Cherry Blossoms Heart รักนี้หัวใจซากุระ

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 เรามีอะไรคล้ายกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มี.ค. 52


บทที่ 2 เรามีอะไรคล้ายกัน

ซาเอะลุกขึ้นมาแต่เช้าตรู่ หลังจากที่เธออาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสั้นสีฟ้าอ่อนและเสื้อสีขาวแล้ว  จึงเดินเข้าครัวไปเพื่อหาอะไรดื่ม ตาเผลอเหลือบไปเห็นจานที่วางแช่อยู่ในอ่างล้างจาน เธอจึงอดใจไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปและจัดการล้างพวกมัน

ทำอะไรน่ะ

เคร้ง !!

เสียงจานกระเบื้องที่เคยอยู่ในมือเธอล่วงหล่นลงสู่พื้น กระทบกันจนแตกร้าว อันเนื่องมาจากต้นเสียงที่ทักขึ้นมานั้น เป็นสาเหตุทำให้เธอตกใจจนมือไม้สั่น

ขอโทษค่ะ ซาเอะรีบคุกเข่าลงกับพื้นแล้วรีบเก็บเศษจานกระเบื้อง

ไม่เป็นไรหรอก ขอโทษด้วยที่ทำให้เธอตกใจ อิชิโร่นั่งลงตรงกันข้ามกับซาเอะแล้วช่วยเธอเก็บ

ท่านอย่าทำเลยค่ะ เดี๋ยวกระเบื้องจะบาดมือเปล่าๆ ซาเอะดันมือของอิชิโร่ออกแล้วจึงแย่งเศษกระเบื้องที่อยู่ในมือของเขามา

เมื่อไหร่เธอจะเลิกเรียกฉันว่าท่านซะที ซาเอะ อิชิโร่ถามอย่างจริงจัง ซาเอะเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีน้ำตาลของเขาอย่างรู้สึกแปลกๆ ก่อนจะรีบเหล่ตาไปทางอื่น

ก็ท่านเป็นผู้ส่งเสียค่าเลี้ยงดูซาเอะมาตลอด ซาเอะไม่อยากพูดจาไม่สุภาพต่อผู้มีพระคุณนี่คะ  เธอกล่าวอย่างแน่วแน่แล้วก้มหน้าลงเก็บเศษจานต่อไป

ถ้าเธอคิดอย่างนั้น ฉันจะสั่งให้เธอเรียกฉันว่าอิชิโร่เฉยๆ ในฐานะที่เป็นผู้มีพระคุณของเธอก็แล้วกัน  อิชิโร่เปรยขึ้น

แต่... ซาเอะพยายามที่จะค้าน

ไม่มีแต่ อิชิโร่ออกคำสั่ง เอ้า เอาเศษจานใส่ไว้ในนี้ อิชิโร่เปิดประตูเล็กที่อยู่ใต้แท่นอ่างล้างจานแล้วดึงถังขยะออกมา ซาเอะทิ้งเศษจานลงไปในถังขยะแล้วจ้องมองอิชิโร่

อิชิโร่ลุกขึ้นยืนปัดแข้งปัดขาแล้วแล้วยื่นมือส่งให้ซาเอะ

อะไรเหรอคะ เธอถามทั้งที่ยังนั่งอยู่

ส่งมือมาสิ อิชิโร่กล่าว ซาเอะยื่นมือส่งให้เขาแล้วหลบสายตาเฉียบคมของอีกคู่ที่จ้องมา มันทำให้ใจของเธอเต้นรัว มือใหญ่กำมือเล็กของเธอเอาไว้ เธอรู้สึกเหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยายที่มีเจ้าชายช่วยพยุงกายให้ลุกขึ้นเมื่อหกล้ม อิชิโร่ดึงเธอขึ้นอย่างอ่อนโยน

โอ๊ย ซาเอะขาพับลงจนเสียหลัก อิชิโร่คว้าเธอเอาไว้ด้วยแขนอันแข็งแกร่งอีกข้างหนึ่ง

เขาขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเหลือบไปเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากหัวเข่าของซาเอะ ใบหน้าของเขาดูเหมือนจะไม่พอใจกับสิ่งที่เห็นยิ่งนัก ทำให้สาวน้อยต้องรีบออกตัว ซาเอะมองไม่เห็นจริงๆ นะคะ ตอนที่นั่งลงไป เธอกล่าวขึ้นใบหน้าเริ่มซีดเซียว กำหัวไหล่ของอิชิโร่ไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตนเสียหลักล้มลงไป

ต้องรีบล้างแผลซะแล้ว เดี๋ยวแบคทีเรียจะเข้าไปในแผลได้ ว่าจบก็ถือวิสาสะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาในอ้อมแขน แล้วเดินออกจากครัวไป คนถูกอุ้มอยากจะโวยวาย แต่ปากกลับทำตรงกันข้าม มันเงียบกริบไม่ยอมแม้แต่จะพูดอะไรออกมา อิชิโร่รีบสาวเท้านำซาเอะไปวางลงบนเบาะนวมอ่อนนุ่มในห้องนั่งเล่น แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปที่ไหนสักแห่ง ซาเอะที่นั่งรออยู่ ยกมือขึ้นกุมใบหน้ามองตามแผ่นหลังผู้มีพระคุณของเธอ เธอถามตัวเองว่าทำไมเขาถึงต้องดีกับเธอขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เธอเองเป็นแค่เด็กกำพร้าธรรมดา เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกทีซาเอะก็เห็นอิชิโร่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลที่อยู่ในมือ เขาเดินมาแล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ  ก้มหน้าลงแกะกล่องปฐมพยาบาลแล้วดึงของที่จำเป็นต้องใช้ออกมา

ขอบคุณนะคะ เธอเอ่ยออกไป

ฮือ อิชิโร่เงยหน้าขึ้นมามอง ในขณะที่แกะขวดแอลกอฮอล์ล้างแผล

ขอบคุณนะคะ ที่ส่งเสียค่าเลี้ยงดูซาเอะมาตลอดและเรื่องวันนี้ที่... เธอเงียบไป ที่อิชิคุงไม่เอาเรื่องเอาราวที่ซาเอะทำจานแตก แล้วยังช่วยทำแผลให้อีก  เธอกล่าวแล้วหันหน้าหนี อิชิโร่ถึงกับหน้าแดงรู้สึกดีใจอย่างแปลกประหลาดที่เธอไม่เรียกเขาว่าท่านอีกต่อไป แต่กลับเป็นชื่อสั้นๆ ที่แสดงความสนิทสนม คำว่า อิชิคุง เป็นคำที่เขาไม่ได้คาดหวังจะให้เธอเรียก  สิ่งที่เขาคาดหวังคือคำว่า อิชิโร่ แต่เขาเองกลับรู้สึกพอใจมากกว่าที่เธอเรียกเขาว่า อิชิคุง

ฉันชอบนะ เขาเอ่ยขึ้น ซาเอะรู้สึกสงสัยว่าเขาหมายความว่าอะไร คำว่า ฉันชอบนะ ในที่นี้หมายถึงว่าเขาชอบเธอรึเปล่า แต่มันทำให้ใบหน้าเธอร้อนผาวอย่างอธิบายไม่ถูก เวลาที่เธอเรียกฉันว่า อิชิคุง ฟังดูน่ารักพิกล ตั้งแต่แม่ตายไปยังไม่เคยมีใครเรียกฉันแบบนั้นอีกเลย

เธอรู้สึกผิดหวังกับคำตอบเล็กน้อยแต่ก็อดมองหน้าเขาอย่างรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปไม่ได้ เธอเคยเห็นแม่ของเขาอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่เธออายุ 5 ขวบ แม่ของอิชิโร่หน้าตาสะสวย ซาเอะังดูน่ารักพิกล ตั้งแต่แม่ตายไป กๆ ก่อนจะเหล่ตาไปทางอื่น่ายต่างอ้างว่าตนเป็นผู้เสียเปรียบที่ถูกไล่ออกไปทำสวน อิชิโร่จึงต้องยอมใหได้พบกับเธอหนึ่งอาทิตย์ก่อนวันที่เธอจะจากไป

ซาเอะเสียใจด้วยนะคะที่คุณ เอ้อ...อิชิคุงต้องเสียแม่ไป เธอกล่าวเชิงปลอบประโลม อิชิโร่เงยหน้าขึ้นมามองเธออย่างเอ็นดูแล้วยิ้มให้

จะมาเสียใจกับฉันทำไม ตัวเธอเองก็เสียพ่อกับแม่ไปไม่ใช่หรอ แต่จะว่าไปเราสองคนก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนกันน่ะ อิชิโร่เขาเอ่ยแล้วเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดบาดแผล ซาเอะเบ้ปากเพราะความเจ็บ จริงอย่างที่เขาพูด แต่เธอควรดีใจหรือเสียใจดีล่ะ เธอควรจะดีใจที่เขาและเธอมีอะไรคล้ายๆ กัน หรือควรจะเสียใจที่เขาและเธอต้องเสียคนรักไปทั้งคู่ เจ็บมากหรอ

ค่ะ เธอตอบ แต่ว่ากรณีของซาเอะและท่านมันต่างกันนี่คะ

อิชิคุง เขาพยายามย้ำ นี่เธอเพิ่งจะเรียกเขาว่าอิชิคุง ให้ตัวเขาเผลอดีใจอยู่หยกๆ แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนมาเป็น ท่าน ซะได้นี่ คิดไปแล้วน่าน้อยใจนัก ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจะต้องมานั่งจับผิดว่าเธอจะเรียกเขาอย่างไรด้วยล่ะ เขาน่าจะปล่อยให้เธอเรียกเขาตามความถนัดสิ แต่ใจมันกลับเรียกร้องคำว่า อิชิคุง จากปากคู่สวยของเธอซะด้วยสิ

นั่นแหละค่ะ ซาเอะเสียแม่ไปตั้งแต่จำความไม่ได้ จึงไม่ได้สัมผัสถึงความรักที่แม่มีให้ซาเอะ แต่แม่ของอิชิคุงนั้นจากไปตอนที่อิชิคุงอายุได้ 5 ขวบ ตอนนั้นเราสามารถจดจำเรื่องราวได้หมดแล้ว มันเจ็บปวดยิ่งกว่านะคะ เธออธิบาย อิชิโร่ก้มหน้ากัดริมฝีปากแน่น

 เธอพูดถูก เธอพูดถูกทุกประการ การตายของแม่ทำให้เขาเจ็บปวด การตายของแม่เขาทำให้เขาต้องดิ้นรนทุกวิถีทางให้เรียนจบเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพื่อที่จะใช้ชีวิตหลังวัยเรียนมาบริหารธุรกิจที่แม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับตระกูลโยชิคาวะ

เฮ้อ...จริงของเธอ เขาฝืนยิ้มเมื่อพันแผลให้ซาเอะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอยังพอจะเดินไหวไหม 

ไหวค่ะ แต่ตอนแรกๆ อาจจะลุกยากหน่อย ซาเอะตอบ

ถ้างั้นฉันจะไปทำอาหารเช้ามาให้ เดี๋ยวตอนเก้าโมงเราค่อยไปซื้อของกัน อิชิโรลุกขึ้น แต่ซาเอะห้ามไว้

อย่าเลยค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ซาเอะเถอะค่ะ เธอขันอาสา แต่อิชิโร่กลับส่ายหัวแล้วขยี่หัวเธอก่อนจะเดินจากไป

วันนี้ฉันจะทำไข่ตุ๋นญี่ปุ่นน่ะ อิชิโร่ตะโกนมาจากในครัว ซาเอะได้ยินแล้วเบ้หน้า ก็เธอไม่ชอบไข่ตุ๋นนี่นา จะพูดมากก็เกรงใจจึงได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบกลับไป

ซาเอะนั่งลูบผ้าพันแผลที่ปกปิดบาดแผลที่ได้จากเศษจานกระเบื้องแตก มองไปรอบๆ ห้องโถงใหญ่ของบ้านอุเอดะ พลางนึกในใจว่าเธอนี่ช่างโชคดีกว่าเด็กกำพร้าคนอื่นๆ เหลือเกิน ที่อยู่ๆ ก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ในขณะที่คนอื่นต่างพากันอาศัยอยู่ในห้องแคบๆ มีเตียงสองชั้นตั้งเรียงรายอย่างแออัด หลังจากที่เธอไม่ได้รู้สึกมีความสุขมานาน วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้รู้สึกเป็นอิสระ และดีใจที่เห็นอิชิโร่คอยเป็นห่วงเป็นใย ทั้งๆ ที่เธอและเขาก็ไม่ได้เป็นญาติกัน แต่เขากลับเข้ากับเธอได้ดีจนเกินคาด ความอ่อนโยนที่เขามอบให้เธอ ทำให้เธอแปลกใจว่าเขาไม่เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไปที่ดีแต่ผลาญเงินเที่ยวเล่นไปวันๆ ถ้าเธออยู่ที่นี่เคียงข้างเขาเธอคงจะมีแต่ความสุขตลอดไป

เสร็จแล้ว กลิ่นหอมโชย ชวนหิวลอยมาเตะจมูกของซาเอะสองสามที ตามมาด้วยถ้วยไข่ตุ่นเล็กๆ สองถ้วย พร้อมตะเกียบ ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่หน้าซาเอะ เป็นไง น่าอร่อยไหม อิชิโร่ถาม

ค่ะ ซาเอะทำหน้าพะอืดพะอม รู้สึกคลื่นไส้อย่างบอกไปถูก ก่อนจะขอตัวลุกขึ้น เอ้อ...อืม...เดี๋ยวซาเอะมานะคะ เธอตีสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเดินจากไป เมื่อพ้นสายตาของอิชิโร่แล้วจึงรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อั๊ว...แหวะ ซาเอะอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง ใช้มือหนึ่งเอื้อมไปปิดประตูลงกลอนเพื่อไม่ให้เสียงรอดออกไปได้ เธอรีบล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกไปหาน้ำในครัวดื่ม ก่อนจะย้อนกลับไปหาอิชิโร่ที่นั่งไขว่ห้างกินไข่ตุ๋นอย่างเอร็ดอร่อย ซาเอะแอบยืนมองผู้อุปการะ เขากำลังนั่งทานไข่ตุ๋นอย่างสบายอุรา เธอนึกในใจว่าทำไมเธอถึงไม่เป็นแบบนี้บ้างนะ

อ้าว มาแล้วหรอ มาทานด้วยกันสิ อิชิโร่ชวน

ไม่เป็นไรค่ะ ซาเอะยังไม่หิว เอาไว้กลับมาค่อยทานเธอโยกโย้โยเยไม่ยอมทานไข่ตุ๋นแล้วแสร้งตีสีหน้าปกติ

เมื่ออิชิโร่ทานอาหารเช้าจานเด็ดฝีมือตนเองจนอิ่มหนำสำราญแล้วจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเรียกคนขับรถ ว่าพวกเขาพร้อมที่จะออกไปข้างนอกแล้ว อิชิโร่เดินนำหน้าซาเอะไปยังประตูบ้าน คนขับรถได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วพร้อมเปิดประตูรถไว้รอ เขาทั้งสองจึงขึ้นไปนั่งประจำที่ของตน

หลับสบายดีไหมครับคุณผู้หญิง คาซาโตะถามขณะขับรถออกนอกบ้าน ซาเอะหน้าแดงก่ำ พลางนึกในใจว่าคุณผู้หญิงเป็นสรรพนามที่ใช้เรียกบุคคลที่เป็นภรรยาของเจ้าบ้านมิใช่หรือ หรือว่าเธอจะคิดไปเอง

อืม อะ...เอ่อเรียกว่าซาเอะก็ได้ค่ะ เธอตอบกลับไปก้มหน้าก้มตา

หลับสบายดีไหมครับคุณหนูซาเอะ

สบายดีค่ะ สบายกว่าที่บ้านเด็กกำพร้าอีก 10,000 หน คนฟัง ฟังแล้วหัวเราะในความจริงใจของเธอ อดยิ้มให้กับความน่ารักนั้นไม่ได้ ช่างสรรหาถ้อยคำมาเปรียบเทียบได้ดีเสียจริง

อิชิโร่นั่งมองซาเอะ ที่เอาหน้าของตัวเองไปติดกระจกมองออกไปข้างนอกอย่างสนอกสนใจ

เธอจะจ้องอะไรนักหนาน่ะ ซาเอะอิชิโร่ถามอย่างสงสัย ซาเอะจึงหันหน้ากลับมาทันทีแล้วส่งรอยยิ้ม ที่ทำให้หัวใจคนมองเต้นโครมครามราวกับจะกระโจนออกมานอกอก

ก็ซาเอะยังไม่เคยมาแถวนี้นี่คะ ก็เลยอยากมองให้ชัดๆ หน่อย เธอตอบอย่างใสซื่อ อิชิโร่เลิกคิ้ว แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาในขณะที่มองดูเธอ

คุณลุงช่วยพาพวกเราไปที่ที่มีเสื้อผ้า ที่เหมาะกับซาเอะได้ไหมครับ อิชิโร่ถามพลางยกแขนขึ้นมาวางบนพนักพิงจนเลยไปถึงไหล่ของซาเอะ

ซาเอะมองตามแขนอันแข็งแกร่งอย่างเขินอาย รู้สึกเหมือนถูกโอบกอด ถึงแม้ว่าแขนนั้นจะไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัวเธอเลยก็ตาม เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติเพื่อไม่ให้อีกคนหนึ่งต้องสังเกตเห็นว่าเธอกำลังเป็นไข้จับสั่นเพราะเขา

ผมพอรู้อยู่หลายร้าน ที่มีเสื้อผ้าเหมาะๆ กับคุณหนูซาเอะครับ คาซาโตะอธิบาย แต่อย่างคุณหนูซาเอะน่าจะหาเสื้อผ้าใส่ง่าย เพราะเธอมีส่วนสูงมาตรฐานหญิงชาวญี่ปุ่นทั่วไป ไม่สูงเกินไป ไม่เล็กเกินไป

ไม่สูงเกินไป ไม่เล็กเกินไป อิชิโร่ทวนคำแล้วหัวเราะเอามือขยี่หัวซาเอะ ดีแล้ว ผมก็ไม่ชอบผู้หญิงสูงเท่าไหร่ เขาเผลอพูดออกไปอย่างไม่ได้คิด  คาซาโตะมองหน้าคนเป็นนายผ่านกระจกอย่างรู้ใจ

ซาเอะเบิกตากว้าง หน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อ แต่ก็นึกอยู่ในใจว่าเขาเป็นคนประเภทไหนกันแน่ ถึงได้พูดออกมาว่า ชอบ แล้วความสูงของเธอไปเกี่ยวอะไรกับความชอบ ไม่ชอบของเขานะ เธอถามตัวเองอย่างไม่มั่นใจ

โป๊ก !!

ซาเอะพยายามหาอะไรทำแก้เขิน จึงหันหน้ากลับไปยังกระจกอย่างรวดเร็ว หัวเจ้ากรรมดันไปโขกกับกระจกรถซะได้

เธอเอาหัวไปโขกกระจกทำไม ฮึ ฮึ อิชิโร่หัวเราะเยาะซาเอะ นี่เป็นครั้งแรกที่ซาเอะเห็นเขาเป็นเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เขาไม่ได้ตีหน้าขรึมเหมือนเมื่อวาน และไม่ได้ใส่สูทเนี๊ยบด้วย แต่เขาใส่เสื้อเชิ้ตคอปกลายสก๊อตสีฟ้าขาว กางเกงขายาวสีดำกับรองเท้าผ้าใบสีน้ำเงิน ท่าทางสบายๆ ของเขาทำให้เธออบอุ่นใจ แต่เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเธอจะต้องมานั่งมองสิ่งที่เขาสวมใส่ แล้วนึกวิจารณ์เกี่ยวกับตัวเขาอยู่ตลอดเวลาด้วยนะ

ซาเอะไม่ได้เอาหัวไปโขกนะ แค่หันหน้าไปชมวิวเฉยๆ ซาเอะปฎิเสธพลางยกมือขึ้นลูบหัว

ข้างหน้านี้แหละครับ เป็นแหล่งซ่องสุมวัยรุ่น มีเสื้อผ้าวัยรุ่นขายอยู่มากมาย 

คุณลุงพูดซะจนทำให้ผม จินตนาการไปถึงยาเสพติดเลยนะครับ อิชิโร่พูดขึ้นขำๆ

คาซาโตะขับรถเข้าไปในตึกสูงใหญ่ เพื่อหาที่ว่างของลานจอดรถที่เขาพอจะแทรกรถคันนี้เข้าไปได้ เขาขับรถวนไปวนมาผ่านเสาต้นใหญ่จนกระทั่งมาเจอที่ว่างระหว่างรถสองคันสีแดงกับสีเขียว เขาจึงขับรถถอยหลังแทรกเข้าไปจอด  เมื่อรถจอดสนิท คาซาโตะจึงรีบรุดออกมาเปิดประตูให้ซาเอะและอิชิโร่

คุณหนูไปถูกนะครับ คาซาโตะถาม อิชิโร่พยักหน้ารับ

คุณลุงไม่ไปด้วยกันหรือคะ ซาเอะถามขึ้นอย่างเป็นกันเอง

ไม่หรอกครับคุณหนู ไปกันสองคนหนุ่มสาวจะสะดวกกว่าลากคนแก่ไปร่วมวง คาซาโตะหัวเราะอย่างเสงี่ยมผมจะไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอคุณหนูอยู่ที่ร้านกาแฟใกล้ๆ จะดีเสียกว่า  

ถ้างั้นพวกเราไปก่อนนะครับลุง อิชิโร่บอก แล้วจึงจูงมือซาเอะเดินตรงไปยังตึกศูนย์การค้าเสื้อผ้าวัยรุ่น คาซาโตะเดินแยกออกไปอีกทางหนึ่ง มุ่งหน้าตรงไปยังร้านกาแฟ

ลุงครับ อิชิโร่หันมาตะโกนรั้งคาซาโตะไว้ก่อน ถ้ามีอะไรโทรเข้ามือถือผมนะครับ

ครับคุณหนู คาซาโตะโค้งรับแล้วหมุนตัวกลับ

ซาเอะมองดูข้อมือของอิชิโร่ที่กำข้อมือเธอเอาไว้แน่น แขนยาวเหยียดมาด้านหลังเพื่อให้เธอเดินได้สะดวก แผ่นหลังกว้างเดินนำหน้าเธอ อิชิโร่เดินขึ้นบันไดขั้นเล็กๆ ผ่านไปได้ด้วยดี ในขณะที่ซาเอะสะดุดไปหนึ่งครั้ง โชคดีเธอเอามือค้ำฝาผนังเอาไว้ได้ทัน

เมื่อเข้ามาในตึกเรียบร้อยแล้วพวกเขาจึงหยุดมองไปรอบๆ ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่หาซื้อของ จ่ายเงินให้กับเสื้อผ้าแบรนด์เนมอย่างไม่ตริตรอง บางคนหอบตุ๊กตาหมีน้อย บางคนหอบสร้อยคอเครื่องประดับ ทรงผมของแต่ละคนที่เดินผ่านพวกเขาไปก็ใช่จะธรรมดา ตั้งบ้าง เตียนบ้าง สั้นข้าง ยาวข้าง โลกเราช่างวิปริตในความคิดของอิชิโร่ แต่ซาเอะกลับจ้องมองราวกับค้นพบสิ่งประดิษฐ์ชั้นยอดที่ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นมาก่อน

เราจะเริ่มจากทางไหนดี อิชิโร่ขอความเห็น

แล้วแต่คุณเถอะค่ะ ซาเอะตอบ

อิชิคุง อิชิโร่หันกลับมาจ้องหน้าเธอ

          ค่ะ อิชิคุง ซาเอะก้มหน้าก้มตา แล้วแต่อิชิคุงเถอะค่ะ เธอทวนคำพูดอีกครั้ง อิชิโร่จึงยืนยิ้มอย่างขำๆท่าทางชองเธอ

 

❀❀❀❀

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #4 Love actually (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 / 22:13

    อีตาอิชิโร่เนี่ยนะ เอาแต่ใจตัวเอง+เผด็จการชะมัดเลย

    ถ้าชอบ+รักซาเอะขนาดนั้น ก็หัดอ่อนโยนกับเธอ+เอาใจเธอให้มันมากกว่าที่เป็นอยู่หน่อยสิ

    นี่อะไรกัน ตีหน้ายักษ์ใส่ไม่พอ แถมเวลาพูดกับเธอก็ชอบทำในแนวออกคำสั่งเสียด้วยสิ

    เฮ้อ ก็เข้าใจอ่ะนะ ว่าแสดงความรู้สึกไม่เก่ง แล้วก็เข้าใจด้วยว่า ต่อหน้าคนที่ชอบน่ะ ไม่มีใครไม่ใจเต้นหรอก

    แต่อย่างน้อย การกระทำกับความรู้สึกภายส่วนลึกของหัวใจน่ะ ขอให้มันไปในทิศทางเดียวกันหน่อยนะ

    #4
    0