    0
  15. #1392 HyukJae Love Love @ SuJu&TVXQ (@p_uy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 08:55
     วัชระกับเพทาย คู่นี้โคตรชอบเลยยยยยยยยยยยย
    #1392
    0
  16. #1288 in-corner (@in-corner) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 02:16

    (ต่อจากเม้นท์ล่าง)
    มาเม้นท์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องบ้าง

    เจ้าวัชร๊าาาาาาาาาาาาาา(วิบัติเพื่อเสียง ><)
    หม่อนฉันทรงเป็นปลื้มพระองค์สุดๆเพคะ! ออกตัวแรงได้ใจ
    มันต้องอย่างนี้เซ่!  เจ้าหลวงก็หัดเอาอย่างลูกผู้พี่บ้างนะท่าน  ฮ่าๆๆๆ

    พออ่านจนจบตอนนี้ก็มีความรู้สึกหนึ่งที่พุ่งมาชัดเจนเลย คือ
    คิดถึงเจ้าหลวงอ่ะ! >< ถึงตอนนี้จะบอกว่ากลับมาแล้ว แต่ก็อยากให้ไปอยู่ข้างๆเจ้าชายแล้วอ่าาา
    คิดถึงแทนเจ้าชายอ่ะ  ยิ่งป่วยอยู่ด้วย  พอตื่นมาเห็นพระสวามีนอนกอดอยู่ข้างๆคงจะรู้สึกดีพิลึก กร๊ากๆๆๆ

    สำหรับคู่หลักถึงจะไม่ค่อยมีฉากกุ๊กกิ๊กแบบโจ่งแจ้ง แต่เรากลับชอบมากกกกก
    อ่านสองคนนี้เข้าฉากด้วยกันทีไร มันต้องมีความรู้สึกลุ้นไปด้วยทุกที
    ยิ่งฉากในห้องอาบน้ำนะ  ตรึงใจข้าพเจ้ามากเจ้าค่ะ ><
    มันแบบ...ไม่มีไรนะ  แต่เขินอิ๊บอ๋าย!!
    ประมาณว่าโคตรลุ้นว่าเมื่อไหร่เจ้าแม่มจะถอดซักทีวะ! ฮ่าๆๆๆ(โคตรหื่น)
    ถึงแม้จะมีอิตาเจ้าวัชระเข้ามาขัดจังหวะก็เหอะ -.,-

    แล้วตอนพิธีแต่งงานอ่ะ  ชอบฉากนี้มากกกกกกกก
    มันดูอลังเว่อร์ๆอ่ะ  อ่านแล้วเห็นภาพตามเลย
    มันเป็นอะไรที่โคตรยิ่งใหญ่ สมเป็นพิธีสมรสของหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์
    แล้วตอนเข้าห้องหอนะ!!
    กรี๊ดเถอะ!  ไม่พูดถึงไม่ได้  อยากรู้ว่าเจ้าหลวงทนได้เยี่ยงไรเพคะ!
    นี่ถ้าไม่ติดว่าเห็นเป็นบทเจ้าหลวงนะ จะคิดว่าแม่ม นักบวชชัดๆ!
    พอๆกับมหาดเล็กเพทายเลยท่าน!  โดนรุกขนาดนั้นยังทนอยู่ได้!!
    นี่มันจะแกร่งเกินไปแล้ววววว  ฮ่าๆๆๆๆ

    และจากที่อ่านมาจนถึงตอนล่าสุด
    อยากจะบอกว่า เราแอบเชียร์ เจ้าแก้วกัลยา กับ อรัณย์ ล่ะ >///<
    แอร๊ยยยยยยยยย  ถึงในใจจะรู้สึกว่าอรัณย์เพทายก็น่ารักดี แต่ปล่อยเพทายให้เจ้าหน่อหอหน้าแกไปเหอะ
    เราขอคู่ normal มาสร้างสีสันซักนิดคงดีไม่น้อย (เป็นสาววายที่แปลกประหลาดไปมั้ยตู -*-)
    แต่อันนี้ก็สุดแล้วแต่ไรเตอร์จะพิจารณา ฮ่าๆๆ
    บางทีอรัณย์อาจเทใจให้เจ้าหลวงไปแล้วจริงๆ ก็สุดจะหารู้ไม่ 
    ถ้าเป็นงั้นจริงเราคงแอบขนลุกไม่น้อย  เหอๆๆ
    อรัณย์ของพี่ แมนเกินกว่าจะเคะให้ใคร  และเจ้าหลวงก็แมนเกินกว่าจะถูกอรัณย์ปกป้อง กร๊ากกก

    รู้สึกว่าเม้นท์เริ่มจะออกทะเล  แบบว่าอินจัด ฮ่าๆๆๆ
    ยังไงก็ขอให้ไรเตอร์มาอัพเร็วๆนะคะ
    อ่านๆไป ไม่อยากให้ถึงตอนนี้เลย  กลัวค้างเติ่ง T^T
    เราขอมอบนิยายเรื่องนี้เป็นที่หนึ่งในดวงใจเลยค่ะ
    ถ้ามีรวมเล่มนะ ถึงจะยาวจนเป็น 5 เล่มก็จะซื้อเอ้า! >< (ไรเตอร์บอก ภาคแรกยังไม่จบเลยเฮ้ย! -*-)
    ติดตามผลงานคุณภาพอยู่นะคะ  สู้ๆค่ะ!!

    #1288
    0
  17. #1287 in-corner (@in-corner) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 02:13
    ต้องออกตัวก่อนเลยว่าเป็นคนชอบอ่านนิยายวายตัวยงอยู่แล้ว
    แต่พักหลังๆไม่เคยอ่านเรื่องไหนได้เกินสาม-สี่ตอนเลย
    ทั้งที่มีความรู้สึกว่า ยากอ่านนิยายสักเรื่อง
    สุดท้ายเลยเน้นไปที่การ์ตูนหรือ โดจินมากกว่า ฮ่าๆๆ
    ประมาณว่าทนอ่านตัวหนังสือเยอะไม่ได้แล้ว -*-

    จนมาเจอเรื่องนี้ เรื่องที่ทำให้เราอ่านตั้งแต่ต้นจนจบรวดเดียวแบบหยุดไม่อยู่
    เรียกได้ว่าเป็นเรื่องแรกในรอบ..หลายปี เลยก็ว่าได้ (นานนะนี่)
    ที่ทำให้เราอ่านติดต่อกันแบบไม่รู้สึกเบื่อไปซะก่อน

    ต้องขอชมไรเตอร์เลยว่าเก่งสุดๆ เมพขิงๆ!!

    ภาษาที่ใช้บรรยายสละสลลวยมาก จนเราอ่านแต่ละประโยคนี้ต้องขนลุกไปอ่านไป
    การใช้ร้อยแก้วผสมกับร้อยกรอง เรียบเรียงออกมาได้อย่างลงตัว
    แต่ละบทกลอนที่แต่งออกมาลึกซึ้งสวยงามมาก อย่างกับในหนังสือร้อยกรอง
    แถมแต่ละประโยคที่ตัวละครถ่ายทอดออกมาก็ยังมีใจความลึกซึ้ง
    อ่านไปก็รู้สึกทึ่ง และนับถือผู้เขียนอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆค่ะ

    เก่งมากกกกกกกก เก่งมากๆๆๆๆ มืออาชีพจริงๆค่ะ ><

    นอกจากเรื่องภาษาแล้ว การดำเนินเรื่องและพล็อตเรื่องก็เป็นจุดหนึ่งที่น่ายกย่อง
    พล็อตเรื่องทีแรกที่อ่านตรงคำบรรยายหน้าบทความ เราก็คิดทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ต่างจากฟิคเรื่องอื่นๆ
    ที่พี่ชายปลอบตัวเป็นหญิงไปแต่งงานแทนน้องหรอกมั้ง เหมือนเรื่องจักรๆวงศ์ๆทั่วไป
    แต่พอได้อ่านแล้ว ก็คิดผิดมหันต์ มันต่างออกไปเลยค่ะ

    การวางพล็อตเรื่องน่าสนใจทีเดียว
    ดำเนินเรื่องออกมาได้ไม่น่าเบื่อ และมีปริศนาให้ได้คิดตามทุกตอน
    จนหยุดอ่านไม่ได้และต้องติดตามต่อไปเรื่อยๆ

    การวางเรื่อง วางตัวละคร ทั้งตำแหน่งหน้าที่ ประกอบกับนิสัยของแต่ละคน
    มันเหมาะสมมากอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ
    ทำให้อ่านแล้วไม่รู้สึกขัดใจเลยว่า เอ๊ะ ทำไมไม่เป็นงี้นะ! / ทำไมต้องทำงี้ด้วย!
    ไม่มีความรู้สึกแบบนี้เลยค่ะเวลาอ่าน
    คือแบบ เห็นพ้องไปกับเหตุผลและการกระทำของตัวละครที่ไรเตอร์เขียนทุกอย่างเลยก็ว่าได้

    ตั้งแต่การที่เจ้าหลวงยอมรับเจ้าชายเป็นชายา แบบไม่มีท่าปฏิเสธหรือรังเกียจ
    คือถ้าเป็นเรื่องอื่นไม่ว่านิยายหรือการ์ตูนที่เราเคยอ่าน
    เราก็จะมีขัดแย้งกับตัวเองในใจอยู่บ้าง ว่า เฮ้ย! ง่ายว่ะ/ แค่นี้อ่ะนะ / ยอมง่ายจัง
    แต่กับเรื่องนี้มันไม่ใช่อ่ะค่ะ
    เราเองก็บอกไม่ถูก แต่รู้สึกไปกับตัวละครว่า
    ต้องมีเหตุผลแน่ๆ ไม่ใช่แค่สปาร์คเพราะเห็นหน้าหรอกน่ะ! ฮ่าๆ

    และอย่างเจ้าหลวงนาคินทร์ ที่สุขุม ท่าทางเฉยชา นิ่งขรึม
    ซึ่งเป็นลักษณะของพระเอกที่เราไม่ชอบเอาซะเลย แบบว่าไม่ตรงสเป็ค ฮ่าๆๆ
    (ต้องอย่างเจ้าวัชระ นี่ใช่เลย โฮะๆๆ >///<)
    แต่พออ่านเรื่องนี้แล้วไม่รู้สึกไม่ชอบเลยค่ะ คืออ่านไปแล้วรู้สึกว่า
    โหหหหหห ช่างเท่ห์ อบอุ่น และหล่อโคตรรรรรรรรร ฮ่าๆๆ
    อย่างกับได้เห็นตัวเป็นๆอย่างไงอย่างนั้น คือไรเตอร์เขียนได้ลึกซึ้งมาก
    ถ่ายทอดจิตใจลึกๆของตัวละครออกมาได้ดีสุดๆ จนอ่านแล้วอินมากๆ และชอบตัวละครตัวนี้มากๆ
    ถึงแม้บางครั้งจะรู้สึกหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย เพราะคุณท่านเล่นมีเหตุผลแบบเนียนๆตล๊อดตลอด

    และอย่างเจ้าชายศศินเรศ ถึงแม้จะดูเป็นเคะที่น่าทะนุถนอม ขี้วีนตามประสาเคะราชินี
    แต่เรากลับรู้สึกว่าเจ้าชายไม่ได้หวานแหวว แต๋วจ๋าอย่างที่คิด(ซึ่งแบบนี้เราเอียนมาก -*-)
    ยังคงมีความเป็นบุรุษอยู่ในตัวสูงมาก
    อย่างที่อ่านมาหลายตอน และเห็นความพยายามของเจ้าชายที่จะปลดพันธะความเป็นชายาของตัวเอง
    คือพยายามหว่านล้อม ถามคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง ถึงการที่ตัวเองต้องเป็นชายาแม้จะเป็นผู้ชาย
    ถึงจะไม่สำเร็จ แต่ก็ทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยากจะเป็นนะ ชายาอะไรเนี่ย
    แถมยังรู้สึกอับอายอีกด้วย และทระนงในความเป็นบุรุษเพศของตัวเองอยู่มากๆ
    ไรเตอร์เก่งจริงๆที่ถ่ายทอดออกมาได้ลึกซึ้งขนาดนี้

    แล้วไหนจะตัวละครอื่นๆ อย่างอรัณย์ เพทาย เจ้าแก้ว เจ้าชายวัชระ อีก
    ทุกบทบาทอ่านแล้วมันไม่รู้สึกขัดข้องใจเลยค่ะ
    คือนิสัยทุกตัวละครแตกต่างกันออกไปอย่างลงตัว
    แต่การกระทำของทุกคนก็มีเหตุผล และมีที่มาที่ไป

    ทำให้คิดว่าถึงจะเป็นนิยายแฟนตาซี แต่ก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันเป็นไปได้
    แบบไม่น่าเหลือเชื่อจนเกินพอดี สุดยอดมากๆๆค่ะ
    #1287
    0
  18. #1285 kizz (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 เมษายน 2555 / 01:30
    คิดถึงเจ้าหลวงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #1285
    0
  19. #1284 ^0^MuSHJy^0^ (@lVluSHRooM) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 เมษายน 2555 / 00:15
    กดไลค์เจ้าวัชระสามที<br />
    <br />
    เมื่อไหร่เจ้าคุณหลวงจะมีฉากกุ๊กกิ๊กกะเค้ามั่งน้าาาา
    #1284
    0
  20. #1281 ma-a-queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 เมษายน 2555 / 17:06
    คิดถึงเจ้าหลวงงงงงงง
    #1281
    0
  21. #1280 M[o]O (@gonzar) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 เมษายน 2555 / 16:16
    น่ารักอ่า เพทาย *0*
    #1280
    0
  22. #1279 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 เมษายน 2555 / 00:29
    นาคินทร์รีบบึ่งกลับทันทีเลย...ทำตัวน่ารักก็เป็น
    เจ้าวัชระออกจะซาดิสไปหน่อยนะ...ชอบแกล้งเพทายเรื่อยเลย
    ส่วนเจ้าของหอสราญรม ขอไว้อาลัยให้หนึ่งนาที~
    #1279
    0
  23. #1278 * So What * (@aries-max) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 10:38
    ตื่นเต้นๆๆๆๆ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ฮึๆๆๆ

    #1278
    0
  24. #1277 mayjung_za (@mayjung_za) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 20:22
    เกือบโดนงาบแล้วใหมล่ะ 555
    #1277
    0
  25. #17 blue bunny (@minerwa13) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 20:25
    ที่เจ้าหลวงรีบกลับมาเพราะคิดถึงหรือเพราะรู้ว่าศศินเรศป่วยจากธำมรงค์แห่งคำมั่นกันแน่น้าาาา
    #17
    0