Cherry Blossoms Heart รักนี้หัวใจซากุระ

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 ซื้อของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มี.ค. 52

บทที่ 3 ซื้อของ

อิชิโร่มองไปทางซ้ายทีขวาที หาช่องทางที่น่าจะสะดวกในการค้นหาเสื้อผ้าที่เหมาะกับซาเอะ เขาพาเธอเดินไปทางซ้าย มองหาร้านเสื้อผ้าน่ารักๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร้านหนึ่งที่มีกระโปรงตั้งโชว์อยู่เรียงราย อิชิโร่เดินเข้าไปจับดูเนื้อผ้าสำรวจทรวดทรงของกระโปรง ยกดูชายตะเข็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ เด็กหนุ่มวัยไร่เรี่ยกันกับเขาถามขึ้น ตาสีเขียวในแบบฉบับชาวยุโรปจ้องมองมาที่เขา ผมสีม่วงที่ถูกย้อมตั้งชันชี้ฟ้า อิชิโร่ยืดตัวขึ้นมามองแล้วจึงหันหน้าไปทางซาเอะ

ผมมาหาเสื้อผ้าให้เธอ เด็กหนุ่มตวัดตามองตามไป แล้วจึงเดินเข้าไปหาซาเอะ เขายกมือขึ้นมาลูบคางมองซาเอะตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหมุนตัวกลับเดินหายเข้าไปทางหลังร้าน ก่อนจะโผล่ออกมากับกระโปรงสั้นเหนือเข่าจนเห็นขาอ่อนสีแดงสลับกับสีดำ พร้อมกับเสื้อสายเดี่ยวสีขาว

อิชิโร่มองดูชุด จิตนาการภาพของซาเอะในชุดนี้แล้วถึงกับหน้าแดง ก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างรับไมได้

ไม่มีอะไรที่มันเรียบร้อยกว่านี้หรือครับ เขาถามขึ้น เจ้าของร้านพยักหน้าหงึกงักเหมือนเต่า แล้วจึงหายกลับเข้าไปหลังร้านอีกรอบ ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับกระโปรงสีเขียวขี้ม้าที่ดูเหมือนเป็นผ้าหลายๆ ชิ้นซ่อนทับกันอยู่

อิชิโร่รับมันแล้วจึงเดินเข้าไปหาซาเอะมือหนึ่งจับเอวเธอไว้ แล้วยกกระโปรงขึ้นมาเทียบแล้วจึงก้มตัวลงตรวจสอบความยาว แต่เมื่อเขาดึงชายอีกข้างหนึ่งของกระโปรงขึ้น กลายเป็นว่ากระโปรงตัวนี้ไม่ได้ต่างจากตัวแรกเท่าไหร่เลย จริงอยู่ที่กระโปรงยาวมาจนถึงหัวเข่าแต่ผ้ากลับเหมือนผ้าที่ถูกฉีกขาดไปถึงเอว ซาเอะเบ้หน้ามองกระโปรงอย่างตะลึง

ขอบคุณมากนะครับ อิชิโร่ส่งกระโปรงคืนให้เจ้าของร้านแล้วลากตัวซาเอะออกจากร้านมา กระโปรงอะไร ดูไม่ได้สักตัว อิชิโร่บ่นพึมพำ

ค่ะ ซาเอะเออออไปด้วย

ฉันชักหิวน้ำแล้วล่ะ เธอหิวมั้ย อิชิโร่ถาม

ค่ะ ซาเอะตอบสั้นๆ

งั้นเธอยืนรอฉันอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวฉันกลับมา อยากดื่มอะไรล่ะ

ซาเอะขอชาเขียวแล้วกันนะคะ

ห้ามหนีไปไหนล่ะ  อิชิโร่หันกลับมาชี้หน้าเชิงหยอกล้อ

ค่ะ เธอยิ้มให้เขา เล่นเอาเด็กหนุ่มต้องรีบหันหน้าหนีเดินดุ่มๆ จากไปเพราะใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวเพราะรอยยิ้มอันน่าหลงใหลของเธอที่ส่งมาให้เขา

ซาเอะยืนรออิชิโร่อยู่ท่ามกลางฝูงชน แล้วเขี่ยเท้าเล่นไปมา

โครม !!

ร่างใหญ่ร่างหนึ่งล้มลงมาทับซาเอะจนหัวเธอโขกกับพื้น

ขอโทษครับ เสียงทุ้มเอ่ย แล้วจึงดึงตัวซาเอะขึ้น ไอ้เวรผลักกันลงมาได้ เขาตะโกนในขณะที่ซาเอะกำลังตาลาย มองภาพคนตรงหน้าซ้อนไปซ้อนมา

ก็แกมันน่าแกล้งนี่หว่า วาซาบิ เสียงเพื่อนของเขาอีกสองสามคนหัวเราะเยาะ

พวกนายไม่เห็นหรอว่าการกระทำของพวกนายต้องทำให้คนอื่นเจ็บด้วย  วาซาบิต่อว่าเพื่อนๆ

อ้าวเฮ้ย จริงของมันว่ะ เจ๊แกหน้าซีดเลย หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของวาซาบิเอ่ยขึ้น แล้ววิ่งตรงเข้ามาจ้องหน้าซาเอะ

น่ารักจังเลย เด็กหนุ่มผมสีดำปนแดงที่ถูกย้อมมา กระโจนเข้ามาร่วมวงจ้องหน้าซาเอะ แล้วทำท่ากระดี๊กระด๊าเหมือนอยากจะกอดเธอ

อย่ายุ่งกับเธอนะ วาซาบิตวาดเพื่อนๆ กลับ แล้วจึงพยุงให้ซาเอะลุกขึ้นมา

อิ อิชิคุง ซาเอะยกมือขึ้นกุมขมับปากขยับเรียกชื่อบุรุษ

ใครวะอิชิคุง เพื่อนของวาซาบิหันซ้ายหันขวาทำหน้าเหรอหรา

นี่เธอ วาซาบิกำแขนซาเอะไว้ มือข้างหนึ่งตีแก้มเบาๆเป็นไรมากรึเปล่า

เป็น...อิชิคุ... กล่าวยังไม่ทันจบ ร่างบางก็เสียหลักล้มลง

เฮ้ย เพื่อนของวาซาบิอีกสองสามคนสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นร่างบางล้มลงไปกองอยู่กับพื้น คนอื่นๆ จึงพากันวิ่งมามุงดู

ออกไปนะ ออกไปให้หมด คนเป็นลมมายืนมุงแย่งอากาศอยู่ได้ไง วาซาบิเริ่มพาลขับไล่ผู้คนรอบข้างออก แล้วจึงถอดเสื้อมารองหัวให้ซาเอะ ก่อนจะกระชากสมุดจากเพื่อนเลวๆ ของเขามาพัดให้อย่างบ้าคลั่ง

ซวยแล้วๆ เขาพัดไปบ่นไปนึกอยากถีบเพื่อนของตน

โครม !!

ร่างวาซาบิกระเด็นไปกองอยู่บนตัวเพื่อนอีกคน เมื่อมีมือหนึ่งกระชากเขาแล้วซัดเข้าซะป้าบใหญ่อย่างหมดความอดทน เมื่อเห็นผู้หญิงของตนสลบอยู่

นายทำอะไรซาเอะ เสียงหนึ่งตวาดก้อง ราวกับสิงโตคำราม ผู้คนต่างพากันหลบไปคนละทิศคนละทาง

เฮงซวย เพราะพวกนายนั่นแหละฉันถึงซวย วาซาบิหันกลับไปตวาดเพื่อนของตน อิชิโร่กำหมัดแน่นอย่างไม่ไว้ใจ และพร้อมที่จะกระโจนใส่คนตรงหน้าได้ทุกเมื่อ ขอโทษด้วย ฉันหกล้มลงไปทับเธอจนหัวกระแทกกับพื้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะไอ้เวรนี่มันผลักฉันมา ไม่ว่าเปล่าก็ชี้นิ้วใส่เพื่อนตนเอง เพื่อนๆ ต่างพากันโค้งตัวขอโทษขอโพย อิชิโร่กัดริมฝีปากแน่นเพราะความเคืองหันไปมองซาเอะอย่างเป็นห่วง หัวของเธอกระแทกกับพื้นเชียวหรือ เขาไม่รีรอที่ดึงโทรศัพท์มือถือออกมาโทรเรียกคนขับรถ

ลุงครับ เจอกันที่รถด่วน เขาบอกโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ไต่ถาม แล้วปิดมือถือลง ก่อนจะเดินไปอุ้มร่างบางขึ้นมา แล้วเดินทางกลับไป

แฟนเจ๊แกรึเปล่าว่ะ เด็กหนุ่มผมสีดำปนแดงกระซิบข้างหูเพื่อน 

ฉันไม่มีอารมณ์ไปตอบพวกนายหรอกนะ วาซาบิตวาดแล้วลุกขึ้นเดินหนีไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะคว้าเสื้อสีขาวบนพื้นขึ้นมา เพื่อนๆ ของเขาจึงรีบวิ่งตามไป

 

คุณหนูซาเอะเป็นอะไรหรือครับ คาซาโตะเปิดประตูรถอย่างรวดเร็วพร้อมถามอย่างเป็นห่วง

ก็ไอ้เด็กบ้าไร้สมอง หยอกล้อกันจนล้มทับซาเอะจนหัวฟาดพื้นสลบไปน่ะสิครับ อิชิโร่รู้สึกฉุน วางร่างซาเอะไว้ในรถแล้วค่อยๆ ก้าวขาเข้าไปแล้วเอาหัวของซาเอะวางไว้บนตัก

คาซาโตะได้ยินเช่นนั้นจึงรีบสตาร์ทรถออกจากลานจอดรถทันที

ไปโรงพยาบาลไหมครับคุณหนู

ไปที่ที่ใกล้ที่สุด เขาใช้มือรูปใบหน้าเธออย่างอ่อนโยน รู้สึกเป็นห่วงอย่างห้ามไม่ได้

อิ อิชิ ซาเอะครางขึ้นมาเบาๆ รู้สึกเวียนหัวจากการกระแทก

ซาเอะ เขาเรียกชื่อเธออย่างดีใจ

อิชิคุง ซะ ซาเอะอยากกลับบ้าน

ลุง ขับรถกลับบ้านไปเลย อิชิเปลี่ยนแผนตามความต้องการของซาเอะ

เมื่อรถมาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน อิชิรีบอุ้มเธอขึ้นไปตามบันไดแล้วจึงตรงเข้าไปในห้องนอนของเธอ วางร่างบางลงบนที่นอนอย่างอ่อนโยน แล้ววิ่งไปหาผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดหน้าให้

ซาเอะขยับตัวเล็กน้อย แต่ดวงตายังฝ้าฟางมองเห็นได้ไม่ชัด รู้สึกไร้เรี่ยวแรงที่จะเปิดเปลือกตาให้ลืมดูมือหนาที่ลูบไล้ใบหน้าของเธอได้ สักพักเธอรู้สึกราวกับห้องทั้งห้องโล่งเตียน เมื่ออิชิโร่ได้เดินออกจากห้องไป เธอนอนรอเขาอย่างหดหู่ราวกับว่าโลกของเธอกำลังจะมืดมนไปในพริบตา จนกระทั่งเสียงฝีเท้าได้กลับมาพร้อมกับกลิ่นอันคุ้นเคย กลิ่นไข่ตุ๋นอันสุดแสนจะเกลียด

คุณหนูซาเอะเป็นยังไงบ้างครับ คาซาโตะวิ่งตามขึ้นมาถามอาการอย่างเป็นห่วง

ยังไม่ฟื้นเลยครับลุง น้ำเสียงโทนต่ำกล่าวอย่างเคร่งเครียด ย่อกายลงนั่งบนเตียงข้างๆ ซาเอะแล้ววางถ้วยไข่ตุ๋นของตนไว้บนโต๊ะข้างๆ หัวเตียง 

เวรกรรม คาซาโตะอุทานค่อยๆ

แหวะ !!

ซาเอะลุกขึ้นมาอย่างกระทันหันแล้วอ้วกใส่อิชิโร่

ขะ ขอโทษค่ะ เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า แก้มที่เคยออกสีชมพูเปลี่ยนเป็นซีดเหลือง

เธออ้วกใส่ฉันทำไม อิชิโร่ถามแล้วใช่มือประคองร่างซาเอะเอาไว้

ซาเอะแพ้ไข่ตุ๋น ตาของซาเอะเริ่มปรือลงช้าๆ อิชิโร่มองไปยังถ้วยไข่ตุ๋นสลับกับใบหน้าขบขันของคาซาโตะ

ความผิดของคุณหนูเองนะครับ คาซาโตะกล่าวอย่างขำๆ

คุณลุงช่วยเอามันออกไปที ผมจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน คาซาโตะเดินไปหยิบถ้วยไข่ตุ๋นแล้วจึงเดินออกจากห้องไป

อิชิโร่เดินเข้าไปในห้องของตน จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกลับออกมายืนมองซาเอะที่ยังนอนไร้สติจมกองอ้วกของเธอ อิชิโร่ยืนจ้องอย่างคิดไม่ตก จู่ๆ เขาก็นึกอยากให้ที่ตรงนี้มีแม่บ้านสักคนมาช่วยจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ซาเอะก็ยังดี

ผมว่าคุณหนูเปลี่ยนผ้าปูที่นอนกับชุดให้เธอดีกว่า คาซาโตะกล่าวขึ้นอย่างรู้ทันความคิดของอิชิโร่ เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยงเมื่อถูกขัดจังหวะ

เราน่าจะมีแม่บ้านสักคนนะครับลุง เขาส่ายหัวไปมา

ก็ในเมื่อเราไม่มีแม่บ้าน คุณหนูก็คงต้องจัดการเองแล้วล่ะครับ

ลุงออกไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการเอง คาซาโตะทำตามอย่างว่าง่าย

อิชิโร่เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยจะมีเสื้อผ้าดีๆ แขวนไว้สักเท่าไหร่นัก เขาสอดส่องมองหาเสื้อผ้าที่จะนำมาสวมให้ซาเอะแทบจะไม่มี เห็นจะมีก็แต่ตะกร้าผ้าที่เธอใส่ไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจเดินไปที่ห้องของตน ดึงเสื้อยืดตัวที่เล็กที่สุดออกมากับกางเกงที่เข้าคู่กัน มาหยุดยืนทำใจอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจปลดกระดุมเสื้อให้ซาเอะโดยหันหน้าหนีไปทางอื่นตลอดเวลา เขาใช้ระยะเวลานานเป็นชั่วโมงเพื่อที่จะจัดการกับเสื้อผ้าของเธอให้เสร็จเรียบร้อย แล้วจึงอุ้มเธอไปวางไว้บนเตียงในห้องของตน ก่อนจะเดินกลับมาจัดการกับผ้าปูที่นอน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไรเสร็จ เสียงๆ หนึ่งก็เรียกขึ้น

คุณหนูครับคุณโยชิคาวะโทรมาครับ อิชิโร่เงยหน้าขึ้นมามอง พลางตั้งคำถามกับตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วจึงปล่อยข้าวของลงกองกับพื้นเดินตรงไปหยิบโทรศัพท์จากคาซาโตะ

อุเอดะ อิชิโร่ครับ สวัสดีครับท่าน เด็กหนุ่มแนะนำตัวเอง แล้วหยุดฟังอีกฝ่ายพูด ครับ วันนี้หรือครับท่าน เขาถาม เที่ยงตรงหรือครับ อิชิโร่เอ่ยอย่างไม่แน่ใจ แล้วเจอกันครับท่าน อิชิโร่กดวางหูโทรศัพท์ แล้วหันหน้าไปหาคาซาโตะ ผมต้องเข้าพบคุณโยชิคาวะด่วน เขามองไปยังกองผ้าที่ตนดึงออกมาเมื่อครู่

ผมจะกลับมาจัดการเองครับคุณหนู คาซาโตะเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันความคิดคนตรงหน้า คุณหนูรีบไปเปลี่ยนชุดเถอะครับ ตอนนี้ก็ปาเข้าไป 11 โมงแล้ว เดี๋ยวจะเข้าพบคุณโยชิคาวะไม่ทันเวลา

อืม อิชิโร่เดินเข้าไปในห้องมองไปยังร่างเล็กที่นอนขดอยู่บนเตียง หัวใจโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูกที่จะปล่อยให้เธอละสายตาของเขา เขาหยิบเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าออกมายืนเปลี่ยนอยู่ตรงนั้น ดึงเน็คไทให้เข้าที่ เมื่อกลับออกมานอกห้องก็เห็นคาซาโตะยืนรออยู่

ผมเตรียมรถเอาไว้เรียบร้อยแล้วครับ คาซาโตะกล่าว

คุณลุงไม่ต้องไปส่งผมหรอกครับ เขากล่าว ผมอยากให้ลุงอยู่ดูแลซาเอะแทนผม

แต่คุณหนูอาจจะเข้าพบคุณโยชิคาวะไม่ตรงเวลาได้นะครับ คนขับรถค้านขึ้น

ผมเข้าทันแน่ แต่อยากรบกวนลุงช่วยทำอาหารกลางวันให้ซาเอะหน่อย เขากล่าวอย่างเคร่งเครียด  ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ไข่ตุ๋นนะ

งั้นก็ตามใจคุณหนู คาซาโตะถอนหายใจ อิชิโร่เตรียมเดินลงบันไดแล้วหันกลับมาบอกว่า

เออคุณลุงครับ รบกวนลุงช่วยเปิดหารายชื่อคนที่รับงานแม่บ้านให้หน่อย บ้านเราต้องการคนดูแลบ้าน และทำความสะอาด คาซาโตะพยักหน้ารับ อิชิโร่จึงรีบวิ่งลงบันได แล้วออกจากบ้านไป

อิชิโร่รีบวิ่งออกจากซอยตรงไปที่สถานีรถไฟ ผู้คนเหลียวมองตามหลังเด็กหนุ่มวัย 17 ในชุดนักธุรกิจมาดขรึมอย่างหลงใหล ทุกอิริยาบทหรือฝีก้าวแลดูสง่าและผ่าเผย ไม่ว่าจะช้า หรือแม้แต่เวลาเร่งรีบ ผมสีดำสะบัดโบกขึ้นลงตามจังหวะฝีเท้ายาว ที่ซ่อนในรองเท้าหนังขัดมันสีดำเมื่อตอนกระทบกับพื้น ไหลกว้างเข้ารูปทรงชวนให้สาวๆ ที่พบเห็นอยากเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมกอดนั้น

อิชิโร่รีบซื้อตั๋วแล้ววิ่งฉับพลันกระโดดขึ้นรถไฟที่ประตูกำลังจะปิดอย่างหวุดหวิด เขายืนเกาะเสากลมๆ สีเงินแล้วหายใจเข้าออกอย่างถี่รัว

หวังว่าจะไปทันเวลานะ เขาพึมพำกับตนเอง จ้องมองไปที่นาฬิกาข้อมือ

เมื่อรถไฟจอดลงที่สถานี ณ ใจกลางกรุงโตเกียวอย่างสนิท

อิชิโร่กระโดดออกจากรถไฟอย่างคล่องแคล่ว เดินออกจากสถานีไปยืนรออยู่บนฟุตบาทเตรียมข้ามถนน ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่และยืนรอข้ามทางม้าลาย ทันทีที่สัญญาณไฟสีแดงรูปคนเปลี่ยนเป็นสีเขียว อิชิโร่รีบวิ่งข้ามถนนฝ่าฝูงชนขนาดใหญ่ไปอย่างรีบร้อน ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องไปที่ชื่อของตนบนยอดตึก ตั้งหน้าตั้งตามุ่งตรงไปที่นั่นอย่างมุ่งมั่น

เมื่ออิชิโร่เดินมาถึงหน้าตึกเขาจึงหยุดแล้วยืนมองมันอีกครั้ง ตึกที่เขาไม่ได้เห็นมานานถึง 12 ปี เมื่อนึกย้อนกลับไป เหมือนกับว่ามันเพิ่งผ่านมาไม่นานนี้เอง ที่แม่ของเขาได้พามาที่นี่ วันนั้นเขาไม่ได้ไปโรงเรียนอนุบาลเพราะแม่ของเขาไม่มีเวลาไปส่ง ส่วนคาซาโตะก็เข้าโรงพยาบาล  เพราะต้องไปเฝ้าภรรยาของเขาที่ป่วยกระทันหัน

แม่เตรียมหนังสือเล่มโปรดสำหรับอ่านเล่นมาให้ลูกด้วย ลูกจะได้ไม่เบื่อไงจ๊ะ  แม่ของเขาจูงมือเขาเข้าบริษัทอย่างเร่งรีบ พลางพูดปลอบใจอิชิโร่ที่เดินตามมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง เพราะเขาไม่ได้ไปโรงเรียนอนุบาลตามความปรารถนา  รอยยิ้มที่แม่ของเขามอบให้ในตอนนั้นยังไม่จางหายไป

เด็กหนุ่มสูดหายใจและพยายามสะลัดเรื่องเก่าๆ ออกจากหัว เพื่อเตรียมตัวต่อสู้กับอนาคต อิชิโร่ผลักประตูวนเดินเข้าไปพร้อมๆ กับผู้หญิงวัยยี่สิบต้นๆ ในชุดสีแดง เธอปลายตามองเขาอย่างสนใจ ท่าทางเย่อหยิ่งของเธอทำให้เขาทนมองต่อไปไม่ได้ เขาจึงรีบเดินตรงเข้าไปหาที่โต๊ะประชาสัมพันธ์

สวัสดีครับ ผมมาพบคุณโยชิคาวะครับ อิชิโร่เอ่ยขึ้น พนักงานประชาสัมพันธ์หญิงจึงเงยหน้าขึ้นมามองแล้วส่งยิ้มให้

คุณได้นัดท่านประธานไว้รึเปล่าคะ เธอถามอย่างสุภาพ ใบหน้าของเธอแลดูเรียบร้อย ผมที่ถูกเกล้าม้วนไปไว้ด้านหลังทำให้เธอดูน่าเชื่อถือ มีคุณสมบัติของนักประชาสัมพันธ์ที่ดี ท่าทางเป็นมิตรและมีไมตรีต่อทุกคน ทำให้อิชิโร่รู้สึกประทับใจ

นัดครับ เขาตอบแล้วยื่นนามบัตรของตนให้เธอ นี่ครับ นามบัตรของผม 

พนักงานอ่านดูชื่อแล้วเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ราวกับว่าลูกตาของเธอจะกระเด็นออกจากเบ้ามาก็ไม่ปาน

คุณคือ คุณอุเอดะ อิชิโร่หรือคะ เธอถามอย่างไม่แน่ใจ อิชิโร่ยิ้มให้แล้วพยักหน้า เธอจึงยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา ท่านคะ คุณอุเอดะ ได้เดินทางมาถึงแล้วนะคะ เธอรายงาน ค่ะท่าน ได้ค่ะท่าน หลังจากนั้นจึงได้วางสาย ท่านบอกว่าให้คุณขึ้นไปพบได้ทันทีที่ชั้น13 หลังจากคุณอุเอดะออกจากลิฟท์ไป ให้เลี้ยวซ้ายเดินไปจนสุดทางเดิน แล้วให้เข้าไปที่ห้องทำงานของคุณโยชิคาวะที่อยู่ทางขวามือได้เลยค่ะ

ขอบคุณมากครับ อิชิโร่ก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณ เดินตรงไปที่ลิฟท์แล้วกดหมายเลข 13

 

❀❀❀❀

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #5 Love actually (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 / 22:41

    เด็กกลุ่มที่ชนซาเอะนั่นก็เหลือเกินจริง ๆ เล่นอะไรไม่รู้จักระวังบ้างเลย

    ถ้าซาเอะสมองกระทบกระเทือน ความจำเสื่อมไปจะทำยังไงเนี่ย

    แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าซาเอะจะเกลียดไข่ตุ๋นเข้าไส้ขนาดนั้น ดูดิ ฝากรักให้อิชิโร่เต็ม ๆ เลย อิอิ

    สงสัย ๆ คุณโยชิคาวะจะนัดอิชิโร่ให้หาทำไมนะ 

    หรือว่า เขาคิดจะฮุบกิจการทั้งหมดเอาไว้เอง มีความเป็นไปได้แฮะ

    #5
    0