หวงลูกสาวออนไลน์ (The Father Online)

ตอนที่ 62 : หัวหน้ากิลด์นักรบ VS หัวหน้ากิลด์พ่อค้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    6 ต.ค. 52

 

บนสรวงสวรรค์ เหล่าทวยเทพทั้งหลายที่ไร้การงานทำ เวลานี้ต่างนั่งเฝ้าการถ่ายทอดสดจนสวรรค์เงียบกริบทุกที่ทุกแห่ง ยกเว้นในสนามกีฬาของเมืองสวรรค์เท่านั้น

 

เฮ................................เฮ...................................เฮ.................................

 

เสียงเชียร์ ดังกระหึ่มดังกึกก้องและยาวนานเมื่อหวงเว่ยได้ใช้ประตูแห่งสามโลก หลบหนีจ้าวอสูรกลับไปยังโลกมนุษย์ได้ แถมยังสามารถพาธิดาอสูร ซึ่งเป็นอสูรที่เก่งที่สุดรองมาจากเทพอสูรที่ยังเป็นปริศนาอยู่ในเวลานี้ ออกมาด้วย

สวัสดีครับ กระผม เทพแห่งการสื่อสาร ขณะนี้จะขอนำท่านผู้ชมเข้าไปพบกับการต่อสู้ที่สุดยอดใน 3 โลก ระหว่างผู้เล่น จอมอสูร ซึ่งมีทักษะอสูรหมื่นร่างระดับสูง และ ผู้เล่น หวงเว่ย ผู้มีทักษะหมัดทะลวงไส้  เทพแห่งแพทย์  และทักษะย่อย ๆ อีกมากมาย จึงนับเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกันอย่างแท้จริง

ภาพของหวงเว่ย และ จอมอสูรได้ถูกฉายขึ้นมาเป็นภาพสามมิติบนพื้นสนาม และร่างของทั้งสองได้หันหน้าเข้าหากัน พร้อม ๆ กับมีกระแสไฟฟ้ามากมายวิ่งพล่านไปทั่วบริเวณ เป็นการโปรโมทคู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่อลังการจริง ๆ

จากนั้นก็เป็นการเปิดเผยประวัติ ทักษะ และผลงานการต่อสู้ที่ผ่าน ๆ มาของทั้งสองเปรียบเทียบกัน แต่ไม่มีการแบ่งฝ่ายในการเชียร์ เพราะทุกองค์ต่างก็พร้อมใจกันเชียร์หวงเว่ย

 

ได้เวลาที่จะพิสูจน์แล้วสินะ ระหว่างผู้ที่เป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ ซึ่งสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งที่สุด และเก่งที่สุด กับผู้ที่เป็นอัจฉริยะด้านธุรกิจ ผู้ที่ต่อสู้ด้วยความสนุก และเต็มไปด้วยมิตรภาพภายหลังการต่อสู้

คุณวุฒิชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท เป็นคนที่กล่าวเปิดตัวการดวลเดี่ยวระหว่างจอมอสูร และหวงเว่ยอย่างเป็นทางการในห้องทำงานของจีเอ็ม

เอาละ พวกเราทุกคน เข้าไปในเกมได้แล้ว เพื่อที่จะจัดเตรียมการต้อนรับ มร.อสูร GMจอมนาง ได้กล่าวขึ้น จากนั้น บรรดาจีเอ็มทุกคนที่เข้าเวรในเวลานี้ ต่างพากันเข้าประจำเตียงนอนของตนเอง เพื่อเข้าสู่เกมในทันที

 

ณ บริเวณผาดำ บรรดาสมาชิกกิลด์เกิดมาล่าบอส บัดนี้ได้พากันล้อมเข้ามาเป็นระยะครึ่งวงกลมล้อมรอบหวงเว่ย และพรรคพวกอยู่ตรงกลาง โดยเว้นช่องว่างให้ประมาณสนามกีฬา เพื่อ

เป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวระหว่าง จอมอสูร และหวงเว่ย ซึ่งทั้งสองต่างก็เป็นหัวหน้ากิลด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แม้ว่า ในการเปิดตัวกิลด์เกิดมาล่าบอส จอมอสูรจะไม่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้ากิลด์ เนื่องจากต้องอยู่ในสถานะปิดบังร่องรอย  แต่ตอนนี้เขาสามารถฝึกฝนพลังอสูรจนเข้าขั้นสูงสุด จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกปิดสถานการณ์เป็นหัวหน้ากิลด์ของเขาอีกต่อไป

 

พรึบ.......................................พรึบ....................................................................

 

ทักษะอสูรหมื่นร่างได้ถูกเร่งเร้าขึ้นสุดขีด จนเหล่านักสู้ของกิลด์เกิดมาล่าบอสต้องถอยร่นออกไปอีก แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลนับร้อยเมตรก็ตาม

แต่ทว่า สำหรับหวงเว่ยแล้ว ตัวของเขากลับไม่ได้ตั้งท่าแต่อย่างใด ยังคงดูสบาย ๆ เหมือนยืนสนทนาอยู่กับบรรดาเพื่อน ๆ  ถึงกระนั้นก็ตาม รังสีแห่งมารซึ่งผนึกอยู่ที่ร่างของจอมมารก็ไม่สามารถคุกคามต่อเขาได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน

 

ครืน...........................................ครืน............................................................

 

จอมอสูรที่ยังไม่สามารถหยั่งพลังของหวงเว่ยได้ จึงหยั่งเชิงด้วยพลังอสูรที่รุนแรงกว่าที่เคยใช้มา

 

ควับ................................................ควับ.................................................................

 

สองมือของหวงเว่ยได้ควงขึ้นข้างหน้าตนเองอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน ส่งผลให้พลังอสูรที่รุนแรงนั้นสูญสลายไปจนไม่เห็นร่องรอย ทำให้จอมอสูรตกใจยิ่งนัก เพราะไม่รู้ว่าหวงเว่ยใช้ทักษะอะไรมาทำให้พลังอสูรของเขาสูญสลายไป

 

พี่เว่ยใช้ทักษะอะไรหรอ จินนี่ ทำไมพลังอสูรที่มากกว่าที่ทำร้ายพวกเราอีก ยังทำอะไรไม่ได้ วายุดากระซิบถามจินนี่เบา ๆ ด้วยความอยากรู้ และห่วงใยเจ้าคนน่าตาย ที่ดันโผล่มาพร้อมสาวสวย กะ ลูกสาวคนใหม่

ไม่รู้สิพี่ดา จินนี่ไม่เคยเห็นมาก่อน คาดว่าคงไปฝึกมาจากโลกอสูรมั๊ง ก็เลยสามารถสลายพลังอสูรที่รุนแรงขนาดทำลายเมืองทั้งเมืองได้อย่างสบาย

อ้อนแอ้นรู้คะ ขออ้อนแอ้นนั่งคุยด้วยได้ไหมคะ อ้อนแอ้นได้พาร่างน้อย ๆ ของเธอเดินเข้ามาหาสองสาวอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมทั้งกล่าวเปิดประเด็นที่คาดว่า ทั้งวายุดา และจินนี่ ต้องสนใจแน่นอน

วายุดา และ จินนี่ ลังเลนิดหนึ่ง แต่เพราะความสนใจอยากรู้มีมากกว่า จึงเชิญอ้อนแอ้นให้นั่งข้าง ๆ จินนี่

นี่เป็นทักษะย่อยในทักษะ การเล่นแร่แปรธาตุภาคพิสดาร เป็นทักษะมือเทพ ผสมผสานกับทักษะหยิบจับคุณสมบัติของธาตุ และปิดท้ายด้วย ทักษะการสร้างธาตุ

คำพูดของอ้อนแอ้น ทำให้คนทั้งหมดสนใจ พากันเข้ามาจับกลุ่มพูดคุยด้วย ส่วนธิดาอสูร เมื่อเห็นว่า ตัวเองโดดเดี่ยว ก็เลยทำเนียน เดินเข้ามารวมกลุ่มด้วย โดยไม่แคร์สายตาที่แวววาวดั่งสายฟ้าฟาดของวายุดา

ไม่น่าเชื่อว่า ระดับฝีมือของหวงเว่ยจะเพิ่มสูงขึ้นมาก

จอมยุทธภูษิตขาวที่มีฐานะเป็นอาจารย์ของหวงเว่ย ได้กล่าวขึ้น ทำให้คนทั้งหมดตั้งใจฟังคำวิจารณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ โดยเฉพาะสายลม ที่ตั้งใจฟังแบบไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คำพูดเดียว เพราะเขาได้นำเอาสมุดโน้ตออกมา พร้อมปากกา เพื่อจดคำพูดของจอมยุทธภูษิตขาว

ลองจับตาดูการต่อสู้ของจอมอสูร กับ หวงเว่ย จะเห็นว่า จอมอสูรใช้พลังที่ฟุ่มเฟือย ปล่อยพลังแบบพร่ำเพรื่อ และที่ไม่น่าให้อภัยคือ ใช้ทักษะโดยไม่สามารถหยั่งคาดฝีมือของอีกฝ่ายได้ แม้ว่า ถ้าต่อสู้กับผู้ที่มีระดับฝีมือที่ต่ำกว่า การกระทำเช่นนี้จะทำให้ได้ชัยชนะอย่างง่ายดาย และสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นในจิตใจของของศัตรูได้ แต่การกระทำเช่นนี้กับผู้ที่มีฝีมือในระดับเดียวกัน ย่อมจะเป็นการฆ่าตัวตายดี ๆ นี่เอง

ในการต่อสู้ของทั้งสองนั้นก็เป็นจริงตามคำกล่าวของจอมยุทธภูษิตขาว เพราะว่า จอมอสูรเริ่มใช้ทักษะที่ใช้พลังมหาศาลเข้าโจมตีใส่หวงเว่ย ขณะที่หวงเว่ยใช้เพียงแค่ทักษะเล่นแร่แปรธาตุภาคพิสดาร ซึ่งเป็นทักษะเทพในตำนาน นอกจากนี้ ภายในกายของหวงเว่ยได้โคจรวิชาเวทยุทธ โดยการโคจรกำลังภายใน ผสมผสานกับทักษะเทพแห่งแพทย์ ทำให้พลังอสูรที่รุนแรงจนน่ากลัว ไม่สามารถทำอะไรเขาได้อีกต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาได้คิดมาจากการพ่ายแพ้ในโลกอสูร จนต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมหนีเอาตัวรอด

ถ้าเปรียบเทียบกับนักธุรกิจ จอมอสูรเป็นเหมือนลูกหลานตระกูลร่ำรวย ที่ทำธุรกิจแบบทุ่มทุนมหาศาล ถ้าสำเร็จก็สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่ถ้าล้มเหลวก็จะเสียหายอย่างหนักเช่นกัน  ส่วนพ่อจะเป็นสไตน์สร้างเนื้อสร้างตัวมาจากความว่างเปล่า เน้นการบริหาร โดยใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด เหมาะสมกับสถานการณ์ มีประสิทธิภาพสูงสุด และได้ผลกำไรสูงสุด นี่คือสไตน์การบริหาร และการต่อสู้ของพ่อ จินนี่ได้กล่าวต่อจากคำพูดของจอมยุทธภูษิตขาว ซึ่งสายลมก็นั่งจดยิก ๆ ทุกคำพูด ซึ่งจะส่งผลให้ระดับฝีมือทั้งในด้านการต่อสู้ และการทำธุรกิจของเขาเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

 

ในขณะนั้น การต่อสู้ของทั้งสองเริ่มจะเห็นผลของความแตกต่าง เมื่อจอมอสูรเริ่มรู้สึกว่าพลังในตัวของเขาได้สูญหายไปทีละน้อย ๆ อย่างไม่รู้สึกตัว จนมันเริ่มเอ๊ะใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

พรึบ...................................................พรึบ..................................................

 

ทักษะมือควานวิญญาณได้ถูกใช้ออกมาเพื่อดึงดูดพลังของหวงเว่ย เพื่อที่จะฟื้นฟูพลังของจอมอสูรให้กลับมาดังเดิม แต่ทว่า ผู้ที่เป็นสุดยอดปรมาจารย์ในเชิงธุรกิจยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส พลางเคลื่อนไหวมืออย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน จากนั้นไม่นาน มือสีดำที่เป็นธาตุวิญญาณ ผสมธาตุความมืด ซึ่งจะเป็นสื่อดึงดูดพลังในกายของคู่ต่อสู้ ก็เริ่มเลือนรางลง และจางหายไปในที่สุด

เจ้า.........เจ้าสามารถดึงดูดพลังของข้าได้หรอ จอมอสูรตกตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้น จึงร้องถามขึ้นด้วยความตกใจ

เปล่าหรอก ข้าไม่ได้ดึงดูดพลังชั่วร้ายของเจ้าหรอก ไม่ต้องตกใจ

หวงเว่ยยังคงพูดคุยอย่างอารมณ์ดี เพราะทฤษฎีทางสังคมกล่าวว่า ถ้าเรามีอารมณ์ที่ดี คนรอบข้างของเราจะอารมณ์ดีด้วย และเขาก็อยากให้คนที่นั่งลุ้นเขาอยู่ทั้งหมดอารมณ์ดี โดยเฉพาะสองสาว และลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา

ทำไมพลังของข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้ แถมยังลดลงเรื่อย ๆ จอมอสูรยังคงข้องใจไม่หาย ซึ่งคู่ต่อสู้ที่ใจดีของเขาก็ได้เฉลยข้อข้องใจให้ทันทีว่า

ผมบอกแล้วว่า ผมเป็นนักธุรกิจไม่ใช่นักสู้ ดังนั้น พลังที่มากมายมหาศาลที่เจ้าดึงดูดมาจากคนอื่นนั้น ข้าจึงขอแบ่งปันมาเป็นก้อนธาตุที่หายาก และมีราคาแพง เพื่อประโยชน์แก่ธุรกิจของผม

จอมอสูรเมื่อได้ยินดังนั้นก็ต้องสะอึกด้วยความรู้สึกที่สับสนในชีวิต เพราะในสายตาของสุดยอดนักธุรกิจที่ผันชีวิตมาเล่นเกมผู้นี้มีความคิดเห็นต่อเขาเหมือนเป็นทรัพยากรมีค่า และเป็นแหล่งวัตถุดิบที่ให้ใช้ในการขุดแร่ธาตุชั้นสูง

ข้าไม่ใช่ภูเขาแร่ธาตุนะฟ้อย บังอาจมากไปแล้ว จอมอสูรร้องขึ้น พลางเรียกขวานทลายฟ้าของเขาขึ้นมา ซึ่งเป็นอาวุธที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับเขา ก่อนที่จะมาฝึกฝนพลังอสูร

 

ฮ่า ๆ ๆ กว่าจะรู้สึกตัว เพราะความจริงแล้ว จอมอสูรมันต้องใช้อาวุธตั้งแต่ตอนแรกแล้ว แต่ก็ต้องดูว่า คนที่ผงาดขึ้นมาจากผู้เล่นธรรมดา จนขึ้นมาเป็นถึงหัวหน้าเหล่าจีเอ็ม จะมีพลังฝีมือที่แท้จริงเป็นอย่างไร จอมยุทธภูษิตแดงได้กล่าวขึ้น ส่งผลให้ทุกคนจ้องมองการต่อสู้ด้วยความสนใจทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

1,843 ความคิดเห็น

  1. #1594 ธารวัฒนะ (@a5sor) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 14:14
    อิจฉา จริงๆ เมื่อไรจะมีคนห่วงบ้างหนาาาาๆ
    #1594
    0
  2. #1436 khun-chai (@khun-chai) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 09:42
    เจ้าเหม่งเอ๋ย จอมอสูรไม่น่ากลัวหรอก แต่ 2สาวน่ากลัวกว่าเจ้าตายแน่ หุ หุ แค่เจอสายตาแวววาวดั่งสายฟ้าฟาดของวายุดาคนเดียวก็อเสร็จแล้ว 555 (ไม่น่ารอดเพราะข้าผู้น้อยอิจฉาโว้ย)
    #1436
    0
  3. วันที่ 18 ธันวาคม 2552 / 06:30
    หนุกหนานมากๆมากมายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1240
    0
  4. #839 maysarin (@maysarin) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2552 / 15:09
    กลอนของท่านผู้เฝ้ามองเพราะเสมอเลยนะ
    #839
    0
  5. #838 งำงำ (@ippotoh) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2552 / 14:01
    ได้ลุยซะทีนะพี่เหน่ง
    #838
    0
  6. #837 acteaon (@mooza) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2552 / 12:21
    กลอนเพราะจิงๆ ^^
    #837
    0