หวงลูกสาวออนไลน์ (The Father Online)

ตอนที่ 39 : เมื่อคุณหนู ต้องฝึกกำลังภายใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    6 ต.ค. 52

 

ในดงพญาไฟที่ร้อนแรง และระอุไปด้วยพลังบริสุทธิ์แห่งธาตุไฟ ทำให้ไม่อาจมีผู้เล่นคนใดสามารถที่จะบุกเข้ามาภายในป่าแห่งนี้ได้ แต่ในส่วนลึกของป่าดงดิบแห่งนี้ ปรากฏเสียงลึกลับเสียงหนึ่ง ดังกึกก้องไปทั่วป่า

 

อาจานนนนนนนน

 

เสียงร้องดังลั่นจากลานฝึกฝีมือหลังหมู่ตึกที่ปลูกสร้างคล้าย ๆ กับภาพยนตร์จีน และมีลานหลังบ้านที่ถอดแบบออกมาจากลานฝึกวิทยายุทธของสำนักเสียวลิ้มยี่ มีตุ๊กตาไม้ฝึกฝีมือ มีเป้าซ้อมอาวุธลับ และที่สำคัญคือ มีลานหินฝึกซ้อมกระบวนท่า และปูพื้นฐานวิชาฝีมือ

 

ในลานกว้าง มีหญิงสาวในชุดงามสง่า แต่หน้าตาที่สวยงามนั้น กำลังบูดบึ้งเหมือนไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เพราะคุณเธอกำลังยืนท่าม้าอยู่ (ยืนสองขาแยกออกกว้างกว่าช่วงไหล่นิดหนึ่ง ย่อขาลง มือกำเป็นหมัดอยู่ข้างเอวซึ่งเป็นท่าพื้นฐานที่สุดสำหรับผู้ที่จะฝึกวิชากำลังภายใน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกาย และฝึกฝนความนิ่ง และความมั่นคงของจิตใจ)

อาจานนนน  ครบหรือยางงงงงงง

การฝึกท่าม้านั้น ลำตัวตั้งตรง ศีรษะตั้ง เอวผ่อนคลาย ยึดอกยกหลังลดไหล่ปล่อยข้อศอก ก้นกบตั้งตรง สายตามองตรงไปข้างหน้า แต่ปากที่ว่าง ๆ อยู่ก็ตะโกนออกมาไม่หยุดหย่อน เป็นการฝึกกำลังท้องอีกอย่างหนึ่ง (หรือเปล่า ??)

พึ่งจะ 15 นาทีเอง วันนี้ต้องยืนให้ครบ 8 ชั่วโมง เดี๋ยววันต่อ ๆ ไปค่อยทำ O.T. ก็แล้วกันเสียงดังมาจากผู้ที่นอนจิบน้ำสมุนไพรแช่น้ำแข็งเย็น ๆ อยู่บนเก้าอี้อาบแดด ตรงลานฝึก

หา.......พึ่งจะ 15 นาทีเองหรอ จานโกงเวลาหรือเปล่า จินนี่ร้องโวยวาย ทำให้วายุดาที่นอนอยู่บนเก้าอี้อาบแดด แต่มีร่มใหญ่กางให้ความเย็น หัวเราะเบา ๆ

ฝึกใหม่ ๆ มันก็ดูเหมือนเวลามันช้าอย่างนี้แหละ จินนี่

แต่มันช้าเกินไปนี่คะ พี่ดา  ยืนจนเมื่อยขา ดูสิ ขางี้สั่นระริกเป็นเจ้าเข้าแล้ว จินนี่โวยวาย

ไม่เป็นไรนะจินนี่ เดี๋ยวผมไปยืนเป็นเพื่อนก็แล้วกัน จะได้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะยืนตาละห้อยมองดูคนอื่นดูดน้ำเย็น ๆ อย่างชื่นอกชื่นใจ หงอคงพูด พลางกระโดดลงจากเก้าอี้อาบแดด เดินไปยืนท่านั่งม้าอยู่ข้าง ๆ จินนี่ ทำให้จอมยุทธภูษิตแดงหัวเราะเบา ๆ ในคำพูดของหงอคง

หงอคง  แหมน่ารักจัง นี่ถ้าหงอคงมีชีวิตอยู่นอกเกมได้นะ จะให้พ่อพาไปเที่ยวด้วย เอาให้รอบโลกเลย จินนี่พูดอย่างอารมณ์ดี

นี่จินนี่ ถามอะไรหน่อยได้ไหม

หงอคงพูดขึ้น แม้ไม่สามารถมองหน้ากันได้ เพราะการนั่งม้าจะหันหน้าไปมาไม่ได้ ต้องมองตรงข้างหน้าอย่างเดียว แต่การมีคนมายืนข้าง ๆ และพูดคุยกัน ก็ทำให้เวลาผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว

อะไรหรอ หงอคง จินนี่พูดขึ้น เธอเริ่มที่จะไม่รู้สึกว่าท่านั่งม้านี่ยากลำบากเหมือนตอนแรก ๆ อาจจะเป็นเพราะว่า ถ้ามีคนมาฝึกเป็นเพื่อน ก็ทำให้การฝึกที่ยาก ๆ กลายเป็นความเพลิดเพลินได้

ในโลกข้างนอกเกมนั่นนะ มันเป็นอย่างไงหรอ เรานะเป็น AI ไม่เคยออกไปสู่โลกภายนอก แต่ได้ยินคนที่เป็นผู้เล่นคุยถึงโลกข้างนอกบ่อย ๆ เดี๋ยวก็นัดกันไปเที่ยวโน้นเที่ยวนี่ เดี๋ยวไปดูหนัง เดี๋ยวก็ไปเที่ยวห้าง ได้ยินแล้วก็อยากไปบ้าง หงอคงพูดอย่างตื่นเต้น

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรม เป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือ ชีววิทยา ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ การให้เหตุผล การปรับตัว การอนุมาน  และการทำงานของสมอง แม้ว่าดังเดิมนั้นเป็นสาขาหลักในวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่แนวคิดหลายๆ อย่างในศาสตร์นี้ได้มาจากการปรับปรุงเพิ่มเติมจากศาสตร์อื่นๆ

 

จินนี่สัญญานะ ว่าจะพาหงอคงออกไปเที่ยวโลกภายนอกได้แน่ ๆ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่พ่อเราทำไม่ได้หรอก พ่อต้องมีวิธีแน่ ๆ จินนี่บอก ทำให้คนฟังอีกคนที่นั่งดูอยู่ข้างนอก ต้องพูดออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า

แหม ดูจินนี่จะยกย่องพ่อของจินนี่มากเลยนะ วายุดาพูดขึ้น

แน่นอนสิพี่ดา พ่อนะจบแค่ ม.6 แต่ความรู้เนี่ยระดับดอกเตอร์ยังเรียกพี่เลยนะ จินนี่พูดถึงพ่อด้วยความยกย่อง เพราะนอกจากสิ่งที่เธอรับรู้จากการใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแล้ว เมื่อเธอออกไปเรียน และใช้ชีวิตอยู่ในสังคม เธอก็ยังได้ยินความเด่นความดังของพ่อเธออยู่เสมอ ๆ

ได้ยินมาว่า พ่อของเธอเนี่ย สร้างตัวเองขึ้นมาจากเสื่อผืนหมอนใบหรอ วายุดาถามขึ้นด้วยความอยากรู้ เพราะเธอก็สนใจเรื่องราวของคน ๆ นี้อยู่เหมือนกัน แต่ใครจะคาดคิดว่า จะเจอกันในเกม โดยไม่ได้เจอกันในโลกจริง ๆ สักครั้งเดียว

คำนั้นน่าจะหมายถึงคนจีนมากกว่านะ พี่ดา แต่พ่อไม่ได้เป็นคนจีน พ่อเป็นไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็น แถมเป็นลูกพ่อค้าที่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ในตลาดสดในต่างจังหวัด แต่เพราะปู่กับย่ายากจนมาก ทำให้พ่อต้องออกมาหางานทำเพื่อส่งเงินไปช่วยทางบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย ดูเหมือนจะจบแค่ ม.3 เอง อายุยังแค่ 15-16 ปี ตอนที่พ่อมาทำงานในกรุงเทพ

จินนี่พูดถึงชีวิตของพ่อทีไร เธอจะรู้ภาคภูมิใจ และทำให้มีพลังในชีวิตมากพอที่จะต่อสู้กับความยากลำบากทุกอย่างในโลกนี้ได้ (แต่ความจริง ชีวิตเธอยังไม่เคยสัมผัสกับความยากลำบากสักนิดเดียว)

แล้วพ่อของเธอพบกับแม่ของเธอได้อย่างไรละ เท่าที่รู้ แม่ของเธอเป็นตระกูลผู้ดีเก่า และยังมีกิจการที่เกี่ยวกับการส่งออกสินค้าพื้นบ้านของเมืองไทยด้วยนี่

วายุดาเริ่มตื่นเต้นในชีวประวัติของคนผู้นี้ ที่ได้รับการขนานนามจากวงการธุรกิจว่า อัจฉริยะจอมโหด แห่งวงการธุรกิจ ด้วยสไตน์การทำงานที่รวดเร็ว รอบคอบ และนอกคอกนอกกรอบของเขา ทำให้คู่แข่งคาดเดาไม่ออก และคู่ค้าไว้วางใจในความสามารถ ทำให้เขาสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำด้านธุรกิจการนำเข้า และส่งออก เหยียบข้ามกิจการของพ่อตาแม่ยายภายในเวลาแค่ 10 ปี ทั้ง ๆ ที่เริ่มต้นมาด้วยบริษัทที่เล็ก ๆ จนแทบจะเรียกว่าเป็นร้านค้ามากกว่าบริษัท

เมื่อพ่อเข้ามากรุงเทพใหม่ ๆ พ่อใช้เงินที่เก็บออมมาซื้อของที่เยาวราชมาขายที่ตลาดนัด แถว ๆ มหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองไทย  ทำไปทำมา พ่อกลายเป็นเจ้าของร้านกิ๊ปช๊อปในมหาวิทยาลัย ในตอนแรก ๆ พ่อก็ว่าจะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะพ่อจบ ม.6 กศน.แล้ว แต่พอดูค่าเทอม พ่อก็บอกว่า เก็บไว้ไปเปิดสาขาใหม่ดีกว่า จินนี่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า

วันหนึ่ง ลูกค้าขาประจำของพ่อก็พารุ่นน้องมาแนะนำร้านของพ่อ และให้พ่อให้ของขวัญต้อนรับรุ่นน้อง ซึ่งพ่อทำเป็นประจำทุกปี พ่อบอกมันเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ได้ผลดีที่สุด และประหยัดที่สุดด้วย แล้วพ่อก็ได้พบกับแม่ที่เป็นรุ่นน้องเข้าใหม่ พ่อเลยให้กามเทพคริสตัลที่สวยงามที่สุดในร้านให้กับแม่ ทำเอาทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องพากันแซวพ่อกับแม่ ทั้งคู่ก็เลยคบกันตลอดเวลาที่แม่เรียนอยู่ พอเรียนจบพ่อก็ไปสู่ขอแม่ จากตากับยายด้วยตนเอง จอนนี่ยิ้มอย่างภาคภูมิในวีรกรรมของพ่อ ส่วนคนที่ฟังก็นั่งฝันหวานไปด้วย

 

หมดเวลาแล้ว

 

เสียงดังกึกก้องปลุกความฝันของสาวๆ ให้กระเจิง ดังขึ้นจากปากของจอมยุทธภูษิตแดง ที่ยืนยิ้ม ๆ อย่างพอใจในผลงานตัวเอง ที่สามารถทำให้ลูกศิษย์ตัวเอง และภูตสาวสะดุ้งได้

แหมจาน ทีงี้จะต่อเวลาหน่อยก็ไม่ได้จินนี่บ่นพึมพำ แล้วร้องโอดโอยขึ้นมา เพราะเมื่อก้าวขาออกมา จึงรู้ว่า ขาของตัวเองเหมือนไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ทำให้หงอคงต้องเข้ามาประคอง จึงเห็นภาพลิงตัวน้อยประคองเจ้านาย

ฮา ๆ ๆ จะให้ต่อเวลาอีกหน่อยก็ได้ จะต่อให้อีกชั่วโมงดีไหม อาจารย์ผู้สูงวัย แต่ใบหน้าเด็ก กล่าวอย่างอารมณ์ดี เพราะลูกศิษย์สาวสามารถทำท่านั่งม้าได้ครบ 8 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน

แฮะ ๆ เมื่อตะกี้จินนี่พูดเล่นนะจาน เอางี้สิ จานหายามาให้จินนี่นวดขาหน่อยนะ ขามันไม่รักดีแล้ว เดินทีปวดที ดีนะที่ไม่มีคน ไม่อย่างนั้น เดินขาถ่างอย่างนี้อายเขาแย่เจ้าของคำพูดเดินขาถ่างกระหย่องกระแหย่งโดยมีลิงสีแดงเพลิงคอยประคองอยู่ไม่ห่าง

 

โอ๊ย....เบา ๆ พี่ดา ปวดนะ จินนี่ร้องโอดโอย เมื่อวายุดาทาน้ำมันจิ้งเหลนไฟแก้ปวดเมื่อย และเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่อาจารย์เอามาให้

การนวดถ้าไม่ถูกเส้น หรือเบาเกินไปจะไม่หายนะ วายุดาบอกยิ้ม ๆ เพราะเธอก็สนในศึกษาวิชาการนวดแผนไทย โดยเฉพาะการนวดแบบกดจุด

คร๊อก........ สักพัก จินนี่ก็นอนหลับ

เฮ้อ...เด็กหนอเด็ก พ่อคงไม่ค่อยมีเวลาดูแล แต่ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีกว่าคุณหนูทั้งหลายแล้วละ วายุดามองจินนี่อย่างเอ็นดู พลางขึ้นไปนอนข้าง ๆ ลูกสาวของพ่อหวงเว่ย

 

ฮ้าวววววว  ยังง่วงไม่หายเลย จานปลุกแต่เช้าทำไมเนี่ย จินนี่พูดอย่างงง ๆ เพราะพึ่งจะตี 4อาจารย์ของเธอก็ปลุกให้ลุกจากที่นอน ทำให้หงอคง และวายุดาต้องออกมาเป็นเพื่อนด้วย

ก็ไม่มีอะไรหรอกนะ แค่อยากให้วิ่งเป็นเพื่อนอาจารย์หน่อย  วิ่งหลาย ๆ คน แถมมีเสียงแจ้ว ๆ เป็นนกแก้วนกขุนทองแบบนี้ จะได้ไม่เหงา

จอมยุทธภูษิตแดงพูดอย่างติดตลก เพราะเคยทำหน้าเคร่งขรึมแล้ว ลูกศิษย์สาวก็ไม่กลัว เพราะทั้งรูปร่าง และหน้าตาของคนเป็นอาจารย์ มองเหมือนเด็ก ๆ รุ่นน้องของลูกศิษย์ซะอีก ทำให้เขาต้องงัดกลยุทธทีเล่นทีจริง โหดแบบนิ่ม ๆ มาใช้

งั้นเดี๋ยวให้หงอคง กับพี่ดาไปเป็นเพื่อนก็ได้ จินนี่จะเตรียมอาหารให้ก็แล้วกันนะจ๊ะ ลูกศิษย์สาวตัวดีกลับเดินกระหย่องกระแหย่งทำท่าจะไปเตรียมอาหาร

เดี๋ยว เราทำอาหารเป็นหรอ ผู้เป็นอาจารย์ดักคอ

ไม่เป็น เดี๋ยวหัดเอาก็ได้ ลูกศิษย์ก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน

ไม่เป็นไรหรอก อาจารย์ไม่อยากตายเร็ว เดี๋ยวให้วายุดาทำอาหารให้ดีกว่า วิ่งกลับมาจะได้สดชื่น ส่วนเธอ จินนี่ กับ หงอคง มาวิ่งเป็นเพื่อนอาจารย์เดี๋ยวนี้ จอมยุทธหน้าเด็กยื่นคำขาด ทำให้คนเป็นลูกศิษย์หน้าบูดทันที (ไม่อยากใช้คำว่า หน้าบูดเป็นตูดลิง เดี๋ยวหงอคงจะงอน แล้วขอขึ้นค่าตัว ช่วงนี้ไรเตอร์ยิ่งจน ๆ อยู่ด้วย หุ....หุ....)

 

จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บเสียงนกร้องให้ดูการวิ่งของคนที่ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมากในตอนเช้า

มอ มอ มอ เจ้าวัวเพลิงเลเวล 65 ก็วิ่งออกมายืนดูกับเค้า มันพ่นควันออกจากจมูกฟืดฟาด อย่างขบขันในท่าทางของมนุษย์ผู้หญิงที่วิ่งกระแหย่งกระหย่อง โดยมีลิงสีแดงเพลิงคอยประคับประคอง ส่วนคนที่เป็นมนุษย์ผู้ชาย ซึ่งเป็นคนที่ทุกตัวรู้ดี แต่ห้ามเอ่ยชื่อ วิ่งนำหน้าอย่างสบายอารมณ์ จนทิ้งห่างไปไกลโข

เจี๊ยก เจี๊ยก เจี๊ยก ฝูงลิงเลเวล 45 ทั้งฝูงประมาณ 200-300 ตัว ออกมาให้กำลังใจกับลิงแดงเพลิงที่งามสง่า และมีน้ำใจต่อมนุษย์ผู้หญิงยิ่งนัก ทำให้พวกมันส่งเสียงเชียร์ และลิงตัวเมียบางตัวถึงกลับถือดอกหญ้าโบกสะบัก และส่วยสะโพกราวกับเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้กับลิงแดงผู้งามสง่า

โฮกกกก สิงโตราชันย์ขนทอง ผู้เป็นเจ้าป่าเลเวล 95 นั่งหัวร่อท้องคัดท้องแข็งกับท่าทางการวิ่งของจินนี่ ที่วิ่งเหมือนคนท้อง 9 เดือน หมดมาดคุณหนูที่ยิงธนูเพลิงใส่พวกมันในตอนแรก ๆ ที่เข้าป่ามาใหม่ ๆ ทันที

ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ งูเหลือมไฟก็พาลูกเมียมาดูด้วย เมื่อมองเห็นก็พากันหัวเราะกอดกันกลม จนแยกไม่ออกว่าตัวไหนเป็นพ่อ ตัวไหนเป็นแม่ และตัวไหนเป็นลูก เพราะพันกันเป็นก้อนกลม ๆ จนเมื่อพวกมันหยุดหัวเราะ ต้องเดือดร้อนพวกฝูงลิง ที่มานั่งดึง นั่งปลดพวกมันออกจากกัน

เจี๊ยก คร่อก       ฝูงลิงบ่นพึมพำ แถมยังให้พวกครอบครัวงูไปอาบน้ำด้วย พวกมันบ่นว่า กลิ่นแรงทั้งครอบครัว แต่พอแกะครอบครัวงูออกมาได้ พวกมันก็หัวร่อและพันกันใหม่อีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงที่ดังกึกก้องไปทั้งป่าว่า

 

จานนนนว๊อยยยยย........จานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

1,843 ความคิดเห็น

  1. #1765 White..sand (@palmzawa1) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 00:11
     แหม่ ไม่สงสารสาวน้อยบอบบางเลย

    ฝึกยังก๊ะสัปดาห์นรก !!
    #1765
    0
  2. #1723 Lazy>_<Girl (@tp2102) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 13:43
     ฮาจินนี่มากๆๆๆๆ

    55+
    #1723
    0
  3. #1557 invaluable (@sootteeruk_mink) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 04:54
    มีพิมพ์ผิดหน่อยนึงนะคะ จอนนี่ยิ้มอย่างภาคภูมิ--->จินนี่ยิ้มอย่างภาคภูมิ
    #1557
    0
  4. #1413 khun-chai (@khun-chai) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 16:49

    แล้วทางเหม่งเว้ยเป็นอย่างไรมั่งหว่า อิ อิ

    #1413
    0
  5. #1328 POP POP (@kyoyama_anna) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 17:21
    ฮาแตก

    ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
        -.,-
    #1328
    0
  6. วันที่ 17 ธันวาคม 2552 / 20:15
    หนุกหนานมากๆมากมายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1218
    0
  7. #350 ๏ปลิงหลงทาง๏ (@bluemerci) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 16:13
    5 5 5 5 5 5

    ยิ้มทั้งเรื่องเลย


    ปล. ตอนจินนี่ตื่น ไม่ได้บอกว่า ตี อะไร

    จอนนี่ยิ้มอย่างภาคภูมิในวีรกรรมของพ่อ  ***  จินนี่งะ


    #350
    0
  8. #349 twinevil (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 15:43
    อยากฟังประวัติเฮียหวงเว่ยต่ออ่ะ
    #349
    0
  9. #346 s ขาจร (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 12:08
    สุดยอดมาก ๆ อ่านไปยิ่มไป

    อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดจังเลย

    อ่านแล้วอารมดีขึ้นแยะเลย

    ขอบคุณมาก ๆ ที่แต่งนิยายดี ดี ให้อ่าน

    จะคอยติดตามต่อไป สู้เข้าน๊ะครับ
    #346
    0
  10. #345 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 12:02
    หงอคงนี่นิสัยดีจังเลยคับเป็นพือ่นจินนี่ตลอดเลย แถมพวกสัตว์ก็นิสัยดีอีก ยืนมองหัวเราะกันชะ ส่วนจินนี่ เรียกอาจานแต่ละทีเคารพกันมากเลยนะนิ
    #345
    0
  11. #344 czrs (@zaar) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 11:49
    คุณลูกศิษย์กิติมศักดิ์ -.-
    #344
    0
  12. #343 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2552 / 11:01
    สัตว์พวกนี้รักกันดีจังแฮะ ฮ่าฮ่า น่ารัก
    #343
    0