[Fic SJ] 2 IN 1 รักหมดใจผู้ชายสองบุคลิก [KiHae WonCin etc.]

ตอนที่ 125 : Chapter 88...แค่นายเท่านั้น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    1 ต.ค. 53



ตอน 88 แค่นายเท่านั้น

 

ดงเฮ อีทึก คังอิน อยู่ดูแลอาการของคิบอมและฮีซอลที่โรงพยาบาล มีโซและแดซองเดินทางกลับบ้านแล้ว เพราะว่าคิบอมยืนยันหนักแน่นว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไรแล้ว อาการของฮีซอลก็ดีขึ้นมาก ไข้ลดลงแล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วงอะไรมากนัก อีกอย่างคังอินกับอีทึกก็รับปากเป็นอย่างดีว่าจะดูแลทั้งคิบอมและฮีซอลไม่ห่าง แต่ก่อนที่มีโซและแดซองจะเดินทางกลับไปนั้น ทั้งสองคนก็กำชับกับทุกคนเอาไว้หลายต่อหลายรอบ ว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นต้องรีบบอกรีบกล่าทันที ไม่ใช่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วเก็บเงียบเอาไว้อีก ทุกคนก็ตกปากรับคำอย่างมั่นเหมาะ

 

คยู ซองมิน และคนอื่นๆก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนทั้งคิบอมและฮีซอลแทบไม่เว้นว่าง คนนั้นไปคนนี้มา ทุกคนต่างเป็นห่วงทั้งสองคนเป็นอย่างมาก อาการของคิบอมนั้นไม่ได้มีอะไรมากนัก แค่พกช้ำตามร่างกาย และหัวแตกเพราะแรงกระแทกที่ศีรษะ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากมายนัก

 

อาการของฮีซอลนั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ตอนนี้ไข้ก็ลดลงแล้ว ไม่ได้มีอาการจับไข้ อุณหภูมิร่างกายก็กลับสู่สภาวะปกติ แต่เห็นจะมีอยู่คนนึงที่ดูท่าจะย่ำแย่กว่าใครทั้งหมด ชีวอนรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก วันๆก็ทำได้แค่รอให้ถึงเวลากลางคืนเท่านั้น เวลาที่จะสามารถใกล้ชิดกับคนที่รักที่สุดได้ เพราะทุกคนลงความเห็นว่าชีวอนยังไม่ควรมาเจอกับฮีซอล ถ้ายังไม่สามารถเคลียร์เรื่องต่างๆให้มันจบก่อน กลัวว่าถ้าชีวอนมา แล้วฮีซอลเกิดหนีไปอีก คราวนี้อาจจะไม่บังเอิญเจอตัวง่ายๆแบบครั้งก่อน

 

 

“เค้าจะลงไปซื้อของหน่อย คิบอมกับฮีซอลจะเอาอะไรมั๊ย เดี๋ยวเค้าจะซื้อมาฝาก” คนน่ารักลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งเฝ้าดูแลอาการของคิบอม แล้วหันไปมองหน้าฮีซอลที่เอาแต่นอนซึมกะทือ ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับจากฮีซอล ดงเฮถอนหายใจน้อยๆ ไม่ได้เบื่อหน่ายอะไรหรอกนะ แค่อยากให้ฮีซอลนั้นกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมซะที ไม่ค่อยชินกับฮีซอลโหมดนี้เลยจริงๆ

 

“ไม่ต้องซื้ออะไรมาหรอกด๊อง เพราะตอนนี้ของที่ทุกคนเอามาเยี่ยมก็เต็มไปหมดแล้ว แค่นี้ก็กินไม่ไหวแล้วล่ะ ด๊องจะลงไปซื้ออะไรก็ไปเถอะ เดินดีๆล่ะอย่าหลงไปไหนนะรู้มั๊ย” คิบอมส่ายหน้าให้กับคนรักเล็กน้อย เป็นเชิงไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย ดงเฮเดินออกไปจากห้อง หันมามองเห็นฮีซอลนอนร้องไห้ก็รู้สึกสงสารจับใจ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เรื่องทั้งหมดจะจบลงซะที

 

เมื่อดงเฮเดินออกไปแล้ว คิบอมก็ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ตอนนี้สามารถขยับร่างกายได้มากกว่าเดิมแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เต็มร้อยก็ตาม คิบอมค่อยๆเดินเข้าไปหาฮีซอลที่เตียงนอน ตอนนี้ฮีซอลนอนหันหลังมาทางเตียงของคิบอม ถึงจะมองไม่เห็นแต่ก็รู้ว่าฮีซอลกำลังร้องไห้อีกแล้ว ก็ร่างบางสั่นสะอื้นซะขนาดนั้น

 

“ร้องไห้ทั้งวันแบบนี้ ไม่เหนื่อยรึไง” มือหนาวางลงบนไหล่ของฮีซอลเบาๆ ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย แล้วรีบป้ายน้ำตาทันที

 

“นายลุกขึ้นมาทำไมกัน ขยับตัวมากๆได้ยังไงเล่า กลับไปนอนไป” ฮีซอลหันมาเอ็ดคิบอมที่ยังไม่ทันหายดีแต่ลุกขึ้นมาจากเตียงนอนแบบนี้ ชายหนุ่มเหล่ตามองคนที่ชอบห่วงคนอื่น แต่ไม่รู้จักห่วงตัวเองซะบ้าง

 

“ถ้าไม่อยากให้ฉันลุกขึ้นมา นายก็เลิกร้องไห้ซะทีสิ เพราะว่านายเอาแต่ร้องไห้ แล้วจะให้ฉันนอนดูเฉยๆได้ยังไงกันล่ะ” คิบอมตอบกลับด้วยน้ำเสียงดุน้อยๆ ฮีซอลหน้าจ๋อยสนิท เพราะว่าสิ่งที่คิบอมพูดนั้นมันเป็นความจริง

 

“ฉันไม่ได้อยากร้องไห้ซักหน่อย น้ำตามันไหลออกมาเอง ใครจะอยากร้องไห้ล่ะ” ฮีซอลพูดไปก็ป้ายน้ำตาไป คิบอมอ่อนใจไม่รู้ว่าจะช่วยยังไงดี ก็ได้แค่ปลอบใจฮีซอลให้ใจเย็นๆ กับรอให้ชีวอนรีบๆเคลียร์เรื่องต่างๆให้มันจบลงซะที

 

“ไม่อยากร้องก็ไม่ต้องร้องสิ ร้องไห้จนน้ำตาแทบไม่มีแล้วมั้ง รู้รึเปล่าว่าใครต่อใครเค้าพากันเป็นห่วงนายไปหมด” คิบอมหย่อนตัวนั่งลงข้างๆฮีซอล มือหนายกขึ้นโอบไหล่บางเอาไว้ แล้วเอี้ยวตัวเช็ดน้ำตาให้กับฮีซอลอย่างอ่อนโยน ความใจดีของคิบอมกับท่าทางห่วงใยนั้น ยิ่งทำให้ฮีซองร้องไห้หนักเข้าไปอีก เพราะว่าฮีซอลยิ่งคิดถึงชีวอนเข้าไปอีก อยากให้เป็นชีวอนที่มาดูแลเอาใจใส่ตนเองแบบนี้

 

“ไม่อยากร้อง...ไม่อยากร้องจริงๆนะ” ฮีซอลกอดคิบอมเอาไว้แล้วร้องไห้ไม่หยุด ความคิดในสมองมันก็ทำงานไม่หยุดหย่อน ได้แต่คิดว่าตอนนี้ชีวอนเป็นยังไง ทำอะไร จะได้พักผ่อนบ้างรึเปล่า สมองของฮีซอลคิดถึงแต่เรื่องของชีวอนแทบจะทั้งนั้น

 

“คิดถึงชีวอน...ฉันคิดถึงเค้า อยากให้ทุกอย่างมันกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทั้งๆที่ฉันเป็นคนบอกให้เค้าไปรับผิดชอบกับสิ่งที่เค้าทำ แต่ทำไม....” ฮีซอลกำเสื้อคิบอมแน่น ความอัดอั้นตันใจที่มีอยู่นั้น มันแทบจะทะลักออกมาจากอกตนเองอยู่แล้ว ความคิดถึงที่มีต่อชีวอนก็เช่นกัน คิดถึงมากจนแทบจะเป็นบ้าตาย ไม่ว่าจะลืมตา หรือว่าหลับตาก็ยังคงคิดถึงแต่ชีวอนไม่หยุด

 

“ไม่แปลกหรอกที่จะคิดถึง...แต่อย่าร้องไห้เลยนะฮีซอล เห็นนายเอาแต่ร้องไห้ ข้าวปลาก็แทบจะไม่ได้กิน ฉันกลัวว่านายจะไม่สบายอีก ไหนใครกันนะที่บอกฉันว่าถ้าเป็นเรื่องความรักจะสู้ไม่มีถอย แล้วทำไมถึงได้ยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้นะ” ฮีซอลสะอื้นน้อยๆ แล้วเงยหน้ามองคิบอมด้วยแววตาสับสน

 

“ฉันสู้ไม่ไหวแล้วล่ะคิบอม มันหนักเกินไปที่จะให้ฉันสู้กับเรื่องนี้ นายจะให้ฉันดึงชีวอนเอาไว้ แล้วเด็กที่กำลังจะเกิดมาล่ะ เค้าต้องการความรักจากคนเป็นพ่อนะ...”

 

“แล้วนายคิดว่าพี่ชีวอนเป็นพ่อของเด็กคนนั้นจริงๆน่ะหรอ...นายเชื่อที่ผู้หญิงคนนั้นพูด มากกว่าที่จะเชื่อคำพูดของพี่ชีวอนหรอ...”

 

“แล้วไม่ใช่เพราะคำพูดของชีวอนรึไงที่ทำให้ฉันรู้ความจริงน่ะ ก็เพราะว่าฉันได้ยินจากปากเค้าเองว่าเค้าจะรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น” ฮีซอลเริ่มเสียงแข็งเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดในยามที่ได้ยินในสิ่งที่หลุดออกมาจากปากของชีวอน

 

“แล้วนายได้ยินหรอว่าพี่ชีวอนเค้าพูดว่าเค้าเป็นคนทำผู้หญิงคนนั้นท้อง ได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบเลยรึเปล่า หรือว่าเข้าไปได้ยินแค่บางส่วนเท่านั้น ทันได้ยินจนจบรึเปล่า นายลองคิดทบทวนดูสิ ทบทวนด้วยหัวใจที่สงบ ไม่ใช่ใช้ทิฐิ” คิบอมเตือนสติเพื่อนรัก ฮีซอลเงียบลงและคิดตามในสิ่งที่คิบอมพูด ถึงแม้สิ่งที่คิบอมพูดมันจะเป็นเรื่องจริง แต่ฮีซอลก็ยังคงตั้งอคติในใจ ไม่ยอมที่จะเชื่อง่ายๆ

 

“เอาเถอะฮีซอล แล้วนายก็จะรู้เองว่าอะไรเป็นอะไร แต่ตอนนี้เลิกร้องไห้ กินข้าวกินปลาให้ตรงตามเวลา ก่อนที่โรคกระเพาะมันจะถามหาอีกอย่าง ถ้าไม่ทำเพื่อตนเอง ก็คิดซะว่าทำเพื่อน้านาบี น้านาบีคงไม่สบายใจ ถ้าลูกชายสุดที่รักไม่สบายแบบนี้” คิบอมยกชื่อนาบีขึ้นมาให้ฮีซอลรู้ว่ายังมีอีกคนที่เป็นห่วงและไม่อยากเห็นฮีซอลต้องมาเศร้าแบบนี้ ฮีซอลดูอ่อนลงทันทีที่นึกถึงนาบี

 

เพื่อนรักสองคนกำลังปลอบใจกันอยู่บนเตียงคนไข้ คนนึงก็นั่งก้มหน้านิ่งคิดเรื่องราวต่างๆไปเรื่อย อีกคนก็นั่งมองไปที่ประตูเพราะรู้สึกว่าคนรักของตนเองนั้นหายไปนานกว่าที่ควรจะเป็น ในขณะที่คิบอมกำลังเป็นห่วงดงเฮอยู่นั้น คนน่ารักก็กำลังซุ่มทำการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับชีวอนรับรู้ เพราะว่าชีวอนนั้นขอเอาไว้ว่าให้คอยรายงานเกี่ยวกับอาการของฮีซอลเป็นระยะๆ คนน่ารักก็ช่างแสนดี อยากจะให้ชีวอนกับฮีซอลคืนดีกันเร็วๆ

 

แต่เรื่องที่คนน่ารักนั้นรายงานให้ชีวอนฟัง ดูเหมือนว่าจะยิ่งทำให้ชีวอนร้อนลุ่ม และอยากจะมาหาฮีซอลซะเหลือเกิน

 

“วันนี้ฮีซอลร้องไห้อีกแล้วครับพี่ชีวอน...ร้องไห้แทบจะทั้งวัน ข้าวปลาก็ไม่ยอมกินต้องทำการบังคับกันถึงจะยอมกิน นี่ดีหน่อยที่ตอนกลางคืนยังนอนหลับพักผ่อนบ้าง ไม่อย่างนั้นคงจะแย่แน่ๆ...” ดงเฮแอบมาคุยกับชีวอนที่มุมหนึ่ง มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาตามประสา

 

“ฝากดูแลฮีซอลด้วยนะดงเฮ ตอนค่ำๆถ้าฮีซอลหลับแล้วโทรมาบอกด้วยนะ ฉันจะได้ไปหา” เสียงของชีวอนนั้นเศร้าจนน่าสงสาร มันก็น่าจะเศร้าอยู่หรอก มันทรมานใจนะที่จะมาหาคนรักที่นอนป่วยอยู่นั้น มาได้แค่ช่วงเวลาที่หลับเท่านั้น ไม่สามารถพูดคุยอะไรได้เลย ทำได้เพียงแค่นั่งกุมมือแล้วมองหน้าเท่านั้นเอง

 

“ครับพี่...ผมจะดูแลฮีซอลเอง พี่รีบๆเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นนะครับ ผมสงสารฮีซอล อยากให้ฮีซอลกลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิม” สิ่งที่ดงเฮหวังมันก็เป็นสิ่งที่ชีวอนหวังเช่นกัน ชายหนุ่มอยากจะเห็นรอยยิ้มของคนรักแทบใจจะขาด ไม่อยากเห็นน้ำตาของฮีซอลเลยจริงๆ

 

หลังจากที่วางสายไปแล้ว คนน่ารักก็เดินกลับขึ้นไปที่ห้องของคิบอมทันที กลัวว่าคิบอมจะเป็นห่วงที่ตนเองนั้นหายมาพักใหญ่แบบนี้

 

 

“เค้ากลับมาแล้ว....” คนน่ารักส่งเสียงไปก่อนตัวตามแบบฉบับ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าในห้องนั้นไม่ได้มีแค่คิบอมกับฮีซอล แต่ตอนนี้รู้สึกว่านาบีจะเดินทางกลับมาถึงแล้ว และแน่นอนว่าทันทีที่มาถึงนาบีก็ต้องตรงมาดูอาการของฮีซอลเป็นอันดับแรก

 

“น้านาบี...กลับมาแล้วหรอครับ” คนน่ารักเดินเข้าไปใกล้ๆเตียงของฮีซอล แล้วทำความเคารพนาบีทันที นาบีหันมายิ้มให้กับดงเฮ ใบหน้าของนาบีนยั้นมีร่องรอยแห่งความกังวลใจอยู่มาก เพราะว่านาบีนั้นเป็นห่วงฮีซอลมากนั่นเอง

 

“ขอบใจมากนะจ๊ะหนูด๊อง ที่ช่วยดูแลฮีซอลอย่างดี น้าขอบใจหนูมากๆนะ” นาบีหันมายิ้มให้กับดงเฮ แล้วนั่งลงข้างๆลูกชายตนเอง ฮีซอลเกิดอาการอีกครั้งเมื่อนาบีดึงเข้าไปกอด อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของมารดาช่วยให้ฮีซอลรู้สึกดีขึ้นมามาก อย่างน้อยๆตนเองก็ยังมีแม่ที่รักตนเองมากกว่าสิ่งใดๆในโลกใบนี้

 

“ไม่ร้องนะคนเก่ง คนเก่งของแม่ต้องเข้มแข็งสิจ๊ะ เรื่องแค่นี้ลูกของแม่ต้องผ่านมันไปได้อยู่แล้ว ฮีซอลของแม่น่ะเก่งจะตายไปนี่จ๊ะ” นาบีทำการโอ๋ฮีซอลยกใหญ่ ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากของชีวอนแล้ว เพราะทันทีที่ตนเองกับซึงฮยอนกลับมาถึงเกาหลี ซึงฮยอนที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมดก็เรียกตัวชีวอนมาสอบถามทันที ชีวอนเล่าความจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้กับซึงฮยอนและนาบีรับรู้ และดูเหมือนว่านาบีจะเชื่อในสิ่งที่ชีวอนพูด นาบีมั่นใจว่าตนเองดูชีวอนไม่ผิดแน่ๆ

 

แต่นาบีก็รู้จักนิสัยฮีซอลดีเช่นกัน ถ้าลองฮีชอลปักใจเชื่ออะไรแล้ว มันยากที่จะเปลี่ยนใจฮีซอลจริงๆ นอกจากว่าจะมีอะไรที่มันพิสูจน์ว่าชีวอนนั้นไม่ได้เป็นคนทำสเตลล่าท้อง ฮีซอลถึงจะยอมเชื่อในเรื่องนี้

 

“แต่ว่าแม่ครับ...ผม...ผม” ฮีชอลพูดอะไรไม่ออกจริงๆ มันรู้สึกสับสนไปหมด ทั้งคำพูดของคิบอมที่ดูมั่นใจเหลือเกินว่าชีวอนนั้นไม่ได้ทำสเตลล่าท้อง ทั้งคำพูดของคนรอบข้างที่ดูเหมือนว่าจะเชื่อในตัวชีวอนซะเหลือเกิน ทั้งๆที่ตนเองได้ยินมากับหู แต่ทำไมทุกคนถึงได้เชื่อในตัวชีวอนกันนัก

 

“ฮีซอล...ลูกรู้อะไรมั๊ย บางทีสิ่งที่เราได้ยินมานั้น มันอาจจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆที่มันอาจจะยังไม่จบประโยค แต่สิ่งที่เราได้ยินมามันอาจจะทำให้เราเข้าใจผิด แต่ถ้าเราได้ฟังจนจบเราก็จะได้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ลูกอย่าใช้ทิฐินะ ลองใช้หัวใจคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา ลูกไม่เชื่อมั่นในตัวพี่เค้าเลยหรอจ๊ะ ลูกเองก็น่าจะรู้ดีกว่าใครๆ ว่าพี่เค้ารักลูกมากแค่ไหน” นาบีพยายามกล่อมให้ฮีซอลนั้นสงบลง เพราะตอนนี้ฮีซอลไม่ยอมฟังใครเลย เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินมาเท่านั้น

 

“แต่ว่า...”

 

“แล้วถ้ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดล่ะ ลูกลองคิดดูนะว่าตอนนี้พี่เค้าจะทรมานใจแค่ไหน ที่เห็นลูกเป็นแบบนี้ พี่เค้ารักลูกมาก ตอนที่เค้ารู้ว่าลูกไม่สบาย พี่เค้ายกเลิกงานทั้งหมดเพื่อที่จะกลับมาดูแลลูก ยกเลิกงานโดยที่ไม่สนใจว่าตัวเองจะต้องเดือดร้อนเพราะถูกปรับมากแค่ไหน พี่เค้าห่วงลูกมากนะฮีซอล” นาบีพูดในสิ่งที่ฮีซอลไม่เคยรู้ เรื่องที่ชีวอนเคยยกเลิกงานเพื่อมาดูแลตนเองนั้น ชีวอนขอให้ทุกคนปิดเอาไว้ ไม่อยากให้ฮีซอลรู้ แล้วจะมาโทษตัวเอง

 

“แต่ว่า...”

 

“ไม่แต่แล้วล่ะฮีซอล นอนพักดีกว่านะ แม่อยากให้ลูกหายเร็วๆ ลูกก็รู้ว่าแม่เป็นห่วงลูกมากแค่ไหน แม่มีลูกแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่ว่ายังไงลูกก็สำคัญที่สุดสำหรับแม่ ถ้ารักแม่ก็นอนพักให้มากๆ แล้วหายป่วยเร็วๆ จะได้กลับบ้านเรากันนะ” นาบีดันลูกชายลงนอน แล้วจัดการห่มผ้าให้อย่างเรียบร้อย ในสายตาของคนเป็นแม่ ไม่ว่าลูกจะโตมากแค่ไหน ก็ยังคงเด็กเสมอในสายตาของคนเป็นแม่

 

“กลับบ้านเรานะครับแม่ บ้านของเรา” ฮีซอลกุมมือนาบีเอาไว้แน่น แล้วร้องขอแบบเอาแต่ใจ ลืมนึกไปว่าตอนนี้นาบีนั้นได้แต่งงานกับซึงฮยอนแล้ว และนาบีก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลสามี แต่นาบีก็ยังคงเอาใจฮีซอล ตอนนี้ฮีซอลยังมีทิฐิอยู่มาก จึงไม่คิดอะไรทั้งนั้น อยากจะกลับไปอยู่ที่บ้านตนเองกับนาบีเหมือนแต่ก่อน แต่ถ้าฮีซอลรู้ความจริงแล้ว ซอลก็จะคิดได้เอง

 

“จ๊ะ!! กลับบ้านเรากันนะฮีซอล แม่จะอยู่ข้างลูกเสมอ แม่ไม่มีทางทิ้งลูกไปไหนแน่นอน หลับซะนะลูก” นาบีลูบผมฮีซอลเบาๆอย่างที่ทำเป็นประจำในยามที่ฮีซอลมีเรื่องไม่สบายใจ คิบอมเดินมายืนอยู่ที่ข้างเตียงของฮีซอล โดยมีดงเฮคอยประคองมาไม่ห่าง

 

“นายยังมีฉันอีกคนนะฮีซอล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันยังยืนข้างนายเสมอ” คิบอมเคาะหัวฮีซอลเบาๆ ฮีซอลทำหน้ายุ่งเล็กน้อย

 

“เค้าก็จะอยู่ข้างๆฮีซอล เพราะว่าเค้าต้องอยู่ข้างๆคิบอมอยู่แล้ว ฮีชอลไม่ต้องห่วงนะ เค้าจะคอยดูแลทั้งคิบอม ทั้งฮีซอลเลย” ฮีซอลรู้สึกอิจฉาในความน่ารักและมองโลกในแง่ดีของดงเฮจริงๆ

 

“ขอบใจมากนะ ฉันจะเข้มแข็ง แล้วก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิมเร็วๆ ตอนนี้ฉันของนอนก่อนนะ...แม่กลับไปพักผ่อนดีกว่าครับ แม่คงจะเหนื่อย ทางนี้มีคิบอมกับด๊องอยู่เป็นเพื่อน พรุ่งนี้แม่ค่อยมาก็ได้ครับ” ฮีซอลคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง และไม่อยากให้นาบีต้องมาอดหลับอดนอนเฝ้าตนเองแบบนี้ นาบีเองก็เพิ่งจะกลับมาถึงยังไม่ได้พักผ่อน เป็นห่วงว่านาบีจะไม่สบายไปอีกคน

 

“รอให้ลูกหลับก่อนแล้วแม่ค่อยกลับ แม่จะได้วางใจว่าลูกแม่หลับพักผ่อนจริงๆ” ฮีซอลยิ้มให้นาบีแล้วหลับตาลง นาบีหันมายิ้มให้คิบอมและดงเฮ ดูท่าฮีซอลจะสงบจิตใจได้บ้างแล้ว และหวังว่าฮีซอลจะคิดอะไรได้มากกว่านี้

 

 

 

เมื่อฮีซอลนั้นหลับสนิทแล้ว นาบีก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินมาที่เตียงของคิบอม คิบอมจะยันตัวลุกขึ้นคุยกับนาบี แต่นาบีก็ยกมือห้ามเอาไว้ ไม่อยากให้คิบอมนั้นขยับตัวมากเท่าไหร่นัก นาบีถอนหายใจเล็กน้อย แสดงได้ถึงความกังวลที่มีอยู่

 

“น้าขอบใจเราสองคนมากนะที่ช่วยดูแลฮีซอล แต่อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะรู้มั๊ย โดยเฉพาะเราน่ะเพิ่งจะเกิดอุบัติเหตุมา อย่าขยับตัวมากนัก น้าล่ะตกใจแทบแย่ตอนที่แม่เราโทรมา เกิดเรื่องพร้อมกันทั้งคู่แบบนี้ยิ่งทำให้ตกใจเข้าไปใหญ่ อยากจะกลับมาดูอาการว่าปลอดภัยกันดีรึเปล่า” นาบีพูดคุยกับคิบอมด้วยความห่วงใย

 

“ขอบคุณมากครับ แต่ตอนนี้ผมอาการดีขึ้นมากแล้ว น้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ อีกไม่กี่วันก็กลับบ้านได้แล้วล่ะครับ” คิบอมมองไปทางฮีชอล อยากจะบอกนาบีเหลือเกินว่าคนที่น่าเป็นห่วงคือคนที่นอนอยู่ทางเตียงนั้นมากกว่า วันๆเอาแต่ร้องไห้คิดถึงชีวอน แต่ก็เจ้าทิฐิซะเหลือเกิน เลยไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี

 

“เห็นอาการเราสองคนไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ น้าเองก็เบาใจแล้ว ห่วงก็แต่คนที่อยู่ที่บ้านน่ะสิ รายนั้นดูซึมไปเลยทีเดียว ไม่เป็นอันทำการทำงาน ไหนจะมรสุมข่าวที่กำลังเจออยู่ แล้วยังจะมามีเรื่องให้ปวดใจอีก เวลาอย่างนี้ฮีซอลน่าจะอยู่ข้างๆชีวอนมากกว่า คอยเป็นกำลังใจให้กัน แต่ก็นะ...น้าเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี ก็ต้องค่อยๆพูดกันไป” นาบียกข้อมือขึ้นดูเวลา เห็นสมควรว่าตนเองควรจะกลับไปพักผ่อนได้แล้ว อีกอย่างชีวอนจะได้มาดูอาการฮีซอลด้วย

 

“งั้นน้ากลับก่อนดีกว่านะจ๊ะ หนูด๊องดูแลคิบอมดีๆนะลูก แล้วน้าฝากดูแลฮีซอลด้วยนะ เดี๋ยวเช้าๆน้าจะมาใหม่ พักผ่อนบ้างนะจ๊ะ เดี๋ยวไม่ใช่คนป่วยหาย คนเฝ้ากลับมาไม่สบายแทนซะเอง” นาบีลูบผมดงเฮอย่างเอ็นดุ ถูกชะตากับเด็กคนนี้จริงๆ ได้ยินมีโซชมไม่หยุดปากว่าน่ารักอย่างนั้นน่ารักอย่างนี้ นาบีเองก็เห็นด้วยกับมีโซที่ว่าดงเฮน่ารัก ไม่ใช่แค่หน้าตาที่น่ารัก แต่นิสัยของดงเฮก็น่ารักเหมือนกัน

 

“น้านาบีไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลทั้งคิบอม ทั้งฮีซอลให้ดีที่สุดเลยครับ วางใจได้เลยครับน้า” ดงเฮรับปากอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เพราะทั้งคิบอมและฮีซอลเป็นคนสำคัญสำหรับดงเฮทั้งคู่ ทำไมคนน่ารักจะดูแลให้ไม่ได้

 

 

 

นาบีกลับไปแล้ว ในตอนนี้เหลือเพียงแค่สามคนเท่านั้นที่อยู่ในห้อง วันนี้คังอินกับอีทึกต่างทำงานดึกทั้งคู่ ดงเฮจึงอาสาที่จะเฝ้าดูแลคิบอมกับฮีซอลเอง ตอนนี้ฮีซอลก็หลับไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ฮีซอลกินเข้าไป

 

“คิบอม...ปวดตัวอยู่รึเปล่า ค่อยยังชั่วขึ้นบ้างมั๊ย” ดงเฮค่อยๆเช็ดหน้าให้คิบอม ช่วยให้ชายหนุ่มรู้สึกสดชื่น เพราะไม่อยากให้คิบอมนั้นขยับตัวมาก หรือว่าเคลื่อนย้ายร่างกายไปไหน กลัวว่าจะกระเทือนกับอาการบาดเจ็บเข้า

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากนี่นา ด๊องไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันต่างหากที่กำลังเป็นห่วงด๊อง อดหลับอดนอนมาดูแลฉันแบบนี้ ขอบใจมากนะ” มือหนากุมมือบางขึ้นมาแล้วจุมพิตมันเบาๆ คนน่ารักหน้าแดงแจ๋ไปจนถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะตอนนี้

 

“คิบอมก็...พูดอะไรก็ไม่รู้ ถ้าเค้าไม่มาดูแลคิบอมนี่สิแปลก ก็คิบอมเป็นคนสำคัญของเค้า เป็นคนที่เค้ารักมากที่สุด เวลาที่คนสำคัญของเราต้องเจอกับเรื่องแย่ๆแบบนี้ คนรักกันก็ต้องอยู่ดูแล เป็นกำลังใจให้กันและกัน คอยดูแลในยามที่เจ็บทุกข์ได้ยาก มันเป็นหน้าที่ที่คนรักกันควรจะปฏิบัติต่อกันนี่นา” คนน่ารักยิ้มแป้น จัดการเช็ดตัวให้คิบอมอย่างเบามือ ยิ่งบริเวณที่เป็นรอยฟกช้ำ ดงเฮจะยิ่งเบามือเป็นพิเศษ

 

“งั้นหน้าที่ของคนน่ารักนี่มีอะไรบ้างนะ” คิบอมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้นอนได้ถนัด ดงเฮรีบถลาเข้ามาช่วยคิบอมทันที ชายหนุ่มรู้ว่าคนน่ารักนั้นเป็นห่วงตนเองมาก แต่มันก็ออกจะมากไปนิด อยากให้ดงเฮนั้นห่วงตัวเองให้มากกว่าที่จะมาห่วงตนเองแบบนี้

 

“หน้าที่ของคนน่ารักน่ะหรอ...ก็ทำตัวน่ารักๆกับคิบอม คอยดูแลคิบอม เอาใจใส่คิบอม แล้วก็...” ร่างบางก้มลงไปแนบชิด คลี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะประกบจูบลงไปที่ริมฝีปากหนาชนิดที่ว่าคิบอมนั้นตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว ก็คนน่ารักเล่นจู่โจมแบบไม่ทันให้ตั้งตัวแบบนี้

 

“ต้องรู้หน้าที่ของตัวเองว่าควรจะทำอะไรบ้าง...ใช่มั๊ยล่ะคิบอม” ดงเฮแทบจะปีนขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกับคิบอมอยู่แล้ว แต่ก็ติดตรงที่เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้น ดูจากเวลาแล้วคนที่จะมาในเวลานี้คงไม่มีใครนอกจากชีวอนเท่านั้น

 

ชีวอนเปิดประตูเข้ามาในห้อง ทุกครั้งที่ชีวอนนั้นมาหาฮีซอล จะต้องมีช่อดอกไม้แสนสวยมาด้วยทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นสีหน้าดีใจยามที่ร่างบางนั้นเห็นดอกไม้เหล่านี้ แต่ตนเองก็อยากให้ฮีซอลได้เห็นอะไรที่มันดูสดชื่นสบายตาบ้าง ชายหนุ่มทำเพียงส่งยิ้มให้กับคิบอมและดงเฮเท่านั้น คนน่ารักเดินมาดึงฉากกั้นระหว่างเตียงทั้งสองอย่างรู้หน้าที่ รู้ดีว่าชีวอนคงอยากจะอยู่กับฮีซอลตามลำพัง

 

“เค้าว่าเราน่ะนอนพักผ่อนได้แล้วล่ะ เค้าเองก็ง่วงจะแย่แล้ว อยากจะนอนกอดคิบอมจังเลย นอนที่โซฟาแล้วมันหนาวแถมยังปวดตัว...หวา!! ทำอะไรน่ะคิบอม” คนน่ารักร้องด้วยความตกใจ ที่คิบอมนั้นออกแรงดึงตนเองขึ้นมาบนเตียงแบบนี้

 

“ก็วันนี้ฉันอยากนอนกอดสุดที่รักของฉันนี่นา นอนกอดกันอุ่นดีออก นอนได้แล้วครับคนเก่ง” ชายหนุ่มจุมพิตที่หน้าผากมนเบาๆ แล้วหลับตาลงด้วยหัวใจที่อบอุ่น คนน่ารักซุกกายเข้าหาไออุ่น ไม่ได้นอนกอดคิบอมมาหลายวันแล้ว จึงไม่ปฏิเสธเมื่อคิบอมนั้นเสนอมาแล้ว ถ้าไม่สนองก็ไม่ใช่ ลี ดงเฮน่ะสิ

 

 

ชีวอนวางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะข้างๆเตียงนอนของฮีซอล แล้วลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆคนรัก มือหนาค่อยๆกุมมือบางขึ้นมาอย่างแผ่วเบา กลัวว่าจะไปรบกวนการนอนของคนป่วย แต่ชีวอนก็รู้นิสัยของฮีซอลดี ลองถ้าหลับสนิทแล้ว ก็ยากที่จะตื่นขึ้นมาง่ายๆ ตอนเช้าต้องปลุกกันอยู่นานสองนาน จนบางวันหาเศษหาเลยหับร่างบางได้เยอะพอสมควร กว่าที่ร่างบางจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

 

พอนึกถึงภาพที่ฮีซอลตื่นขึ้นมาโวยวายก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ คนช่างโวยชอบหยิบเอาหมอนมาปาใส่ตนเองทุกครั้งที่รู้ว่าตัวเองถูกลวนลาม ชีวอนเคยถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่าถ้าซักวันไม่มีฮีซอลอยู่เคียงข้าง ตนเองจะรู้สึกยังไง แล้ววันนี้ชีวอนก็รู้แล้วว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นมันทรมานมากแค่ไหน

 

“นายได้กินอะไรบ้างมั๊ย อย่าทำให้ฉันเป็นห่วงมากกว่านี้ได้รึเปล่า แค่นี้ฉันก็ทรมานใจจะตายอยู่แล้วนะฮีซอล กินข้าวกินปลาบ้าง นายผอมลงไปเยอะเลยนะรู้มั๊ย อย่างนี้ถ้าฉันกอดนายแรงๆ กระดูกจะหักมั๊ยเนี่ย” นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมนุ่มอย่างอ่อนโยน ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนแผ่วเบา แล้วค่อยๆไล้ริมฝีปากลงมาที่จมูกรั้น หยุดนิ่งอยู่ที่กลีบปากอวบอิ่มเนิ่นนานด้วยความคิดถึง

 

“รอก่อนนะฮีซอล แล้วฉันจะพิสูจน์ให้นายรู้ ว่าฉันไม่ได้เป็นอย่างที่นายเข้าใจ ฉันไม่ได้นอกกายไม่เคยคิดจะนอกใจนายเลยซักนิดเดียว นายมีค่ากับฉันมาก มากกว่าใครในโลกใบนี้ แค่เห็นน้ำตาของนายฉันก็เจ็บจะแย่อยู่แล้วนะ” ชายหนุ่มจ้องมองดูใบหน้าหวานที่กำลังหลับสนิท จ้องมองอยู่เนิ่นนานอย่างไม่รู้เบื่อ อยากจะรั้งร่างบางเข้ามากอดให้หายคิดถึง

 

“สุดที่รักของฉัน...ฉันรักนายนะ” ชีวอนก้มลงจุมพิตร่างบางอีกครั้งเป็นการสั่งลา ชายหนุ่มไม่ได้มองดูเวลาเลยว่าตนเองนั่งจ้องมองร่างบางมากี่ชั่วโมงแล้ว มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ฮีซอลเริ่มขยับตัวแล้ว นั่นเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่ตนเองต้องไป ก่อนที่ฮีซอลจะตื่นขึ้นมา

 

ชีวอนค่อยๆวางมือฮีซอลลงบนเตียงนอน ชายหนุ่มกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง แต่รู้สึกได้ถึงแรงดึงจากคนที่นอนอยู่บนเตียงนอน พอหันกลับมาก็เห็นร่างบางกำลังจ้องมองมาที่ตนเอง ดวงตาคู่สวยนั่นเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา

 

“ชีวอน...” ร่างบางเอ่ยเรียกเสียงสั่น ไม่สามารถมองหน้าชายหนุ่มได้ชัดเจนเท่าไหร่นัก เพราะน้ำตามันเอ่อนองไปหมด ชีวอนไม่ชอบเห็นน้ำตาของฮีซอลเลยจริงๆ ชายหนุ่มหันกลับมาแล้วก้มลงเช็ดน้ำตาให้กับฮีซอลอย่างอ่อนโยน แต่มันยิ่งทำให้ฮีซอลร้องไห้หนักเข้าไปอีก

 

“ฉันคิดถึงนาย...คิดถึงมาก..” ร่างบางโผเข้ากอดชีวอนแนบแน่น หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของทุกคนแล้วเก็บเอามาคิด ร่างบางก็คิดอะไรได้มาก และรู้ว่าชีวอนเองก็คงจะเจ็บปวดและทรมานไม่ต่างจากตนเองเลย

 

“ฉันก็คิดถึงนายนะฮีซอล คิดถึงมาก” ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยกับปฏิกิริยาตอบรับที่ดีขึ้นของฮีซอล ร่างบางไม่ได้โวยวายเหมือนอย่างที่คิด กลับกอดตนเองเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง

 

“ฉันขอโทษ ...ขอโทษที่ทำตัวไม่น่ารัก ไม่เชื่อใจนาย ขอโทษที่ทำตัวแบบนี้ ขอโทษ...” ชายหนุ่มก้มลงปิดคำพูดขอโทษของร่างบางทันที ไม่อยากให้ฮีซอลรู้สึกผิดมากไปกว่านี้ แค่นี้หัวใจทั้งสองดวงก็ย่ำแย่มากพอแล้ว ไม่อยากที่จะบั่นทอนจิตใจกันมากไปกว่านี้ มือบางที่กำเสื้อของชายหนุ่มแน่น แปรเปลี่ยนมาโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แทน ชีวอนกอดคนรักเอาไว้ไม่ห่าง มอบรสจูบแสนหวานที่โหยหาเนิ่นนาน

 

“เลิกร้องไห้ได้แล้วคนเก่ง...ร้องไห้มากๆตาบวมหมดแล้วนะ” นิ้วเรียวเกลี่ยหยาดน้ำตาให้กับคนรักอย่างอ่อนโยน ฮีซอลกัดปากน้อยๆ รู้สึกผิดมากเมื่อเห็นท่าทางที่แสนจะอิดโรยของชีวอน นั่นเป็นหลักฐานว่าชีวอนเองก็ทุกข์ใจไม่ต่างจากตนเองเลย

 

“ฉันทำตัวแย่ๆใส่นาย ทั้งๆที่ฉันเองก็เจ็บแต่ฉันก็ยังผลักไสนายออกไป ฉันทรมานใจที่ต้องทำแบบนั้น แต่ฉันก็ต้องทำทั้งๆที่ไม่อยากจะทำเลย...” ชีวอนส่ายหน้าน้อยๆอย่างไม่คิดอะไรมากนัก ปลอบร่างบางให้สงบลง ไม่อยากให้ฮีซอลร้องไห้ไปมากกว่านี้ เพราะจากที่ฟังดงเฮเล่านั้น วันๆนึงฮีซอลใช้เวลาในการร้องไห้มากเกินกว่าครึ่งด้วยซ้ำ

 

“ร้องไห้มากๆแบบนี้ไม่เหนื่อยรึไงกัน เอาเวลร้องไห้ไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั๊ยฮีซอล...” ชายหนุ่มแกล้งจ้องมองร่างบางด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ฮีซอลก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด ร้องไห้จนชีวอนอ่อนใจไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีแล้ว

 

“ถ้าไม่หยุดร้องไห้ ฉันจะจับนายกดมันตรงนี้เลยนะ” ชีวอนตั้งท่าจะกดร่างบางลงบนเตียงนอน คนที่เอาแต่ร้องไห้เงียบกริบทันที ฮีซอลหันมามองค้อนคนรักที่วันๆก็คิดแต่เรื่องแบบนี้ ชีวอนรู้สึกว่าบรรยากาศเดิมๆเริ่มหวนกลับคืนมาอีกครั้ง

 

“ทำไมต้องหื่นใส่ฉันอยู่เรื่อย นี่ฉันกำลังไม่สบายอยู่นะ แล้วฉันก็กำลังเครียดอยู่ด้วย” ฮีซอลทุบอกแกร่งเบาๆด้วยความอัดอั้น ชีวอนรวบมือบางเอาไว้ ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงแล้วดึงร่างบางเข้ามากอดแนบแน่น จับมือบางเอาไว้ไม่ยอมให้ร่างบางนั้นประทุษร้ายตนเองได้อีก

 

“คนที่น่าจะเครียดควรจะเป็นฉันมากกว่านะ ถูกคนรักทิ้งไปแบบนี้ มันเศร้านะรู้มั๊ย” ชายหนุ่มเนียนกอดร่างบางเอาไว้แนบแน่น แล้วซุกหน้าลงบนซอกคอของคนรัก กลิ่นกายหอมหวานที่แสนจะคิดถึงและถวิลหา ในยามนี้มีโอกาสได้กลับมาสัมผัสร่างบางได้อีกครั้ง ก็คงยากที่จะหักห้ามใจตนเอง

 

“พูดแบบนี้ฉันยิ่งเครียดนะ...” ฮีซอลหันมามองค้อน ชายหนุ่มอาศัยความไวกว่าจัดการดันร่างบางลงบนเตียงนอน แล้วคร่อมทับร่างบางทันที ฮีซอลตั้งท่าจะด่า แต่นึกได้ว่าคิบอมกับดงเฮนั้นอยู่ที่เตียงข้างๆ ถ้าเกิดเสียงดังแล้วสองคนนั้นมาเห็นเข้า มีหวังได้ถูกล้อตายแน่ๆ

 

“ถ้ายังพูดแบบนี้อยู่อีก ฉันเอาจริงนะ” ฮีซอลมองดูสายตาและท่าทางของชีวอนนั้น ก็รู้ว่าชายหนุ่มเอาจริงแน่ๆ ก็ไอ้สายตาที่เหมือนว่าจะกลืนกิน กับท่าทางที่บ่งบอกให้รู้ว่าอดอยากปากแห้งมานานของชายหนุ่มนั้น มันฟ้องให้รู้ว่าชายหนุ่มนั้นต้องการมากแค่ไหน แต่ตนเองคงไม่สามารถตามใจชายหนุ่มได้แน่ๆ

 

“ฉันล้อเล่นน่า...ใครจะไปทำอะไรคนไม่สบายได้ลงคอกันล่ะ” ชีวอนทิ้งตัวลงนอนข้างๆคนรัก เตียงเล็กๆที่ใช้สำหรับคนเพียงคนเดียว ในยามนี้คนสองคนต้องนอนตะแครงหันหน้าเข้าหากัน ร่างบางซุกหน้าลงบนอกแกร่ง ชีวอนยิ้มออกมาจากหัวใจ รอยยิ้มที่เหมือนจะเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้นมา

 

“วันนั้นที่นายขึ้นไปบนห้อง แล้วนายได้ยินที่ฉันพูด นายอาจจะได้ยินไม่ทันจบจนเข้าใจผิด...” ฮีซอลยกมือขึ้นปิดปากชีวอนเอาไว้ ยิ่งชีวอนพูดเรื่องนี้ขึ้นมา มันก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ฮีซอลรู้สึกผิดมากเข้าไปอีก ที่ไม่เชื่อใจคนรักแบบนี้

 

“อย่าพูดถึงมันอีกเลย แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดมากแล้ว เพราะว่าฉันไม่ยอมเชื่อใจนาย ไม่ไว้ใจนาย เรื่องมันถึงได้วุ่นวายมามากขนาดนี้ ทั้งๆที่ฉันน่าจะรู้จักนายดีกว่าใครๆ แต่ฉันก็ทำให้เรื่องราวมันแย่มากไปกว่าเดิม” น้ำเสียงของฮีซอลดูหงอยๆ ชีวอนไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากนัก แค่ร่างบางหายโกรธและเข้าใจตนเองก็เกินพอแล้ว

 

“เพราะว่ายัยนั่นมาพูดกับฉันเรื่องเด็กในท้อง กับเรื่องที่นายกับยัยนั่น...มีอะไรกัน”

 

“สเตลล่ามาหานายอย่างนั้นหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงไม่บอกฉันล่ะ” ชีวอนรู้แล้วว่าทำไมฮีซอลถึงได้คิดมากแบบนั้น เพราะว่าสเตลล่ามาทำการจุดชนวนเอาไว้นี่เอง

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นจะพูดอะไรกับนาย แต่ตอนที่ไปญี่ปุ่น หรือไม่ว่าจะที่ไหน ฉันก็ไม่เคยนอนห้องเดียวกับสเตลล่า และไม่เคยมีอะไรกัน เพราะฉะนั้นฉันไม่มีทางเป็นพ่อของเด็กแน่ๆ” ชีวอนยืนยันหนักแน่น ฮีซอลพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ น่าแปลกที่พอเรายกเอาทิฐิและอคติออกไปจากใจแล้ว เราจะมองเห็นความเป็นจริงได้อย่างง่ายดาย

 

“ทีอย่างนี้ละเชื่อง่ายจริง ทีตอนนั้นอธิบายเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง” อดที่จะต่อว่าคนรักไม่ได้ ทำเอาเรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด

 

“เอ๊ะ!!!” ฮีซอลร้องเสียงดังด้วยอารมณืที่ค่อนข้างขุ่นเคืองใจ ชีวอนรีบกระโดดลงจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงมายังเตียงของตนเอง คนน่ารักหน้าตื่นเข้ามาทันที ยิ่งเห็นว่าฮีซอลกำลังตื่นอยู่ และชีวอนก็อยู่ข้างๆ ทำเอาดงเฮพูดอะไรไม่ออก เพราะกลัวว่าฮีซอลจะอาละวาดอะไรขึ้นมาอีก

 

“ผมว่าพี่กลับก่อนดีกว่านะครับ นี่ก็ใกล้จะเช้าแล้วด้วย พี่กลับไปพักผ่อนก่อนนะครับ” ดงเฮพูดตัดบทมองชีวอนที มองฮีซอลที สองคนนี้เอาแต่จ้องตากัน ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น ไอ้ที่จ้องตากันนี่กำลังส่งสายตาแห่งความรักให้กันอยู่ แต่คนที่กำลังระแวงอย่างดงเฮนยนั้น กลับมองมันว่าเป็นสายตาที่ชิงชังซะมากกว่า

 

“งั้นฉันกลับก่อนนะ...ตอน10โมงอย่าลืมเปิดช่อง 102 YChannel นะ ทุกอย่างจะได้กระจ่างกันซะที” ชีวอนพูดทิ้งท้ายเอาไว้ แล้วหันไปทำปากจุ๊บๆใส่สุดที่รักโดยที่ดงเฮไม่ทันได้เห็น คนน่ารักดันหันมาเห็นฮีซอลชูกำปั้นใส่ชีวอนซะงั้น ทำเอาดงเฮแทบจะดันชีวอนออกไปจากห้องเดี๋ยวนั้นเลยจริงๆ

 

คนน่ารักก็ได้แต่ตะโกนในใจ ว่าเมื่อไหร่คู่นี้จะกลับมาเหมือนเดิมซะที เพราะตนเองไม่ค่อยชอบบรรยากาศที่มันแสนจะกดดันแบบนี้เลย

 

เค้าอยากจะบ้าตาย!!!

 

++++++++++100%++++++++++

PS…กำลังจะตายเพราะไข้หวัดใหญ่เล่นงานTT

อย่างที่รู้กันว่าเกรทเป็นคนที่ไม่สบายบ่อยมาก เพราะภูมิคุ้มกันย่ำแย่มากๆ ตอนนี้เป็นไข้หวัดใหญ่ค่ะ ไข้สูงมาก ปวดหัว ปวดตา อยากจะอาเจียน แต่มาอัพฟิคกันก่อน ครั้งนี้มา 100% เลยแล้วกันนะคะ ก่อนที่จะนอนพักซักหน่อย

ว่าด้วยเรื่องฟิค ตอนนี้ฟิคพิมพ์เสร็จแล้วค่ะ รอทางโรงพิมพ์ส่งมาให้ คาดว่าน่าจะมาถึงบ้านเกรทภายในสัปดาห์หน้า ในระหว่างรอฟิคเกรทก็นั่งคิดว่าจะทำอะไรเพื่อเป็นของที่ระลึก(แทนทั้งคำขอบคุณและคำขอโทษที่ทำให้รอกันนานแบบนี้) เกรทเลยสั่งทำสมุดโน้ตเพื่อมอบให้กับคนที่สั่งหนังสือทุกคน เกรทขอให้หนึ่งเล่มต่อหนึ่งกล่องนะคะ เพราะว่าต้นทุนมันค่อนข้างจะสูงเหมือนกันTT  เจอกันตอนหน้านะคะ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

41,860 ความคิดเห็น

  1. #41767 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 20:15
    ฉลองค่ะฉลอง
    #41767
    0
  2. #41694 MayChuly (@mary13) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 14:07
    ด๊องเอ๊ยยย คู่นี้เค้าดีกันแล้วนะ อย่าเพิ่งคิดเองเออเองซิ^^
    #41694
    0
  3. #41524 bullfrog (@watauy) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2555 / 12:49
    เฮ้อดีกันสะทีด๊องยังน่ารักไม่เปลี่ยนเลย
    #41524
    0
  4. #41332 Popo~ (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 20:40
    ด็องเขาดีกันแล้ว

    วอนซินดีกันแล้วเย้ๆๆๆ

    ติดตามต่อไปคะ
    #41332
    0
  5. #41212 Moo_k (@mysomook) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 20:11
    เข้าใจกันสักทีเน้อ
    #41212
    0
  6. #41163 `(ค)ยูเกรียน (@fafah249) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2555 / 21:10
    วอนซินสู้ๆๆๆๆ
    #41163
    0
  7. #40760 SUJU (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 22:20
    เข้าใจกันก้อดีแล้ว ^^
    #40760
    0
  8. #40697 ao290 (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 01:28
    ดีองเค้าเข้าใจกันแล้วนะ

    ไม่ต้องห่วง ไปนอนกอดบอมเถอะ
    #40697
    0
  9. #40593 junniizie (@j-u-n-n-i-e) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 22:52
     หนูด๊องเข้าใจผิดน่ะ
    เค้าออกจะหวานชื่น
    #40593
    0
  10. #40337 GEJA~SUJU (@geja-girl) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:38
    ด๊องช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #40337
    0
  11. #39741 Mr.lonely (@junezaa-lovelove) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 00:58
    ในที่สุดก็ดีกัน
    #39741
    0
  12. #39712 ª . D e l' a i r (@peskipikiiz) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 19:39
    หวานซึ้ง
    #39712
    0
  13. #39573 aimmir (@aimmymir) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 11:06
    ดีกันแล้วใช่มั้ยอะ
    #39573
    0
  14. #39431 kyumin_only137 (@ckkclub) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 03:17
    ดีใจจนน้ำตาไหลเลย 
    #39431
    0
  15. #38967 OoMy (@oomnello) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2554 / 20:23
     ด๊องยังพอรู้นะ
    แต่คนที่นอนอยู่อีกเตียงนี่สิ - -
    #38967
    0
  16. #38958 only 13 (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2554 / 15:18
    อ่า

    ดีใจสุดๆ วอนซินกลับมาคืนดีกันอีกครั้งแล้ว

    ที่วอนให้เปิดทีวีดูเนี้ย จะแถลงข่าวบอกความจริงให้กระจ่างใช่มั้ย เอาเลยๆๆๆๆ
    #38958
    0
  17. #38622 My main is hee (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2554 / 21:29
    ด๊องเอ๊ยยยยยยยยยยย ไม่รู้อะไรเลยนะเรา
    #38622
    0
  18. #38505 gonjung (@gonjung) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 / 21:59
    เฮ้ออออออออออในที่สุดวอนซินก็ปรับความเข้าใจกันได้

    แต่หมวยไม่น่ามาขัดเลยเค้ากำลังสวีทกันอยู่เชียว
    #38505
    0
  19. #38373 `PRAEWiize | AJ (@praewiize-ea) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 28 เมษายน 2554 / 19:55
    ด๊อง -*-
    #38373
    0
  20. #38053 pa-ma (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 11 เมษายน 2554 / 01:37
    หมวยเอ๊ย ย !!
    #38053
    0
  21. #37795 oummy-boice (@oummy-boice) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 14:22

    ด๊องนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว  เค้าคืนดีกันแล้วจ้า 55

    #37795
    0
  22. #37584 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 28 มีนาคม 2554 / 11:16
    คืนดีกันแล้ว แต่หมวยก็ยังเข้าใจผิดเหมือนเดิม- -
    #37584
    0
  23. #37372 E.L.F.ผู้รักซูจู (@elflovesj) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 13:03
    คืนดีกันซะทีนะ
    #37372
    0
  24. #37265 kung (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 13 มีนาคม 2554 / 01:28
    คืนดีกันแล้ว กลับมาหวานปนหื่นกันเหมือนเดิมซะที



    หมวย คู่นี้เค้าดีกันแล้วนะ
    #37265
    0
  25. #37223 Uri (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 17:38
    แบบนี้แหละที่รอมาแสนนาน น !

    เข้าใจกันสักที เฮ้อๆ ~

    55555



    ด๊องนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเอาซะเลย ย

    55555

    เค้าดีกันแล้วน่า
    #37223
    0