หวงลูกสาวออนไลน์ (The Father Online)

ตอนที่ 71 : เรื่องเล่าเช้านี้ กับบทเรื่องราวของขุนเหล็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    6 ต.ค. 52

 

อย่าคิดมากเลยคุณเว่ย ระดับของมนุษย์ แม้จะอ่อนด้อยกว่าระดับของเทพ และมาร เป็นอย่างมาก แแต่ว่า พลังจักรวาลของคุณจะเป็นดาวเด่นที่สามารถข่มทุกธาตุในจักรวาลนี้ได้ ขุนเหล็กเดินมาตบบ่าของหวงเว่ยที่ยังคงยืนเหม่อลอยอยู่กับที่เดิม

แม่มดดำเป็นปีศาจหรอครับ ทำไมไม่เห็นระบบบอกถึงธาตุพลังเลยครับ หวงเว่ยยังคงสงสัยกับสถานะของแม่มดดำ เพราะไม่สามารถตรวจสอบธาตุพลังได้เลย ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม

ใน 3 โลกนี้ จะมีสถานะอยู่ 3 สถานะ ซึ่งแต่ละโลกก็จะมีระดับที่ไม่เหมือนกัน สำหรับมนุษย์ก็จะจะมี ยอดฝีมือ เซียน และ เทพ ซึ่งระดับฝีมือของคุณเว่ยอยู่ในขั้นตอนของสถานะเทพ ระดับต้น ขุนเหล็กบอกข้อมูลที่ระบบลับได้พัฒนาออกมา ซึ่งตัวหวงเว่ยเองเป็นคนเปิดรหัสลับในการพัฒนานี้

ในสวรรค์ จะมี 3 สถานะคือ เทพ  จอมเทพ  และ มหาเทพ  ในขณะที่โลกมืดจะเรียก 3 สถานะคือ ปีศาจ  มาร  และจอมมาร จากข้อมูลที่ขุนเหล็กบอกออกมา ทำให้หวงเว่ยกล่าวถามขึ้นว่า

ถ้าอย่างนั้น มนุษย์เราก็อ่อนแอที่สุดใน 3 โลกหรอครับ เพราะระดับสูงสุดของมนุษย์ ยังเทียบเท่ากับระดับต่ำสุดของสวรรค์ และโลกมืด

ก็ไม่เชิงครับ เพราะถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ระดับเซียนของมนุษย์ จะเท่ากับระดับปีศาจของโลกมืด  ระดับเทพของมนุษย์ จะเทียบเท่ากับระดับมารของโลกมืด แต่ต่ำกว่าระดับเทพของสวรรค์อยู่ครึ่งขั้น ขุนเหล็กช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจ พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า

ระดับสูงสุดของโลกมืดคือ จอมมาร ก็สูงกว่าระดับ เทพของสวรรค์อยู่ครึ่งขั้น แต่ต่ำกว่า ระดับจอมเทพของสวรรค์ อยู่ครึ่งขั้น และในระดับมหาเทพของสวรรค์ เหนือกว่าทุกระดับใน 3 โลก

ขุนเหล็กอธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็น เพราะการล่วงรู้ระดับของคู่ต่อสู้ เพื่อเปรียบเทียบกับระดับของตัวเอง เท่ากับการปฏิบัติตามพิชัยสงครามซุนวูที่กล่าวว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

มนุษย์อ่อนแอที่สุด และสวรรค์เข้มแข็งที่สุด ใช่ไหมครับ หวงเว่ยทบทวนความเข้าใจของเขา

ถูกต้องแล้วครับ มนุษย์เราอ่อนแอที่สุด ทำให้เหล่าอสูรร้ายมารชั่ว ได้พากันเข้ามาอาศัยอยู่ในโลก เพื่อจะแสวงหาผลประโยชน์จากความอ่อนด้อยของมนุษย์ รวมทั้งการหลอกใช้มนุษย์เราเป็นเครื่องมือด้วย เพราะมนุษย์เรามีทั้งความชั่วและความดีอยู่ในตัว สามารถเป็นได้ทั้งปีศาจ และเทพสวรรค์ ขึ้นอยู่ที่การเลือกของมนุษย์ ขุนเหล็กกล่าวเป็นเชิงสัจธรรมที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป ทั้งในโลก และในเกม

ขอโทษนะครับ ผมขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ หวงเว่ยพูดอย่างลำบากใจที่จะถาม แต่จำเป็นต้องถาม

ถามได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ ข้ายินดีที่จะเปิดเผยกับเจ้าทุกเรื่อง ขุนเหล็กมองหน้าชายหนุ่มอย่างผู้ใหญ่ใจดี ที่มองหน้าลูกหลานอย่างรักใคร่เอ็นดู

ท่านใช่มนุษย์ไหมครับ ขอโทษนะครับที่ต้องถามแบบนี้ เพราะว่า ท่านมีระดับที่มากกว่าระดับสูงสุดของมนุษย์ จนผมรู้สึกว่า อาจจะมากกว่า ระดับมารของโลกมืดอย่างแม่มดดำ หวงเว่ยเอ่ยปากถาม

ขุนเหล็กมองหน้าคนถามอย่างยิ้ม ๆ แล้วจึงตอบคำถามนั้นว่า

ข้าก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับคุณเว่ยนั่นแหละครับ แต่มหาเทพทรงเลื่อนสถานะให้หลังจากที่ได้กวาดล้างเหล่าอสูรบนโลกมนุษย์ จนพวกมันพากันหนีตายไปสู่โลกแห่งอสูรจนหมดสิ้น ทำให้ในขณะนี้ ข้าอยู่ในฐานะของเทพฝึกหัด ถ้าข้าหมดหวังในเรื่องของพระนางจันทราเทวีแล้ว ก็จะกลายเป็นเทพสวรรค์โดยสมบูรณ์แบบ ขุนเหล็กกล่าวขึ้น พลางพูดต่ออีกว่า

ส่วนแม่มดดำ นางอยู่ในระดับเดียวกับเจ้า คืออยู่ในระดับมาร แต่ระดับมารของนางอยู่ในขั้นสูงสุด ในขณะที่ระดับเทพของเจ้าอยู่ในระดับเริ่มต้น แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเจ้ายังมีโอกาสที่จะชนะนางได้ เนื่องจากพลังจักรวาลสามารถข่มวิชามนต์ดำของนางได้ ถ้าระดับพลังไม่แตกต่างกันมาก ขุนเหล็กกล่าวให้กำลังใจ

ถ้าผมต้องการที่จะเอาชนะแม่มดดำ ผมก็จะต้องพยายามเพิ่มพลังการฝึกปรือของผมให้มากขึ้นใช่ไหมครับ หวงเว่ยถามขึ้น

กุญแจสู่ชัยชนะอยู่ที่วิชาการต่อสู้  พลังการฝึกปรือ ธาตุ  ไหวพริบ  อาวุธ ความมุ่งมั่น และสถานะ ขุนเหล็กตอบกลับมา

เจ้ามีพร้อมทั้งวิชาการต่อสู้  ธาตุพลังแห่งจักรวาล  ปฏิภาณไหวพริบ กระบองมังกรขาว  ความมุ่งมั่นที่จะผดุงความยุติธรรม และสถานะเทพที่เท่าเทียมกับสถานะมารของนางขุนเหล็กกล่าวขึ้น พร้อมกับวิเคราะห์ให้ฟังว่า

แม่มดดำได้เปรียบเจ้าที่พลังการฝึกปรือ  แต่อ่อนด้อยกว่าเจ้าในเรื่องของการต่อสู้  ธาตุพลัง  ปฏิภาณไหวพริบ  อาวุธ ความมุ่งมั่น  และเสมอกันในเรื่องของสถานะ  ดังนั้น เจ้าได้เปรียบ 5 อย่าง  เสมอ 1 อย่าง  และแพ้แค่ 1 อย่าง เจ้าจะกังวลไปทำไมละ ขุนเหล็กพูดขึ้น พลางชักชวนหวงเว่ยกลับไปร่วมงานบาบิคิวกับสาว ๆ ทั้งสองจึงร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กลับเข้าสู่บ้านของขุนเหล็กทันที

 

ณ กระท่อมของแม่มด กึ่งกลางของกระท่อมมีเตาไฟ และหม้อต้มขนาดใหญ่วางไว้กึ่งกลาง และริมกระท่อมมีเตียงนอน ที่เตียงกลับนอนไว้ด้วยแมวดำตัวหนึ่ง โดยมีสตรีที่ยังอยู่ในชุดขาว กำลังเคี่ยวยาในหม้ออย่างขะมักเขม้น

โชคดีที่แผลไม่อักเสบ ใครจะไปรู้ว่าเจ้านั่นจะมีพญามังกรน้ำแข็งเป็นสัตว์เลี้ยงด้วย ซาร่า แมวดำพึมพำขึ้นมา หลังจากนอนเลียแผลจนเลือดหยุดไหล

พญามังกรนั่นไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของมันหรอก ซาร่า  แต่มันออกมาจากกระบองมังกรต่างหาก อาวุธนี่สงสัยขุนเหล็กจะตีให้กับมันแน่ ๆ เวลาร่ายรำมีเกราะน้ำแข็งออกคุ้มครองกาย เวลาคับขันปรากฏมังกรออกจู่โจมป้องกัน

แม่มดดำทอดถอนใจ เมื่อเห็นอิทธิฤทธิ์ของกระบองมังกรขาวที่ร้ายกาจ ทำให้เธอคิดเองว่า ขุนเหล็กคงเป็นผู้ที่จัดทำให้อย่างแน่นอน

แล้วจะทำอย่างไรดีละ เพราะอาวุธของพระแม่เจ้าถูกทำลายไปตอนที่ใช้คำสาปนางจันทราเทวี ดีว่า พระแม่เจ้าใช้คำสาปสำเร็จแล้ว จึงสามารถบีบบังคับขุนเหล็กให้คำสัตย์สาบานได้ แต่คทาเจ้าปีศาจก็ถูกดาบเหล็กไหลทำลายไป ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ซาร่าอุทานออกมา

สงสัยงานนี้ต้องกลับไปพึ่งพาอาจารย์ของข้าแล้ว ไม่อย่างนั้น แค่เจ้าเหน่งนั้น เราก็แทบจะเอาชนะไม่ได้ นี่ถ้าหากมันแก้คำสาปได้ เรามิเสร็จพวกมันไปหรอ แม่มดดำมองออกไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ทำให้ซาร่ารีบเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายอย่างฉงวน

แต่พระแม่เจ้าเคยบอกว่า จะไม่กลับไปหาอาจารย์อีกแล้ว เพราะอาจารย์ท่านบีบบังคับให้พระแม่เจ้าคอยหาโอกาสทำลายท่านขุนเหล็ก

มาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องทำตามคำสุภาษิตที่ว่า คนไม่เห็นแก่ตัว ฟ้าดินทำลาย  ต่อให้ข้าทำดีแค่ไหน ในใจขุนเหล็กก็มีแต่พระนางจันทราเทวีคนเดียว ไม่มีใครสามารถไปสอดแทรกกลางพวกเขาได้หรอก ถ้าข้าไม่ฆ่าเขา ไม่นาน ข้าต้องตายเพราะเขา แม่มดดำพูดขึ้นอย่างตัดใจ ทำให้ซาร่านิ่งเงียบ ยอมรับแต่โดยดี พลางคิดในใจว่า ศึกครั้งนี้คงจะสะท้านสะเทือนฟ้าดินอีกแน่ ๆ เพราะอาจารย์ของพระแม่เจ้า เก่งกาจสามารถไม่แพ้ขุนเหล็ก

 

ที่บ้านพักของขุนเหล็ก  หวงเว่ย และ 4สาว ได้ล้อมวงกันนั่งฟังขุนเหล็กเล่าเรื่องแต่หนหลังให้ฟัง

เมื่อประมาณพันกว่าปีที่แล้ว เกิดสงครามระหว่างเทพ และอสูร สงครามครั้งนั้นกินเวลาไปหลายปีทีเดียว จนกระทั่ง สงครามจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของอสูร

ขุนเหล็กเริ่มเล่าเรื่องแต่หนหลังให้คนทั้ง 5 ฟัง ภายหลังจากที่ได้สนุกสนานไปกับอาหารหลากรส และการพูดคุยสนุกสนานของคนทั้งหมด จนมาจบลงที่เรื่องราวของขุนเหล็ก ในตอนเช้า

ถึงแม้ว่า ในสงครามครั้งนั้นอสูรจะพ่ายแพ้ แต่เหล่าอสูรก็ได้ทำข้อตกลงกับเหล่าเทพได้สำเร็จ โดยเหล่าอสูรจะต้องโยกย้ายลงไปอยู่ใต้ดินลึกลงไปในพื้นโลก ซึ่งแห้งแล้ง และร้อนระอุ ส่วนเหล่าเทพจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับอสูร รวมทั้งไม่ตามเข่นฆ่าสังหารเหล่าอสูรที่ยังเหลืออยู่ในพื้นโลกเพื่อรอวันอพยพลงใต้ดินอีกด้วย

หวงเว่ยหันไปมองธิดารัตน์ เห็นนางพยักหน้าให้เป็นเชิงว่า ไม่เป็นไร เพราะเป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ และการที่เหล่าเทพได้ใช้ให้เขาไปทำลายล้างเหล่าอสูรหลอดแก้ว ยืนยันให้เห็นว่า เหล่าทวยเทพไม่อาจที่จะยุ่งเกี่ยวกับอสูรได้จริง ถ้าพวกเขาไม่ได้ออกมาก่อกวน หรือทำสงครามกับสวรรค์

ในขณะที่เหล่าเทพต้องถูกผูกมัดด้วยคำสัญญานี้ เหล่าอสูรบางส่วนก็ยังคงอยู่บนพื้นโลกนี้ โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่สามารถลงไปพร้อมกันทั้งหมดได้ เพราะต้องให้กลุ่มที่เข้าไปก่อนพากันจัดเตรียมสถานที่ไว้ให้รองรับการดำรงชีพของเหล่าอสูรทั้งหมด ซึ่งเหล่าทวยเทพก็ไม่อาจที่จะผลักดันต่อไปได้ เพราะติดที่คำสัญญา

ขุนเหล็กพูดเสร็จก็มองมาที่หวงเว่ย เพราะการที่อาศัยถ้อยคำในสัญญามาตีความเข้าข้างตัวเอง ทำให้อีกฝ่ายทำอะไรไม่ได้นั้น หวงเว่ยถนัดเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น บนพื้นโลกในขณะนั้นจึงเรียกได้ว่า กลียุค เพราะเหล่าอสูรร้ายเหล่านั้นได้พากันบุกเข้าปล้นชิงสิ่งดี ๆ บนพื้นโลก ทำลายชีวิตที่อาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเอง และเข่นฆ่าเหล่ามนุษย์จนล้มตายลงเป็นอันมาก ทุกคนนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น นับได้ว่าน่าสยองสยองยิ่งนัก

ด้วยเหตุนี้ เหล่าอาณาจักรบนพื้นโลกจึงได้รวมตัวกัน เพื่อที่จะต่อสู้กับเหล่าอสูร แต่ทว่า เหล่ามนุษย์ย่อมไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเหล่าอสูรที่กำลังเกรี้ยวโกรธ และอาฆาตมาดร้าย ด้วยเหตุที่ได้พ่ายแพ้แก่เหล่าเทพบนสวรรค์ พวกมันจึงระบายความคลั่งแค้นนั้นลงไปที่เหล่ามนุษย์ทันที ิ ทำให้เหล่านักสู้ผู้กล้าได้ล้มตายลงไปเป็นอันมาก ขุนเหล็กทอดถอนใจ ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า

เหล่าอาณาจักรบนพื้นโลกจึงรวมตัวกันในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่ออ้อนวอนต่อทวยเทพเพื่อให้ลงมาช่วยปราบอสูร แต่ทว่า เหล่าทวยเทพก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้ นอกจากการเร่งให้ถ้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นได้กลั่นธาตุศักดิ์สิทธิ์หยดลงมาเป็นเหล็กไหลสองหย่อมใหญ่

ทุกคนมองดูดาบบนหลังขุนเหล็ก พลางคิดว่า ปกติแค่หยดเล็ก ๆ ยังมีอานุภาพมากมายแล้ว มิน่าละ ดาบสองเล่มนี้จึงมีพลานุภาพที่ยิ่งใหญ่นัก

 

ถึงแม้ว่า เหล่ามนุษย์จะได้รับเหล็กไหลมา แต่พวกเขาไม่อาจที่จะนำมาเป็นอาวุธได้ เพราะไม่มีช่างเหล็กประจำอาณาจักรใดในโลกสามารถขึ้นรูปเหล็กไหลให้กลายเป็นอาวุธได้  ดังนั้น พวกเขาจึงกระจายข่าวออกไปในหมู่ช่างเหล็กทุกคนในโลก ทำให้เหล่าช่างเหล็กแทบทุกคนมาร่วมชุมนุมกันที่ถ้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อหาวิธีขึ้นรูปเหล็กไหล และในจำนวนช่างเหล็กเหล่านั้น ก็มีช่างเหล็กหนุ่มที่มาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ รวมอยู่ด้วย

ช่างเหล็กหนุ่มคนนั้นก็คงจะเป็นท่านขุนเหล็ก ใช่ไหมคะ จินนี่กล่าวแทรกขึ้น ทำให้ขุนเหล็กยิ้มรับ

แต่ว่า มันไม่ใช่เพราะว่าข้าเก่งที่สุด หรือเชี่ยวชาญในการตีเหล็กมากที่สุดหรอก ข้าคิดว่า น่าจะเป็นเพราะเหล็กไหลเป็นธาตุที่มีญาณพิเศษในตัว จึงสามารถที่จะเลือกผู้เป็นนายเองได้ และข้าก็คือคนที่เหล็กไหลได้เลือก ขุนเหล็กกล่าวอย่างถ่อมตัว พลางบอกกับทุกคนว่า

นี่ก็เลยเวลานอนมามากแล้ว แต่ข้าคิดว่า ทุกคนควรที่จะไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวช่วงบ่าย ๆ ให้มาพร้อมกันที่นี่ แล้วข้าจะมีของขวัญให้กับทุกคน ขุนเหล็กทิ้งท้ายไว้ ก่อนที่จะเข้าไปพักผ่อน จากนั้น ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับห้องพัก ท่ามกลางความตื่นเต้นของสาว ๆ ที่อยากจะรู้ว่า ของขวัญที่ขุนเหล็กจะมอบให้นั้นคืออะไร

 

แปร๊ง        ๆ.............................................................

 

ที่โรงเหล็ก ในบริเวณบ้านของขุนเหล็ก เสียงตีเหล็กดังมาเป็นระยะ ๆ  ซึ่งเสียงนี้ไม่ได้ยินมานานแล้ว นับตั้งแต่ที่ขุนเหล็กทำดาบเสริมให้กับค่ายกลเสร็จสิ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,843 ความคิดเห็น

  1. #1779 White..sand (@palmzawa1) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 12:00
     จะตีอะไรออกมาหนอ???
    #1779
    0
  2. #1445 khun-chai (@khun-chai) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 15:49
    ว้าวระดับเทพยังกระจอกแล้ว หนุกหนานหนุกหนาน
    #1445
    0
  3. วันที่ 18 ธันวาคม 2552 / 07:17
    หนุกหนานมากๆมากมายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1249
    0
  4. #965 Stormy_Night (@stormynight) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 กันยายน 2552 / 14:13
    สุดยอด
    #965
    0
  5. #964 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 กันยายน 2552 / 12:57

    โอพี่เว่ยเราสุดยอดไปเลย ได้พลังแห่งจักรวาลมาแล้ว ทักษะก็สุดยอด แต่ข้อคิดที่พี่เว่ยให้ไว้ก็ดีมากๆเลยต้องทำดีนะ

    #964
    0
  6. #963 กำของใคร (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 กันยายน 2552 / 12:30
    เขาเหนือเตพไปแล้ว
    #963
    0