[Fic SJ] 2 IN 1 รักหมดใจผู้ชายสองบุคลิก [KiHae WonCin etc.]

ตอนที่ 78 : Chapter 56...เอาใจใส่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    5 ก.พ. 53

ตอน 56 เอาใจใส่

 

เสียงนกร้องในยามเช้า กับแสงแดดอ่อนๆที่ทอแสงเข้ามายังห้องนอน สายลมที่พัดมาเอื่อยๆ หอบเอากลิ่นไอดินโชยเข้ามาแตะจมูกคนที่นอนหลับอยู่บนที่นอน เมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักทั้งคืน ตกแบบไม่ลืมหูลืมตา ตกชนิดที่เรียกว่าคนน่ารักไม่ต้องคิดจะขยับไปไหน แค่ตกอยู่ในอ้อมกอดของคิบอมอย่างเดียวก็พอแล้ว

 

แค่ตกอยู่ในอ้อมกอดจริงๆน่ะหรอ??

 

อย่างที่รู้กันดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ฝนตกหนัก ทั้งคิบอมและดงเฮนั้นมักจะขังตัวเองเอาไว้ในห้องนอน แล้วเริ่มต้นปฏิบัติภารกิจบางอย่าง บางอย่างที่เด็กอ่อนไหวหลงเข้ามาเห็นแล้วอาจจะขาดใจตาย แต่สำหรับเด็กพันธ์วายอย่างเรา อยากจะแปลงร่างเป็นจิ้งจกหรือตุ๊กแก ไปแอบสอดแนมว่าเค้าสองคนชอบทำอะไรกันในยามที่ฝนตกหนัก...คึ คึ

 

เมื่อวันก่อนที่ฝนตกหนักในตอนเช้า คิบอมและดงเฮจึงไม่ได้ไปเรียนตามระเบียบ ในช่วงที่ฝนหยุดตกแล้ว ฮีซอลก็ทำการโทรจิกโทรตามคิบอมและดงเฮให้มาเรียน ทั้งๆที่รู้คำตอบดีว่าคนน่ารักนั้นคงลุกขึ้นจากเตียงไม่ไหว แต่ที่ฮีซอลโทรมาก็เพราะว่าเป็นห่วง คิบอมจึงขออนุญาตลูกสาวคนโตลาหยุดเรียนหนึ่งวัน เนื่องจากสภาพร่างกายในยามนั้น คงไม่เหมาะที่จะออกไปอวดใครเท่าไหร่นัก และดงเฮเองก็อ่อนแรงอยากจะนอนพักผ่อนมากกว่าไปนั่งเรียนแบบนั้น

 

และในเช้าวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเช้าวันนั้นนัก แต่เพราะว่าพากันหยุดเรียนบ่อยเกินความจำเป็น วันนี้คิบอมจึงต้องลุกจากที่นอนทั้งๆที่อยากจะนอนพักเอาแรงอีกซักหน่อย ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งที่ได้นอนพักผ่อนมาหลายชั่วโมง แต่ดูเหมือนว่ามันคงไม่อาจทดแทนกับพลังงานที่เสียไปได้ ชายหนุ่มมองดูคนน่ารักที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนา โผล่มาแค่ใบหน้าหวานๆ กับแขนที่กอดก่ายตนเองเท่านั้น มองร่องรอยสีสวยที่ตนเองสร้างเอาไว้อย่างรู้สึกผิด พอฝนตกทีไร ไม่เคยที่จะห้ามตัวเองได้ซักที ดูเหมือนว่าอารมณ์ดิบที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ จะถูกปลุกขึ้นมาทุกครั้งที่ฝนตก

 

“ด๊อง...น่ารักจัง” ชายหนุ่มลูบผมนุ่มเบาๆกลัวว่าร่างบางนั้นจะตื่นขึ้นมา คิบอมอยากให้ดงเฮได้นอนพักอีกนิดก็ยังดี ชายหนุ่มกดจูบลงบนหน้าผากมนแล้วลุกขึ้นเพื่อเตรียมอาหารเช้าอย่างเช่นทุกวัน

 

คิบอมนั้นจัดการเรื่องงานบ้านได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง ชายหนุ่มไม่เคยบ่นเพราะเข้าใจว่าคังอินนั้นต้องทำงานเพื่ออาเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ความจริงทางบ้านก็ส่งเงินมาให้ใช้แบบไม่ขัดสน แต่คังอินคิดว่าตนเองโตแล้ว ต้องรู้จักรับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่รอใช้เงินจากทางบ้านอย่างเดียว

 

ครอบครัวของคิบอมและคังอินไม่ได้ยากจน แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี แต่ก็พอมีกินใช้ได้แบบไม่ต้องลำบาก คังอินได้งานที่เมืองนี้ เป็นงานที่ชายหนุ่มนั้นเลือก คังอินจึงย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ คิบอมเองก็ตามคังอินมา เพราะว่าค่อนข้างจะสนิทกับพี่ชาย และหมู่บ้านนี้ก็ใกล้ที่เรียนอีกด้วย ทางบ้านจึงไม่ขัดข้องอะไร

 

ส่วนเรื่องที่ว่าดงเฮไม่เก่งหรือไม่ถนัดเรื่องงานบ้าน คิบอมไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเรื่องนี้เลย เพราะชายหนุ่มเองก็ไม่อยากให้คนรักต้องมาลำบาก คิบอมยอมทำงานทุกอย่างแทนดงเฮ เพราะว่าอยากให้ดงเฮได้อยู่อย่างสุขสบาย แต่คนน่ารักก็มักจะอาสาช่วยเหลือเสมอๆ ดงเฮน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย คิบอมจึงรักดงเฮแบบไม่คิดจะเผื่อใจไปรักใครอีกแล้ว

 

 

 

ชายหนุ่มเดินไปเคาะประตูห้องนอนพี่ชายเพื่อปลุกให้คังอินตื่นนอน เมื่อคืนคังอินสั่งเอาไว้ว่าให้มาปลุกเพราะวันนี้คังอินต้องออกแต่เช้า คังอินต้องไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดสองวัน เพียงแค่สองวันที่คิดว่าจะไม่ได้ยินเสียงของป้าหน้าสวย ก็ทำเอาคังอินแทบไม่อยากไป ยอมอยู่บ้านให้อีทึกด่ายังดีซะกว่าจะไม่ได้ยินเสียงของอีทึกตั้งสองวัน

 

“พี่คังอิน!!! จะสายแล้วนะพี่ ตื่นนอนได้แล้วครับ” คิบอมเดินกลับเข้าไปในห้องครัว ลงมือทำอาหารเช้าแบบง่ายๆเพื่อเตรียมให้คนทั้งบ้านได้ตื่นมาเติมพลังงานกันก่อนที่จะไปลุยกับหน้าที่ของแต่ละคน

 

คังอินลุกขึ้นจากที่นอนอย่างเซ็งๆ วันนี้ต้องเดินทางไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด กว่าจะได้กลับมาก็อีกสองวันแค่คิดชายหนุ่มก็หัวใจห่อเหี่ยว ถ้าไม่ได้ยินเสียงแหลมคงจะนอนไม่หลับแน่ๆ ชายหนุ่มหันไปมองบนเตียง...

 

บนเตียงจริงๆนะ เพราะตอนคังอินถูกเนรเทศลงมานอนที่พื้นอีกแล้ว ก็เมื่อคืนอากาศมันเป็นใจ เลยนึกอยากจะทำอะไรแบบที่คนสองคนเค้าชอบทำกันบนเตียง แต่ดูเหมือนยัยป้ามหาภัยจะไม่เล่นด้วย ไม่รู้ว่าไปกินรังแตนมาจากไหน อารมณ์ไม่ดีตั้งแต่กลับมาจากที่ทำงาน หน้าบึ้งตึงจนคังอินไม่กล้าต่อปากต่อคำ แต่ก็ยังหน้าด้านหน้าทนไปชวนอีทึกมาเล่นจ้ำจี้มะเขือเปาะด้วยกัน

 

แต่ผลที่ตามมามันช่างน่าปวดใจเหลือเกิน ฝ่าเท้าน้อยๆที่ออกแรงยันมากลางลำตัว ทำเอาคังอินกลิ้งตกลงจากเตียง ร่างบางเขวี้ยงหมอนตามมาเป็นของสมนาคุณ และแถมผ้าห่มชั้นดีอีกหนึ่งผืน พร้อมคำพูดที่แสนจะตัดรอนความรู้สึกคึกๆของหมีตัวหนึ่ง

 

“ฉันไม่มีอารมณ์จะมาป่ามป๊ามกับแกหรอกนะ อย่ามาทำตัวหื่นไม่ดูเวลา แล้วอย่าแอบขึ้นมาบนเตียงนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะจัดการขั้นเด็ดขาด” อีทึกชี้หน้าคังอินแล้วทำสีหน้าได้โรคจิตสุดๆ

 

ไม่รู้ว่าทำไมพอได้ยินคำว่า เด็ดขาด ชายหนุ่มจึงตีความหมายไปว่า...เด็ดให้ขาด เลยทำให้คังอินไม่กล้าที่จะหือกับคนรักจริงๆ

 

 

“เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแบบนี้ จะแอบหนีไปอยู่ที่ไหนหาไอ้หมี แอบไปหาเมียน้อยใช่มั๊ย อยากตายรึไงวะ!!” เสียงแหลมๆแสบแก้วหูดังขึ้นมาทันทีทันใด ชายหนุ่มอดทึ่งกับคนรักไม่ได้

 

ตื่นมาปุ๊บก็ด่าได้ปั๊บ...สุดยอดจริงๆครับเมียผม

 

“เมียน้อยเมียมากที่ไหนกันล่ะป้า ป้านี่ท่าทางจะแก่จนเลอะเลือน เมื่อวานนี้บอกไปแล้วไงว่าจะไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดสองวัน แสดงว่าป้าไม่ได้สนใจฉันเลยใช่มั๊ย...”

 

“ใช่สิ!!! พอได้ฉันแล้วก็ไม่ใส่ใจ ได้ฉันแล้วก็จะเขี่ยทิ้ง เคะสมัยนี้ใจร้ายใจดำ ทำกับเมะที่แสนจะบอบบางอ่อนแอแบบนี้ได้ยังไงกัน” คังอินแกล้งร้องห่มร้องไห้ได้อย่างน่าหมั่นไส้ มันไม่ได้น่าสงสารเลยนะ มันน่าจะยันอีกซักรอบด้วยความหมั่นไส้

 

“แกอย่ามาพูดจาปัญญาอ่อนไม่รู้เรื่อง” อีทึกเดินมาหยุดข้างหน้าหมีที่กำลังจะลากกระเป๋าออกมาเตรียม ร่างบางยกมือขึ้นโอบกอดรอบคอหมีๆ แล้วช้อนตามองอย่างยั่วยวน งานนี้พ่อหมีของเราก็เอ๋อแดก ตามอารมณ์คนรักไม่ทันอีกแล้ว

 

“นายว่าเวลาซัก 15 นาที นี่มันทำอะไรๆๆได้บ้างมั๊ยนะ” คำถามของร่างบางไม่ได้สื่อผ่านทางคำพูด แต่มันถูกสื่อผ่านทางสายตาที่แสนจะเปิดเผยและยั่วยุอารมณ์เหลือเกิน

 

“แค่ 10 นาทีก็เหลือเฟือที่รัก...” ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างมีความสุข อย่างน้อยๆก็ได้สั่งลาซักหน่อยก่อนที่จะไม่อยู่ตั้งสองวัน ร่างหนาดันร่างบางลงบนที่นอน แล้วส่งสายตาแสนร้อนระอุไปเผาร่างบางเล่นๆ

 

ชายหนุ่มเตรียมตัวที่จะกินป้ามหาภัยเป็นอาหารเช้า คนสวยปากกล้าก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ร่างบางเพิ่งจะเข้าใจ ว่าทำไมเมื่อคืนชายหนุ่มถึงได้ตามเซ้าซี้ขอนอนด้วยอยู่นั่นแหล่ะ และตอนนี้ก็ได้คำตอบแล้วว่าทำไม

 

แต่เหตุการณ์ทุกอย่างมักจะมีมารมาผจญเสมอ เมื่อเสียงทุบประตูโครมครามดังลั่นๆ ทำเอาคังอินเด้งตัวลุกขึ้นจากฟูกนุ่มๆหอมๆด้วยความเซ็งสุดขีด ส่วนอีทึกก็หน้าแดงแจ๋ แอบขัดใจเล็กน้อยที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะแบบนี้

 

“พี่คังอินจะสายแล้วนะพี่ ออกมาได้แล้วครับ” มารที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นมารหน้าหล่อขวัญใจคนน่ารักนั่นเอง อีทึกถึงกับถอนหายใจอย่างเซ็งๆ กะว่าจะเสียหายให้ไอ้หมีมันดีใจซักหน่อย แต่ในเมื่อมันจวนเจียนแบบนี้ คงจะเสียหายไม่ทันแล้ว ร่างบางยิ้มกว้างแล้วดีดตัวลุกจากที่นอน มือบางกุมมือหนา คังอินที่กำลังหมดอาลัยตายอยากเงยหน้าขึ้นมองอย่างเซ็งอารมณ์

 

“ฉันต้องอกแตกตายแน่ๆเลย....ทำไมคนหน้าตาดีมักจะมีกรรมนะ”คังอินบ่นงุบงิบอยู่อย่างนั้น

 

“แกเงียบๆแล้วตามฉันมานี่” อีทึกจัดการลากร่างหมีๆเข้าไปในห้องน้ำ ชายหนุ่มมองคนรักอย่างแปลกใจว่าจะทำอะไร

 

“ไหนๆก็ไหนๆในเมื่อทำไม่ทัน....เดี๋ยวฉันจะช่วยนายเองก็แล้วกันนะ” ร่างบางทำหน้าหื่นๆแปลกๆ แต่คังอินก็ไม่คิดจะขัดความคิดของร่างบางซักนิด ก็เพราะว่าตนเองนั้นก็หื่นไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

 

ปัง!!!

 

และทุกอย่างก็กลายเป็นความลับของคนสองคน ว่าเค้าเข้าไปทำอะไรกันในห้องน้ำ เนื่องจากว่าเราไม่สามารถที่จะอธิบายจนคนอ่านเห็นภาพตามได้ เพราะฉะนั้นคนอ่านที่มีเลือดวายเข้มข้นก็ทำการจินตนาการกันเอาเองแล้วกันนะคะ^^ หุหุ

 

 

 

ร่างบางตื่นนอนขึ้นมาด้วยความเมื่อยล้า มองไปยังที่นอนด้านข้างก็พบแต่ความว่างเปล่า ดงเฮค่อยๆยันตัวลุกขึ้นจากที่นอน ยังคงรู้สึกปวดอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอทนไหว คนน่ารักมองเสื้อผ้านักเรียนที่คนรักเตรียมเอาไว้ให้ ก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะว่าคิบอมนั้นดูแลตนเองดีมาก ดูแลในทุกๆอย่าง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ดงเฮหลงรักคิบอมจนหมดใจได้ยังไงกันล่ะ

 

เมื่อจัดการทำธุระต่างๆเสร็จแล้ว คนน่ารักก็ค่อยๆเดินลงมายันชั้นล่าง คิบอมได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบเดินไปประคองร่างบางลงมา ดงเฮหอมแก้มคิบอมซะฟอดใหญ่แทนคำขอบคุณ ชายหนุ่มลูบผมนุ่มด้วยความเอ็นดู แล้วพาคนน่ารักมานั่งที่โต๊ะอาหาร จัดการตักโจ๊กร้อนๆมาเสิร์ฟให้ทั้งตนเองและคนรัก

 

“ไปเรียนไหวใช่มั๊ย” ชายหนุ่มตักโจ๊กร้อนกรุ่นขึ้นมาเป่า คนน่ารักพยักหน้าเบาๆแล้วอ้าปากรับโจ๊กแสนอร่อยเข้าปากอย่างมีความสุข

 

“ไหวสิ...ถ้าวันนี้หยุดเรียนอีกวัน มีหวังฮีซอลเทศน์แน่ๆ” หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข คิบอมก็ทำการป้อนโจ๊กให้คนน่ารักต่อไป สลับกับคนน่ารักที่ผลัดกันป้อนโจ๊กให้คิบอมอย่างสุขใจ

 

กินกันเองอาจจะเร็วกว่า

 

แต่ทว่าป้อนกันแบบนี้ มันสวีตดีออก^^

 

 

 

ซองมินนั่งมองคนรักที่กำลังแต่งตัวอย่างอายๆ จะไม่อายได้ยังไงก็ในเมื่อคยูเล่นมาแต่งตัวมันกลางห้องนอน แทนที่จะเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เสร็จแล้วค่อยออกมา ชายหนุ่มหันมามองคนรักแล้วส่งยิ้มละลายใจให้ ทำเอาร่างบางแทบปรับสีหน้าไม่ทัน จะแสดงสีหน้าว่าเขินมันก็ไม่ค่อยชิน เลยต้องแกล้งตีหน้าให้นิ่ง แต่ไอ้หน้าหวานๆมันไม่ค่อยรักดี มันชอบส่ออาการมีพิรุธทุกครั้ง แดงมันอยู่นั่นละ แดงซะจนลามไปถึงใบหู คยูหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ

 

“หัวเราะอะไรเล่า” คุณหนูตัวแสบปาหมอนใส่คนรักแก้อาการเขินอาย คยูรับเอามากอดไว้ แล้วเดินเข้ามาหาคนรัก มือหนายื่นมาตรงหน้า มือบางยื่นออกไปวางลงบนมือหนา ชายหนุ่มกุมมือบางแผ่วเบา แล้วยกมันขึ้นมาจุมพิต คราวนี้คุณหนูคนเก่งวางฟอร์มไม่ไหวอีกแล้ว ซองมินลุกขึ้นแล้วโผเข้ากอดคนรักอย่างมีความสุข ชายหนุ่มเองก็มีความสุขอย่างหาคำมาเปรียบไม่ได้

 

“ช่วงนี้นายดูผอมลงรึเปล่า กอดแล้วไม่เต็มมือเลย อย่าอดอาหารนะ ฉันชอบกอดนายแบบเต็มมือมากกว่า มันอบอุ่นดี” ร่างบางกัดปากอย่างงอนๆ

 

“ก็ฉันแค่ลดน้ำหนักนิดหน่อยเอง ก็นายชอบบ่นว่าฉันกินเก่งนี่นา” ซองมินทำแก้มพองๆ ผลที่ตามมาก็คือชายหนุ่มต้องก้มลงไปหอมแก้มเนียนๆอย่างอดไม่ได้

 

“ฉันไม่ได้บ่นเพื่อให้นายลดน้ำหนัก แต่เตือนเพราะว่านายนะชอบกินของที่มันไม่มีประโยชน์ต่างหาก ก็ฉันเป็นห่วงสุดที่รักของฉันนี่นา” ชายหนุ่มถูกร่างบางดันตัวออกเล็กน้อย ซองมินทำการตรวจเช็คเสื้อผ้าของชายหนุ่มว่ามันเรียบร้อยรึยัง มันออกจะยับหน่อยๆ เพราะว่าทั้งสองคนเล่นกอดกันแน่น แล้วก็พากันหมุนไปหมุนมา

 

“ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงฉัน นายเองก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนกัน อย่าเล่นเกมส์ให้มันดึกมากนัก ดูตานายสิคล้ำหมดแล้ว” ลูบบริเวณใต้ตาของชายหนุ่มเบาๆ ร่างบางเดินไปหยิบกระปุกครีมแล้วจัดการป้ายเบาๆบริเวณรอบดวงตาของชายหนุ่ม

 

“ถึงแม้ว่านายจะเป็นผู้ชาย แต่นายก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองด้วยนะ หัดทาซะมั้งไอ้พวกครีมบำรุงเนี่ย”  คยูยืนนิ่งๆให้คนรักทาครีมให้

 

“ครับที่รัก...ว่าแต่นายพูดเหมือนนายไม่ใช่ผู้ชาย” ยังไม่วายล้อคนรักเล่น ซองมินตีลงบนอกกว้างเบาๆอย่างหมั่นไส้ แล้วหันมาสำรวจเสื้อผ้าตนเองว่ามันเข้าที่เข้าทางรึยัง

 

“ว่าแต่เมื่อไหร่นายจะให้ฉันกลับบ้านซะที นี่ฉันมาอยู่บ้านนายหลายวันแล้วนะ คิดถึงพ่อแล้วอ่ะ” ซองมินเองก็ชอบเวลาที่อยู่บ้านของคยู เพราะว่าครอบครัวของคยูน่ารักมาก พ่อแม่ของคยูใจดีและเอ็นดูซองมินมาก

 

“เดี๋ยววันนี้กลับบ้านนายเลยก็ได้ ไว้เมื่อไหร่ว่างๆค่อยมาทดลองอยู่ด้วยกันอีกนะ” ชายหนุ่มมองร่างบางที่มองค้อนตนเองด้วยรอยยิ้ม

 

“ทำอย่างว่ากลับไปบ้านฉัน แล้วนายจะไม่ตามไปอยู่ด้วยกันงั้นแหล่ะ อย่างนายน่ะห่างฉันไม่ได้หรอก” ซองมินกอดอกอย่างภูมิใจ คยูพยักหน้ายอมรับตามตรง

 

“ขาดนายก็เหมือนขาดใจ...เพราะฉะนั้นมาเป็นลมหายใจให้ฉันซะดีๆ” พูดด้วยสีหน้าหื่นๆ แล้วทำการวิ่งไล่ร่างบางไปทั่วห้องนอน

 

แล้ววันนี้ทั้งสองคนจะได้ไปเรียนมั๊ยนะ?

++++++++++++++++

 

 

วันนี้คนสวยตื่นนอนอย่างสดชื่น เพราะว่าเมื่อคืนนี้ไม่ได้ถูกรบกวนจิตใจและร่างกาย ทำให้ร่างบางได้นอนยาวเหยียดเต็มที่ แต่ฮีซอลก็อดคิดถึงอ้อมกอดของคนรักไม่ได้ เวลาที่ชีวอนนอนกอดตนเอง มันให้ความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจ

 

ร่างบางอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินลั้ลลาลงมายังชั้นล่าง มองเห็นซึงฮยอนนั่งคุยกับนาบีก็อดแปลกใจไม่ได้ ที่วันนี้ซึงฮยอนมาแต่เช้า ร่างบางกล่าวทักทายอย่างมีสัมมาคารวะ

 

“สวัสดีครับน้าซึงฮยอน วันนี้มาแต่เช้าเลยนะครับ หรือว่าจะไปไหนกันครับ” หันมาหอมแก้มนาบีอย่างเอาใจ นาบีมองลูกชายสุดที่รักแล้วยิ้มอย่างมีความสุข

 

“น้าจะมารับแม่เราไปดูชุดแต่งงานน่ะ” ดูเหมือนว่านาบีจะเขินน้อยๆเมื่อนึกถึงการแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ฮีซอลพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วหันมายิ้มหวานให้คุณแม่คนสวยอย่างยินดี

 

“น้าซึงฮยอนต้องดูแลแม่ผมดีๆนะครับ ผมรักแม่มาก ไม่อยากให้แม่เสียใจ และผมมั่นใจว่าน้าจะไม่มีทางทำให้แม่ผมเสียใจ” ฮีซอลพูดอย่างคาดหวังและมั่นใจ นาบีกุมมือฮีซอลเบาๆ แล้วกอดลูกชายสุดที่รักแนบอก

 

“น้าสัญญาว่าจะดูแลแม่เรากับให้ดีที่สุด อีกหน่อยเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะฮีซอล” ไม่รู้ว่าร่างบางคิดไปเองหรือเปล่า เหมือนว่าซึงฮยอนจะมีความหมายอะไรซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น หรือว่าฮีซอลอาจจะคิดมากไปก็ได้ ร่างบางทำท่าเหมือนมองหาใครบางคน จนซึงฮยอนอดไม่ได้ที่จะตอบคำถามที่ร่างบางแสดงออกทางสายตา

 

“วันนี้ชีวอนมีงานเกือบทั้งวัน กว่าจะว่างก็คงจะตอนค่ำๆนั่นล่ะ วันนี้ฮีซอลคงต้องให้คนรถไปส่งวันนึงนะ” ซึงฮยอนชี้แจงให้ฮีซอลรู้ ฮีซอลก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมชีวอนถึงได้เงียบหายไปไม่โทรมาก่อกวน เพราะว่ามีงานนี่เอง

 

“ว๊า!!! จะสายแล้วครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ” ว่าแล้วฮีซอลก็วิ่งออกไปขึ้นรถทันที เพื่อที่จะตามไปจิกไปลากไอ้คู่รักทะลุมิติให้ลุกจากเตียงเพื่อไปเรียน เปิดเทอมมาไม่นานเท่าไหร่ก็พากันหยุดไปตั้งหลายครั้งแล้ว

 

จะว่าไปตัวเองก็เคยหยุดเรียนเพราะ....เหมือนกันนี่หว่า>//<

 

 

 

ฮีซอลยืนกดออดอยู่ที่หน้าบ้านคิบอม ไม่นานนักก็เห็นคังอินแบกกระเป๋าขึ้นรถ ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า ดูคังอินจะยิ้มแย้มอารมณ์ดี ไม่รู้ว่าไปถูกอกถูกใจอะไรมา คนที่เดินตามออกมาไม่ห่างคืออีทึก นี่ก็อีกคน...ดูอารมณ์ดีสุดๆ

 

ฮีซอลออกจะแปลกใจกับคู่รักรุ่นใหญ่คู่นี้ บางทีก็ทะเลาะกันเหมือนจะฆ่ากันตาย บางทีก็มาหวานใส่กันจนแทบจะจมกองน้ำตาลตาย เป็นคู่รักที่ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเท่าไหร่นัก

 

“พี่คังอิน...เปิดประตูให้หน่อยดิ ให้ผมยืนรออยู่ตั้งนาน ใจร้าย!!!” ร่างบางตะโกนเรียกคังอินให้มาเปิดประตู คนหน้าหมียิ้มตาเยิ้มเดินมาเปิดประตูบ้านให้ฮีซอล ฮีซอลมองแววตาแปลกๆของคังอินแล้วก็รีบชิ่งหนีไปหาไอ้คู่หวานคู่น้องด้านในบ้าน

 

พอเข้ามาถึงก็เจอช็อตหวานทรมานใจ ไม่รู้ว่ามันกินโจ๊กกันยังไงถึงได้ป้อนกันถึงปากขนาดนั้น ไอ้ตอนแรกที่เข้ามาเห็นมันก็ใช้ช้อนป้อนดีอยู่หรอก แต่ไปๆมาๆทำไมมันถึงเปลี่ยนมาใช้ปากป้อนกันก็ไม่รู้

 

“อะแฮ่ม!!!” คนสวยแกล้งกระแอมกระไอให้ทั้งสองคนรู้สึกตัว คิบอมกับดงเฮผละออกจากกันทันที แล้วหันมายิ้มให้ฮีซอล ฮีซอลส่ายหน้าน้อยๆ แล้วชี้ที่ปากตนเอง เป็นเชิงบอกให้ทั้งสองคนรู้ว่าปากน่ะมันเลอะเทอะไปหมดแล้ว

 

“กินอะไรมารึยัง” คิบอมเอ่ยถามขึ้นมาป้องกันฮีซอลเอ่ยแซวเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น และดูเหมือนว่าร่างบางจะเข้าใจว่าคิบอมนั้นกำลังพยายามเปลี่ยนเรื่อง

 

“ยังไม่ได้กินอะไรเลย ไม่มีคนป้อนถึงปากแบบนี้” อดที่จะแซวไม่ได้จริงๆ ดงเฮอายม้วนไปสิบตลบบิดชายเสื้อซะยับไปหมด คิบอมกระตุกยิ้มน้อยๆแล้วหันมามองหน้าเพื่อนรักแบบกวนๆ

 

“แสดงว่าพี่ชีวอนไม่อยู่ ไม่อย่างงั้นเค้าคงจะป้อนนายถึงใจมากกว่าที่ฉันป้อนด๊องละนะ” คนสวยมองค้อนในทันทีทันใดที่ได้ยิน ไม่รู้ว่าคิบอมจะพูดขึ้นมาทำไมเพราะว่ามันแทงใจดำแบบโคตรๆ

 

“ชิส์!!! ไปเรียนกันได้แล้วเดี๋ยวสายนะ” ในเมื่อหาข้อโต้แย้งไม่ได้ ก็กลายเป็นฮีซอลซะเองที่เปลี่ยนเรื่อง คิบอมหัวเราะอย่างชอบใจ เดินโอบไหล่ฮีซอลออกมา โดยไม่ลืมจูงมือคนน่ารักตามมาด้วย

 

 

 

สามคนดังของโรงเรียนที่ทุกคนต่างรู้จักกันดี กำลังเดินพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดีเข้ามาในโรงเรียน คิบอมกุมมือดงเฮตลอดเวลาอีกมือโอบไหล่ฮีซอลเอาไว้ไม่ห่าง ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าทั้งคิบอมและฮีซอลต่างสนิทกันมาก จนคนทั้งโรงเรียนเคยเข้าใจผิดว่าทั้งสองคนเป็นคนรักกัน

 

และก็เพิ่งมากระจ่างก็วันที่ดงเฮประกาศศึกกับซูจินนั่นเอง ว่าคิบอมกับฮีซอลไม่ใช่คู่รักกันอย่างที่ใครต่อใครเข้าใจ แต่คนที่กุมหัวใจของคิบอมเอาไว้คือดงเฮต่างหาก

 

“โย่ว!!! สะใภ้เล็กตระกูลโจว” คำทักทายที่ฮีซอลพยายามตอกย้ำฐานะของเพื่อนรัก ทำเอาซองมินอยากจะบีบคอฮีซอลในทันทีทันใด แต่คนที่ดูจะชอบใจที่สุดคงไม่พ้นคยู

 

“อะไรของนายเล่า...สะใภ้ตระกูลชเว” ถูกย้อนกลับมาในทันทีทันใด ซองมินแลบลิ้นใส่ฮีซอลอย่างหมั่นไส้ ฮีซอลมองซองมินด้วยสายตาท้าทาย แล้วทั้งสองคนก็เริ่มวิ่งไล่จับกันจนวุ่นไปหมด แต่มันก็สร้างรอยยิ้มให้กับผู้พบเห็นได้อย่างง่ายดาย

 

“สองคนนี้เล่นกันเป็นเด็กๆ ล้มลงไปก็ได้แผลกันพอดี” คิบอมล็อคตัวลูกสาวคนโตเอาไว้ได้ทันท่วงที ขืนปล่อยให้วิ่งวุ่นกันไปมากกว่านี้ จะไปรบกวนคนอื่นซะเปล่าๆ เพราะสองคนนี้ค่อนข้างที่จะทำอะไรแบบตามใจ ไมค่อยสนใจใครอยู่แล้ว

 

แต่ซองมินถือได้ว่าปรับเปลี่ยนนิสัยไปเยอะทีเดียว ต้องยกความดีความชอบให้กับคยูที่สามารถปราบเสือสาวให้กลายเป็นแมวน้อยไร้พิษสงค์ได้อย่างราบคาบ

 

“โอเค!!! ยกนี้ฉันยอมแพ้ก็ได้ ว่าแต่หิวข้าวชะมัดเลย พวกนายไปห้องเรียนกันก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันไปหาอะไรที่ห้องลุงกินหน่อย หุหุ” หัวเราะอย่างกวนประสาท แต่ก็ยังไม่วายหันมาแซวคู่คยูมินอีกซักดอกก่อนจาก

 

“เสื้อผ้าที่มันยับเพราะว่าไม่ได้รีด หรือว่าก่อนออกจากบ้านเล่นมวยปล้ำกันมาก่อนอ่ะ ฮ่าๆ” แล้วก็วิ่งหนีไปทันที ทิ้งให้คู่คยูมิน ยืนอ้ำๆอึ้งๆอยู่อย่างนั้น

 

“ลูกสาวนายน่ะปากร้ายที่สุดเลยคิบอม” ซองมินว่าฮีซอลไม่ได้ ก็เลยหันมาลงกับคิบอมแทน คยูก็ได้แต่ยิ้มไม่ได้พูดอะไร เพราะพูดอะไรออกไปมันก็วกเข้าตัวอยู่ดี

 

“ฮีซอลปากร้ายก็จริง แต่ใจดีจะตาย เค้าชอบนิสัยฮีซอลนะ” ดงเฮหันมายิ้มให้ซองมิน ซองมินเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของดงเฮ บ้างครั้งก็รู้สึกหมั่นไส้ไอ้เพื่อนรักปากมากคนนี้เหลือเกิน แต่บางครั้งก็ได้ข้อคิดดีๆจากฮีซอลอยู่เหมือนกัน

 

“เข้าห้องเรียนกันเถอะ” คยูเอ่ยชวนทุกคน มือหนาตวัดโอบเอวคนรักแล้วออกแรงลากคนรักที่พยายามยื้อตัวเอาไว้ให้เดินมาด้วยกัน คนน่ารักก็เดินกุมมือกับคนรักไม่ห่าง

 

ไม่รู้ว่าทั้งสี่คนจะรู้ตัวรึเปล่า ว่ากำลังทำให้คนที่มองมาตาลุกเป็นไฟด้วยความอิจฉา

 

 

 

วันนี้ดูเหมือนว่าอาจารย์หนุ่ม ปาร์ค ยูชอน จะดูลุกลี้ลุกลนน่าดู ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆนักเรียนต่างเดากันได้ว่าสาเหตุน่าจะเป็นอาจารย์โลมาสุดน่ารักของห้องC อาจารย์หนุ่มดูจะเร่งเวลาเหลือเกิน ยกนาฬิกาขึ้นมาดูอยู่ตั้งหลายรอบ จนฮีซอลอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

 

“อาจารย์ครับ ไอ้ที่ยกนาฬิกาขึ้นดูนี่...ดูเวลาไม่เป็นหรอครับ” รู้กันว่าปาร์ค ยูชอนเป็นอาจารย์ที่ใจดี และค่อนข้างจะสนิทกับเด็กนักเรียน จึงพอที่จะพูดเล่นกันได้

 

“มีใครเค้าลุกขึ้นพูดตอนสอบกันบ้างเล่า ทำข้อสอบไป!!!” หันมามองหน้าฮีซอลน้อยๆ แล้วก้มมองนาฬิกาต่อ ฮีซอลก็อดที่จะสงสัยไม่ได้อีกครั้ง

 

“นัดจารย์จุนซูเอาไว้รึไงครับ ลุกลี้ลุกลนน่าดู” ร่างบางไม่ค่อยจะมีขีดความอดทนเรื่องที่สงสัยซักเท่าไหร่ ถ้าเกิดอยากรู้อะไรก็จะถามออกไปทุกครั้ง

 

“อาจารย์กำลังสงสัยว่านาฬิกาอาจารย์มันอาจจะเดินไม่ตรงน่ะ” ยูชอนเบี่ยงประเด็นไปไม่อยากจะให้ไอ้พวกเด็กแสบพวกนี้ล้วงความลับไปได้

 

“ก็แหงล่ะ!!! นาฬิกาอาจารย์มันจะเดินตรงได้ไง มันเดินเป็นวงกลมต่างหากเล่า” ซองมินหันมาตีมือกับฮีซอลอย่างถูกใจ ยูชอนได้แต่ถอนหายใจอย่างหน่ายๆ กับความกวนของลูกศิษย์ตนเอง

 

“ทำข้อสอบกันเร็วๆเหอะน่า นี่มันเย็นมากแล้วนะเนี่ย” แล้วมีอาจารย์ที่ๆไหนเค้าเร่งนักเรียนเวลาสอบกันบ้างเล่า...ก็ตานี่ไง

 

“ดูท่าอาจารย์จะรีบนะเนี่ย ทำไมไม่โทรไปบอกอาจารย์จุนซูก่อนล่ะครับ ปล่อยให้เค้ารอเดี๋ยวก็งอนหรอก” ฮีซอลเสนอขึ้นมา ดูเหมือนว่ายูชอนจะลืมวิธีนี้ไปสนิท

 

“งั้นทำข้อสอบกันไปก่อนนะ เดี๋ยวอาจารย์ขอไปโทรศัพท์แปบนึง...อย่าลอกข้อสอบกันล่ะ” หันมาทิ้งท้ายเอาไว้เล็กน้อย นักเรียนทุกคนพยักหน้ารับทันทีทันใด และเมื่ออาจารย์หนุ่มออกไปแล้ว บรรดาทโมนทั้งหลายก็ทำการแลกเปลี่ยนคำตอบกันทันที

 

แถวบ้านเรียกว่าลอกข้อสอบนั่นเอง

 

 

เมื่อยูชอนกลับเข้ามาบรรดาทโมนทั้งหลายก็นั่งกันอย่างเรียบร้อยไม่มีพิรุธอะไรทั้งนั้น ฮีซอลเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินมาส่งข้อสอบให้กับอาจารย์หนุ่ม

 

“ข้อสอบวันนี้ง่ายมากฮะ....เย็นนี้ขอให้มีความสุขกับอาจารย์จุนซูนะครับ” ยักคิ้วให้อย่างน่ารัก แล้วเดินมาคว้ากระเป๋าออกไปจากห้องเรียน รอให้เพื่อนรักออกมาพร้อมหน้ากัน ไม่นานนักนักเรียนทั้งห้องก็ทยอยกันส่งข้อสอบ แล้วเดินออกมาจากห้องเรียน อาจารย์หนุ่มรีบเก็บข้อสอบ แล้วเอาไปเก็บในทันทีทันใด กลัวว่าจะปล่อยให้สุดที่รักรอนาน เดี๋ยวจะโดนหางโลมาฟาดด้วยความงอน

 

“วันนี้กลับบ้านกันเลย หรือว่าไปหาอะไรทำกันดี” ฮีซอลยังไม่ค่อยอยากกลับบ้าน เพราะว่าวันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน กลับไปก็ไปนั่งแหง่วอยู่คนเดียว เลยกะว่าจะชวนเพื่อนๆไปหาอะไรสนุกๆทำ แต่ดูเหมือนว่าโปรแกรมของซองมินจะยุ่งเกินกว่าที่จะไปเที่ยวไหนได้ วันนี้ต้องกลับบ้านตนเอง แล้วต้องเรียนรู้พิธีการต่างๆอีกมากมาย

 

“งั้นฉันกลับบ้านก็ได้ ไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอคู่รักคู่ไหน” ฮีซอลถอนหายใจอย่างเซ็งๆ คิบอมหันมามองเพื่อนรัก มือหนายกขึ้นขยี้ผมฮีซอลเบาๆ

 

“คิดอะไรอย่างนั้นเล่า ถ้าไม่รู้จะไปไหน ไปบ้านฉันก็ได้ ไปนั่งคุยกัน” คิบอมโอบไหล่ฮีซอลแล้วดึงเข้ามากอด ไม่ว่ายังไงเพื่อนก็ยังคงสำคัญเสมอ

 

“นั่นสิ!!! ฮีซอลอย่าพูดอย่างนี้นะ เค้าน่ะรักฮีซอลจะตายไป ไปนั่งเม้าส์ที่บ้านเรากันเถอะ” คนน่ารักยิ้มแป้นอย่างน่าเอ็นดู ฮีซอลยิ้มกว้างอย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ต้องนั่งแหง่วอยู่คนเดียว

 

เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าการที่ไม่มีชีวอนคอยก่อกวนมันดูเหงาอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

ปี๊น!!!

 

เสียงแตรรถที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง เรียกให้ทุกคนหันไปมอง ฮีซอลมองรถยนต์คันหรูที่แสนคุ้นตา ก็อดแปลกใจที่เห็นชายหนุ่มมาอยู่ที่นี่ ก็ซึงฮยอนบอกว่าวันนี้ชีวอนจะมีงานจนถึงช่วงค่ำ ฮีซอลเดินเข้าไปหาคนรักที่รถ ชีวอนเปิดประตูลงมามองหน้าฮีซอลเขม็ง ทำเอาร่างบางแปลกใจและสงสัยว่าคนรักนั้นเป็นอะไร

 

“นายปิดมือถือทำไม” คำถามแรกที่ชีวอนเปิดปากถามขึ้นมา ทำเอาฮีซอลงงไม่น้อย

 

“ไหนว่ามีงานไง แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ไง” ฮีซอลไม่ตอบคำถามแต่กลับถามคำถามกลับไป

 

“ก็เพราะว่าฉันติดต่อนายไม่ได้ โทรหานายตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่ติด ฉันก็เลยกังวล โทรไปถามที่บ้านก็บอกว่านายยังไม่กลับ ฉันก็เลยเป็นห่วง กลัวว่านายจะเป็นอะไรไป” ชายหนุ่มดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

“วันนี้ฉันมีสอบนอกเวลาน่ะเลยเลิกช้า แล้วมือถือฉันก็แบตหมด แต่ว่าฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา นายเป็นอะไรของนายกัน...อ๊ะ!!!” อยู่ดีๆชีวอนก็ดึงฮีซอลเข้ามากอด กอดแนบแน่นจนร่างบางแทบหายใจไม่ออก ผู้คนที่รอบข้างต่างมองด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น

 

หลายๆคนก็พอจะรู้กันอยู่ว่าชีวอนคอยรับคอยส่งฮีซอลอยู่ประจำ หลายๆคนต่างคาดเดาถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ว่ามันคืออะไร แต่คงไม่ต้องเดาให้มันวุ่นวาย เพราะการแสดงออกของทั้งสองคนมันก็ฟ้องอยู่แล้วว่ามันคืออะไร

 

“ชะ...ชีวอน คนมองกันใหญ่แล้ว นายเป็นอะไรของนายเนี่ย” ฮีซอลดันชีวอนออกห่าง ชายหนุ่มดันร่างบางเข้าไปในรถ แล้วตนเองก็เดินก็เดินอ้อมไปอีกฝั่ง ก่อนที่จะขับรถออกไป ทิ้งไว้แค่ความงุนงงของทุกๆคน

 

“ตกลงว่าวันนี้ฮีซอลก็ไม่ได้ไปบ้านเราแล้วสินะ” หลังจากที่ยืนเอ๋ออยู่นาน ดงเฮก็หันมาคุยกับคิบอม ชายหนุ่มพยักหน้ารับเบาๆ แล้วกุมมือคนน่ารักพากันเดินไปรอรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน

 

 

 

 

เมื่อขับรถมาพ้นบริเวณโรงเรียนแล้ว ชีวอนก็เบี่ยงรถเข้าข้างทางบริเวณที่ค่อนข้างไร้รถสัญจรไปมา ชายหนุ่มหันมามองร่างบางที่นั่งงงอยู่ข้างๆ มือหนาเอื้อมมาสัมผัสร่างบางเบาๆ แววตาของชายหนุ่มฉายแววกังวลอย่างชัดเจน แต่ฮีซอลไม่เข้าใจว่าชีวอนนั้นกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่

 

“เป็นอะไรรึเปล่าชีวอน” มือบางลูบหลังของคนรักเบาๆ ไม่เข้าใจว่าวันนี้ชีวอนมาอารมณ์ไหนกันแน่

 

“เมื่อคืนฉันฝันร้าย” ชายหนุ่มพูดสั้นๆ ยังคงโอบกอดร่างบางไม่ห่าง การที่ได้สัมผัส ได้รับรู้ว่าร่างบางยังมีตัวตน ยังอยู่กับตนเองมันทำให้ชายหนุ่มคลายความกังวล

 

“หืม!!! ฝันร้ายเนี่ยนะ” ร่างบางออกจะแปลกใจไม่น้อย คนอย่างชีวอนสนใจเรื่องความฝันด้วยหรอ ก็ชีวอนไม่ค่อยพูดถึงความฝันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ตอนกลางคืนชีวอนจะทำอย่างอื่นมากกว่า เลยไม่ค่อยมีเวลาที่จะฝัน >///<

 

“ฉันฝันร้ายจริงๆนะ ฉันฝันว่าฉันกำลังนอนกอดนายอยู่ แต่อยู่ดีๆนายก็สลายไปกับอากาศ นายหายไปจากชีวิตฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ ทั้งๆที่มันเป็นแค่ความฝัน แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันเหมือนจริง เหมือนจนฉันกลัวว่านายจะหายไปจริงๆ” ชายหนุ่มเฉลยถึงความกังวลใจที่มีอยู่ ฮีซอลยิ้มน้อยๆแล้วกอดชีวอนเอาไว้ไม่ห่าง

 

“พอตื่นมาจะโทรหานายก็โทรไม่ทัน เพราะว่าฉันมีงานแต่เช้า ฉันกังวลใจทั้งวัน อยากจะโทรมาหานาย อยากจะมาเจอหน้านาย อยากจะรู้ว่านายยังไม่ได้หายไปไหน พอพักกองปุ๊บฉันก็โทรหานาย แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด โทรไปที่บ้านนายเค้าก็บอกว่านายยังไม่กลับ ฉันเลยแอบแวบออกมาหานายที่โรงเรียน กะว่าถ้าไม่เจอที่นี่จะไปตามหาที่บ้านของคิบอม” ฮีซอลรู้สึกปลื้มใจ และดีใจที่ชีวอนนั้นเป็นห่วงตนเองมากขนาดนี้

 

“อะไรกัน ชเว ชีวอน.....นี่นายขาดฉันไม่ได้เลยรึไงกัน” ร่างบางแกล้งทำเสียงกวนๆ หวังจะทำให้ชายหนุ่มสบายใจขึ้น แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ชีวอนจะมาในโหมดที่จริงจังกว่าที่คิด

 

“ฉันพูดจริงๆนะฮีซอล นายห้ามหายไปจากชีวิตฉัน นายห้ามไปไหนทั้งนั้น อยู่กับฉัน อยู่ด้วยกันตลอดไป...ฉันรักนาย” ชายหนุ่มบอกรักร่างบางอย่างจริงจัง ฮีซอลจ้องหน้าสบตากับชายหนุ่ม แล้วพยักหน้ารับเบาๆ มือบางนาบลงบนแก้มของชายหนุ่ม แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มนาบลงบนริมฝีปากหนาแผ่วเบา มอบความรักความจริงใจส่งผ่านไปกับรอยจูบแสนหวาน

 

“ฉันจะไปไหนได้ยังไงกัน นายลืมไปแล้วหรอว่า คิม ฮีซอล คนนี้...รัก ชเว ชีวอน มากแค่ไหน ฉันไม่ไปไหนแน่นอน จะอยู่กับนายตลอดไป” ร่างบางเกี่ยวก้อยสัญญษกับคนรัก ชีวอนยิ้มอย่างมีความสุข

 

ชายหนุ่มเพิ่งรู้ว่าตนเองขาดฮีซอลไม่ได้แล้วจริงๆ ฮีซอลเป็นอะไรมากกว่าที่คิด เป็นมากกว่าคนรัก เป็นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตตนเองให้สมบูรณ์ เมื่อก่อนชีวอนไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร ชายหนุ่มไม่ชอบการผูกมัด แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ชีวอนอยากจะผูกมัดฮีซอลเอาไว้ทั้งตัวและหัวใจ ไม่อยากปล่อยให้ไปไหนแม้แต่วินาที

+++++++++++100%++++++++++

เม้นไม่เม้นอยู่ที่จิตสำนึกค่ะ……มันคือสโลแกน^^

ครบซะทีเนอะ หลังจากที่ปล่อยให้หวานจมกองน้ำตาลกับ 3 คู่แรก ครึ่งหลังมาดูความรู้สึกลึกๆของพ่อนักแสดงจอมเจ้าเล่ห์ คนอย่าง ชเว ชีวอน ก็มีความรู้สึกแบบนี้กับเค้าด้วยนะจะบอกให้

เกรทรู้สึกว่าเกรทจะเป็นคนดีเกินไปละ....ดีจนคนบางคนมองข้ามมันไป

สังเกตได้เลย ไม่ว่าจะฟิคเรื่องไหน ถ้าถึงตอนที่มีเอ็นซี แล้วให้ทิ้งเมล์หรือส่งเมล์มาขอ จะมีคนแสดงตัวกันให้พรึบ เพราะถ้าไม่แสดงตัวก็จะไม่ได้รับส่วนที่เป็นเอ็นซี อย่าให้ต้องเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายเลยนะคะ เกรทเชื่อว่าไม่ใช่แค่เกรทที่รู้สึก ไรเตอร์ทุกคนก็คงรู้สึกเหมือนกัน มันเหมือนว่าคนบางคนที่ทำตัวแบบนั้น ต้องการเพียงแค่ผลประโยชน์เท่านั้น

ถ้าคุณได้ลองมาแต่งฟิค มาจัดการในเรื่องต่างๆ นั่งส่งเมล์ให้กับคนที่ขอมา คุณจะรู้ว่ามันรู้สึกยังไง มันเหนื่อยจริงๆ แต่เพราะว่ารักที่จะทำ มันเลยสามารถที่จะทนอยู่ได้

หลายคนอาจจะมองว่าเกรทเรื่องมาก ขี้บ่น ก็แล้วแต่จะมองค่ะ เกรทก็ทำดีที่สุดแล้ว ที่เกรทออกมาพูด เพราะอยากให้เข้าใจกันบ้าง อย่าทำตัวเป็นผู้รับอย่างเดียว มันไม่แฟร์นะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

41,860 ความคิดเห็น

  1. #41817 p*chu*ka (@pchuka) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2556 / 16:43
    สะใภ้2ตระกูล.น่ารัก
    #41817
    0
  2. #41807 mormilk (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 11:09
    ซึ้งจังคู่WonCin^^
    #41807
    0
  3. #41742 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 19:17
    ลางดีหรือร้ายล่ะนั้น
    #41742
    0
  4. #41662 MayChuly (@mary13) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 21:47
    คิเฮหวานมากอ่ะ อะไรจะหวานปานนั้น  อ๊ายยยย >[]<



    #41662
    0
  5. #41494 bullfrog (@watauy) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 19:00
    อะรัยอะเกรทมันหวานจนน่าอิฉาอะเค้ามาทีหลังNCก็ไม่ได้แต่เค้าจะเม้นให้ทุกครั้งนะสั้นบ้างยาวบ้างเนอะไม่ว่ากันนะเกรท
    #41494
    0
  6. #41361 OOM ^..^!! (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 17:37
    คือแบบ...เห็นว่าฟิคมันนานมาเล้ววววววเข้ามาอ่านนึกว่าไรเตอร์จะไม่เปิดดูเลยไม่เม๊นนนแค่นั้นเอ๊งงงงงจริงๆนะตัวนะ...ซาราเง~
    #41361
    0
  7. #41294 popo~ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 กันยายน 2555 / 20:10
    หวานมากอะ

    คิเฮป้อนโจ๊กกันแบบนี้เหรอ

    วอนซินน่ารัก

    หวานทุกคู่เลย

    ติดตามต่อไปคะ
    #41294
    0
  8. #41117 `(ค)ยูเกรียน (@fafah249) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2555 / 12:05
    ฝันอย่างนี้ใจเสียอย่
    #41117
    0
  9. #40996 ซูจูออนลี่สิบสาม (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 / 07:16
    โอ๊ย มดมาจากไหนวะเนี่ย ไรเตอร์ทำหนูโดนมดกัด หวานเกิน 555+
    #40996
    0
  10. #40941 Jeyminal (@jeyminai) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 19:20
    งืมม มีบทแบบนี้มาจะมีอะไรเกิดขึ้นมั้ยอ่ะ
    #40941
    0
  11. #40924 IKqSUNG (@aikey) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 08:45
    ป้อนโจ๊กแบบไหนกันเนี่ยยยคู่นี้นี้ไม่ไหวๆๆๆๆๆ
    ปลัดเค้าารักเจ๊จริงๆแหละนะ
    #40924
    0
  12. #40846 คิมบอมซัมทงเฮ (@ray-only13) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 17:40
     หวานทุกคู่ 

    อยากจะเป็นเป็นช้อนเสียจริงได้เห็นวิธีการป้อนโจ๊กด้วยอะ 
    #40846
    0
  13. #40721 SUJU (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 04:39




    ป้อนโจ๊กแบบไหนกัันนะ!!!!!!!!



    หวานทุกคู่เลยนะ >////
    #40721
    0
  14. #40709 i love yaoi (@gunling) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 20:12
    หนุกค่ะ
    #40709
    0
  15. #40613 T.eyesNeko (@2eyesneko) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 10 มีนาคม 2555 / 23:10
    ไรท์เตอร์ ! บางอันมันลืมเม้นอ่า
    แต่ Vote ให้ทุกอันเลยนะคะ :)
    อย่าโกรธนะ
    #40613
    0
  16. #40564 ao290 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 22:14
    อิจฉาซินจริงๆ วอนรักมากขนาดนี้

    คิเฮกินโจ๊กหรือกินไรจ๊ะ

    คังทึกก็จัดเต็มเลย
    #40564
    0
  17. #40560 junniizie (@j-u-n-n-i-e) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 20:27
     เปลี่ยนจากกินโจ๊กไปกินอย่างอื่นป่ะ
    #40560
    0
  18. #40375 ไอติมช็อกโกเล็ด (@omooko) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:22
     คิเฮหวานไม่แคร์สื่อจริง  >//////////<
    #40375
    0
  19. #40347 mean>0<!! (@crazy-md) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:31
    เอ่อ คิเฮ แน่ใจนะว่ากินโจ๊กกันอยู่อ่ะ อิอิ เขินๆ
    #40347
    0
  20. #40179 GEJA~SUJU (@geja-girl) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 13:38
    จะเกิดอะไรขึ้นมั๊ยเนี่ย
    #40179
    0
  21. #39991 Lusia Eve (@aon-aon-) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 19:36
    ทึกกี้อารมณ์ดีจัง ^^
    เสร็จหมีแล้วสิ(เสร็จตั้งนานแล้วย่ะ = =)
    พี่เกรทอย่าว่าตัวเองแบบนั้นสิคะ ...
    คนที่มีจิตสำนึกก็มีอยู่นะคะ
    #39991
    0
  22. #39953 3Leefewling (@shineefewling) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2554 / 10:23
    หวานที่สุด TT
    หนูเข้าใจพี่เกรทค่ะ คนอ่านบางคนไม่เม้นเลย แล้วไปส่งเมลล์ขอ กับไรท์เตอร์ที่ต้องคอยส่งเมลล์ให้คนอ่านทุกคน มันไม่แฟร์จริงๆ !!
    สู้ๆนะคะพี่เกรท ^^
    #39953
    0
  23. #39672 Mr.lonely (@junezaa-lovelove) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 10:01
    วอนฝันร้ายยยยซินปลอบหน่อยเร็ว
    #39672
    0
  24. #39644 ª . D e l' a i r (@peskipikiiz) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 01:20
     วอนซินฝันอะไรกันได้พาใจเสียมาก 
    #39644
    0
  25. #39572 มังกรซั่-มไก่ (@pianohhs) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 20:45
     วอนอ้อนเจ้ -/-
    #39572
    0