Crackers Family รักรสซ่า...ครอบครัวหรรษา x 3²

ตอนที่ 6 : 4.รักรสซ่า...วันบ้าๆ ของฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 พ.ค. 52


href="file:///C:\Users\media\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\Users\media\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\Users\media\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

เจ้าชายอัศวิน:::

 

4.

รักรสซ่า...วันบ้าๆ ของฉัน

เจ็บเป็นบ้าเลย พี่ดูหน้าผากผมสิ ช้ำหมดแล้ว ทั้งปวดอีกต่างหาก แบบนี้ผมคงเล่นเปียโนไม่ได้อีกแล้ว ดูเท้าผมสิ เสียงมูนลิทโอดครวญอยู่ด้านหลังฉันห่างออกไป แต่เท่าที่ฟังจากมูนนี่แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ต่อให้ฉันไม่โขกหัวเขาหรือโขกหัวเขา มันก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ร้อก จะว่าไปหัวตาบ้านี่ก็แข็งจนฉันมึนเหมือนกันนะ

ก็สมควรแล้วนี่ เราก็พูดกับเขาไว้ดีเหลือเกินจนน่าเห็นใจ

คำพูดของพี่มูนไชน์ถูกใจฉันจนอดขำออกมาไม่ได้ แต่ฉันก็รีบจ้ำเท้าเดินนำพวกเขามา หันไปมองดูมูนลิทและพี่มูนไชน์อยู่เป็นระยะๆ สงสัยไม่น้อยว่าทำไมสองคนนี้ต้องขึ้นรถเมล์คันเดียวกันกับฉัน ลงป้ายเดียวกันกับฉัน แล้วก็ยังมาเดินตามหลังฉันอีกต่างหาก

ใช่สิ! เมื่อวานพี่ฮยอนจุนเพิ่งบอกว่าพี่มูนไชน์และครอบครัวจะย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์ข้างบ้านเรา แล้วเมื่อเช้ามูนนี่ก็บอกว่าพี่ชายเขาเคยอยู่กับอา หรือพ่อของพี่มูนไชน์จะเป็นอาตานี่ เพราะพี่มูนไชน์เองก็เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนประจำเหมือนกัน

เฮ้ย! ใครจะเป็นอะไรกับใครก็เรื่องของเขาเป็นไร แล้วทำไมฉันจะต้องมาคิดเรื่องของคนอื่นให้เมื่อยกล้ามสมองด้วยนะ ช่างเป็นความจำเป็นที่ไร้สาระสิ้นดีว่าไหม?

ล๊า ลา ลัล ลา ล๊า แน่จริงก็วิ่งตามให้ทันสิ แบร่ๆ เด็กผู้หญิงวัยห้าขวบโผล่ออกมาจากหลังรถขนของคันใหญ่ที่จอดอยู่หน้าบ้านของตาพระจันทร์สองดวง ส่ายก้นใส่เด็กผู้ชายวัยประมาณสิบขวบ ที่มีผมตั้งชี้ฟ้าโด่เด่และกำลังวิ่งตามเธออย่างเหนื่อยหอบ

ท่าทางของเธอ กวนประสาทเหมือนฉันตอนเด็กเป๊ะ เพราะตอนเด็กฉันแสบมาก แต่อย่างว่าแหละ...ตั้งแต่โดนพ่อกับแม่ลงโทษ จากลูกลิงอย่างฉันเลยกลายเป็นลูกกระต่ายไปเลยทันที ทั้งยังเป็นคนดีนานถึงสิบปีเชียวนะ แต่ตอนนี้สิ ฉันคงไม่ต่างไปจากม้าพยศตัวหนึ่ง

ยัยแคมปัส อย่าให้ฉันจับเธอได้นะ ฉันจะจับเธอโยนลงทะเลสาบหลังบ้าน เด็กชายหยุดวิ่งใช้มือค้ำเข่า เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นมาตามใบหน้า ท่าทางเหนื่อยล้าเต็มที

พี่มูนบีมขี้แพ้ พี่มูนบีมขี้แพ้

แคมปัสแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เด็กชายที่ชื่อว่ามูนบีม เชื่อเขาเลยเด็กคนนี้ ลูกลิงชัดๆ แต่ยังไม่ทำให้ฉันรู้สึกสับสนเท่าชื่อพี่ชายเขาหรอก เนี่ย! คนที่สี่แล้วที่มีชื่อขึ้นต้นว่ามูน มั่นใจได้เลยว่า เด็กคนนี้เป็นญาติเพื่อนฉันหรือไม่ก็น้องชายเขาที่ไม่เคยเอ่ยถึงแน่ๆ ทำไมครอบครัวนี้ถึงได้บ้า พระจันทร์ขนาดนี้

แคมปัส...พี่...ไม่ไหวแล้ว

พรึบ!

มูนบีมล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ฉันหลับตามองยังรู้ว่าเด็กพวกนี้มารยาสาไถ แน่นอนว่าไอ้น้องวัยห้าขวบย่อมไม่ประสีประสากับพฤติกรรมหลอกลวงนั่น

พี่มูน

โหย...ยัยเด็กน้อยวิ่งน้ำตาไหลน้ำตาซึมเข้าไปหาพี่ชาย ฉันว่ายัยเด็กนี่โดนจับโยนทะเลสาบแน่เลย อันนี้ฉันรู้ดี เพราะเคยโดนพี่ชายสุดที่รักจับโยนมาแล้ว แค่สถานที่แตกต่างกัน แต่สถานการ์เป็นแบบนี้เลย พี่ฉันมันแกล้งสำออยแล้วฉันก็วิ่งเข้าไปหา ท้ายสุดพี่ชายฉันก็จับฉันได้ หิ้วขึ้นพาดบ่าแล้วฟาดลงบนกองขี้หมู จำได้ว่าตอนนั้นพ่อกับแม่อุตส่าห์ใจดีพาไปเที่ยวฟาร์มในหมูบ้าน เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตฉันเลย

แม่คะ พ่อคะ พี่มูนบีม เธอร้องเรียก แต่สงสัยพ่อกับแม่จะหูตึงถึงไม่ออกมาหรือไม่ก็คงคิดว่า...เลี้ยงไปตามมีตามเกิด ใครจะทำอะไรฉันไม่สน ส่วนฉันยังอดทนยืนมองดูมารยาเด็กต่อไปอย่างสนุกสนานในใจ

มูนบีมกอดน้องสาวเอาไว้ และยังหายใจถี่รัวอยู่ หน้าเขาเริ่มซีดและเหลือง ฉันคิดว่ามัน...ไม่ใช่เรื่องเล่นแล้วนะเนี่ย

มูนบีม แคมปัส สองหนุ่มวิ่งมาถึงตัวเด็กทั้งสองพร้อมกับฉันพอดี

พี่มูนไชน์ส่งสัญญาณให้ฉันเดินออกห่าง แล้วก็อุ้มมูนบีมขึ้นมา มูนลิทอุ้มน้องแคมปัส เด็กอะไรชื่อเหมือนเข็มทิศ โอเค! ฉันก็เข้าใจนะว่าสถาณการณ์มันซีเรียส แต่ฉันแค่อดสงสัยไม่ได้เท่านั้นเอง

พี่มูนไชน์ ผมไม่เป็นอะไรสักหน่อย

พี่มูนไชน์เดินยังไม่พ้นเขตรั้วเลยด้วยซ้ำไป เด็กชายก็ประท้วงขึ้นมาเสียก่อน แน่นอนว่าสีหน้าเขาไม่ได้พึงพอใจพี่ชายเท่าไหร่นัก

ผมเกือบจะจับแคมปัสได้อยู่แล้วเชียว เสียดายจริงๆ เขาบ่นกระปอดกระแปด

ยัยน้องสาวแคมปัสตัวเล็กกอดคอมูนลิทไว้ ขาก็หนีบเอวเขาแน่น

พี่มูนลิทอย่าส่งแคมปัสให้พี่มูนบีมนะคะ สายตาออดอ้อนชวนหลง ริมฝีปากคู่เล็กเบ้เล็กน้อย

เด็กคนนี้หน้าตาน่ารักเป็นบ้าเลย แต่ถึงจะน่ารักฉันก็ไม่อยากได้มาเป็นน้องหรอก เพราะแค่ยัยหลิวคนเดียวฉันก็จะบ้าอยู่แล้ว

แต่เราไม่สบายนะมูนบีม มูนไชน์ดุ

ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า ผมยังแข็งแรง พี่ลองปล่อยผมลงเดินดูสิ เดี๋ยวผมจะจับยัยแคมปัสโยนลงทะเลสาบให้ดู

แบบนั้นยิ่งไม่น่าปล่อยลงใหญ่

ไอ้เด็กนี่มันร้ายนัก สรุปว่าเขาไม่สบายจริง แต่ดูเหมือนว่าจะใช้ความไม่สบายของตนหลอกล่อน้อง ดูท่าทางจะดื้อเอาการ ถึงขนาดไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย

พี่มูนไชน์ครับ ปล่อยผมลงเถอะนะครับ

ไม่ล่ะ เราต้องเข้าไปข้างในก่อน คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่รึยังไง ถึงได้วิ่งออกมาเล่นข้างนอกตอนนี้โดยไม่มีใครดูแล

สงสัยจะแอบหนีมาอีกตามเคยนั่นแหละ มูนลิทแทรกขึ้น

ผมเปล่านะ แต่ยัยแคมปัสล่อผมออกมาต่างหาก

พอเขากล่าวจบไม่ทันไร ก็มีเด็กหนุ่มหน้าตากวนรุ่นราวคราวเดียวกันกับฉันเปิดประตูออกมา

พี่มูนไชน์ ลุงซันไชน์บอกให้รีบเข้าบ้าน ส่วนมูนลิทอาซันนี่เรียกพบที่ห้องพฤษศาสตร์หรือจะว่าไปแล้ว จะเรียกห้องเก็บขยะของบ้านในตอนนี้ก็ได้ เขาชูนิ้วขึ้นเหนือหัวเหมือนล้อเลียน

ส่วนมูนบีมกับแคมปัส ป้าคอนเน่เรียกไปหา

ทำไมฉันต้องไปที่ห้องพฤกษศาสตร์ด้วยเนี่ย ฉันว่าจะไปซ้อมเปียโนนะ มูนลิทเบ้ปาก

ฉันจะรู้ไหม เด็กหนุ่มแปลกหน้าตอบแล้วมองมาที่ฉัน ว่าแต่...แม่เด็กประถมนั่นตามใครมาเนี่ย

ฉันไม่ได้ตามใครทั้งนั้น แล้วก็ไม่ใช่เด็กประถมด้วย พูดแบบนี้หมายความว่าไงฮะ

หน่อย...ไอ้บ้านี่อีกรายแล้ว ฉันไม่ใช่เด็กประถมนะยะ

ก็หมายความอย่างที่เธอได้ยินนั่นแหละ ตัวเธอเล็กนี่หน่า เขาว่า

พี่มูนเดย์ ยัยนี่น่ะเพื่อนมูนนี่ เป็นผู้หญิงที่ตัวโตที่สุดในห้องแล้ว เอาไว้พี่ไปโรงเรียนวันพรุ่งนี้ แล้วจะรู้ว่าเด็กผู้หญิงโรงเรียนนี้มีรูปร่างเหมือนพวกขาดสารอาหาร มูนลิทตบไหล่คนที่ชื่อมูนเดย์เบาๆ

เธอเป็นเพื่อนบ้านเรา และก็เป็นน้องสาวของเพื่อนพี่ด้วย พี่มูนไชน์อธิบายอุ้มมูนบีมเข้าบ้านไป

มูนลิทอุ้มแคมปัส ตาคนที่ชื่อว่ามูนเดย์เดินลงมาจากบันไดตรงมาที่รั้วบ้าน ทำท่าทางมองหน้าฉันอย่างพิจารณา

เพื่อนมูนนี่ อายุสิบห้าปีสินะ เธอดูเหมือนเด็กขาดสารอาหารจริงๆ ด้วยแฮะ ว่าแล้วก็เดินกลับไปที่ประตู ฉันยืนกำหมัดแน่น วันหลังมาบ้านฉันสิ เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเธอจะได้โตเป็นสาวเหมือนกับผู้หญิงทั่วไปสักที ว่าแล้วเจ้าตัวก็หายไปหลังประตู

ส่วนฉันนั้นรีบเดินตรงไปที่บ้านทันที เตะคนแคระในสวนล้มระเนระนาดระบายอารมณ์บ้าคลั่งในเวลานี้ แล้ววิ่งรี่เข้าบ้านไปหายใจกระหืดกระหอบเหมือนคนใกล้ขาดใจตายอีกตามเคย โมโหทีไร...เป็นแบบนี้ทุกที

 

นมไหมจ้ะ

พอผ่านครัวมาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่พี่มันหลีมา พ่อแม่ไม่อยู่หอบเมียมาถึงบ้าน ไอ้พี่บ้านี่มันร้ายนัก

พี่ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่ามูนไชน์จะมีน้องสาว และที่พี่แปลกใจมากกว่านั้นคือ...พี่ไม่ยักรู้เลยว่ายัยต้นข้าวจะมีเพื่อนหน้าตาดีแบบน้องมูนนี่

มูนนี่! ฉิบหาย! มูนนี่อยู่ที่นี่เหรอ มูนนี่มาที่นี่ได้ไง หรือว่า...

ฉันรีบวิ่งยังที่มาของเสียง ซึ่งอาจจะเป็นห้องนั่งเล่น แต่พอไปถึงที่นั่นกลับไม่เจอ รู้สึกห่วงเพื่อนรักสุดขั้วหัวใจ ป่านนี้จะโดนพี่ชายจอมหื่นของฉันทำมิดีมิร้ายรึเปล่านะ พอนึกถึงตรงนี้แล้วฉันก็ใส่เกียร์หมาวิ่งย้อนกลับไปยังฟลอร์บ้าน หยิบไม้กวาดที่ต้นหลิวเอามาทิ้งไว้ตอนเอามาขัดขาฉันเมื่อเช้าขึ้นมา ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องครัวทันที

พี่ฮยอนจุน ถ้าพี่ทำอะไรเพื่อนฉัน พี่เตรียมตัวตายได้เลย อ้า...

ต้นข้าว โอ้ต้นข้าวน้องรัก

หน้าตาพี่ชายฉันอ้อนวอนสุดๆ น้ำหูน้ำตาไหลอย่างกับเด็กห้าขวบที่ฉันเพิ่งเจอเมื่อก่อนหน้านี้ เพราะว่าแขนเพื่อนรักฉันกำลังล็อกคอเขาอยู่ อีกด้านหนึ่งในมือเรียวสวยถือมีดประจำกายฉันเอาไว้

พี่ฮยอนจุงบอกว่ามีดนี้เป็นของเธอ ฉันคว้าขึ้นมาได้โดยบังเอิญต้อนเขาต้องการจะจับก้นอันน้อยนิดของฉัน

เพื่อนรักฉันยังกล่าวหน้าตายิ้มแย้มสบายๆ ราวกับว่าเธอกำลังยืนสั่งลูกกวาด ในร้านขายขนมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่าสิบปีก็ไม่ปาน  

แน่นอนว่าการกระทำของเธอทำให้ฉันประทับใจและนับถืออย่างมาก มันทำให้พี่ชายตัวโตๆ ฤทธิ์มากจอมเพลย์บอยของฉันยืนสั่นเป็นเจ้าเข้าทันทีในกำมือเธอ จนอดไม่ได้ที่จะปรบมือให้อย่างชื่นชม

สนุกไหมพี่ ฉันถาม

ต้นข้าว ต้นข้าวน้องรัก เพื่อนเธอก็ส๊วยสวย เธอช่วยกล่อมให้เขาวางมีดหน่อยได้ไหม แล้วพี่จะทำให้น้องทุกอย่างตามที่ต้องการ เธอจำได้ไหม พี่เคยแปลคำศัพท์ให้เธอมากมายบ่อยครั้ง แล้วฉันก็เคยสละขนมชิ้นโปรดให้เธอด้วย แล้วฉะ...ฉันก็เคยโยนเธอใส่กองขี้หมู เอ้ย ฉันเคยทำอะไรให้เธอหลายๆ อย่าง พี่ฮยอนจุนพล่ามจนน้ำลายฟูมปาก

และถ้าจะถามว่าฉันทำอะไรในระหว่างที่พี่ชายฉันกำลังตกอยู่ในอันตรายละก็ คงต้องถามกลับไปว่า...จะมีอะไรดีไปกว่าการยืนขำพี่ชายเล่า แน่นอนว่าไม่มี ฉันชักอยากให้มูนนี่ช่วยกำราบพี่ฮยอนจุนแล้วล่ะสิ ก็พี่ชายจอมเพลย์บอยของฉันอยากบอกให้พี่มูนไชน์มาสังเกตพฤติกรรมฉันก่อนทำไมล่ะ

เอาเป็นว่า! วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ถึงเขาจะเป็นพี่ชายตัวแสบ แต่ต้องขอย้ำว่าเขาเป็นพี่ชายที่ฉันรัก รักมากปานจะกระทืบติดดิน เอ้ย รักมากปานจะกลืนกินต่างหาก

ดืมนมหน่อยไหมจ้ะมูนนี่ นมจะทำให้สงบลงได้

ฉันส่งนมให้มูนนี่เพื่อนรัก เธอก็รับไว้ด้วยความยินดี ด้วยมือข้างที่ล็อกคอพี่ฮยอนจุนเอาไว้ แน่นอนว่าเธอยังไม่วางมีด และการที่มูนนี่จะจิบนมในแก้วได้ มันต้องไม่สะดวกสบายอย่างแน่นอน

รบกวนพี่ฮยอนจุนช่วยถือแก้วนมให้มูนนี่หน่อยได้ไหมคะ

ได้จ้ะ ได้แน่นอน เพื่อน้องมูนนี่พี่ยอมทุกอย่าง

ท่าทาง เพื่อน้องมูนนี่พี่ยอมทุกอย่างของพี่ฮยอนจุนทำให้ฉันรู้สึกถึงความพ้ายแพ้ของพี่ชายเป็นครั้งแรก มูนนี่จิบนมอย่างสบายๆ เส้นผมเธอคลอเคลียอยู่ข้างต้นแขนพี่ชายฉัน ดูตาพี่บ้าสินั่น จ้องหัวเพื่อนฉันตาเป็นมันเชียว มันจะงับหัวเพื่อนฉันขาดไหมนั่น

ที่ต้นข้าวบอกเราเมื่อกี้นี้ ฟังดูคล้ายๆ ที่พี่มูนไชน์เคยบอกพวกเราเลย

ชะงัก!

โอ๊ะ! แน่นอนสิ มันต้องคล้ายอยู่แล้ว ก็มันประโยคของพี่มูนไชน์นี่หน่า ฉันนึกไว้อยู่แล้วแหละว่ามูนนี่จะต้องจำได้

แท้จริงแล้วที่ฉันพูดออกไปนั้นเพราะลืมตัวต่างหาก ก็แค่คำพูดติดหูเท่านั้นเอง จริงๆ นะ...มันเป็นแค่คำพูดติดหู ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้นจริงๆ

สงสัยจะได้ยินบ่อยสินะ จำได้ขึ้นใจเลย มูนนี่ยิ้มจนดวงตากลมโตของเธอปิดสนิทจนมองไม่เห็น

เปล่าหรอก ฉันได้ยินแค่หนเดียว แต่ว่ามันฝังใจ เฮ้ย!”

ในที่สุดฉันก็ลืมตัวและสารภาพไปอีกรอบ

แน่นอนสิ ฉันต้องฝังใจมากๆ ฉันต้องฝังใจกับคำพูดของพี่มูนไชน์ เพราะเขาพยายามจะจับผิดพฤติกรรมฉัน อ้อ และนั่นเป็นแผนการของพี่ชายตัวดีฉันที่เธอกอดคอหรือจะว่าไปก็ล็อกคออยู่ เธอจัดการเขาได้ตามสบายฉันไม่ห้าม

ฉันรีบกรอกนมใส่ปากแล้วจ้ำอ้าวออกจากครัวมาแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนยังอยู่ด้านใน อีกทั้งยังมีพี่ชายฉันด้วย

ที่จริงฉันกอดเขาไว้แบบนี้เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่ทำอะไรกับก้นฉันได้สำเร็จ ตอนนี้ฉันมีเธออยู่ด้วยแล้วพอจะไว้วางใจได้ ฉันคิดว่าคงไม่จำเป็นอะไรที่จะกักเขาไว้แบบนี้อีก มูนนี่วางมีดกลับในลิ้นชัก ปล่อยพี่ฮยอนจุนเป็นอิสระแล้วเดินอย่างสง่าตรงมาหาฉัน

ตอนฉันกลับมา ฉันเจอคนชื่อขึ้นต้นด้วยมูนเยอะแยะไปหมด ฉันขมวดคิ้วยกมือขึ้นกุมขมับ ไม่ได้ใส่พี่ชายที่กำลังไอคอกแคกเหมือนจะแดดิ้นกลับคืนสู่ดินในไม่ช้าไม่นาน

เธอหมายถึง ลูกพี่ลูกน้องของฉันน่ะเหรอ ฉันก็ว่าจะบอกเธอเหมือนกัน ฉันจะบอกเธอแต่เมื่อเช้าแต่ไม่มีโอกาส เลยคิดว่าจะเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์ แต่พอกลับมาบ้านก็ได้ข่าวเรื่องพี่มูนไชน์มาที่นี่จากพี่มูนเลส ฉันเลยคิดว่าคงจะเก็บเป็นความลับถึงวันเสาร์ไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่า ต่อแต่นี้เป็นต้นไป ฉันและครอบครัวจะกลายมาเป็นเพื่อนบ้านเธอโดยสมบูรณ์แบบ เธออธิบายกระตือรือร้นแล้วเขย่ามือฉันไปมา

แต่ฉันกำลังพยายามตั้งสติ แล้วถามตัวเองให้แน่ใจอีกสักครั้งว่า...สิ่งที่ได้ยินนั้น ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม ที่มูนนี่กล่าวถึงบุคคลที่ชื่อว่า มูนเลส

ว่าแต่...เธอเจอมากี่คนแล้วล่ะ

โอ้พระเจ้า! มูนนี่! เธอมีพี่กี่คนกันแน่ ฉันยกมือขึ้นกุมขมับ

พี่ชายฝาแฝดน่ะคนเดียว แต่ลูกพี่ลูกน้องเป็นขโยง มูนนี่อธิบายหน้าตายิ้มแย้ม ดูเหมือนเธอจะยังไม่ได้เจอพวกเขาทั้งหมด เอาล่ะ วันนี้ฉันมาเพื่อบอกว่า ฉันจะชวนเธอและครอบครัวไปทานอาหารที่บ้านเราในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ แล้วฉันจะแนะนำให้เธอรู้จักกับลูกพี่ลูกน้อง ลุงป้าน้าอาทั้งหมดของฉันที่อยู่บ้านหลังเดียวกันด้วย

ไอ้สิ่งที่มูนนี่เรียกว่าบ้าน พวกเราเรียกมันว่าคฤหาสน์ ฉันว่าบ้านปู่กับย่าที่เป็นมรดกตกทอดมาให้พ่อกับแม่และพวกเราทุกวันนี้หลังใหญ่แล้วนะ แต่ไอ้หลังข้างๆ ใหญ่และกินพื้นที่กว้างขวางกว่าเป็นหลายเท่าตัว ไม่ทราบว่าครอบครัวคุณเธอ จะเหมือนกับครอบครัวคุณอาซากวารึเปล่า จากที่คุณแม่เล่าให้ฟังฉันก็ปวดหัวแทนจะแย่ ยังมีเรื่องที่สามารถทำให้ฉันปวดหัวได้ย่ำแย่กว่าอีกหรือเนี่ย!

 

 

กร๊ากก ดีใจยังมีคนอ่าน >_< เรื่องนี้ง่ายๆ ค่ะ ไม่มีอะไรเท่าไหร่ เอาความเถื่อนของต้นข้าวเข้าสู้ จบข่าว กลับไปต่อลูคัสก่อน แต่งยากจังตอนใกล้จบ

 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #20 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 10:02
    พี่นาตค่ะ เห็นด้วยกับต้นข้าวคะ มูนเยอะจริงๆ
    #20
    0
  2. #19 fene_sun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2552 / 11:58
    มูนนี่ เธอแน่มาก วะฮ่าๆๆๆ ^^
    #19
    0