คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[Fic SJ Yaoi] Marry U ศัตรูที่รัก [KyuMin WonHyuk KiHae]

ตอนที่ 30 : Chapter 27


     อัพเดท 7 ธ.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคเกาหลี
Tags: Kyumin, Wonhyuk, Kihae, Yaoi, SJ, Super Junior, Fiction
ผู้แต่ง : I_Luc-Ky ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I_Luc-Ky
My.iD: https://my.dek-d.com/i_luc-ky
< Review/Vote > Rating : 99% [ 257 mem(s) ]
This month views : 56 Overall : 199,536
13,082 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1015 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[Fic SJ Yaoi] Marry U ศัตรูที่รัก [KyuMin WonHyuk KiHae] ตอนที่ 30 : Chapter 27 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10937 , โพส : 319 , Rating : 93% / 33 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


- Chapter 27 -

 

          คุณโจคยูฮยอนอาจเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิ

 

          เลือดในกายเย็นเฉียบไปทั้งตัวเมื่อสิ้นประโยคนั้น ดวงตากลมเบิกค้างกว่าครั้งไหนๆ ทั้งมีน้ำใสเอ่อคลอ ซองมินรู้สึกราวลมหายใจได้ถูกกระชากออกไปพร้อมกับวิญญาณของเขา ขาที่เคยแข็งขืนฝืนยืนไว้พับอ่อนลงเสียดื้อๆ จนจำต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้น สรรพเสียงเงียบงันเสมือนหูบอดทว่าถ้อยคำเมื่อครู่นั้นยังคงชัดเจนในโพรงประสาท... และชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ซองมิน” ยองฮวาเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นร่างเล็กจากมุมกำแพงเรียกสายตาจากอีกสองคนให้หันมอง มีคยองรีบถลาตัวนั่งลงข้างลูกสะใภ้ทันที อากัปกิริยาของซองมินทำให้เธอรู้ว่าบทสนทนาเมื่อครู่คงไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว

            “ซองมิน ไม่เป็นอะไรใช่ไหมลูก ซองมิน...” มือบางรีบยกปาดเช็ดหยดน้ำตาบนพวงแก้มไร้สีเลือดพร้อมทั้งประคองร่างกายเปียกปอนเอาไว้ในอ้อมแขน หากแต่ปฏิกิริยาตอบรับคือการแน่นิ่ง นัยน์ตาที่เคยสุกใสดั่งประกายดาวเคว้งลอยไปไกลขณะที่ริมฝีปากรำพึงต่อต้านเสียงแผ่ว

            “ไม่จริง มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง…”

            “ซองมินทำใจดีๆ ไว้นะลูก” เพียรปลอบใจด้วยเสียงสั่นเครือ มีคยองบีบหัวไหล่เล็กเบาๆ ก่อนจะกอดรัดร่างเล็กไว้ด้วยหัวใจเหลวแหลกไม่ต่างกัน ซองมินฟุบหน้าลงซบอกอุ่นปล่อยธารน้ำตาไม่ขาดสาย มือเรียวกำสาบเสื้อแน่นขณะส่งเสียงอู้อี้ลอดผ่านช่องว่างของอากาศ

            “คุณแม่ครับ ฮึก... คยูฮยอนเขาไม่ใช่คนโกหก เมื่อไม่นานมานี้เขายังบอกกับผมอยู่เลย เรายังวางแผนอนาคตกันอยู่เลย ฮึก... เขาจะไม่หลอกผมใช่ไหมครับ เขาจะไม่ทิ้งผมไว้แบบนี้ใช่ไหมครับ”

            “ซองมิน...” เสียงเรียกหยุดค้างไว้เพียงแค่นั้นอย่างใจหาย มีคยองมองสบตากับผู้เป็นสามีด้วยไม่รู้จะทำเช่นไร แรงกระตุกจากเนื้อผ้าและเสียงร้องครวญลั่นเรียกให้มีคยองต้องกดแนบใบหน้าหวานลงกับอกเพื่อซับความระทมเท่าที่จะทำได้ จิตใจของซองมินเปราะบางและบอบช้ำเกินกว่าที่จะรับรู้เรื่องเหล่านี้อย่างไม่ทันตั้งตัว และเมื่อไม่สามารถสร้างเกาะป้องกันความเจ็บปวดได้ทัน หัวใจจึงโดนถาโถมด้วยอาวุธร้ายกาจจนเกินทานไหว

            “คยูฮยอนเขาน่าสงสาร เขาทำอะไรให้ผมมาก แต่เขากลับไม่เคยได้รับอะไรจากผมเลย ฮึก... แม้แต่คำว่ารักเขาก็ยังไม่เคยได้ยิน” ก้อนสะอื้นที่จุกระบมไปทั่วอกทำให้เสียงที่เปล่งออกมานั้นราวกับกำลังจะขาดใจ ซองมินหอบหายใจหนักหน่วงพยายามกอบโกยอากาศเท่าทีเรี่ยวแรงน้อยนิดยังพอมีเหลือ ลำตัวโยกโยนภายใต้เรียวแขนที่โอบกระหวัดรัดแน่น แต่มันไม่ได้ช่วยให้เสียงร้องทรมานนั้นแผ่วเบาลงเลย

เหมือนคมมีดแหลมได้ลากเฉือนไปทั่วกายจนคนตัวเล็กต้องออกแรงกัดริมฝีปากกั้นเสียงกรีดร้องให้ตันอยู่ในลำคอ ร่างกายสะบัดดิ้นรนต่อสู้กับความทุกข์ที่กระหน่ำซ้ำไม่หมดสิ้น ไม่อยากรับรู้แม้เพียงเสียงปลอบประโลมย้ำความจริงที่แสนโหดร้าย เสียงร้องเวทนาดังสะท้านอกจวบจนอากาศที่แล่นเข้าสู่ปอดมีไม่เพียงพอ ดวงตาหม่นแสงหรี่ปรือพร้อมสติที่พร่าเลือนก่อนจะดับสิ้นลงจมสู่ห้วงความมืดมิดในที่สุด

บางทีการปิดประตูกั้นความจริงอาจทำให้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป

.

.

.

.

 

แสงแดดอุ่นๆ แตะแต้มเปลือกตาให้ขยุกขยิกรับรุ่งอรุณของวันใหม่ ริมฝีปากหยักยิ้มกว้างพลันนึกถึงภาพความจริงอันสวยงามในค่ำคืนที่เพิ่งผ่านพ้น กลิ่นหอมอ่อนโยนราวดอกไม้ยังคงอบอวลไม่สร่างไป เมื่อคืนซีวอนรักฮยอกแจมาก และแทนที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดเช่นเคย เขาได้แสดงความรู้สึกทั้งหมดผ่านทางการกระทำของเขาไปแล้ว

แขนยาวป่ายเปะควานหาหมอนข้างตัวนิ่มหวังจะกอดให้ชื่นใจต่ออีกสักครู่ทว่าสัมผัสที่ได้รับกลับแปลกไปกว่าที่ชายหนุ่มคิด มือหนาฟาดผ่านอากาศลงสู่ฟูกที่นอนแข็งอันว่างเปล่า แล้วฮยอกแจล่ะ?

คิ้วหนาขมวดย่นเข้าหากันก่อนปรือดวงตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ อุดอู้ถูกฉายไปด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้าจนเห็นไอฝุ่นเม็ดเล็กลอยวน หากแต่ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีร่างบอบบางที่ควรนอนอยู่ข้างๆ กัน

ผ้าห่มร่วงกองอยู่รอบเอวหนาเมื่อซีวอนยันตัวขึ้นกวาดสายตารอบกาย ตำแหน่งของไอ้ตัวแย่งความรักที่เขาจำได้ดีว่ามันนั่งแอบมองอยู่ตรงมุมห้องเมื่อคืนนั้นว่างเปล่า มันหายไป หายไปพร้อมกับเจ้าของที่ฉกชิงหัวใจของเขาไปทั้งดวง

หรือว่านี่คือเรื่องตลกที่เลวร้ายที่สุดสำหรับชเวซีวอน

.

.

.

.

 

เมื่อพระอาทิตย์ลาลับสู่ผืนดินอากาศหนาวเย็นก็แทรกผ่านสายลมมาดังเดิม เป็นอีกครั้งที่ฮยอกแจเผลอกอดตัวเองแทนผ้าห่มผืนหนาที่เคยมี เรียวขาย่ำไปตามเส้นทางข้างหน้าตามความคุ้นเคยมากกว่าใช้สมองสั่งการ รอยยิ้มฝืนเฝื่อนฉาบไล้บนดวงหน้าทั้งที่วันนี้ควรเป็นวันที่เขามีความสุข

คุณยายของฮยอกแจกำลังจะได้เข้ารับการผ่าตัด นั่นเป็นเรื่องที่เขาควรดีใจไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมหัวใจของเขาถึงได้ปวดแปลบเช่นนี้

“ฮยอกแจ เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้มือเล็กหยุดชะงักจากการไขกุญแจ ความอบอุ่นสวมกอดเอาไว้จนแผ่นหลังสัมผัสแนบชิดกับแผงอกแข็งแกร่ง ซีวอนเอ่ยซ้ำอีกครั้งเร่งให้ร่างกายอันนิ่งเย็นดั่งผลึกหินตอบสนอง “ทำไมนายต้องหนีฉันมาด้วยฮยอกแจ นายมีความจำเป็นมากถึงขนาดนั้นเลยหรือไง”

อยากจะกล่าวคำตำหนิให้ได้มากกว่านี้ แต่ริมฝีปากกลับขยับพูดอย่างตัดพ้อด้วยน้อยใจ ฮยอกแจจะรู้บ้างไหมว่าเขาใจเสียมากแค่ไหนที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบเจอเพียงความว่างเปล่า รู้บ้างไหมว่าเขากระวนกระวายเพียงใด รู้บ้างไหมว่าผู้ชายอย่างซีวอนคนนี้ก็หวาดกลัวเป็น... ความกลัวที่ดูโง่เง่าและน่าหัวเราะเยาะสิ้นดี หากแต่เขาอดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างที่ผ่านมาอาจเป็นเพียงความฝันหลอกหลวง

ซีวอนขยับแขนกระชับร่างเล็กแน่นพร้อมกดวางปลายคางบนไหล่ลาด ทุกอย่างเป็นเหมือนเมื่อคืนวานหากแต่วันนี้ชายหนุ่มกลับรู้สึกราวแขนทั้งสองข้างกำลังโอบรัดก้อนน้ำแข็งเหยียบเย็นไว้ ประกาษิตราบเรียบล่องลอยตามระลอกสายลมผ่านริมฝีปากสีหวาน หากแต่มันทั้งหนักแน่นและชัดเจน

“ปล่อย” พยางค์สั้นๆ ที่ทำให้ซีวอนนิ่งงันไปชั่วอึดใจ รู้สึกเหมือนก้อนเนื้อด้านซ้ายกระตุกวูบ ท่อนแขนกำยำเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงลงเสียเฉยๆ ทว่าชายหนุ่มกลับกอดร่างในอ้อมแขนแน่นหนากว่าเดิม เขาไม่รู้ว่าหากปล่อยฮยอกแจไปตอนนี้ เขาต้องเสียอะไรบ้าง ซีวอนเม้มปากแน่น ทั้งที่กายแนบชิดกันถึงเพียงนี้แต่เขากลับเข้าไปไม่ถึงหัวใจของฮยอกแจ หรือว่าความจริงเขาไม่เคยเข้าถึงหัวใจของฮยอกแจเลย...

“ฉันบอกให้ปล่อย” กดเสียงต่ำย้ำอีกครั้งโดยไม่มองหน้า แต่คนดื้อดึงอย่างซีวอนมีหรือจะยอมง่ายๆ

“ไม่ ฉันจะไม่ปล่อยนายไปไหนทั้งนั้นจนกว่านายจะตอบคำถามฉัน”

“อยากรู้นักฉันจะบอกให้ก็ได้ เพราะว่าเรื่องของเรามันจบแล้วไงซีวอนสะบัดตัวออกจากพันธนาการหลังพูดจบ ฮยอกแจหันหน้าประจันอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ใบหน้าขาวนวลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดจากอารมณ์ที่กำลังพุ่งปะทุ ประโยคที่เอ่ยนั้นยากเกินไปจนเขาไม่สามารถควบคุมริมฝีปากที่สั่นระริกเอาไว้ได้

“มะ... หมายความว่ายังไง นายพูดอะไรออกมาฮยอกแจ” ความสับสนมึนงงจู่โจมจนร่างสูงเผลอคลายวงแขนออกอย่างง่ายดาย ซีวอนรีบกลืนก้อนที่ตีรื้นขึ้นมาลงคอรวดเร็ว  

“ถ้าได้ยินแค่นี้ยังไม่เข้าใจฉันก็จะอธิบายให้ ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก เลิกยุ่งกับชีวิตของฉันสักที” กล่าวชัดถ้อยชัดคำหากแต่สะบัดหน้าหันหนีไปอีกทาง ร่างเล็กเชิดใบหน้าขึ้นมองแผ่นฟ้าสีเข้มไร้แสงดาว ขอบตาแข็งเกร็งด้วยหวั่นความอุ่นร้อนในดวงตาจะกลั่นตัวออกมาเป็นหยดน้ำแห่งความพ่ายแพ้ กลีบปากแดงช้ำถูกขบกัดซ้ำๆ เพื่อสะกดน้ำเสียงไม่ให้แปร่งปร่าเผยความอ่อนแอออกไป “ฉันเคยมีความสุขมากกว่านี้ตอนที่ไม่มีนาย นายทำให้ชีวิตของฉันยุ่งยากวุ่นวายไปหมด รู้ไหมว่าฉันรู้สึกแย่แค่ไหนเวลาที่ต้องยืนอยู่ข้างๆ นาย แล้วรู้บ้างไหมตั้งแต่นายเข้ามาฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง ฉันต้องทนการถูกรุกรานและคำสาปแช่งไม่เว้นแต่ละวัน ขอโทษนะซีวอน แต่ฉันไม่มีความจำเป็นต้องทนกับเรื่องพรรค์นั้นเลยสักนิด เราอยู่กันคนละโลก นายควรยอมรับความจริงสักที โลกของนายกับฉันมันแตกต่างกันสิ้นเชิง ทีนี้เข้าใจหรือยัง”

“เจ็บไหม” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยแหวกห้วงอากาศที่กำลังครุกรุ่น ฮยอกแจสะดุดกึกรู้สึกชาไปทั้งร่างกาย ปล่อยให้สายลมพัดพาใบไม้โรยรินสู่ดินท่ามกลางความเงียบงัน “ฉันถามว่าที่นายพูดน่ะ เจ็บบ้างหรือเปล่า”

ราวถูกคมมีดปักลงกลางใจด้วยคำถามเช่นเดิม ไร้เสียงตอบอีกคราจนซีวอนต้องคว้าข้อมือเล็กให้หันมาเผชิญหน้า ผลึกตาสีดำขลับทอดอ่อนเว้าวอนไม่ต่างจากน้ำเสียง

“ถ้านายคิดจะทำร้ายฉัน ขอร้องอย่าทำให้ตัวเองเจ็บไปด้วยได้ไหมฮยอกแจ อย่าฝืนพูดในสิ่งที่นายเองก็เจ็บปวด...” คำขอร้องส่งผ่านสายตาขณะจับจ้องไปยังนัยน์ตาอีกคู่ ซีวอนมองเห็นหยาดน้ำวูบไหวสะท้อนแสงโคมไฟทว่าดวงตานั้นกลับเฉยชาไม่มีแววแห่งความเจ็บปวด ฮยอกแจกล่าวเสียงแข็งห้วน

“ฉันมั่นใจซีวอน นี่เป็นคำพูดที่ฉันอยากพูดกับนายมาตลอด เลิกกับฉันซะ”

คำท้ายประโยคถูกเน้นให้เด่นชัดกว่าคำอื่นๆ ดังสะเทือนอยู่เต็มโสตประสาทของร่างสูง มือหนากระชับรอบข้อมือบางมั่นพลางมองริมฝีปากที่เหยียดเป็นเส้นตรงด้วยความไม่เข้าใจ

“แล้วที่ผ่านมา ความรักของเราเป็นอะไรสำหรับนาย”

 

นั่นสิ... ความรักระหว่างฮยอกแจกับซีวอนเรียกว่าอะไร

ยิ่งถูกไล่ต้อนด้วยสารพัดคำถามฮยอกแจก็ยิ่งรู้สึกราวกับถูกปลายมีดนั้นจ้วงซ้ำลงด้วยตำแหน่งเดิม กดลึกลงสุดด้ามพร้อมบีบคั้นให้เขาเอ่ยในสิ่งที่ไม่อยากพูด หากเพียงซีวอนยอมจากเขาไปอย่างง่ายดายเขาคงไม่ต้องรู้สึกเจ็บถึงเพียงนี้ ไม่ต้องตอบคำถามในสิ่งที่กรีดแทงหัวใจ ซีวอนจะรู้บ้างไหมว่าคนที่ถือมีดเล่มนั้นก็คือซีวอนเอง

“ฉัน...” น้ำเสียงอ่อนระโหยลงเมื่อเจอผลึกตาสีนิลที่มองมาราวกับเจาะทะลวงถึงก้นบึ้งความรู้สึก ฉับพลันดวงตารีเรียวก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง เงาดำเคลื่อนไหวบนกำแพงดึงดูดฮยอกแจให้เพ่งมองเลยใบหน้าของชายหนุ่มไป เจ้าของร่างเพรียวบางยืนกอดอกเอนหลังพิงกำแพงพลางมองดูเล็บมือของตนด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน สายลมพัดเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนสยายยามหญิงสาวหันเหความสนใจมายังดวงตาที่จับจ้องเธออยู่ รอยยิ้มมุมปากถูกส่งมาให้ฮยอกแจ

 

ภาพของบุพการีบนเตียงขาวสะอาดในโรงพยาบาลผุดขึ้นเตือนใจ น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคออย่างฝืดเคืองก่อนเชิดใบหน้าไร้อารมณ์ขึ้นสบดวงตาสีเข้มอีกครั้ง ฮยอกแจกล่าวเสียงนิ่งเย็น

“สำหรับฉันความรักก็เหมือนหมากฝรั่ง พอเคี้ยวไปนานๆ รสชาติที่เคยหวานมันก็เริ่มจืดชืด หึ... สุดท้ายเราก็แค่คายมันทิ้ง” คลื่นความเงียบแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณเหมือนอยู่ในป่าช้ากลางหิมะหนาว ไม่มีคำพูดใดๆ ทว่าดวงตาที่มองมาอย่างจับผิดนั้นกำลังเขม่นเกร็งและถูกแทรกซึมไปด้วยม่านน้ำที่ไม่เคยพบเจอ ฮยอกแจเสหน้าไปยังความมืดไร้จุดหมายเมื่อไม่สามารถทนต่อสายตารวดร้าวตรงหน้าได้ ความอ่อนแอถูกแสดงออกมาเมื่อน้ำเสียงที่เอ่ยต่อนั้นเจือความสั่นเครือ

“ฉันก็เป็นคนแบบนี้แหละ รู้จักกันมาตั้งนานดูเหมือนนายยังรู้จักฉันไม่ดีพอเลยนะ”

“มองตาฉันฮยอกแจ นายกล้ามองตาฉันไหมถ้านายไม่ได้โกหก! มองแล้วพูดว่านายไม่ได้รักฉัน! แค่คำคำเดียวจากปากของนาย ถ้านายทำได้ฮยอกแจ ฉันจะยอมเดินออกจากชีวิตของนายทันที แรงบีบข้อมือเพิ่มมากขึ้นพร้อมเสียงตะคอกสั่นพร่า ขอบตาแดงถูกเกร็งแน่นเต็มตื้นด้วยทำนบน้ำที่ใกล้แตกสลาย ฮยอกแจค่อยๆ เบือนหน้ากลับมาสบลึกเข้าในดวงตาอย่างที่ร่างสูงต้องการ

ลมหายใจของชายหนุ่มถูกช่วงชิงจนหมดสิ้นระหว่างรอคอยคำตอบในความเงียบอันน่าสะพรึงกลัว ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของหัวใจตนเอง

 

“ฉันไม่ได้รักนายซีวอน”

 

ชัดเจน... มือหนาร่วงหลุดลงข้างกายทันที โดยไม่รู้สึกตัวริมฝีปากได้แค่นยิ้มออกไป

 

“งั้นก็... ลาก่อน”

 

คล้ายหัวใจหล่นวูบไปจากอกเมื่อร่างสูงกล่าวอำลาด้วยถ้อยคำกระชับสั้นห่างเหิน ซีวอนทำเพียงพยักหน้าเข้าใจอยู่สองสามครั้งก่อนหมุนตัวเดินกลับไปยังรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงล้อเสียดสีถนนดังขัดกับนิสัยขี้เล่นของเจ้าตัวค่อยๆ แผ่วหายไปในม่านราตรีสีดำ มีเพียงคนตัวเล็กที่ยังคงยืนมองอยู่ณ จุดเดิมจนลับสายตา หากแต่ที่อีกฝ่ายไม่คิดเหลียวมองกลับมาเห็นหยดน้ำตาแม้แต่น้อย

“พอใจแล้วใช่ไหมตวัดใบหน้าถามเสียงกระด้างไปยังผู้สังเกตการณ์ในมุมมืด ซึลกิเลิกไหล่ขึ้นเป็นคำตอบพร้อมเหยียดริมฝีปากสร้างรอยยิ้มอัปลักษณ์

“ก็ดีค่ะ”

ฮยอกแจก้าวขาพรวดๆ เข้าไปในตัวบ้านตามด้วยเสียงประตูกระแทกดังปิดท้าย เรียวขาค่อยสิ้นกำลังปล่อยแผ่นหลังบางครูดไถไปตามบานประตูจนทรุดนั่งลงกับพื้นในที่สุด ธารน้ำตาไหลพรูอาบสองแก้มยามไม่มีใครสามารถเห็น ฮยอกแจกุมมือบริเวณหน้าอกด้านซ้ายที่จุกแน่นด้วยความเจ็บปวด

 

“ฟังดูน่าสนใจไหมคะคุณอีฮยอกแจ”

“ข้อเสนออะไรของคุณ”

“ฉันรู้ว่าถึงฉันบอกให้คุณเลิกยุ่งกับซีวอน มันก็คงไม่เป็นผลเท่าไร เพราะฉะนั้นข้อเสนอของฉันก็คือทำยังไงก็ได้ให้ซีวอนเลิกยุ่งกับคุณซะแล้วฉันจะจัดการเรื่องการผ่าตัดของคุณยายคุณให้ ฉันจะให้ทีมแพทย์มือหนึ่งระดับประเทศเป็นผู้ทำการผ่าตัด คุณยายของคุณจะได้รับการดูแลอย่างดี และคุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดตระกูลเบจะเป็นคนออกให้ ชักสนใจข้อแลกเปลี่ยนของฉันหรือยังคะ”

“ผมว่าไม่...”

“อ๊ะๆ! อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิคะคุณฮยอกแจ ลองคิดถึงคุณยายของคุณดูสิคะว่าตอนนี้ท่านกำลังต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนแค่ไหน ชีวิตของคุณยายไม่สำคัญกับคุณหรือคะ หรือว่าคุณจะไปบอกความจริงกับซีวอนแล้วทำตัวเป็นภาระให้กับเขาดีล่ะ คุณน่ะไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอกใช่ไหมคะคุณฮยอกแจ”

“…...............”

“คุณเป็นคนฉลาด คงรู้นะคะว่าอะไรที่เป็นไปได้ และอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เอ่อ... ขอโทษนะคะที่ฉันต้องถามแรงไปหน่อย แต่คุณคงไม่คิดเกาะซีวอนกินไปชั่วชีวิตหรอกใช่ไหมคะ”

“…...............”

“เป็นไงคะ ข้อเสนอของฉันน่าสนใจแล้วล่ะสิ”

 

ในที่สุดพันธะสัญญานั้นก็ได้เกิดผลขึ้นแล้ว

เข็มเวลาหมุนเวียนผ่านเพียงข้ามคืนทว่าซีวอน... นายคงลืมสิ่งที่ฉันบอกกับนายแล้วใช่ไหม

 

จำไว้นะฉันรักนาย...

.

.

.

.

 

เงียบเหงา... ตอนนี้ชีวิตทงเฮกำลังเข้าสู่โหมดจิตตกสุดๆ จะทำไงได้ในเมื่อหันหน้าไปทางซ้ายก็เจอไก่ป่วย หันหน้าไปทางขวาก็เจอกระต่ายภาวะซึมเศร้า มองขึ้นไปด้านบนก็เหมือนมีรังสีดำทะมึนแผ่คลุมทั่วไปหมด ไอ้คนที่อยากให้มาง้อดันหายต๋อมไปตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเล่นขยำจดหมายของเขาทิ้งไปต่อหน้าต่อตา

มือบางคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นจากกระเป๋า หน้าจอดับสนิทไม่มีเสียงเพลงที่ดังขึ้นเพราะเรื่องไร้สาระเช่นเคย คิมคิบอมคงมีความพยายามสำหรับเขาแค่นี้สินะ

“ฉันกลับก่อนนะ” ซองมินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ตั้งหน้าตั้งตาเก็บกวาดอุปกรณ์การเรียนลงกระเป๋าประจำตัวโดยมีสายตาของอีกสองคนจับจ้องอยู่

“มีนัดกับคยูฮยอนอีกแล้วล่ะสิ” เป็นทงเฮที่โพล่งขึ้นอย่างรู้ทันจนมือที่ง่วนอยู่ชะงักไป ทำไมเขาจะเดาไม่ถูกล่ะในเมื่อถามกี่รอบๆ ซองมินก็มักจะตอบกลับมาแบบนี้เสมอ

“อือ ฉันไม่อยากให้เขาต้องอยู่คนเดียวนานๆ น่ะ นายก็รู้ที่โรงพยาบาลเหงาจะตาย” ก้มหน้าเก็บของจนเสร็จก่อนจะส่งยิ้มฝืดให้เพื่อนรัก ทงเฮโบกมือลาเพื่อนกระต่ายแล้วได้แต่ถอนหายใจหนักๆ ตั้งแต่ซองมินบอกกับเขาว่าคยูฮยอนอาจกลายเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต เขาก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มที่แท้จริงของซองมินอีกเลย

อันที่จริงก็ไม่ต่างกับอีกคนเท่าไรหรอก แม้จะยิ้มและหัวเราะเหมือนปกติทุกอย่าง แต่ในความคิดของเขามันช่างเป็นรอยยิ้มดับโลกเสียจริง

“มองอะไรทงเฮ” นั่นไงคนโดนนินทาในใจส่งตาขวางมาให้ละ ไก่นี่เรดาห์ดีจริงๆ

“นายกับฉัน เราเป็นเพื่อนกันหรือเปล่าฮยอกแจ”

“อ้าว ทำไมพูดงี้อ่ะ” ไก่ตาโตร้องเสียงหลง ดีดตัวขึ้นจากผนักเก้าอี้เหมือนเป็นของร้อน

“แล้วทำไมนายมีอะไรถึงไม่บอกฉัน นายทุกข์ใจเรื่องอะไรทำไมฉันถึงไม่รู้ หลายวันที่ผ่านมานายหายไปไหน ไปทำอะไร...”

“ใจเย็น รัวเป็นชุดเลยนะ เดี๋ยวก็สำลักน้ำลายตายหรอก” มือขาวยกขึ้นปรามเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายเงียบเสียก่อน ฮยอกแจอมยิ้มบางๆ มองทงเฮกอดอกหน้ายู่

“ก็มันน่าน้อยใจไหมล่ะ พอนายกลับมาก็มาในสภาพแบบ... ไม่สมประกอบ” ปากแดงๆ บู้บ่นด้วยท่าทางน่ารักจนคนไม่สมประกอบที่ว่าต้องส่งมะเหงกไปให้หนึ่งที ทงเฮลูบหัวป้อยๆ

“โอ๊ย~ เจ็บนะ เขกหัวฉันทำไม”

“อยากมาว่าฉันไม่สมประกอบทำไมล่ะ” พูดจบก็หัวเราะร่วนก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายไว้บนบ่าบ้าง ฮยอกแจลุกขึ้นยืนมองคนที่ยังลูบคลำศีรษะตัวเองไม่เลิก “ฉันไปก่อนนะทงเฮ วันนี้ต้องไปทำงานต่อน่ะ”

“แล้วซีวอนไม่มารับนายหรอ”

 

ประหนึ่งมีมีดเสียบแทงเข้าที่ร่างกายอีกครั้ง ฮยอกแจหยุดเดินเพราะไม่สามารถขยับขาไปไหนต่อได้

“หมอนั่นจะมาทำไม ในเมื่อเราเลิกกันแล้ว” กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ฮยอกแจกระชับสายสะพายกระเป๋าแน่นกลัวว่ามันจะลื่นหลุดออกจากบ่าไร้น้ำหนัก เสี้ยวหน้าขาวนิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“ฮยอกแจ...” ปลาน้อยครางชื่อเพื่อนรักเสียงเบาหวิว หน้าตาสลดเสียใจยิ่งกว่าคนอกหักเสียเอง

“ดูทำท่าเข้า นายมากกว่าไม่สมประกอบ” กระตุกยิ้มพร้อมย้อนรอยคนตัวเล็กไปหนึ่งดอก ทำท่าจะเดินหน้าต่อไปอีกครั้งทว่ากลับโดนรั้งไว้ด้วยอ้อมแขนเสียก่อน

“นายไม่เป็นอะไรนะ” ทงเฮรวบเพื่อนตัวบางเข้ามากอดโดยไม่คิดถามเหตุผลอื่นใดอีก ความเศร้าเสียใจมากมายที่ได้กดไว้ในส่วนลึกเหมือนถูกขุดขึ้นอีกคราจนอดไม่ให้ที่จะใช้บ่าเล็กเป็นที่พึ่งพิง ก้อนน้ำในดวงตารื้นขึ้นร้อนผ่าวขณะท่อนแขนที่เกี่ยวพันรอบตัวคล้ายกำลังดูดซึมความเจ็บให้เบาบางลง ฮยอกแจเหมือนเด็กขี้แยใช่ไหม ที่ห้ามน้ำตาไว้ไม่ได้เพียงแค่ได้รับคำปลอบโยน

ความจริงฉันเจ็บ ฉันอยากร้องไห้ นายช่วยปลอบฉันไว้นานๆ ได้ไหมทงเฮ

 

“ฮยอกแจ ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร”

“นะ... นายนี่คิดมากจริงๆ เลย ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ความจริงฉันก็ไม่คิดหรอกว่าจะคบกับคนอย่างนั้นได้นาน แล้วอีกอย่างไม่มีคนบ้าแบบนั้นมาคอยรังควานก็สบายใจดีออก” กระพริบตาขับไล่หยดน้ำจนเกลี้ยงก่อนจะผละตัวออกจากร่างเล็ก ฮยอกแจตีหน้ายิ้มเบิกบานพร้อมส่งคำยืนยันเป็นเสียงหัวเราะแห้งๆ ตบท้าย ทว่าปลายจมูกสีแดงระเรื่อและน้ำเสียงฟุดฟิดเหมือนหายใจติดขัดนั่นก็เกินพอแล้วสำหรับอีทงเฮ

“ไปทำงานดีกว่า อยู่กับนายแล้วเลอะเทอะไปกันใหญ่” พูดจาตะกุกตะกักเพราะสายตาที่มองมายังคงเต็มไปด้วยความห่วงใย  “อ่อ! เกือบลืม วันนี้ลองดูใต้โต๊ะด้วยล่ะ ฉันเห็นมีใครบางคนเขามาด้อมๆ มองๆ อยู่นาน”

ทงเฮย่นคิ้วงุนงงสักพักหลังเพื่อนไก่ทิ้งท้ายไว้แล้วแสร้งทำทีเป็นลัลล้าเดินจากไป มือบางสอดเข้าในลิ้นชักอย่างที่ฮยอกแจแนะนำจนสัมผัสกับวัตถุบางอย่าง ซองจดหมายสีขาวสะอาดถูกดึงออกมาพินิจพิเคราะห์

 

ซองผ้าป่า?

คนส่งเพี้ยนหรือไง เขานับคริสต์ ไม่ใช่พุทธสักหน่อย

 

ถึงแม้ในใจจะคิดอย่างนั้นแต่ก็ยังไม่วายแกะซองไขความกระจ่างอยู่ดี กระดาษแผ่นบางถูกคลี่ออกในมือก่อนที่ดวงตากลมใสแจ๋วจะไล่สำรวจไปทีละบรรทัดอย่างกลั้นใจ

 

ถึงทงเฮ

สวัสดีครับ มันออกจะแปลกๆ สักหน่อยที่ผมต้องทักทายคุณด้วยวิธีการอย่างนี้ ผมรู้สึกไม่ชินเลย แต่หวังว่าคุณจะทักทายผมกลับด้วยรอยยิ้มขณะที่กำลังอ่านมันนะครับ ^^” อันที่จริงผมไม่เคยเขียนจดหมายแบบนี้มาก่อนด้วย ผมไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นแบบไหน หรือใช้ซองจดหมายสีอะไร ผมเบื่อสีชมพูแล้ว มันเชย เลยลองใช้สีขาวดู รสนิยมผมดีใช่ไหมล่ะ ^O^

 

ประหลาดน่ะสิไม่ว่า...

 

นี่เป็นจดหมายฉบับแรกที่ผมเขียนขึ้นเลยนะ คุณดีใจใช่ไหมล้าที่คุณคือผู้โชคดีคนนั้น อ๊ะ! ตอนนี้ยิ้มหน้าบานแล้วล่ะสิ อย่าสิผมเขินเป็นนะ >///<

 

“บ้า…” รู้ได้ไง ^///^ ทงเฮละสายตาขึ้นเพื่อมองหาเจ้าของจดหมายลึกลับไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นใครนอกจากตนเองจึงยิ้มเหมือนคนบ้าก้มหน้าสนใจสิ่งที่อยู่ในมือต่อ

 

ผมอยากให้คุณรู้จักผมมากกว่านี้ แต่ผมเป็นคนขี้อาย จริงๆ นะ!!! (กรุณาจินตนาการถึงหน้าตาอันหล่อเหลาของผมและน้ำเสียงที่ดูจริงจังสุดฤทธิ์) เพราะถึงผมจะหน้าตาดี มีสมองอันชาญฉลาดในระดับไอคิวสูงกว่าคนทั่วไป เพียบพร้อมด้วยฐานะสูงส่ง แต่ผมก็ยังเป็นผู้ชายธรรมดาที่กลัวความผิดหวังอยู่ดี

 

รู้สึกชักหมันไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ ล่ะ -*-

 

555 ผมพูดเล่นน่ะ ความจริงผมประหม่าต่างหาก ผมไม่ใช่คนดีเด่อะไรขนาดนั้นหรอก ตอนนี้เราเพิ่งรู้จักกัน เป็นธรรมดาที่คนเราต้องอยากแสดงด้านดีๆ ให้คนอื่นเห็น แต่จดหมายฉบับหน้าผมหวังว่าคุณจะเปิดใจให้กับผมมากขึ้นนะ ลองไปดูที่ล็อคเกอร์ของคุณตอนนี้สิ บางทีผมอาจซ่อนอยู่ในนั้นก็ได้ ^^

เจอกันฉบับหน้า อย่าเพิ่งปฏิเสธหัวใจของผมล่ะ

 

หน้าแดงเถือก... ทงเฮยกมือกุมแก้มร้อนฉ่าของตนเองพลางบิดไปมาด้วยอาการขวยเขิน นี่แสดงว่าเขาก็ป็อบปูล่าเหมือนกันใช่ไหมเนี่ย ถึงได้รับจดหมายรักในช่วงเวลาติดๆ กันแบบนี้ คิบอมไม่อยู่ก็ดีเหมือนกันแหะ ถ้าเกิดหมอนั่นเห็นขึ้นมาสงสัยจดหมายฉบับนี้คงกลายเป็นผุยผงไปก่อนถึงมือเขาแน่ๆ ดีล่ะ ล็อคเกอร์หรอ? เขาต้องไปที่นั่นใช่ไหม?

ขาสั้นสาวถี่ๆ ไปยังตู้เก็บของประจำตัวก่อนแง้มมันออกช้าๆ เผยให้เห็นซองผ้าป่า(?)วางเด่นชัดตัดกับสีเทาของล็อคเกอร์ ทงเฮเอื้อมหยิบมันออกมาพร้อมดอกกุหลาบสีเหลืองแต้มจุดส้มที่วางอยู่เคียงกัน

 

ถึงคนน่ารักของผม

สวัสดีอีกครั้งครับ ถึงตอนนี้เราคงรู้จักกันมาพอสมควรแล้วเพราะนี่เป็นจดหมายฉบับที่สองของผม ไม่งั้นผมคงไม่กล้าเรียกคุณแบบนั้นหรอก (เรื่องทึกทักน่ะ ผมเก่ง 55) อันที่จริงผมก็รู้จักคุณมาพอสมควรแล้วนะ ผมแอบเฝ้ามองคุณจากที่ไกลๆ มา... เดี๋ยวขอนับก่อน 3 วัน? ไม่สิอาทิตย์นึงได้มั้ง 555 ทั้งที่ผมอยากเข้าไปแนะนำตัวให้คุณรู้จักแทบแย่ แต่ผมคงไม่เคยอยู่ในสายตาของคุณเลย (ผู้ชายหล่อๆ คนนี้ก็เศร้าเป็น TT^TT)

ไม่เอาล่ะ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า คุณชอบของขวัญของผมหรือเปล่าครับ ผมบอกแล้วว่าผมเบื่อสีชมพู หวังว่าสีเหลืองคงถูกใจคุณ ถ้าใช้มุขแบบพระเอกในละครผมคงต้องบอกคุณว่าดอกไม้สวยๆ นี่ดูเหมาะสมกับคนน่ารักอย่างคุณ แต่มันจะฟังดูเสี่ยวไปหน่อย งั้นผมสารภาพตรงๆ เลยก็ได้ ผมหมดมุขน่ะ คิดไม่ออกไม่รู้จะให้อะไรคุณเป็นของขวัญชิ้นแรกดี เป็นไง ผมเป็นคนจริงใจที่น่ารักที่สุดในโลกใช่ไหมล้า ^O^

การที่ผมได้แต่ยืนมองคุณจากตรงนี้มันทำให้ผมหงุดหงิดในบางครั้งนะ ทงเฮ คุณช่างไร้เดียงสาจริงๆ ที่ไม่รู้ว่ามีคนชื่นชอบคุณมากแค่ไหน คู่แข่งผมเยอะชะมัด จนผมคิดว่าหากผมไม่รีบและปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เช่นนี้ ผมคงต้องเสียคุณให้กับคนอื่น (ประโยคหลังฟังดูน้ำเน่าดี อันนี้ผมแอบลอกมาจากในละคร)

ผมคิดถึงคุณแล้วล่ะ อยากเจอคุณมากๆ ด้วย แล้วคุณล่ะอยากพูดคุยกับผมบ้างหรือเปล่า ฮั่นแน่! ผมรู้นะว่าคุณก็แอบมีใจให้ผมอยู่ ไม่งั้นคุณคงไม่อ่านมันมาถึงตรงนี้หรอก

มาเจอกันนะครับ ผมจะรอคุณที่ลานน้ำพุหน้าอาคารเรียน

แม้ว่าพระอาทิตย์จะตกดินไปแล้ว ผมก็จะรอคุณ

 

กระดาษสีขาวถูกพับเรียบเก็บเข้าซองจดหมายตามเดิม คิ้วเรียวผูกกันเป็นปมพลางจับจ้องไปที่ดอกไม้ในมือไม่วางตา ใครรับประกันได้บ้างว่าหากเขาไปตามนัด หมอนี่จะไม่ล่อลวงเขาไปฆ่าทิ้ง

แม้จะรู้สึกดีกับจดหมายฉบับนี้ก็เถอะ แต่ทงเฮก็แอบคิดไม่ได้ว่าพวกโรคจิตมักจะมาแนวนี้ไม่ใช่หรือไง โฮก~ เกิดดับสยองตาคาโรงเรียนขึ้นมาทำไงเนี่ย TT[]TT

 

“ยืนเพ้ออะไรอยู่คนเดียวยัยติ๊งต๊อง” เสียงปริศนาดังมาจากที่ไหนสักแห่งก่อนจะเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่เจ้าของ คิบอมสืบเท้าเชื่องช้าจวบจนยืนประชิดร่างเล็ก ใบหน้าคมเข้มตีขรึมมองดูพิรุธของอีกฝ่าย

“เพ้ออะไร ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ มั่วแล้ว” แก้ตัวน้ำขุ่นหลังจัดการยัดหลักฐานใส่ตู้ล็อคเกอร์ได้ฉิวเฉียด ทงเฮปัดมือปฏิเสธให้วุ่นพลันไอเดียบรรเจิดก็แว๊บเข้ามาในสมอง ใช่สิ! ถ้าเขาเอาคิบอมไปด้วยมันก็ไม่มีปัญหา ตัวอย่างยักษ์แบบนี้จัดการพวกโรคจิตได้สบายแน่ๆ “นี่ๆ คิบอม ไปลานน้ำพุกับฉันหน่อยสิ”

“อะไร งอนฉันอยู่ไม่ใช่หรือไง” คนตัวสูงกว่าหลิ่วตาอย่างเป็นต่อ ท่าทางที่เหมือนคุณชายฟอร์มจัดทำให้ทงเฮจิ๊ปากบ่นพึมพำเสียงค่อย

“ยกโทษให้แล้ว น้าน้า~ ไปกับฉันนะ” ถูมือไปมาพร้อมส่งเสียงหงุ๊งหงิ๊งออดอ้อน ก่อนจะฉุดดึงท่อนแขนหนาจนคิบอมตัวเซจำต้องวิ่งตามไปในที่สุด

 

“ไหน นายพาฉันมาที่นี่ทำไมกัน” เสียงทุ้มใหญ่พูดดังจนทงเฮต้องรีบจุ๊ปากบอกให้เงียบ มองดูคนตัวเล็กทำท่าลับๆ ล่อๆ แล้วคิบอมได้แต่เกาศีรษะแกรกๆ ด้วยความไม่เข้าใจ ชายหนุ่มลองชะเง้อคอพ้นมุมตึกบ้าง ในเวลาโพล้เพล้จวนพลบค่ำเช่นนี้ไม่น่าแปลกอะไรที่ลานน้ำพุจะเงียบสงัดไร้ผู้คน

“ไม่เห็นมาเลย”

“ใคร?”

“ก็เจ้าของจดหมายน่ะสิ อุ๊บ...” มือเล็กรีบยกขึ้นอุดปากกั้นเสียงทันที แต่คงสายไปเสียแล้วเพราะตอนนี้หน้าอาตี๋คิมคิบอมได้หงิกไปเป็นที่เรียบร้อย ทงเฮส่งรอยยิ้มเจื่อนๆ เป็นคำขอโทษ

“อ้อ... แสดงว่าที่ฉันเห็นเมื่อกี้ก็ไม่ได้ตาฝาดสินะ งั้นเชิญนายรอไปคนเดียวเถอะ ฉันกลับล่ะ” หมุนตัวเสร็จสรรพก่อนยกมือขึ้นโบกอำลาด้วยหันหลัง แต่แล้วฝ่าเท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้ากลับต้องหยุดนิ่งอีกครั้ง

“คิบอม อย่าเพิ่งไปสิ ทำไมนายต้องโกรธฉันด้วย ในเมื่อ... ในเมื่อ...” ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

“ไม่รู้สิ บางทีฉันคงไม่มั่นใจในสถานะของตัวเองล่ะมั้ง” ราวกับอีทงเฮถูกอ่านใจออกจดหมด ดวงตาเรียวเล็กที่ปรายมองมาเต็มไปด้วยกระแสแห่งความเย็นชาจนเขารู้สึกหนาววาบ สถานการณ์กลับตาลปัตรจากคนงอนกลายเป็นคนถูกงอนเสียนี่

ปลายจมูกโด่งเล็กระบายลมหายใจออกมาหลังจากชายหนุ่มเดินหายลับไปจากที่แห่งนั้น ขาเรียวสั่นอย่างคิดไม่ตก ทำท่าจะก้าวตามไปแต่ถูกรั้งไว้ด้วยความไม่แน่ใจให้ยืนอยู่จุดเดิม ความจริงคิบอมก็ไม่มีสิทธิ์จะหึงหวงในตัวเขาสักหน่อย ในเมื่อเจ้าตัวไม่เคยออกปากขอคบเขาจริงๆ จังๆ สักครั้ง แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกผิดขนาดนี้นะ

“พี่ๆ มีคนเขาฝากมาให้น่ะ” ในขณะที่กำลังหมกมุ่นอยู่อยู่กับความรู้สึกแปลกประหลาด ซองจดหมายที่สามของวันก็ได้ถูกยื่นมาจ่อตรงหน้า สีขาวบริสุทธิ์บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าบุรุษปริศนานั้นเป็นคนเดียวกัน 

“ให้ตายเถอะ คนพวกนี้ชอบทำอะไรให้มันยุ่งยากจริงๆ” เด็กสาวสบถกับตัวเองหลังร่างเล็กยอมรับมันไปด้วยอาการงงๆ ทงเฮย่างเท้าพาตนเองนั่งลงบนขอบน้ำพุ ละอองน้ำกระเซ็นแตะเนื้อความในจดหมายขณะที่เขาค่อยๆ คลี่มันออกอ่านอย่างตั้งใจ

 

ถึงทงเฮ

ผมต้องขอโทษด้วยที่ผมยังคงเป็นคนขี้ขลาดอยู่เช่นเดิม นี่คงเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายของผมแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของเรายังไม่ดีขึ้นเลย คุณชอบอะไรมากกว่ากันล่ะระหว่างแผ่นกระดาษที่คุณได้แต่อ่านกับบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง

ผมเองก็ไม่อยากเป็นเพียงจดหมายที่มองเห็นแต่รอยยิ้มของคุณฝ่ายเดียวหรอกนะ เพราะฉะนั้นในตอนนี้ผมคิดว่าผมรู้จักคุณดีพอแล้ว และคุณเองก็คงรู้จักผมมานานมากกว่าที่ผมรู้จักคุณเสียอีก แม้ผมจะกลัวความผิดหวัง แต่ผมก็ยังอยากพูดคำคำนี้กับคุณอยู่ดี

 

‘คบกับผมนะทงเฮ’

 

“คบกับผมนะทงเฮ” ราวกับเป็นเสียงอ่านซ้ำทว่าริมฝีปากของทงเฮยังคงหุบนิ่ง ดวงตากลมหวานค่อยช้อนมองบุคคลตรงหน้าอย่างรู้สึกคุ้นเคยในน้ำเสียง ดวงอาทิตย์ค้างคาอยู่บนขอบพื้นดินสะท้อนแสงสีส้มนวลจับทั่วร่างสูงสง่า รอยยิ้มอบอุ่นที่เขาหลงใหลฉาบไล้อยู่บนใบหน้าคม

“คิบอม...”

“อ้าว คุณรู้จักชื่อผมด้วยหรอครับ” ปากหยักยกยิ้มค้างไว้อย่างนั้น ประกายในดวงตาคมส่อแววหยอกล้อ

“หมายความว่าไง...” เสียงใสเบาหวิวขณะดันกายลุกขึ้นเก้กัง ความสับสนผนวกตกใจส่งผลให้ดวงหน้าหวานดูเหลอหลาอย่างห้ามไม่ได้ คิบอมกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่มิดมองดูทงเฮสลับสายตาไปมาระหว่างตัวเขาและกระดาษจดหมายในมือ “คิบอม นายเขียนจดหมายพวกนี้เองหรอ”

“อืม มันห่วยแตกใช่ไหมล่ะ ฉันเขียนไม่เป็นน่ะ แต่เห็นว่านายอยากได้ก็เลยลองเขียนให้นายเป็นคนแรก ขอโทษนะที่วันนั้นฉันขยำจดหมายของนายทิ้งไป เฮ้อ... มันน่าอายนะถ้าจะบอกว่าฉันอยากให้นายอ่านจดหมายของฉันคนเดียวพอ” ชายหนุ่มยืนกุมมือคอตกสารภาพความผิด ภาพลักษณ์คุณชายจอมเย่อหยิ่งถูกทิ้งไปเมื่อวันนี้คิมคิบอมไม่ต่างอะไรจากเด็กชายผู้มีความมั่นใจเป็นศูนย์ อากาศบริสุทธิ์ยามเย็นถูกสูดเข้าในปอดก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง “คบกับฉันนะทงเฮ ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นคนใจร้อน หลงตัวเอง และเคยทำร้ายจิตใจนายหลายครั้งหลายคราว แต่ให้โอกาสฉันแก้ตัวได้ไหม”

“เอ่อ... คิบอม ฉันว่าเรา...” ทันทีที่ริมฝีปากสีสดขยับเอื้อนเอ่ย มือหนาก็ยกขึ้นห้ามไว้เสียก่อน

“อย่าเพิ่งๆ เดี๋ยวขอเวลาทำใจ 5 วิก่อน” คิบอมเป่าลมฟู่ๆ ในปากขณะทาบมืออีกข้างบนทรวงอก เสียงนับถอยหลังดังขึ้นเป็นจังหวะช้าๆ พร้อมกับลดจำนวนนิ้วมือที่ชูอยู่ลงตามลำดับ “5... 4... 3... 2... 1... โอเค พร้อมแล้ว”

“ลองดูก็ไม่เสียหายนี่”

“นั่นไงว่าแล้วว่านายต้องปฏิเสธฉัน เฮ้ย! เมื่อกี้นายว่าไงนะ?” ตาตี่โตขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับไม่เชื่อหูตนเอง ทงเฮหัวเราะคิกคักให้กับภาพหลุดตรงหน้าแทนที่จะเป็นฝ่ายเขินอาย เสียงหวานย้ำชัดๆ อีกครั้งทีละพยางค์

“ฉันบอกว่า ลอง ดู ก็ ไม่ เสีย หาย นี่”

ฉับพลันร่างกายก็เหมือนโดนหมีป่าโถมทับมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว แขนยาวสอดรัดเรือนร่างบอบบางไว้แน่นก่อนพากระโดดโลดเต้นด้วยความสุขล้น ละอองน้ำฟุ้งกระจายโอบล้อมกายทั้งสองไว้คล้ายม่านหมอกสีขาวพราวระยับ คิบอมผละตัวออกจ้องใบหน้าหวานอาบไล้ด้วยแสงแดดรำไร

“เป็นแฟนกันจับมือกันได้ใช่ไหม”

ดวงหน้าซับสีเลือดพยักงึกงักทำให้คนได้ใจเลื่อนมือของตนลงประคองมือเล็กไว้ทันที เสียงทุ้มเปี่ยมเสน่ห์เอ่ยต่อชัดเจนยิ่งกว่าเสียงสายน้ำเต้นระบำ

“งั้นคนเป็นแฟนกัน... จูบกันได้ไหม”ไม่มีคำตอบใดนอกจากสายตาเอียงอายที่หลุบลงต่ำ คิบอมขยับมือบอบบางให้อยู่ในความอบอุ่นมั่นคง โครงหน้าโน้มลงสัมผัสลมหายใจอุ่นท่ามกลางเม็ดน้ำหยาดเย็น

“เดี๋ยวก่อน!” อารมณ์หยุดกึกทันทีเปรียบเสมือนบทเพลงหวานซึ้งที่ดำเนินอยู่ถูกปิดลง ทงเฮชักมือข้างหนึ่งออกยันแผงอกอีกฝ่ายเอาไว้ เสียงใสถามขึ้นด้วยใบหน้าร้ายเดียงสา “นายลืมอะไรไปหรือเปล่าคิบอม”

 

ลืมอะไร? คิ้วหนาย่นยู่พยายามขบคิดถึงสิ่งที่คนตัวเล็กกล่าว เขาลืมอะไรไปอย่างนั้นหรอ?

 

ตู้ม!!!

แผ่นน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้างตามด้วยภาพร่างสูงที่ลงไปนั่งจ้ำเบ้าอยู่ในสระ ทงเฮเท้าสะเอวกระหยิ่มยิ้มย่องภูมิใจในฝีมือตนเอง

“เป็นไง! น้ำเย็นไหมครับคุณคิบอม”

“นายทำแบบนี้ทำไมเนี่ย” คิบอมสะบัดศีรษะไล่หยดน้ำเปียกโชก พยายามเอียงคอเอาน้ำออกจากหู

“นายลืม แต่ฉันไม่ลืม! ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่ไปผลักนายต่อหน้าสาธารณชนแบบที่นายเคยทำกับฉัน” ป้องปากแผดเสียงสู้กับเสียงซ่าดังของสายน้ำ ทงเฮไล่ปัดละอองที่กระเซ็นโดนตามเนื้อตัว กลีบปากสวยแย้มรอยยิ้มกวนประสาทด้วยอารมณ์สะใจสุดขีด

“บ๊ายบายนะครับคุณคิม แล้วส่วนที่เหลือไว้ผมค่อยคิดบัญชีทบต้นทบดอกกับคุณต่อระหว่างที่เราคบกัน อ่อ สำหรับผมนี่ก็เป็นอุบัติเหตุ ท่าทางคุณจะอยากเล่นน้ำล่ะสิ งั้นตามสบาย ขอให้สนุกนะครับ” ลอกเลียนแบบคำพูดที่ตนเองท่องได้ขึ้นใจก่อนวิ่งลิงโลดกลับขึ้นไปเก็บของบนตัวอาคาร

คนถูกทิ้งไว้เสยผมขึ้นแล้วจิ๊ปากด้วยอารมณ์คุกรุ่น ทว่าไม่นานนักใบหน้าก็ระบายไปด้วยรอยยิ้ม คิบอมส่ายศีรษะนึกขำตนเอง

สมควร! ว่าแต่จะโดนอีกกี่ดอกกันล่ะเนี่ย

.

.

.

.

 

“เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างการเเถลงข่าวผู้พัฒนาเกมที่จัดขึ้นในประเทศรัสเซีย ทีมผู้พัฒนาจาก Blizzard เจ้าของลิขสิทธิ์เกมวางแผนการรบในตำนานอย่าง Startcraft ได้ประกาศในงานเเถลงข่าวว่าจะมีการเลื่อนกำหนดการของการเปิดให้ทดสอบของภาคต่อ Starcraft 2 ไปจนกว่าจะถึงปี 2010 และไม่มีการระบุเวลาที่แน่ชัด

จากกำหนดการเดิมที่ประกาศไว้ว่าจะอยู่ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2009 นี้ ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 12 ปีพอดีหลังจากที่เกม StarCraft ภาคแรกวางจำหน่ายไปเมื่อปี 1998 พร้อมๆ กับยังมีการวางจำหน่ายและจัดรายการแข่งขันจนถึงปัจจุบัน อนึ่งมีการประกาศวันเวลาวางจำหน่ายของ Starcraft 2 ไว้ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Blizzard ว่าจะออกวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2010 โห~ คยูฮยอนขืนนายนอนอย่างเดียวแบบนี้นายต้อง out แน่ๆ” อ่านจบก็รีบกางนิตยสารเกมเล่มล่าสุดให้ร่างสูงดูพร้อมจิ้มนิ้วไปยังรูปภาพประกอบ ซองมินอธิบายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเกาหลีสร้างยานอวกาศได้ก่อนจะนั่งแหมะข้างเตียงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคยูฮยอนไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ มือขาวพลิกสำรวจเนื้อหาในหนังสืออย่างลวกๆ พลางบู้ปากบ่นคนขี้เซา “สงสัยที่เขาเลื่อนเปิด close beta เพราะรอแฟนพันธุ์แท้แบบนายมั้ง”

“ดูสินายน่ะ ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนไปหมดแล้วรู้ไหม”

“.........................”

“แต่ถ้านายยังไม่รีบตื่นขึ้นมา คราวนี้เขาคงไม่รอนายกันแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นนายอัพเวลไม่ทันอย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ”

“.........................”

“จริงสิ! ละครเรื่องที่นายบ่นว่าอยากดูใกล้ฉายแล้วด้วย นาย... นายอยากดูไม่ใช่หรอ...”

“.........................”

“ฉันจะอัดไว้ก็แล้วกัน พอนายตื่นขึ้นมาเราจะได้... เราจะได้มาดูด้วยกันดีไหม” รอยเปียกชื้นดวงเล็กๆ ซึมลงในเนื้อกระดาษเป็นสาเหตุให้ซองมินชะงักมือไว้เพียงแค่นั้น ตากลมเบิกค้างรู้ตัวอีกทีธารน้ำก็ลากยาวเป็นทางไปตามใบหน้าเสียแล้ว มือบางรีบปาดเช็ดมันออกด้วยอารามตกใจ

“ตอนนี้ฤดูใบไม้ร่วงแล้วนะคยู มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นใบไม้เปลี่ยนสีสวยมากเลยล่ะ ฮึก... อยากให้นายเห็นจัง” เอ่ยต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าซองมินจะขจัดมันไปอย่างไรหยาดน้ำใสเหล่านั้นกลับยิ่งไหลออกจากดวงตาแดงช้ำทั้งสองข้าง หลังมือถูกใช้เป็นเครื่องซับน้ำตาอย่างไม่ใยต่อความเจ็บแสบบนผิวหน้า โมโหตัวเองที่ควบคุมไม่ได้กะอีแค่น้ำตาง่ายๆ... น้ำตาที่น่าเกลียดชัง น้ำตาที่หากคยูฮยอนเห็นเข้าคงไม่สบายใจ

“ฉันไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจนะ ฮึก... ฉันมีความสุขต่างหาก แค่นึกถึงตอนที่นายตื่นขึ้นมาแล้วอดดีใจไม่ได้ทุกที” พยายามฉีกยิ้มกว้างสดใสเท่าที่จะทำได้ทั้งที่สายน้ำยังไหลออกจากนัยน์ตาไม่ขาดสาย ซองมินเพ่งมองร่างสูงโปร่งซึ่งกำลังนอนหลับสงบเงียบอยู่บนเตียง แม้จะบอกกับตัวเองว่าสักวันคยูฮยอนจะต้องตื่นขึ้นมา แต่วันนั้นมันคือเมื่อไรกัน

เมื่อไม่สามารถต้านความรู้สึกเม็ดน้ำตาจึงกลิ้งหล่นลงมาจำนวนนับไม่ถ้วน เสียงสะอื้นไห้ที่หนักขึ้นทำให้ซองมินต้องกัดริมฝีปากสกัดเสียงนั้นให้เบาบางที่สุดก่อนจะคว้ามือเรียวของคยูฮยอนมากอบกุมไว้

“เหงาไหมคยูฮยอน วันนี้ฉันรีบกลับจากโรงเรียนมาหานายเลยนะ ฮึก... จำรอยยิ้มที่นายส่งให้ฉันทางโทรศัพท์ได้ไหม เดี๋ยวนี้ฉันดูมันบ่อยเลยล่ะ” อมยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อนึกถึงรอยยิ้มของโจคยูฮยอนที่ให้เขาเก็บไว้ ซองมินฟุบวางใบหน้าลงกับขอบเตียงเพราะความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ดวงตาคู่หวานค่อยเคลื่อนปิดพร้อมแสงตะวัน... เป็นอย่างนี้แทบทุกครั้งไป

“นายมาช่วยฉันทำไมคยูฮยอน ทำไมคนที่นอนอยู่ตอนนี้ถึงไม่เป็นฉันล่ะ”

“.........................”

“ขอโทษ... แม้กระทั่งแหวนของเรา ฉันก็รักษาไว้ไม่ได้”

“.........................”

“คิดถึงนายตลอดเวลา แล้วนายล่ะ... ลืมฉันหรือยัง”

 

ห้องทั้งห้องถูกฉาบทาด้วยความมืดมิดยามราตรีเมื่อแสงอาทิตย์สุดท้ายหายไป ซองมินรู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่เสียงแหบพร่าได้มากระซิบข้างใบหู ดวงตาหนักอึ้งปรือมองก่อนละศีรษะออกจากขอบเตียงที่ใช้ต่างหมอน ฝ่ามือถูกใช้ลูบปัดความง่วงหงาวหาวนอนออกจากใบหน้า

“คุณหนูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวก่อนดีไหมครับ แล้วค่อยกลับมานอนเป็นเพื่อนคุณหนูคยูฮยอน”

“ขอบคุณครับคุณพ่อบ้าน งั้นผมฝากสักครู่นะครับ” ร่างเล็กโค้งตัวให้ผู้อาวุโสกว่าก่อนจะเดินโซเซหอบข้าวของออกจากห้อง ร่างกายที่ดูอิดโรยไปถนัดตาทำให้ซังอิลได้แต่มองตามแล้วทอดถอนใจ ไม่รู้ว่าใครดูซูบผอมไปมากกว่ากันระหว่างคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงกับคนที่ถูกทิ้งให้จมอยู่ในความจริงซึ่งไม่อยากรับรู้

“คุณหนูครับ... ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงคุณหนูมากนะครับ โดยเฉพาะคุณหนูซองมิน...” หันไปเอ่ยกับร่างสูงเมื่ออยู่กันสองคน ซังอิลยืนประสานมือไว้ด้านหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจ ลมหายใจอ่อนถูกลอบผ่อนออกมาอีกครั้ง “คุณหนูไม่รู้จริงๆ หรือครับว่าตอนนี้คุณหนูซองมินต้องการคุณหนูมากแค่ไหน คุณหนูทรมานคุณหนูซองมินนานเกินไปแล้วนะครับ”

เสียงที่เอ่ยทุ้มแหบตามวัยชรา นัยน์ตาสีชาทอดมองทั่วร่างบุคคลซึ่งตนเคยเฝ้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ กลุ่มผมสีดำสนิทล้อมกรอบใบหน้าซีดขาวราวปุยหิมะเอาไว้ คล้ายเพียงแค่หลับใหลไปและพร้อมจะตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อดวงตะวันโผล่พ้นจากพื้นดิน

“ถ้าคุณหนูคยูฮยอนรักคุณหนูซองมินจริง ได้โปรดอย่าลงโทษเขาอีกเลยนะครับ รีบๆ ฟื้นขึ้นมาอยู่ข้างๆ เขาอีกครั้ง…” ซังอิลใช้นิ้วกำจัดหยดน้ำบริเวณปลายตาของตนเอง ทว่าบางอย่างที่สะดุดเข้ากับสายตาทำให้หัวใจราวกับหยุดเต้นโดยฉับพลัน นัยน์ตาเรียวเล็กเบิกกว้าง แม้การมองเห็นจะค่อนข้างพร่าเลือนแต่ก็ไม่สามารถกลบภาพตรงหน้าได้เลย

 

เพียงแค่ปลายนิ้ว...

ริมฝีปากกร้านค่อยอ้ากว้างขึ้นก่อนตะโกนเต็มเสียงด้วยความรู้สึกประหลาดใจล้นทะลัก

 

“คุณหนูคยูฮยอน

 

 

Talk

แมรี่ยูอัพ มีคนบอกว่าหิมะตก 555+

เรารีบปั่นมาต่อให้เลยนะคะ ด้วยความรู้สึกผิดที่ครึ่งแรกทิ้งไว้นิดเดียว

ครึ่งหลังเพลินกับคิเฮมากไปหน่อยยาวเลย คยูมินกระจิ๊ดนึง

 

สปอยๆ

ตอนที่แล้ว วอนฮยอก

ตอนนี้ คิเฮ

ตอนหน้าถึงคิวคยูมิน อย่าพลาด!!!

(เพราะคู่นี้ทีไรงานเข้าไรท์เตอร์ทุกที TT^TT)

 

เรื่องรวมเล่มไว้ใกล้ๆ กว่านี้ก่อนนะคะค่อยบอกอีกที

ขอบคุณที่คอมเม้นท์ ติดตามอ่าน อยากตอบเม้นท์อีกจัง สักวันแหละ ^^”

อ่านในมือถือไม่ได้เม้นท์ไม่เป็นไร เพราะเราเข้าใจว่าแค่อ่านมันยังลำบากมาก 555 (คนข้างตัวเป็น)

แค่กดเลือกเข้ามาอ่านก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ

ขอบคุณที่โหวตให้ด้วยนะคะ น่ารักจริงๆ ^3^ จ๊วบบบบบบ

ขอบคุณข่าว StarCraft จาก Pantip 555

 

 

สุดท้าย

ผู้ส่ง – ไอ้หื่น

            ...^^…

รอยยิ้มของคยูฮยอนครับ เอาไว้ดูเวลาคิดถึงกัน ^___^

 

(โปรดสังเกต ที่รอยยิ้ม ว่านั่นสิวหรือมันอาย)



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[Fic SJ Yaoi] Marry U ศัตรูที่รัก [KyuMin WonHyuk KiHae] ตอนที่ 30 : Chapter 27 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10937 , โพส : 319 , Rating : 93% / 33 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13
# 319 : ความคิดเห็นที่ 13047
มินเข้มแข็งนะ อดทน อีกนิด สมน้ำหน้าคิบอม 555 โดนบ้าง สงสารยอก ด้วยอ่ะ ยัยเบ นางนี่ร้าย จริงๆ
Name : jaaoAloha < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jaaoAloha [ IP : 27.55.87.190 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 สิงหาคม 2557 / 22:38
# 318 : ความคิดเห็นที่ 12987
เเหวนนี่ตัวคยูนอนทับป่ะ ? 
555555555
ฟื้นเเล้วใช่มั้ย 
มาดูมินนี่ มา ตื่นขึ้นมา 


PS.  ซปจน.คือดี....เลอค่า... //คยม.ชิป JoY CP ซุ่มฟินยอ.วฮย.
Name : miniCHo88 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ miniCHo88 [ IP : 49.230.128.253 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มีนาคม 2557 / 09:20
# 317 : ความคิดเห็นที่ 12855
ตื่นๆๆ มีเรื่องและ ตื่นได้และอีกี้อย่าหลับนานไปกว่านีี้เลย สงสารมินมั้งดิ
Name : nastsi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nastsi [ IP : 183.88.248.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2556 / 16:08
# 316 : ความคิดเห็นที่ 12818
กี้นายตื่นแล้วใช่มั้ย
รีบตื่นขึ้นมาเลยนะทุกคนเค้ารอนายอยู่
มินดราม่าจนคนอ่านใจจะขาดแล้วนะ(อยากมีส่วนร่วม-..-)
Name : SQUAA [ IP : 182.52.41.146 ]

วันที่: 24 เมษายน 2556 / 23:26
# 315 : ความคิดเห็นที่ 12759
อีเกียมมมมมมมมมมมมมมม!!
แกจะฟื้นแร้วใช่ไหมมมมมมมมมมมม TT^TT
Name : EvilMinnie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ EvilMinnie [ IP : 27.130.240.144 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2556 / 22:33
# 314 : ความคิดเห็นที่ 12723
คิเฮน่ารักมากจริงๆนะมีดอกเอาคืนกันด้วยเป็นแบบนี้ลูกดกแน่ๆเชือสิ
วอนฮยอกจะเป็นยังไงบ้างนะ  ลุ้นๆเอาใจช่วยนะคะ
อ้อ คยูมิน อยากให้คยูฟื้นแล้วนะ คยูเมียแกจะตายอยู่แล้ว ฟื้นขึ้นมาสิฟื้นขึ้นมาอยู่กับซองมิน
ซองมินอยากเห็นคยูยิ้มนะรู้ตัวไหม ฟื้นซะนะ
PS.  13elive Super Junior (KyuMin)
Name : rikioh < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rikioh [ IP : 110.77.244.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2556 / 18:43
# 313 : ความคิดเห็นที่ 12630
คิเฮน่ารักมากอ่า วอนฮยอกเศร้าไปมั๊ยยยยย
PS.   แค่คุณทักมา เรายินดีที่จะตอบ
Name : Psychosiiz Indy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Psychosiiz Indy [ IP : 124.121.216.11 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 / 22:46
# 312 : ความคิดเห็นที่ 12585
กี้ฟื้นแล้วใช่มั้ยยยย

คิเฮน่ารักมากมาย
Name : KyuminHunhan >< < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KyuminHunhan >< [ IP : 203.144.144.164 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2555 / 22:48
# 311 : ความคิดเห็นที่ 12547
บอมน่ารักอ่ะ
โรแมนติกเบาๆ

กี้จะตื่นใช่ไหม?
Name : กระรอกoneday < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กระรอกoneday [ IP : 101.108.100.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2555 / 19:32
# 310 : ความคิดเห็นที่ 12495
ฟื้นใช่มั้ยไรเตอร์ ??
ฟื้นใช่มั้ย
Name : Hanoy_4701 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hanoy_4701 [ IP : 124.122.194.218 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2555 / 00:20
# 309 : ความคิดเห็นที่ 12448
ฟิ้นแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว!!!!
ใช่มั้ย? = =? อย่ามาหลอกให้หนูดีใจแล้วเชือดหนูให้ตายทีหลังนะไรเตอร์ - -+
PS.  I am SuperJunior#13
Name : SuperJunior#13 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SuperJunior#13 [ IP : 171.99.1.164 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2555 / 18:41
# 308 : ความคิดเห็นที่ 12388
บอมแมร่ง บทจะน่ารักก็น่ารักเกิ๊น

อิอิ

คยูฟื้นแล้วใช่มั้ยไรเตอร์
Name : ann_elf < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ann_elf [ IP : 182.53.112.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 สิงหาคม 2555 / 02:04
# 307 : ความคิดเห็นที่ 12302
บอมแกน่ารักอ่ะ
เป้นจดหมายที่น่ารักสุดๆเลย
อ่านไปยิ้มไปกันเลย

PS.  ไม่ว่ายังไงก็จะ "จีคยอชุลเก ยอลเซมยอง" ตลอดไป
Name : Rabbit_Blue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rabbit_Blue [ IP : 223.205.19.76 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2555 / 12:29
# 306 : ความคิดเห็นที่ 12274
คิเฮน่าร๊ากกกกกกกกกก หุหุ ม่ายคิดว่าบอมจะทไบบเน๊กะเขาเปนด้วย
น่าร๊ากกอ่ะ
คยูจะฟื้นแร๊วหรา??? อ๊ายยยยยยยยยยยยย จะกลับมาเปนเหมือนเดิมช่ายม๊ายยยยยยย
อยากจะกระโดดโลดเต้น

อ่า........ แต่ก้อสงสารซีวอนกะฮยอกอ่า
Name : ChocoLateMilk [ IP : 27.55.1.162 ]

วันที่: 22 มิถุนายน 2555 / 00:24
# 305 : ความคิดเห็นที่ 12224
จะฟื้นแล้วๆๆๆๆ
Name : ForestFlower < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ForestFlower [ IP : 61.90.40.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 / 07:55
# 304 : ความคิดเห็นที่ 12199
ฟื้นแล้วเหรอ ?!~ O[]o
Name : -(8?)- [ IP : 171.97.170.237 ]

วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 / 18:37
# 303 : ความคิดเห็นที่ 12165
 กี้ตื่นเถอะสงสารมินอ่ะ
Name : tk only < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tk only [ IP : 124.121.91.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 / 23:20
# 302 : ความคิดเห็นที่ 12127
กี้แกตื่นมาเลย

PS.  เป็นวิป เมนเบ้ รัก5 หน่อ BOOMSHAKALAKA
Name : AUN VIP < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AUN VIP [ IP : 182.52.15.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 / 21:32
# 301 : ความคิดเห็นที่ 11990
อ่า ขอร้องล่ะ แค่กี้ขยับนิ้วได้นิดหน่อย แต่มันก็เป็นสัญญาณที่ดีแล้วล่ะ ว่ากี้จะต้องกลับมาหามิน หลับมาเร็วๆนะเฮียโจว ไม่งั้นเฮียอดสตาร์คราฟภาคใหม่ไม่รู้ด้วยนะ คึคึ
หลังจากดราม่าคู่คยูมินไปไม่เท่าไหร่ ตอนนี้มานั่งดราม่ากับวอนฮยอกอีกแล้วคะ T T ทำไมแม่วอนกับพ่อวอนไม่ดูแลลูกสะใภ้บ้างล่ะคะเนี่ย ปล่อยให้คู่หมั้นของวอนมาทำร้ายหัวใจของลูกชายแบบนี้ได้ไงเนี่ย สงสารคู่นี้เกินอ่ะ T T
Name : KyuMin_Pumpkin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KyuMin_Pumpkin [ IP : 182.52.214.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 เมษายน 2555 / 10:57
# 300 : ความคิดเห็นที่ 11967
ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยยยยยยยย
แล้วแอบอมแหวนแต่งงานไว้ใช่ม้าาา .. เค้ารู้ทันหรอกนะ
รีบตื่นมาแล้วก็เอาแหวนคืนเจ้าตัวเค้าไปซะสิ
คยูเก่งอยู่แล้ว ชิมิ ^^
Name : Patty-Kyu [ IP : 58.11.168.126 ]

วันที่: 6 เมษายน 2555 / 18:27
# 299 : ความคิดเห็นที่ 11878
อ๊ากกก กี้ฟื้นแล้วหรอๆๆๆ
Name : Jia [ IP : 101.108.179.82 ]

วันที่: 23 มีนาคม 2555 / 18:40
# 298 : ความคิดเห็นที่ 11838
 คัยเอาแหวนไปไหน 

กี้แกฟื้นแร้วใช่ไหมมมมมมมมมมมมม

Name : junniizie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ junniizie [ IP : 1.46.231.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2555 / 16:11
# 297 : ความคิดเห็นที่ 11777
ตื่นได้แล้วกี้แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ห๊ะ เจ้าบ้าตื้นสิ
PS.  เผื่อวันพรุ่งนี้..บอม..จะกลับมา...เผื่อวันพรุ่งนี้..ฮัน..จะเปลี่ยนใจ...เผื่อวันพรุ่งนี้..คัง..ไม่เหลือใครยังนึกขึ้นได้มามี...เอลฟ์
Name : น้ อ ง สา ว ต ระ กู ล ลี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้ อ ง สา ว ต ระ กู ล ลี [ IP : 125.24.135.120 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:45
# 296 : ความคิดเห็นที่ 11711
 คยูตื่นเร็ว ๆ สิค่ะ
Name : NooLoVeKyU < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NooLoVeKyU [ IP : 110.168.35.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2555 / 02:00
# 295 : ความคิดเห็นที่ 11668
ตื่นได้แล้วกี้
Name : มเหสีซองมิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มเหสีซองมิน [ IP : 118.173.212.154 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2554 / 10:32
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android