Crackers Family รักรสซ่า...ครอบครัวหรรษา x 3²

ตอนที่ 2 : 1.รักรสซ่า...กับชายนิรนาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 พ.ค. 52


/> /> />

เจ้าชายอัศวิน:::

 

อืม...>_< วันนี้ลงให้สองตอนค่ะ 555 ใจดีเพราะดองอีกเรื่อง อ้าวไม่ใช่>_< อย่าลืมออกความเห็นกันบ้างนะคะ

 

 

1.

รักรสซ่า...กับชายนิรนาม

ปัง ปัง ปัง!

เสียงกระทืบเท้าลงบันไดที่ทำคนทั้งบ้านต้องถอนหายใจออกมายาวเป็นวาอย่างระอา แต่จำเป็นต้องให้อภัยผู้ทำให้เกิดเสียงเพราะถือว่าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวตอ

สงสัยเราจะต้องเปลี่ยนพรมเป็นหนามกุหลาบแทน ลูกจะได้เดินเบากว่านี้สักหน่อย  ผู้เป็นพ่อหั่นผักอย่างว่องไวแล้วโยนลงหม้อ

ปะ ป้าเก๊ะจัง คำในที่นี้หมายความว่า ป๊ะป๋าเก่งจังหากใครต้องการจะรู้ล่ะก็...

พ่อของต้นหลิวเก่งอยู่แล้วแหละค่ะ เขาก้มลงมาหอมแก้มเด็กน้อยวัยสองขวบย่างเข้าสามขวบที่กำลังนั่งยีงฟันใส่พ่อกับแม่ มือไม้เล็กง่วนอยู่กับแป้งพายบนโต๊ะทำขนม

ถ้าหากเราบอกลูกตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเป็นเด็ก ตอนนี้ต้นข้าวก็คงไม่พยศขนาดนี้ ผู้เป็นแม่ถอนหายใจแล้วก้มลงดึงถาดมั่นฝรั่งอบซีสออกมาตั้งไว้บนเขียงไม้ ได้ข่าวว่าวันนี้เพื่อนของฮยอนจุนจะมาบ้าน นายรู้รึยัง

เพื่อนหญิง คนเป็นพ่อขึ้นเสียงเลิกคิ้วสูงเชิงถาม

จ๋าว เปื้อนจ๋าว

ฮยอนจุงดูลูกหน่อยสิ ลูกบอกอะไรเปื้อนน่ะ

ลูกหมายถึงเพื่อนสาวน่ะ แทนที่จะได้รับคำตอบแต่เขากลับต้องตอบภรรยา ว่าแล้วก็นึกขำเมื่อมองทีท่าขมักเขม้นของเธอเวลาเข้าครัว อดคิดย้อนไปถึงช่วงระยะเวลาเก่าๆ เมื่อสมัยตนเองเป็นหนุ่มเป็นสาวไม่ได้ เธอคนนี้ ทั้งแสบ ทั้งชอบทุบตี จะว่าไปก็ชอบใช้กำลังนั่นเอง แต่สุดท้ายเขาก็ได้ครอบครองหัวใจเธอไว้ หากจะมองลูกสาวคนกลางในตอนนี้ว่าเหมือนใคร ก็คงจะไม่พ้นภรรยาเขานี่แหละ

ยืนหัวเราะอยู่ได้ อยากโดนทุบรึไง ต้นกล้าตีหน้าเคร่ง

ทุบๆ เด็กน้อยปรบมือเหมือนยุแหย่

เธอพูดแบบนี้ต่อหน้าลูกมันไม่ดีนะ พ่อกับแม่ต้องรักกันสิจริงไหม ไม่ว่าเปล่าก็เดินอ้อมไปด้านหลัง กอดเอวบางไว้แน่น ต้นกล้าอยากจะเอาทัพพีเคาะเขาเพื่อสั่งสอน แต่เพราะเห็นแก่ลูกเธอจึงต้องลอยไปตามน้ำ ที่เหลือเอาไว้จัดการตอนที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง

จ้ะ พ่อกับแม่รักกันมากเลย

รก รก รก เด็กน้อยหัวเราะชอบอกชอบใจ ทำเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่อดขำไม่ได้

สวีทกันอีกแล้ว เมื่อไหร่กับข้าวจะเสร็จละครับคุณพ่อคุณแม่ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด ร่างสูงโปร่ง ผมระต้นคอเหมือนคุณพ่อในอดีตก้าวเข้ามาในครัว มือค้ำอยู่ฝาตู้เย็นแล้วยิ้มให้พ่อกับแม่อย่างเจ้าเล่ห์ ต้นกล้ารีบบิดแขนสามีเตือนให้ปล่อยเธอเป็นอิสระ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ

ไปดูน้องเถอะ ช่วงนี้ยิ่งอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่ด้วย ต้นกล้าบอกลูกชาย

สงสัยจะมีฤดูนางเลยหงุดหงิดง่าย เขาว่าพลางยักไหล่

ถ้าหากเป็นเพราะฤดูนางจริง งั้นลูกแม่คงต้องไปหาหมอเสียแล้วแหละ เพราะดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นแบบนี้ทุกวันตั้งแต่...

แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมรู้น่า...แต่ตอนนี้ผมมีความคิดที่ดีกว่านั้น เด็กหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์

คนเป็นพ่อหรี่ตามองลูกชายยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ทันความคิดแต่ไม่พูดออกมา เด็กหนุ่มยักคิ้วให้แล้วหยิบน้ำส้มออกมาจากตู้รินใส่แก้วดื่ม

ความคิดที่ดีอะไร ต้นกล้าถาม

ผมก็จะช่วยพ่อกับแม่ทำอาหารยังไงล่ะครับ แล้วก็จะเล่นกับแม่ตัวยุ่งด้วย นี่แน่ๆๆ ว่าแล้วก็อุ้มน้องสาวตัวน้อยขึ้นมาเหวี่ยง เด็กน้อยหัวเราะคิกดีอกดีใจเสียงดังคับครัว พ่อและแม่ต้องยอมเขาเลย พ่อหนุ่มคนนี้ชอบทำให้น้องหัวเราะไม่หยุดเป็นประจำ เว้นเสียแต่ว่าน้องสาวคนกลาง ที่พอเขาเล่นด้วยทีไรจะโดนแขวะกลับมาทุกที

 

ระหว่างนั่งปลดทุกข์ใบหน้าหงิกงอ เด็กสาวก็ริใบไม้ในห้องน้ำไปพลางๆ จนเกลี้ยงต้น เมื่อเสร็จธุระเธอก็หยิบหนังสือที่วางทิ้งไว้บนพื้นข้างประตูเมื่อก่อนหน้านี้ขึ้นมาแล้วสอดนิ้วเข้าไปคั่นหน้าที่ต้องเรียนไว้ จากนั้นจึงกระทืบเท้าปึงปังบึ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่น

เปลี่ยนสีผมอาทิตย์ละแปดครั้ง รวยนักรึไง คราวนี้สลัดผู้หญิงทิ้งไปได้อีกกี่คนล่ะ

เธอส่งเสียงประชดประชัน พ่นลมออกจมูก หย่อนก้นลงบนโซฟา วางหนังสือลงบนโต๊ะ เงยหน้าขึ้นมองดูแผ่นหลังของชายหนุ่งร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนเอามือล้วงกระเป๋าตั้งอกตั้งใจมองภาพเขียนครอบครัวของเธอที่แม่เธอเป็นคนเขียนอย่างใช้สมาธิ ไม่ใส่ใจคำเสียดสีราวกับว่ามันเป็นแค่เพียงเสียงดนตรีหรือแม้แต่เสียงนกเสียงกา ซึ่งเรียกอารมณ์ฉุนเฉียวของเธอได้ดีนัก

พี่ฮยอนจุน จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม ทำอย่างกับว่าไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อนอย่างนั้นแหละ ช่วยทำตัวให้เป็นประโยชน์แล้วมาช่วยน้องคนนี้ทำการบ้านที เธอแขวะแล้วเปิดหนังสือขึ้น มือหนึ่งขยี่หัวจนฟู ต้นข้าวไม่ชอบเลยจริงๆ ไอ้คำศัพท์จิตวิทยาพวกนี้ ทำไมต้องให้เราเรียนด้วยนะ

เสียงบ่นอู้อี้ใส่อารมณ์เบี่ยงเบนความสนใจจากชายหนุ่มได้ เขาเอี้ยวตัวกลับมามองดูเด็กสาว ยิ้มให้เธอบางๆ แม้เจ้าตัวจะไม่เงยหน้าขึ้นมามองก็ตาม ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาท่าทีสง่าผ่าเผย แล้วนั่งลงข้างๆ ก้มลงมองดูหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยประโยคภาษาอังกฤษ

คำไหนที่ไม่เข้าใจ เสียงทุ้มเอ่ยถาม

นี่ เอ็ดเออเรซิโยน อะไรสักอย่าง หงุดหงิดจะตายชัก ทำไมต้องให้มานั่งแปลอะไรพันธุ์นี้ด้วยนะ เธอบ่น

อย่าอ่านเป็นภาษาเยอรมันสิ คำนี้อ่านว่า แอ็บเบอร์เรชั่น (aberration) แปลว่า จิตวิปลาส เขาว่าแล้วไล่นิ้วไปตามบรรทัดที่สาม ส่วนคำนี้อ่านง่ายหน่อย แอ็บลูโทเมเนีย (ablutomania) แปลว่า โรคบ้าชะล้าง ถือเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง

เมื่อมาถึงตรงนี้ต้นข้าวก็รู้สึกตะหงิดใจ เพราะเสียงพี่ชายช่างไม่คุ้นหูเอาเสียเลย หากเธอไม่ได้เพี้ยน ก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงว่าเสียงของพี่ชายนั้นเปลี่ยนไป

แล้วคำนี้ล่ะอ่ะ...

เธอไม่อาจกล่าวประโยคให้จบได้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอกับใบหน้าคมคายผิวสีน้ำผึ้ง ดวงตาสีดำคู่สวยหวานราวกับผู้หญิง ผมสีน้ำตาลแก่ซอยเข้ากับรูปหน้าดูดีเป็นระเบียบ รอยยิ้มกึ่งเอ็นดูกึ่งเฉยชา หรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ส่งตอบกลับมาให้ใบหน้าอันบูดบึ้งสงสัยของเธอ

นายเป็นใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไง แล้วมองหน้าฉันทำไมแบบนั้น เลิกจ้องฉันได้แล้ว

คำถามถูกยิงใส่เป็นพรวนไม่พักหายใจหายคอ ร่างบางกระโดดออกห่างไปนั่งติดมุมสุดของโซฟา เขายังจ้องหน้าเธออยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เธอรู้สึกขนลุกจนหน้าแดงขึ้นสีระเรื่อ

แม่คะ พ่อคะ คนบ้าที่ไหนก็ไม่รู้ จ้องหน้าหนูใหญ่เลย

ว่าแล้วก็วิ่งหายลับเข้าไปในครัว คนถูกกล่าวหาว่าบ้าหัวเราะหึหึในลำคอพร้อมกับส่ายหน้าไปมาหยิบหนังสือของเธอขึ้นมาอ่าน พลางมองหาคำศัพท์ที่ยากพอจะสร้างปัญหาให้เธอทำหน้าบูดบึ้งได้ มือคว้ากระดาษกับปากกาที่อยู่ใกล้ๆ มาจดและแปลให้เสร็จสรรพ สักพักร่างบางก็ก้าวอาดๆ ลากแขนพี่ชายเข้ามา คนบ้าจึงลุกขึ้นยืนด้วยทีท่าสบายๆ

คนบ้าที่ไหนกัน นี่เพื่อนพี่ต่างหาก เธอนั่นแหละบ้ายัยต้นข้าว ว่าแล้วก็จิ้มนิ้วลงบนกระหม่อมน้องสาวขี้งอน

ก็เขาไม่พูด เขาไม่บอกต้นข้าวนี่ว่าตัวเองเป็นใคร ทั้งยังเอาแต่จ้องหน้าแล้วก็ยิ้มแปลกๆ เหมือนคนจิตวิปลาส เธอเดินอ้อมโต๊ะแล้วเอื้อมมือไปหยิบหนังสือ พยายามอยู่ห่างจากคนที่ตนคิดว่าบ้าเอาไว้

พี่ว่าแกไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดเสียมากกว่า แล้วก็ทึกทักเอาเองว่าคนโน้นคนนี้บ้า

ไม่รู้ล่ะ ฉันไม่สนแล้ว...จะไปทำการบ้านต่อ ฝากบอกเพื่อนพี่ด้วยว่าขอบใจที่ช่วยแปลศัพท์ให้ โธ่ ฉันก็นึกว่ามีพี่ชายฉลาด ไหล่เล็กชนไหล่พี่ชายอย่างจงใจแล้ววิ่งขึ้นบันไดไป

อ้าว...เขาทำประโยชน์ให้เธอ ทำไมฉันจะต้องขอบคุณด้วย เธอก็ลงมาขอบคุณเขาเองสิ

พี่ก็ทำแทนน้องสาวผู้น่ารักไม่ได้รึไงเล่า เสียงเล็กแว๊ดกลับมา

พี่ชายหัวเราะชอบใจยักไหล่กรอกตาให้เพื่อน นั่นแหละน้องสาวฉัน นายคิดว่าไง

คนถูกถามยิ้มตอบไม่พูดไม่จา แม้จะถูกกล่าวหาว่าบ้าก็ยังนิ่งเฉย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าคิดยังไง ก็แค่นึกขำเท่านั้นเอง ส่วนฮยอนจุนยังคงมองเขาราวกับจะเฟ้นหาคำตอบที่น่าจะทำให้ประทับใจมากกว่าอาการนิ่งเฉยนี้ แต่นี่แหละคือวิถีชีวิตของเขาเอง

 

 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #11 >>night_girl<< (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 / 20:48
    โธ่ เป็นเพื่อนพี่เดี๋ยวก็เลื่อนเป็นแฟนเองล่ะน่า -0-
    ชัวร์ค่า! =O=v
    #11
    0
  2. #10 fene_sun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 22:16
    พี่นาต มาอัพๆๆๆ T____________________________T

    อย่าปล่อยให้อารมณ์ค้างสิจ๊ะ นะๆๆๆ
    #10
    0
  3. #9 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 10:08
    พี่นาตค่ะ สนกดีค่ะ
    ถ้าพี่อัพต่อก้อจะดีมากเลยค่ะ 
    หุหุ ทำอะไรไม่นึกถึงคนแต่ง
    #9
    0