ลิขิตรักฉบับสวรรค์ (สนพ.ยาหยียาใจ ในเครือ ณ บ้านวรรณกรรม)

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 : เรื่องที่คาดไม่ถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ธ.ค. 51


บทที่ 4 เรื่องที่คาดไม่ถึง

คืนนั้นหลังจากที่แอบทานส้มตำรสแซ่บโดยที่ไม่ให้คุณหมอรู้แล้ว อาจจะเพราะไม่มีอะไรให้ทำมากนัก เธอจึงรีบทานยาและเข้านอนทันทีที่สิ้นแสงตะวันของวัน มันอาจจะไม่ใช่คืนแรกที่เธอนอนอยู่โรงพยาบาลก็จริง แต่มันเป็นคืนแรกที่เธอมีโอกาสได้รู้สึกตัวและลิ้มรสค่ำคืนในสถานที่แห่งนี้ด้วยตนเองเป็นครั้งแรก

ราตรีกาลเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้าและไม่เงียบจนเกินไปเมื่อมีเสียงกรนเบาๆ ของอาสาฬห์ซึ่งอาสาอยู่เฝ้าเธอในคืนนี้ดังออกมาเป็นระยะ อย่างไรก็ตามด้วยฤทธิ์ยาและความเหนื่อยล้าทำให้หญิงสาวสามารถข่มตานอนหลับได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

เธอกำลังเคลิ้มๆ ใกล้จะหลับอยู่แล้วเชียว ตอนนั้นเองที่สายตาของเธอไปปะทะเข้ากับอะไรบางอย่างเข้าที่ปลายเตียง

วูบ!

เงาร่างโปร่งแสงในชุดขาว สวมชฎาสีทองเคลื่อนผ่านเตียงของเธอไปอย่างรวดเร็ว!

วันวิสาข์ลืมตาโพลงอย่างตกใจ ทะลึ่งตัวพรวดขึ้นได้ก็กรีดเสียงลั่น

กรี๊ด ช่วยด้วย!!!”

เสียงแหลมด้วยความตกใจสุดขีดของหญิงสาว ทำให้อาสาฬห์สะดุ้งสุดตัว กลิ้งตกโซฟา เช่นเดียวกับพยาบาลคนหนึ่งที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

เกิดอะไรขึ้น พี่ซ่า เกิดอะไรขึ้น!”

อาสาฬห์ซึ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาหาร้องถาม เมื่อเห็นพี่สาวของตนนั่งตัวแข็งทื่อ เหงื่อแตกซิก

ผะ...ผีหลอก!!!”

ผี?” ทั้งพยาบาลสาวและเด็กหนุ่มพร้อมใจกันถามอย่างประหลาดใจ ในขณะที่คนที่เพิ่งถูกผีหลอกมาหมาดๆ นั้นพยักหน้ารับอย่างตื่นกลัว

ใช่! ตรงนั้นไง เธอชี้มืออันสั่นเทาไปที่ปลายเตียง เมื่อกี้พี่เห็นผี...ผีชุดขาวลอยเหาะผ่านเตียงของพี่!”

ผีชุดขาวเหรอคะ?”

ใช่ค่ะ ผีชุดขาว ใส่ชฎาประหลาดๆ ด้วย!” วันวิสาข์ละล่ำละลักอย่างตื่นตระหนกกับพยาบาลสาว หากแต่น้องชายของเธอกลับปล่อยหัวเราะพรืดออกมา

ฮ่าๆ ใส่ชฎาด้วย ผีลิเกหรือไงพี่ อย่ามาเหลวไหลหน่อยเลย

จริงๆ นะ อาร์ท พี่เห็นจริงๆ บรื๋อ...พูดแล้วขนลุก!”

อาร์ทว่าพี่ซ่าคงจะฝันไปมากกว่าน่ะ เพราะเมื่อกี้อาร์ทก็ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกตินี่

แกจะเห็นได้ยังไง ในเมื่อเมื่อกี้แกมัวแต่หลับน้ำลายไหลยืดอยู่ วันวิสาข์พูดเสียงขุ่น หากแต่เจ้าน้องชายกลับไม่ได้สนใจฟังแล้ว เขาหันกลับไปที่นางพยาบาลพลางก้มศีรษะขอโทษขอโพย

ขอโทษด้วยนะครับ คุณพยาบาล แต่พี่สาวคงจะฝันไปเองน่ะ

พี่ไม่ได้ฝัน!”

พี่สาวผมก็เป็นแบบนี้ เธอแค่เป็นโรคกลัวโรงพยาบาลน่ะครับ ไม่มีอะไรมากหรอก เมื่อเย็นคงจะกินเยอะไปหน่อย เลยทำให้ฝันเป็นตุเป็นตะ ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับที่ทำให้วุ่นวายไปกันหมด

 ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเข้าใจดี พยาบาลสาวส่งยิ้มให้อย่างเข้าอกเข้าใจ คนส่วนใหญ่ก็กลัวบรรยากาศในโรงพยาบาลกันทั้งนั้นล่ะโดยเฉพาะตอนกลางคืน แต่อันที่จริงแล้วที่นี่ไม่มีผี...หรืออะไรพรรค์นั้นหรอกนะคะ โดยส่วนมากคนจะคิดกันไปเองซะมากกว่า ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะ คุณวางใจได้เลย

วันวิสาข์ครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งกับคำปลอบใจของอีกฝ่าย เธออยากจะเถียงกับไปเสียเหลือเกินว่า ถ้าที่นี่ไม่มีผีจริงๆ ล่ะก็ แล้วไอ้ที่เธอเห็นบินหวือผ่านไปเมื่อครู่นั่น เรียกว่า ตัวอะไรมิทราบ! แต่ก็จนใจจะพูดออกไป เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเชื่อคำพูดเธอแน่

ถ้าอย่างนั้นคืนนี้คุณก็ช่วยอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวคุณหน่อยแล้วกันนะคะ เธอคงต้องการคนคอยปลอบอยู่ใกล้ๆ ไม่น้อยเลยล่ะ เดี๋ยวดิฉันขอกลับไปทำงานต่อก่อนนะคะ ถ้ามีปัญหาอะไรเรียกได้ทันทีเลย

อ้อครับ ขอบคุณมาก

พยาบาลสาวส่งยิ้มให้เป็นหนสุดท้าย ก่อนจะเดินหายออกไปนอกห้อง ทันทีที่ประตูบานหนาปิดลง เจ้าอาสาฬห์จอบแสบก็หันมากระเซ้าเธอ

ไงพี่ โอ๋ๆ ต้องการให้อาร์ทกอดปลอบใจหน่อยไหม จะได้หายกลัวขึ้นบ้าง เหอๆ

ไม่ต้องย่ะ

เอาน่า เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของอาร์ทแล้วจะติดใจนะ สาวๆ ที่มหาวิทยาลัยอาร์ทยืนยันได้ มามะ โอ๋ ขวัญเอ๊ยขวัญมา

ไอ้อาร์ท! อย่ามากวนประสาทพี่นะ!” วันวิสาข์ทำหน้าบึ้ง ในขณะที่น้องชายตัวดีหัวเราะยียวนใส่

แกไม่เชื่อพี่ใช่ไหมว่า เมื่อกี้พี่เจอผีจริงๆ น่ะ

โอ๊ย...นี่พี่ซ่ายังไม่จบเรื่องผงผีอะไรนั่นอีกเหรอไงเด็กหนุ่มย่นหน้า ราวกับมีของเหม็นจ่ออยู่ใต้จมูก ไร้สาระที่สุดเลย เมื่อกี้พี่ยังทำขายหน้าไม่พอเหรอไง พี่ไม่อาย แต่อาร์ทอายแทนนะจะบอกให้

ทำไมต้องอายด้วย

ก็พี่แหกปากร้องซะลั่นโรงพยาบาลเลยน่ะสิ

จะไม่ให้พี่ร้องได้ไง ในเมื่อตะกี้พี่เจอผี มันก็ถูกต้องสมควรดีแล้วนี่!”

ใช่ มันจะถูกต้องสมควรต่อเมื่อ ผีที่พี่พูดถึงมันไม่ได้อยู่ในความฝันของพี่ไงล่ะ

แต่พี่ก็เพิ่งบอกไปหยกๆ ว่า พี่ไม่ได้ฝัน...

พอได้แล้ว พี่ซ่า เด็กหนุ่มตัดบท ก่อนจะเดินกลับไปปักหลักที่โซฟาตามเดิม ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูหงุดหงิด อาร์ทว่าพี่เลิกเจ้อเพ้อเรื่องผีๆ สางๆ นี่ซะดีกว่า ก่อนที่อาร์ทจะโทรไปรายงานเรื่องนี้ให้แม่กับคุณปู่ที่พักอยู่ที่โรงแรมได้รู้

แต่พี่ไม่ได้โกหกนะ อาร์ท พี่เห็นจริงๆ

อาร์ทก็ไม่ได้ว่าว่าพี่โกหกนี่ อาร์ทรู้ว่าพี่เห็นจริงๆ คนเป็นน้องเอ่ยอย่างไร้อารมณ์ ทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวกับโซฟาอีกครั้ง เพียงแต่ว่าไอ้ผีที่พี่พูดถึงมันมีตัวตนอยู่แค่ในจินตนาการของพี่เท่านั้นแหละ

นี่ตกลงแกไม่เชื่อสิ่งที่พี่พูดใช่ไหม

ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย

เฮอะ! ดี...ถ้าไม่เชื่อก็ตามใจ!”

อาสาฬห์ลืมตามองพี่สาวอย่างอ่อนใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงงอนๆ ของอีกฝ่าย

โอเคๆ ก็ได้ อาร์ทเชื่อแล้ว เขายอมเออออตามไปอย่างนั้น ด้วยขี้เกียจจะมีเรื่องในค่ำคืนอันดึกสงัดเช่นนี้

ถ้าเชื่อแล้ว แกจะไม่ลองถามสักหน่อยหรือว่า ผีที่พี่เจอมันเป็นยังไง แกไม่อยากรู้สักนิดเลยเหรอ

เรื่องมาก! อาสาฬห์แอบเบ้หน้าในความมืด

เหอๆ อยากรู้แน่อยู่แล้วครับพี่ อยากรู้ที่สุดเล้ย!” เด็กหนุ่มพยายามเปล่งเสียงให้ดูอยากรู้อยากเห็นเสียเต็มประดาจนแม้แต่ตัวเขายังนึกหมั่นไส้ตัวเองตะหงิดๆ มันเป็นยังไงเหรอครับ ไอ้ผีที่พี่เจอเมื่อกี้น่ะ มันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เล่าให้อาร์ทฟังหน่อย

ไม่รู้...ผู้ชายล่ะมั้ง

อ้าว...ทำไมมีมั้งด้วยล่ะ พี่ไม่แน่ใจหรือไง

ก็เออสิ! ถามอะไรโง่ๆ พี่จะไปแน่ใจกับเพศของผีได้ยังไงล่ะยะเธอแหวใส่น้องชายพี่เห็นแค่เงาลอยผ่านเตียงพี่ไปแวบเดียวเท่านั้น ถ้าอยากให้พี่แน่ใจล่ะก็ คราวหลังพี่จะขอให้มันลอยผ่านพี่ไปแบบสโลว์โมชั่นดีไหม เผลอๆ พี่อาจจะได้แอ้คท่าถ่ายภาพคู่กับมันสักรูปสองรูปด้วย

อาสาฬห์หัวเราะในคอกับเสียงประชดประชันของพี่สาว

ดีสิพี่ ถ้าหล่ออย่าลืมขอเบอร์มาด้วยล่ะ อ้อ! และถ้าจะให้ดีกว่านี้ อย่าลืมขอหวยมาด้วยเลยจะได้ไม่เสียเที่ยว

อาร์ท!” เธอส่งเสียงดุ นี่เห็นว่ามันเป็นเรื่องตลกเหรอไง พี่เพิ่งถูกผีหลอกมาหยกๆ นะ ผีหลอกเชียวนะเว้ย!”

อืมๆ อาร์ทรู้แล้วว่า พี่ถูกผีหลอก เด็กหนุ่มครางเออออตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ซุกตัวลงในผ้าห่มอย่างสบายใจ เรื่องใหญ่เชียวล่ะ ทีนี้นอนได้หรือยัง

วันวิสาข์ตั้งท่าจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ป่วยการเพราะอีกฝ่ายดูยังไงก็คงไม่ยอมเชื่อเธออยู่ดี เธอจึงทำได้แค่ส่งเสียงฮึดฮัดในคออย่างไม่พอใจเท่านั้น

ดวงตากลมตวัดไปมองรอบๆ ห้องอย่างหวาดระแวงเป็นหนสุดท้ายเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ก่อนที่เธอจะค่อยล้มตัวลงนอนอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ดูเหมือนฤทธิ์ยาที่ว่าแรงนักหนาแรงหนาจะเอาไม่อยู่ เพราะจนแล้วจนรอดเธอก็ข่มตาให้หลับไม่ได้เสียที ทุกๆ สองสามนาทีต้องคอยตื่นมามองสำรวจที่ปลายเตียงอย่างหวาดผวาราวกับจะเห็นอะไรประหลาดๆ บินหวือผ่านไปอีกก็ได้

อาร์ท...อาร์ท

เธอยื่นหน้าออกจากผ้าห่มของตนเองไปเรียกน้องชายที่อยู่มุมห้อง

มีอะไรอีกล่ะพี่ คนถูกเรียกตอบกลับอย่างนึกรำคาญ คราวนี้เห็นผีลิเกมาออกแขกหน้าโรงเหรอไง

เปล่า

งั้นมีปัญหาอะไรอีก

ช่วยขยับมานอนกับพี่บนนี้ได้ไหม

อาสาฬห์ลืมตาขึ้นทันที ราวกับคิดว่าตัวเองฟังผิดไป

นี่พี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ เกิดนึกพิศวาสน้องชายตัวเองขึ้นมาหรือไง อาร์ทไม่ใช่หนุ่มๆ ในแคตตาล็อคของพี่นะถึงจะได้เรียกมานอนกอดเวลาเปลี่ยวได้ เหอๆ

อี๋แหวะ! ไอ้น้องเฮงซวย!” วันวิสาข์แหวใส่น้องชาย ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย นี่แกคิดสับปะดลอะไรของแกหา!”

อ้าว...งั้นพี่จะให้อาร์ทขึ้นไปนอนกับพี่บนเตียงทำไมมิทราบ

เอ่อ...เรื่องนั้น... หญิงสาวอุบอิบในคอ ก็พี่กลัวผีอ่ะ

ฮ่าๆ กลัวผีอาสาฬห์หัวเราะก๊าก ในขณะที่คนกลัวผีหน้าเป็นสีเข้ม

เออสิ ไม่ต้องมาหัวเราะ มานอนเป็นเพื่อนพี่เลย

พี่ถูกผีหลอกจนสมองกลับไปแล้วแน่ๆ จะให้อาร์ทขึ้นไปนอนกับพี่บนนั้นได้ยังไง นั่นมันเตียงสำหรับคนป่วยนะ

ตอนนี้คนป่วยก็อนุญาตแล้วไง

แต่เตียงมันก็แคบเกินกว่าจะนอนสองคนได้อยู่ดี

พี่จะเสียสละแบ่งให้แกได้นอนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วง!”

เด็กหนุ่มยิ่งหัวเราะน้ำตาเล็ดเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นท่าทีเอาจริงเอาจังของอีกฝ่าย ท่าทางพี่สาวเขาจะกลัวผีเข้าขั้นจริงๆ ถึงได้ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้มีคนไปนอนเป็นเพื่อนเช่นนี้

น่านะ...พี่กลัวจริงๆ มานอนเป็นเพื่อนพี่หน่อย ขอร้องเถอะ

แต่ว่าเตียงมัน...

ไม่ต้องนอนเตียงเดียวกับพี่ก็ได้ แค่มานอนใกล้ๆ พี่หน่อยก็พอ เธอพยายามต่อรองใหม่อีกครั้ง หวังให้น้องชายยอมเปลี่ยนใจ หากแต่หารู้ไม่ ยิ่งเธอพยายามพูดขอร้องมากเท่าไร เจ้าน้องชายตัวแสบก็เหมือนจะชอบอกชอบใจที่ได้เล่นตัวและบ่ายเบี่ยงเธอท่าโน้นท่านี้ซะนี่!

ในที่สุดด้วยความหมั่นไส้ในความลวดลายของอีกฝ่าย เธอจึงเปลี่ยนจากไม้อ่อนมาใช้ไม้แข็งทันที!

จะขยับมาเองดีๆ หรือจะให้ขยับด้วยน้ำตา วันวิสาข์พูดเสียงต่ำน่ากลัว ส่งสายตาพิฆาตไปให้น้องชาย ลากโซฟามานอนใกล้ๆ พี่เดี๋ยวนี้ อย่าให้ต้องพูดมาก!”

ชิ พวกพี่คนโต...บ้าอำนาจที่สุด

เด็กหนุ่มหน้าบึ้ง เขาบ่นพึมพำอะไรกับตัวเองสองสามคำก่อนจะยอมเข็นโซฟาหนักอึ้งเข้ามาใกล้เตียงของพี่สาวอย่างไม่มีทางเลือก

ไม่...ไม่ใช่ตรงนั้น ลากโซฟาไปตรงโน้น คนบ้าอำนาจเริ่มออกเสียงสั่งการ พลางชี้มือไปที่อีกด้านของห้อง ไปนอนที่ปลายเตียงพี่เลยไป

โห...นี่ใจคอพี่จะให้อาร์ทไปนอนดมกลิ่นตี...เอ่อ นอนตรงนั้นจริงๆ เหรอ!”

ก็ใช่น่ะสิยะ แกล่ะไปนอนปลายเตียงพี่ล่ะดีที่สุดแล้ว คอยระวังไว้ เผื่อไอ้ผีชฎานั่นโผล่มาอีก

ผีไม่กลัว กลัวจะได้เป็นผีเองซะมากกว่า เด็กหนุ่มย่นจมูกใส่ปลายเท้าซึ่งสั่นดุ๊กดิ๊กน่าเกลียดโผล่พ้นผ้าห่มออกมาอย่างอนาถใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับโซฟาตามคำสั่งของพี่สาว

เมื่อแน่ใจว่าปลายเท้ามีคนคอยเฝ้าระวังภัยให้แล้ว วันวิสาข์จึงล้มตัวลงนอนบ้าง เนื่องจากความวิตกกังวลเมื่อครู่คลายลงกว่าครึ่ง เธอจึงสามารถข่มตาให้นอนหลับสู่ห้วงนิทราแสนหวานได้อย่างไม่ยาก

จะว่าไปแล้วเรียกว่า นิทราแสนหวาน คงไม่ถูกซะทีเดียว เพราะทันทีที่หลับตาลงเพื่อพักผ่อนได้ไม่นาน ความฝันประหลาดก็ตามมาหลอกหลอนเธอซะนี่!

คืนนั้นเธอฝันไปอีกแล้วว่า เธอได้ย่างกรายกลับเข้าไป ณ สถานที่เดิม ลานโล่งเวิ้งว้างว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาซึ่งปกคลุมไปด้วยไอหมอกสีขาวจาง สองเท้าของเธอเหยียบอยู่บนปุยเมฆนุ่ม เรื่องราวดำเนินไปเช่นเดิม เธอเดินมาถึงบ่อน้ำสองบ่อและพบกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งซึ่งมาดึงตัวเธอไว้ พร้อมสกัดกั้นการดิ้นรนต่อสู้ของเธอด้วยจูบ!

หญิงสาวยังจำรสสัมผัสบนริมฝีปากได้ดี มันรุกเร้าและอ่อนโยนไปพร้อมกัน วงแขนแกร่งซึ่งรัดรอบตัวเธอนั้นเกือบทำให้ร่างกายเธอหลอมละลายไปในพริบตา แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนนัก แต่น่าแปลก สัมผัสแสนหวานนั้นกลับทำให้เธอเคลิบเคลิ้มได้อย่างไม่รู้เบื่อ และเธอคงหลงอยู่ในวังวนนั้นอีกนาน หากไม่มีเสียงปลุกของคนเป็นแม่ดังแทรกเข้ามาในตอนเช้าของวันใหม่

ซ่า...ซ่า ตื่นได้แล้วลูก

วันวิสาข์ขยับตัวอย่างเกียจคร้าน รู้สึกถึงมืออุ่นของใครบางคนซึ่งบีบมือเธอเบาๆ

ฮื่อ...แม่เหรอคะ

ตื่นได้แล้วจ้ะ ดูซิว่าใครมา

หือ อะไรนะคะ แม่ เธอถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ปรือตาขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับยันตัวลุกขึ้นนั่ง  ใครมา...

แต่น้ำเสียงของเธอก็แทบจะกลืนหายไปในคอจนหมดสิ้น เมื่อดวงตาไปปะทะเข้ากับดวงหน้าคมเข้มของใครบางคนซึ่งชะโงกตัวเหนือตัวเธอ

ว้าย!” หญิงสาวร้องอุทานออกมา ด้วยความที่รีบร้อนลุกขึ้นกะทันหันเกินไป จึงทำให้ปลายจมูกของเธอกระแทกเข้ากับข้างแก้มของอีกฝ่ายพอดิบพอดี!

ดวงตาสีเข้มของชายหนุ่มจ้องประสานลึกในดวงตาของเธอ ราวกับโลกทั้งโลกพลันหยุดหมุนลง วันวิสาข์แทบลืมหายใจ เมื่อตั้งสติได้เธอจึงรีบถอยออกห่างจากผู้มาใหม่ทันที

ขะ...ขอโทษค่ะ หญิงสาวละล่ำละลัก พวงแก้มเปลี่ยนเป็นสีเรื่อ เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจ คือ ฉันเอ่อ...

ไม่เป็นไรครับ เขาเอ่ยเรียบๆ แม้กระนั้นดวงตากลับมีแววสนุกขึ้นมาเสียเฉยๆ เมื่อจ้องสำรวจมายังหญิงสาว เห็นซ่าไม่เป็นไร ผมก็ดีใจที่สุดแล้ว

วันวิสาข์เลิกคิ้ว

เอ๊ะ...ทำไมคุณถึง... แต่ยังไม่ทันได้ถามว่า อีกฝ่ายรู้จักชื่อเธอได้อย่างไร ชายแปลกหน้าก็เริ่มต้นถามเธออย่างเป็นห่วงเป็นใยอีกครั้ง

ตอนนี้ยังเจ็บตรงไหนอยู่บ้างหรือเปล่า

เอ่อ...ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ดีขึ้นมากแล้ว พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้ เธอตอบกลับไปเบาๆ ยังไม่ยอมถอนสายตาจากอีกฝ่าย เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวจัดท่าทางทะมัดทะแมง ผมรองทรงดูจะเข้ากันดีกับเสื้อผ้าดูภูมิฐานแบบผู้ใหญ่ของเขา โครงหน้าได้รูปและจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ทุกส่วนของเขาดูไม่มีอะไรขัดหูขัดตาเลย นอกเสียจากแขนข้างหนึ่งของเขาซึ่งถูกผ้าพันและคล้องรอบคอเอาไว้ เห็นอย่างนั้นเธอจึงต้องถามออกไปอย่างแปลกใจ เพราะเขาดูเหมือนคนบาดเจ็บซึ่งต้องเข้าเฝือก

แขนคุณไปโดนอะ...

แต่ยังไม่ทันจะถามจนจบประโยค ท่ามกลางความประหลาดใจ ร่างของหญิงสาวก็ถูกแขนข้างที่เป็นอิสระของชายหนุ่มดึงตัวเข้าไปสวมกอดเสียแล้ว!

ซ่า...ผมคิดถึงคุณ คิดถึงคุณเหลือเกิน

ดวงตาของวันวิสาข์เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ

นะ...นี่คุณทำอะไรคะ!”

ผมดีใจที่คุณฟื้น โล่งอกจริงๆ ผมนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณที่เขาไม่พรากคุณไปจากผม ขอบคุณ!”

คุณ...

ต่อไปผมจะไม่ยอมให้คุณหายไปต่อหน้าต่อผมแล้ว ไม่ยอมเด็ดขาด ผมสัญญา ผมจะปกป้องคุณเอง เราสองคนจะไม่พรากจากกัน

วันวิสาข์แทบพูดอะไรไม่ออก ในขณะที่ร่างบอบบางของเธอถูกรวบไปกอดอย่างแสนคิดถึง ดวงหน้าหวานขมวดมุ่นและยังดูงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ เธอมองกลับไปยังครอบครัวของเธอซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักอย่างกับต้องการคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่มีใครยอมสบตากับเธอสักคน ทั้งคุณปู่หรือน้องชายต่างเอาแต่ก้มหน้างุด ส่วนมารดาก็เอาแต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาของตัวเองอยู่

ใครก็ได้บอกที...นี่มันเรื่องอะไรกัน

หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจนัก อาสาฬห์และคุณปู่ฌานไม่ยอมตอบแต่ขอตัวออกไปนอกห้องทันที ส่วนมารดาก็เอาแต่นิ่งเงียบเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงหันไปทางคนที่กำลังกอดเธออยู่ในยามนี้แทน

นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ฉันงงไปหมดแล้ว วันวิสาข์ยันตัวออกจากอ้อมกอด ดวงตาโตดูหวาดกลัวขึ้นมาขณะจ้องมาที่ใบหน้าคมของอีกฝ่าย คุณเป็นใครกันคะ

ราวกับเป็นคำแสนร้ายกาจ ชายหนุ่มชะงักไปทันที

อะไรนะ เขาทวนถาม เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ ซ่า

ฉันถามว่าคุณเป็นใคร หญิงสาวพูดย้ำอีกครั้งราวกับจะกลัวเขาได้ยินไม่ชัดพอ ฉันไม่เข้าใจว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เราสองคนรู้จักกันด้วยหรือคะ

ดวงตาสีนิลของชายหนุ่มสั่นระริก เขาดึงมือบางของหญิงสาวไปเกาะกุมอย่างเว้าวอน

คุณอย่าล้อเล่นกับผมแบบนี้สิ ซ่า ได้โปรดเถอะ...ผมไม่สนุกด้วยเลยนะ

วันวิสาข์ชักมือตัวเองกลับอย่างหวาดกลัว

ฉันไม่ได้ล้อเล่น คุณต่างหากที่กำลังล้อเล่นกับฉัน คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้จักฉันได้ล่ะคะ แล้วคุณมาที่นี่ได้ยังไง

คุณ...คุณจำผมไม่ได้หรือ ซ่า

จำ...จำอะไรนะคะ?”

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ร่างสูงผงะถอยห่างออกไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางกลุ่มคนอีกสามคนที่เหลือ

นี่มันอะไรกันครับ...ทำไม...ทำไมซ่าเป็นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น

จารีปล่อยเสียงโฮออกมาในวินาทีนั้นเอง

น้าขอโทษ...น้าขอโทษจริงๆ ติณห์ น้าไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นเลย

ชายหนุ่มคนที่ถูกเรียกว่า ติณห์นิ่งขึงไปในขณะที่จารีสะอื้นไห้ไม่ยอมหยุด

ถ้าน้ารู้แต่แรกนะว่า เรื่องราวมันจะแย่อย่างนี้ น้าคงไม่คิดขัดขวางคุณหรอก น้าจะปล่อยให้คุณกับซ่าได้อยู่ด้วยกัน น้าขอโทษ น้าเสียใจจริงๆ

คุณน้า นี่มะ...หมายความว่า...

คนเป็นแม่พยักหน้าทั้งน้ำตา

ใช่แล้วล่ะ ติณห์ ยัยซ่าสูญเสียความทรงจำเรื่องคุณไปแล้ว

สูญเสียความทรงจำ... ทั้งวันวิสาข์และติณห์ทวนคำออกมาพร้อมกัน ทั้งเธอและเขาพร้อมใจกันนิ่งไปอย่างไม่ได้นัดหมาย แต่ต่างกันตรงที่คนหนึ่งนิ่งเพื่อข่มอารมณ์เจ็บปวด ส่วนอีกคนนิ่งเพราะความงุนงงสับสน!

นี่เธอความจำเสื่อมอย่างนั้นหรือ...เป็นไปได้ยังไง

แม่คะ...เป็นความจริงเหรอ คนความจำเสื่อมถามเสียงแหบแห้ง จริงเหรอที่ซ่าสูญเสียความทรงจำ

ถูกแล้ว อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้ศีรษะของลูกได้รับความกระทบกระเทือน หมอบอกว่าถึงลูกจะฟื้น แต่...แต่ลูกอาจสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน

สูญเสียความทรงจำไปบางส่วนงั้นเหรอ ซ่ายังจำตัวเองและครอบครัวได้

เธอตวัดสายตาไปยังคนร่างสูงซึ่งดูโงนเงนราวกับหมดแรงจะทรงตัว

หรือว่าซ่าจะลืมเฉพาะเรื่อง...

คุณลืมเรื่องของผม ชายหนุ่มต่อให้อย่างเจ็บปวด ตอนนี้คุณคงมองผมอย่างคนแปลกหน้า คุณลืมเรื่องของเราจนหมดสิ้นแล้วใช่ไหม

น้ำเสียงตัดพ้อของเขาทำให้วันวิสาข์รู้สึกสงสารไม่น้อย หากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการพยักหน้ารับฝืนๆ

ฉันเสียใจจริงๆ ค่ะ

พูดได้เพียงเท่านั้นจริงๆ จริงอย่างที่เขาว่า ยามนี้เธอนึกอะไรไม่ออกเกี่ยวกับตัวเขาเลยสักนิด ฤาความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อ ติณห์ จะสูญสลายไปกับอุบัติเหตุครั้งนั้นกันแล้วนะ

วันเกิดเหตุแม่ทะเลาะกับซ่าอย่างรุนแรง...เลยทำให้ซ่าโมโหและขับรถออกไป คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด ฝนตกหนักมาก มารดาเริ่มต้นเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้เธอฟัง เธอเองก็เป็นผู้ฟังที่ดีรับฟังเรื่องราวอย่างตั้งใจ

ลูกนั่งรถไปกับติณห์ คงจะไปหาคุณปู่ที่รีสอร์ทต่างจังหวัด...และแล้วลูกก็... คำพูดของคนเป็นแม่สะดุดหายไปนิดนึง ดวงตาแดงก่ำด้วยหยดน้ำตา และลูกก็เกิดเรื่องระหว่างเดินทางไป...คงจะเป็นเพราะถนนลื่นล่ะมั้ง รถลูกเสียหลักตกถนนและไปชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง เป็นอะไรไปหรือเปล่า ซ่า

จารีปราดมาหาบุตรสาวซึ่งนั่งเหงื่อแตกซิกอยู่อย่างเป็นห่วง หากแต่วันวิสาข์กลับส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร

ไม่เป็นไรค่ะ ซ่าสบายดีเธอฝืนยิ้มเนือยๆ ทั้งๆ ที่ด้านในศีรษะปวดร้าวขึ้นมาอีกแล้วทุกครั้งที่พยายามนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

ใช่ เป็นไปอย่างที่แม่บอก วันนั้นมีคนนั่งรถไปกับเธอด้วยจริงๆ แต่เธอจำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากตอนหักหลบเงาดำที่พุ่งตรงมายังรถซึ่งน่าจะเป็นสัตว์กลางคืนแถวนั้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหวยามรถพุ่งกระแทกใส่ต้นไม้ริมทาง และ...

ลมหายใจของหญิงสาวขาดห้วงไปเมื่อนึกถึงตรงนี้

ก่อนที่เธอจะหมดสติไป เธอเห็นคนในชุดขาวก้าวออกมาจากต้นไม้ !

เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นคืออะไร บางทีมันอาจจะเป็นเพียงภาพหลอนของคนที่กำลังเฉียดเข้าใกล้ความตายล่ะมั้ง ใช่...มันต้องเป็นแบบนั้นแน่

วันวิสาข์เฝ้าบอกกับตัวเองอย่างนั้น ก่อนจะหันไปหามารดาอีกครั้ง

เล่าต่อเลยค่ะ แม่ ซ่าฟังอยู่

อืม...ทีนี้ลูกและติณห์ก็ถูกพลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาล ติณห์น่ะไม่เป็นอะไรมาก แค่แขนหัก มารดาหันไปพยักเพยิดกับชายหนุ่มซึ่งแขนข้างหนึ่งคล้องเฝือกไว้อยู่ แต่ซ่าน่ะสิ ลูกเจ็บหนักกว่าติณห์หลายเท่า ตอนนั้นแม่กลัวแทบแย่ว่าลูก...ฮือ...ลูกจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก ถ้าลูกเป็นอะไรไป แม่คงทนไม่ได้แน่ ทั้งหมดเป็นความผิดของแม่คนเดียวแท้ๆ!”

แม่คะ...

แม่นี่ช่างเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ ถ้าแม่รู้ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ แม่คงตามใจลูกไปแล้ว...แม่คงไม่คิดขัดขวางลูกด้วย ฮือ แม่ขอโทษ ซ่า แม่ขอโทษจริงๆ แม่ไม่ได้ตั้งใจ อย่าโกรธแม่เลยนะ

พูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ หญิงสาวโอบกอดมารดาซึ่งกำลังสะอื้นไห้อย่างปลอบโยน ซ่าไม่เคยคิดจะโกรธแม่เลยสักครั้ง

แม่ไม่รู้เคยรู้เลยว่า ความหวังดีของแม่กำลังทำร้ายลูกของแม่แค่ไหน...แม่เสียใจที่เป็นได้แค่แม่ที่ไม่เอาไหน

แม่...อย่าพูดแบบนั้นสิคะ

ถ้าไม่เป็นเพราะแม่ รถของซ่าคงไม่ชน และมันคงไม่เกิดเรื่องน่าเศร้าเช่นนี้ ฮือ...ป่านนี้ลูกกับติณห์คงจะได้มีความสุขกันไปแล้วด้วย ไม่ต้องมาเผชิญเคราะห์กรรมอย่างในตอนนี้

มันไม่ใช่เพราะใครหรอกครับ คนที่เงียบไปพักใหญ่โพล่งขึ้น มันอาจเป็นชะตากรรมของเราสองคนก็ได้ บางที...

ดวงตาของเขาตวัดมามองร่างบอบบางบนเตียงอย่างเจ็บปวด

สวรรค์อาจกำหนดให้เรื่องของผมกับเธอจบแบบนี้

ไม่...ไม่ จารีสะอื้นไห้หนักเข้าไปใหญ่ ราวกับรู้สึกผิดหรืออะไรสักอย่างขึ้นมา เรื่องของคุณกับซ่าต้องไม่จบแบบนี้แน่ น้ารับรอง น้าจะไถ่โทษกับสิ่งที่น้าทำลงไป

แล้วคุณน้าจะทำอะไรได้ล่ะครับ บอกหน่อย ในเมื่อซ่าจำเรื่องเกี่ยวกับผมไม่ได้เลย ความทรงจำเรื่องผมในความคิดเธอมันสูญสลายไปจนหมดสิ้นแล้ว

สูญไปแล้วก็ช่างปะไร เราช่วยกันทบทวนมันขึ้นมาใหม่ก็ได้นี่ จารีบอกอย่างมุ่งมั่น ท่ามกลางสีหน้าประหลาดใจของติณห์

หรือว่าคุณน้า...

เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลยเป็นไง คนเป็นแม่ปาดน้ำตาลวกๆ คลายยิ้มให้ลูกสาว ลูกเองก็ต้องพยายามทบทวนความทรงจำที่หายไปด้วยนะ

แม่คะ...

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะจ๊ะ

จารีพยายามเปลี่ยนเสียงตัวเองให้สดใสขึ้น ก่อนจะผายมือมาที่ชายหนุ่มเป็นเชิงแนะนำแก่วันวิสาข์

นี่คือ...คุณติณห์ ธัญวานิช

ติณห์... หญิงสาวพึมพำเบาๆ คลับคล้ายคลับคลาชื่อเขาอยู่เหมือนกัน แต่ก็นึกไม่ออก  คุณเป็นใครหรือคะ

ผม...

 ติณห์ทำงานเป็นสถาปนิกจารีช่วยตอบแทนให้

สถาปนิกเหรอคะ

ใช่แล้วจ้ะ และที่สำคัญมากไปกว่านั้น... คนเป็นแม่ยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ

เขาเป็นคนรักของลูกด้วยจ้ะ!”

คนรัก!”

วันวิสาข์ทวนคำออกมาอย่างตกใจกึ่งประหลาดใจ พร้อมๆ กับที่มือของเธอถูกมารดาดึงไปแตะเข้ากับมือหนาของอีกฝ่าย







Mignonne

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

747 ความคิดเห็น

  1. #494 ♥Sangmoei (@0834141478) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2553 / 18:36
    ลืมอยู่คนเดียว
    แต่ตลกตรงที่อาร์ทพูดเกี่ยวกับอ้อมแขนอ่ะ
    #494
    0
  2. #391 ซินญอร่า (@signora) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 03:04
    หรือว่าคุณหนูที่ผู้ชายคนนั้นพูดถึงจะคือพระเอกนะ คุณหนูที่เพิ่งตายไปวันเดียวกับที่ซ่าเข้า ร.พ. น่ะ
    งึมๆ
    #391
    0
  3. #372 Shubu" (@shubu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 21:31
    แบบนี้ถ้าเขาไม่ได้ทำให้เราเจ็บก็แปลว่า
    ทั้งคู่ไม่ใช่เนื้อคู่กัน
    #372
    0
  4. #340 mori-ii (@mori-ii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 / 17:47
    ลืมคนที่รักแบบนี้ต้องไม่ใช่เนื้อคู่กันเเน่เลย
    #340
    0
  5. #217 พันดารา (@pundara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 / 05:11
    ซ่าเอ๊ย...ทำได้แสบจริงๆ จำได้ทุกคน ลืมคนรักไปซะนี่(แต่ก็ช่วยไม่ได้เนอะ)
    #217
    0
  6. #134 เมทัล (@metal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2552 / 13:13
    so sad
    #134
    0
  7. #133 tukta (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2552 / 14:43
    sure! สร้อยเส้นนั้นติณให้มา ชะมะ?
    #133
    0
  8. #132 sesary_saya (@sesary) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2551 / 21:38
    ลืมใครไม่ลืม ดันลืมคนสำคัญเสียได้..
    #132
    0