หวงลูกสาวออนไลน์ (The Father Online)

ตอนที่ 80 : จอมป่วนกวนรังของเหล่าภูตพราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    26 ต.ค. 52

 

ท่านอาจารย์มีความมั่นใจแค่ไหนคะ สำหรับสงครามครั้งนี้ แม่มดดำเอ่ยถามขึ้น หลังจากเสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงกลัวจบลง

ร้อยเปอร์เซ็นเต็ม ไม่ขาดไม่เกิน เพราะศึกครั้งนี้ ข้าเสียเวลาเตรียมเหล่านักรบภูตพรายของข้ามาร่วมพันปี ในขณะที่เหล่านักรบของพวกมันต้องหลับใหลมานับพันปี แค่นี้ก็รู้อยู่แล้วว่า ไผเป็นไผ อสูรภูตพรายโอ้อวด

แต่ว่า...ทางโน้นมี 12 ดาราที่เก่งกล้าสามารถอยู่ แล้วทางเราจะสู้ได้หรอ แม่มดดำยังสงสัย แต่แทนที่อสูรภูตพรายจะโมโหที่ถูกถาม มันกลับหัวเราะด้วยความขบขันด้วยสำเนียงเสียงหัวเราะที่ซาร่าต้องรีบอุดหู

แค่ 12 ดารา ถึงจะเก่งแต่ก็มีแค่ 12 คน ไหนเลยจะสู้กับ 17 ขุนพลอสูรของข้า และอสูรกลืนวิญญาณแห่งป่าช้ามหานครได้

พูดยังไม่ทันขาดคำมันหัวเราะอีกครั้ง ทำให้ซาร่าต้องมองหน้าเจ้าอสูรหน้าตั๊กแตนปาทังก้า ที่เป็นอาจารย์ของเจ้านายมัน พลางคิดในใจว่า หัวเราะแบบนี้ เสียงร้องไห้ยังจะเพราะกว่าอีก ทีหน้าทีหลังนะ จะหัวเราะทั้งที เกรงใจแมวบ้างนะ

เจ้าคงไม่รู้สินะว่า ขุมกำลังของพวกเรามาจากเหล่าขุนพลอสูร 17 ตน ซึ่งเรียกขานกันว่า 8 ภูตพราย และ 9 ผีดิบ

8 ภูตพราย 9 ผีดิบ ที่อาละวาดจนคนหวาดผวากันไปทั่วทั้งโลกเป็นขุมกำลังของอาจารย์ กับป่าช้ามหานครหรอ แหม....ได้ยินชื่อเสีย เฮ้ย !! ชื่อเสียงมานาน ไม่นึกว่า ที่แท้ก็คนกันเอง แม่มดดำเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ เพราะว่า ชื่อเสียงของ 8 ภูตพราย 9 ผีดิบนั้น มีชื่อเสียงในทางชั่วร้ายมากกว่าแม่มดดำยิ่งนัก

ถึงว่าสิ ทำไมชื่อมันแปลก ๆ ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง เจ้าแมวดำซาร่าพูดขึ้นอย่างปลง ๆ แต่คนทั้งหมดไม่มีใครสนใจเจ้าแมวดำ เพราะชื่อแปลก ๆ ที่เจ้าแมวดำมันบอกนั้น สองอสูรใช้เวลาคิดนับร้อย ๆ ปีทีเดียว จึงสามารถคิดชื่อที่ดูโหด ๆ และเหมาะสมกับนิสัยใจคอของพวกมันแต่ละตนอีกด้วย

8 ภูตพรายมีชื่อดังนี้คือ พรายอาถรรพ์    พรายอาฆาต  พรายสาปสาง   พรายทมิฬ   พรายวิกาล   พรายน้ำ  พรายตะเคียน    และพรายตานี    และ 9 ผีดิบมีชื่อทั้งหมดคือ  ดิบดุ   ดิบโหด   ดิบเถื่อน   ดิบสยอง   ดิบสยิว   ดิบขยุ้ม   ดิบขย้ำ   ดิบกัด  และดิบกระชาก

เจ้าพวกนครจันทรามันคิดว่าพวกมันจะเก่งกาจสามารถเหมือนเดิมเมื่อพันปีที่แล้ว แต่หารู้ไม่ว่า ถึงพวกมันจะเก่งกาจเหมือนเดิม แต่พวกเราก็เก่งกาจมากกว่าเดิม แถมขุนพลอสูร 17 ตนที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงพันปีนี้ พวกมันไม่รู้จัก เพราะฉะนั้น การที่พวกมันเลือกที่จะทำศึกขนาบพร้อม ๆ กันทั้งสองด้าน นับว่า พวกมันหาเรื่องตายเอง ฮ่า ๆ ๆ

และแล้ว เสียงหัวเราะที่น่าปวดกระโหลกก็ดังขึ้น แต่คราวนี้เจ้าแมวซาร่ามันมีสำลีอุดหูแน่นจึงไม่ได้ยินเสียง ทำให้มันสามารถหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของแม่มดดำได้อย่างสบายใจ

 

ไม่มีใครรู้ว่า ในขณะนี้ กองทัพผีดิบมาถึงไหน เพราะพวกมันไม่ปรากฏกายในเวลากลางวัน แต่จะจะปรากฏกายเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น ซึ่งเป็นเวลาที่พลังของพวกมันจะขึ้นสู่จุดสูงสุด และในช่วงพันปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคยมีใครพบเห็นอสูรกลืนวิญญาณเลยสักคน คล้าย ๆ กับว่า มันทำเรื่องทุกอย่างผ่านทางผีดิบทั้ง 9 ตนของมันนั่นเอง

 

ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังเตรียมตัวเข้าสู่สนามรบนั่นเอง ร่างของชายคนหนึ่งก็ปรากฏในดงไม้ใกล้ ๆ กับกองทัพของนครจันทรา บุรุษลึกลับผู้นี้มีรูปร่างที่สูงใหญ่ หัวเป็นมันเงางาม และมีมังกรขาวลอยตามบุรุษผู้นั้นไม่ยอมห่าง

ลูกพี่เว่ยไม่ไปช่วยกองทัพหรอ หรือว่า พี่จะหนีทหาร ถ้าจะหนีทหารคดีมันจะติดตัวตลอดชีวิตนะ มังกรขาวจอมแหย่ก็จัดการยั่วเจ้านายมันที่กำลังยืนทำมิวสิควีดีโออยู่อย่างสบายอารมณ์

ข้ากำลังคิดว่า ระดับของขุนพลอสูรมันน่าจะเก่งพอ ๆ กับจ้าวอสูรที่ข้าเจอมา และถ้าในพันปีที่นครจันทราหลับใหลอยู่ มันก็น่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรสักอย่าง แต่ไม่เคยได้ยินข่าวคราวมาก่อนว่า ป่าช้ามหานคร กับหมู่บ้านภูตพรายมีการเคลื่อนไหวอะไร คงมีแต่ว่า ทั้งสองที่นี้นับเป็นเขตอันตรายที่รู้กันไปทั่วเท่านั้นเอง

พระเอกมิวสิควีดีโอตอบ ทำให้มังกรขาวทำท่าจะเกาหัวเลียนแบบเจ้านายเวลาคิดอะไรไม่ออก แต่ขามันสั้นเกินไป เลยใช้หางมาเกาหัวแทน

พี่คิดมากไปหรือเปล่า ทั้งขุนเหล็ก และพระนางจันทราเทวีก็ไม่เห็นจะต้องคิดมากเหมือนพี่เลย โอ๊ะ....หรือว่า เป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้หัวพี่ต้องเป็นอย่างนี้

ทะลึ่งแล้ว เจ้าขาว เล่นถึงหัวเชียวหรอ เดี๋ยวก็จับหางมัดรวมกับหัวทำเป็นห่วงฮูลาฮูปซะเลย

เจ้าขาว เฮ้ย...มังกรขาว รีบเอาหางออกจากหัวของตัวเองทันที เพราะกลัวคนที่คิดไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านจับมันไปทำห่วงฮูลาฮูปจริง ๆ

อืม.....ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจแฮะ เอางี้และกัน เราเข้าไปสืบราชการลับที่รังมันเลยดีไหม เจ้าขาว

หวงเว่ยสรุปเอาง่าย ๆ เพราะเขาถือคติว่า ถ้าคิดไม่ออกก็ให้ออกแรงเพื่อให้เหงื่อออก แล้วความคิดจึงจะแล่น

อะ อะ เอาจริงหรอพี่เว่ย งานนี้ถึงตายนะ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยนะ จะบอกให้ มังกรขาวชักจะติดอ่าง เมื่อคิดถึงความน่าสะพรึงกลัวของกองทัพภูตพราย และกองทัพผีดิบ

เราแค่ไปสอดแนม ไม่ใช่ไปสู้กับกองทัพ เห็นท่าไม่ดีก็เผ่นสิ ไม่เห็นจะยากเลย เจ้าตัวพูดอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องน่ากลัว จากนั้นก็เร่งออกเดินทาง เพื่อทำสิ่งที่ตนเองคิดทันที ทำให้มังกรขาวที่ใจเต้นโครม ๆ อยู่ราวกับจังหวะเพลงร๊อค รีบลอยตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

จากการมองด้วยสายตา เจ้าคิดว่า เจ้าพวกนี้มันเป็นธาตุไหนหรอ

หวงเว่ยเอ่ยถามมังกรขาว ซึ่งปีนป่ายไปบนต้นไม้ใหญ่ใกล้กับหมู่บ้านภูตพราย ซึ่งจากท่ามกลางหมอกหนา แต่สายตาของหวงเว่ยก็สามารถมองฝ่าเข้าไปจนเห็นกองทัพเรียงรายอยู่เต็มไปหมด และแบ่งได้เป็น 8 ทัพ ซึ่งมีคนมากกว่ากองทัพของนครจันทราอีก

จากที่ดูท่าทางของพวกมัน ซึ่งเหมือนกับผีพราย ซึ่งก็ตรงกับชื่อของพวกมันที่เรียกตนเองว่า หมู่บ้านภูตพราย ข้าว่าเจ้าพวกนี้น่าจะเป็นธาตุวิญญาณ มังกรขาวบอก

ถ้างั้น ข้าก็จะปลอมตัวลอบเข้าไปดูใกล้กว่านี้อีกหน่อย แต่ถ้าเป็นธาตุอื่น พวกมันก็จะสงสัยเอาได้ หวงเว่ยเขมันมองดู แต่ดูไม่ค่อยจะเห็น จึงคิดว่าจะเข้าไปดูใกล้ ๆ

พี่เว่ยจะปลอมตัวเป็นอะไรหรอ จึงจะเข้าไปได้ มังกรขาวซักถามด้วยความเป็นห่วง

ก็ต้องปลอมเป็นภูตพรายสิ ธาตุวิญญาณด้วย จึงจะไม่เป็นที่สงสัย

เจ้าตัวพูดเสร็จก็ผนึกเวทยุทธให้กลายเป็นพลังธาตุวิญญาณ ทำให้ร่างสูงใหญ่มองดูคล้าย ๆ กับภูตพรายที่มีเรือนร่างสูงใหญ่ และมีหัวแวววาว

ไม่ค่อยจะเหมือนนะพี่เว่ย

ทำไมไม่เหมือนวะ เจ้าตัวชักจะมีอารมณ์

มันไม่เหมือนตรงหัวอะ ผีพรายที่ไหนหัวเหน่ง เจ้าตัวสีขาวได้โอกาส รีบฉะทันที

เออวะ ไม่เหมือนตรงหัวจริง ๆ ด้วย แล้วจะเอาไงดี

ไม่ยาก เดี๋ยวผมก็จะเปลี่ยนเป็นธาตุวิญญาณเหมือนกัน แล้วจะแปลงร่างเป็นเส้นผมให้ เอาแบบยาว ๆ ให้เหมือนผีพรายตายท้องกลมเลยดีไหม

เอาแบบธรรมดาก็ได้ ไม่ต้องตายท้องกลมก็ได้ เดี๋ยวตัวจริงมันจะโผล่มาหา เพราะนึกว่าเป็นรุ่นน้อง ข้ายิ่งไม่ค่อยจะถูกกับการรับน้องอยู่ด้วย

งั้นก็ ลุยโลด ลูกพี่ ขาดคำ ร่างสีขาวก็กลายเป็นสีดำเลือนราง และกระจายจนเป็นเส้นผมยาวสลวย ลอยไปคลุมหัวของเจ้านายมัน ทำให้ดูคล้าย ๆ กับภูตพรายจริง ๆ

 

แวบ.......................

 

โอ๊ะ...........เกิดอะไรขึ้น อสูรภูตพรายร้องอุทาน เพราะเกิดประกายแสงวาววับส่องมาทางกองทัพ แม้จะเป็นแสงนิดเดียว แต่ความรู้สึกที่ไวต่อแสงทำให้เขารู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

 

วูบ............................

 

อสูรภูตพรายหายวับมาปรากฏอยู่บนต้นไม้ในหมู่บ้าน พลางหยิบท่อนเหล็กที่มีลักษณะเป็นกล้องส่องทางไกลแบบเลื่อนได้ ซึ่งกำลังจะตกลงกับพื้น ยืนยันให้เห็นว่า เจ้าคนที่ใช้สิ่งนี้ส่องดูกองทัพของเขา ได้เคลื่อนย้ายตนเองหนีไปในวินาทีสุดท้ายเหมือนกัน ทำให้เขาจับไม่ได้

อสูรภูตพรายพยายามมองหาเจ้าของแท่งเหล็ก แต่ไม่สามารถหาได้พบในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบ ๆ ตัวของเขา ทำให้รู้ว่า เจ้าคนที่มาสอดแนมได้เคลื่อนกายหนีไปไกลแล้ว ดังนั้น มันจึงหันมาสนใจในวัตถุแปลกประหลาดที่อยู่ในมือของมัน

นี่คืออะไรกันคะ อาจารย์ แม่มดดำที่แวบตามมาเอ่ยขึ้น

น่าจะเป็นกล้องส่องทางไกล ที่พวกโจรสลัด และเหล่าคนเดินเรือใช้กันอยู่นะ ดูเจ้ากระจกนี่นะ มันจะทำมุมกับแสง ทำให้สามารถมองเห็นในสิ่งที่ไกลกว่าสายตาเราจะมองเห็นได้ และเจ้าของเจ้านี่จะต้องใช้กล้องนี้แอบมองกองทัพของเราแน่นอน เงาร่างที่สูงใหญ่นั้นส่งกล้องส่องทางไกลให้กับแม่มดดำ นางจึงจ่อเข้ากับดวงตา จากนั้นก็ยืนอ้าปากค้าง

จริง ๆ ด้วยอาจารย์ มองเห็นชัดแจ๋วเลย เอ๊ะ....แสดงว่าเจ้าคนท่ามาสอดแนมกองทัพเราอาจจะมีความสัมพันธ์กับพวกโจรสลัดด้วยหรอคะ เพราะได้ข่าวว่า กล้องส่องทางไกลเป็นสิ่งที่หายากมาก นอกจากพวกโจรสลัดแล้วก็ไม่มีใครจะมีไว้ในครอบครอง

แม่มดดำอุทานออกมา ทำให้อสูรภูตพรายตอบกลับว่า

ถ้าเป็นวัตถุประหลาด ๆ ก็มีคนทำได้อยู่อีกคน คือเจ้าขุนเหล็ก แต่ไม่รู้ว่ามันจะมาสอดแนมด้วยตัวเองหรือเปล่า การถลันหลบที่รวดเร็ว และปฏิกิริยาที่ทันเหตุการณ์ นอกจากนี้ กล้องส่องทางไกลนี่ก็มีแต่เจ้าขุนเหล็กเท่านั้นที่มันทำได้ เสียงเหี้ยมเกรียมพูดขึ้น จากนั้นก็ย้ำว่า

แต่ถ้ามันมาจริง ๆ มันก็จะต้องพบเห็นความยิ่งใหญ่ของกองทัพเรา และมันจะรู้ว่า มันเสียเวลานับพันปีไปกับการรอคอยคนรัก ในขณะที่ข้าใช้เวลานับพันปีไปกับการสร้างความยิ่งใหญ่ แล้วจะได้เห็นกันว่า คนที่แสวงหาแต่คนรัก กับคนที่แสวงหาความยิ่งใหญ่ ใครจะอยู่ ใครจะไป ร่างของอสูรตั๊กแตนก็หัวเราะก้องขึ้นมาทำให้แม่มดดำ และซาร่าขัดไม่ได้ต้องทำหน้าให้ดูเหมือนว่าเห็นด้วย แต่หันมามองหน้ากันอย่างปวดหูกับเสียงหัวเราะของอสูรภูตพราย

 

ฟู.....เกือบไป ข้าบอกแล้วว่าอย่าเข้าไปใกล้นักก็ไม่เชื่อ นี่ดีนะที่พี่ใช้ท่าเท้าก้าวหมื่นลี้ได้

มังกรขาวที่กลายร่างเป็นมังกรเอ่ยขึ้นด้วยความสยองไม่หายกับปฏิกิริยาที่รวดเร็ว และท่าร่างที่รวดเร็วราวกับหายตัวของอสูรภูตพราย

ก้าวหมื่นลี้ที่ไหนละ นี่มันท่าเท้าก้าวสิบลี้ วิ่งมาได้แค่นี้ละ ถ้ามันจับทิศทางเราได้ มันก็จะทันกับเราที่จุดนี้ เจ้าภูตพรายหัวเหน่งที่ยังไม่คืนร่างพูดอย่างไม่แยแสสนใจ เล่นเอาเจ้ามังกรหนาวเย็นยะเยือก

จริงหรอพี่ แล้วทำไมไม่ใช้ก้าวหมื่นลี้ละ

ก็ข้าใช้ทักษะก้าวหมื่นลี้เป็นซะทีไหนละ นี่อุตส่าห์แอบดูจังหวะก้าวเท้าของขุนเหล็กมาตลอดทาง จนสามารถก้าวเลียนแบบได้บ้าง มันก็ได้แค่สิบลี้เท่านั้นละ แต่แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วละ สำหรับการหลบหนี เพราะมันไม่รู้ว่าเราวิ่งมาทางไหน เจ้าตัวบอกเสร็จก็หันมาชักชวนมังกรขาวอีกว่า

ปะ ไปสอดแนมกองทัพของเหล่าผีดิบกัน

อะ อะ อะไรนะพี่เว่ย นี่ยังไม่เข็ดอีกหรอ

ถ้ามัวแต่คิดก็ไม่มีความสำเร็จ ต้องคิดด้วยและทำไปด้วย จึงจะสำเร็จในทุกสิ่ง ไปได้แล้ว

ภูตพรายตัวใหญ่ก็คว้าหางของมังกรขาวแล้วก้าวสิบลี้จากไปทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,843 ความคิดเห็น

  1. #1782 White..sand (@palmzawa1) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 15:33
    เสียสภาบันมังกรจริงๆ
    #1782
    0
  2. #1483 หนู ณะ (@punthusing) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2553 / 12:09
    หนูสงสารเจนนี่ มีป๊าอย่างนี่ปวดหัวๆ
    #1483
    0
  3. #1454 khun-chai (@khun-chai) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 19:46

    คู่หูคู่ฮา คู่ใหม่เกิดแล้ว
    #1454
    0
  4. วันที่ 20 ธันวาคม 2552 / 17:30
    หนุกหนานมากๆมากมายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1260
    0
  5. #1083 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2552 / 16:30
    ครูพักลักจำได้สิบลี้ก็เก่งแล้ว
    #1083
    0
  6. #1082 Stormy_Night (@stormynight) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2552 / 11:20
    เวร หมื่นลี้เหลือสิบลี้ T_T
    #1082
    0
  7. #1081 เบลตี้ (@miniholm) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2552 / 00:08

    ว้าวไปป่วนพวกผีทำไมเดี่ยวมันก็ตามหลอกหัวฟูไปหมด

    #1081
    0
  8. #1080 cobra (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 12:14
    1st goodssssssss
    #1080
    0
  9. #1079 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 12:07

    โองานนี้พี่เว่ยหัวเหน่งบุกสอดแนมเองเลย แล้วอย่างงี้จะวางแผนไงต่อน้า

    #1079
    0