หวงลูกสาวออนไลน์ (The Father Online)

ตอนที่ 50 : ร่วมก๊วนล่าอสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    6 ต.ค. 52

 

หมู่ตึกขาว ซึ่งตั้งอยู่ที่ดงพญาเย็น โดยปกติแล้วจะเงียบเหงา มีเพียงเหล่าวานรที่คอยดูแลความเรียบร้อย  เนื่องจากเจ้าของตึกคือ จอมยุทธภูษิตขาว เป็นคนที่ชอบเดินทาง และผจญภัยในที่ต่าง ๆ และแม้ว่าจะมีศิษย์รักที่มาฝึกวิชาอยู่ด้วย จอมยุทธภูษิตขาวยังออกท่องเที่ยว ซึ่งผู้เป็นศิษย์ก็มีนิสัยนี้เช่นกัน

แต่ในยามนี้ ที่หมู่ตึกขาว ทั้งจอมยุทธภูษิตขาว, จอมยุทธภูษิตแดง, หวงเว่ย, จินนี่, หงอคง, วายุดา, และ ทไวไลน์  ได้นั่งล้อมวงกันรอบโต๊ะกลม โดยมีพญาลิงทั้งสาม สายลม  และ ขาวดี นั่งอยู่ด้านข้าง

จากการตรวจสอบของข้า ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังมืด ขอยืนยันว่า นี่คือพลังอสูรระดับกลาง และถ้าสิ่งที่พาลีบ่งบอกเป็นความจริงว่า มันลงมือสถานเบา ทำให้ข้าสามารถยืนยันว่า เวลาแค่ 2 อาทิตย์ มันก็สามารถฝึกวิชาอสูรขั้นสูงสำเร็จแน่นอน ทไวไลน์ ซึ่งคนทั่วไปรู้จักในชื่อ เจ้ารัตติกาล ได้ยืนยันคำพูดของหงอคง และพาลี ในเรื่องจอมอสูร

และถ้าปล่อยให้มันฝึกวิชาอสูรขั้นสูงได้สำเร็จ ต่อให้พวกเราเป็นร้อยคน ก็ไม่สามารถที่จะต่อกรกับมันได้อย่างแน่นอน........ฟันธง เจ้าไวท์กล่าวอย่างมั่นใจ พร้อมกับทำท่าฟันธงอันโด่งดังทันที

ข้าเห็นด้วยกับเจ้ารัตติกาล ทั้งจอมยุทธภูษิตขาว และจอมยุทธภูษิตแดงกล่าวขึ้น

ความจริงพวกข้าทั้งสองต้องการที่จะประลองฝีมือระหว่างสายน้ำแข็ง และสายไฟ ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย จึงได้รับศิษย์เข้ามาเพื่อที่จะฝึกฝน และมาประลองกันในอาทิตย์หน้านี้  แต่ทว่า ในเวลาอย่างนี้ เราคงต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อรักษาอาณาเขต และความสงบสุขในโลกของเรา

จอมยุทธแดงซึ่งโดยปกติจะชมชอบเอาชนะ แต่วันนี้ได้กล่าวทำลายความต้องการเอาชนะของเขาลง เพราะว่า ในวันนี้ เขาได้รู้แล้วว่า ยังมีผู้ที่มีพลังฝีมือเหนือกว่าเขา และคน ๆ นั้นต้องการที่จะยึดครองทั้งดงพญาไฟของเขา และดงพญาเย็นของลูกพี่ลูกน้องของเขาด้วย

ข้าเห็นด้วยกับความคิดของจอมยุทธภูษิตแดง จอมยุทธภูษิตขาวพูดขึ้น ทำให้ทั้งหมดอมยิ้ม เพราะคำพูดนี้กล่าวออกมาสองครั้งแล้ว

อาจารย์คิดว่า เราควรทำอย่างไรดีครับ หวงเว่ยเมื่อเห็นดังนั้น จงถามขึ้นเพื่อกู้หน้าอาจารย์

รวมพลังของพวกเรา บุกเข้าไปสู้กับจอมอสูร และทำลายวิชาอสูรของมันให้ได้ จอมยุทธภูษิตขาวกล่าวอย่างหนักแน่น และทำให้คนทั้งหมดเห็นด้วยกับความคิดนี้

แต่ว่า อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราก็คือ ทักษะต่าง ๆ ของวิชาอสูร เป็นวิชาที่แข็งแกร่งมากที่สุดในโลก ยิ่งถ้าสามารถฝึกถึงระดับสูงได้ ก็จะไร้ผู้เทียมทานทันที  โดยเฉพาะทักษะตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ซึ่งจะมี  อสูรหมื่นพิษ ซึ่งสามารถปล่อยพิษที่ไร้สีไร้กลิ่นออกสังหารคนโดยรอบได้อย่างง่ายดาย  เนตรสยบวิญญาณ  ซึ่งเป็นวิชาพลังจิตอสูร ใช้พลังจิตควบคุมจิตของคน และสามารถแผ่พุ่งพลังอสูรออกควบคุม และทำร้ายร่างกายของผู้อื่นได้ ซึ่งพาลีได้ถูกวิชานี้ทำร้าย  และทักษะที่อันตรายที่สุดก็คือ อสูรหมื่นร่าง  ซึ่งความแข็งแกร่ง ความว่องไว และพลังทำลายที่สูงที่สุด เหมือนดังมีอสูรรวมพลังกันนับหมื่นตน เจ้ารัตติกาลกล่าวขึ้นจากข้อมูลต่าง ๆ ที่วิญญาณนักสืบได้รวบรวมมาให้กับเขา

และวิชาอสูรที่อันตรายที่สุด เพราะเป็นวิชาที่ใช้มากที่สุดตั้งแต่ระดับต้น จนถึงระดับสูงสุดคือ วิชา กลืนวิญญาณ ซึ่งสามารถดึงดูดพลังจากแหล่งต่าง ๆ เช่น พลังพิษ เพื่อสร้างทักษะอสูรหมื่นพิษ  พลังวิญญาณ เพื่อสร้างทักษะเนตรสยบวิญญาณ  และการดึงดูดพลังภายใน พลังเวทย์ และพลังชีวิต จากเหล่ามอนสเตอร์ และนักสู้ให้ครบ 10,000 คน เพื่อสร้างทักษะ อสูรหมื่นร่าง ซึ่งยิ่งใช้มากเท่าไร ทักษะกลืนวิญญาณก็จะยิ่งชำนาญ และใช้เวลาน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ต้องคอยระวังไม่ให้ถูกดึงดูดวิญญาณ จากการต่อสู้กับจอมอสูรผู้นี้

สิ่งที่เจ้ารัตติกาลพูดขึ้น ทำให้ทุกคนต้องหนักใจ เพราะทักษะ กลืนวิญญาณที่อันตราย ถ้าพลาดพลั้งลง แทนที่จะขัดขวางจอมอสูร จะกลายเป็นว่า ไปสร้างความแข็งแกร่งให้กับจอมอสูรแทน

ดังนั้น สิ่งที่ทุกคนต้องคิดก็คือ ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้จอมอสูรสามารถใช้ทักษะเหล่านี้ออกมาได้  คือ ทักษะกลืนวิญญาณ  ทักษะอสูรหมื่นพิษ  และทักษะเนตรสยบวิญญาณ  มิฉะนั้น แม้เราจะชนะ แต่ความเสียหายของเราก็จะมากมายเช่นกัน 

นี่คือโจทย์ที่เจ้ารัตติกาลเขียนไว้ให้ทุกคนร่วมกันแก้  ชัยชนะ หรือพ่ายแพ้  ความสงบสุข หรือความหายนะ อยู่ที่ว่า พวกเขาจะแก้โจทย์นี้ได้หรือไม่

 

ทักษะอสูรหมื่นพิษ ผมจะสร้างภูมิคุ้มกันพิษให้กับทุกคน ซึ่งจะทำให้ทักษะนี้ไม่มีผล ส่วนอีก 2 ทักษะที่เหลือ ผมขอรายละเอียดการใช้งานได้ไหมครับ หวงเว่ยพูดขึ้นกลางที่ประชุม ทำให้ทุกคนเห็นด้วย และเจ้ารัตติกาลได้ขอให้พาลี ซึ่งเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับจอมอสูร ได้พูดบรรยายถึงทักษะที่เหลือทั้งสอง

ทักษะเนตรสยบวิญญาณ เป็นการใช้สายตาทอดถ่ายพลังผ่านทางอากาศทำร้ายศัตรู  นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สะกดจิต โดยการสบสายตากับศัตรู และครอบงำศัตรูด้วยพลังอสูร  ส่วนทักษะกลืนวิญญาณนั้น จอมอสูรจะใช้การดึงดูดพลังฝ่ายทางฝ่ามือทั้งสองของเขา ไม่ว่าศัตรูจะเก่งกาจแค่ไหน ขอแค่มือของมันสัมผัสส่วนหนึ่งส่วนใดของศัตรูได้ มันก็จะดึงดูดพลังของศัตรูมาเป็นของตนเองได้

พาลีกล่าวให้กับทุกคนฟัง ด้วยความรู้สึกที่ยังสะพรึงกลัวไม่เจือจางออกจากจิตใจของมัน เพราะความโหดร้ายที่มันสัมผัสมา ได้ทำลายความคิดในการต่อสู้ในจิตใจของมัน แต่ทว่า ไม่ว่าแพ้หรือชนะ มันก็ต้องพยายามต่อสู้ให้ได้ เพราะมันไม่อยากที่จะสัมผัสกับความโหดร้ายนี้ตลอดไป

ถ้าทักษะสยบวิญญาณใช้การถ่ายทอดผ่านอากาศ ดาก็จะรับมือกับทักษะนี้ได้  เพราะลม และอากาศเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกับดาที่สุด และพวกมันก็จะช่วยดารับมือกับจอมอสูรได้อย่างแน่นอน วายุดาพูดขึ้น เพราะในช่วงที่ไม่มีอะไรทำช่วงสามเดือนที่ผ่านมา เธอได้ฝึกฝนการควบคุมอากาศ และพลังจิต จนทำให้สามารถควบคุมอากาศที่ไร้สภาพได้

ถ้าอย่างนั้น ก็คงจะเหลือแต่ทักษะดึงดูดวิญญาณ ซึ่งคงต้องอาศัยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และร่วมมือกันหลาย ๆ คน เพื่อจู่โจมให้มันไม่สามารถผนึกวิชามาดึงดูดพลังของผู้อื่นได้ จอมยุทธภูษิตแดงกล่าวขึ้น

ดังนั้น ข้าจะแบ่งกำลังเลยก็แล้วกัน ถ้าใครมีรายละเอียดเพิ่มเติมก็เสริมได้  จอมยุทธภูษิตขาว และลูกศิษย์ ให้รับมือกับจอมอสูร โดยใช้พลังน้ำแข็งทำให้มันเคลื่อนไหวไม่สะดวก  ส่วนข้า กับ เจ้ารัตติกาล จะอยู่รอบนอก เคยช่วยเหลือ และจู่โจมสอดประสานกับแนวหน้าทั้งสอง และให้จินนี่ และหงอคง คอยจู่โจมทางอากาศ จอมยุทธภูษิตแดงวางแผนการจู่โจมให้กับทุกคน

ขอเสริมนิดหนึ่งคะ วายุดาพูดขึ้น

การจู่โจมทางอากาศให้ดาดีกว่า เพราะพลังไฟจะหักล้างกับพลังน้ำแข็ง แต่พลังลมของดาจะเสริมทั้งพลังไฟ และพลังน้ำแข็ง นอกจากนี้แล้ว การควบคุมอากาศของดาจะทำให้ทักษะเนตรสยบวิญญาณไม่สามารถใช้ออกได้  ส่วนจินนี่กับหงอคง ให้ช่วยสนับสนุนดา ในกรณีที่พลาดพลั้ง

คำพูดของวายุดานั้น ทำให้ทุกคนเห็นด้วย และหลังจากทานอาหาร ในช่วงบ่าย ทุกคนได้ซักซ้อมการร่วมมือจู่โจมกันอีกครั้ง เพื่อให้ความร่วมมือเป็นไปได้ด้วยดี

ในการฝึกซ้อมครั้งนี้ ทำให้เห็นพลังของวายุดา ที่สามารถหล่อหลอมพลังทั้งหมดให้สามารถโจมตีเป้าหมายได้โดยไม่หักล้างกันเอง แต่พลังที่ทุกคนเห็นว่าไม่สามารถจู่โจมจอมอสูรได้ก็คือ พลังด้านมืดของเจ้ารัตติกาล ซึ่งต้องทำหน้าที่เป็นตัวคอยรับพลังอสูร ในกรณีที่ผิดพลาด และต้องล่าถอย เพราะเป็นธาตุพลังแบบเดียวกัน การโจมตีก็จะเบาลง และจะทำให้คนอื่น ๆ ล่าถอยออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

ภายหลังจากการฝึกซ้อม จินนี่ และวายุดา ได้รอหวงเว่ยที่กำลังคิดทบทวนสิ่งที่ฝึกซ้อมอยู่ในสนาม

พ่อ ดีใจจัง ไม่เจอพ่อตั้งสามเดือนแนะ จินนี่วิ่งเข้าไปกอดคอพ่ออย่างดีใจ

ก็เจอกันทุกวันนี่ ทั้งกินข้าว ทั้งไปเที่ยวกันทุกวัน ผู้เป็นพ่อตอบยิ้ม ๆ

นั่นมันที่บ้านพ่อ ไม่ใช่ในเกม จินนี่ไม่ได้เจอพ่อในเกมตั้งสามเดือนแนะ  เอ....แต่ว่า คนบางคนไม่เจอพ่อทั้งในเกม และนอกเกม ไม่รู้ว่า พ่อจะคิดถึงไหมน๊า ลูกสาวตัวดีเริ่มที่จะป่วนผู้เป็นพ่อ ทำให้หวงเว่ยหน้าแดงพอ ๆ กับผู้ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

ทีอย่างงี้ละเงียบเชียวนะพ่อ อยู่บ้านเห็นถามเรื่อยว่า คุณดาเป็นไงบ้าง ทำอะไรบ้าง เบื่อหรือเปล่า เหงาบ้างไหม อู้อี้อู้อี้......... ยังไม่ทันที่จินนี่จะพูดต่อ ผู้พ่อรีบตะครุบปากไว้ทันที พลางหันไปสบตากับผู้ที่ยืนหน้าแดงอยู่ใกล้ ๆ

 

โอ๊ย.... จังหวะที่เผลอนั้น ทำให้จินนี่พ่นไฟใส่มือที่ปิดปาก ทำให้หวงเว่ยปล่อยมือออก

 

วูบ......................................

 

จินนี่เคลื่อนร่างออกห่างจากผู้เป็นพ่อทันที

มาปิดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วละพ่อ  จินนี่อยู่กับพี่ดาทุกวันนะ เมื่อลูกสาวหลบไปยืนกอดเอววายุดา ผู้พ่อก็ทำหน้าเขิน ๆ ทำตัวไม่ถูก

พี่ดาก็ถามถึงพ่อทุกวันด้วยละ จินนี่เมื่อมองเห็นผู้เป็นพ่อนิ่งเงียบ ก็เปลี่ยนเป้าหมายมายังวายุดาทันที

เอ๊ะ...จินนี่ พูดอะไรก็ไม่รู้ วายุดาหน้าแดง ทำท่าจะหลบไป แต่จินนี่คว้ามือไว้

อย่าพึ่งไปสิคะ พี่ดา อยู่คุยกับพ่อก่อนสิ เดี๋ยวจินนี่ไปเที่ยวกับหงอคงก่อน ไปละ พูดจบ จินนี่ก็เรียกเมฆไฟ และหงอคง แล่นขึ้นฟ้าราวกับเฟอรารี่สีแดงเพลิงติดปีกบินจากไปทันที

 

คุณดาสบายดีไหมครับ หวงเว่ยพูดขึ้น หลังจากที่จินนี่ไปเที่ยวกับหงอคงแล้ว

คะ วายุดาพูดพลางก้มหน้าลงพื้น

คุณดาเก่งขึ้นนะครับ หวงเว่ยถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นคู่สนทนาเขินอาย

คะ คำตอบยังคงเป็นเช่นเดิม

คุณดารักผมไหมครับ

คะ

สิ้นเสียงตอบ เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมองเจ้าคนที่ใช้ช่องว่างทางการพูดของเธอให้เป็นประโยค ซึ่งฝ่ายโน้นก็กำลังจ้องมองตาหวานเยิ้มมาที่เธอ

คุณดาคบกับผมได้ไหมครับ จินนี่เค้าชอบคุณมาก

แล้วคุณละคะ วายุดาอดที่จะถามไม่ได้

ผมรักคุณดา ตั้งแต่วันที่พบ และยิ่งรักมากขึ้นทุกวัน ยิ่งอยู่ห่างกัน ผมก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น

หวงเว่ยเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจัง และดวงตาที่จริงใจ ทำให้วายุดามองตาของหวงเว่ยด้วยความต้องการรู้ว่าความจริงในใจหวงเว่ยเป็นเช่นไร

คุณดาคบหากับผมได้ไหมครับ

คะ สิ้นเสียง หวงเว่ยก็กุมมือของคนที่อยู่ข้างหน้ามาแนบอก ด้วยความดีใจ

ขอบคุณมากครับ ที่ไม่รังเกียจพ่อม่ายลูกติดอย่างผม

ดาเห็นว่าคุณเป็นคนดี และจินนี่เป็นเด็กที่ดี วายุดาเอ่ยขึ้น

แต่คุณยังไม่รู้จักดาในโลกภายนอก ถ้าคุณเห็นตัวจริงของดา คุณจะรับได้ไหมคะ

นิสัยที่แท้จริงของคนเรามักจะแสดงออกมา เมื่ออยู่ในเกม  ดังนั้น ไม่ว่ารูปร่างหน้าตาของคุณจะเป็นอย่างไร แต่นิสัยใจคอของคุณคือสิ่งที่ผมยอมรับ และยอมรับว่า เป็นการรักเมื่อแรกพบ หวงเว่ยพูด พลางเอ่ยขึ้นว่า

เมื่อออฟไลน์ มาทานข้าวที่บ้านผมได้ไหมครับ เดี๋ยวผมกับจินนี่จะไปรับ หวงเว่ยรุกต่อทันที

ได้คะ เมื่อออกเกมเดี๋ยวดาจะโทรหานะคะ

วายุดาพูดขึ้น เพราะเธอ และจินนี่โทรศัพท์คุยกันเสมอ เมื่อเวลาออกจากเกม โดยที่หวงเว่ยไม่รู้เรื่องว่าจินนี่มีเบอร์โทรของหญิงสาวที่เขาหมายปอง และจินนี่ก็ไม่ได้บอกพ่อ เพราะวายุดาสั่งห้ามไว้ เพราะไม่แน่ใจในตัวของหวงเว่ย จนกระทั่งบัดนี้ สิ่งที่อยู่ในใจของหวงเว่ยถูกถ่ายทอดออกมาด้วยคำพูด แววตา และการกระทำ ทำให้เธอยอมเปิดใจรับหวงเว่ยเข้ามาในใจของเธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

1,843 ความคิดเห็น

  1. #1805 YoruAme (@yorunoame) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 05:48
     ลงเอยกันงายจัง ดา กับ เหม่ง 555
    #1805
    0
  2. #1731 Lazy>_<Girl (@tp2102) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 14:57
     คุณพ่อไม่ค่อยเลยนะ555+

    ได้แม่ใหม่แล้วละจินนี่่
    #1731
    0
  3. #1649 GRASAL (@themoppza) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 / 18:48
     5555พี่หวงสุดยอด
    #1649
    0
  4. #1481 หนู ณะ (@punthusing) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2553 / 07:05
    คะ !!! พูดคะ มันเหมือนเป็นคำถามนี่คะ 

    ถ้าตอบรับต้องพูด ค่ะ  นะคะ
    #1481
    0
  5. #1424 khun-chai (@khun-chai) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 21:48
    ชอบใจตอนรุก คะ ครั้งที่ 3เนี่ยแหละ รุกฆาตเลย ร้ายมาก (โหไม่ให้คุณดาชอบได้งัยรวยขนาดนั้น นอกเกมส์นะ)
    #1424
    0
  6. #1342 คีมยุงบิน (@mookeem) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 07:10
    คุณป๋าได้แฟนแล้ว เย้
    #1342
    0
  7. วันที่ 17 ธันวาคม 2552 / 20:55
    หนุกหนานมากๆมากมายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1228
    0
  8. #556 Stormy_Night (@stormynight) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 / 17:33
    วิชาเทพพี่เหม่งแค่ขั้นแรกเองนะ จะไปดวลเดี่ยวก็หงายกลับมานะสิครับ ฝ่ายโน้นอสูรขั้นกลางไปแล้วนา ต้องใช้วิธีหมาหมู่ เอ๊ยรุมนี่แหละถูกแล้ว กำจัดคนชั่วไม่ต้องเกี่ยงวิธี 555
    #556
    0
  9. #554 ยัยบ๊อง555 (@Yai_bong555) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 / 13:01

    พี่เหม่งทำได้แค่นั้นหรือ

    ไม่จริงม้างงงง

    #554
    0
  10. #553 งำงำ (@ippotoh) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 / 10:35
    ทำไม วิชาอสูร มันเก่งเวอร์ จัง

    แล้ววิชาเทพ สู้ไม่ได้เลยเหรอ
    #553
    0
  11. #552 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 / 08:57
    ในที่สุด วิธีที่2 ก็ให้พี่ดาช่วย  พี่ดาเราเก่งจังเลยสู้ๆๆ
    #552
    0
  12. #551 คาเรีย (@Carria) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 23:10
    วิชาอสูร  ไม่ว่าอย่างไรก็ไร้เทียนทานเสมอ


    คิกๆ
    #551
    0
  13. #550 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 19:04
    โอยกำลังหนุกเลยงะ วิธีแก้อันแรกให้พี่เว่ยสร้างภูมิต้านทานพิษได้นิ เหลืออีก 2วิชาจะทำไงดี
    #550
    0
  14. #548 ยัยบ๊อง555 (@Yai_bong555) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 16:59

    เอ่อ  แปรธาตุให้ทุกคนต้านพิษได้ป่าว

    #548
    0