Finding Prince หนึ่งคนที่ใช่ หัวใจบอกว่ารัก

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 ทดลองงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 526
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ส.ค. 53



บทที่
6 ทดลองงาน

เมย์ออกไปเรียนภาษา พี่เมษก็ออกไปถ่ายภาพ ส่วนฉันนั้นว่างงานขลุกอยู่ในห้องได้สักพัก จดพล๊อตนิยายจนเสร็จแล้วก็ดึงแผนที่ออกมากางเพื่อวางแผนเดินทัวร์อีกตามเคย แต่เท่าที่มองดูเงินในกระเป๋าแล้วฉันคงจะจ่ายเฟ๊อะฟ๊ะไม่ได้ อืม...พาร์คไง ฉันยังไปไม่ครบเลย แต่จะไปคนเดียวมันก็ยังไงๆ อยู่นะ

รู้ไหม...ผมรอโทรศัพท์คุณแต่เช้า พอเขาลงจากรถมาก็รีบพูดขึ้นก่อนที่ฉันจะได้กล่าวสวัสดีเสียอีก

แต่เช้า ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อในคำพูดของอเลน

ใช่สิ ผมรอคุณโทรกลับมาตั้งแต่เช้าแล้ว โดยไม่มั่นใจด้วยว่าคุณจะทำ ระทึกจริงๆ เวลาที่พวกเราไม่รู้ว่าจะติดต่อคุณได้ยังไงเนี่ย เมื่อวานคุณเล่นหนีมาไม่เปิดโอกาสให้พวกเราได้ถามอะไรเลย เหมือนจะดุแต่สีหน้าเขาออกจะยิ้มๆ

จริงอย่างที่เขาพูดเสียด้วยสิ แต่ที่ฉันรีบหนีก็เพราะอายพวกเขาต่างหาก แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าจะติดต่อกลับไปหาเขาหากจะพูดอะไรนอกเหนือจากเรื่องงาน แต่พอนึกได้ว่าเขาว่างอยู่ก็ดันโทรไปชวนออกมาเดินเล่นเสียงั้น

คุณบอกว่าอยากไปเดินเล่นในพาร์คเหรอ ลอนดอนมีพาร์คตั้งมากมาย สงสัยคุณจะต้องบอกชื่อมาสักแห่งแล้วแหละ เพราะวันนี้ผมคงไม่มีแรงไปเดินกับคุณให้ครบทุกพาร์คหรอก รีบดักคอไว้เลยนะ

ฉันเองก็ไม่คิดจะไปทุกที่หรอกค่ะสำหรับวันนี้ แค่ไฮด์พาร์คก็พอ

ฉันบอกแล้วก็เผลอไปให้ความสนใจกับเสื้อผ้าที่เขาใส่ ไม่ใช่ชุดขอทานเหมือนวันนั้น เขาแต่งตัวค่อนข้างดูดีเลยทีเดียว เพราะมันตัดกับดวงตาสีเขียวของเขาได้เป็นอย่างดี

ไปกันรึยังครับ

ฉันพยักหนารัวๆ แสดงให้เขาเห็นว่าอยากไปอย่างเต็มที่ อเลนเปิดประตูให้ฉัน เขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กห้าขวบตอนยืนจ้องว่าฉันจะทำยังไงกับตัวเองอีกต่อไป แต่ฉันอ่านสายตาสีเขียวคู่นั้นออกว่าจะบอกให้ฉันคาดเข็มขัดนิรภัย และเขาก็ปิดประตูลงเมื่อฉันขึงตัวเองไว้กับเบาะรถเขาได้สำเร็จ

 

อเลนจอดรถไว้ที่จอดรถแล้วเราก็เดินเล่นด้วยกัน เวลาที่เดินอยู่ข้างเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นลูกแมวจอมซนตัวหนึ่งที่กำลังมีความสุขมากจนอยากจะกระโดด ทั้งอยากจะวิ่งนำหน้าแต่ก็รู้สึกว่าเขาเองก็พยายามเร่งฝีเท้าตามฉันให้ทันเช่นกัน

ไฮด์พาร์คกว้างใหญ่ไพศาลจนแข้งฉันขึ้นกล้ามเมื่อพวกเราเดินอ้อมมาครึ่งสวน (อเลนบอกแบบนั้น ฉันหมายถึงเรื่องเราเดินมาครึ่งสวนนะไม่ใช่เรื่องแข้งฉันขึ้นกล้าม) หลังจากที่เราลงแรงปั่นเรือที่ Serpentine Lake จนเมือย อเลนบอกว่าจะพาฉันไปดูรูปปั้นปีเตอร์แพน

ส่งมือมาสิ ฉันเหลือบตาขึ้นมองขณะดันก้นออกจากเรือ มือหนายื่นเข้ามาตรงหน้า คุณอาจจะทำเรือเขาเสียหายได้นะ เขายิ้มทะเล้น

ส่วนฉันน่ะหน้าแดงแจ๋แต่ก็ยอมจับมือเขาไว้แต่โดยดี อดลูบก้นตัวเองตอนนี้เขาเผลอไม่ได้ เพราะกำลังสงสัยว่าน้ำหนักกำลังจะขึ้นรึเปล่า ทำไมออกจากเรือมันถึงได้ลำบากถึงขั้นต้องรับความช่วยเหลือจากผู้ชายตรงหน้า

มีอะไรรึเปล่า...ผมเห็นคุณยืนลูบสะโพกตัวเองอยู่นานแล้วนะ

คนบ้า! แอบมองตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

ก้นฉัน เอ้ย...ไม่มีอะไรค่ะ

เขายิ้มท่าทางได้ใจเมื่อเห็นฉันอายจนพูดไม่ออก แต่ก่อนที่พวกเราจะได้ก้าวเดินต่อไป จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดีงขึ้น

ตอนนี้น่ะเหรอ น้ำเสียงออกรำคาญใจนะเนี่ย โดนแฟนสาวโทรตามรึเปล่านะ

เออใช่สิ...ฉันยังไม่เคยถามเรื่องนี้เลย เกิดเขามีแฟนแล้วออกมาเที่ยวกับฉันแบบนี้ ฉันก็ผิดศีลธรรมแย่น่ะสิ (ยังอุตส่าห์คิดได้นะ) แต่ช่างเถอะ...ฉันไม่ได้ล่วงเกินเขานี่หน่าจริงไหม

มาริคบอกให้คุณไปทดลองงานที่สตูดิโอ

ใครคะ

ฉันกำลังเบลอเลยเผลอถามเขาออกไปแบบนั้น กว่าจะนึกได้อเลนก็ขมวดคิวไปไหนต่อไหนแล้ว

มาริคที่เป็นเพื่อนและผู้จัดการส่วนตัวของผม ที่ไปเที่ยวด้วยกันเมื่อวานนี้ไงครับ

ฉันจำได้ค่ะ ฉันรีบโผล่งออกไป

ก็เมื่อกี้คุณถามผม... เขาเบลอตามฉันไปแล้ว

ระบบความทรงจำของฉันทำงานผิดปกติดชั่วขณะน่ะค่ะ แต่ตอนนี้จำได้แล้ว ฉันตัดบทยิ้มแฉ่ง หวังว่ารอยยิ้มเหล่านี้จะช่วยหักล้างความเพี้ยนออกไปได้

 

เมื่อมาถึงสตูดิโอแห่งหนึ่ง คราวนี้อเลนเดินเร็วจนฉันต้องวิ่งตาม ขนาดใส่รองเท้าผ้าใบอยู่แท้ๆ ยังส่งเสียงดังก้องไปทั่ว และฉันก็สะดุดขาตัวเองอยู่หลายหนกว่าเราจะเดินมาถึงห้องรับแขก

นายมาสายนะ

คำขาดจากปากของบุคคลจอมกวนประสาทในสายตาฉัน แน่นอนว่าเขากวนประสาทพอกันสำหรับอเลน มาริคเดินตรงเข้ามาหาฉันแล้วบอกด้วยแววตาที่อ่านความรู้สึกไม่ค่อยจะออกว่า

มิสเตอร์เฟลตเชอร์รอพบคุณอยู่น่ะ

อันที่จริงวันนี้เป็นวันพักร้อนของฉันนะ อเลนเถียงขึ้นอย่างดื้อดึงมาริคส่งสายตาดุไปให้

ตายแล้ว! เขาสองคนแง่งอนกันอย่างกับคู่เกย์แหนะ แล้วฉันมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย ท่ามกลางหนุ่มหล่อแสนจะเก้เกย์ทั้งสองอย่างนั้นเหรอ เปล่าหรอก...บางทีอเลนอาจจะไม่พอใจที่วันหยุดถูกทำลายก็ได้

เดี๋ยวนายไปแต่งหน้ารอก่อนแล้วกัน ฉันจะพาคุณพิชฎาไปพบมิสเตอร์เฟลตเชอร์เอง

อเลนโดนออกคำสั่งอีกแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะส่งแววตาอ่อนโยนห่วงใยมายังฉัน ทำให้สาวโสดสนิทอดรู้สึกหวั่นไหวไปกับความอบอุ่นผ่านดวงตาของเขาไม่ได้ แววตาของเขาในตอนนี้ทำให้ฉันลืมความคิดเมื่อครู่ไปเลย (ที่คิดว่าพวกเขาเป็นเกย์ไง)

แล้วเจอกันนะครับ เขาว่า

แล้วเจอกันค่ะ ดวงตาฉันในตอนนี้มันต้องเศร้ามากแน่ๆ เลย แต่ทำไมถึงรู้สึกร้อนสันหลังแบบนี้ล่ะ

มิสเตอร์เฟลตเชอร์รอคุณอยู่นะครับ

นั่นไง! ที่มาของความรู้สึกร้อนสันหลัง ฉันอาจจะเป็นรายต่อไปที่ถูกสั่ง โดยเขา คุณมาริคจอมบงการ

เชิญทางนี้ครับ

เขาผายมือไปทางซ้ายเชิงบอกทาง ฉันจึงเดินนำไปก่อนนิดนึงแล้วชะลอฝีเท้าลงต้องมองย้อนกลับไปด้านหลังอย่างขาดความมั่นใจ ฉันไม่เคยมีใครมาเดินตามหลังแบบนี้นี่นา มันทำให้รู้สึกเหมือนกับกำลังโดนจับผิดอยู่ตลอดเวลา และเมื่อหันกลับไปมองทีไรก็เห็นแต่มุมปากของคุณมาริคขยับยิ้มนิดๆ พอเป็นพิธี แต่หน้ายังขรึม ถ้ายิ้มกว้างกว่านี้อีกสักหน่อยคงเรียกได้ว่า แยกเขี้ยว ใส่เสียละมั้ง

เออ...

ถึงแล้วครับ

เมื่อกี้ฉันว่าจะขอความกรุณาให้เขามาเดินอยู่ข้างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ฉันอีกนิดนึง แต่ทว่าโดนขัดขึ้นเสียก่อน เลยอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

เชิญข้างในเลยครับ เดี๋ยวผมจะรอคุณอยู่ข้างนอก

พระเจ้า! ข้างในเลยเหรอ

ฉันอุทานในใจกับตัวเองตาเบิกกว้าง เผลอถอยหลังจนไปติดประตูแล้วสะดุ้งโหย่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อเมื่อมือใหญ่วางลงบนบ่า

มิสเตอร์เฟลตเชอร์ ไม่โยนคุณออกนอกหน้าต่างหรอก ไม่ต้องเป็นห่วง

ค่ะ ฉันยิ้มเหย่เก แต่ใครเขาห่วงเรื่องนั้นกันเล่า ฉันแค่วางตัวไม่ถูกเท่านั้นเอง

เมื่อผลักประตูเข้าไปในห้อง ฉันก็ยืดอกพยายามสร้างความมั่นใจแก่ตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามไม่ให้ดูยโสโอหังด้วย ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะตกงาน ณ วินาทีนี้เลย พอจะยิ้มออกมาบางมองไปด้านหน้าเมื่อเสียงประตูปิดลงดัง กรับ ชายร่างใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังทำงานสีดำโน้มตัวมาข้างหน้าเท้าแขนลงบนโต๊ะ ยิ้มต้อนรับฉันให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาจนเกิดความกล้าที่จะก้าวขาเข้าไปนั่งอยู่ตรงหน้าเขาเมื่อได้รับคำเชิญ

 

มิสเตอร์เฟลตเชอร์เป็นคนที่มีอัธยาศัยดีและเป็นมิตร ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นประธานในงานประกวดนายแบบนางแบบในปีที่คุณอเลนเคยเข้าร่วมแข่งขันและเป็นประธานบริษัท JUB&JAM แห่งนี้อีกด้วย เขาบอกว่าเหตุผลที่เรียกฉันมาก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากรู้ว่าคนที่อเลนอยากร่วมงานด้วยนั้นมีอะไรพิเศษ ฟังเหมือนพ่อรูปหล่อตาสีเขียวเป็นคนโหดร้ายและไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อคนอื่นเลยเนอะ

ฉันตอบคำถามเขาไปสารพัดสารเพแล้วแต่เขาจะนึกอยากถาม มันไม่ได้ให้บรรยากาศเหมือนกับคุณถูกสัมภาษณ์งานหรอกนะ เหมือนกับคนแก่นั่งสนทนากับเด็กเสียมากกว่า แต่มีอย่างหนึ่งที่ฉันไม่ได้บอกเขาถึงเหตุผลที่อเลนอยากร่วมงานกับฉันคือ...สิ่งที่ฉันคิดว่าเขาอาจจะชื่นชมในความมีน้ำใจงามแบบไม่รอบคอบของฉันละมั้ง ที่อุตส่าห์บริจาคเหรียญสองยูโรให้เขาในลอนดอน

อเลนแต่งหน้าเสร็จแล้ว คราวนี้ก็ทีคุณล่ะ

ฉันหันไปมองหน้ามาริคส่งคำถามผ่านสายตาไปว่า คุณจะไม่ให้เวลาฉันพักหายใจหน่อยเลยเหรอ พอออกจากประตูมาก็สั่งฉันไปแต่งหน้าเสียแล้ว

ค่ะ คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ แม้แต่สิ่งที่คิดไว้ยังไม่กล้าเอ่ยออกมา แล้วฉันก็ต้องเดินตามมาริคเหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่ไปที่ห้องแต่งหน้า

 

พอแต่งหน้าเสร็จฉันก็โดนพนักงานสามสีคนจับยัดลงในชุดลูกไม้สีขาวที่เผยให้เห็นไหล่ช่วงบนไปจนถึงเนินอก มีกระโปรงสั้นเคียงเข่าที่คอยพริ้วไหวทุกย่างก้าวที่ฉันสาวเท้าเดิน มันทำให้ฉันเกิดความรู้สึกเหมือนมีลมพัดเข้าใส่ทั้งช่วงบนช่วงล่างเมื่อต้องไปยืนอยู่บนรองเท้าส้นสูงเหมือนตึกแต่มีปลายแหลมเหมือนไม้โกงกางตามริมฝั่งทะเลทำให้ฉันเดินเก้ๆ กังๆ จนอาจจะสาเหตุทำให้ทั้งช่างแต่งหน้าและดีไซเนอร์ต้องแอบประณามสาบแช่งฉันลับหลังโทษฐานทำตัวไม่เหมาะสมกับชุดที่พวกเขาจัดแจงเลือกให้

พวกคุณเสร็จกันรึยัง เสียงทุ้มดังมาจากประตู

เสร็จแล้วค่ะ รอคุณพิชฎาออกมาจากห้องลองเสื้ออยู่

จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงครางในลำคอ ฉันมองตัวเองในกระจกอีกครั้งแล้วค่อยเดินผ่านม่านไปอย่างระมัดระวังเหมือนเด็กหัดเดิน ต่างตรงที่ว่าฉันต้องก้มหน้ามองพื้นสม่ำเสมอ

ถ้าไงเดี๋ยวเธอออกมาพวกคุณช่วยพาเธอไปที่สตูดิโอด้วยนะ ผมมีเรื่องจะต้องทำต่อ

อดมุ่ยหน้าใสคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาพลิกกระดาษไม่ได้ และตอนที่ฉันกำลังจะแลบลิ้นใส่เขาก็เหมื่อนเจ้าตัวจะรู้สึกตัวเลยเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันเข้าพอดี ฉันเลยรีบฉีกยิ้มแทบไม่ทัน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่อยากยิ้มตอบเอาแต่ยืนจ้องฉันหน้านิ่งให้ฉันรู้สึกสูญเสียความมั่นใจจนต้องหมุนคอไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อหาจุดบกพร่องบนตัว

มาเถอะ คุณต้องฝึกความเร็วกว่านี้หน่อยนะ เขายื่นมือส่งมาให้พร้อมสั่งสอนฉันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ฉันยังแปลกใจว่าเขามาหยุดอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ระวังล้มล่ะ เขาเตือนเมื่อเห็นฉันก้าวขา

คุณก็จับมือฉันไว้แน่นๆ สิคะหากรู้ว่าฉันจะเดินล้มน่ะ ฉันแยกเขี้ยวใส่กุมมือเขาไว้แน่น

อย่าทำหน้าดุใส่ผมสิ เดี๋ยวผมก็กลัวจนหัวหดกันพอดี

คราวนี้ฉันเลยค้อนใส่เขาเสียเลย แต่มาริคกลับยิ้มให้อย่างไม่ใส่ใจทีท่าของฉัน

 

มาริคบอกว่าทีมงานอยากจะให้ฉันมาลองงานดู เพราะพวกเขาอยากรู้ว่าฉันจะขึ้นกล้องมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่วันถ่ายทำจริงๆ จะมาถึง เพื่อที่พวกเขาจะได้มีเวลาเตรียมงานและชุดที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายทำให้ฉัน ตามจริงแล้วโฆษณาตัวนี้จะต้องมีเพียงอเลนคนเดียวที่ร่วมถ่ายทำ แต่เนื่องจากว่าเขากลายเป็นคนโปรดของหลายๆ คน คำขอของเขาจึงมักได้ผลเสมอ ส่วนคนเขียนบทก็แก้กันไปจ้าละวัน จากที่ต้องมีแค่ฉาก หนุ่มโสดแอบรัก เลยกลายเป็นว่าต้องเป็นเรื่องราว ความรักระหว่างหนุ่มสาวไป

และเนื่องจากว่าฉันไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้ จึงโดนเพื่อนร่วมงานหลายๆ ท่านทั้งเฉาะทั้งฉะกันไปฉากใหญ่ แต่ฉันก็ยังทำผิดพลาดอยู่ดี จนมาริคกุมขมับบ่งบอกว่าเขากำลังมีอาการปวดเศียรเวียนเกล้า เห็นจะมีก็แต่อเลนที่ใจดียิ้มแฉ่งชอบใจบอกว่า คุณต้องการเวลาเพื่อพัฒนา แถมด้วย ผมว่าคุณน่ารักดี ฟังแล้วให้ใจหายใจคว้ำ คำพูดซึ้งๆ แบบนี้ฉันไม่ได้ยินมาหลายปีแล้วตั้งแต่กลายเป็นสาวโสด ซึ่งคำพูดน่ารักๆ แบบนี้เคยแฟนคนสุดท้ายของฉันที่พูดมันออกมา และตอนนั้นรู้สึกว่าฉันจะอายุสิบห้าปีได้

 

 

เรื่องนี้จะอัพต่อถึงบทที่ 13 ก่อนนะคะ จากนั้นก็รอดูว่านิยายจะเข้ารอบไหม ถ้าหากนิยายเข้ารอบก็ไม่ได้อัพต่อ แต่หากไม่เข้ารอบแล้วมีแฟนนิยายคอยติดตามจะอัพให้จนจบค่ะ ^^ ขอบคุณแฟนนิยายทุกท่านที่สนใจผลงาน

 

:::พ่อมดช่างเพ้อ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

142 ความคิดเห็น

  1. #40 >>Khwanana<< (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 10:18
    ขิม เธอมากับดวงจริงๆนะเนี่ย

    อยากให้อัพต่อจนจบจังงง

    แต่อยากให้เข้ารอบมากกว่า

    เพราะงั้น  จิ้มโหวตๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ^____________^
    #40
    0