Cherry Blossoms Heart รักนี้หัวใจซากุระ

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 บริษัทโยชิคาวะ & อุเอดะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มี.ค. 52

บทที่ 4 บริษัทโยชิคาวะ & อุเอดะ

อิชิโร่เดินออกจากลิฟท์แล้วเลี้ยวซ้ายตามคำแนะนำของพนักงานหญิง เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนสีขาวดังกึกก้องอยู่ในตัวของตึก จนกระทั่งเขาเดินมาจนสุดทาง จึงได้ตัดสินใจเคาะประตู

ก๊อก ก๊อก !!

"เข้ามาได้" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เขาจึงเปิดประตูเข้าไปตามคำเชื้อเชิญของเจ้าของห้อง "อ้าว เข้ามาๆ สิ" ชายร่างใหญ่รีบลุกออกจากเก้าอี้ทำงานเดินตรงมาเข้ามาหาอิชิโร่ แล้วตบไหล่เบาๆ อย่างเป็นกันเอง "ไม่ได้เจอกันซะนาน โตเป็นหนุ่มแล้วนะเรา"    

"สวัสดีครับท่าน" อิชิโร่โค้งตัวทำความเคารพหุ้นส่วนของเขา

โยชิคาวะ ซาโตชิ เคยเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อและแม่ของอิชิโร่ และช่วยกันรวมเงินก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องสำอางยี่ห้อ Teen Care นี้ขึ้นมาในนามของบริษัท โยชิคาวะ & อุเอดะ จากกิจการเล็กๆ กลายเป็นกิจการใหญ่ เพราะได้รับผลตอบรับจากท้องตลาดเป็นอย่างดี จึงเป็นสาเหตุให้กิจการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก และนี่ก็คืออีกหนึ่งภาระหน้าที่ที่อิชิโร่จะต้องรับผิดชอบ คือการดูแลบริษัทร่วมกับซาโตชิ แทนพ่อและแม่ผู้ไม่มีวันหวนกลับมา

"เรียกลุงว่าลุงซาโตชิก็พอ คนกันเองทั้งนั้น" เขายิ้มให้อิชิโร่อย่างเอ็นดู "เก่งเหมือนพ่อเลยนะเรา ได้ข่าวว่าจบมหาวิทยาลัยมาเมื่อเร็วๆ นี้นี่" เขาทักขึ้น

"ครับลุงซาโตชิ" อิชิโร่ตอบ

"นั่งก่อนสิ" ซาโตชิชี้ไปยังเก้าอี้รับแขก "แล้วตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ลุงแก่แล้วความจำไม่ค่อยดี" เขาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ของตน อิชิโร่นั่งลงตรงกันข้ามกับเขา

"ผมอายุ 17 ปี แล้วครับ" อิชิโร่ตอบกลับอย่างสุภาพ

"โอ๊ะ โอ๊ะ แล้วไปไงมาไงถึงคว้าปริญญามาได้ ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ได้ละนี่" ซาโตชิหัวเราะเสียงดัง  "ลูกสาวลุงยังเกเรียนอยู่เรื่อยๆ อายุก็ไม่ต่างจากเราไปสักเท่าไหร่ แต่หัวคิดมันไม่ค่อยจะมี" โยชิคาวะแฉลูกสาวของตนอย่างเปิดเผย

"ผมเรียนแบบรวบรัดน่ะครับ อ่านหนังสือเอาเองแล้วไปสอบเทียบเท่า เอาวุฒิมัธยมปลายมาได้เร็วกว่าคนอื่นๆ จึงสามารถเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยได้เร็วกว่ากำหนด" อิชิโร่อธิบายอย่างเป็นผู้ใหญ่

"ลุงละนับถือนายจริงๆ อิชิโร่" เสียงของซาโตชิอ่อนลง "มีมานะไม่ต่างจากพ่อและแม่จริงๆ" ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด อิชิโร่รู้สึกเจ็บแปล๊บเสียใจที่แม่และพ่อของเขาไม่ได้มายืนอยู่ข้างๆ เขา และไม่ได้มาชื่นชมเขาอย่างที่ลุงซาโตชิชมในตอนนี้ "เอาเถอะ เรามาเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่า" ซาโตชิ ตบบ่าอิชิโร่เบาๆ "ที่ต้องเรียกมาวันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ลุงอยากจะพานายมาทำความรู้จักกับพนักงานและแผนกต่างๆ ของสำนักงานของลุง เอ้อ ไม่ใช่สิ ตอนนี้ลุงได้นายมาช่วยผ่อนแรงแล้ว มันเป็นของนายด้วย" อิชิโร่ยิ้มน้อยๆ กับภาระอันยิ่งใหญ่เกินวัยอันควร

ซาโตชิเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์

"สวัสดีอุซางิ ถ้าหากมีคนโทรเข้ามา ให้บอกว่าฉันกำลังให้ข้อมูลและพาประธานคนใหม่ไปทัศนศึกษาตึก โยชิคาวะ & อุเอดะ อยู่นะ" เขาวางโทรศัพท์กลับตามเดิมเมื่อคุยเสร็จ "เราไปกันเถอะ" โยชิคาวะเดินนำทางอิชิโร่ไป เด็กหนุ่มเดินตามเขาไปราวกับลูกตามพ่อ

"เท่าที่ผมทราบ บริษัทนี้มีอยู่หลายแผนก จนแทบจะจำได้ไม่ครบเลยนี่ครับ" อิชิโร่เอ่ยขึ้น

"ถูกต้องแล้ว ขนาดลุงยังต้องจดใส่กระดาษพกติดตัวไปด้วยทุกครั้ง" ไม่ว่าเปล่าซาโตชิก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วดึงกระดาษสีน้ำตาลอ่อนที่พับยู่ยี่บ่งบอกถึงอายุขัยออกมา "เรามีแผนการขนส่งสินค้าออกต่างประเทศ , และแผนกขนส่งสินค้าภายใน , แผนกการผลิต , แผนกการบัญชี , แผนกติดต่อสื่อสาร , แผนกบริหาร แต่ลุงจะพานายไปทำความรู้จักกับพนักงานบัญชีก่อนเลยดีกว่า เพราะว่าพวกนั้นอยู่ชั้นเดียวกันกับเรา ส่วนเรื่องแผนกอื่นๆ เอาไว้ว่ากันทีหลัง ลุงขอเวลากลับไปคิดก่อน" โยชิคาวะกล่าวกึ่งจริงกึ่งเล่น

"สงสัยคุณลุงคงต้องจดให้ผมบ้างแล้วล่ะครับ" อิชิโร่แซว ซาโตชิหัวเราะก๊าก ขำขันคนอารมณ์ดี

"ดีจริงที่พยุงบริษัทรอดมาจนถึงทุกวันนี้ ชื่อแผนกยังจำได้ไม่หมดเลยด้วยซ้ำ" ซาโตชิพูด แล้วเปิดประตูห้องเดินเข้าไปอย่างถือสิทธิ์

"สวัสดีค่ะท่านประธาน / สวัสดีครับท่าน" เสียงพนักงานร้องทักซาโตชิอย่างเฮฮาเป็นกันเอง

"ลูกเขยหรือค่ะท่าน หล่อจัง" พนักงานหญิงคนหนึ่งทักขึ้น จ้องมองอิชิโร่เป็นมันวาว อิชิโร่เกาหัวแกร๊กๆ

"ก็อยากได้มาเป็นลูกเขยน่ะนะ แต่คงเป็นไปไม่ได้" ซาโตชิหัวเราะหึหึ

"ทำไมหรอคะท่าน" พนักงานคนอื่นๆ ต่างพากันสงสัย

"ก็เขาคือหุ้นส่วนของบริษัทน่ะสิ"

"คุณหนู เอ้ย คุณอุเอดะหรือนี่" พนักงานต่างพากันเบิกตากว้าง ซาโตชิพยักหน้า

"สวัสดีครับทุกคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" อิชิโร่ทักทาย แล้วโค้งตัวทำความเคารพตามมารยาท

"กรี๊ดดด" พนักงานคนหนึ่งร้องขึ้นเพราะหลงเสน่ห์และความเท่ของหนุ่มน้อย ซาโตชิใช้ข้อศอกสะกิดอิชิโร่เบาๆ

"ทำใจหน่อยน่ะ พนักงานกลุ่มนี้ประสาทไม่ค่อยดี" เขากล่าว อิชิโร่จึงหัวเราะ

"ท่านประธานล่ะก็" พนักงานเบ้หน้าใส่

"เอาเป็นว่า ฉันได้พาอิชิโร่มาให้พวกเธอรู้จักกันแล้วน่ะ พรุ่งนี้จะได้ไม่มีปัญหา เพราะพ่อหนุ่มนี่จะเข้ามาร่วมงานกับเราตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และจะกลายมาเป็นประธานบริษัทคนที่สองของเราอีกด้วย"  

"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ/ครับ ท่านประธาน ขอต้อนรับเข้าสู่สำนักงานแห่งนี้ค่ะ/ครับ" พนักงานโค้งตัวเคารพ อิชิโร่จึงทำความเคารพตอบอย่างนอบน้อม

"ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นนะครับ" อิชิโร่กล่าวแล้วโปรยยิ้มหวานๆให้พนักงาน

"น่ากอดชะมัด" พนักงานคนหนึ่งโพล่งออกมา เพื่อนอีกคนจึงบิดหูของคนพูด ที่กล่าวอะไรไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง อิชิโร่มองพวกเธออย่างขำๆ ที่นี่ไม่ได้เครียดอย่างที่เขาคิดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ซาโตชิส่ายหัวไปมา

"นี่แหละแผนกบัญชี" ซาโตชิเอ่ยขึ้น

"พนักงานอารมณ์ดีกันจังเลยนะครับ" อิชิโร่ยิ้มให้โยชิคาวะ

"อืม...พวกนี้มันอารมณ์ดี ผิดกับแผนกการผลิต แผนกนั้นน่ะนะโหดเหี้ยมซะไม่มี" ซาโตชิทำท่าสยอง อิชิโร่มองดูคนแก่ทำท่าอาโนเนะแล้วนึกขำ

"ที่นี่ดูท่าทางจะไม่ค่อยเครียดนะครับ ผมเห็นคุณลุงอารมณ์ดีจัง" อิชิโร่ถาม ซาโตชิหน้าเปลี่ยนสีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ใบหน้าตลกขบขันถูกแทรกขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง

"ไม่หรอก เรามีเรื่องให้เครียดเยอะเลย แต่จะไปนั่งคิดแต่เรื่องนั้นอยู่ งานก็คงจะไม่เดิน" เขาอธิบาย อิชิโร่ฟังคำพูดของเขาแล้วจึงคิดตามไปว่า จริงอย่างที่ซาโตชิพูด "เออ อิชิโร่"

"ครับ" 

"คืนนี้ นายพอจะมีเวลาให้ลุงจนถึงเที่ยงคืนไหม" โยชิคาวะเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ หน้าตานิ่งสงบ อิชิโร่เงียบไปพักหนึ่ง นึกถึงอีกหนึ่งบุคคลที่นอนรออยู่ที่บ้าน เธอจะเป็นอย่างไรบ้างน่ะ "ตกลงหลานพอจะมีเวลาไหม"

"เออ...มีครับ" เขาตอบไปอย่างลำบากใจ แต่ทำยังไงได้ล่ะ ก็ในเมื่อเขามาที่นี่แล้วก็จำเป็นต้องอยู่ต่อไป และอีกอย่างการเป็นผู้นำของคน จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี หากตัวเขา ในฐานะเจ้าของหุ้นส่วนคนสำคัญของบริษัทนึกอยากจะทำอะไรตามใจตนเอง คนอื่นอาจจะทำตามได้

ซาเอะนอนหลับไปจนถึงกลางดึก เธอลืมตาขึ้นมาพบกับความมืดมิด พลางถามตัวเองว่าเธอนอนไปนานขนาดไหน เธอนอนรอจนกว่าสายตาจะปรับความเคยชินกับความมืดได้ แล้วพลิกตัวกลับไปทางด้านขวาเพื่อที่จะเปิดไฟ แต่พอเอื้อมมือไปกลับคว้าโดนหนังสือ ซาเอะยกมันขึ้นมาจ้องมองพยามยามนึกว่าเธอลืมอะไรไปรึเปล่า เธอจำผิดไปรึเปล่าว่าโคมไฟตั้งอยู่ทางด้านขวา เธอหันไปทางซ้ายแล้วเห็นโคมไฟลางๆ เธอเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ แสงไฟทอประกายเจิดจ้าเข้าดวงตา ซาเอะพลิกตัวกลับแล้วใช่ศอกดันตัวขึ้น

ซาเอะจ้องมองตู้เสื้อผ้าอย่างมึนงง หันไปทางซ้าย หันไปทางขวาห้องเธอไม่ใช่ห้องสีชมพูอีกต่อไป แต่เป็นห้องสีฟ้าอ่อนที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีตุ๊กตาหมีน้อยนอนอยู่ข้างๆ เธอหยิบหนังสือขึ้นมาดูอีกครั้ง หน้าปกสลักไว้ว่า กลวิธีบริหารธุรกิจ เธอเปิดเข้าไปมองด้านใน มีตัวหนังสือที่เขียนไว้บนปกรองอย่างสวยงามว่า Ichiro Ueda ซาเอะกระพริบตาปริ๊บๆ อย่างประหลาดใจ ยกมือขึ้นปิดปาก เอื้อมมือไปเปิดดูลิ้นชักหัวเตียง ข้างในไม่มีสิ่งของใดๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นของเธอ เธอจ้องมองรูปผู้หญิงผมสีน้ำตาลอ่อนนัยน์ตาสีเดียวกันกับเด็กผู้ชายผมดำวัย 5 ขวบนัยน์ตาสีน้ำตาลที่จ้องตอบกลับมา รอยยิ้มของเด็กน้อยทำให้เธออยากกอดเขาและหอมสักฟอดใหญ่ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาเคลิบเคลิ้มหลงใหลเจ้าเด็กน้อยในรูป

ซาเอะวางรูปกลับไว้ที่เดิม วิ่งตรงไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดดูข้างใน ชุดสูทสีเทา สีดำ สีขาว แขวนเรียงรายอยู่เต็มตู้อย่างเป็นระเบียบ เธอหมุนตัวกลับอย่างช้าๆ แล้วก็มาหยุดอยู่หน้ากระจกที่ติดอยู่ฝาตู้เสื้อผ้าอย่างประหลาดใจ เสื้อตัวใหญ่โคร่งๆ ยาวลงมาจนถึงครึ่งต้นขา กางเกงขายาวที่มียางผูกเอวกันไม่ให้หลุด

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด" ซาเอะกรี๊ดร้องเสียงหลงอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ยกมือขึ้นมาบังหน้าพร่ำพรรณาว่าสิ่งที่เธอเห็นว่ามันไม่จริง

ปัง !! โครม !!

"คุณหนูซาเอะ" คาซาโตะพังประตูวิ่งเข้ามาหาซาเอะอย่างตกใจ "เกิดอะไรขึ้นครับ" ซาเอะเลื่อนมือลงช้าๆ แล้วจึงกำแขนคาซาโตะไว้แน่น

"ใคร ใคร ใครทำกับซาเอะแบบนี้คะ" เธอเขย่าแขนของคาซาโตะ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า

"ทำอะไรครับคุณหนู" คาซาโตะถามอย่างสงสัยและตกใจ

"ทำไม ซาเอะถึงอยู่ในชุดนี้ ซาเอะจำได้ว่าซาเอะไม่ได้ใส่ชุดนี้ซะหน่อย" เธอโวยวายดึงชายเสื้อขึ้นมามอง

 คุณหนูอิชิโร่เป็นคนเปลี่ยนให้คุณเองครับ" คาซาโตะพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับซาเอะมันไม่ใช่ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 17 ปี เธอยังไม่เคยเผยเรือนร่างตัวเองให้ชายใดได้มอง แต่พอมาอยู่ที่นี่เพียงแค่วันเดียว เขากลับกลายเป็นผู้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ เธอคิดไปต่างๆ นานา ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างเมื่อตอนที่เธอหมดสติไป ความรู้สึกไว้วางใจในตัวอิชิโร่เริ่มจางหายไปในสายตาเธอ เธอรู้สึกไม่ชอบเขาขึ้นมา แม้ว่าจะเป็นผู้อุปการะคุณก็ตาม แต่เขาได้เข้ามาล่วงล้ำสิทธิส่วนบุคคลมากเกินที่เธอจะรับได้

"อิชิคุงอยู่ที่ไหนคะ" เธอถาม ใบหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ วาจาที่กล่าวออกมาฟังดูก้าวร้าวผิดกับซาเอะคนที่คาซาโตะเคยเจอเมื่อตอนเช้า

"คุณหนูอิชิโร่ไปทำงานครับ" คาซาโตะอธิบาย ซาเอะเดินปึงปังลงบันใดตรงไปที่ประตู คาซาโตะจึงวิ่งตามไป

"คุณหนูซาเอะจะไปไหนครับ" คาซาโตะกำข้อมือเธอเอาไว้

"ปล่อยนะคะ ซาเอะจะไปหาตาบ้าโรคจิต" เธอบิดแขนเพื่อที่จะให้หลุดออกจากมือของคาซาโตะ

"แล้วคุณหนูจะไปหาคุณหนูอิชิโร่ที่ไหนครับ รู้หรือว่าที่ทำงานของคุณอิชิโร่อยู่ที่ไหน" คาซาโตะถามขึ้น ซาเอะส่ายหัวไปมา "อีกไม่นานคุณหนูอิชิโร่ก็จะกลับมา คุณหนูซาเอะกลับขึ้นไปนอนดีกว่า" ซาเอะมีทีท่าอ่อนลง เมื่อกี้เธอโกรธมากไปจนไม่ได้คิดว่าจะไปตามเขาได้ยังไง ในเมื่อตัวเธอเองนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาไปทำงานที่ไหน เธอเดินคอตกกลับเข้าบ้านไปนั่งรออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เธอยกเข่าขึ้นมากอดแน่นซบหน้าลงไปบนนั้น นึกเสียใจที่เธอยอมตามมาที่นี่ คาซาโตะเดินตรงเข้าไปในครัว อุ่นข้าวต้มที่เขาทำเอาไว้ให้เธอตั้งแต่เมื่อกลางวัน แต่เธอไม่ยอมฟื้นขึ้นมากิน

"นี่ครับ ทานก่อนเถอะ คุณหนูยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า" คาซาโตะยื่นชามข้าวต้มให้ซาเอะ แต่เธอกลับส่ายหัวไปมาเพราะทานอะไรไม่ลงจริงๆ

ก๊อก !! แก๊ก !!

เสียงฝีเท้าดังมาจากประตูหน้าบ้าน ซาเอะรีบกระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งไปยังต้นเสียง

"อ้าว ซาเอะ" อิชิโร่ทักขึ้นอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถอดรองเท้าและคลี่เน็คไทออก แอบดีใจและแปลกใจเล็กน้อยเพราะคิดว่าซาเอะมารอรับเขาตอนดึก "เธอยังไม่นอนอีกหรอ นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ" อิชิโร่ก้มมองนาฬิกา ซาเอะจ้องหน้าเขาตาเขม็ง ไม่มีแม้แต่คำพูดเดียวที่ปริออกจากปากของเธอ ใบหน้าบึ้งตึงเหมือนหมีขี้โมโห "ทำไมจ้องหน้ากันแบบนั้นล่ะ"

"ซาเอะต่างหากที่ต้องถามอิชิคุงว่าทำอะไรกับซาเอะ" คำพูดของเธอก้าวร้าว จนทำให้อิชิโร่รู้สึกเจ็บอย่างอธิบายไม่ได้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกับความเหน็ดเหนื่อยเปลี่ยนไปเป็นขรึมและจ้องตอบอย่างสงสัย

"ฉันทำอะไรกับเธอ" เขาถามกลับ

"ก็เสื้อผ้านี่ มันมาอยู่บนตัวซาเอะได้ยังไง ก็ในเมื่อก่อนหน้านี้ซาเอะไม่ได้ใส่ชุดนี้นี่คะ" เธออธิบายไปน้ำตาแห่งความเจ็บแค้นก็ไหลพรากออกมา

"ทำไมต้องร้องไห้ด้วยล่ะ" อิชิโร่ถามอย่างไม่เข้าใจ

"ก็แล้วใครล่ะที่ทำให้ซาเอะต้องร้องไห้น่ะ" เธอโวยวาย "ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าทำกับซาเอะแบบนี้ ซาเอะยังไม่เคยเผยกายให้ชายใดได้ชม แล้วอิชิคุงเป็นใคร ถึงได้บังอาจมาเอารัดเอาเปรียบซาเอะตอนที่ซาเอะหมดสติ" ซาเอะคิดเรื่องเสียๆ หายๆ ไปต่างๆ นานา เพราะเธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

อิชิโร่ยิ้มอย่างดีใจที่ได้ยินคำนั้น เขารู้สึกดีใจอย่างแปลกประหลาดที่ได้ยินว่าเธอไม่เคยเผยกายให้ชายใดได้ชม แม้แต่เขาเองก็เถอะ ถึงเขาจะเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ใช่ว่าเขาจะมีความกล้าพอที่จะมองเรือนร่างของเธอเพราะแค่มือของเขาเผลอไปถูกผิวอันอ่อนนุ่มนั้น มือไม้ของเขาก็สั่นเป็นเจ้าเข้าแล้ว เขาถึงได้ใช้เวลาเปลี่ยนนานถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม 

"หรอ" คำพูดสั้นๆ กับรอยยิ้มกว้าง ทำให้ซาเอะสูดน้ำมูกเข้า อ้าปากค้างมองคนตรงหน้าแล้วเบ้ปากส่ายหัวไปมา

"คนโรคจิต" ซาเอะทุบกำปั้นลงบนไหล่ของอิชิโร่แล้ววิ่งขึ้นบันไดไป อิชิโร่จึงวิ่งตามไปรั้งเธอเอาไว้

"เดี๋ยวสิ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย" เขาห้าม

"ซาเอะหลงเข้าใจเป็นนักหนาว่าอิชิคุงเป็นเทพบุตรที่มาช่วยชีวิตของฉันเอาไว้" ซาเอะอธิบายอย่างเยือกเย็น อิชิโร่ยืนฟังอย่างไม่เชื่อหู นี่เธอคิดว่าเขาเป็นเทพบุตรเลยหรือ "สุดท้าย อิชิคุงก็เป็นแค่ผู้ชายที่คิดแต่จะฉวยโอกาสได้ทุกเมื่อที่ซาเอะไร้สติ" เธอต่อว่าอิชิโร่

"ฉันไม่ได้ฉวยโอกาสนะ"

"แล้วชุดนี่มาอยู่บนตัวของซาเอะได้ยังไง"

"ก็ฉันเป็นคนเปลี่ยนให้เธอ" เขาอธิบายหน้าตาเฉย ซาเอะขมวดคิ้วเบ้ปากอย่างแค้นเคือง ใบหน้าแดงก่ำเพราะความอาย "ฉันหมายถึง ฉันเปลี่ยนให้เพราะเธออ้วกใส่ตัวเธอเองแล้วก็ฉันต่างหาก ไม่ได้ฉวยโอกาสอย่างที่เธอคิดสักหน่อย"  อิชิโร่รีบอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของซาเอะ เมื่อเธอได้ยินเช่นนั้น กิริยาท่าทางของเธอจึงอ่อนลง ถามตัวเองว่าไปอ้วกใส่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้าเธอทำแบบนั้นจริงๆ มันก็น่าขายหน้านะ

"จะ จริงๆ หรือ คะ" เธอพูดขาดๆ ไม่ปะติดปะต่อ

"จริงสิ" อิชิโร่ยืนยัน "ไม่เชื่อถามคุณลุงดูก็ได้" เขาหันไปมองคาซาโตะเพื่อขอพยานร่วมเห็น

คาซาโตะพยักหน้ารับ ซาเอะจึงเริ่มรู้สึกผิด เมื่อกี้เธอทำอะไรไปบ้างนะ ทุบไหล่คนตรงหน้าไปหนึ่งครั้ง ต่อว่าหาว่าเขาเป็นพวกโรคจิตไปหนึ่งครั้งยังไม่นับรวมที่ต่อว่าลับหลังไปอีกหนึ่งครั้ง กล่าวหาว่าเขาฉวยโอกาสไปอีกหนึ่งหน รู้สึกเหมือนตัวเองไร้เหตุผลสิ้นดีที่ไม่ไต่ถามให้ถ้วนถี่เสียก่อน ก็จะให้เธอเอาเวลาไหนมาคิดล่ะ ในเมื่อเธอเองยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน มันก็ยากนักที่เธอจะทำใจให้ยอมรับได้ หรือดีใจที่จู่ๆ ก็มีผู้ชายมาถอดเสื้อผ้าของเธอออกโดยที่ตัวเธอเองไม่รู้ ความคิดแบบนั้นมันบ้าชัดๆ เธอคิดว่าเธอไม่ผิดที่จะโกรธ แต่หากอิชิโร่พูดความจริง เธอก็ควรจะอภัยให้เขา

"งั้น" ซาเอะสูดหายใจเข้าเต็มปอด "ซะ ซาเอะขอโทษนะคะ" เธอก้มหน้ากล่าวอย่างสำนึก ใบหน้าแดงก่ำเพราะความอาย อิชิโร่ส่ายหัวอย่างไม่ถือสา

"ไม่เป็นไรหรอก เข้าไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เธอต้องไปรายงานตัวที่โรงเรียนใหม่อีก"

"ค่ะ" ซาเอะกล่าวอย่างว่าง่าย พลางทุบหัวตัวเองไปอย่างอายๆ อิชิโร่ยืนมองอย่างยิ้มๆ ก่อนจะอธิบายให้เธอฟังว่า

            "ซาเอะ" เขาเรียกอย่างอ่อนโยน "เชื่อใจฉันนะ ถึงฉันจะเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ แต่ฉันไม่เหมือนผู้ชายทั่วไปหรอกนะ ไม่ใช่ว่าฉันรังเกลียดเธอนะ แต่ฉันขอสาบานเลยว่าตลอดเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ฉันไม่เคยหันลืมตามองดูร่าง...อืม...เธอก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร  เอาเป็นว่าฉันไม่ได้มองก็แล้วกัน" 

"ฮื้อ..."  ซาเอะยืนฟังอย่างรู้สึกมึนๆ ครั่นเนื้อร้อนตัวเหมือนโดนไฟลวก  ไม่ใช่ว่าฉันรังเกลียดเธอนะ แต่ฉันไม่ได้มอง ตายล่ะร่างเธออัปลักษณ์ขนาดนั้นเลยหรอเขาถึงไม่มอง โอ๊ยๆ ไม่ใช่  เธอควรจะดีใจสิ ซาเอะสะลัดหัวไปมาเหมือนหมาน้อยดุ๊กดิ๊กแล้วรีบวิ่งขึ้นห้องไป

"ชุดนักเรียนของซาเอะเสร็จทันรึเปล่า" เขาถามคาซาโตะที่ยืนมองอยู่ด้านล่าง

"เพิ่งมาถึงเมื่อบ่ายนี้เองครับคุณหนู ผมเอาไว้ในห้องเธอแล้วครับ พร้อมกับหนังสือเรียนที่คุณหนูสั่งมาก็มาถึงพอดี"

"ขอบใจมากนะครับลุง ที่อุตส่าห์อยู่จนดึก จะค้างที่นี่ก็ได้นะครับ" อิชิโร่กล่าว แต่คาซาโตะส่ายหัว

"ไม่เป็นไรครับ ผมกลับบ้านดีกว่า ว่าแล้วคาซาโตะก็บอกลาแล้วเดินออกจากบ้านไป

อิชิโร่เดินกลับเข้าไปในห้องของตน นั่งอมยิ้มกับความน่าหลงใหลของซาเอะ เนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องเข้าใจผิด เขาจึงอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ผู้หญิงนะผู้หญิง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเขาอึดอัดขนาดไหนที่จะต้องถอดเสื้อผ้าให้เธอ ตื่นขึ้นมาก็โวยวายเป็นกาหวงไข่ คิดไปแล้วก็หัวเราะขำขันอยู่คนเดียว ตอนเธอโกรธแลดูน่ารักอยู่ไม่น้อย ใบหน้าสีชมพูอ่อนเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ มือเล็กกำหมัดแน่นอยู่ตลอดเวลา แต่ที่ตลกที่สุดคือ ตอนที่เธอรู้ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาจะคิดร้ายกับเธอ แล้วเธอก็เดินคอตกไปเพราะรู้สึกผิด ความรู้สึกแปลกๆ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นกับเขา นึกอยากจะรู้จักเธอให้มากกว่าที่เป็นอยู่อย่างอธิบายไม่ได้

 

❀❀❀❀

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น