หวงลูกสาวออนไลน์ (The Father Online)

ตอนที่ 60 : ศึกนอกไม่เท่าไร.....ศึกในร้ายแรงที่สุด 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    6 ต.ค. 52

 

หลังจากที่กองพลที่ 1 ถูกทำลายเกือบทั้งหมด ด้วยการร่ายเวทย์ต่อสู้เพียงไม่กี่ครั้ง ทำให้กองพลที่ 2 และกองพลที่ 3 ได้รวมกองทัพนักเวทย์เข้าด้วยกัน และยังขอการสนับสนุนจากกองทัพนักบวช เพื่อมาแก้ไขเวทย์ของฝ่ายตรงกันข้ามด้วย

 

ครืน......................................ฟุบ...................................................

 

กองร้อยนักเวทย์ธาตุดินได้ร่ายเวทย์ดินกลบวงเวทย์ของลมในทันที  พร้อม ๆ กับได้ร่ายเวทย์หอกพสุธา เพื่อหวังจะให้หอกนั้นทิ่มแทงคนที่อยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมดในครั้งเดียว

 

เฟี้ยว.....................พรึบ..........................อ๊าก.......................................

 

แต่เสียงร่ายเวทย์หอกพสุธายังไม่ทันจบ ก็บังเกิดเปลวไฟที่มีรูปร่างดังลูกธนู พุ่งเข้าใส่เหล่านักเวทย์ธาตุดินด้วยความรวดเร็วจากกลุ่มคนที่ถูกล้อม จนเปลวไฟลุกท่วมเหล่านักเวทย์เหล่านั้น

 

อ๊อก..........................................อ๊าก.............................................................

 

เหล่านักบวชต่างพยายามเข้ามาแก้ไขเหล่านักเวทย์ธาตุดิน แต่ทว่า ควันที่เกิดจากไฟไหม้ร่างของนักเวทย์ธาตุดินได้กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้เหล่าผู้เล่นกระอักเลือดออกมา เพราะเปลวไฟนี้มาจากพลังไฟของจินนี่ที่มีส่วนผสมธาตุพิษของพญางูไฟ และพิษของหมอกหมื่นพิษสลายร่าง ทำให้พิษนี้ร้ายแรงกว่าปกติ จนกระทั่งกองพลที่ 2 และ กองพลที่ 3 ต้องล้มลงพร้อมกับร่างจางหายไปในทันที แม้กระทั่งจอมอสูรก็ยังต้องถอยร่นออกมา

 

ถอยออกไปให้หมด  เดี๋ยวข้าจะจัดการกับพวกมันเอง

จอมอสูรที่รู้จักพิษสงของพิษที่บังเกิดขึ้นดี จึงร้องสั่งให้เหล่าสมาชิกกิลด์ที่เหลือให้ออกห่างจากบริเวณทันที เพราะจำนวนสมาชิกกิลด์ทั้ง 13 กองพลที่ยกมาปิดล้อม ได้ตายไปถึง 3 กองพลในเวลาเพียงพริบตาเดียว ยืนยันให้เห็นว่า ผู้ที่พวกมันล้อมอยู่นั้นมีระดับฝีมือในขั้นที่สูงอย่างมาก และสูงกว่าบอสทุกตัวที่เคยพบเจอมา

 

พรึบ............................................บรึม.....................................................

 

จอมอสูรจึงใช้ทักษะพลังอสูรหมื่นร่างขึ้นมา ทำให้เหล่าสมาชิกกิลด์ที่อยู่ใกล้ ๆ ต้องกระเด็นออกห่างไปในทันทีด้วยพลัง และความรุนแรงของรังสีที่อยู่รอบ ๆ ตัวจอมอสูร

และแล้ว จอมอสูรที่มีรังสีเป็นพลังสีดำสนิท ก็เดินฝ่าเข้าไปในหมอกพิษที่เกิดจากการเสียชีวิตของกองพลที่ 2 และ กองพลที่ 3 อย่างไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด เพราะพลังของมันเพิ่มขึ้นมาถึงหมื่นเท่าตัว จากนั้น มันได้ทำการดูดกลืนหมอกพิษทั้งหมดเข้ามาเสริมพลังให้กับตัวของมันเอง ทำให้พลังพิษ และความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นจนต้นไม้ ใบหญ้ารอบ ๆ จอมอสูรต้องเหี่ยวแห้งไปในทันที

 

แต่ทว่า ก่อนที่จอมอสูรจะเข้าถึงรัศมีของวงเวทย์แห่งลม วงเวทย์นั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นลมพายุพัดอย่างรุนแรงจนกระทั่งเหล่าสมาชิกกิลด์เกิดมาล่าบอสที่อยู่ห่างออกไปพากันเกาะกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ และเหล่านักเวทย์ต้องใช้เวทย์แห่งดินเพื่อยึดขาของทุกคนไว้ เพื่อไม่ให้พายุสามารถพัดพาไปได้ แต่ถึงกระนั้นพื้นดินยังแตกร้าว และร่างกายของนักรบทุกคนเกิดความรู้สึกเจ็บปวด และปวดร้าวราวกับว่า แขนขาจะหลุดของจากร่างกาย

 

เบื้องหลังหมอกควัน และลมพายุ จินนี่  วายุดา  สองจอมยุทธ   เจ้ารัตติกาล  สายลม และ ขาวดี กำลังตั้งรับอยู่ตรงทางออกของเมืองอสูร โดยมีวายุดาที่ลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน กำลังใช้พายุเพื่อพัดจู่โจมจอมอสูร และบรรดาสมาชิกกิลด์เกิดมาล่าบอส

 

ควับ............................................วูบ.................................................

 

เงาดำรูปฝ่ามือได้พุ่งออกมาจากพายุ และตรงเข้าไปจู่โจมวายุดาทันที  พร้อม ๆ กับร่างของวายุดาที่เริ่มมีแสงกระพริบออกจากร่างกายถ่ายทอดเข้าสู่ฝ่ามือนั้น

ทักษะมือควานวิญญาณ เร็ว มันจะดูดพลังของวายุดา เจ้ารัตติกาล ผู้ซึ่งมีความรู้กว้างขวางที่สุดได้เอ่ยขึ้น พร้อม ๆ กับที่สายลมได้ใช้ดาบสีขาวที่เปล่งประกายวาววับด้วยพลังแห่งลมปราณบริสุทธิ์ได้ฟาดเข้าที่แขนสีดำที่ยื่นมา จนเงารูปฝ่ามือจางหายไป

 

ตุบ.........................................โอ๊ย...............................................................

 

วายุดาได้ตกลงพื้น พร้อม ๆ กับหน้าตาที่ไร้ซื่งสีเลือด จินนี่ และขาวดี รีบวิ่งเข้าไปประคองทันที

ไม่ต้องห่วงพี่ แค่โดนดูดพลัง แต่ไม่มากพอที่จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหรอก ทุกคนเตรียมรับมือกับจอมอสูรดีกว่า วายุดาฝืนใจพยุงร่างขึ้น และรีบบอกกับจินนี่ ที่ดูจะห่วงใยเป็นพิเศษ ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า

ฮ่า ๆ ๆ มีดีแค่นี้หรอ แสดงออกมาให้ข้าดูหน่อยสิ ว่าดงพญาไฟ และ ดงพญาเย็นที่รวมตัวกันแล้ว มันจะซักแค่ไหนกัน

เมื่อหมอกพิษ และพายุหายไป จึงปรากฏร่างของจอมอสูรที่สูงใหญ่ ยืนอยู่อย่างโดดเด่น และดูลึกลับด้วยรังสีที่น่าสะพรึงกลัวรอบ ๆ ร่าง

 

พรึบ........................................ครืน.....................................................

 

จอมยุทธภูษิตแดง และจอมยุทธภูษิตขาวที่มองหน้ากันแวบหนึ่ง จากนั้น เปลวไฟร้อนระอุราวกับนรกก็พุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ รอบ ๆ ร่างของจอมอสูร ส่วนเบื้องบนนั้น ละอองน้ำแข็งที่เย็นยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ ได้ลอยปกคลุมทั่วร่างของจอมอสูร

นี่คือท่าที่สุดยอดของทั้งสองจอมยุทธ ซึ่งต่อให้เป็นผู้ที่มีพลังฝีมือสูงส่งกว่าพวกเขาก็ไม่สามารถรับมือทักษะหมอกเย็นเยียบ และเปลวไฟนรก ที่พุ่งเข้าโจมตีพร้อม ๆ กันได้ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างด้านบนแตกสลาย และร่างด้านล่างหลอมละลาย ซึ่งการแก้ไขต้องเริ่มก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้นเท่านั้น เพราะถ้าการโจมตีเกิดขึ้น ไม่เคยมีใครรอดพ้นมาก่อน

 

พลังธรรมชาติไม่สามารถทำลายข้าได้หรอก

เสียงเยาะเย้ยดังมาจากร่างที่ตั้งแต่ช่วงเอวลงมากลายเป็นสีแดง และตั้งแต่เอวขึ้นไปกลายเป็นสีขาว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทำความเสียหายให้กับจอมอสูรเลยแม้แต่น้อย

ทุกคนระวัง ดูเหมือนมันจะได้ทักษะของเทพอสูรที่ร้ายกาจที่สุดในโลกอสูร

เจ้ารัตติกาลที่มองเห็นเหตุการณ์ รีบประมวลผลหาข้อมูลของจอมอสูรทันที และเมื่อได้รับแล้ว เขาต้องตกใจเป็นอย่างมาก เพราะวิชาอสูรจะมี 3 ระดับคือ ระดับร่างอสูร  ระดับพลังอสูร  และระดับเทพอสูร ซึ่งแม้แต่จ้าวอสูร ซึ่งเป็นผู้ครองโลกอสูร ยังมีระดับแค่พลังอสูร ผู้ที่มีระดับเทพอสูรมีเพียงผู้เดียวคือ เทพอสูร ที่ยังจำศีลเพื่อเพิ่มพลังเทพอสูรให้มากขึ้นเท่านั้น

แต่ทว่า ทักษะเทพอสูรได้เผยแพร่ลงมาสู่โลกมนุษย์ผ่านทางเทพเอียนวะ ซึ่งเป็นเทวดาตกสวรรค์ที่หวงเว่ยเคยปราบมา ซึ่งทักษะที่เผยแพร่มามีอยู่ 2 ทักษะคือ ทักษะเล่นแร่แปรธาตุ ภาคอุตริผิดมนุษย์ ซึ่งหวงเว่ยได้ไป และทักษะอสูรหมื่นร่าง ซึ่งจอมอสูรขโมยมาจากเมืองอวตาร

ไม่เสียทีที่เป็นเจ้ารัตติกาล ผู้เป็นหนึ่งในด้านข้อมูลข่าวสาร รู้สึกว่าจะไม่มีอะไรจะรอดพ้นสายตาของเจ้าไปได้ จอมอสูรที่ยังยืนเฉยอยู่ท่ามกลางเปลวไฟนรก และพลังหมอกเย็นเยียบพูดขึ้น พร้อม ๆ กับกล่าวอีกว่า

แต่เสียดาย ที่เจ้าเลือกข้างผิด ยังไม่สายที่เจ้าจะหักพันธสัญญาภูต และหันกลับมาทำพันธสัญญาภูตกับข้าแทน แล้วเจ้า กับข้า จะได้ครองโลกนี้ร่วมกัน

ข้าไม่เคยมีความคิดผิด ๆ เช่นเจ้าเลย แม้ข้าจะเป็นแค่มอนสเตอร์ตัวหนึ่ง แต่ข้าก็ไม่เคยคิดคดต่อแผ่นดินเกิดของตัวเองเลยสักครั้ง เจ้ารัตติกาลกล่าวออกมาอย่างไร้เยื่อไยต่อจอมอสูร

ข้าให้โอกาสต่อเจ้าแค่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว หลังจากนี้ถึงเจ้าจะมาอ้อนวอนข้า ข้าก็คงจะมอบให้เจ้าได้เพียงแค่ความตายเท่านั้น จอมอสูรยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมเมื่อได้รับคำปฏิเสธ

 

ฟู่..................................................เปรี๊ยะ.....................................................................

 

จอมอสูรได้ชักนำความเย็นจากด้านบนของตนเอง ให้พุ่งเข้าโจมตีศัตรู ทำให้จอมยุทธภูษิตขาวต้องใช้ความเย็นมาจับให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็ง จนตกลงสู่พื้นดิน ก่อนที่ความเย็นจะพุ่งเข้ามาทำร้ายพรรคพวกของตนเอง

 

พรึบ............................................วูบ...............................................................................

 

เช่นเดียวกับเปลวไฟนรกที่จอมอสูรชักนำให้วิ่งเข้าย้อนกลับไปสู่เจ้าของ แต่ทว่า จอมยุทธภูษิตแดงก็สามารถทำให้ไฟสงบลงได้ด้วยทักษะการควบคุมเปลวไฟของเขา จนเปลวไฟทั้งหมดมอดดับลง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,843 ความคิดเห็น

  1. #1434 khun-chai (@khun-chai) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 23:28
    ธิดามารต้องอาละวาดแน่นอนจริงปะ
    #1434
    0
  2. วันที่ 18 ธันวาคม 2552 / 06:22
    หนุกหนานมากๆมากมายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1238
    0
  3. #803 คนเดินดิน (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2552 / 19:11
    ใช่แน่ๆเลย
    #803
    0
  4. #802 ๐คูก้ารสนม๐ (@godgod610) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2552 / 18:24

    ธิดาอสูรติดไปด้วยแน่เลยอ่า

    #802
    0