คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[Fic SJ Yaoi] Marry U ศัตรูที่รัก [KyuMin WonHyuk KiHae]

ตอนที่ 20 : Chapter 18


     อัพเดท 16 ส.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคเกาหลี
Tags: Kyumin, Wonhyuk, Kihae, Yaoi, SJ, Super Junior, Fiction
ผู้แต่ง : I_Luc-Ky ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I_Luc-Ky
My.iD: https://my.dek-d.com/i_luc-ky
< Review/Vote > Rating : 99% [ 257 mem(s) ]
This month views : 60 Overall : 199,540
13,082 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1015 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[Fic SJ Yaoi] Marry U ศัตรูที่รัก [KyuMin WonHyuk KiHae] ตอนที่ 20 : Chapter 18 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12640 , โพส : 294 , Rating : 85% / 21 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


- Chapter 18 -

 

            ซองมินเดินตามร่างสูงบนระเบียงทางเดินทอดยาวที่ค่อนข้างไร้ผู้คน ทั้งรู้สึกผิดและรู้สึกอึดอัดมากเกินกว่าที่จะพบหน้าเพื่อเจรจากัน เหตุผลคงเป็นเพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าความรู้สึกของคนตรงหน้าเป็นเช่นไร ร่างสูงหยุดเดินเมื่อก้าวมาถึงมุมสงบสุดปลายทาง ใบหน้าคมหันกลับมองคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้างุดเลี่ยงสายตา

            “ฉันเอากระเป๋าที่นายลืมไว้มาคืนน่ะ” ยื่นสิ่งที่ตั้งใจจะนำไปคืนให้ตั้งแต่เมื่อวาน คนตัวเล็กเอื้อมมือรับไว้ก่อนเอ่ยขอบคุณด้วยเสียงแผ่วค่อย

            “ขอบใจนะ”

            “เออ...” ซึงกิเองก็เปรยขึ้นด้วยท่าทีที่ชวนอึดอัดใจ ความจริงเรื่องกระเป๋าสตางค์เป็นเพียงข้ออ้างในการที่เขาจะสามารถพูดคุยกับซองมินเท่านั้น หากแต่ความเป็นจริงสิ่งที่เขาต้องการรู้คือเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากซองมินเดินจากไปพร้อมคยูฮยอนต่างหาก “เมื่อคืน... นายกับคยูฮยอน ฉันหมายถึง... นายไม่เป็นอะไรใช่ไหมซองมิน”

            “อือ... ฉันไม่เป็นอะไร ขอบใจนะซึงกิ” ซองมินเงยหน้ามองร่างสูง ใบหน้าได้รูปติดรอยตำหนิบนมุมปากพาลให้นึกถึงเรื่องที่สามีบันดาลโทสะทิ้งไว้เมื่อคืน “ฉันขอโทษแทนคยูฮยอนด้วยนะ”

            นิ้วยาวสัมผัสบริเวณรอยแผลเตือนใจก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง “ซองมิน... เรื่องเมื่อคืนคงทำให้นายลำบากใจมากใช่ไหม ฉันรู้ดีว่าตอนนี้นายคงกำลังลำบากใจที่ต้องคุยกับฉัน”

            “มะ... ไม่นะ ไม่ใช่อย่างนั้น” ปฏิเสธพลางโบกไม้โบกมือให้วุ่น แต่แล้วดวงตาสีหม่นคล้ายกำลังจับพิรุธได้ ซองมินจำนนก้มหน้ายอมรับความจริง “ฉันขอโทษนะซึงกิ แต่ว่าฉันคงทำอย่างที่นายบอกไม่ได้ เรื่องระหว่างฉันกับนายฉันขอโทษจริงๆ”

            “มันคงเป็นไปไม่ได้เลยใช่ไหม ถึงแม้ว่าฉันจะบอกว่าฉันจะรอน่ะหรอ”

            “อย่าทำอย่างนั้นเลยซึงกิ เพราะต่อจากนี้... ฉันคงมองใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากคยูฮยอน”

            “พูดตรงๆ อย่างนี้ก็เจ็บเหมือนกันแฮะ แต่นี่คงเป็นสิ่งที่ฉันต้องยอมรับสินะ” แทนที่จะเป็นความเสียใจอีซึงกิเลือกที่จะกดรอยยิ้มบางๆ แทน “ตอนนี้ซองมินกับคยูฮยอนดีกันแล้วใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ”

            “ฉันขอโทษ...”

            “ไม่เห็นต้องขอโทษฉันเลยซองมิน ฉันต่างหากทีควรจะขอโทษนาย ความจริงฉันเข้าใกล้นายก็เพื่อต้องการแก้แค้นคยูฮยอน โดนลงโทษแบบนี้มันก็สาสมแล้ว” ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มหยัน ความจริงเขาไม่ควรมีหน้ามายืนอยู่ตรงนี้เสียด้วยซ้ำ หากแต่ถ้าเขาไม่เลือกที่จะพูดเรื่องน่าละอายเหล่านี้ไป คนตัวเล็กนี่คงมัวแต่โทษตัวเองอยู่เป็นแน่ “ขอโทษนะซองมิน ได้ยินแบบนี้นายคงจะเกลียดฉันมากกว่าเดิมแล้วใช่ไหม”

            “ถ้าบอกว่าไม่โกรธก็คงแปลกแล้วล่ะ”

            “อย่างน้อยตอนนี้ดูเหมือนนายก็ไม่อึดอัดที่จะคุยกับฉันแล้วนี่” ซึงกิล้วงมือสองข้างลงในกระเป๋ากางเกง เอนแผ่นหลังพิงบานกระจกด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้ายามมองร่างเล็กค่อยๆ เผยรอยยิ้ม

            “ยังจะมาพูดเล่นอีก” ใบหน้าขุ่นมัวแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มน่ารักก่อนที่ระเบียงทางเดินว่างเปล่าจะสะท้อนไปด้วยเสียงหัวเราะของสองคน เมื่อกำแพงใหญ่ที่ถูกก่อด้วยอิฐทึบได้ถูกพังทลาย สายลมเย็นก็พัดชวนให้มีอากาศได้ใช้หายใจ ซึงกิยื่นมือออกไปเบื้องหน้า

            “เรายังเป็นเพื่อนกันได้อยู่ใช่ไหม”

            “คงงั้น” มือบางยื่นสัมผัสก่อนจะถูกกระชับเบาๆ ด้วยมือที่ใหญ่กว่า

            “งั้น... ให้โอกาสฉันได้เริ่มต้นใหม่ด้วยมิตรภาพที่จริงใจนะ”

            “อืม”

            “แต่ดูเหมือนมิตรภาพของเราคงทำให้นายเดือดร้อนอีกแล้วล่ะซองมิน”

 

            มือที่สัมผัสกันถูกปล่อยออกอย่างรวดเร็วเมื่อใบหน้าหวานหันไปสบกับสายตาคมทางด้านหลัง ร่างสูงยืนนิ่งราวกับเวลาถูกสะกดเอาไว้ด้วยเวทมนตร์ ความเงียบเกิดขึ้นจนได้ยินเพียงเสียงสายลมลอยผ่านบุคคลทั้งสาม ดวงตาสีเข้มดำสนิททว่าเต็มไปด้วยความว่างเปล่า บรรยากาศแบบนี้ลางสังหรณ์ของซองมินบอกว่าคยูฮยอนกำลังโกรธอย่างแน่นอน

            “ขอโทษอีกครั้งแล้วกันนะซองมิน” แม้จะพูดแบบนั้น ทว่าซึงกิกลับกำลังเลิกไหล่ยกยิ้มกวนประสาทส่งผ่านเลยไปถึงคนด้านหลัง หวงกันจริงๆ นะ ดีล่ะ... เวลาได้เห็นไอ้นี่หึงจนเลือดขึ้นหน้าทีไรสนุกทุกที

            ขายาวก้าวเยื้องออกไปเบื้องหน้าจนประชิดร่างสูงของอีกคน ซึงกิติดรอยยิ้มมุมปากลดเสียงลงเหลือเพียงการกระซิบให้ได้ยินเพียงแค่สองคนก่อนเดินผ่านไป

            “ฉันยังไม่ยอมแพ้นายหรอกนะโจคยูฮยอน”

 

            ถ้าให้เลือกระหว่างน้ำตากับเสียงหัวเราะของซองมิน ตอนนี้เขาคงตอบได้อย่างไม่ลังเลใจ...

            แม้ว่าเสียงหัวเราะนั้นจะหมายถึงการที่เขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมันก็ตาม

 

            แต่ตอนนี้... เขาคงต้องขอทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายไว้ให้คยูฮยอนอกแตกตายเล่นก่อนแล้วกัน

           

            “ทำไม... นายถึงมาอยู่ที่นี่” เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกัก เดินเข้าไปหยุดยืนหน้าร่างสูง ใบหน้าที่ดูเรียบเฉยแบบนี้ของคยูฮยอน ซองมินไม่ชอบเอาเสียเลย ก็เมะน่ะเขาห้ามงอน เคะมีสิทธิ์งอนได้ฝ่ายเดียว

            “ฉันก็แค่เดินผ่านมาแถวนี้ แต่สงสัยคงผิดเวลาไปหน่อยมั้ง”

            “โกรธหรอ”

            “หึ... ฉันจะโกรธนายทำไม” หัวเราะในลำคอก่อนเสสายตามองไปนอกบานกระจกด้วยมาดคุณชายปากแข็ง

            “งั้นก็หึง”

            “ฉันไม่หึงนายหรอกนะซองมิน”              

            “จริงอ่ะเอ่ยเสียงใส เอียงคอน่ารักขณะรอฟังคำตอบจากร่างสูง สุดท้ายคุณชายหมาป่าก็ต้องพ่นลมหายใจพรูใหญ่ออกมา

            “ก็รู้ว่าฉันหึงแล้วจะถามทำไม”

            “อยากได้ยินจากปากนี่นา”

            “โอเค ตอนนี้ฉัน... คยูฮยอนกำลังหึงซองมินมาก ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม” กดเสียงห้วนก่อนทำท่าจะเดินกลับไปยังทางที่ตนมา แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น คยูฮยอนชะงักฝีเท้าด้วยความแปลกใจก่อนก้มมองแขนเล็กทั้งสองข้างที่เกี่ยวพันรอบเอวตน

            “ดีใจจังที่นายหึง” แนบพวงแก้มอุ่นสัมผัสแผ่นหลังกว้างพร้อมสอดแขนกระชับจนแนบแน่น ซองมินหลับตาพริ้มกดใบหน้าจมลงกับแผ่นหลังที่น่าหลงใหลนั้นยิ่งขึ้น

            ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่อ่อนโยน มือที่ดูแข็งแรง อ้อมอกที่คอยคุ้มกันยามหลับใหล หรือแม้แต่แผ่นหลังที่น่าสัมผัสของคยูฮยอน... ทุกอย่างดูอบอุ่นสำหรับเขาไปเสียหมด ราวกับน้ำแข็งที่แสนหนาวเหน็บของคุณชายคนนั้นถูกละลายด้วยความรักของอีซองมินคนนี้ไปจนหมดแล้ว

            “ฉันขี้หึงนะซองมิน”

            “มากมากเลยล่ะ ^^”

            “รู้แล้วคราวหลังอย่าทำให้ฉันหึงอีก... ได้ไหม? ”

            “อิอิ นายน่ะเผด็จการที่สุด”

            .

            .

            .

            .

 

            ซองมินรีบยัดหนังสือลงกระเป๋าอย่างลวกๆ หลังเสียงกริ่งหมดเวลาดังขึ้น ใบหน้าน่ารักติดรอยยิ้มที่เพื่อนรักทั้งสองต่างลงความเห็นแล้วว่าหากไม่ได้บ้าก็คงกินยามาเกินขนาด เพราะตั้งแต่หลังพักกลางวันที่หายไปกับอีซึงกิ ซองมินคนนี้ก็แทบหุบริมฝีปากกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้เลย

            “ฉันไปก่อนน้า” เอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงสุดตัว ฮยอกแจกับทงเฮได้แต่โบกมือลาทำหน้างง

            ร่างเล็กสะพายกระเป๋าเดินออกนอกห้อง และทันทีที่เลื่อนประตูเปิดออกภาพของคนที่กำลังนึกถึงก็ปรากฏอยู่ตรงเบื้องหน้า ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงหลังติดกำแพงในอิริยาบถที่ดูสบายๆ ทว่าขายาวที่เหยียดตั้งลำตัวเผยให้ร่างนั้นดูสูงโปร่งและสง่างามเสียมากกว่า คยูฮยอนก้มศีรษะลงเล็กน้อยจนปอยผมสีเข้มปรกลงปิดใบหน้า ซองมินคลี่ยิ้มก่อนค่อยๆ ขยับเท้าทีละนิดจนประชิดตัว ใบหน้าหวานช้อนมองพินิจโครงหน้าได้รูปภายใต้เงาผมจางๆ ดวงตาคมถูกซ่อนไว้ในเปลือกตา...

            ถ้าเขาแอบจูบคยูฮยอนตอนนี้ คยูฮยอนจะรู้สึกตัวไหมน้า... ^/////^ 

           

            ลมหายใจอุ่นเป่าคลอเคลียอยู่ที่แก้มทั้งสองข้างทำให้ร่างสูงต้องลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำขลับเปิดรับภาพเจ้าหญิงตัวน้อยของเขาที่กำลังส่งดวงตากลมประกายสดใสจ้องมองในระยะใกล้ เป็นภาพที่ทำให้คยูฮยอนรู้ว่าต่อจากนี้ทุกๆ ครั้งที่ได้ลืมตาขึ้นมาเขาจะมีความสุขมากเพียงไร

            ชายหนุ่มคลี่รอยยิ้มอ่อนโยนก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม “เสร็จแล้วหรอ”

            “อือ ไหนบอกจะรออยู่ข้างล่างไง” คนตัวเล็กรีบละใบหน้าออก ความร้อนแผ่ซ่านจนวูบวาบไปทั้งตัว เมื่อกี้เขากำลังคิดอะไรอยู่นะ

            “เปลี่ยนใจแล้ว” ยืดตัวยืนขึ้นเต็มความสูง ตาคมสะดุดเข้ากับสีสันที่ระบายอยู่บนพวงแก้มเนียนของร่างเล็ก “ซองมินนายหน้าแดงนะ”

            คนตัวเล็กรีบยกมือลูบแก้มพิสูจน์ อ่า~ มันร้อนจริงๆ ด้วย >/////<

            “เมื่อกี้คิดอะไรอยู่ล่ะสิ” ยกยิ้มแบบฉบับโจคยูฮยอนให้ทันที แต่มีหรือซองมินจะยอมบอกว่ากำลังคิดจะขโมยจูบสามีตัวเอง

            “ป่ะ... เปล่าสักหน่อย”

            คำตอบติดๆ ขัดๆ และใบหน้าเลิกลั่กยิ่งทำให้คยูฮยอนอดขำไม่ได้ คนรักของเขานี่ทั้งน่ารักและอ่านง่ายจริงๆ

            “อืม... คงต้องแปลว่านายไม่ได้คิดอะไรจริงๆ งั้นไปกันเถอะ” ร่างสูงสาวเท้ายาวๆ เดินนำไปข้างหน้าสองสามก้าวก่อนนึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ ลองทำแบบนี้คงดีกว่ามั้ง...

            ผ่อนจังหวะฝีเท้าลงจนยืนอยู่ข้างกัน คยูฮยอนเหลือบมองคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนมือของตนสัมผัสมือบาง ความอบอุ่นย่างกรายจนครอบคลุมไปทั่วผ่านนิ้วเรียวยาวที่สอดประสาน ซองมินแอบช้อนใบหน้ามองชายหนุ่มจากทางด้านข้าง เสี้ยวหน้านั้นยังตั้งตรงและทำเพียงเพ่งมองไปข้างหน้าเหมือนเคย...

            ริมฝีปากสีหวานติดรอยยิ้ม... ปฏิกิริยาแบบนี้ซองมินรู้ว่าคยูฮยอนเองก็กำลังรู้สึกเหมือนเขาเช่นกัน นายกำลังเขินอยู่ใช่ไหมคยูฮยอน

 

 

            “นี่เราจะไปไหนกันหรอ” ใบหน้าหวานหันมองซ้ายทีขวาทีหลังรถยนต์แล่นออกนอกเส้นทางสายหลักที่ใช้กลับคฤหาสน์ตระกูลโจ สารถีหนุ่มรูปหล่อกำมือบังคับพวงมาลัยยกยิ้มเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามจนกว่าจะถึงปลายทาง

            “เดี๋ยวถึงแล้วนายก็รู้เอง”

            “ทำไมต้องทำอะไรให้มันดูลึกลับด้วย” บ่นอุบอิบหันหน้าเข้าหาทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ภูเขาลูกใหญ่เคลื่อนผ่านสายตาแทนที่ตัวอาคารสูงทันสมัย ทุ่งหญ้าเขียวขจีกลายเป็นสีทองอำไพเมื่อพระอาทิตย์กำลังคล้อยลงสู่ดิน ตอนนี้เขาคงไม่ได้อยู่ในโซลแล้วสินะ

            “คยูฮยอน ขอเล่นมือถือหน่อยนะ” ชักเริ่มเบื่อเมื่อมองแต่ทุ่งหญ้าและท้องฟ้าไปนานๆ ซองมินหาของเล่นชิ้นใหม่ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากเล่นเกมส์ในเครื่องของตน มือเล็กหยิบมือถือที่วางอยู่ขึ้นมากดดูโดยที่ร่างสูงไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด หารู้ไม่นี่แหละปฏิบัติการจับผิดสามี แอบดูข้อความดีกว่า เผื่อมีกิ๊กที่ไหนจะได้จัดการถูก

            “นี่คยู... เมมชื่อฉันว่าอะไรหรอ”

            “ ‘อีซองมิน’ ไง”

            “แค่นี้อ่ะ

            “อืม... แค่นั้น”

            ชิ... คนอะไรไม่มีศิลปะในการเมมชื่อเอาซะเลย ร่างเล็กจิ๊ปากก่อนกดเข้าเมนูแปลกตาไปเรื่อยๆ ทว่าเหมือนสวรรค์ต้องการย้ำเตือนเรื่องที่เพิ่งพ้นผ่าน ส่งรายชื่อหนึ่งมาปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ

 

            ‘ปาร์คฮานึล’

 

            มือเล็กกุมวัตถุสื่อสารที่เปิดเพียงระบบสั่นไว้ขณะชำเลืองมองร่างสูง เหตุการณ์หน้าร้านเบเกอร์รี่วันนั้นผุดขึ้นมาในมโนภาพจนเด่นชัด ความสับสนวิ่งปนกันจนแยกไม่ออก เขาควรเป็นนางเอกที่ยอมตัวร้ายแบบในนิยาย หรือตอนนี้เขาควรเป็นนางมารร้ายที่กำจัดศัตรูไปให้พ้นทาง...

            นิ้วหัวแม่มือยกค้างบนปุ่มสีแดงอย่างชั่งใจก่อนสัมผัสลงไปเพื่อตัดสาย ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้ว ต่อให้ต้องเป็นตัวร้ายขนาดไหนเขาก็ไม่มีวันปล่อยคนคนนี้ไปแน่ๆ อีซองมินจะปล่อยโจคยูฮยอนสามีที่น่ารักขนาดนี้ให้คนอื่นง่ายๆ ได้ยังไง ไม่มีทางซะหรอก!

            “คยูจอดรถข้างทางก่อนได้ไหม” ซองมินก้มหน้าวางมือที่กำโทรศัพท์ไว้บนตัก นัยน์ตาคมหันสบมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนตัวเล็กก่อนเลี้ยวรถเข้าข้างทางดั่งว่า

            “เป็นอะไรหรือเปล่าซองมิน”

            “ทำไมนายถึงเลิกกับฮานึล” จู่ๆ ก็ถามเรื่องที่พาเสียบรรยากาศขึ้นมา ความจริงเขาไม่อยากรู้เลย ไม่อยากรู้เรื่องราวอะไรที่เคยเกิดขึ้นระหว่างคยูฮยอนกับฮานึลทั้งนั้น แต่ทำไมปากของเขาถึงได้ดื้อด้านอย่างนี้นะ

            “นายควรจะถามว่าทำไมฮานึลถึงเลิกกับฉันมากกว่า” ดวงตาเรียวทอดมองออกไปยังถนนด้านหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย แสงสว่างยามนี้เริ่มเหลือน้อยเต็มทีจนซองมินไม่อาจรับรู้ได้เลยว่าแววตาคู่นั้นกำลังพูดอะไรกับขอบฟ้า คยูฮยอนยังคงเสียใจกับเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่านะ

            “นายถูกฮานึลทิ้งหรอ”

            “อืม จะพูดอย่างนั้นก็ได้”

            น้ำเสียงราบเรียบไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรไปมากกว่าคำพูดธรรมดา ทว่าประโยคที่เพิ่งเปล่งผ่านริมฝีปากนั้นกลับทำให้คนตัวเล็กยิ่งคิดหนัก หากคยูฮยอนเป็นฝ่ายถูกทิ้ง นั้นหมายถึงคยูฮยอนไม่ได้เป็นฝ่ายหมดรักไม่ใช่หรือไง แล้วตอนนี้ล่ะ... ตอนนี้คยูฮยอนยัง...

            ฉับพลันริมฝีปากบางก็ถูกช่วงชิงความคิดไปเสียก่อน ร่างสูงเอี้ยวใบหน้าบดเบียดก้อนเนื้อนุ่มไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้คิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ มือแกร่งวางค้างอยู่ที่พวงมาลัยขณะเรียวปากกดน้ำหนักตอกย้ำคำพูดที่เคยได้เอื้อนเอ่ย

            “คิดมากอีกแล้วล่ะสิ ความจริงฉันเองก็ชอบให้นายหึงนะ แต่ฉันไม่อยากให้นายไม่สบายใจกับเรื่องนี้เลย” ถอนริมฝีปากออกจากความหวานจ้องมองคนที่ทำหน้าตาเป็นกังวลด้วยแววแห่งความเป็นห่วง “ฉันกับฮานึลเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ส่วนเรื่องที่นายเห็นวันนั้นมันก็เป็นเพียงการเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น ตอนนี้เข้าใจฉันหรือยัง”

            ศีรษะเล็กส่ายไปมา รอยตรงกลางระหว่างหัวคิ้วยังไม่จางหาย แบบนี้คยูฮยอนควรทำอย่างไรนะ

            “ยังไม่ยอมยิ้มอีกหรอ”

            อีกครั้งที่เป็นแบบเดิม ซองมินสั่นหน้าช้าๆ ริมฝีปากแดงที่แสดงอาการงอง้ำแบบเด็กๆ เล่นเอาคยูฮยอนถึงกับต้องอมยิ้ม จะน่ารักไปไหนนะคนเรา ^^

            คล้ายกับรู้ใจ... เรียวปากหยักค่อยเคลื่อนเข้าหาก่อนประทับมอบจุมพิตอ่อนละมุนให้ แขนแกร่งเลื่อนประคองร่างเล็กในขณะสอดมืออีกข้างรองท้ายทอยรั้งความนุ่มนวลให้แนบชิดกว่าเดิม เรียวลิ้นชำนาญถูกส่งผ่านริมฝีปากสีสดเพื่อชักนำคนทั้งคู่เข้าสู่ความหวานที่ลึกล้ำกว่า เวลาผ่านไปเนิ่นนาน...

 

            ตาเรียวพินิจมองใบหน้าหวานของคนตัวเล็กอย่างละเอียดหลังเอมอิ่มกับความรัก นัยน์ตาสีเข้มเอ่อล้นไปด้วยความหมายที่อยู่ภายในใจหากแต่ไม่ได้เอ่ยออกมา คยูฮยอนใช้นิ้วเกลี่ยไล้ผมที่คลอเคลียออกจากปรางแก้มบอบบาง

            “รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันรู้สึกยังไง”

            “ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยนี่นา” อายจนกลัวว่าแก้มตนเองจะขึ้นสีเอา ซองมินหลุบตาไม่กล้าสบใบหน้าของอีกคน

            “แล้วใครกันล่ะที่บอกให้ฉันจูบได้แค่คนเดียวน่ะ” นิ้วยาวไล้ใบหน้ามนให้สบกับดวงตาคมเข้มอีกครั้ง คยูฮยอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “เพราะฉะนั้นต่อจากนี้รับผิดชอบด้วยนะ”  

            “ทำไมสามีฉันน่ารักจังเลยน้า~ ^o^” บีบจมูกโด่งๆ ส่ายไปมาให้ร่างสูงต้องเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างจนตาหยีแทน ซองมินหัวเราะคิกคักชอบใจทว่าไม่ทันไรก็โดนเอาคืน พวงแก้มนุ่มนิ่มสองข้างถูกขโมยหยิกเบาๆ ด้วยความหมันเขี้ยว

            “ก็เพราะว่ามีภรรยาน่ารักแบบนี้ยังไงล่ะ ^-^”         

            .

            .

            .

            .

 

            หงุดหงิดอีกแล้ว... คิบอมมองไอศกรีมช็อคโกแลตพาเฟ่ท์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะก่อนเบือนสายตาไปยังที่นั่งซึ่งไกลออกไป ภาพร่างบางและชายหนุ่มคนรักตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ทำให้คิ้วหนาผูกกันจนยุ่งเหยิง

            เมื่อก่อนคิมคิบอมไม่ใช่คนแบบนี้ ไม่ใช่คนที่จะสนใจว่าคนอื่นจะทำอะไร ไม่ใช่คนที่จะมาคอยแอบมองและทำตัวลับๆ ล่อๆ ราวกับเป็นพวกถ้ำมอง มิหนำซ้ำเขายังเกลียดพวกที่ทำแบบนี้เสียด้วยซ้ำ หากแต่วันนี้เขากลับกระทำมันเสียเอง

            ไอศกรีมรสช็อคโกแลตค่อยละลายอย่างช้าๆ คิบอมเพียงแค่จ้องมองมันโดยไม่คิดลิ้มรสชาติ หึ ไอศกรีมหรอ... เขาไม่ได้พิศวาสนึกอยากกินมันเสียหน่อย

            หันมองไปยังโต๊ะเป้าหมายอีกครั้ง รอยยิ้มสดใสและเสียงหัวเราะแบบที่เขาอยากได้ยินกำลังดังอยู่ตรงหน้าผู้ชายอีกคนหนึ่ง คิบอมถอนหายใจหนักๆ พลันริมฝีปากค่อยแยกยิ้มออกขันตนเอง เขาคงต้องยอมรับแล้วสินะว่าเหตุผลที่แท้จริงทั้งหมดมันคืออะไร...

           

            “นั่งด้วยได้ไหม” เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางร่าเริงขณะที่คนตัวเล็กกำลังนั่งตักไอศกรีมรสสตอเบอร์รี่เข้าปากอยู่คนเดียว ทงเฮอ้าปากถือช้อนค้างยังไม่ทันได้กล่าวอะไรร่างสูงก็ถือวิสาสะนั่งลงแทนที่คิมซังบอมเสียแล้ว หันมองสามร้อยหกสิบองศาเพื่อหาคนรักที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนตวัดใบหน้ากลับมาจ้องเขม็ง คิบอมยิ้มร่าจนแก้มป่องๆ เกือบแตก

            “นายมาทำไมเนี่ย”

            “มีใครติดป้ายว่าห้ามคนหล่อเข้ามาล่ะ ฉันจะได้ออก”

            “ก็ไปนั่งตรงอื่นสิ”

            “กลัวฉันมาขัดจังหวะนายกับแฟนนายหรือไง”

            “นายกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่”

            “ถ้าถึงเวลาแล้วฉันจะบอกนะทงเฮ” ใบหน้าคงไว้ซึ่งรอยยิ้มเล่นเอามือบางต้องยกขึ้นกุมขมับ สงสัยจริงว่าวันวันจะต้องปะทะคารมกับคนไม่มีเหตุผลกี่ครั้งกันเชียว ใช่สิ... บางทีเขาคงเป็นแค่ของเล่นแก้เซ็งของคิมคิบอม

 

            ร่างสูงก้าวออกจากห้องน้ำก่อนสะดุดเข้ากับภาพชายหนุ่มบนที่นั่งของเขา ราวกับเวลาผ่านไปอย่างยาวนานเมื่อเขาเลือกที่จะหยุดยืนอยู่ ณ ที่เดิม ริมฝีปากวาดเป็นเส้นตรงประดับอยู่บนใบหน้านิ่งก่อนที่ซังบอมจะปั้นหน้ายิ้มอีกครั้งขณะสาวเท้าเข้าไปหา

            “สวัสดีครับ คุณ...” เอ่ยทักทายตามมารยาทก่อนที่คิบอมจะลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วต่อประโยคจนจบ

            “คิมคิบอม”

            “อ๋อ คุณที่เจอกันเมื่อเช้านี่เอง เพื่อนของทงเฮ” รอยยิ้มเป็นมิตรถูกฉาบบนใบหน้า         

            “คือ... เขาแค่มาทักทายเฉยๆ น่ะคิมบอม เห็นบอกว่ากำลังจะกลับแล้ว” ทงเฮรีบตัดบทสนทนาของคนทั้งคู่อย่างฉับพลัน ขืนปล่อยให้ได้เสวนากันต่อไม่รู้คนอย่างคิบอมจะทำอะไรพิเรนๆ บ้าง

            “นายรู้ใช่ไหมว่าเจ้านี่น่ะซุ่มซ่ามยิ่งกว่าอะไร” นั่นไง... ได้กลิ่นไหม คิบอมเริ่มเผาปลาล่ะ - -“

            “ครับ ผมรู้”

            “ขี้แยอีกต่างหาก”

            “ครับ”

            “แล้วยังทำเป็นแต่บะหมี่ด้วยนะ”

            “อันนั้นผมก็รู้ครับ”

            O[]O ประหนึ่งดูการแข่งขันตีเทนนิสในสนาม ทงเฮหันหน้าซ้ายทีขวาทีมองผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคนโต้ลูกไปมาจนเริ่มปวดคอ ริมฝีปากพะงาบๆ ทำท่าจะร้องห้ามทว่าไม่มีเสียงใดหลุดลอยออกมาได้ทัน จวบจนคำถามสุดท้าย...

            “แล้วทำไมนายถึงได้ชอบทงเฮ” ถามเสียงเรียบทว่าเส้นทางระหว่างดวงตาคล้ายมีประจุไฟฟ้าวิ่งผ่าน คิมซังบอมฉีกรอยยิ้มหล่อเหลาอีกครั้ง

            “ข้อนี้ผมว่าคุณเองก็น่าจะรู้คำตอบนะครับ”

            ไม่รู้ว่าโดนลูกเทนนิสตบใส่หัวหรือเจอ forehand ชิดเส้นเข้าไปร่างสูงจึงได้นิ่งไปชั่วขณะ การสื่อสารเหลือเพียงทางสายตาเมื่อคำพูดต่างๆ ไม่จำเป็น คิบอมไล่สำรวจลึกลงไปถึงจิตใจที่ยากแก่การหยั่งถึงของชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะผุดรอยยิ้มขึ้นบ้าง

            “ถ้างั้นดูแลทงเฮดีๆ ด้วยก็แล้วกัน” พูดจบพลันหมุนตัวเตรียมเดินออกนอกร้าน หากแต่เสียงตอบกลับไล่หลังทำให้ต้องมือแกร่งต้องทาบค้างอยู่ที่บานประตู

            “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เรื่องนั้นผมรู้ว่าควรต้องทำยังไง”

 

            เสียงฝีเท้าเหยียบย่างบนผืนดินคงเป็นสิ่งเดียวที่ทงเฮได้ยินตลอดเวลาที่เดินเคียงข้างคิมซังบอม ร่างสูงใหญ่ค่อยก้าวเดินอย่างไม่รีบร้อน ใบหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์กำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่ตนระแคงใจ

            “มองทำไมครับทงเฮ” สุดท้ายใบหน้าสวยที่ลอยไปลอยมาอย่างเด็กขี้สงสัยด้านข้างก็ทำให้เขากลั้นยิ้มไว้ไม่ได้

            “คิมบอมเป็นอะไรหรือเปล่า” เอ่ยถามอย่างนึกเป็นห่วง ซังบอมได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม

            ความเงียบเริ่มก่อตัวอีกครั้ง บางทีอาจเป็นเพราะเขาก็ได้ที่ทำให้บรรยากาศมันเป็นแบบนี้ ทุกครั้งทงเฮจะเป็นฝ่ายพูดและคิมบอมจะเป็นคนรับฟังพร้อมกับหัวเราะตามเสมอ หากแต่วันนี้เขากลับรู้สึกถึงกลิ่นอายแปลกประหลาดบางอย่างจนไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไป ความคิดวนเวียนอยู่ในหัวเพียงแค่ทำไมคิมคิบอมถึงทำราวกับกำลังติดตามเขา และทำไมสองคนนี้ถึงมีปฏิกิริยาแปลกๆ ใส่กัน

            “ทงเฮ” ทันใดนั้นแขนเล็กก็ถูกฉุดให้หันมาประสานดวงตากับแก้วตาสีเข้ม ร่างบางแน่นิ่งทำเพียงจ้องค้างไปยังแววตาคู่นั้น มันกำลังสั่นไหวและเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ ทว่าในอีกมุมหนึ่งมันกลับกำลังแทรกซึมเข้าไปในความคิดของเขาเช่นกัน...

            เรียวแขนถูกตรึงไว้ด้วยมือใหญ่ทั้งสองข้างก่อนที่ลมร้อนจะเป่าเกลี่ยผิวแก้มสีจาง นัยน์ตากลมเบิกค้างไม่กระพริบ รับรู้ได้ริมฝีปากที่เลื่อนเข้ามาใกล้นั้นจงใจจะสัมผัสกับส่วนใดของตน มันใกล้... ใกล้เสียจน

            “โอ๊ย และแล้วก็ถูกหยุดไว้เพียงแค่นั้น ซังบอมยกมือลูบศีรษะปอยๆ ก่อนสายตาจะชะงักอยู่กับกิ่งไม้บนพื้นดิน

            “เป็นอะไรมากไหม” ถามอย่างเป็นห่วง ทว่าลูกปัดตาจำต้องสบกับดวงตาคู่เดิม ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าหาใบหน้าหวานอีกครา ภาพสะท้อนของเขาถูกฉายจนแจ่มชัด... ชัด จนเขาไม่อยากสบมันเลย

            “โอ๊ย ครั้งที่สองแทบจะซ้ำลงตรงที่เดิม หากแต่คราวนี้เปลี่ยนจากกิ่งไม้เป็นก้อนหินให้ได้เจ็บยิ่งกว่า ซังบอมกุมมือลงบนศีรษะขณะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด

            “เอ่อ... ฉันว่าส่งฉันแค่นี้ดีกว่านะคิมบอม” พยุงคนตัวสูงกว่าไม่ให้ทรุดลงกับพื้นก่อนจะโบกมืออำลาหวานใจให้เดินกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ทงเฮมองตามร่างสูงจนเคลื่อนลับสายตาก่อนผ่อนลมหายใจเสียจนไหล่ตก ทำไมเขาถึงโล่งใจเสียเหลือเกินที่ไม่ได้จูบกับคิมบอม

            “เสียดายมากนักหรือไง” เสียงคุ้นหูดังขึ้นหลังมุมอาคารก่อนเผยให้เห็นใบหน้าคมพร้อมร่างสูงใหญ่ของเจ้าตัว ราวกับโดนกดปุ่มเปลี่ยนโหมดอารมณ์โดยอัตโนมัติ ทงเฮทำหน้าหงิกเบ้ปากทันที

            “เลิกพูดบ้าๆ ได้แล้วคิมคิบอม” สะบัดเสียงใส่พลันติดสปีดจ้ำเท้าหนี ทงเฮมุ่ยหน้าไม่สบอารมณ์จะเจรจา แต่แล้วขาที่ก้าวฉับๆ กลับต้องหยุดลงเมื่อลองนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่ดูบังเอิญเกินไป คนตัวเล็กใส่เกียร์ถอยหลังกลับมากล่าวโทษ “ทั้งหมดเป็นฝีมือนายใช่ไหม นายขว้างหินใส่คิมบอมเขาทำไม” 

            “อย่าลืมสิว่านายติดหนี้ฉันอยู่อีทงเฮ” ยักคิ้วกวนประสาท ขยับขาประจันหน้าคนตัวเล็กพลันโน้มลำตัวกระซิบข้างใบหูเสียงเย็น “และถ้านายยังไม่ได้ชดใช้ให้กับฉัน ก็อย่าหวังจะให้มันกับใครเลย”

            “คิบอม! นายมัน…” ร่างเล็กตัวสั่นตั้งท่าเตรียมโวยวายเป็นการใหญ่ ทว่าไม่นานนักริมฝีปากนุ่มก็ถูกสะกดไว้ด้วยปลายนิ้วยาวเสียก่อน คิบอมกระตุกรอยยิ้มพร้อมออกคำสั่งเด็ดขาดกับลูกหนี้

 

            “รักษามันให้ดีๆ ล่ะก่อนที่ฉันจะมาทวง”    

            .

            .

            .

            .

 

            ‘เลิกยุ่งกับพี่ซีวอนซะ ถ้าเธอยังไม่อยากตาย’

 

          ‘หน้าตาฐานะอย่างเธอ หัดเจียมเนื้อเจียมตัวซะบ้างนะอีฮยอกแจ’

 

          ‘พี่ซีวอนเป็นของฉัน เธอน่ะลงหลุมไปได้แล้ว’

 

          มือขาวกำเศษกระดาษที่ตนเพิ่งอ่านจบไปหมาดๆ แน่น ลมหายใจแห่งความเหนื่อยล้าถูกระบายออกมาผ่านปลายจมูกโด่ง ฮยอกแจนิ่วหน้าหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ด้านหลังเคาท์เตอร์อ่อนแรง ใช่... เขาได้รับจดหมายขู่ฆ่าแบบนี้ทุกวันตั้งแต่เริ่มคบกับชเวซีวอนชายหนุ่มที่เพรียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง บางทีเขาควรจะชินกับมันได้แล้วสินะ แต่ทำไมเขาถึงหยุดข้อความที่วิ่งวนในหัวเหล่านี้ไม่ได้สักที

            ราชสีห์เจ้าป่ารักกับไก่บ้านธรรมดาไม่ได้หรือไง

            ฮยอกแจสั่นศีรษะขับไล่ความคิดบ้าๆ ทิ้งไปก่อนยืนขึ้นเต็มความสูงอีกครั้ง ร่างบางดึงผ้ากันเปื้อนสีดำที่พันอยู่รอบเอวให้เข้าที่พลันเสียงเพลงของโทรศัพท์มือถือที่ถูกตั้งไว้เฉพาะก็ดังขึ้น รอยยิ้มน้อยๆ ฉายบนใบหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับนิ้วมือที่กดรับ

            “ว่าไงซีวอน” กรอกเสียงห้วนใส่ลงไปตามสาย แต่ถูกอีกฝ่ายย้อนด้วยเสียงทะเล้นเรียกสีขึ้นบนใบหน้า

            [ที่รักทำอะไรอยู่]

            “ทำงานอยู่น่ะสิ ไม่ต้องมากวนเลย ฉันไม่มีเวลาคุยเล่นกับนาย”

            [อย่าโกหกสิ รู้นะว่ากำลังแอบยิ้ม แก้มปริแล้วใช่ไหมล้า]

            “นี่คิดจะมาโทรกวนประสาทใช่ไหม งั้นฉันวางนะ” สะบัดเสียงใส่จนสิงโตหนุ่มปลายสายต้องเลิกแกล้งทันควัน เดี๋ยวแม่ไก่โกรธขึ้นมา สิงโตก็สิงโตเถอะ ตายคาที่ได้เหมือนกัน

            [เดี๋ยวสิฮยอกแจ โอเคๆ ฉันไม่เล่นแล้ว แค่อยากโทรมาให้กำลังใจเฉยๆ นะ งานไม่เหนื่อยไปใช่ไหม]

            “อืม ไม่เหนื่อยเลย” ร่างบางเพียงแต่เอ่ยขึ้นเบาๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด งานน่ะไม่เหนื่อยเลย แต่ที่เหนื่อยคือใจของเขาต่างหาก พูดพลางเหล่มองแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ที่ตนโยนใส่ลงไปในถังขยะก่อนลอบถอนหายใจ

            [แต่เสียงนายฟังดูไม่ค่อยเหมือนคำตอบสักเท่าไร ไม่เป็นไรแน่นะ]

            “อืม แน่ใจสิ ^o^”

            [นายมีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า] เสียงของฮยอกแจถูกดัดจนฟังดูร่าเริงเกินปกติทำให้ซีวอนนึกค้านคำพูดนั้น 

            “ไม่มี”

            [ไอ้เจ้าอ้วนดงฮีไม่ได้ลวนลามอะไรนายใช่ไหม]

            “คิดได้นะ” ฮยอกแจหลิ่วตามองชายร่างท้วมผู้ถูกกล่าวหาซึ่งขณะนี้นอนหลับอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่สบายใจเฉิบ รอบกายมีถุงขนมขบเคี้ยวสองสามชนิดวางกระจัดกระจายอยู่ เอ่อ... คิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะถูกลวนลามจากคนแบบนี้ได้อย่างไร - -“

            [งั้นก็ดีแล้ว เพราะถ้ามีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นล่ะก็ คงได้ตัดพี่ตัดน้องกันแน่] ซีวอนพูดทีเล่นมากกว่าทีจริง ชินดงฮีเป็นเจ้าของร้านเค้กขนาดเล็กใกล้โรงเรียนสตรีที่มีชื่อเสียง อีกทั้งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของซีวอนที่น่าไว้ใจจนเขาเลือกที่จะฝากฮยอกแจให้เข้าทำงานด้วย

            [ฮยอกแจ...] จู่ๆ ก็เอ่ยเรียกชื่อฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาลอยๆ

            “อะไร ฉันคุยกับนายได้ไม่นานนะ รีบๆ พูดมาเลย”

            [ลูกบอกว่าคิดถึง อยากไปหา]

            “ซูจอง? นายอยู่กับซูจองหรอ” ตอนนี้แค่บอกว่า ‘ลูก’ ก็รู้แล้วว่าร่างสูงหมายถึงใคร หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นดูเหมือนเขาจะได้รับการเปลี่ยนบทบาทจากพ่อเป็นแม่ของซูจองโดยปริยาย

            [ใช่ ความจริงพ่อก็คิดถึงแม่ด้วยเหมือนกัน แต่อายไม่กล้าบอกน่ะ]

            “นี่คือไม่กล้าบอก? -*- ”

            [ตั้งใจทำงานนะครับที่รัก]

            “ถ้านายเรียกฉันว่าที่รักอีกครั้งนะซีวอน…” ถ้าเรียกอีกล่ะก็ แม่ไก่ตัวนี่แหละจะเชือดสิงโตให้ดูเป็นบุญตา

            [ครับๆ โหดจริงๆ]

            “บ่นไร

            [ตกลงๆ ฉันไม่กวนนายแล้วก็ได้ แต่ฉันกับลูกมีอะไรอยากจะบอกนะ] เสียงปลายสายเริ่มแผ่วเบาลงเหมือนกำลังกระซิบอยู่กับอีกคนเสียมากกว่า ฮยอกแจพยายามเงี่ยหูฟังจึงได้คำตอบที่ทำให้ริมฝีปากสีสดฉีกยิ้มกว้าง [ลูกทำมือแบบนี้นะซูจอง แล้วก็พูดว่าคุณแม่ไฟท์ติ่งพร้อมกันโอเคมั้ย]

            [พ่อจะนับแล้วนะ หนึ่ง สอง สาม คุณแม่ไฟท์ติ่ง!]  

 

            ถึงแม้จะกดวางสายไปถึงนานสองนานแล้วแต่ทว่าเสียงหวานใสและน้ำเสียงทุ้มใหญ่ที่ดังประสานในประโยคหลังก็เล่นเอาคนเป็นแม่หุบยิ้มไม่ลง ได้กำลังใจดีขนาดนี้อีฮยอกแจค่อยมีแรงทำงานหน่อย ^^

            ใบหน้าขาวเนียนหันเบนไปยังประตูหน้าร้านหลังเก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋า เสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นตามด้วยเด็กสาวสามคนในเครื่องแบบนักเรียนหญิงประจำโรงเรียนสตรีข้างๆ

            “รับอะไรดีครับ” ฮยอกแจกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ เด็กสาวเหล่านั้นจ้องมองเค้กที่ประดับจัดวางอย่างสวยงามในชั้นก่อนจะทำเพียงปรายตามองร่างบางอย่างเหยียดๆ

            “มาร์เบิ้ลโรล ช็อคโกแลตกานาซ กับชีสเค้กส้ม” หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งพูดขึ้น เธอมองป้ายชื่อที่ติดอยู่บนหน้าอกฮยอกแจพลันเบ้ริมฝีปากจนใบหน้าที่ละม้ายนางฟ้าในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นปีศาจร้ายในบัดดล ฮยอกแจก้มสำรวจสิ่งผิดปกติบนหน้าอกของตนเองทว่าเมื่อเงยหน้าอีกครั้งพวกเธอก็เดินไปนั่งลงยังโต๊ะใกล้ๆ เคาท์เตอร์เรียบร้อยแล้ว

 

            “หน้าตาอย่างนี้น่ะหรอ อีฮยอกแจที่เขาว่ากันว่าเป็นแฟนของพี่ซีวอนน่ะ”

            “ฉันบอกแล้วว่ามันทำงานอยู่ที่นี่”

            “คนอย่างนี้เนี่ยนะที่พี่ซีวอนเลือก ฉันรับไม่ได้หรอก มีดีอะไรกันก็แค่พนักงานกระจอกๆ คนหนึ่ง”

            “ใช่น่ะสิ ฉันเองก็ยอมไม่ได้หรอกนะ ดูยังไงก็ธรรมดาเกินกว่าจะคู่กับพี่ซีวอนได้ คนอย่างนี้คงหวังสูงจะจับพี่ซีวอนน่ะสิ”

 

            เกร้ง!

            ช้อนด้ามเล็กถูกเขวี้ยงกระแทกลงกับเคาท์เตอร์อย่างแรงจนกระเดนลอยสู่พื้นด้านล่าง ฮยอกแจขบกรามแน่นระงับโทสะอย่างสุดกำลัง มือบางออกแรงบีบถาดบรรจุเค้กในมือจนเริ่มสั่นระริก บรรดาหญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปากได้ใจ ถ้าไม่ติดที่เพิ่งได้งานกับเป็นห่วงคุณยายที่บ้านล่ะก็ แม่จะเอาเค้กฟาดหน้าลบจริตจะก้านสักก้อนสองก้อน

            จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสามใบถูกกระแทกลงบนโต๊ะจนก้อนเค้กเกือบล้มไม่เป็นท่า ฮยอกแจมองเด็กสาวเหล่านั้นแล้วเหยียดรอยยิ้มบ้าง

            “ที่น้องพูดกันเมื่อครู่นี้ดูเหมือนว่าน้องจะเป็นรู้จักซีวอนเขาสินะครับ เผื่อว่าน้องยังไม่รู้พี่ก็จะได้บอกน้องเอาไว้…” น้ำเสียงที่เอ่ยราวกับไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ทำให้รอยยิ้มที่ติดอยู่บนใบหน้าเด็กสาวต้องเหือดหายไปทันควัน ฮยอกแจกดยิ้มพรายก่อนจะเอ่ยต่อ “ซีวอนน่ะ เขาไม่ชอบพวกเค้กหวานๆ หน้าตาสวยๆ หรอกนะครับ เขาบอกว่ามันค่อนข้างไร้ประโยชน์ กินไปสักพักก็เลี่ยนๆ เอียนๆ น่าเบื่อ เขาน่ะชอบกาแฟ หน้าตาธรรมดารสชาติขมๆ แต่ลองได้ดื่มทีไรแล้วกระชุ่มกระชวยใจสั่นทุกที”

            เด็กสาวยิ่งหัวเสียเมื่อเห็นฮยอกแจกระตุกยิ้มหวานๆ อีกหนึ่งครั้ง มือเล็กเท้าลงบนผิวโต๊ะก่อนโน้มใบหน้าลงใกล้ ขยิบตาส่งให้หลังจากกระซิบเสียงหวานจบประโยค

            “แล้วยิ่งถ้าได้ดื่มตอนกลางคืนล่ะก็ คืนนั้นคงไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว”

 

            แทบกรีดร้อง... สตรีสามนางเต้นเร่าๆ จนตัวสั่น มือไม้ทำอะไรไม่ถูกจนต้องกำแน่นพร้อมส่งเสียงฟึดฟัดคำรามอยู่ในลำคอ ฮยอกแจยืดตัวขึ้นจนตรง ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มเย้ยหยัน หึ... ถ้าคิดว่าคนอย่างอีฮยอกแจจะยอมอยู่เฉยๆ ให้ถูกด่าฝ่ายเดียวล่ะก็คงต้องคิดใหม่แล้วล่ะ

            ฉับพลันเสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง ฮยอกแจเอี้ยวตัวมองบุคคลซึ่งเดินเข้ามาใหม่ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่จูงมือมากับเด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดู และทันทีที่เสียงใสๆ เอ่ยทัก ร่างบางก็รีบเคลื่อนตัวเข้าไปหาทันที

            “แม่ฮยอกแจ 

            “ซูจอง ซีวอน” เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ แต่แล้วก็ลดตัวลงกดจมูกหอมแก้มลูกสาวที่แสนน่ารักไปหนึ่งฟอด “ทำไมถึงมาที่นี่กันล่ะ”

            “เล่นกับพ่อซีวอนสองคนเบื่อแล้ว ซูจองอยากเจอแม่ฮยอกแจ ซูจองอยากกินเค้ก” เจ้าตัวเล็กยิ้มร่าพูดจาตามที่ได้รับการฝึกซ้อมมาจากคุณพ่อเป็นอย่างดี ฮยอกแจย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยขณะใช้สายตาเคลือบแคลงมองไปยังซีวอน

            “ฉันไม่ได้จะมากวนนะ ลูกอยากกินเค้กจริงๆ” เล่นเอาปาดเหงื่อแทบไม่ทัน คุณแม่คนนี้นี่รู้ทันไปเสียหมด “ว่าแต่หอมลูกแล้วน่ะ ไม่คิดจะหอมพ่อบ้างหรอ”

            “ซีวอนก็... คนอยู่กันเยอะแยะ ไม่อายบ้างหรือไง” ฟาดมือลงบนท่อนแขนชายหนุ่มเบาๆ ฮยอกแจหน้าแดงสะพรั่ง แต่ซีวอนกลับงงเป็นไก่(?)ตาแตกเสียเอง วันนี้คนรักของเขามาแปลก ปกติต้องมีด่า ไม่ก็ทำตาขวางใส่สิถึงจะถูก

            ไม่ปล่อยให้ได้หายมึน ฮยอกแจเดินเข้าใกล้วาดแขนกอดร่างสูงไว้ก่อนเอ่ยเสียงหวานจับใจด้วยท่าทางคล้ายลูกแมวขี้อ้อน “ความจริงคิดถึงฉันใช่ไหมล่ะ อย่าเอาลูกมาอ้างเลยซีวอน”

            “ความลับแตกซะแล้ว ฮยอกแจนี่รู้ทันฉันไปหมดเลยนะ” แขนยาวยกขึ้นตระกองกอดร่างบางตอบ ฮยอกแจลากนิ้วมือไปตามแผ่นอกแข็งแรงช้าๆ

            “อิอิ ดีจัง ฉันเองก็กำลังคิดถึงนายอยู่พอดีเลย”

            “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”

            มือบางรีบยกปิดหูทันทีก่อนที่โสตประสาทจะพังเมื่อสามนางที่นั่งเฝ้าสังเกตการณ์อยู่นานแล้วเริ่มของเข้า หญิงสาวกระแทกเท้าปึงปังวิ่งออกจากร้านไปทิ้งไว้เพียงสายตาที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟตบท้าย ร่างบางแสยะยิ้มก่อนเอามือป้องปากตะโกนไล่หลัง “แล้ววันหลังมาอุดหนุนใหม่นะครับ

 

            เสียงถอนหายใจดังขึ้นภายหลังจากที่ทุกอย่างสงบลง ฮยอกแจดันตัวออกห่างจากซีวอนก่อนขยับขาก้าวไปยังโต๊ะเพื่อเก็บจาน ร่างสูงมองตามกลุ่มเด็กสาวพวกนั้นอย่างไม่เข้าใจสลับกับการมองอีฮยอกแจ ใบหน้าขาวนวลก้มหน้าขะมักเขม้นกับการทำงานดูเหนื่อยล้าผิดไปจากท่าทีเมื่อครู่ ซีวอนค่อยย่องเข้าทางด้านหลังก่อนใช้วงแขนคู่เดิมโอบล้อมรอบเอวไว้ มือเล็กที่เคลื่อนไหวหยุดนิ่งโดยพลัน

            “ปล่อย ฉันจะทำงาน” กล่าวเสียงเข้มส่งผลให้ซีวอนต้องยอมคลายวงแขนออกแต่โดยดี รู้สึกสับสนไม่เข้าใจในพฤติกรรมของร่างบาง

            “ฮยอกแจนายเป็นอะไรหรือเปล่า”

            “ไม่นี่ ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ” ตอบพลางก้มหน้าก้มตาเก็บจานแล้วเดินอ้อมไปด้านหลังเคาท์เตอร์ ฮยอกแจไม่ยอมสบตาร่างสูง ไม่อยากให้ซีวอนรู้ว่าเขาเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้แทบทุกวัน

            “หรือว่านายโกรธฉัน ที่ฉันมาหานายที่ทำงานแบบนี้” ชายหนุ่มคาดเดา น้ำเสียงทุ้มที่เคยเจือแววขี้เล่นเวลานี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง “อืม... ฉันเป็นห่วงนายมากนะ แค่อยากให้รู้ไว้”

            ความเหนื่อยล้าค่อยถูกลบล้างไปเพียงเพราะตระหนักได้ถึงความเป็นจริง ทำไมเขาต้องสนใจกับคำพูดของคนที่ไม่รู้จักเขาด้วย ในเมื่อตอนนี้ซีวอนอยู่ข้างเขา ยิ้มให้เขา เป็นห่วงเขา แล้วอีฮยอกแจคนนี้จะต้องกังวลใจอะไรอีก

            “คิดมากจริงๆ ฉันยังไม่ทันได้ว่าอะไรนายสักคำ” ฮยอกแจละสายตาจากงานเงยหน้าขึ้นมายิ้มรับ “นายไปนั่งรอตรงโต๊ะนั้นกับซูจองนะ เดี๋ยวฉันเอาเค้กไปให้”

            คนเป็นพ่อจูงมือบุตรสาวไปนั่งตามโต๊ะที่ฮยอกแจชี้ “เอาเค้กมาให้ซูจองก็พอนะ ฉันขอเอสเปรสโซแทน”

            “ครับผม คุณชายชเว”     

            .

            .

            .

            .          

 

            เล็บเรียวสวยจิกกดลงบนโต๊ะอาหารซ้ำแล้วซ้ำขณะที่ริมฝีปากแดงถูกขบกัดจนโลหิตจวนเจียนไหลซึม หากแต่ดูเหมือนเจ้าของร่างบางคงไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด นัยน์ตากลมโตฉาดฉายไปด้วยแววแห่งความแค้นเคืองอย่างไม่ปิดบัง เพ่งมองไปที่แก้วน้ำราวกับต้องการให้มันแตกละเอียดเป็นจุน... อีซองมินเธอกล้ามากที่ทำแบบนี้

            เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่นั่งลงบนเก้าอี้ในฝั่งตรงข้าม ฮานึลกดเสียงถามทว่าดวงตาวาวโรจน์ยังคงจับจ้อง ณ จุดเดิม

            “ทำไม... ถึงยังไม่แย่งอีซองมินมา”

            “ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้” ตอบทันควันเรียกให้สายตาแข็งกร้าวตวัดมอง ซึงกิกล่าวต่อด้วยเสียงทุ้มเรียบในสิ่งที่ได้ตัดสินใจ “ฉันคงร่วมมือกับเธอไม่ได้อีกแล้วฮานึล และเธอเองก็ควรจะหยุดได้แล้วเหมือนกัน”

            “หึ หลงรักมันอีกคนแล้วล่ะสิ” ริมฝีปากเรียวสวยกระตุกขึ้นเพิ่มความร้ายกาจบนใบหน้า ซึงกิทำเพียงประสานมือวางไว้บนตักด้วยท่าทีสงบนิ่ง

            “เลิกยุ่งกับซองมินซะ อย่าทำให้ซองมินต้องเสียใจอีก”

            “โง่ ทำไมถึงได้มีแต่คนโง่นะ” สบถเสียงหนักขณะที่ดวงหน้าแดงจัดระบายอารมณ์ที่กำลังเดือดปะทุ “ความรักที่เสียสละแบบนี้มันน่าสมเพชจริงๆ”

            คราวนี้เป็นทีของซึงกิบ้างให้ได้กระตุกยิ้ม ร่างสูงส่งเสียงหัวเราะในลำคอไม่ได้เดือดร้อนใจแต่อย่างใด

            “คนที่น่าสมเพชคือเธอต่างหากฮานึล” เว้นวรรคให้ร่างเล็กได้เบือนสายตาเป็นเชิงคำถามก่อนจะเอ่ยต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย

            “เธอน่ะ... น่าสงสารนะ คงไม่เคยรักใครเลยใช่ไหม”

 

            เสียงประตูถูกปิดลงพร้อมร่างสูงที่ก้าวจากออกจากร้านอาหารสุดหรู ฮานึลนั่งข่มโทสะที่พลุ่งพล่านไม่ให้ลุกขึ้นระบายอารมณ์โยนข้าวของในร้านด้วยการเพิ่มแรงกดที่เล็บมากกว่าเดิม เสียงกรีดร้องถูกระงับด้วยเรียวปากที่เม้มแน่นเสียจนร่างกายสั่นเทิ้ม มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนกดเปิดอ่านข้อความที่ตนได้รับเมื่อตอนเย็นอีกรอบ... ข้อความที่ทำให้เธอตัวสั่นเกือบเป็นบ้าอยู่ตอนนี้

            คลิปวิดีโอถูกส่งมาจากหมายเลขเดียวกับที่เธอติดต่อไปบรรยายภาพชายหนุ่มคนรักเก่ากำลังประทับจูบอย่างดูดดื่มกับร่างเล็กที่ชื่ออีซองมิน หากแต่นอกจากนั้นยังมีข้อความสั้นๆ ที่ทำให้อารมณ์ได้เดือดพล่านเป็นเท่าทวี

            ‘คยูฮยอนไม่ว่างรับโทรศัพท์ มีธุระต้องคุยงานกับภรรยา’

 

            คลั่งจนเกือบควบคุมไม่อยู่... มือขาวออกแรงกำเครื่องมือสื่อสารเสียจนเห็นเส้นเลือดตัดกับสีผิว ฮานึลหอบหายใจอย่างหนักหน่วงขณะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ริมฝีปากสั่นระริกพยายามแสยะรอยยิ้มเย็น

            คิดจะสู้กับฉันใช่ไหมอีซองมิน…

            ได้! แล้วฉันจะแสดงให้ดูว่ามารยาที่แท้จริงมันเป็นยังไง

 

Talk

อ๊า~~~ หลังจากโดนขู่วางระเบิดไปทำให้ต้องรีบปั่นแล้วนำมาอัพ

ความจริงตอนนี้วอนฮยอกเราแต่งไว้ยาวกว่านี้มากนะคะ แต่ตัดไปไว้สู้กับคยูมินตอนหน้าหมดแล้วล่ะ 55

ไม่งั้นตอนนี้คงยาวเหยียดกว่านี้แน่ ^^”

 

เรามีเรื่องจะแจ้งนะคะหากใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ฟิคเรื่องนี้ เราอัพเสร็จแล้วเราจะส่ง OMSG ไปบอกนะคะ

ซึ่งต้องเป็น my. Id เวอร์ชั่นใหม่เท่านั้นที่จะเห็น

แต่ตอนที่แล้วเราส่งไปแล้ว มันไม่ยอมไปขึ้นให้ซะงั้นอ่ะค่ะ พอเรากดส่งอีกครั้ง มันก็บอกว่าต้องรออีก 7 วัน

มันแปลว่า dek dเอ๋อ อีกแล้วใช่ไหมคะ 555

 

หลายคนบอกว่าอ่านฟิคเรื่องนี้แล้วโดนคนอื่นหาว่าเป็นบ้า เพราะนั่งยิ้มอยู่หน้าคอมคนเดียว

เราก็อยากจะบอกว่าตอนนี้คนในบ้านเราก็คงเริ่มคิดว่าเราเป็นบ้าแล้วเหมือนกัน เพราะนั่งอ่านคอมเม้นท์แล้วยิ้มคนเดียว อิอิ

ขอบคุณทุกคนที่เม้นท์ให้ฟิคเรื่องเล็กๆ และผู้แต่งอ่อนประสบการณ์คนนี้นะคะ ^^”

คนที่ไม่ได้เม้นท์ก็เหมือนกัน ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและติดตามนะคะ

ส่วนเรื่องตอบเม้นท์เราตอบเสร็จแล้วแต่ลงไม่ได้นะคะ เพราะว่าเด็กดีมันเอ๋อไปแล้ว

ดูสิคะกลายเป็นตอนอัพมันกระโดดข้ามอ่ะ มาเป็น 22 แล้วอ่ะ

แล้วเราก็ไปกดลบตอนที่แล้ว TT^TT วิวหาย โหวตหาย คอมเม้นท์ในตอนหายหมด โฮกกกก เสียใจ จะอัพฟิคทั้งทีรันทด TT^TT

 

ไปล่ะค่ะ เจอกันตอนหน้า บ๊ายบายจ๊วบบบบบบบ >3<

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[Fic SJ Yaoi] Marry U ศัตรูที่รัก [KyuMin WonHyuk KiHae] ตอนที่ 20 : Chapter 18 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12640 , โพส : 294 , Rating : 85% / 21 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12
# 294 : ความคิดเห็นที่ 13036
สะใจสมน้ำหน้าฮานีล กับ ยายสามสาวที่มาหาเรื่องยอกแจ หลีกทางเถอะ คนเค้ารักกันนน
Name : jaaoAloha < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jaaoAloha [ IP : 27.55.93.114 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 สิงหาคม 2557 / 19:50
# 293 : ความคิดเห็นที่ 12979
ต้องอย่างนี้สิมิน 

คำว่ายอม อย่าได้มีไว้ในสมอง

ยอมเเค่บนเตียงกับคยูก็พอ

ส่วนคำว่านางเอกก็อย่าไปใช้

อย่างเรานะต้องนางร้าย เสียทองหัวไม่เสีย ผัวให้ใคร!!!
PS.  ซปจน.คือดี....เลอค่า... //คยม.ชิป JoY CP ซุ่มฟินยอ.วฮย.
Name : miniCHo88 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ miniCHo88 [ IP : 49.230.128.253 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มีนาคม 2557 / 07:49
# 292 : ความคิดเห็นที่ 12908
ฟินเบาๆกะพ่อสิงโตซีวอน <3 แม่ไก่ฮยอกแจ >//////////////< 
Name : Jai Jaja < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Jai Jaja [ IP : 58.9.142.168 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤศจิกายน 2556 / 17:11
# 291 : ความคิดเห็นที่ 12845
จัดการเลยมินอย่าให้เค้ารังแกอยู่ฝ่ายเดียว
Name : nastsi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nastsi [ IP : 183.88.248.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2556 / 20:00
# 290 : ความคิดเห็นที่ 12809
อย่างนี้แหละมินทำถูกแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า
อย่าไปยอมยัยฮานึลเลย เราต้องเป็นนางเอกสมัยใหม่ตบนางร้ายเลยลูก!(อินจัด-..-)
Name : SQUAA [ IP : 182.52.41.146 ]

วันที่: 24 เมษายน 2556 / 21:09
# 289 : ความคิดเห็นที่ 12792
มินจะสู้ยัยฮานึลได้มั้ยเนี้ย
Name : luvkyumin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ luvkyumin [ IP : 58.8.183.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 เมษายน 2556 / 16:40
# 288 : ความคิดเห็นที่ 12749
ทำแบบนั้นดีมากกกกกกกกกกกกค่า มินนี่ 
อีนังชะนีเลิกยุ่งสักทีเถอะะะะะะ 
Name : EvilMinnie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ EvilMinnie [ IP : 14.207.69.85 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2556 / 04:55
# 287 : ความคิดเห็นที่ 12713
ฉันชอบฮยอกแจ  แบบนี้สิคุณนายชเว
สามีหล่อ ต้องแรง ถ้าจะเอาอยู่

โดนแล้วฮานึง ซองมินเขาไม่ปล่อยสามีแน่
ฮ่าๆๆ ไม่รู้ซะแล้วว่าซองมินเคยขโมยกางเกงในคยูฮยอน #เกี่ยว?
PS.  13elive Super Junior (KyuMin)
Name : rikioh < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rikioh [ IP : 110.77.244.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2556 / 16:53
# 286 : ความคิดเห็นที่ 12684
อ่า มินนี่สู้เขานะ

สามีเราต้องไม่ยอมๆๆๆ
Name : miniming [ IP : 171.6.244.230 ]

วันที่: 31 มกราคม 2556 / 17:16
# 285 : ความคิดเห็นที่ 12665
อ๊ายย แรงงงอ่ะฮยอก แต่แอบสะใจ

ส่วนมินนิ ก้อไม่ช่ายย่อยเรยเหมือนกัน

คิเฮ สู้ๆๆนะ
Name : เมเม่ [ IP : 27.55.165.196 ]

วันที่: 20 มกราคม 2556 / 23:42
# 284 : ความคิดเห็นที่ 12620
ฮยอกกับมินนี่ร้ายลึกใช้ได้เลยนะ 55555
PS.   แค่คุณทักมา เรายินดีที่จะตอบ
Name : Psychosiiz Indy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Psychosiiz Indy [ IP : 124.122.22.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 / 22:57
# 283 : ความคิดเห็นที่ 12574
สะใจ !! มินอย่าไปยอมมันนะ
Name : KyuminHunhan >< < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KyuminHunhan >< [ IP : 203.144.144.165 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 ตุลาคม 2555 / 17:51
# 282 : ความคิดเห็นที่ 12536
เป็นเคะที่แรงส์จริงๆๆๆๆๆ

ชอบอ่ะ ทั้งมิทั้งนฮยอกเลย

สะใจจริงๆ

คิเฮยังไม่เคลียอะไรกันเลย

Name : กระรอกoneday < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กระรอกoneday [ IP : 101.108.104.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2555 / 22:39
# 281 : ความคิดเห็นที่ 12485
ยัยฮานึล โรคจิตป้ะเนี่ย ??
Name : Hanoy_4701 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hanoy_4701 [ IP : 124.122.194.218 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กันยายน 2555 / 23:04
# 280 : ความคิดเห็นที่ 12474
เเรง และเจ๋งมากๆๆๆ ทั้งฮยอกทั้งมินเลย

คยูมินก็หวานเกิน ชอบมากมาย

คยูที่อายไม่กล้าบอกรัก พอกล้าครั้งเเรก ก็ดูเหมือนจะไม่อายแล้วนะ 5555

สงสารแต่คิมบอม เพราะยังไงก็เชียร์คิเฮอยู่ดีอิอิ
Name : Catfish < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Catfish [ IP : 110.49.235.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กันยายน 2555 / 06:39
# 279 : ความคิดเห็นที่ 12429
โอ๊ยยยยย อ่านตอนนี้ไปแล้วสะใจค่าาาา
แสบทั้งซองมินทั้งฮยอกแจ
คู่นี้สมกับเป็นเพื่อนกันจริงๆ!
55555555+
PS.  I am SuperJunior#13
Name : SuperJunior#13 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SuperJunior#13 [ IP : 171.99.3.212 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 สิงหาคม 2555 / 18:22
# 278 : ความคิดเห็นที่ 12398
ฮานึลเมื่อไรแกจะไปเนี่ย(>3<)
Name : NiceKyung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NiceKyung [ IP : 124.121.238.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 สิงหาคม 2555 / 13:55
# 277 : ความคิดเห็นที่ 12375
เอ่อ ฮยอกก่ามินนี่ สมเป็นเพื่อนกันจริง ๆ

สุดจะแรง

นังฮานึล อึน ๆ พอได้แล้วยะ จะใช้มารยาอะไรอีกฮะ

ไรเตอร์สู้สู้
Name : ann_elf < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ann_elf [ IP : 223.205.167.193 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 สิงหาคม 2555 / 21:43
# 276 : ความคิดเห็นที่ 12337
กร๊ากกกกก สะใจ ฮยอกลูกแรงมาก >< วอนตามอารมณ์ไม่ทันล่ะซี้
อ๊ากกก คยูฮยอนไม่ว่างรับโทรศัพท์มีธุระต้องคุยกับภรรยา >..< 
โฮกกกกกก ดีเลยๆให้อีฮานึลมันบ้าไปคนเดียว
PS.   E.L.F. รักพวกนาย SJ 13 คนตลอดไป ^^
Name : ภรรยาฮยอกแจ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ภรรยาฮยอกแจ [ IP : 124.122.208.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2555 / 18:18
# 275 : ความคิดเห็นที่ 12293
ฮานึลเมื่อไหรจะรู้สึกตัวเนี่ย
คยูก็ชัดเจนแล้วนะว่ารักมินอ่ะ
หน้าด้าน หน้าทนจริงๆเลย

PS.  ไม่ว่ายังไงก็จะ "จีคยอชุลเก ยอลเซมยอง" ตลอดไป
Name : Rabbit_Blue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rabbit_Blue [ IP : 223.205.19.76 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 13:10
# 274 : ความคิดเห็นที่ 12264
ให้มันได้อย่างนี้ซิเด็กๆ ฮ๋าๆๆ ซองมินกะฮยอกแจสุดยอมไปเรย
อย่าไปยอม อย่าไปกัวมันนะที่รัก
ในเมื่อคนก้อเปนคนของเรา อยู่กะเรา อย่าไปแคร์คนอื่น
อยากได้ก้อต้องสู้ซิ อย่าไปยอมมัน แร๊วม่ายยอมปล่อยให้หรอกเน๊อะ
คึคึ
คิบอม....ช่วยทำอารัยให้มันชัดเจนหน่อยดิ
Name : ChocoLateMilk [ IP : 27.55.1.83 ]

วันที่: 21 มิถุนายน 2555 / 18:53
# 273 : ความคิดเห็นที่ 12214
เมียหลวง ลีซองมิน สู้ๆ
Name : ForestFlower < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ForestFlower [ IP : 61.90.40.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 / 07:23
# 272 : ความคิดเห็นที่ 12189
ฮานึล.. จงไปลงนรกซะ !
(อินจัด -*-)
Name : -(8?)- [ IP : 171.97.170.237 ]

วันที่: 21 พฤษภาคม 2555 / 16:11
# 271 : ความคิดเห็นที่ 12155
 ชอบๆๆ มินแบบนี้แหละถูกต้องที่สุด ^^
Name : tk only < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tk only [ IP : 124.122.63.160 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 / 22:56
# 270 : ความคิดเห็นที่ 12091
 สู้ๆคยูมิน ^^
PS.  หวัดไม่ดี - - แต่สวัสดี 555 Hi! People in the world
Name : 琳琳 pimpimpim ♡ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 琳琳 pimpimpim ♡ [ IP : 171.5.0.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2555 / 17:17
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android