ลิขิตรักฉบับสวรรค์ (สนพ.ยาหยียาใจ ในเครือ ณ บ้านวรรณกรรม)

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 : โลกใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    13 ธ.ค. 51

บทที่ 2 โลกใหม่

ขับเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม ตาอาร์ท

เร็วแล้วครับ คุณปู่

เร็วกว่านี้หน่อยเถอะน่า

น้ำเสียงร้อนรนทำให้อาสาฬห์ถึงกับถอนหายใจยาว ตวัดสายตาไปมองยังกระจกส่องหลัง และพบเข้ากับสีหน้ากังวลของชายชรา

ปู่เป็นห่วงหนูซ่า...อยากรีบไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

อาร์ทก็เหมือนกันครับ อาสาฬห์พูดเสียงเครียด ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้นี่เอง ที่เขาได้รับโทรศัพท์ด่วนจากมารดาที่กำลังร้องห่มร้องไห้ว่า พี่สาวของเขาประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางมาหาคุณปู่ที่ต่างจังหวัด อาสาฬห์ตกใจแทบสิ้นสติ พอรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงได้เขาและคุณปู่ฌาน ก็รีบบึ่งรถมาที่โรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุด

หวังว่าหนูซ่าจะไม่เป็นไร

 ครับ...พี่ซ่าต้องไม่เป็นอะไร

เด็กหนุ่มเอ่ยสำทับคุณปู่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามเรียกกำลังใจจากตัวเองมากที่สุด แม้มือที่จับพวงมาลัยจะเริ่มสั่นอย่างควบคุมแทบไม่อยู่ก็ตาม

ได้โปรดเถอะ...สวรรค์ อย่าเพิ่งพรากพี่สาวไปจากเขาและครอบครัวเลย!

 

 

ร่างผอมบางของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งรีบเร่งเข้าตรงมายังเคาร์เตอร์ของโรงพยาบาล ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย เธอปรี่เข้ามาหาพยาบาลหลังเคาร์เตอร์ด้วยใบหน้าซีดเผือด

ญาติผู้ป่วยท่านไหนคะ

วันวิสาข์ ปัญญากรกุล จารีพูดอย่างร้อนใจ อุ๊ย ขอโทษค่ะเธอหันไปขอโทษชายข้างๆ ซึ่งคงจะมาติดต่อธุระเหมือนกัน เพราะเมื่อกี้เธอเผลอชนไหล่เขาไปนิดหนึ่งเพราะความรีบร้อน

 ไม่เป็นไรครับ ชายวัยกลางคนร่างอ้วนท้วมดูใจดีส่งยิ้มให้ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากรอกเอกสารต่อไปอย่างเคร่งเครียด จารีเบือนหน้าจากคนข้างๆ หันไปสอบถามพยาบาลอย่างร้อนอกร้อนใจ

 ดิฉันจารี เป็นแม่ของวันวิสาข์ ไม่ทราบว่าตอนนี้ลูกสาวดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ

คุณวันวิสาข์อยู่ในห้องฉุกเฉินค่ะ คุณหมอกำลังช่วยเธออยู่ เดี๋ยวรบกวนคุณจารีช่วยกรอกประวัติคนไข้ตรงนี้ด้วยนะคะ พยาบาลบอกเสียงนุ่มพลางยื่นเอกสารจำเป็นให้อีกฝ่าย

ได้ค่ะ ได้

จารีรับกระดาษเอกสารมาด้วยมืออันสั่นเทา หัวใจร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูกขณะที่จรดปากกาลงกระดาษอย่างเร่งรีบ เธออยากจะไปพบลูกสาวให้เร็วที่สุด

เอ้านี่ เสร็จแล้วค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ กรุณารอตรงนี้สักครู่นะคะ พยาบาลรวบกระดาษไปจากอีกฝ่าย ก่อนจะหายไปจากเคาร์เตอร์  ครู่หนึ่งที่จารีเองยืนกระสับกระส่ายอยู่ตรงนั้น บุรุษพยาบาลหลายคนเพิ่งจะเข็นเตียงผู้ป่วยซึ่งอาบไปด้วยเลือดผ่านไป นั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเลย เพราะมันทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงบุตรสาวยิ่งกว่าเก่า

 ฮัลโหล...ใช่ครับ ผมธัชพงศ์พูด ใช่ๆ ผมเพิ่งมาถึง

อะไรนะ ไม่...ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้ผมยุ่งอยู่ โธ่เอ้ย! จะมีอะไรแย่ไปกว่าคุณวีเข้าโรงพยาบาลอีกเล่า ไม่...ไม่ต้องพูดแล้ว!”

เสียงน่ารำคาญของชายข้างๆ ที่กรอกลงกับโทรศัพท์ทำให้จารีอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง ราวกับรู้ถึงสายตาของเธอ ชายคนนั้นค้อมศีรษะลงอย่างมีมารยาท เกรงว่าเสียงอาจจะรบกวนอีกฝ่ายจึงตัดสินใจเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ในที่สุด

จารีเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับเสียงหนวกหูนั้น จึงหันกลับมายังเคาร์เตอร์ พอดีกับที่พยาบาลเดินกลับมา ก่อนจะวางห่อของสองห่อลงบนแท่น

นี่เป็นทรัพย์สินของผู้บาดเจ็บที่ติดตัวมานะคะ

อ้อค่ะ คนเป็นแม่คว้าซองพลาสติกซึ่งจ่าหน้าเป็นชื่อบุตรสาวของตนมาอย่างห่วงแหน ภายในไม่ได้บรรจุอะไรมาก มีเพียงโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน และเครื่องประดับเป็นสายสร้อยเงินดูไม่มีราคา

มีอะไรหรือเปล่าคะ

พยาบาลสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นจารียืนนิ่งขึงไป คิ้วขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิดขณะที่เธอจ้องมองซองในมือตน

หรือว่ามีของอะไรสูญหายไปหรือเปล่าคะ

อ้อ...เปล่าหรอกค่ะ อีกฝ่ายปฏิเสธยิ้มๆ เหลือบมองไปยังซองพลาสติกอีกซองบนเคาร์เตอร์ ดิฉันคงจะคิดมากไปเอง ของน่าจะครบแล้วล่ะค่ะ

เมื่อได้รับคำตอบว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วจากพยาบาล จารีจึงเก็บซองของลงกระเป๋าถือ ก่อนจะผละจากไปอย่างรีบเร่งเพื่อไปดูอาการของบุตรสาว

ลับร่างของสาววัยกลางคนไปไม่ทันไร คนที่เพิ่งกลับมาจากการสนทนาเคร่งเครียดกับโทรศัพท์จึงยื่นหน้าเข้ามาถามพยาบาลที่เคาร์เตอร์

ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ

ค่ะ...เรียบร้อยแล้วค่ะ

ชายร่างอ้วนพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปหรอกเสียงกับปลายสายเป็นหนสุดท้าย

ตอนนี้ผมมีธุระต้องจัดการที่โรงพยาบาล ใช่ ด่วนมาก เดี๋ยวผมจะติดต่อกลับไปทีหลัง แค่นี้ก่อนนะ

 

 

 

 

 คุณพ่อ...ตาอาร์ท!”

จารีผุดลุกขึ้นจากที่นั่งที่หน้าห้องฉุกเฉิน เมื่อเห็นชายต่างวัยทั้งสองคนเดินรีบเร่งตรงเข้ามา เธอสวมกอดลูกชายและสะอื้นไห้พลางพร่ำไม่หยุดปาก

ความผิดแม่เอง...ความผิดแม่เอง

แม่ครับ...ใจเย็นๆ ก่อน

เป็นเพราะแม่ ซ่าถึงได้ขับรถออกไปตอนนั้น ถ้าซ่าเป็นอะไรไป แม่คง...แม่คง...ฮือ...

หนูซ่าเป็นคนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องคุ้มครองหลานอย่างแน่นอน

คุณพ่อ...จาไม่อยากเสียลูกไปจริงๆ จาทำใจไม่ได้ จา...

ไม่เป็นไร หมอต้องช่วยหนูซ่าได้ เชื่อสิ

ชายชราตบบ่าลูกสะใภ้อย่างให้กำลังใจ แม้ในแววตาจะปรากฏความกังวลอย่างแจ่มชัด

 ใช่ครับ...แม่ หมอต้องช่วยพี่ซ่าได้ แม่ไม่ต้องร้องไห้นะครับ พี่ซ่าต้องปลอดภัย เด็กหนุ่มกอดปลอบมารดายกใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ผลมากนักเพราะจารีเอาแต่สะอื้นไห้ไม่ยอมหยุด ช่วงเวลาอันน่าทรมานใจของทุกคนผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งประตูหน้าห้องฉุกเฉินเปิดออกนั่นแหละ คนที่กำลังกระวนกระวายทั้งสามจึงได้พร้อมใจกันปราดไปหานายแพทย์ทันที

ลูกสาวฉันเป็นยังไงบ้างคะ คุณหมอ!”

ใช่...พี่สาวผมปลอดภัยใช่ไหมครับ หมอช่วยเธอได้ใช่ไหม!”

ใจเย็นครับ ใจเย็น นายแพทย์ปรามอารมณ์ร้อนของญาติผู้ป่วย ตอนนี้คุณวันวิสาข์พ้นขีดอันตรายแล้วครับ

จารีและอาสาฬห์มีสีหน้าดีขึ้น มัวแต่ดีใจกับคำยืนยันของแพทย์อยู่จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นท่าทีเคร่งเครียดของแพทย์หนุ่ม มีเพียงชายชราเท่านั้นที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกตินี้

มีอะไรหรือเปล่าครับ คุณหมอฌานเอ่ยถามอย่างนึกสังหรณ์ใจ หลานสาวผม ยังไม่ปลอดภัยดีอีกงั้นเหรอ

ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ทางเราพยายามช่วยเธอจนพ้นขีดอันตรายแล้วก็จริง แต่...

แต่...แต่อะไร

เธออาจจะยังไม่ฟื้นในเร็วๆ นี้นะครับ

ไม่ฟื้น...มะหมายความว่ายังไง จารีทวนคำเสียงโหวง อาการดีใจก่อนหน้านี้พลันมลายสิ้น หมายความว่ายังไงที่ว่าลูกสาวฉันจะไม่ฟื้น คุณหมอ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!”

สมองของเธอได้รับความกระทบกระเทือนครับ ถึงจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ผมก็ยังยืนยันไม่ได้ว่า คุณวันวิสาข์จะฟื้นขึ้นมาได้เมื่อไร

ไม่จริง...

นี่หมายความว่า...พี่ผมจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราเหรอครับ มันไม่จริงใช่ไหมครับ หมอ เด็กหนุ่มพูดเสียงสั่น ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่  ในขณะที่จารีเกือบเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น

ต้องรอดูกันต่อไป เราก็ได้แต่หวังว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาภายในไม่กี่วันนี้ แต่ถึงเธอจะฟื้นขึ้นมาได้จริงๆ ผมก็ไม่รับประกันหรอกนะว่า เธอยังจะเป็นเหมือนเดิม

อะไรนะครับ

สมองของเธอได้รับความกระทบกระเทือน นั่นอาจทำให้ความทรงจำของเธอหายไป ผมอยากให้พวกคุณเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้า เอ่อ...เธออาจจะฟื้นขึ้นมาโดยจำพวกคุณไม่ได้ ที่เลวร้ายกว่านั้นเธออาจจะจำแม้กระทั่งตัวเองไม่ได้

หนูซ่า... ฌานกัดฟันทั้งน้ำตา ประคองลูกสะใภ้ที่กำลังร้องไห้โหยหวนไม่ยอมหยุด มีทางอื่นที่จะช่วยหลานผมได้ไหมครับ หมอ อะไรก็ได้...เรื่องเงินผมไม่เกี่ยง ได้โปรดเถอะครับ

ผมเสียใจ...แต่ผมพยายามเต็มที่แล้วครับ

นายแพทย์หนุ่มส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ ขณะที่จารีเป็นลมหมดสติไปตรงนั้นเอง

 

 

ตาอาร์ท ไปพักบ้างก็ได้นะลูก

ฌานเดินมาตบบ่าหลานชายอย่างนึกเป็นห่วง นานหลายชั่วโมงแล้วที่เขาไม่ยอมห่างจากร่างไร้สติของผู้เป็นแม่ ดวงตาคู่คมที่มักจะสดใสเปล่งประกายบัดนี้แดงก่ำราวกับคนที่กำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

เดี๋ยวปู่ดูแลแม่ต่อเอง ไปพักเสียบ้างเถอะ

แต่...อาร์ท...

หลานอยู่ดูแลแม่มาหลายชั่วโมงแล้วนะ ปู่ว่าอาร์ทควรไปพักเสียหน่อยก็ดี ไปหาอะไรกินหรือเดินยืดเส้นยืดสายหน่อยก็ได้ ปู่ไม่อยากเห็นหลานต้องมาป่วยไปอีกคน

คุณปู่...

เชื่อปู่เถอะนะ

เมื่อได้ยินน้ำเสียงยืนยันหนักแน่นของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจในที่สุด บางทีการออกไปให้พ้นจากสภาพตอนนี้ อาจจะทำให้เขาลืมความจริงอันแสนปวดร้าวไปได้สักพักหนึ่ง

ก็ได้ครับ

 

ร่างสูงของเด็กหนุ่มเดินเตร็ดเตร่ไปตามระเบียงทางเดินของโรงพยาบาล ตอนแรกตั้งใจจะไปยังโรงอาหารของโรงพยาบาลเพื่อหาอะไรรองท้องให้กับตัวเอง แต่พอเอาเข้าจริงแม้ท้องจะเริ่มอุทธรณ์แค่ไหน แต่เขากลับกลืนอาหารอะไรไม่ลงสักคำ ลำคอดูจะตีบตันไปหมดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเขาวันนี้  ท้ายที่สุดจึงทำได้แค่ดื่มน้ำเปล่าเพื่อลดเสียงโครกครากในท้องของตนเองเท่านั้น อย่างไรก็ดีเขาก็ไม่ลืมที่จะซื้ออาหารไปเผื่อคนที่ไม่ได้ลงมากินด้วยกันในคราวนี้

กับข้าวสามห่อหน้าตาน่ารับประทาน สำหรับคุณปู่ แม่ และ...

พี่สาวของเขา

ดวงตาของอาสาฬห์ร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงตรงนี้...เขาหยุดอยู่ที่ระเบียงตรงหน้าห้องฉุกเฉินเพื่อจะหลบเช็ดน้ำตาของตัวเอง

พี่ซ่า พี่สาวไม่เอาไหนที่ชอบหาเรื่องแกล้งทะเลาะกับเขามาตั้งแต่เล็กจนโต...ไม่รู้ว่าพี่จะมีโอกาสได้ลุกขึ้นมาทานข้าวห่อนี้ไหมนะ?

ว่ายังไงครับ คุณหมอ คุณหนูปลอดภัยใช่ไหมครับ!”

เสียงเอะอะที่หน้าห้องฉุกเฉินทำให้เด็กหนุ่มหันไปมองอย่างสนใจ ชายร่างอ้วนคนหนึ่งกำลังเขย่าร่างของแพทย์ไปมาอย่างขอคำตอบ

หมอ! บอกผมมาเดี๋ยวนี้ คุณหนูผมไม่เป็นไรใช่ไหม!”

ผมเสียใจด้วยครับ

อะ...อะไรนะ

มาช้าเกินไป ผมเสียใจ แต่ทางเราพยายามช่วยเต็มที่แล้วครับ

ไม่จริง...

อาสาฬห์เบือนหน้าหนีจากภาพของชายคนนั้นที่เฝ้าร้องตะโกนทั้งน้ำตาอย่างหดหู่

 ใช่...เขาเข้าใจความรู้สึกเช่นนั้นดี ว่ามันเจ็บปวดเพียงใดที่จะต้องรับฟังข่าวร้ายเช่นนั้น เจ็บปวดจนแทบล้มทั้งยืน เมื่อนึกได้ว่าคนที่เขารักต้องประสบชะตากรรมอันน่าเศร้าแสนสาสาหัส โดยที่เขาอาจไม่มีโอกาสได้พบหรือคุยกับคนที่ตนเองรักอีกแล้วก็ได้

ดวงตาเข้มของเด็กหนุ่มรื้นด้วยน้ำตาเมื่อนึกถึงพี่สาวของตน ถึงพี่จะยังไม่ได้จากเขาไป แต่ถ้าเธอกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราที่ไม่สามารถลุกขึ้นมายิ้มหรือหัวเราะกับเขาได้อีกล่ะ มันจะมีความหมายหรือ

 อาสาฬห์กัดฟัน ใช้หลังมือปาดน้ำตาลวกๆ พยายามข่มความเจ็บร้าวเอาไว้ข้างใน

ห่อข้าวในมือเริ่มเย็นลงตามเวลาจนดูท่าจะไม่น่าทานเสียแล้ว...

พี่ซ่า...พี่ต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะครับ ทุกคนรอพี่อยู่

     

 

อากาศเย็นชื้นที่ต้องผิวกายหญิงสาว ทำให้ร่างแบบบางขยับตัวเคลื่อนไหวทีละนิด ดวงตาที่ปิดสนิทเมื่อครู่ค่อยเผยอลืมขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตตวัดมองไปรอบบริเวณอย่างแปลกใจ เมื่อพบว่า ตัวเองอยู่ในสถานที่อันไม่คุ้นเคย

ไอหมอกพลิ้วโอบล้อมตัวเธอเอาไว้ ปุยเมฆสีขาวนุ่มนวลลอยอ้อยอิ่งกระจัดกระจายทิ้งตัวลอยเลื่อนในลานโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตาแห่งนี้

ที่นี่ที่ไหน...

หญิงสาวสะบัดศีรษะจนเรือนผมยาวสีน้ำตาลของตนเองพลิ้วไหวไปมาเพื่อขับไล่ความมึนงง พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเริ่มต้นออกเดินอย่างไร้จุดหมาย ร่างกายของเธอยามนี้ดูจะเบาหวิวไร้น้ำหนักอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เธอเอื้อมมือไปแตะข้างศีรษะของตนเองราวกับจะตรวจสอบ ไม่มีวี่แววของเหลวน่ากลัวไหลออกมาอีกแล้ว น่าแปลกที่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เธอรู้สึกเจ็บปวดทรมาน แต่บัดนี้ ดูเธอสิ...สภาพร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติหรืออาจจะเรียกได้ว่าดีกว่าปกติอีกด้วยซ้ำ!

ซ่า...ซ่า...

ซ่า...ทางนี้

เสียงร้องเรียกน่าเกรงขามดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ วันวิสาข์หันมองรอบๆ อย่างหวาดระแวง เพื่อค้นหาเจ้าของเสียง แต่ก็ไม่พบใคร นอกเสียจากตัวของเธอเอง

นั่น...นั่นใคร

เธอตะโกนถามออกไป หากแต่เธอก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ นอกเสียจากเสียงปริศนาที่ยังพยายามร้องเรียกเธอให้เดินไปข้างหน้า หรือมันจะดังมาจากข้างในหัวของเธอกันแน่นะ

ทางนี้ ซ่า...มาทางนี้ เร็วเข้า

วันวิสาข์ออกเดินตามเสียงนั้นไปเรื่อยๆ เธอไม่เข้าใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน...และมาอยู่ที่แปลกประหลาดเช่นนี้ได้อย่างไร รู้เพียงแต่ว่า สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ในเวลานี้ก็คือ การก้าว...ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเท่านั้นเอง

ปุยเมฆสีขาวนิ่มนวลรองรับการเดินทุกย่างก้าวของเธออย่างภักดี เธอรู้สึกราวกับกำลังเดินลุยน้ำเย็นเฉียบด่ำดึ่งลึกลงไป...ลึกลงไปเรื่อยๆ

ในที่สุดเสียงน่าเกรงขามนั้นก็สงบลง เมื่อร่างบอบบางของหญิงสาวเดินมาจนสุดทางเดิน ไม่มีอะไรตั้งอยู่ ณ ที่สุดปลายทางของดินแดนแปลกประหลาดนี้ นอกเสียจากบ่อน้ำสองบ่อ

บ่อหนึ่งเป็นบ่อน้ำพุสวยงามขนาดใหญ่ทำจากหินแวววาวสวยงาม ส่วนอีกบ่อที่อยู่ติดกันเป็นบ่อน้ำเล็กๆ ดูซ่อมซ่อและสกปรก

วันวิสาข์ไม่ต้องเสียเวลาคิด เธอเดินเข้าไปใกล้บ่อน้ำพุสวยงามนั่นทันที เฝ้ามองน้ำใสสะอาดที่ไหลตกลงมาเป็นพุ่มสูงอยู่เนิ่นนาน ประกายน้ำวิบวับระคนกลีบดอกไม้ยามต้องแสงจนเป็นประกายสีรุ้งนั้นทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ ไม่อาจถอนสายตาจากภาพเหล่านี้ได้เลย เธอเฝ้ามองมันอย่างหลงใหล ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองในบ่อ เพื่อลองดูว่า น้ำในบ่อจะใสสะอาดสักเพียงใด หากแต่เธอก็ต้องอุทานออกมาอย่างประหลาดใจเมื่อพบว่า บ่อน้ำแห่งนี้ไม่มีก้นบ่อ!

เธอไม่รู้ว่า มันเป็นไปได้อย่างไร แต่เธอมั่นใจว่าตาไม่ฝาดแน่ ส่วนที่เป็นก้นบ่อถูกแทนที่ด้วยลานโล่งกว้างโอบล้อมด้วยไอหมอกอีกแห่งหนึ่ง ดูๆ ไปแล้วมันก็เป็นสถานที่ไม่ต่างอะไรจากที่ๆ เธอยืนเหยียบอยู่สักเท่าไร จะต่างออกไปบ้างก็มีเพียง จำนวนผู้คนมากมายที่เข้าแถวกันยาวเหยียดเพื่อรอคอยทำอะไรสักอย่างอย่างใจจดใจจ่อนั่นเอง

เสียงจ้อกแจ้กพูดคุยดังออกมาจากฝูงชนกลุ่มนั้นชัดเจนราวกับเธอไปยืนอยู่ตรงนั้นด้วย วันวิสาข์เฝ้ามองภาพตรงหน้าผ่านผิวน้ำที่กำลังกระเพื้อมพลิ้วไหวเป็นระลอกอย่างไม่เชื่อสายตาตน

ต่อไปนี้...ที่นี่จะเป็นบ้านของท่าน

เสียงปริศนาซึ่งดูจะเงียบไปนานดังขึ้นมาอีกครั้ง เธอสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงที่มองไม่เห็นตัวผู้พูด จะกี่ครั้งก็ยังไม่ชินเสียที

ลงไปสิ...ทุกคนที่บ้านรอท่านอยู่

บ้าน... วันวิสาข์ทวนคำ รีบถอยห่างจากบ่อน้ำแสนสวย บ้านอะไรกัน ที่นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน

ที่นี่เป็นบ้านของท่าน

ไม่...ที่นี่ไม่ใช่ เธอเอ่ยเสียงแหบแห้ง รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ ฉัน...ฉันมีบ้านแล้ว

ท่านไม่มีบ้านแล้ว ที่นี่จะเป็นบ้านแห่งใหม่ของท่าน น้ำเสียงเกรงขามทว่าเยียบเย็นนั้นดังตอบกลับมา ทำให้หัวใจของหญิงสาวเหี่ยวแห้งลงไปทันที

หมายความว่าอย่างไรที่ว่าเธอไม่มีบ้านแล้ว...และครอบครัวของเธอล่ะ พวกเขาอยู่ที่ไหน?

พวกเขาอยู่ที่ในสถานที่ซึ่งไกลแสนไกลจากที่ๆ ท่านอยู่ เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างเดาใจเธอได้ ท่านไม่มีวันได้พบพวกเขาอีกแล้ว มันอาจเป็นชะตากรรม

ลำคอของวันวิสาข์ตีบตัน ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อฟังถึงตรงนี้ เธออยากจะร้องไห้ให้สมกับความคิดถึงที่เธอจะไม่มีโอกาสได้พบครอบครัวที่รักอีกแล้ว

มันไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า ทุกคนที่นี่พร้อมจะเป็นครอบครัวใหม่ของท่าน

แต่ฉัน...ฉันไม่...

ลงไปหาพวกเขาสิ อย่าให้พวกเขาต้องรอนานเลย ทุกคนรอต้อนรับท่านอยู่

ฉัน...

เร็ว...เข้าเถอะ เสียงรบเร้าดังก้องขึ้นในหัวอีก ร่างแบบบางจึงเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ การก้าวลงไปในสถานที่อันไม่คุ้นเคยแบบนั้นสร้างความหวาดกลัวให้เธอมากแล้ว แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยเมื่อจะต้องยอมรับว่า ตัวเองอาจไม่มีวันได้หวนกลับไปพบหน้าครอบครัวได้อีกแล้ว

ท่านต้องก้าว...ก้าวต่อไป เร็วเข้า!”

คราวนี้เสียงรบเร้าเมื่อครู่เกือบจะกลายเป็นออกคำสั่ง วันวิสาข์นิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ พยุงร่างตนเองกลับไปที่บ่อน้ำอีกครั้งอย่างกล้าๆ กลัวๆ

เร็วเข้า...ไม่มีเวลาแล้ว!”

หญิงสาวจ้องมองผ่านผิวน้ำใสลงไปยังก้นบ่อที่ซึ่งฝูงคนมากมายยังคงต่อแถวยาวเหยียดเช่นเดิม

เร็ว!”

ไม่มีอีกแล้ว...สำหรับครอบครัวหรือบ้านในความทรงจำ

ต่อไปทุกอย่างจะกลายเป็นเพียงอดีต...ที่แห่งนี้จะกลายเป็นบ้าน และพวกคนเหล่านั้นจะกลายเป็นครอบครัวใหม่ของเธอ

วันวิสาข์เอื้อมมือไปยึดที่ขอบบ่อน้ำ เธอหลับตาลงเพื่อสะกดกลั้นความรวดร้าวเอาไว้ให้ลึกที่สุด ก่อนจะชะโงกตัวไปยังผิวน้ำเบื้องหน้า

ภาพเลือนรางของครอบครัวผุดขึ้นมาในความคิด ถึงเวลาแล้ว...ที่เธอจะต้องจากพวกเขาเหล่านั้นไปไกลแสนไกล เธอจะไม่ลืม...ไม่ลืมความทรงจำที่แสนดี ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนหรือจะกลายเป็นใครต่อไป เธอจะรักพวกเขาเสมอ

ลาก่อนค่ะ...

ประกายหยดน้ำตาเอ่อคลอบนดวงตาทั้งสองข้าง เธอเตรียมดำดิ่งผ่านห้วงธาราเย็นเฉียบ ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ปล่อยร่างตัวเองให้ล่องลอยไปกับสายน้ำ ตอนนั้นเอง...

คิดจะทำอะไร!”

เสียงทุ้มกร้าวของใครบางก็ดังขัดขึ้น พร้อมๆ กับที่ร่างของเธอถูกกระชากออกมาจากบ่อน้ำอย่างแรง คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเซซัดล้มลงไปกองที่พื้น!

นี่ทำ...ทำอะไรน่ะ!”

วันวิสาข์ร้องถามอย่างตื่นตระหนก แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวดีนักก็ถูกมือของอีกฝ่ายบุกจู่โจมอีกรอบ คราวนี้ตั้งใจบังคับให้เธอลุกขื้นก่อนจะลากถูลู่ถูกังออกมา

ปะ...ปล่อยนะ อะไรกัน!”

ร่างน้อยพยายามดิ้นรนอย่างที่สุด ในขณะที่ร่างสูงกำยำของผู้มาใหม่พยายามลากเธอให้ห่างจากบ่อน้ำพุ

ปล่อยเดี๋ยวนี้! ฉันจะต้องลงไปในนั้น!”

คุณไม่อยากเข้าใกล้เจ้านั่นหรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ เชื่อสิ

เสียงทุ้มเข้มของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้หญิงสาวสนใจหยุดฟังแม้แต่นิด ตรงกันข้ามร่างเล็กนั้นยิ่งพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากพันธนาการมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

นี่นาย! ปล่อยฉันเลยนะ ฉันจะต้องไปแล้ว อย่ามาขวาง!”

โทษที แต่ผมจำเป็นต้องขวาง

เอ๊! นายนี่ยังไง นายเป็นใครหา ถึงได้มา...

เธอพูดเสียงขุ่น หมายจะหันไปดูหน้าคนที่เพิ่งโผล่มาวุ่นวายเจ้ากี้เจ้าการเสียหน่อย แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดกั้นจนหมดสิ้นด้วยเรียวปากของอีกฝ่าย!

วันวิสาข์นิ่งขึงไปอย่างตกใจ ชั่ววินาทีหนึ่งที่เธอแทบหมดเรี่ยวแรงอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม ริมฝีปากของเขาเย็นเฉียบไม่ต่างอะไรจากน้ำแข็ง หากแต่เมื่อลิ้มรสไปสักพักความเย็นเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นความอุ่นวาบแทรกขึ้นมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ฮื่อ...

ร่างน้อยครางในคอ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่สัมผัสที่ริมฝีปากนั้นทำให้เธอเคลิ้มจนแทบจะจมดิ่งลงในห้วงวังวนที่หาทางออกไม่เจอ ไม่อาจขัดขืนใดๆ ได้ วงแขนแกร่งรัดรอบเอวบางอย่างแนบแน่น เธอหลับตาลง ในขณะที่ถูกโอบประคองพาเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ

สัมผัสรุกเร้าบนริมฝีปากยังไม่ยอมหยุดเคลื่อนไหว ตรงกันข้ามกลับยิ่งรุกเร้าถวิลหามากขึ้นทีละนิด ตามเวลาที่ผันผ่าน และมันคงจะไม่สิ้นสุดง่ายๆ แน่หากแผ่นหลังของเธอไม่ไปชนกับอะไรบางอย่างเข้า

บ่อน้ำเล็กๆ ซอมซ่อ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับบ่อน้ำพุสวยงามเมื่อครู่นั่นเอง

นี่ต่างหากที่เหมาะกับคุณ ชายร่างสูงพูดเสียงเรียบ เมื่อถอนริมฝีปากออกเรียบร้อย เขาดุนหลังหญิงสาวให้เดินไปด้านหน้าเพื่อให้มีโอกาสดูบ่อน้ำนั้นชัดๆ

ด้านในบ่อ ไม่ได้ดูวิเศษมากไปกว่ารูปลักษณ์อันโกโรโกโสภายนอกของมันแต่อย่างใด ของเหลวซึ่งดูเหมือนจะเป็นน้ำนั้นมีสีดำขุ่นและดูสกปรกมาก จนเธอไม่สามารถเพ่งผ่านมันเพื่อดูก้นบ่อได้ง่ายๆ เหมือนบ่อน้ำพุเมื่อกี้

นี่มันอะไร... เธอตั้งท่าจะเบือนหน้าหนีจากภาพไม่ชวนมองตรงหน้า หากแต่เธอต้องร้องออกมาเมื่อวงแขนของชายหนุ่มยกตัวเธอให้ลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะวางเธอนั่งลงบนขอบบ่อให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา

วงหน้าคมเข้มซึ่งอยู่ภายใต้ไอหมอกขาวมัวนั้น ดูเลือนรางเกินกว่าจะสังเกตรายละเอียดให้ชัดเจนกว่านี้ได้ มีเพียงสันจมูกโด่งได้รูป และริมฝีปากบางเท่านั้นที่พอจะมองเห็นได้ชัดที่สุด

จะ...จะทำอะไรน่ะ

แล้วคุณอยากให้ผมทำอะไรล่ะ

วันวิสาข์หน้าชาเมื่อเห็นว่า เจ้าของเรียวปากน่าหลงใหลกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง เขาคว้าไหล่ของหญิงสาวมายึดไว้แน่น พลางโน้มใบหน้าซึ่งดูพร่าเลือนในสายตาของเธอเข้ามาใกล้ ปลายจมูกโด่งเย็นแตะเข้าที่ผิวแก้มของเธอ ในขณะที่ริมฝีปากเคลื่อนคลอเคลียไปตามใบหน้าอ่อนใส และมาหยุดที่กลีบปากสีชมพูของหญิงสาว

เสียใจด้วย เขากระซิบกับริมฝีปากของเธอ  แต่ที่นี่...ไม่ใช่ที่ของคุณหรอก

วันวิสาข์ใจหายวาบ เมื่อร่างซึ่งไม่ทันได้ตั้งตัวของตัวเองถูกผลักหงายหลังตกลงไปบ่อน้ำในวินาทีนั้นเอง!

กรี๊ด!”

เธอกรีดร้องอย่างตกใจ ทันได้เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มแค่แวบหนึ่ง ก่อนที่ร่างของเธอจะลอยละลิ่วฝ่าความมืดและความสูงของบ่อตกลงไปในน้ำสีดำทะมึน วันวิสาข์ดิ้นรนอย่างทรมานภายใต้สายน้ำเย็นเฉียบ ราวกับถูกมีดแหลมคมนับพันเล่มทิ่มแทงปอดอย่างต่อเนื่อง เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่สีข้าง ศีรษะของเธอยามนี้ปวดร้าวจนแทบจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ มือบางพยายามตะเกียกตะกายอย่างที่สุดเพื่อจะหาทางรอด หากแต่ดูจะไม่มีหวังเลย เพราะของเหลวรอบตัวเธอเริ่มโอบล้อมและบีบรัดร่างกายทุกส่วน ร่างของเธอหนักอึ้งและเริ่มจมลึกลงไปเรื่อยๆ

วันวิสาข์หมดแรงที่จะดิ้นรนต่อไป แขนและขาเริ่มทิ้งลงข้างตัวอย่างอ่อนแรง ขณะที่ดวงตาค่อยๆ ปิดลง ปล่อยให้สายน้ำพาร่างของเธอหมุนวน ห่อหุ้มและพาเธอจมดิ่งลงสู่โลกที่มืดมิดที่สุด...











Mignonne





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

747 ความคิดเห็น

  1. #517 narusaru (@narusaru) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 19:45
    อ่านแล้วลื่นปรื๊ดเลยค่ะ ไม่สะดุดเลย...น่าติดตามต่อมากๆ ^^ 
    #517
    0
  2. #489 ♥Sangmoei (@0834141478) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2553 / 20:27
    ไรเตอร์อธิบายจนเห็นภาพเลยอ่ะ
    นี่หรอที่ครูภาษาไทยบอกว่า
    พรรณนาโวหาร
    #489
    0
  3. #488 ♥Sangmoei (@0834141478) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2553 / 20:27
    ไรเตอร์อธิบายจนเห็นภาพเลยอ่ะ
    นี่หรอที่ครูภาษาไทยบอกว่า
    พรรณนาโวหาร
    #488
    0
  4. #476 “•” AøMAmM“•” (@_uzumaki_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 19:12
    สนุก ๆ จ๊า
    #476
    0
  5. #402 sly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2553 / 12:47
    สุดยอดค่ะ สนุกมากๆ

    #402
    0
  6. #389 จ้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 02:20
    ตอนนี้บรรยายได้เจ๋งมาก!
    เปิดตัวพระเอกได้เริ่ดสุดๆ กรี๊ดดด ชอบค่ะ
    #389
    0
  7. #370 Shubu" (@shubu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 21:11
    บรรยายได้ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ
    #370
    0
  8. #305 เวทมนต์ (@pookeyjung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2552 / 15:28

    นํ้าตาไหลเลยงิ(จริงๆนะเราอายเลยเอาเก้าอี้ตัวอื่นมาบังเลยไม่ให้เห็น)

    #305
    0
  9. #212 พันดารา (@pundara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2552 / 04:54
    เทวดา...รึเปล่า
    #212
    0
  10. #209 moonoi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2552 / 17:26
    จินตนาการบรรเจิด
    #209
    0
  11. #129 cin16537 (@cinnamonfarun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2552 / 14:44

    หนุกมากกก รีบอัพน่า รออยู่ รอฮิๆ

    #129
    0
  12. #128 Peachgal (@Peachgal) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2551 / 00:35
    มารอตอนต่อไปแล้วค่า 5 5 5
    #128
    0