Essay & Thesis ค่ายรักกับดักหัวใจนายตัวร้าย

ตอนที่ 1 : 1. กิจกรรมเลือกเสรี --- Rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,819
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 ต.ค. 51


1. กิจกรรมเลือกเสรี

เอสเซ ออกมาเร็วๆ นั่นไงๆ ดูสิพวกเทพมาแล้ว>O<”

เฮ้ยปิงปอง อ้ายยยพี่ฟินน์แลนด์ทั้งหล่อทั้งเท่ตับแลบเลยแก >_<”

อ้ายเพ้นท์ พี่ซิดนีย์โผล่มาทีไร พวกผู้ชายห้องโหล่ชิดซ้ายไปเลย >[]<”

ขณะที่เพ้นท์และยัยปิงปองกำลังแสดงอาการคุ้มคลั่งเด็กเทพอยู่ราวระเบียงหน้าห้องนั้น ฉันกำลังนั่งทำการบ้านที่รับมาจากเพื่อนร่วมห้องอีกแปดคน โดยหนึ่งในนั้นมีงานของยัยปิงปองและเพ้นท์ผสมปนเปอยู่ด้วย ตอนนี้ฉันรู้สึกกระวนกระวายและไม่ค่อยมีสมาธิ เพราะอยากจะวิ่งออกไปแล่นแตรเกาะขอบระเบียงมองดูหนุ่มรุ่นพี่ม.4 ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ด้วยเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เปิดเรียนจวบจนทุกวันนี้ ฉันยังตามล่าหาลายเซ็นต์เด็กหล่อเทพ นิสัยดีอย่างเทพ จิตใจมีเมตตาเยี่ยงเทพไม่ได้เลยสักกะอัน

แต่อย่างว่าแหละ...เงินและงานคือแรงบรรดาลสุข คติประจำใจอันดับหนึ่งของฉันคือ ทำเงินให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ฉันจึงต้องมานั่งหง่าวหัวใจห่อเหี่ยว แต่งกลอนภาษาไทยไว้ส่งอาจารย์ลำใย เพื่อแลกกับงานละห้าสิบบาทอยู่นี่ไง เลยต้องลืมคติประจำใจอันดับสองที่ว่า ล่าลายเซ็นต์และรูปของเด็กเทพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไปในที่สุด

เอสเซๆ วางปากกาก่อน เธอต้องออกมา เร็วๆ สิ มาดูพี่คนนี้ หล่อกว่าพี่ฟินน์แลนด์และพี่ซิดนีย์อีกนะเธอ

สองสาวสุดสยองพร้อมใจกันฉุดกระชากลากถูฉันให้ลุกขึ้นมาจากกองเงินกองทอง และด้วยความที่ว่าฉันออกจะมีความเป็นหญิงสาวตัวเล็กร่างน้อย มีอกนิดๆ หน่อยๆ จึงทำให้ตัวฉันปลิวติดมือเพื่อนทั้งสองคนออกมายืนเอ๋อทำหน้าเด๋อเกาะขอบระเบียงหน้าห้อง เหมือนชะนีในฤดูกาลหาคู่ได้อย่างง่ายดาย และแน่นอนว่าเมื่อฉันต้องมองลงไปเบื้องล่างทีไร มันทำให้ฉัน...

พี่ซิดนี่ย์สู้ๆ พี่ฟินน์แลนด์สู้ตาย พี่ชายแดนไว้ลายเสือกตายก่อนสู้ ฮู้...

 ใจแตกทุกที =///=!

เพื่อนสองคนหันมามองฉันเป็นตาเดียว เมื่อเห็นว่าฉันแหกปากร้องเชียร์พวกพี่ๆ รูปหล่อ ม.4 ได้อย่างหลงลืมคำว่า ยางอายที่เคยปรากฏอยู่ในพจนาณุกรม และมีทีท่าว่าจะวิบัติอันตธานหายไปเมื่อใครๆ สามารถมองเห็นลิ้นไก่ตอนฉันแหกปากเชียร์

พวกเราไม่ได้ลากเธอออกมาเชียร์ย่ะ (=/\=)” ปิงปองค้อนหัวใส่ฉัน

โน่นแหนะ ที่เราจะบอกให้เธอดู

ฉันมองตามมือเพ้นท์ที่ชี้ไปทางแป้นบาสอยู่ติดกับโรงอาหาร หรี่ตาเอียงหัวไปทางซ้ายนิดขวาหน่อยอย่างใจจดจ่อ มองดูว่าพ่อรูปหล่อคนนั้นคือใคร

เธอจะได้มีอาหารตาใหม่ๆ บ้างนอกเหนือจากพี่ชายแดน ^_^” ปิงปองเสริม พี่เธซิส เป็นตัวสำรองของพี่ฟินน์แลนด์เขา ไม่เลวใช่ไหมล่ะ

ไม่ว่าเปล่า ไหล่มนๆ บอบบางของเจ้าตัวก็กระแทกลงมาด้วยแรงช้างสารที่ไหล่อันบอบบางของฉัน

เจ็บ T_T”

ฉันบ่นขมุบขมิบมองดูการแข่งขันระหว่างห้องคิงกับห้องโหล่ ว่าใครจะได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่ก็อดให้ความสนใจกับคนที่ชื่อว่าเธซิสไม่ได้ และเมื่อมองไปนานๆ จนดูเหมือนว่าระยะห่าง และความสูงที่แตกต่างกันหลายร้อยเมตรจะไม่ได้ช่วยบดบังรัศมีการเพ่งเล็งของฉันได้ ทำให้คนถูกจ้องรู้สึกตัว และเงยหน้าขึ้นมามองตอบแล้วฉันก็รู้ว่า...

พลุบ!

ซวย! O[]o” รีบทิ้งตัวลงบนพื้นทันที

อะไรซวย ปิงปองถามมองหน้าฉันฉงน

ส่วนยัยเพ้นท์มุ่นคิ้วเข้าหากันทำท่าทางเหมือนไม่ค่อยจะเข้าใจว่าทำไมฉันต้องหลบจงมาซ่อนตัวอยู่หลังระเบียงนี้

ไม่มีอะไร ฉันกำลังซวยเพราะทำการบ้านภาษาไทยยังไม่เสร็จ =O=^” แก้ตัวน้ำขุ่นๆ

ไปกันเถอะ ใกล้ถึงเวลาเลือกกิจกรรมแล้วเพ้นท์เอ่ยขึ้นมา

พวกเธอไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉัน...จะทำการบ้านก่อนแล้วค่อยลงไป

อะไรกัน นี่มันวันศุกร์นะ การบ้านส่งตั้งอาทิตย์หน้า

แน่นอนสิ การบ้านส่งตั้งอาทิตย์หน้า ก็พวกเธอไม่ได้ทำนี่หน่า คนที่ทำส่วนนั้น ส่วนที่ควรจะเป็นของพวกเธอน่ะมันฉันต่างหาก [^-_-]

ฉันเถียงในใจ ทว่าจริงๆ แล้วฉันมีเหตุผลอื่นคือยังไม่อยากลงไปเจอกับหมอนั่น ที่ครั้งหนึ่งเกือบจะแปลงร่างจากเด็กดีแสนเทพ ให้กลายเป็นฆาตกรระดับเทพเกรดเอ หรือไม่ก็อสูรร้ายจากตอนฉันหลวมตัวเข้าไปขอลายเซ็นต์เขาเมื่อต้นเดือน หรืออาจจะหลายเดือนก่อน ซึ่งฉันจำไม่ได้แน่นอนนัก T^T

 

ชั่วโมงเลือกกิจกรรม

ตอนนี้กิจกรรมภาษาอังกฤษเต็มหมดแล้ว ส่วนภาษาฝรั่งเศษเยอรมันนั้นไม่ต้องพูดถึง =^=” ปิงปองมุ่ยหน้าบีบก้นออกมาจากกลุ่มเด็กนักเรียนศิลป์ภาษาทั้งหลาย เราจะลงอะไรดีล่ะคราวนี้

แกะสลักเป็นไง คงไม่ค่อยมีใครเรียนหรอก \(^o^)/” เพ้นท์ลูบคาง

แกะสลักเหรอ (- - )?( _ _) ฉันว่าอาจจะดังเพราะได้ลงข่าวหน้าหนึ่ง อันเนื่องมาจากเอามีดแกะสลักจ้วงท้องตัวเองจนตายจนกลายเป็นสังข์ ช่างเป็นความคิดที่ไม่น่าอภิรมณ์ แต่พอฉันส่ายหน้าดุ๊กดิ๊ก เพื่อนๆ ก็เขาใจภาษากายเป็นอย่างดี พวกเราจึงรีบวิ่งลงจากอาคารไม้ทันที แล้วตรงไปที่ตึกกาญจนาภิเษก ก่อนจะมาหยุดอยู่แท็งค์น้ำ จ้องไปยังห้องกระจกมืดๆ ดำๆ ถ้ามองจากภายนอก แต่หากเข้าไปอยู่ข้างในคงใสแจ๋ว สามารถมองเห็นมนุษย์ทุกตนที่เดินผ่านบริเวณรอบรอบห้องได้

ห้องสมุดเป็นไง ^^” ปิงปองว่า แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้อ้าปากตอบ พวกเราก็ถูกลากเข้าไปข้างในซะแล้ว

จะมาลงกิจกรรมห้องสมุดเหรอพวกเธอ มาสิมา เหลือที่ว่างอยู่พอดี ^O^” อาจารย์บรรณารักษ์ยิ้มแย้มต้อนรับ

ตอนนี้ฉันกำลังสังเกตุเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอยู่ข้างนอก อีกทั้งนักเรียนบางกลุ่มในห้องสมุดยังยึกๆ ยือๆ ผลัดลุกผลัดนั่งเหมือนเก้าอี้กำลังร้อน

ชื่ออะไรน่ะเรา

ฉันรู้สึกตัวเพราะโดนกระทุ้งจากศอกเรียวของยัยปิงปอง จึงต้องหันหน้าไปบอก

เอสเซ แวร์เนอร์ค่ะ ^^” ฉันยิ้มและกำลังจะหันไปมองข้างนอก แต่ต้องชงักหน้าไว้ครึ่งทาง แล้วหันกลับมาตามเดิม

เธอน่ะ อาจารย์ขยับแว่นหน่อยๆ ชี้ปากกาลงมาบนจมูกฉัน ลูกครึ่งเหรอ ดั้งสวยนี่

จากนั้นอาจารย์ก็ก้มหน้าลงเขียนชื่อฉันขยุกขยิก อืม...ฉันเป็นลูกครึ่งอะไรดีล่ะ แม่ฉันน่ะเป็นลูกครึ่งไทยเยอรมัน แต่พ่อฉันคนเดียวล่อไปสี่สัญชาติ เยอรมัน ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี มันทำให้ฉันเกิดความคิดที่ว่า สมัยนั้นเขาฮิตผสมพันธุ์ข้ามหลายชนชาติกันรึไงนะ ดูอย่างโรงเรียนเราก็มีลูกผสมอยู่กว่าครึ่งโรงเรียน ชื่อไทยแท้ๆ แทบจะไม่มีแล้ว แถมไทยแท้หล่อ ก็หายากอีกต่างหาก เห็นจะมีแต่พี่ชายแดนนักบาสห้องคิงม.4/6 นั่นแหละที่เป็นเด็กไทยหล่อเทพที่สุดของโรงเรียนสตรีแห่งนี้ เผลอๆ อาจจะหล่อกว่านักเรียนโรงเรียนชายหลายๆ คนเสียด้วย

โอ้...ฉันยังไม่ได้มีโอกาสไปขอลายเซ็นต์พี่แกเลย ไม่ใช่สิ ฉันเคยขอแต่ไม่ได้ เพราะพี่แกเดินผ่านฉันไป สงสัยตอนนั้นฉันจะพูดเบาไปหน่อย

กรี๊ดดดด

ข้างนอกกรี๊ดกันสนั่นหวั่นไหวทำให้ฉันต้องระเบิดฟองความคิดเพ้อฝันหันไปมองตาม

ชะนีพวกนี้มาทำอะไรอยู่แถวนี้กัน ไม่รู้จักพากันไปเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งยังมายืนขวางทางเข้าห้องสมุดอีก

อาจารย์ลุกขึ้นขึงขังจนพวกฉันต้องถอยออกห่าง เพราะกลัวว่ามือเหี่ยวๆ ของท่านจะเกิดปัญหาในการกำหนดทิศทาง แล้วพลาดมาฟาดหัวพวกเราได้ แต่ดูเหมือนว่าสถานการ์จะเริ่มปั่นป่วน เพราะจำนวนประชากรภายนอกนั้นมีมากมายล้นหลามจนไม่มีทางว่างสำหรับเดินผ่านไปยังอีกฝั่งอาคารหก ทำให้คนส่วนใหญ่หลั่งทะลักเข้ามาในห้องสมุดกันยั้วเยี้ย โดยไม่สนใจใยดีเสียงแหลมสูงที่แผดดังแสบแก้วหูของอาจารย์แก่ๆ คราวทวด แล้วพากันปีนไต่โต๊ะและเก้าอี้ เอาหน้าแปะกระจกมองออกไปด้านนอก

หนูจะลงกิจกรรมนี้ค่ะ เด็กสาวตัวเล็กๆ ใส่แว่นหน้าตาเหมือนเด็กเรียน ที่บนอกเสื้อฝั่งซ้านมีจุดกลมๆ หนึ่งจุดปักอยู่เหนือชื่อ มันบอกให้พวกเรารู้ว่าเธอคือรุ่นน้องม.1

ไม่ได้! มันเต็ม ^-[]-” อาจารย์กล่าวอย่างไม่ใส่ใจก้มๆ เงยๆ หาอะไรสักอย่าง

สักพักฝูงชะนีแห่งโรงเรียนสตรีมากกว่าสิบคนก็เกิดไอเดียปิ้งๆ นึกอยากเข้ากิจกรรมเดียวกันเหมือนแม่เด็กน้อยนี่ขึ้นมาแล้วพากันล้นถลาลงจากโต๊ะเก้าอี้ พุ่งปรี๊ดมาผลักไสฉันกับเพื่อนอีกสองคนให้หลบไปจนติดชั้นหนังสือ ส่งเสียงเจี้ยวจ้าววุ่นวายอย่างกับฤดูกาลหาปั๋ว ณ กลางป่าใหญ่

แต่ดูเหมือนงานนี้ไม้เรียวอาจารย์ทวดจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะท่านไล่พวกเด็กผู้หญิงเหล่านั้นออกจากห้องสมุดไปจนหมด ซึ่งพวกฉันมองผ่านกระจกดูแล้วยังเห็นท่านวิ่งตามเหล่าชะนีไปถึงแท็งค์น้ำ ประมาณว่าถ้าเด็กสาวเหล่านั้นไม่หนีอาจจะโดนเฆี่ยนตีจนก้นหลุดกันเป็นแถบ

ดูนั่นเสียงเพ้นท์เอ่ยขึ้นตกอกตกใจพร้อมข้อศอกที่กระทุ้งลงมาบนแขน มิน่าล่ะทำไมพวกชะนีเหล่านั้นถึงได้แห่มาส่งเสียงร้องกันอยู่ที่นี่

ฉันจ้องหน้าเพ้นท์ปานจะกลืนกินเพราะความเจ็บตำแหน่งโดนกระทุ้ง แต่คุณเธอไม่ได้ใส่ใจสายตาอาฆาตของฉันเลยแม้แต่น้อย

ชมรมรด. มีแต่คนหล่อมาลง >[]<” ปิงปองว่า

รด. เพ้นท์ทวน

ย่อมาจาก รักษาดินแดน ^__^” ปิงปองอธิบายอย่างภาคภูมิใจ เหมือนมันเป็นความรู้อันแสนยิ่งใหญ่

คราวนี้ฉันหันควับมองตามไปยังสนามตะกร้อที่อยู่ติดริมสระน้ำบ่อน้อยตรงข้ามกับห้องแนะแนว ก็เห็นพี่ซิดนีย์เจ้าของเรือนผมสีดำเข้มหัวตั้งเป็นธรรมชาติเพราะรู้สึกว่าพี่แกจะโดนอาจารย์สมยศช่วยตัดให้จนเกือบจะเกรียนเมื่ออาทิตย์ก่อน อันเนื่องมาจากปล่อยผมให้รกรุงรังเกินความจำเป็น ซึ้งขัดกับความต้องการของโรงเรียน

ถัดไปคือพี่ฟินน์แลนด์ที่มีผมสีทองเป็นประกายกำลังส่งยิ้มให้สาวน้อยสาวใหญ่ที่ยืนอออยู่บริเวณแป้นบาสอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัวอาจารย์ผู้บังคับบัญชา แต่ยืนทำแบบนั้นได้นานไม่ถึงห้านาทีก็ถูกเรียกตัวออกมาวิดพื้น ซึ่งหากจะพูดให้ฟังดูสวยหรูด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษก็จะเรียกว่า Push-up หรือ press-up นั่นเอง แต่สายตาฉันกลับให้ความสนใจกับไหล่กว้างของอีกหนึ่งหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างผู้บังคับบัญชาเสียมากกว่าตอนนี้

พี่ชายแดน หนุ่มไทยที่ให้ฉันหัวใจเต้นแรงที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเจอมาตลอดระยะเวลาสิบห้าปีของการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ พี่แกทั้งขาวทั้งสูงผมดำตาสวยคิ้วดกหนา อ้าย...เพอร์เฟค โอเค...แม้ว่าพี่แกจะมีเชื้อสายจีนอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นพี่แกก็เป็นผู้ชายไทยที่เพอร์เฟคจนทำให้ฉันหลงลืมที่จะมองชายอื่น ที่ยืนต่อจากพี่ฟินน์แลนด์ไปเลย

พี่ฟินน์แลนด์น่าสงสารจังเลย ต้องออกมาวิดพื้นด้วย เสียงปิงปองเหมือนจะร้องไห้

อย่าห่วงไปเลย อย่างน้อยพี่แกก็ไม่ได้วิดพื้นอยู่คนเดียว ดูนั่นสิพี่เธซิสก็วิดพื้นอยู่เป็นเพื่อนด้วย

สายตาฉันตวัดมองหาเจ้าหาบุคคลที่ชื่อว่า เธซิส เป็นอัตโนมัติ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลที่กำลังวิดพื้นอย่างคล่องแคล่วว่องไว้ทันใจเห็น ชนิดเตะตากรรมการบวมเป่งไปข้าง แต่สีหน้ากลับบอกบุญไม่รับ ราวกับว่าเขาพร้อมจะลุกขึ้นมาตีหัวอาจารย์เมื่อไหร่ก็ได้ ฉันมองแล้วยังรู้สึกขวัญผวาอยู่เลย อึ๋ย! TT~TT คนอะไรน่ากลัวชะมัด มองภายนอกใครก็คงเห็นว่าพี่แกหล่อหน้าตาดี แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนโดนตวาดนั้นมันเป็นยังไง 


Rewrite : 23. August 2008

 

 

Talks: 
โหวต เม้น
อย่าลืมนะคะ
เพราะนักเขียนต้องการความเห็นค่ะ

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

178 ความคิดเห็น

  1. #171 ชาวดิน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2552 / 18:16
    น้ำตาจะไหล  ข้าพเจ้าเป็นพวกคลั่ง รด อย่างรุนแรง

    ถึงไม่หล่อแต่ถ้าใส่ชุด รด แล้วดูดี

    ก็ค้างไปหลายวินะคะ
    #171
    0
  2. #170 โออิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 / 16:05
    สู้ๆๆๆๆๆ นะ 555555
    #170
    0
  3. #169 เด็กน้อยในความมืด (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2551 / 01:12

    กะลังเริ่มน่าสนใจแระคร่า


    ^^

    #169
    0
  4. #168 number_nine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2551 / 20:22
    สู้ๆค่ะ สู้ๆ



    ยังไม่ได้อ่านเลย



    แต่น่าสนุกเนอะๆ



    เดี๋ยวอ่านแน่ๆน่ะ อย่าลืมเขียนต่อแระกัน





    จะอ่านแระน้า...
    #168
    0