Essay & Thesis ค่ายรักกับดักหัวใจนายตัวร้าย

ตอนที่ 2 : 2. โครงการตักจอกแหน --- Rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ส.ค. 51



2. โครงการตักจอกแหน

เช้าวันจันทร์

เร็วๆ สิเอสเซ เธอทำอะไรอยู่น่ะ จะสองโมงแล้วนะเพ้นท์แหกปากมาจากด้านล่าง

ฉันชะโงกคออกจากหน้าต่างมองแล้วก็รีบผลุบเข้าไป ถลาลงบันไดอย่างกับจะบินมาให้ได้

ฉันหาลายเซ็นต์พี่แฟรงค์ได้แล้ว มันซ่อนอยู่ในลังกางเกงในเก่าฉัน ~(>O<)~” รีบบอกเพ้นท์ทันทีที่มาอยู่หน้าบ้าน

เธอเอามาด้วยรึเปล่า (^O^)?”

เอามาๆ อยู่ในกระเป๋านี่แหละ

เดี๋ยวค่อยไปยลที่โรงเรียน ตอนนี้รีบขึ้นมาก่อนเถอะจะสองโมงแล้ว

ฉันคว้าหมวกกันน็อกมาสวมแล้วกระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สีแดง เพ้นท์สตาร์ทรถแล้วรีบบึ่งรถออกทันที เมื่อเราขับรถมาถึงห้าแยก เหมือนไฟแดงจะจงใจดีดขึ้นมาให้เราไปสายโดยเฉพาะ แล้วเสียงเพลงชาติก็บรรเลงขึ้น พวกเราจึงเข้าต้องเคารพธงชาติต่างสถานที่ไปอีกหนึ่งวัน เมื่อเพ้นท์ชะลอรถตอนเรามาถึงหน้าโรงก็เหมือนกับว่าบรรดาอาจารย์โหดนามว่า สมยศ สมศรี ฉวี วีรวัชร จะจงใจมารวมตัวกันดักรอต้อนรับนักเรียนมาสายอย่างพวกเรา และที่สำคัญคือฉันอาจจะถูกตรวจเล็บตรวจผมด้วยก็ได้

พวกเธอสองคน อาจารย์สมศรีร่างเล็กเสียงแหลมในชุดคุณครูสีม่วงชี้ไม้เรียวมาทางเรา ทำไมมาสาย

พอดี...รถมันหมดน้ำมันกลางทางน่ะค่ะอาจารย์ (=~=)” เพ้นท์โกหก ขณะที่ฉันเดินหดคอเลี่ยงๆ แล้วดันตูดรถมอร์เตอร์ไซค์แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

ห้องไหน

ม.3/4 นางสาวกรรณิกา สว่างใจ ส่วนยัยที่เดินตามตูด เอ้ย >[]<!! ตามท้ายหนูอยู่ชื่อนางสาวเอสเซ แวร์เนอร์ค่ะ เธอรีบตอบอย่างไม่รอให้อาจารย์ถามต่อ

อาจารย์หรี่ตาเล็กมองหน้าพวกเราราวกับว่าจะเก็บรายละเอียดเพื่อจดจำไปจนกระทั่งถึงวันสิ้นลมหายใจสุดท้าย

เธอสองคนทำลายสถิติมาสายของห้องเลยนะ รวมกับอาทิตย์ที่แล้วก็ครบสามวัน หลังเลิกเรียนไปพบฉันที่ห้องปกครองด้วย

แหม (+_+) ก็แค่สามวันเอง แค่ทำลายสถิติของห้องเฉยๆ แน่นอนว่าหากเอาเราไปเทียบกับห้องม.3/9 แล้วละก็ เราคงกลายเป็นไอ้ขี้แพ้ไปเลย

จากนั้นเราก็ถูกส่งไปนั่งในแถวมาสาย โชคดีที่ไม่ต้องไปผ่านด่านตรวจของอาจารย์สมยศ ไม่อย่างนั้นฉันคงโดนตีข้อมือหักแน่ๆ เพ้นท์กับฉันมานั่งลงในแถวมาสาย ตอนนี้คนอื่นๆ กำลังสวดมนต์อยู่ขณะที่เราสองคนกลับนั่งฝอยน้ำลายแตกฟองอย่างเฮฮา คุยเรื่องพี่แฟรงค์เด็กเทพที่เพิ่งจบออกไปเมื่อปีที่แล้ว แม้กายจะอยู่ไกล แต่พี่แกยังเป็นขวัญใจวัยรุ่นประจำโรงเรียนสตรีแห่งทุกยุคทุกสมัยไม่มีเสื่อมคลาย

จำได้คร่าวๆ ว่าตอนฉันเข้าม.1 นั้น พี่แฟรงค์อยู่ม.5 และภายในโรงเรียนเราตอนนั้นมีนักเรียนที่เป็นมนุษย์สืบพันธุ์เพศผู้อยู่เพียง 60 คน ที่เหลือคือเหล่าชะนีหมื่นแสน แต่ในจำนวน 60 คนนั้น มีนักเรียนมนุษย์สืบพันธุ์เพศผู้ที่หล่อเพอร์เฟค ไม่เฟคเพียงแค่ 10 คนเท่านั้น

พวกเขาเกิดมาหน้าตาดี สมองดีกว่าปลาทองอย่างพวกเราหลายขุม เวลาที่พวกเขายิ้มโลกนี้จะยิ่งดูสดใสมากกว่าเดิมถึง 10 คูณ 10 เท่าตัว พวกเขามีเมตตากรุณา พอเห็นพวกเปรตรุ่นน้องไปขอส่วนบุญ ก็จะให้อะไรติดไม้ติดมือมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นลูกอม ฮาร์ทบีท ซูกัส ฮอล พร้อมลายเซ็นต์ ราวกับว่าพวกเขาเป็นเทพบุตรไฮเทคที่พกถุงกักเก็บลูกอมหลากรสติดตัวไปทุกหนทุกแห่งอย่างนั้นแหละ

ฉันหาตั้งนานกว่าจะเจอเธอเอ๋ย แทบจะคลั่งไปแล้วนะเนี่ย TOT”

ดีนะเนี่ยที่หาเจอ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่างเธอ จะทำของสำคัญแบบนี้หายได้ ^^” เพ้นท์หัวเราะขำขันมือก็ลูบคลำกระดาษแผ่นน้อย เนื่องจากต้องเรียงแถวตอน ฉันเลยต้องหันหน้ากลับมาหาเพ้นท์เพื่อจะได้คุยได้ถนัด

ชื่ออะไรน่ะเรา เสียงอาจารย์สมศรีถามขึ้นอีก แต่ไม่ได้ถามเราหรอก

ดูสิเพ้นท์ ฉันคิดว่าเราจะมาสายที่สุดแล้วยังมีคนมาสายกับเราอีก ^O^” ฉันพึมพำแล้วเราก็พร้อมใจกันหัวเราะคิกเหมือนเป็นเรื่องน่ายินดี

พรึบ!

ฉันสะอึกเสียงหัวเราะสุดท้าย กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอทันทีที่นักเรียนมาสายที่ว่านั้นเดินมาต่อแถวนักเรียนชาย เขานั่งลงข้างๆ ห่างจากฉันไปแค่ครึ่งแขน ยืนมือออกไปแตะบ่าเขายังได้ ฉันคงจะทำแบบนั้นถ้าบ่าที่ว่าเป็นบ่าพี่ชายแดนสุดหล่อของโรงเรียน และยัยเพ้นท์ก็คงจะยืนมือออกไปแตะหากเป็นบ่าของพี่ฟินน์แลนด์ แต่...ฉันกลับรีบหันหลังให้ทันทีที่รู้ว่านักเรียนคนนั้นคือตาบ้าที่ชื่อว่า เธซิสรุ่นพี่หล่อเทพ ที่ตวาดฉันหน้าหงายเมื่อหลายเดือนก่อน

สาธุ สาธุ สาธุ พระพุทธ พระธรรมพระสงค์ ขอพระองค์จงช่วยปกป้องเอสเซให้รอดพ้นปลอดภัย อย่าให้คนๆ นั้นจำได้เลยว่า ยัยเปี๊ยกคนนี้เคยอยากได้ลายเซ็นต์เขาเมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เท่าที่ฉันเหล่ตาแอบมองเพ้นท์ดูแล้ว เหมือนกับว่าเพื่อนฉันกำลังตกตะลึงในความหล่อเหลาเอาการของหมอนั่น

เอสเซ หันไปดูข้างหลังเธอเร็ว หน้าพี่เธซิสใสชนิดพวกปรสิตห้องโหล่ถูกเกณฑ์ลงนรกไปเลย เพ้นท์กระซิบใส่หูฉันให้รู้สึกจั๊กจี้ แล้วเอาหัวมาซุกต้นคอฉันเหมือนถ่ำมอง มือก็สะกิดเอวฉันยิกๆ

พี่เธซิสโคตรหล่อเลยยัยเอสเซ

เออ เธอดูไปคนเดียวเถอะน่า ฉันรีบบอกปัดอย่างเสียวสันหลังวาบ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อยัยเพ้นท์รีบหันหน้ามาทางเดียวกับฉัน เป็นไร ^-__-”

เขาจ้องหน้าฉันแหละ >///<” ยัยเพ้นท์พูดหน้าแดง ฉันไม่กล้ามองนานเดี๋ยวจะนอกใจพี่ฟินน์แลนด์

พูดอย่างกับเจ้าตัวได้พี่ฟินน์แลนด์มาเป็นเจ้าของแล้วอย่างนั้นแหละ ยัยเพื่อนบ้าเอ้ย! แต่จะว่าไปตั้งแต่ยัยนี่ชอบพี่ฟินน์แลนด์ เจ้าหล่อนยังไม่เคยกรี๊ดกร๊าดใครหนักๆ เข้าขั้นโรคจิตเหมือนตอนที่อยู่ ม.1 เลยนะเนี่ย รู้สึกเสียอรรถรสกิจกรรมยามว่างของพวกเรามาก ฉันก็เริ่มระวังตัวมากขึ้นตั้งแต่โดนไอ้บ้าข้างหลังตวาดนี่แหละ

เธอ เสียงแหลมเสียดแทงแก้วหูร้องขึ้น เธอสองคนน่ะ นั่งให้มันดีๆ หน่อยสิยัยกรรณิกา ยัยเอสเซ ใครสั่งให้มองไปทางนั้นย๊ะ

อ๋อ เรียกพวกเราหรอกเหรอ =A=

หนูกำลังดูจอกแหนในลำคลองอยู่ค่ะอาจารย์ ฉันแก้ตัวหวังว่ามันจะใช้ได้ผล

จอกแหนรึ อาจารย์เน้นเสียงสูง

ใช่แล้วอาจารย์ จอกแหนนั่นแหละ ไอ้พืชวงค์ Lemnaceae ที่ลอยคว้างอยู่บนผิวน้ำของสระนั่นแหละค่ะอาจารย์ที่หนูแอบอ้างว่ากำลังมองมันอยู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ออกจะไม่ใช๊ไม่ใช่เอาเสียเลย แต่ตอนนี้ฉันกลับนั่งมองมันจริงๆ แล้วแหละ เพราะถ้าหันหน้ากลับไปต้องเจอดีแน่ๆ

พวกเธอสองคนลุกขึ้นมาสิ เงามือเหี่ยวๆ ของอาจารย์กวักไกว่ให้พวกเราลุกขึ้น เร็วๆ สิพวกเธอ

ลุกไหม -O-” เพ้นท์ถาม

ก็ลุกสิ ^-O-” ฉันลุกขึ้นพยายามไม่หันหน้าไปอีกทาง

ตามฉันมา

ตามไปไหนคะอาจารย์ TOT” ฉันโพล่งออกมา

หน้าเสาธง

เฮ้ย O[]o!” ฉันและเพ้นท์ร้องขึ้นพร้อมกัน เผลอหันหน้าไปมองอาจารย์ด้วยสายตากลัว กล้า อาฆาต แต่ก็ต้องเดินตามไปโดยหันหลังให้พี่เธซิสตลอดเวลา แน่นอนว่าอาจารย์มองเราอย่างสงสัยแต่เจ้าหล่อนไม่ถามอะไรมากมาย แค่พูดประโยคสุดท้ายที่ฉันไม่อยากฟังมากที่สุดในชีวิตว่า

เธอน่ะ อาจารย์ไม่ได้ชี้มาทางพวกฉันหรอกนะ เธอสามคน ตามฉันกับยัยสองคนนี้มาด้วยแล้วกัน

แน่นอนว่ามันต้องเป็นเรื่องน่ากรี๊ดสลบไสลสำหรับเพ้นท์ เพราะสองในสามคนคือพี่ฟินน์แลนด์กับพี่ซิดนี่ย์ คงจะเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับปิงปองมากถ้าเธออยู่ตรงนี้ แต่ว่าเธอโชคร้ายไปนิด เนื่องจากว่าเธอเป็นลูกคุณหนูและไม่เคยมาสาย ต้องถูกพ่อแม่ส่งเข้าโรงเรียนทันการตลอด แต่ดูเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของฉัน เรื่องของเรื่องก็คือ คนที่สามนั้นไม่ใช่พี่ชายแดนเหมือนดั่งใจปรารถนา แต่เป็นพี่เธซิส หรือตาเธซิสจอมโหดร้าย  

ทั้งที่ฉันพยายามจะหลบหน้าสักเพียงไร ก็หลบไม่ได้และต้องยืนประจันบานตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาบจนได้

“^-__-”  หน้าพี่เธซิส

“TT~TT“ หน้าฉัน

ตาประสานตา ขาฉันสั่นระริกขณะที่ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจ้องตอบกลับมานิ่งสนิทเยือกเย็นสุดขั้วหัวใจปราศจากคำพูดใดๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น

เฮ้อ =__=”

ถอนหายใจ...แล้วเดินผ่านไปอย่างกับว่าฉันเป็นเพียงอากาศ

พอหันหน้าไปมองหาเพื่อนอีกที เจ้าตัวก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่ไปเดินนำหน้าพี่ฟินน์แลนด์ส่งสายตาเล็กตาน้อยให้อย่างกับปลากัดในฤดูผสมพันธุ์ ส่วนฉันก็วิ่งเหยาะๆ ตามท้ายคนอื่นๆ ไป ท่านผอ.ประจำโรงเรียนที่ยืนอยู่บนเวทีก็ยังมีเรื่องให้ประกาศต่อไปมากมายก่ายกองไม่จบไม่สิ้น เมื่อพวกเรามาหยุดอยู่หลังเวทีก็มีนักเรียนบางกลุ่มแห่กันเข้ามายืนออ รอต่อคิวเบียดเสียดอยู่บริเวณหนุ่มหล่อรุ่นพี่

เดี๋ยวๆ พวกหล่อนจะมายืนอออะไรกันอยู่ตรงนี้ยะ อาจารย์สมชายที่กำลังจะกลายพันธุ์เป็นสมหญิง หรืออาจารย์นาฎศิลป์ประจำโรงเรียนจีบปากจีบคอส่งสายตาเหยียดๆ ให้เด็กผู้หญิงกลุ่มใหญ่ที่กำลังแย่งแซงคิวต่อแถวกันอยู่ ให้พวกนี้ลงชื่อก่อน

แล้วพวกเรา ที่มีฉัน ยัยเพ้นท์ พี่เธซิส พี่ฟินน์แลนด์ พี่ซิดนี่ย์ ก็โดนจิกคอให้ไปเซ็นต์ชื่อบ่นแผ่นกระดาษอะไรสักอย่าง ฉันเลยไม่แปลกใจว่าทำไมถึงได้มีผู้คนสมัครใจมายืนรวมกับนักเรียนมาสายแบบพวกฉัน หากไม่ใช่สนใจพวกผู้ชาย  

เอาล่ะ พวกเธอมาลงชื่อได้ อาจารย์สมชายกึ่งหญิงกวักมือเรียกพวกผู้หญิงเหล่านั้นให้เดินเข้าไปลงชื่อ สักพักก็ยืดอกที่ยัดสิริโคนเอาไว้ขึ้นแข่งกับพวกเรา โก่งคอประกาศออกมาว่า ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ และได้ลงชื่อบนสมุดเล่มนี้ หมายความว่าพวกเธอได้กลายเป็นอาสาสมัคร เพื่อเข้าร่วมโครงการตักจอกแหนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และจะต้องมาแข่งขันตักจอกแหนในชั่วโมงกิจกรรมของวันศุกร์ที่กำลังจะมาถึง

เมื่อกี้อาจารย์ว่าพวกเราคืออาสาสมัครเข้าร่วมโครงการตักจอกแหนเหรอ ~A~” ฉันถามเพ้นท์ขึ้นมาลอยๆ หันซ้ายหันขวาก็เห็นว่าเจ้าตัวกำลังยืนขอลายเซ็นต์เด็กเทพอยู่ จะขอไปทำอะไรนักหนาวะนั่น แล้วใครจะตอบคำถามฉันละเนี่ย

นี่เธอใช้สมองซีกไหนในการรับข้อมูลกันแน่ ฟังรอบเดียวไม่รู้เรื่องรึยังไงถึงได้ต้องให้คนย้ำให้ฟังอีกรอบอ่ะ

สะดุ้ง!

ซีกซ้าย -O-”

ฉันหดคอมือประสานกันหลับตาปี๋ เสียงนั่นมันเสียงพญามารชัดๆ คนอะไรเนี่ย

และอีกอย่าง ฉันไม่ได้ถามพี่สักหน่อยจะเสือกมา เอ้ย จะตอบทำไม =x=^”

เธอหาว่าฉัน...

นี่เธอสองคน ยืนกัดกันอยู่ได้ไม่ได้ยินที่พวกฉันเรียกรึยังไง ^-[]-”

อาจารย์สมชายถามพร้อมทำหน้างิ้วใส่ ฉันเลยตอบไปอย่างภาคอกภาคภูมิใจว่า

ไม่ได้ยินค่ะ ^^”  

ฉันไม่ได้ถามหล่อนย่ะ เสนอหน้าจริงๆ เลย ^=[]=”

จึ๊ก!

ปากคอเราะร้ายจริงๆ อาจารย์ เมื่อกี้นี้หนูก็เพิ่งถูกตาพญามารนี่ใส่ไปแล้วหนหนึ่งอาจารย์ไม่ต้องมาใช้คมคำพูดแทงซ้ำหรอก แค่นี้ก็จะเข่าอ่อนอยู่แล้ว ทำไมชีวิตนางเอกมันถึงได้รันทดแบบนี้นะ

ปัญญาอ่อน (-_-^)”

อะไรเนี่ย! จะเดินผ่านไปเฉยๆ โดยไม่ด่ากันไม่ได้ใช่ไหม คิดว่าตัวเองหล่อเรียนเก่งดีเลิศประเสริฐศรีนักรึไง หน่อยๆ ไอ้มารพจญ ^=[]=

นี่เธอปัญญาอ่อนอย่างที่เขาว่าจริงๆ เหรอ เรียกไม่ได้ยินรึไง

อาจารย์สมชายหน้างิ้วย้ำอีกรอบ ฉันเลยเดิน ยุบหนอ พองหนอไปตลอดทางจนกระทั่งเจอยัยเพ้นท์ตัวดีเข้า จากนั้นอาจารย์ก็เริ่มบรรยายโครงการที่ว่านี้อย่างละเอียดยิบ พร้อมบอกอีกว่าใครตักจอกแหนได้มากที่สุดจะได้ของรางวัล ฉันเลยถึงบางอ้อเสียที

บางทีของรางวัลอาจจะสำคัญกว่าคนหล่อก็ได้ ฮ่าๆ

เพ้นท์ทำหน้าแหยๆ เมื่อเห็นฉันหัวเราะตาเป็นประกาย ตอนนึกถึงของรางวัล จากนั้นเราก็โดนจับคู่เข้าแข็งขัน ฉันโชคดีได้คู่เพ้นท์ พี่ซิดนี่ย์กับพี่ฟินน์แลนด์เข้าขากัน ส่วนตาเธซิสโดดเดี๋ยวและไร้คู่ ^O^ ช่างเป็นคนที่อาภัพและน่าสงสารเสียจริง

นายน่ะ มาคู่กับนางฟ้าของฉันมา

นางฟ้าของฉัน! ฟังแล้วตลก นางฟ้าของอาจารย์คงหน้าตาประมาณพวกนรกไม่เปิดหลุมรับละมั้ง

ฝากตัวด้วยนะคะ เสียงหวานเอื้อนเอ่ยทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง

เด็กสาวหน้ามนรูปไข่ปากสีชมพู เจ้าของรอยยิ้มหวานหยดมดและแมลงวันตอม มายืนอยู่ตรงหน้าพญามารเธซิส เธอคือนักเรียนหญิงเข้าใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนกาญจนาภิเษก เธอเคยเป็นดาวโรงเรียนเก่าถึงสองปีซ้อนจนชื่อกระฉ่อนไปทั่วแผ่นดิน แต่ฉันไม่เคยได้เห็นเธอแบบใกล้ๆ สักที จำได้แค่ว่าเคยเห็นความสวยของเธอในระยะร้อยเมตรเมื่อวันงานลูกเสือแห่งชาติ ตอนที่ฉันในฐานะเนตรนารีแห่งโรงเรียนสตรี ถูกเกณฑ์ให้ไปแบกไม้พลองเดินอ้อมสนามกีฬาประจำจังหวัด เมื่อตอนอยู่ ม.2 และที่รู้ๆ มาเธอไม่ได้โด่งดังเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ เพราะเจ้าตัวยังเป็นนางรำที่กวาดรางวัลไปทั่วราชอาณาจักร เขาว่ากันว่าเจ้าหล่อนนั้งเก่งรอบทิศสุดคณานับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เรียน กีฬา นาฏศิลป์ และจับผู้ชายด้วยใบหน้าสวยหวาน

สรุปว่าหมอนี่มันโชคดีกว่าที่ฉันคิดแหะ แต่ดูเหมือนจะเป็นโชคร้ายของยัยนางฟ้าตกสวรรค์นั่น หากไม่โดนตวาดกลับหน้าหงายภายในอาทิตย์นี้ก็ให้มันรู้ไป

พี่ชื่อเธซิส ยินดีที่ได้รู้จัก

ต๊ายยย O[]O! สุภาพชนิดทำลายประวัติการ ทำแบบนี้มันแหกหน้าฉันชัดๆ

แฟรี่ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ พี่เธซิส แม่นางฟ้าตกสวรรค์ส่งยิ้มหวานไปให้พญามารที่กำลังยิ้มตอบกลับมาอย่างกับแยกเขี้ยวใส่ แต่อย่างน้อยไอ้บ้านั่นก็ยิ้มแหละ ที่กับฉันแล้วอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แถมโดนด่าเละอีกต่างหาก

ไอ้ผู้ชายลำเอียง!


Rewrite : 23. August 2008

 

 

 

 




Talks : 
อ่าน เม้น โหวต ได้โปรดทำตามนี้
อย่าได้เห็นว่ามันไม่มีค่า
เพราะเราลงนิยายไว้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้พิจารณา
และออกความเห็น ต้องการความเห็นนะคะ
ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

178 ความคิดเห็น

  1. #172 ....... (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2552 / 09:45


    รู้สึกว่า....ยิ่งอ่านยิ่งมึนยิ่งงงหาสาเหตุไม่ได้ @_@
    #172
    0