หวงลูกสาวออนไลน์ (The Father Online)

ตอนที่ 49 : ผู้กล้าวานรเพลิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    6 ต.ค. 52

 

ที่ดงพญาเย็น หลังจากที่หวงเว่ยได้ออกเดินทางไปยังถ้ำรัตติกาลแล้ว ในยามนี้ จอมยุทธภูษิตขาวยังไม่กลับมา จึงเหลือเพียงขาวดี และเหล่าลิงบริวารของเธอเฝ้าดูแลหมู่ตึก แต่ทว่า แม้การเฝ้าดูแลจะหนาแน่น และการตั้งอยู่กลางดงพญาเย็น ทำให้หมู่ตึกมีความปลอดภัย และป้องกันได้การบุกรุกได้ร้อยเปอร์เซ็น ยกเว้นวันนี้

 

ควับ................................ควับ....................................................

 

เงาร่างสีแดงจาง ๆ พุ่งวนเวียนไปมาอยู่ในป่าดงดิบแห่งนี้ เงาร่างนั้นสามารถหลบรอดพ้นจากสายตาของเหล่ามอนสเตอร์ที่มีอยู่อย่างชุกชุมได้อย่างง่ายดาย โดยบางครั้งอยู่บนต้นไม้ บางครั้งพุ่งไปมาบนพื้น ดูลึกลับซับซ้อน จนในที่สุด เงาร่างนั้นก็สามารถพุ่งเข้าสู่หมู่ตึกขาวได้เป็นผลสำเร็จ

ในยามนี้ ขาวดี กำลังวิ่งวนเวียนสำรวจการจัดวางกำลังการดูแลรักษาความเรียบร้อยรอบบริเวณหมู่ตึกอย่างขยันขันแข็ง แต่เธอไม่พบเห็นสิ่งปกติใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเงาร่างสีแดงนั้นยังคงซุ่มอยู่ในเงามืดของหมู่ตึก พลางพิจารณาดูการทำงานของขาวดีอย่างสนใจ

 

เมื่อขาวดี วานรขาวได้ตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยแล้ว เธอก็ได้กลับเข้ามาสู่หมู่ตึก เพื่อดูแลความเรียบร้อยภายในหมู่ตึกอีกครั้ง แต่แล้วก็มีเสียงลึกลับดังขึ้นข้างหลังเธอว่า

เธอคือขาวดีใช่ไหม ขาวดีรีบพุ่งไปข้างหน้าแบบเฉียง ๆ และหันร่างกลับมาอย่างเตรียมพร้อม

ไม่ต้องกลัว ผมมาดี ร่างที่เธอเห็นก็คือ วานรสีแดงเพลิง หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ตาเป็นประกายมองจ้องจนเธอหน้าร้อนวูบวาบ

คุณคือใคร แล้วบุกรุกเข้ามาทำไมที่นี่ ขาวดีถามด้วยท่าทีที่เตรียมพร้อม พร้อม ๆ กับการถือสัญญาณเรียกพรรคพวกที่มือของเธอ

ก็แค่อยากเข้ามาถามอะไรบางอย่างแบบลับ ๆ ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดสงครามขึ้นระหว่างเหล่าวานรที่อยู่ในป่านี้ และเหล่าวานรที่อยู่ในป่าดงพญาไฟ หงอคงเปิดอกพูด ทำให้ท่าทีของวานรขาวผ่อนคลายลง และถามด้วยความสงสัยว่า

คุณคือใคร แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ด้วย

ผมชื่อหงอคง เป็นศิษย์ของจอมยุทธภูษิตแดง หัวหน้าวานรสามคนที่ดงพญาไฟได้ขอร้องให้ผมมาช่วยพวกเขา แต่ผมต้องการที่จะสืบเรื่องให้รู้ก่อนว่า เกิดอะไรขึ้น หงอคงบอกสาเหตุ พร้อมกับพูดขึ้นว่า

แล้วพี่เว่ยไปไหนแล้วครับ อยู่ข้างในไหม ขาวดีมองผู้ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะพูดว่า

คุณเว่ยไม่อยู่ ออกไปข้างนอก อีกไม่นานก็คงจะกลับมา อย่างไงก็มาคุยเรื่องของเราก่อนดีกว่าไหม ขาวดีพูด พร้อมเชื้อเชิญหงอคงเข้าสู่หมู่ตึก เพื่อที่จะพูดคุยเรื่องความขัดแย้งระหว่างวานรสองกลุ่ม

 

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ในตอนแรกนั้น เหล่าวานรทั้งสองกลุ่มก็อยู่กันอย่างสงบสุข โดยที่ไม่ได้มีเรื่องที่ผิดพ้องหมองใจต่อกันแต่อย่างใด แต่เมื่อเจ้าพาลี ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในสามหัวหน้าลิงมาสู่ขอข้าจากท่านพ่อ แต่ข้าไม่ยอม ทำให้เกิดสงครามขึ้น และท่านพ่อถูกฆ่าตายในสงครามนั้น ส่วนข้าได้รับการช่วยเหลือจากจอมยุทธภูษิตขาว ทำให้ข้า และเหล่าบริวารรอดพ้นจากสงครามครั้งนั้น เสียงที่เศร้า แฝงไว้ด้วยความแค้น ทำให้หงอคงรู้สึกเห็นใจ แต่เขาก็ยังคงสงวนท่าทีไว้

เรื่องนี้ข้ายังไม่ได้สอบถามพาลี พาโล และพาเล ขอโทษด้วยนะที่ข้ายังไม่อาจตัดสินใจได้ แต่ข้าสัญญาว่าจะสืบหาข้อมูลทุกอย่างให้ครบถ้วน และถ้าเป็นจริงตามที่เจ้าได้พูดไว้ ข้าจะจัดการปัญหานี้ด้วยตัวของข้าเอง

หงอคงพูดให้คำสัญญาไว้กับขาวดี เพราะเขายังไม่ได้รับปากจากเหล่าสามลิงแห่งดงพญาไฟ เพราะหวงเว่ยเคยสอนไว้ว่า จะจัดการอะไร กับใคร ต้องมีข้อมูลทั้งสองฝ่ายอยู่ในมือก่อน จึงจะไม่ลำเอียง และก่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

 

ในหมู่ตึกแดง ของจอมยุทธภูษิตแดง ในดงพญาเย็น จินนี่ กับ วายุดา ได้นั่งรอหงอคงที่ไปสืบข่าวเรื่องวานรทั้งสองกลุ่ม

เป็นไงบ้าง หงอคง จินนี่รีบยิงคำถามไปทันทีที่หงอคงโผล่หน้าเข้าไป

ให้หงอคงกินน้ำกินท่าก่อนก็ได้ พึ่งมาถึงเหนื่อย ๆ วายุดาบอกจินนี่ยิ้ม ๆ

ไม่เป็นไรครับพี่ดา ผมก็ร้อนใจเหมือนกัน หงอคงปราดเข้าไปนั่งเก้าอี้ตรงหน้าทั้งสอง พลางเล่าเรื่องของขาวดีให้ฟัง

ไม่ใช่ว่าผมจะฟังความข้างเดียวนะครับ ผมไล่สอบถามจากเหล่ามอนสเตอร์ของทั้งสองป่า ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ฝูงวานรในฝั่งของเราเป็นผู้เริ่มสงครามก่อน และสาเหตุก็มาจากพาลีที่ไม่สมหวังในรัก จนกลายเป็นความแค้นที่ต้องแย่งชิงมาให้ได้ หงอคงสรุปเรื่อง

แล้วหงอคงคิดว่าจะทำอย่างไรสำหรับกรณีนี้ วายุดาสอบถามขึ้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หงอคงรับปากที่จะสะสาง เพราะเห็นว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับเขา

ผมยังอยากที่จะฟังทางฝ่ายของพาลีพูดก่อน แต่อยากจะขอร้องให้พี่ดา กับจินนี่ ให้เตรียมตัวให้พร้อม ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เราก็คงจะต้องช่วยทางฝ่ายดงพญาไฟ หงอคงสรุปความเห็นของตนเอง ทำให้จินนี่พูดขึ้นว่า

จินนี่กลัวว่าจะทำให้เกิดความผิดพ้องหมองใจกับทางนี้ เราควรที่จะปรึกษาอาจารย์ก่อนได้ไหม เพราะทางฝ่ายพาลีเขาก็เป็นมอนสเตอร์ในป่าของอาจารย์

งั้นทางฝ่ายของอาจารย์ จินนี่จัดการให้ที ส่วนผมจะไปสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ จากทางฝ่ายพาลี  ถ้าเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เราคงจะสามารถติดต่อพี่เว่ยให้เป็นคนจัดการได้

หงอคงพูดขึ้น เพราะเวลานี้เป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายที่จะครบกำหนดการฝึกสามเดือนที่ได้ตกลงกันกับจอมยุทธภูษิตแดง และจอมยุทธภูษิตขาว และพวกเขาก็จะได้ครบทีมกันอีกครั้ง

 

ลึกเข้าไปในป่าดงพญาไฟ ซึ่งเป็นป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอความร้อนจากธาตุไฟบริสุทธิ์ในใจกลางของป่า

ในดงลึกของป่าแห่งนี้เป็นที่ครอบครองของฝูงลิงธาตุไฟ ซึ่งอยู่ภายใต้ความดูแลของสามพี่น้องลิงคือ พาลี  พาโล  และ พาเล  และได้จัดเป็นกองกำลังลิงติดอาวุธ ทำให้ไม่มีมอนสเตอร์ในป่ากล้าลุกฮือกับพวกเขา ส่วนผู้เล่นนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะผ่านด่านหน้าของป่าแห่งนี้เข้ามาไม่ได้อย่างแน่นอน  ยกเว้นเพียงคนเดียว

จัดการรวบรวมฝูงลิงทั้งสองป่าให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้หรือยัง เสียงจากร่างที่คลุมด้วยรัศมีสีดำอมม่วง แต่มีประกายแห่งความน่าสะพรึงกลัวออกมาจากรัศมีสีดำนั้น จนสามพญาลิง พาลี พาโล และพาเล ไม่กล้าที่จะเงยหน้ามองดูผู้เล่นที่อยู่เบื้องหน้า

ยังขอรับ เนื่องจากถูกขัดขวางจากจอมยุทธทั้งสองที่ครอบครองทั้งสองป่านี้อยู่ ทำให้การลงมือเป็นอุปสรรค แต่พวกข้าขอให้คำสัญญากับท่านจอมอสูรว่า พวกข้าจะทำให้สำเร็จในเร็ววันนี้แน่นอน พาลี ผู้เป็นพี่ใหญ่แห่งพญาลิงทั้งสามพูดขึ้น

 

ผั๊วะ...........................ตุบ........................อั่ก..............................

 

จอมอสูรเพ่งสายตามองยังพาลี ส่งผลให้ร่างนั้นกระเด็นออกไปจนได้รับบาดเจ็บ ดีแต่ว่า จอมอสูรต้องการแค่สั่งสอน มันจึงยังไม่ตาย

ในเร็ววัน นี่ก็สองปีแล้ว เจ้าก็พูดแต่คำนี้ ข้าให้เวลาพวกเจ้าอีก 2 อาทิตย์ ถ้าพวกเจ้าไม่สามารถทำได้ พวกเจ้าก็จงมาเป็นส่วนหนึ่งในพลังอสูรของข้าเถิด

คำพูดของจอมอสูรทำให้พวกมันหนาวเหน็บ ทั้ง ๆ ที่อากาศร้อนรุ่มไปทั่วบริเวณ เมื่อสองปีที่แล้ว พวกมันก็ถูกจอมอสูร ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงจีเอ็มฝึกหัดผู้หนึ่ง ได้สยบไว้ และพวกมันได้รับปากที่จะรวบรวมกำลังพลวานรให้กับจีเอ็มผู้นี้ แต่ในขณะนี้ จีเอ็มผู้นี้ได้กลายเป็นจอมอสูรที่มีพลังอสูรที่เข้าขั้นสูงแล้ว

เพราะการฝึกวิชาอสูรของจอมอสูรผู้นี้ พวกมันเป็นผู้จัดหาบริการให้ทั้งสิ้น โดยเสาะหาเหล่ามอนสเตอร์ และผู้เล่นที่เคราะห์ร้าย เพื่อนำมาให้จอมอสูรได้ดึงดูดพลังวรยุทธ พลังเวท และพลังชีวิตให้เข้าไปสู่จอมอสูร และผู้เคราะห์ร้ายนั้นก็จะเหี่ยวแห้งตายไป โดยในช่วงเวลาสองเดือนกว่านี้ จอมอสูรไม่รู้ว่าได้เข่นฆ่าผู้คนมามากมายเท่าไรแล้ว เพื่ออุทิศให้กับการฝึกพลังอสูรให้มีพลังที่มหาศาลจนเทียบเท่าพลังของเหล่าทวยเทพ

 

เช้าวันนี้ หงอคงเตรียมตัวที่จะออกเดินทางไปยังป้อมพญาลิง แห่งพงพญาไฟ ซึ่งอยุ่ในป่าลึกของดังพญาไฟ แต่ทว่า เมื่อเขาเดินออกมาจากหมู่ตึกแดง เหล่าพญาลิงทั้งสามก็ได้มาดักพบเขาที่ระหว่างทาง

พี่หงอคง ทางนี้พี่ พาโล น้องเล็กแห่งสามพญาลิง โผล่หน้าจากพุ่มไม้ พลางกวักมือหงอคงให้เข้าไปหาในดงไม้

มีอะไรหรอ ทำไมทำลับ ๆ ล่อ ๆ อย่างนั้นหงอคงถามอย่างไม่ไว้วางใจ แต่ก็ต้องเดินตามเข้าไปในดงไม้ เมื่อพาโลทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

พาลี นายเป็นอะไร แล้วเกิดอะไรขึ้น หงอคงมองเห็นพาลีหน้าตาซีดเซียว ทรุดโทรมเหมือนคนป่วยหนัก ทั้ ง ๆ ที่ธาตุมินิบอสของพาลีช่วยป้องกันความป่วยไข้ได้

ขอโทษนะ ผมขอตรวจอาการนายหน่อยนะ เผื่อจะช่วยอะไรนายได้ หงอคงพูดพลางตรวจจับชีพจรของพาลี ตามวิธีการที่จอมยุทธภูษิตแดงได้สอนไว้ ซึ่งนอกจากเรื่องเวทยุทธแล้ว ทั้งจอมยุทธภูษิตแดง และจอมยุทธภูษิตขาวต่างก็มีความเชี่ยวชาญในด้านอื่น ๆ อีกคนละด้าน

ในด้านของจอมยุทธภูษิตขาวจะเชี่ยวชาญในเรื่องของพลังจิต และเทคนิคการสอนด้วยพลังจิต ดังที่สอนให้หวงเว่ยสามารถเข้าถึงหลักวิชาได้เพียงเวลาไม่กี่วันเท่านั้น  ส่วนจอมยุทธภูษิตแดงจะเชี่ยวชาญในเรื่องการรักษา และเรื่องของสมุนไพร ซึ่งก็ได้ถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้กับหงอคง และจินนี่ ทำให้หงอคงรู้จักการตรวจโรค และการรักษา

โอ๊ะ.......จุดชีพจรถูกปิดกั้น ทำให้ลมปราณเดินไม่สะดวก นายถูกใครปิดกั้นชีพจรกันแน่ มันเป็นพลังด้านมืด แถมเป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก หงอคงพูดตามอาการที่ตรวจสอบได้

รักษาได้ไหม พี่หงอคง พาโล ซึ่งคอยดูแลพาลีอยู่อย่างใกล้ชิดถามขึ้น

ได้ แต่ต้องใช้เวลาหน่อย ต้องใช้ลมปราณหลอมสุริยัน ค่อย ๆ หลอมพลังที่ปิดกั้นตามจุดเส้นต่าง ๆ ให้สลายไป ต้องใช้เวลาถึง 7 วัน หลอมละลายวันละ 7 จุด ก็จะสามารถเปิดชีพจรทั้งหมด 49 จุดในร่างที่ถูกปิดกั้นได้

7 วัน นานขนาดนั้นเชียวหรือ น้อง ๆ ทั้งสองคนของพาลีร้องลั่น แต่พาลีผู้ที่ป่วยยังคงยิ้มได้

ถ้าหงอคงสามารถรักษาอาการนี้ได้ แสดงว่านายสามารถที่จะขัดขวางผู้ที่เป็นเจ้าของพลังที่ปิดกั้นข้าได้สินะ พาลีถามขึ้น หลังจากที่พยุงร่างขึ้นยืนโดยมีพาโล และพาเลคอยประคอง

ดูจากพลังที่ลงมือ ถ้าเป็นการลงมือเต็มที่ของมัน ข้าก็พอสู้ได้ แต่ถ้าเป็นการลงมือที่ยังไม่เต็มที่ ข้าก็คงยากที่จะรับมือได้ หงอคงพูดตามความเป็นจริง ทำให้สามพี่น้องหน้าสลด

แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครสามารถสู้กับมันได้หรอก ลูกพี่ของข้าคงจะสามารถต่อสู้กับมันได้ คำพูดของหงอคง ทำให้สามพี่น้องหน้าสดใสขึ้น

เอาละ เกิดอะไรขึ้น พอจะบอกข้าได้หรือยัง หงอคงเห็นดังนั้น จึงพูดสอบถามเรื่องราวทันที ซึ่งทั้งสามพี่น้องก็ได้เล่าเรื่องตั้งแต่พลาดท่าเสียทีกับ GM อสูร ซึ่งในตอนนั้นมันเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดในเกม และได้รับการทาบทามให้มาดำรงตำแหน่งจีเอ็ม ทำให้มันตอบตกลง และกลายเป็นจีเอ็มฝึกหัด

แต่ว่า อำนาจไม่เคยเข้าใครออกใคร เมื่อเห็นว่า ตำแหน่งจีเอ็มเป็นสิ่งที่มีเกียรติ แต่ไม่มีเงิน มันก็เริ่มที่จะสะสมอำนาจไว้ เพื่อที่จะใช้หาเงินในยามที่ไม่ได้เป็นจีเอ็มแล้ว ดังนั้น กลุ่มของพาลี พาโล และพาเล พญาลิงสามพี่น้องจึงถูกปราบลง เพื่อให้เป็นแหล่งสะสมอำนาจของมัน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อยู่ลึกที่สุด และไม่มีใครจะสนใจพวกมันสามพี่น้อง และให้พวกมันหาทางที่จะรวบรวมกลุ่มลิงทั้งสองป่า ทั้งดงพญาเย็น และดงพญาไฟเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะจัดการกับสองจอมยุทธ และยึดครองธาตุไฟบริสุทธิ์ และธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์ที่อยู่ในความดูแลของทั้งสองจอมยุทธ ก่อนที่จะขยายการยึดครองไปสู่อาณาเขตทั้งหมดที่เป็นดินแดนอันตรายทั้งสิบต่อไป

พลังของมันคือ พลังอสูรชั้นกลาง ซึ่งในตอนนี้มันคงไม่ทำอะไรที่เป็นการเปิดเผย เพราะจุดประสงค์ของมันคือการฝึกให้ได้พลังอสูรขั้นสูงสุด พาลีบอก และได้บอกสิ่งที่ทำให้หงอคงตกใจก็คือ

เมื่อสามเดือนก่อน หลังจากที่พวกนายได้ออกจากเมืองอวตาร มันได้ไปขโมยคัมภีร์อสูรขั้นกลาง และขั้นสูงจากห้องลับในเมือง ที่ด๊อกเตอร์แฟรงเก็นสไตน์ดูแลรักษาอยู่ ตอนนี้มันฝึกได้ระดับกลาง และกำลังเข้าสู่ระดับสูงแล้ว

อะไรนะ....มันได้คัมภีร์อสูรที่อันตรายนั้นแล้วหรอ แล้วคนในเมืองเป็นอย่างไรบ้าง มันได้พูดอะไรให้พวกเจ้าฟังไหม หงอคงถามอย่างร้อนใจ เพราะมันรู้สึกผูกพันกับเหล่าชาวเมืองที่นั่น ซึ่งเป็นอสูรกลายพันธ์ แต่น้ำใจดีงาม

คนในเมืองไม่มีใครรู้ว่ามันได้ขโมยคัมภีร์มา ยังคงคิดว่าคัมภีร์อยู่ในห้องลับจนปานนี้ พาลีพูด และพูดอีกว่า

กำหนดของมันก็คือ ภายในสองอาทิตย์นี้ ให้ข้ารวบรวมบรรดาวานรทั้งสองกลุ่มเข้าด้วยกัน ซึ่งข้าคิดว่า วิชาอสูรขั้นสูงของมันคงสามารถฝึกให้สำเร็จได้ภายในสองอาทิตย์นี้แน่นอน ดังนั้น ข้าอยากให้พวกท่านช่วยพวกข้า และเหล่าวานรทั้งสองกลุ่มด้วย พาลีบอกหงอคงด้วยสีหน้าท่าทางวิงวอนให้ช่วย ซึ่งหงอคงก็พูดขึ้นว่า

ข้าต้องพูดคุยกับลูกพี่หวงเว่ย คุณหนูจินนี่ และพี่วายุดา รวบกำลังทั้งสามคนรวมกับข้าเป็นสี่คน เชื่อว่าจะสามารถต่อสู้กับพลังอสูรขั้นสูงของมันได้แน่ เพราะอีกอาทิตย์เดียวก็จะครบกำหนดการฝึกวิชา เมื่อนั้น พวกเราทั้งสี่ก็จะมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง คำพูดของหงอคงทำให้พญาลิงทั้งสามตกลงที่จะร่วมมือกับกลุ่มของหวงเว่ย และจะนัดแนะกันตกลงแผนการทั้งหมดอีกครั้ง

ส่วนการรักษาตัวของพาลีนั้น เพื่อไม่ให้จอมอสูรสงสัย และไหวตัวทัน หงอคงได้แนะนำสมุนไพรให้กิน ซึ่งจะพอช่วยให้ดีขึ้นได้ แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งจะทำให้จอมอสูรผู้ชอบทรมานพวกมันรู้สึกพึงพอใจเมื่อเห็นอาการมันไม่ดีขึ้น...........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1,843 ความคิดเห็น

  1. #1733 Lazy>_<Girl (@tp2102) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 14:57
     ต้องรวมพลังกันแล้วสินะ
    #1733
    0
  2. #1423 khun-chai (@khun-chai) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 21:37
    โห เก่งขนาดนั้นเหม่งศักดิ์จะสู้ได้ปะเนี่ย
    #1423
    0
  3. วันที่ 17 ธันวาคม 2552 / 20:51
    หนุกหนานมากๆมากมายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1227
    0
  4. #519 maysarin (@maysarin) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 / 11:10
    สงสัยคราวนี้หงอคงจะได้คู่
    ฮิ ฮิ
    #519
    0
  5. #518 งำงำ (@ippotoh) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 / 09:45

    สงสัยมี ตัวร้ายแอบ ยุแยงอยู่แน่  โฮ่  หงอคงได้คู่ซะละฮ่าๆๆๆ

    #518
    0
  6. #517 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 / 08:48
    แหมมม จะเกิดคู่รักอีกคู่แล้ว กิ้วก้าว  ลิงแดงลิงขาว อิอิ  เออหงอคงออกโรงแล้วจินนี้ไปไหนอะ ไม่ได้ยินเสียงมาหลายวันเลย
    #517
    0