Finding Prince หนึ่งคนที่ใช่ หัวใจบอกว่ารัก

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 F.R.E.E. Life, new F.R.I.E.N.D.S.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 พ.ย. 52





Robin Spielberg - Spirit in the House : http://ritterprinz.webs.com/Robin%20Spielberg%20-%2001%20-%20Spirit%20In%20This%20House.mp3

พ่อมดช่างเพ้อ
:::

 

ทำไมหลายๆ คนชอบจินตนาการเป็นนาต ทั้งที่เห็นหน้าและไม่เห็นหน้า เปลี่ยนเป็นพอลล่าเถอะค่ะ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านที่ดี 5555 อย่ามานึกถึงยัยนาตเลยนะคะ (>///<) มันเขิน TOT (ด้านขนาดนี้แล้ว เขินเป็นด้วยหรือคะ)

 

 

 

ไม่มีภาพลอนดอน เอามิวนิคไปแทนแล้วกันนะคะ คนแต่งชอบแปะภาพ >_< แต่ไม่เคยไปลอนดอน 5555 ตอนที่นาตไปครั้งเก็บภาพนี้มา ด้านหลังเขายังไม่สร้าง Underground เลย ล่าสุดไปทัศนศึกษากับห้องเรียนมา Underground ผุดขึ้นมาได้ยังไงก็ไม่รู้ TOT แกะน้อยในเมืองใหญ่เลยงงเป็นไก่เลยค่ะ ชอบภาพน้ำพุ มองแล้วอารมณ์ดีเลยเอามาลงค่ะ

 

 

บทที่ 3 F.R.E.E. Life, new F.R.I.E.N.D.S.

วันนี้เป็นวันที่สามที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ในลอนดอน ฉันยอมเจียดเงินที่มีอยู่เพื่อแลกกับการใช้โทรศัพท์ทางไกลตามร้านอินเตอร์เน็ตราคาถูก รายงานให้แม่ฟังว่าฉันอยู่สุขสบายดี แน่นอนว่าฉันจะไม่เล่าเรื่องโดนลินดาทอดทิ้งตั้งแต่วันแรกที่มาถึง หรือแม้กระทั่งว่าที่เราขาดการติดต่อกันโดยสิ้นเชิงมาแล้วสองวันเต็ม ไม่อย่างนั้นแม่คงจะเรียกตัวฉันกลับทันที จากนั้นก็อดทนเดินผ่านทราฟอลการ์สแควร์ลัดเลาะเข้าซอกนั้นทะลุผ่านซอกนี้ไปจนถึงเซ็นต์เจมส์พาร์ค แล้วพาสังขารอันร่อแร่กับห่อขนมปังไปหาที่นั่งปิกนิคกินอาหารเช้าชมวิวอยู่ใกล้ๆ ดั๊กไอส์แลนด์ภายในสวน

จากมุมที่ฉันนั่งอยู่สามารถมองเห็นลอนดอนอาย ซึ่งเป็นหนึ่งในที่ๆ ฉันอยากไปเช่นกัน แต่ฉันต้องอดใจเอาไว้ก่อน เพราะยังไม่อยากเสียเงิน 12 ปอนด์กับอีก 50 เพนนีไปกับการเดินเข้าไปนั่งในกลาสพอดส์เพื่อที่จะได้ชมวิวลอนดอนสร้างความบรรเทิงเริงใจ เอาไว้เงินเหลือเมื่อไหร่ฉันจะยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับความสุขเหล่านั้นก็แล้วกัน

พอสายหน่อยผู้คนก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งคนแก่คนหนุ่มและเด็กมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด ฉันเองก็เดินเล่นจากดั๊กไอส์แลนด์อ้อมไปยังการ์ดเมโมเรียลตัดผ่านไปยังศูนย์อาหารอินน์เดอะพาร์ค กำลังคิดว่าจะเดินไปที่แบนด์สแตน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่ใช่วันของฉัน เพราะไม่รู้ว่าตรงหน้าเขาทำอะไรกัน มีราวมากั้นขวางทางฉันพร้อมทั้งมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเต็มไปหมดอย่างกับกองถ่ายละครมาตั้งอยู่ที่นี่ คนทำงานเดินกันขวักไขว่หนึ่งในนั้นทำให้ฉันรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตานึกขึ้นได้ว่าน่าจะเป็นพวกช่างภาพกองเดียวกันกับที่เจอเมื่อวาน มารพจญที่ขัดขวางการเข้าชมโฟโตกราเฟอร์แกลเลอรี่ของฉัน

ผู้คนที่ฉันเห็นและเข้าใจว่าพากันมาเดินเล่น กลับยืนออเกาะราวอย่างกับพวกชอบถ้ำมองจนฉันถูกเขี่ยออกห่างจากราวกันทีละนิดละหน่อยโดยไม่รู้ตัว ฉันรีบมองไปรอบๆ เหมือนกับจะรอให้ใครบางคนโผล่มายืนข้างๆ อย่างเมื่อวาน แต่เขาไม่โผล่มา เลยคิดว่าจะเดินไปทางอื่น

ตุ๊บ โคร่ม!

เมื่อหันกลับมาก็มีใครไม่รู้วิ่งชนฉันราวกับเบรคแตกจนเราสองคนล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้น

ขอโทษค่ะ ขอโทษ เสียงเล็กกล่าวรัวๆ ฉันลืมตาขึ้นมา

หญิงสาวหน้าหวานผมสีดำดวงตากลมโตแก้มสีชมพูปากสีเดียวกันกับแก้มมัดแกะสองข้างกำลังชะโงกชะเง้อมองหน้าฉันด้วยท่าทางวิตกกังวล และรู้สึกว่าภาษาที่เธอพูดจะเป็นภาษาไทย ฉันใช้ศอกยันกายให้ลุกขึ้นแล้วยืนมือไปเมื่อเธอส่งมือมาให้อย่างมีน้ำใจ

ไม่เป็นไร

อุ๊ยตาย! คนไทยเหรอเนี่ย

อ้าว! ดูท่าทางเจ้าตัวจะไม่รู้ว่าพูดภาษาไทยกับฉันเอง

ขอโทษจริงๆ นะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะวิ่งชนเธอ แต่มันเบรคไม่อยู่จริงๆ

เธอดึงฉันให้ลุกขึ้นก่อนเอามือขึ้นมาป้องปาก

ไม่เป็นไร

มาเที่ยวเหรอ เธอถามขณะดึงสายเป้ให้กระชับกาย ยิ้มให้ฉันหน้าตาเบิกบานอย่างกับทานตะวัน

ใช่ ฉันยิ้มตอบ

อายุเท่าไหร่อ่ะ จะได้เรียกถูก

พอเห็นคนแปลกหน้าก็ถามอายุเสียเลยนะเธอ

23 ปี

อุ๊ย! เท่ากันเลย เธอยิ้มหน้าบานกว่าเก่า เราชื่อเมธาวี เรียกว่าเมย์ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ...

พิชฎา เรียกขิมเฉยๆ ก็ได้

ลูกครึ่งเหรอ

เปล้า ฉันย่นหน้าผากอย่างนึกขำ ลูกคนไทยนี่แหละ

จริงดิ ท่าทางคนตรงหน้าจะแปลกใจมาก ก็เธอดั้งอ่ะ มันโด่งๆ เลยคิดว่าเป็นลูกครึ่ง

ว่าไปโน่น ครึ่งฝั่งแม่น้ำโขงน่ะอาจจะใช่ ส่วนดั้งที่เธอกล่าวถึงมันพึ่งจะโผล่มาเมื่อไม่นานนี้เอง สงสัยจะกินอาหารฝรั่งนานมันเลยพากันเติบโต

ฉันเรียกเธอว่าขิมแล้วกันนะ แต่เวลาพูดภาษาอังกฤษต้องระวังไม่ให้เสียงเพี้ยน เดี๋ยวฝรั่งจะนึกว่าเธอชื่อ ชิม ที่มาจากคำว่า ชิมแพนซี กิ๊ซๆ ฉันล้อเล่นนะ

เอ้า! ยัยคนนี้ คำว่าเกรงใจน่ะรู้จักบ้างไหม ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้จักเท่าไหร่ แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกเคืองอะไรหรอกนะแค่แปลกใจน่ะ ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรออกไป จู่ๆ เสียงทุ้มก็ตะโกนเรียกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

ยัยเมย์ เธอนี่มันยิ่งกว่าลิงลมเสียอีก พี่บอกให้รอทำไมไม่รอฮะ คอยดูเถอะจะโทรไปฟ้องแม่

โธ่พี่เมษ ตัวเองแก่แล้วเดินตามไม่ทันก็อย่ามาโทษแต่คนอื่นสิ เมย์เถียงกลับมือเท้าสะเอว

แล้วนี่เธอยืนคุยอยู่กับใคร คนชื่อเมษวิ่งมายืนอยู่ข้างเมย์

เพื่อนใหม่ฉันเองพี่ เป็นคนไทย เขามาเที่ยวที่นี่อายุเท่าฉันเลยโชคดีจริงๆ มาลอนดอนยังไม่ถึงอาทิตย์ก็หาเพื่อนได้แล้ว

เขาบอกเธอแล้วเหรอว่าจะเป็นเพื่อนกับเธอน่ะ

เปล่าเลย! ฉันไม่ได้บอก ก็แค่แนะนำตัวไปนิดหน่อย

สวัสดีครับ คุณชื่ออะไร ผมชื่อเมษายน เรียกเมษเฉยๆ ก็ได้ครับ

อรรถยาศัยดีไม่แพ้น้อง เขาส่งมือมาทักทายฉันอย่างกับลูกฝรั่ง ฉันจับมือกับเขาแล้วเราก็แนะนำตัวกันอีกนิดหน่อย เมย์เป็นนักเรียนไทยที่จะมาต่อปริญญาโทที่นี่ แต่ตอนนี้กำลังเรียนภาษาอยู่ ส่วนคนชื่อเมษายน คุณเมษหรือที่เขาให้ฉันเรียกว่าพี่เมษ เรียนจบโทไปหมาดๆ วางแผนเอาไว้ว่าจะเรียนต่อปริญญาเอกแต่ยังไม่มีงบ เลยทำงานเป็นช่างภาพอิสระแล้วแต่ใครจะรับจ้างไป ดูเหมือนว่าวันนี้เขาก็มาที่นี่เพราะงานเหมือนกัน

วันนี้เขามีถ่ายโฆษณากันที่นี่ พี่เมษเลยมาตามเก็บภาพนายแบบนางแบบเพื่อที่จะนำไปเสนอพวกแม็กกาซีนดังๆ เพื่อเข้าสมัครงานที่นั่น วันนี้ฉันเลยตามมาด้วย เมย์อธิบาย

ฉันพยักหน้าเอออออย่างตรัสรู้เสียทีว่าทำไมฉันถึงโดนดัก มิน่าล่ะคนถึงได้มุงกันเต็มไปหมด

พี่เมษบอกว่านายแบบนางแบบเป็นพวกน้องใหม่มีโอกาสจะดังเปรี้ยงปร้างได้ในอนาคต แท้จริงแล้วคนพวกนี้เขาทำงานในวงการนี้มาได้สักสามสี่ปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาเตะตาแมวเมื่อไม่นานมานี้เอง อันที่จริงฉันก็ไม่รู้จักเรื่องพวกนี้มากมายหรอกนะ แต่ได้ยินมาก็เลยอยากมาดูหน้าคนสวยคนหล่อสักหน่อย

น่าสนแฮะ

แล้วเราก็หัวเราะกันโครม แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถผ่าฝูงชนเข้าไปดูคนสวยคนหล่อที่เมย์กล่าวถึงได้ ส่วนพี่เมษนั้นหายหัวไปกับสายลมจนป่านนี้ก็ยังไม่กลับออกมา ฉันกับเมย์เลยนั่งคุยกันไปสัพเพเหระตามประสาผู้หญิง จนเกิดความรู้สึกสนิทใจเหมือนรู้จักกันมาเป็นสิบๆ ปี ฉันเล่าให้เมย์ฟังว่าเพิ่งมาจากเยอรมันได้สามวัน

 

เนี่ยพี่เมษ ยัยขิมพูดภาษาเยอรมันได้ด้วยแหละ

จริงดิ

ตาพี่เมษเงยหน้าขึ้นมาจากกล่องข้าวผัดที่น้องสาวเขาเป็นคนทำให้ มองหน้าฉันอย่างกับมองเทวดา ส่วนฉันที่กินข้าวไม่ลงบนทุนอยู่แล้วด้วยความเกรงใจว่าเมย์อุตส่าห์ใจดีแบ่งอาหารส่วนของตัวเองมาให้ ยิ่งกินไม่ลงไปกันใหญ่เมื่อถูกพี่เมษจ้อง ขนาดเศษไข่ที่คิดว่าเล็กๆ ยังติดขัดอยู่ที่คอเลยตอนนี้

พี่เมษอยากเรียนภาษาเยอรมัน แต่ว่าคอร์สภาษาแพงมหาโหดพี่แกเลยไม่เรียน เขาเลยเสียสละให้เมย์เรียนภาษาอังกฤษไปก่อน หรือจะว่าไปแล้วเขาโข่งน่ะ ถ้าหากเรียนคงอีกนานกว่าจะพูดได้

มีลางสังหรว่าศึกปะทะคารมณ์สองพี่น้องจะเกิดขึ้น

ยัยเมย์ นี่เธอหาว่าพี่โง่รึไง

นั่นไง ฉันคิดไม่ผิดเลย

เปล่าสักหน่อย แค่บอกว่าโข่ง

แล้วมันต่างกันยังไง

ก็ฉลาดกว่าโง่ไงพี่ แต่โข่งน่ะ เมย์หัวเราะจนดวงตาที่กลมโตปิดสนิท พี่เมษส่ายหน้าอย่างระอาแต่ก็อมยิ้มนิดๆ ฉันดูก็รู้ว่าพี่แกรักน้องสาวมาก เจ้าตัวหัวเราะฮึๆ ในลำคอก่อนถามต่อ

แล้วเราพักที่ไหนเหรอ มาเที่ยวนานเปล่า

เดือนเดียวเองค่ะ ขิมว่าจะมาหาดูช่องทางหางานด้วยน่ะ ส่วนตอนนี้เช่าโฮสเทลอยู่ระหว่างพิคคาดิลลี่เซอร์คัสและโซโฮ

จากนั้นฉันก็เล่าเรื่องตัวเองให้พี่เมษฟังเหมือนที่เคยเล่าให้เมย์ฟังครั้งแรก พี่เมษทำหน้าตกอกตกใจจนพวกฉันก็พลอยใจเสียไปด้วย

เฮ้ย! เป็นผู้หญิงแท้ๆ ไปอยู่ตัวคนเดียวแถวนั้นได้ยังไง แล้วนี่เราจะอยู่ไปอีกตั้งยี่สิบเจ็ดวันเชียวเหรอ

ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเขาต้องตกใจขนาดนั้น

ก็คงเป็นอย่างนั้นแหละ ก็ที่นั่นโฮสเทลมันถูกนี่

โอ้ยพอ! เลิกพูดเลย ย้ายๆ พี่ไม่สนับสนุน ถ้าอยากได้ถูกๆ นะ หากไม่รังเกียจเธอมาอยู่กับพวกเราจะดีเสียกว่า ห้องมันแคบไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็น่าจะปลอดภัยกว่าแถวที่เธออยู่

เอ้...ฉันงงเป็นไก่ตาแตก ที่นั่นก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่นา

แล้วนี่เราไปพักอยู่ที่ไหน ชื่อโฮสเทลน่ะ

พิคคาดิลลี่

ไอ้หย่า ยัยขิม คราวนี้พี่แกออกอาการประสาทหนักกว่าเดิม ที่นั่นน่ะ เพิ่งมีข่าวผู้หญิงโดนข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งเมื่อสามอาทิตย์ก่อน

เฮ้ย!” คราวนี้ฉันกับยัยเมย์ร้องขึ้นพร้อมกัน

ทำไมตาพี่เมษบ้านี่ไม่เล่าอะไรที่มันน่าฟังกว่านี้นะ ทำไมต้องมาจำเพาะเจาะจงบอกข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับที่พักราคาถูกที่เดียวที่ฉันรู้จักด้วย

ย้ายมาอยู่กับพวกเราดีกว่าขิม ห้องเรามีตั้งสองเตียง อันหนึ่งเป็นเตียงสองชั้นและอันหนึ่งเตียงเดี่ยว เดี๋ยวเรายกเตียงเดี่ยวให้เลยแล้วให้พี่เมษไปนอนเตียงชั้นบน

สีหน้าพี่เมษไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นักตอนกล่าวถึง เตียงชั้นบน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“ไม่กลัวฉันไปขโมยของรึไงคะ ชวนสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้”

“ห้องพวกเรามีอะไรให้ขโมยที่ไหน อย่างมากก็มีแต่กางเกงในที่ไม่ได้ซักกับมาม่าคนละลัง เธออยากได้ก็เอาไปเถอะ กางเกงในพี่เมษขึ้นราด้วยนะ”

“ยัยเมย์” พี่เมษเอ่ยเสียงดุใส่เมย์ก่อนกล่าวทะเล้นว่า “ขิมหน้าตาไม่น่าเห็นน่ากลัวเท่ายัยเมย์เลยด้วยซ้ำ ยัยนี่ชนะขาดลอย พี่จะกลัวขิมไปทำไม”

“คนที่น่ากลัวมันพี่เมษต่างหาก” เมย์เบ้อปากใส่พี่ชาย ฉันอดขำออกมาไม่ได้

แปลกดีแฮะพี่น้องคู่นี้ กล้าชวนกันเฉยเลย

เดี๋ยวฉันขอกลับไปคิดดูก่อนแล้วกัน

พวกเรานั่งกินอาหารร่วมกันจนเสร็จ แล้วพี่เมษก็ต้องพาเมย์ไปทำธุระต่อ ฉันก็มองกระดาษในมือแล้วมุ่นคิ้วอย่างฉงน สองคนแล้วที่ให้ที่อยู่และเบอร์โทรติดต่อฉันมา หลังจากที่ฉันโดนลินดาทิ้ง

รึว่าความคิดเพี้ยนๆ โดยการบริจาคเงินให้ขอทานพร้อมคำอธิฐานของฉันให้เจอแต่สิ่งดีๆ จะกลายเป็นจริงขึ้นมานะ แต่มันเห็นผลเร็วเกินคาดมาก ไอ้สิ่งเหล่านี้ฉันเองก็เคยแต่ดึงมาเขียนในนิยาย ยังไม่เคยได้พบประสบกับตัวเองสักที หากเลือกพระเอกได้แบบในนิยายก็คงจะดีน่ะสิ ว่าแต่ว่า...เราฉันจะดูออกไหมเนี่ยว่าใครเป็นพระเอก

เฮ้อ...พอๆ พับความคิดพระเอกอะไรนี่เก็บไปเลยนะยัยขิม ทางที่ดีเธอควรจะคิดเสียก่อนว่าจะต้องระวังตัวจากอะไรบ้าง

 

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานนะคะ รู้สึกว่าคนแต่จะต้องแก้ไขภาษาเยอะเลยทีเดียว ทำไมอ่านไปขัดหูขัดตาก็ไม่รู้ 555 มีอะไรไม่ชอบมาพากลติเตือนกันได้ตามสบายโดยเฉพาะเรื่องคำผิด คนแต่งชอบเพี้ยนมองข้ามหรือไม่ก็เขียนไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการ (หล่อน 22 แล้วนะยะ ยังรู้เท่าไม่ถึงการอีกเหรอ =O=) ตามประสาเด็กสาว (ตรงไหน) ที่ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาไทย

ขอบคุณค่ะ (ยิ้มแบบนางสาวไทยอีกรอบ) โค้งคำนับ กราบงามๆ ขอคะแนนเพิ่มด้วยเจ้าค่า 5555

 

:::พ่อมดช่างเพ้อ

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

142 ความคิดเห็น

  1. #118 พันดารา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 / 16:11
    ไม่กลัวถูกหลอกไปขายเหรอจ๊ะ ^^
    #118
    0
  2. #36 >>Khwanana<< (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2552 / 21:59
    55++เป็นสองศรีพี่น้องที่ประหลาดสุดๆจริงๆ

    แค่ชื่อก็แปลกแล้วอ่ะ  เมษายน  เหอๆ
    #36
    0