พิฆาตเสน่หา

ตอนที่ 1 : แต่งงาน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    1 ส.ค. 57

 

 
 

"อะไรนะ! แม่จะแต่งงานพรุ่งนี้เหรอ  แต่งกับใคร แล้วไปรู้จักกันยังไงคะ คบกันตั้งแต่เมื่อไร แล้วเขานิสัยเป็นยังไง”

 

 สิ้นเสียงหวาน ร่างบางก็ยืนหอบหายใจ เพราะยิงคำถามใส่มารดาชุดใหญ่ จู่มาริสาก็เข้ามาบอกว่า จะแต่งงานพรุ่งนี้

 

เมย์ หรือ เมธิศา มองมารดาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าแม่จะแต่งงานอีกครั้งหลังจากที่บิดาของเธอเสียชีวิตลงด้วยโรคร้ายเมื่อสิบปีก่อน ทำให้มารดาของเธอต้องเสียใจนานนับปีกว่าจะทำใจยอมรับความจริง

 

    "ไงล่ะ เล่นถามมาเป็นชุดอย่างนี้ หอบเลยล่ะสิ" มาริสาพูดพลางเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นให้ลูกสาวที่ยังนั่งทำหน้าเหมือนเห็นผี เมธิศารับน้ำแล้วดื่มทีเดียวรวดจนสำลัก       

 

    “แค่ก แค่ก แค่ก"

 

    “ค่อยๆ ก็ได้ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวก็ตายเสียก่อนที่จะได้เห็นแม่ผู้เลอโฉมในชุดแต่งงานหรอก"

 

มาริสาพูดพลางลูบหลังลูกสาวแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ แม้เมธิศาจะโตเป็นสาวสะพรั่งแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นเด็กในสายตาของเธอเสมอ

    "แม่จ๋า นี่แม่จะแต่งงานจริง ๆ เหรอเนี่ย" หญิงสาวย้ำถามคนเป็นแม่เสียงอ่อนเสียงหวานอย่างไม่เชื่อ

 

    ”แต่งจริงๆ สิ เรื่องนี้ใครเขาพูดเล่นกันล่ะมาริสาพูดจบก็ยิ้มออกมาหน้าระรื่นเหมือนเด็กอายุสิบแปดที่กำลังมีความรักอีกครั้ง

 

    งั้นแม่ต้องตอบคำถามหนูมาก่อนให้หมดเลยที่สำคัญห้ามโกหกเด็ดขาด"

     เมธิศากำชับด้วยความที่อยากรู้ลักษณะหน้าตานิสัยใจคอของผู้ชายคนที่แม่จะแต่งงานด้วย เธอจึงตั้งคำถามถามมารดาชนิดว่านักสืบมืออาชีพยังอาย

 

     "ก็ได้ๆ งั้นก็เริ่มคำถามแรกที่เมย์ถามแม่ว่าแต่งกับใคร แม่ขอตอบว่าแต่งกับคนและก็เป็นผู้ชายด้วย" มาริสาแกล้งลูกสาวที่นั่งขัดสมาธิบนโซฟาตัวนุ่มรอฟังคำตอบจากเธออย่างใจจดจ่อ

 

    "แม่! " เมธิศาถึงกับโอดครวญเรียกมารดาอย่างหงุดหงิด เพราะคำตอบที่ได้รับกลับมานั้นทำให้คนที่ตกอกตกใจฟัง เสียอารมณ์ในการฟัง

 

    "แม่ล้อเล่นน่า เสียงดังไปได้ เยื่อแก้วหูจะทะลุไหมเนี่ย"

 

    “เล่าความจริงมาเลยค่ะ ห้ามล้อเล่น หนูเครียดและจริงจริงกับเรื่องนี้นะ" หญิงสาวทำสีหน้าจริงจังค้อนใส่มารดาที่ยังเล่นไม่เลิก เมธิศาอยากจะรู้จริงว่าคนที่จะมาเป็นพ่อเลี้ยงของเธอนั้น เขาคิดอย่างไรถึงได้จะแต่งงานกับแม่ม่ายเรือพ่วงตั้งสองลำอย่างแม่ของเธอ

 

    "โอเคๆ คราวนี้เรื่องจริงไม่อิงนิยายแล้ว คนที่แม่จะแต่งงานด้วยน่ะเขาชื่อ คุณ ปีเตอร์ โอลี อายุเขาก็เท่ากับแม่นี่ล่ะ คุณปีเตอร์เขาเป็นคนรูปร่างสูง หุ่นดี ดูยังไม่แก่สำหรับคนอายุขนาดนี้ และที่สำคัญเขาเป็นเจ้าของบริษัท โอลีกรุ๊ป

 

เมธิศาถึงกับตาโตเป็นไข่ห่านเมื่อได้ยินชื่อบริษัทโอลีกรุ๊ป เพราะตระกูลนี้เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ไม่หน่อย ไหนจะธุรกิจโรงแรม คอนโด และอสังหาริมทรัพย์อีกมากมาย ยังไม่ร่วมถึงหุ้นส่วนจากบริษัทอื่นๆ  การพบรักของมารดาในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เพราะระดับมหาเศรษฐีอย่างปีเตอร์ไม่มีทางเจอมารดาของเธอที่เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดา ถ้าไม่ใช่พรหมลิขิตบันดาลชักนำและนำพามา

 

     "ป้าบ!” เสียงฝ่ามือของมาริสาตีมาที่ใบหน้าของเมธิศาเบาๆ เพื่อเรียกสติเธอที่หลุดลอยไปให้กลับมาอยู่ใน โลกปัจจุบัน

 

    "แหม เพ้อเลยนะ แต่ขอโทษคนนี้ของแม่ ลูกห้ามยุ่ง" ผู้เป็นแม่พูดสกัดดาวรุ่งใส่หน้าลูกสาวที่ทำตาหวานเยิ้ม


             "แน่! หวงด้วยเหรอคะ" เมธิศาค้อนใส่มารดาวงใหญ่ที่รู้ทันความคิดของเธอ

    "แน่นอนของใครใครก็ห่วงทั้งนั้นแหละ นี่แม่ยังเล่าไม่หมดเลย แม่ไปเจอเขาเมื่อสามอาทิตย์ก่อนที่ร้านอาหารแถวริมแม่เจ้าพระยา  วันนั้นแม่ไปทานอาหารกับเพื่อนๆ และคุณปีเตอร์เขาก็มาคุยเรื่องธุรกิจกับลูกค้า  เหมือนพรหมลิขิตให้แม่เจอตอนแม่ไปเข้าห้องน้ำ  คุณปีเตอร์เขาเดินชนแม่เกือบล้มที่หน้าห้องน้ำ ดีที่ว่าเขาก็จับตัวแม่ไว้ได้ทัน แล้วต่อจากนั้นคุณปีเตอร์ก็เดินไปส่งแม่ที่โต๊ะอาหารเพื่อเป็นการขอโทษและเขาก็ให้นามบัตรแม่ไว้เผื่อมีอะไรที่เขาอาจช่วยได้  และแม่ก็ให้เบอร์ติดต่อเข้าไปด้วย มาริสาหยุดพูดและรินน้ำลงแก้ว

 

    “แล้วยังไงต่ออีกคะ แม่เล่ามาให้หมดสิ เมธิศาเขย่าแขนมารดาที่ค่อยๆ บรรจงวางแก้วน้ำใส่ลงบนโต๊ะเหมือนเป็นถ่วงเวลาให้เธอตื่นเต้นเล่น


          “ต่อจากนั้นเราก็ติดต่อกันเรื่อยๆ แล้วเราก็นัดเจอกันบ่อยขึ้น จนเขาขอแม่แต่งงานเมื่อวานนี้ แล้วแม่ก็ตอบตกลงทันที"

 

    “โห นี่มันจะไม่นิยายไปหน่อยเหรอคะ  ที่พระเอกรวยล้นฟ้ามาเจอนางเอกที่ฐานะธรรมดา สุดท้ายก็ได้แต่งงานกัน นี่มันนิยายชัดๆ เมธิศาเอ่ยออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ซึ่งไม่น่ามีความเป็นไปได้

 

    “เคยได้ยินไหมจ้ะลูก นิยายมักสร้างมาจากเรื่องจริง ทุกวันนี้แม่ก็ยังไม่เชื่อตัวเองว่าจะมาไกลถึงขั้นแต่งงาน แต่คุณปีเตอร์แกยืนยันว่าต้องการจะแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีไทย ไม่อยากให้แม่ต้องเสื่อมเสีย เขาอยู่เมืองไทยมานานและเข้าใจขนบธรรมเนียมในเรื่องนี้ดี”

    "งานมีขึ้นพรุ่งนี้แล้ว หนูไม่เห็นแม่เตรียมอะไรเลยล่ะ เมธิศาเอ่ยถามมารดาด้วยความสงสัยทำไมมารดาของเธอถึงไม่เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเหมือนกับเจ้าสาวคนอื่นๆ ก่อนที่จะถึงวันแต่งงานจริงก็วิ่งวุ่นเตรียมงานสารพัด นั่งคิดไปคิดมาเมธิศาก็ต้องตกใจเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเธอยังไม่มีชุดที่จะใส่ไปงานวันพรุ่งนี้เลย

 

 ตายแล้ว! หนูยังไม่มีชุดใส่ไปงานเลยทำไงดีคะ นี่ก็มืดแล้วด้วยจะมีร้านเสื้อผ้าที่ไหนเปิดอยู่บ้างเนี่ย" เมธิศาเอ่ยบอกด้วยลุกขึ้นยืนความกังวลแล้วเริ่มเดินไปมาเป็นหนูติดจั่น

 

"ใจเย็นๆ ลูกชุดหรืออะไรก็ตามแต่ที่เกี่ยวข้องกับงานวันพรุ่งนี้ ทางฝ่ายคุณปีเตอร์เขาเป็นคนจัดเตรียมให้ทั้งหมด แม้กระทั้งชุดลูกด้วย รับรองพรุ่งนี้ลูกสวยไม่แพ้แม่แน่นอน เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณปีเตอร์เขาจะส่งชุดมาให้ และจะมีรถมารับเราสองแม่ลูกไปแต่งหน้าทำที่โรงแรมแต่เช้า" มาริสากุมมือลูกสาวแน่นและค่อยๆ บอกเรื่องชุดและงานแต่งพรุ่งนี้ทางฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นคนจัดการทั้งหมด ส่วนเธอและลูกไปแต่ตัวและหัวใจเท่านั้น 

 

นี่มันสวรรค์ทรงโปรดชัดๆ  ทำไมคุณปีเตอร์ ช่างเป็นผู้ชายที่แสนดีอะไรอย่างนี้เมธิศารู้สึกดีใจไปกับมารดาที่จะได้ผู้ชายที่ดีอย่างคุณปีเตอร์มาเป็นสามี       

 

แล้วพี่แมกซ์รู้เรื่องหรือยังคะ" เมธิศาเอ่ยถามมารดาทันที เมื่อนึกถึงพี่ชายตัวดีที่ย้ายออกไปอยู่ข้างหน้ากับเพื่อนจะกลับมาบ้านถึงก็สองสามเดือน

    "เอ่อ แมกซ์เหรอ จริงสิแม่ยังไม่ได้บอกเลย มาริสาเอ่ยบอก ลืมโทรศัพท์ไปบอกลูกอีกคน

 

 เมธาหรือแมกซ์ลูกชายคนโต หลายเดือนแล้วที่เธอไม่ได้เจอลูกชายคนนี้หลังจากที่เมธาเข้ามาบอกเธอว่า กำลังร่วมลงทุนกับเพื่อนเปิดบาร์เกย์ เธอแทบเป็นลมเมื่อได้ยิน ลูกชายของเธอเพียงคนเดียวจะเปิดบาร์เกย์กับเพื่อน ตอนแรกเธอคัดค้านหัวชนฝา ให้ตายก็ไม่ยอมให้เมธาร่วมหุ้นกับเพื่อนเก้งกวางของเขาเปิดบาร์เกย์ เพราะเธอกลัวว่าเมธาจะเป็นเกย์ แต่เมื่อลูกชายเธอรับปากว่าจะหาเมียมาให้ดู เธอจึงยอมให้ลูกชายร่วมลงทุนกับเพื่อนๆ ได้

 

    "ถ้าอย่างนั้น หนูไปบอกพี่เขาก่อนน่ะค่ะหญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ วิ่งออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

 

    แหม...ไอ้ลูกคนนี้ ทำอย่างกับจะแต่งซะเองอย่างนั้นล่ะ" มาริสาได้แต่ยิ้มกับอาการโอเว่อร์ของลูกสาวที่ตื่นเต้นเกินเหตุ
 

 

เมธิศานั่งรถแท็กซี่มาถึงหน้าบาร์เกย์ของเมธา เธอเดินไปหยุดที่หน้าประตูทางเข้า หญิงสาวรีบกดโทรศัพท์หาพี่ชายให้ออกมาหาเพราะเธอไม่อยากเข้าไปข้างใน ทั้งเสียงดังทั้งคนเยอะเธอรู้สึกอึดอัด หญิงสาวจึงเลือกที่จะขอรอให้เมธาเธอออกมาหาดีกว่า

 

 "ฮัลโหล"

"พี่แมกซ์ นี่เมย์นะ พี่แมกซ์อยู่ไหน ออกมาหาเมย์ที่หน้าร้านหน่อย เมย์มีเรื่องสำคัญจะบอก”

 

นี่ โทรผิดหรือเปล่า เมย์ไหนแล้วแมกซ์อะไร เบอร์นี้ไม่มีคนชื่อแมกซ์" เสียงทุ้มห้าวตวาดกลับมา เมธิศาแปลกใจมากเพราะนี่ไม่ใช่เสียงพี่ชายเธอ

 

    จะไม่ใช่ได้ไง นี่มันเบอร์พี่ชายฉันนะแล้วคุณเป็นใคร มารับโทรศัพท์พี่ฉันของได้ไง ขโมยมาหรือเปล่าเนี่ย" เมธิศาแหวใส่ปลายสายอย่างโกรธจัดก็ในเมื่อเบอร์นี้ก็เป็นเบอร์พี่ชายของเธอจริง ๆ แต่ปลายสายดันบอกว่าไม่ใช่  ถ้าไม่ติดอยู่ที่ว่าเธอไม่ชอบเสียงดังของเพลงในบาร์เธอก็จะเข้าไปหาพี่ชายด้วยตัวของเธอเอง

 

บ้าหรือเปล่าเนี่ย บอกแล้วไงว่าโทรผิด ยังไม่เชื่ออีกไอ้เด็กบ้า" ชายหนุ่มตอบกลับหญิงสาวอย่างอารมณ์เสีย เพราะคิดว่าคนที่โทรฯ มาคงเป็นพวกที่ชอบโทรมากวนเล่น

 

    นี่คุณกรุณาพูดจาให้สุภาพด้วยค่ะ แล้วฉันก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ฉันอายุยี่สิบสามแล้วค่ะ ถ้าอยากจะมีปัญหากับฉันก็เชิญออกมาหน้าร้านเลยค่ะ ฉันจะยืนรอคุณอยู่ตรงนี้" อารมณ์ของเมธิศาตอนนี้เดือดพล่านเหมือนกับภูเขาไฟที่รอคอยการปะทุออกมา ท้าทายปลายสายให้มาเจอกันที่หน้าร้าน


                     ท้าเหรอ! อยู่ตรงหน้าประตูใช่มั้ย เดี๋ยวเจอกัน รออยู่ตรงนั้นนะ เดี๋ยวมีเจ็บ" เสียงเข้มตอบกลับและกดวางหู สร้างความเดือดดาลให้แก่เมธิศาเป็นอย่างมาก

    ห้านาทีผ่านไปร่างสูงหนาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าเมธิศา ชายหนุ่มหน้าตาสำอางเสื้อผ้าเรียบกริบไม่มีแม้แต่รอยยับย่น กวาดสายมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

 

เธอใช่ไหม ที่ท้าฉันเมื่อตะกี้" ชายหนุ่มเท้าเอวถามหญิงสาวตรงหน้าพลางเลิกคิ้วเข้มเป็นเชิงถาม

 

    “อ่อ! คุณเองเหรอที่รับโทรศัพท์พี่ชายของฉัน " หญิงสาวเท้าเอวใส่ชายหนุ่มกลับบ้างเธอเดินเข้าไปประจันหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

 

    เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างนี้ เดี๋ยวพี่จะจูบให้โทษซะให้เข็ด" ชายหนุ่มคว้าร่างเมธิศาให้เข้ามาใกล้ แล้วโน้มตัวลงทำท่าจูบเธอจริงๆ

 

    "อ้ายยยย อย่าเข้ามานะ แม่จะซัดไม่ให้มีปากไปจูบอีกเลย" เมธิศากรีดร้องออกมาพยายาม ดันหน้าอีกฝ่ายออกห่าง

 

    ดี! เปรี้ยวอย่างนี้พี่ชอบ มามะ มาให้พี่จูบสั่งสอนเสียดีๆ " เสียงหัวเราะชอบใจเปล่งออกมาจากลำคอของร่างสูงที่กำลังแกะมือบางที่ปิดปากของเขาไว้ แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น ก็เจอหมัดเล็กๆ ของหญิงสาวเสยไปที่ปากแบบเต็ม ๆ


          ผัวะ!


          โอ้ยยยย เจ็บนะไอ้เด็กบ้า ต่อยมาได้เมื่อชายหนุ่มร่างสูงเอามือที่กุมปากออกมาดูแล้วเห็นเลือดสีแดง ก็เกิดอาการแต๋วแตกทันที

 

    “กรี๊ดดดด เลือด ไอ้เด็กบ้า แกทำฉันเลือดออกเลยเหรอ " มือหนาเงื้อขึ้นมาจะตบหน้าหญิงสาวเมธิศารีบเอามือบังไว้ทันที แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำร้ายเมธิศา เสียงทั้มฏ้ตะโกนขึ้นห้ามเอา


                    “หยุดนะเจฟ!"

 

    พี่แมกซ์ ช่วยเมย์ด้วย ผู้ชายคนนี้เขาจะจะทำร้ายเมย์" เมธิศารีบเดินไปเกาะแขนพี่ชาย สบโอกาสก็รีบฟ้องเมธาทันที

 

    นี่มิกกี้ อย่าบอกนะผู้หญิงคนนั้นเป็นน้องสาวมิกกี้อ่ะ" ชายหนุ่มสูงเอ่ยถามเมธา อย่างไม่เชื่อสายตา


                    “นี่คุณพี่ชายฉันชื่อแมกซ์ค่ะ ไม่ใช่มิกกงมิกกี้อะไรของคุณ" เสียงหวานแหวขึ้นอีกครั้ง แล้วแก้ชื่อพี่ชายของเธอให้ถูกต้อง     

 

หยุดเลยเมย์ มาหาพี่ที่เนี่ย มีเรื่องอะไร" เมธายกมือขึ้นห้ามปรามน้องสาวทันที

 

   

    “ว่าอะไรนะ! แม่จะแต่งงาน"

 

    เมธิศาได้แต่พยักหน้างึกๆ แทนคำตอบ พลางดูน้ำส้มคั้นโดยไม่สนเมธาที่เริ่มทำสีหน้าเคร่งเครียดตกใจสุดขีด เห็นแล้วอดขำไม่ได้ รู้สึกว่าจะเป็นสีหน้าเดียวกันกับเธอตอนที่รู้เรื่องครั้งแรก

 

    “นี่ที่รักจะตกใจทำไมก็แค่แต่งงาน แม่ของที่รักก็ไม่ได้แต่งพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องตกใจไปหรอกครับ"


                    เมธิศาอยากจะอาเจียนเป็นเลือดเสียจริงๆ เลย ดูคำพูดของไอ้โรคจิตเจฟที่พูดกับพี่ชายเธอสิได้ยินแล้วหมั่นไส้ ทำมาเป็นเรียกที่ลงที่รัก ถ้าพี่ชายของเธอตกลงปลงใจคบกับนายเจฟ เธอคนนึงแหละจะคัดค้านหัวชนฝาเลยทีเดียว

 

     "มีแค่นี้ใช่ไหมที่จะบอกพี่ ชายหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวที่นั่งเขี่ยน้ำแข็งในแก้วเล่นด้วยท่าทางเซ็งๆ

 

    “ใช่ ถ้าไม่มีอะไรแล้วเรากลับไปสนุกต่อเถอะที่รัก" เจฟโอบร่างเมธาเตรียมจะเข้าไปในบาร์อีกครั้ง แต่ก็ถูกสายตาดุของเมธาค้อนใส่ เจฟจึงรีบหดมือที่โอบไหล่ของเขาลงทันทีและยิ้มเจื่อนให้เมธา

 

    “ใครบอกมีแค่นี้ ยังไม่หมดเรื่องที่จะบอกเลย" เมธิศาเอ่ยขึ้นมาทำให้สองหนุ่มหันมาสนใจเธออีกครั้ง


                    โอ๊ย! มีเรื่องอะไรอีกล่ะ ยัยตัวแสบ เจฟที่ปากไวรีบชิงถามก่อนเมธา ด้วยความหมั่นไส้ที่หญิงสาววางท่าไม่ยอมพูดเสียที


                    นี่นาย! อย่ามาเรียกฉันว่ายัยตัวแสบนะ แล้วนี่มันเรื่องในครอบครัว คนอื่นอย่าจุ้น" เธอหันไปตวาดเสียงใส่เพื่อนของพี่ชายที่รุ้สึกจะวุ่นวายมากเกินไปเเล้ว แถมยังมาเรียกเธอว่ายัยตัวแสบอีก

 

    นี่เมย์ มีอะไรก็รีบ ๆ พูดมาเถอะ พี่จะรีบไปทำงานต่อ วันนี้ลูกค้าเยอะ" ชายหนุ่มเร่งน้องสาวให้รีบบอกธุระของเธอมาให้หมด

 

    “แม่จะแต่งงานวันพรุ่งนี้ หญิงสาวบอกด้วยสีหน้านิ่งๆ แล้วจ้อองหน้าพี่ชายรอดูปฏิกิริยา


                    อะไรนะ!!”

 

    เมธากับเจฟตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมกัน จนคนที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์หันมามองเป็นตาเดียวกัน จนหญิงสาวๆ รู้สึกอายสายตาผู้อื่น ทำไมจะต้องตะโกนเสียงดังกันด้วยนะ


                    แม่จะแต่งงานพรุ่งนี้จริงๆ เหรอ" เมธาตรงเขาไปเขย่าร่างของเมธิศาอย่างไม่เชื่อหู

 

    ช่าย...ถ้าพี่อยากจะไปทำงานต่อก็ตามสบายนะ ธุระของเมย์ก็มีแค่นี้แหละ แล้วนี่ก็ตีหนึ่งกว่าแล้วด้วยกลับบ้านไปนอนดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่สวย ไปก่อนนะคะพี่ชาย บ๊ายบาย...ไอ้โรคจิต!"

 

หญิงสาวแลบลิ้นและทำหน้าทะเล้นใส่เจฟเพื่อนชายของเมธา ก่อนจะเดินออกไปโบกรถแท็กซี่กลับบ้านไปนอน ปล่อยให้หนุ่มใจแต๋วยืนกรี๊ดกร๊าดอยู่ข้างๆ เมธาที่ยังช็อคกับเรื่องที่ได้ยิน

 

                                                      

    อ่านนิยายจบแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์กันน่ะค่ะ ทุกคอมเม้นท์คือกำลังใจที่สำคัญในการแต่งนิยายค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

1,056 ความคิดเห็น

  1. #1056 วนัน (@konwan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 09:26
    งานใหม่หรือ
    #1056
    0
  2. #243 mydei (@mydei) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 / 23:51
    แค่ตอนแรกก็มันส์แล้ววววววววววววววววววววว
    #243
    0
  3. #242 ~mini_thirds (@mini_thirds) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 เมษายน 2552 / 17:12
    ติเรื่องเวลานิดนึงนะคะ
    ตอนที่นางเอกยืนอยู่หน้าบาร์เกย์ คือ ตอน 11.00 น. ซึ่งคือ 11 โมง
    แต่พอนางเอกคุยกับพี่ชายเสร็จกลับเป็นเวลา 01.00 น. ซึ่งคือตี 1

    เข้าใจว่าในเรื่องน่าจะหมายถึง 5 ทุ่มนะคะ ยังไงเช็คด้วยแล้วกันนะคะ
    หรือถ้าจะเขียนแบบนี้ต้องใช้ am pm ค่ะ ไม่ใช่ นาฬิกา
    หรือถ้ายังไงเขียน เขียนเป็น 5 ทุ่มกับตี1 ก็เข้าใจง่ายดีนะคะ ^^

    ปล.แอบงงเรื่องเข้าบาร์ไม่ได้เหมือนกันคะ
    #242
    0
  4. #241 stefani (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2552 / 02:08
    อายุ20แล้วทำไมเข้าบาร์ไม่ได้อ่ะ



    แต่นางเอกแก่นมากๆเลยแฮะ น่ารักดี

    ชอบนางเอกลุยๆ



    สนุกดี
    #241
    0
  5. #240 sherine_wu_food tech (@sherine_hinfha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2552 / 02:11
    แต่ก็สนุกดี อิ อิ โทษทีเมื่อกี้พิมพ์ผิด
    #240
    0
  6. #239 sherine_wu_food tech (@sherine_hinfha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2552 / 02:08

    อ่านแล้วตาลายจังเลย

    แค่สนุกดี อิ อิ

    #239
    0
  7. #238 มะนาวหวานน้ำตาลเปรี้ยว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 / 23:42
    ก็ดีนะ แต่ตัวหนังสือติดกันไปหน่อย อ่านแล้วตาลาย
    #238
    0
  8. #237 ♥→♀ Ý●ÜŖ (@batmaruni) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2552 / 14:33

    ดีนะค่ะ


    แต่ว่าน่าจะปรับปรุงตัวหนังสือหน่อย


    มันติดกันเกินไป


    ส่วนตรงคำพูดไม่ต้องมีตัว \ ก็ได้ค่ะ

    #237
    0