Cherry Blossoms Heart รักนี้หัวใจซากุระ

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มี.ค. 52

บทที่ 1 สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า

สนามบินนาริตะ กรุงโตเกียว

คุณหนูตัดสินใจดีแล้วหรือครับที่จะไปรับเธอมาวันนี้เลย คุณหนูน่าจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านสักสองสามวันก่อนก็ดีนะครับชายคนขับรถที่เคยมีผมดกดำ บัดนี้กลับมีผมสีขาวสอดแทรกขึ้นมาอยู่เป็นหย่อมๆ

ไม่หรอกครับลุง ผมอยากเดินเรื่องให้เสร็จเร็วๆเด็กหนุ่มในชุดสูทสีดำ ที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังตอบอย่างมุ่งมั่น

เอกสารเกี่ยวกับเธออยู่ข้างๆ ที่นั่งของคุณหนูนะครับเด็กหนุ่มหันไปมองตามคำกล่าวของคนขับรถ หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาแล้วล้วงเอากระดาษที่ซ่อนอยู่ภายในออกมาอ่าน

ทามากิ ซาเอะ เกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ในเมืองโตเกียว เลือดกรุ๊ปเอบี อายุ 17 ปี ผมสีน้ำตาล ตาสีน้ำตาล บิดา: ทามากิ โคตะ มารดา: ทามากิ มิยาโกะ ถึงแก่กรรมทั้งคู่...เขาจ้องมองดูประวัติผู้อยู่ในความปกครองของเขาอย่างสนอกสนใจ ก่อนจะอ่านจนจบคำสุดท้ายแล้วรู้สึกเศร้าใจในชะตากรรมของเธอที่ช่างคล้ายคลึงกับเขา สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า โอคาซากิเขาเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้า นึกสนใจเธอขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ทามากิ ซาเอะ คือบุคคลที่แม่ของเขาได้เดินเรื่องอุปการะเอาไว้เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก หน้าที่นี้จึงตกมาเป็นของเขา แต่เนื่องจากตัวอุเอดะ อิชิโร่เองนั้นก็เป็นเด็กเช่นกัน เขาจึงได้ให้ค่าเลี้ยงดูแก่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าแทน และตอนนี้เขาก็พร้อมแล้วที่จะไปนำเธอมาอยู่ร่วมกับเขา ตามความต้องการของแม่ผู้ล่วงลับ

เราจะต้องเตรียมหาโรงเรียนให้เธออีกนะครับ คุณหนูคนขับรถทักขึ้น

ผมจัดการเรียบร้อยแล้วแหละครับเด็กหนุ่มตอบอย่างราบเรียบ ยกขาขึ้นมาไขว่ห้างอย่างสบาย ก้มหัวมองผ่านกระจกหน้าต่างไปตามตึกเล็กใหญ่ของกรุงโตเกียวที่ตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งดูเหมือนกับว่ามันจะมีที่ว่างน้อยลงทุกทีที่อายุเขาเพิ่มมากขึ้น ระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมานั้น ร่างกายเขาก็เปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งไม่ต่างไปจากตึกรามบ้านช่อง ที่เขามองแล้วถึงกับจำไม่ได้

คนขับรถขับผ่านใจกลางของตัวเมือง ทำให้เขาได้เห็นตึกสูงระฟ้าที่มีตัวอักษรใหญ่โตอยู่เหนือตึกว่า

 

Yoshikawa & Ueda

 

นั่นไงครับที่ทำงานของคุณหนูคนขับรถเอ่ยขึ้นแล้วชี้ไปยังตัวตึก

ตึกนี้ไม่ได้ต่างไปจากเมื่อก่อนเท่าไหร่เลยนะครับว่าจบก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ธุรกิจอันใหญ่โตที่แม่ของเขาทิ้งเอาไว้ให้เป็นมรดก กับผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่ต้องดูแล คิดแล้วกลุ้มใจเสียจริง ในบางครั้งเขาก็คิดว่า ภาระที่เขาได้รับนั้นช่างใหญ่หลวงเกินกว่าที่เขาเองจะสามารถรับผิดชอบได้  เขาต้องรับผิดชอบตัวเองและต้องรับผิดชอบตัวเธอ เด็กสาวที่เขาเองก็ไม่เคยได้พบเห็นหน้ามาก่อน แต่ถึงอย่างไรเขาก็สามารถผ่านมันมาได้แล้วถึง 12 ปี ตอนนี้เขามีอายุ 17 ปีเต็ม เขาจึงต้องทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีให้ได้

ส่วนเรื่องของคุณโยชิคาวะนั้น ท่านได้นัดคุณหนูไว้ตอน 8 โมงเช้าของวันศุกร์ครับชายคนขับรถอธิบายต่อ

อืมเด็กหนุ่มพยักหน้ารับ ก็อีก 2 วันสินะครับ

รถเคลื่อนเข้าไปตามซอยเล็กๆ ซอยหนึ่งอย่างช้าๆ ก่อนจะมาจอดอยู่ริมทางที่อยู่ข้างๆ ประตูบานใหญ่ที่มีป้ายติดอยู่เหนือประตูด้วยตัวหนังสือตัวหนาว่า

 

สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า โอคาซากิ

 

ให้ผมเข้าไปเป็นเพื่อนไหมครับคุณหนูคาซาโตะเดินมาเปิดประตูให้เด็กหนุ่ม

ไม่ต้องหรอกครับลุง ผมจัดการเองได้เขาตอบกลับไปอย่างมั่นใจ ก้าวเท้าลงจากรถแล้วดึงเสื้อให้เข้ารูปกระชับร่างที่สูงใหญ่ของเขา ผมสีดำถูกจัดทรงแลดูน่าเกรงขามผิดแผกไปจากวัยรุ่นอายุ 17 ปี ทั่วไปที่ใส่กางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ต นัยน์ตาสีน้ำตาลหรี่เล็กจ้องมองป้ายเหนือประตูก่อนจะหันไปยิ้มให้คาซาโตะแล้วเดินตรงเข้าประตูไปอย่างสง่า รองเท้าหนังที่สวมอยู่นั้นถูกขัดเป็นมันวาว เขาเดินผ่านต้นซากุระที่ตั้งอยู่ระหว่างสองข้างทาง มองไปข้างหน้าอย่างอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูกระจก เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าเต็มปอดผลักมันเข้าไปแล้วเดินตรงไปที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์

สวัสดีค่ะ มีอะไรให้พวกเราช่วยไหมคะพนักงานประชาสัมพันธ์เอ่ยถามอย่างเป็นมิตร

สวัสดีครับเด็กหนุ่มโค้งตัว แล้ววางเอกสารลงบนโต๊ะ ผมชื่อ อุเอดะ อิชิโร่ จะมาติดต่อเรื่องบุคคลที่แม่ของผมได้เดินเรื่องอุปการะเอาไว้เมื่อ 12 ปีก่อนครับ ส่วนแม่ของผมชื่อ อุเอดะ คาโอริ ครับพนักงานหญิงเบิกตากว้างราวกับว่า สิ่งที่เธอได้ฟังนั้นคือหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็ไม่ปาน

อ๋อ คุณนี่เองที่ส่งค่าเลี้ยงดูมาให้ซาเอะเป็นระยะเวลานานถึง 12 ปีเธอยิ้มแป้น เมื่อเรียกสติให้กลับมาได้อีกครั้ง ตอนแรก ฉันก็คิดว่าคุณจะแก่กว่านี้เสียอีก คุณอุเอดะนี่หน้ายังอ่อนอยู่เลยนะคะเธอกล่าวอย่างเป็นกันเอง อิชิโร่จึงยิ้มให้เธอ นั่นไงคะ เธอนั่งรอคุณอยู่ข้างในนั้นน่ะค่ะพนักงานชี้มือข้ามหัวไหล่ของอิชิโร่ไปยังห้องกระจกใส

อิชิโร่มองตามมือเรียวนั้นไป จึงเหลือบไปเห็นเด็กสาววัยเดียวกันกับเขานั่งอยู่บนเก้าอี้สีน้ำเงิน ใบหน้าเหม่อมองไปยังเบื้องนอกอย่างไร้จุดหมาย ผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอถูกถักสานเป็นเปียสองข้างห้อยลงมาถึงกลางหลัง

 เดี๋ยวคุณช่วยเซ็นต์ชื่อให้ฉันตรงนี้ แล้วก็เข้าไปหาเธอได้เลยนะคะพนักงานยื่นกระดาษใบหนึ่งให้เขา หลังจากตรวจสอบเอกสารของอิชิโร่เรียบร้อยแล้ว แล้วชี้มือไปยังตำแหน่งลงชื่อรับรอง เด็กหนุ่มลงชื่อไปยังตำแหน่งดังกล่าว แล้วจึงกล่าวขอบคุณพนักงานก่อนจะเดินตรงไปยังประตูกระจก

ประตูถูกเปิดออกช้าๆ เด็กหนุ่มร่างสูงยืนจ้องมองหญิงสาวราวต้องมนต์สะกด แก้มสีชมพูอ่อนเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ที่ขายดิบขายดีตามห้างสรรพสินค้าชั้นดีในท้องตลาดของเล่น ปากเรียวเล็กสีชมพูอวบอิ่มเม้มเข้าหากัน มือเล็กกำกระเป๋าเป้สีซีดๆ ที่วางอยู่บนตัก เสื้อเก่าๆ ย่นยานที่เธอสวมใส่ ช่างขัดกับลักษณะของเธอนัก

อะ แฮ่มเขาส่งเสียงปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์

อะ เอ๊ะเธออุทานขึ้นอย่างตกใจ ยกมือขึ้นกุมหน้าอก หันหน้ากลับมามองยังต้นเสียง

ฉันมารับเธอน่ะอิชิโร่กล่าว แต่ซาเอะกลับจ้องเขาตาไม่กระพริบ เธอจ้องมองสูทเรียบเป็นระเบียบแล้วเปลี่ยนไปจ้องมองทรงผมเข้ารูปดูเหมือนนักธุรกิจ ทั้งๆ ที่ใบหน้าของคนที่ทักเธอ ไม่ได้แก่ไปกว่าเธอเลยแม้แต่น้อย

ขะ ขอโทษค่ะ คุณคงจำผิดคนแล้ว ฉันรอคุณอุเอดะอยู่น่ะค่ะเสียงเล็กอ่อนหวานของเธออธิบายอย่างเคอะเขินไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองอิชิโร่ เด็กหนุ่มจึงยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจภาพที่เห็น มันช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดูอย่างประหลาด

ก็ฉันนี่แหละอุเอดะ อุเอดะ อิชิโร่เด็กหนุ่มตอบกลับไป ซาเอะถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะคนตรงหน้าช่างแตกต่างกับบุคคลที่เธอจินตนาการไว้ยิ่งนัก ผมของเขาไม่ได้หงอกขาวโพลนแต่เป็นสีดำขลับ มือของเขาไม่ได้ถือไม้เท้าแต่เป็นมือที่แข็งแกร่ง ตาคู่นั้นไม่ได้มีแว่นตาซ้อนทับอยู่ แต่เป็นดวงตาสีน้ำตาลกลมโตพอดีรับกับโครงหน้า

สวัสดีค่ะ ดิฉันทามากิ ซาเอะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ซาเอะคิดว่าท่านจะแก่กว่านี้ซะอีกว่าแล้วก็ลุกพรวดพราดโค้งตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พอเถอะ หยุดคำนับฉันได้แล้ว ฉันเวียนหัวแล้วแหละอิชิโร่บอกเธอ ในใจนึกขำคนตรงหน้าแต่ต้องวางมาดให้เธอไว้ใจเข้าไว้ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงต้องทำเช่นนั้น อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกดีที่เห็นเธอให้ความเคารพเขาก็เป็นได้

ค่ะ

เอากระเป๋ามาสิ ฉันถือให้เขาเดินตรงเข้าไป แล้วยื่นมือออกไปเพื่อจะรับกระเป๋า แต่ซาเอะชักกลับ

ไม่เป็นไรค่ะ

ตามใจเขายืนมองเธอแล้วส่ายหัว เธอออกจะดื้ออยู่ไม่น้อย แล้วของที่จะเอาติดตัวไปด้วยมีแค่นี้หรอ

ค่ะเธอก้มหน้าก้มตาตอบคำถามเขา อิชิโร่จึงเดินนำซาเอะไป พนักงานหญิงเห็นเด็กหนุ่มเดินผ่านแล้วยักคิ้วให้ซาเอะ-

โชคดีนะจ๊ะซาเอะเธออวยพรแล้วโบกมือให้ซาเอะ

ขอบคุณมากๆ ค่ะซาเอะโบกมือตอบแล้วรีบวิ่งตามอุเอดะไป

เขาทั้งสองเดินตรงไปที่รถ เมื่อไปถึงประตูก็ได้ถูกเปิดรอพวกเขาไว้เรียบร้อยแล้ว

สวัสดีค่ะ ดิฉันทามากิ ฉันซาเอะค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะซาเอะโค้งตัวทำความเคารพคาซาโตะ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณหนู

อะไรนะคะซาเอะโพล่งขึ้นเมื่อได้ยินคนตรงหน้าเรียกเธอราวกับว่าเธอคือผู้สูงศักดิ์ เพราะเธอเองนั้นรู้ตัวอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นแค่เด็กกำพร้า จึงไม่ชินหรือคุ้นเคยเมื่อถูกเรียกเช่นนั้น

ขึ้นรถเถอะอิชิโร่ผายมือให้เธอขึ้นไปก่อน ซาเอะยืนมองรถอันแสนหรูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าขึ้นอย่างช้าๆ อิชิโร่จึงขึ้นตามหลังเธอไป คาซาโตะปิดประตูลง แล้วตรงไปประจำตำแหน่ง

อิชิโร่หันหน้ากลับมามองซาเอะตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว ซาเอะเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องจึงหันกลับมามองตอบ

ท่านมีอะไรรึเปล่าคะเธอถามขึ้นอย่างระแวดระวัง

เงินที่ฉันส่งมาให้เธอทุกเดือน มันไม่เพียงพอที่จะซื้อเสื้อผ้าดีๆ มาสวมใส่บ้างเลยหรอเขาสงสัย

พอค่ะ แต่ซาเอะไม่ได้ซื้อซาเอะตอบ

แล้วเอาเงินไปไหนหมดตั้งเยอะแยะเขายังอยากรู้อยู่ไม่หาย

คือว่า ซาเอะ...เอ่อซาเอะอ้ำๆ อึ้งๆ ซาเอะ...เอาไปจ่ายค่าเรียนเปียโนน่ะค่ะ

เปียโนหรอ

ค่ะ

งั้นก็แล้วไป

รถสีดำที่ถูกขับมานานหลายนาที เคลื่อนตัวเข้าใกล้ประตูอย่างช้าๆ คนขับรถกดรีโมทคอนโทรลเพื่อเปิดประตูแล้วจึงขับรถเข้ารั้วบ้านไป ประตูรั้วปิดลงอย่างอัตโนมัติ รถจึงมาจอดเทียบอยู่หน้าประตูบ้าน คาซาโตะเดินลงมายกกระเป๋าเดินทางออกจากรถ แล้วจึงลากเข้าบ้านไป

ห้องของคุณหนูยังคงเป็นห้องเดิมครับ ส่วนห้องของคุณซาเอะก็อยู่ติดกันครับคาซาโตะหันกลับมาอธิบาย ผมขออนุญาตนำรถไปเก็บที่โรงเก็บรถก่อน แล้วจะนำกระเป๋าของคุณหนูตามขึ้นไปให้เร็วที่สุดครับ

ไปเถอะครับลุง ไม่ต้องรีบ ผมอยากจะเดินดูบ้านอีกสักหน่อยเด็กหนุ่มมองไปรอบๆ บ้านของเขาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย นอกจากว่าเมื่อก่อนหน้านี้เคยมีร่างของหญิงสาวใจดีมักจะยืนยิ้มต้องรับเขาทุกครั้งที่กลับมาบ้าน แต่วันนี้เขารู้ดีว่า คงไม่มีเธอมาคอยยืนยิ้มต้อนรับเขาอีกต่อไป นั่นก็เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาต้องจากที่นี่ไปตั้งแต่วันที่เธอเสีย

คุณอุเอดะคะเสียงเล็กเรียกขึ้นเบาๆ อิชิโร่สะดุ้ง

เรียกฉันว่าอิชิโร่ก็พอเขาต้องการให้เธอเรียกแทนตัวเขาว่าอิชิโร่

ค่ะ คุณอิชิโร่เธอกล่าวอย่างลังเล

อิชิโร่เขาย้ำ

ค่ะ คุณอิชิโร่ซาเอะยังย้ำคำเดิม

อิชิโร่อิชิโร่ส่ายหัวไปมาอย่างปลงไม่ตก เพราะเธอไม่ยอมพูดตาม

อิ อิ อิชิโร่ ซาเอะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

ดีมากอิชิโร่ยิ้มอย่างชอบใจ ตามฉันมา ฉันจะพาเธอไปที่ห้องเขาเดินขึ้นบันไดไป โดยมีซาเอะเดินตามไปติดๆ ในมือหอบกระเป๋าเป้เก่าๆ ของตน เธอเดินตามอิชิโร่ไปอย่างว่าง่าย จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบานประตูบานหนึ่ง

ห้องนี้เป็นของเธออิชิโร่เปิดประตูออก เผยให้เห็นห้องสีชมพูหวานแหววที่ถูกจัดไว้เป็นระเบียบ มีตุ๊กตาหมีน้อยสองตัวที่นั่งอยู่หัวเตียงจ้องมาทางเธอ โต๊ะเขียนหนังสือมีโคมไฟลายสีฟ้าอ่อนๆ เพื่อให้ตัดกับสีของห้อง ซาเอะเดินเข้าห้องไปอย่างกับถูกแรงดึงดูดลากเธอเข้าไป เออ ซาเอะเสียงสุภาพเอ่ยขึ้น ซาเอะจึงหันกลับมามอง พรุ่งนี้ ฉันจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ มาใส่ เตรียมตัวให้พร้อมนะซาเอะพยักหน้ารับ

ขอบคุณมากๆ ค่ะท่าน

อิชิโร่อิชิโร่เน้นเสียงเข้ม ซาเอะจึงต้องกล่าวตามอย่างว่าง่าย

ขอบคุณนะคะ อิชิโร่อิชิโร่นั่งมองเธอทำตามคำสั่งของเขาอย่างนึกขำ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นเด็กสาวที่ว่านอนสอนง่ายขึ้นมาบ้างแล้ว

 

❀❀❀❀

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #3 Love actually (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 / 21:24

    เฮ้อ ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองและกิจการของครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก ๆ เลยเหรอเนี่ย

    เด็กหนุ่มอายุ 17 ที่ต้องโตเกินวัยเพราะความจำเป็นบังคับ น่าสงสารเหมือนกันนะ

    แทนที่จะใช้ชีวิตวัยรุ่นเหมือนเด็กอายุ 17 ทั่ว ๆ ไป แต่ก็ไม่สามารถทำได้

    แล้วก็ ดูเหมือนว่า จะตกหลุมรักเด็กสาวในความดูแลของตัวเองเข้าแล้วล่ะสิ รักแรกพบเสียด้วย

    #3
    0