Last Summer บันทึกรักผ่านภาพฝัน

ตอนที่ 40 : 12. นักดนตรีข้างถนน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.พ. 51









12.

นักดนตรีข้างถนน

อาวินด์กลับบ้านดึกนะคะวันนี้ มาร์ชาว่า

นัฐญาขยับตัวเข้าใกล้เด็กน้อยที่นอนอยู่มองดูเธออย่างเอ็นดู

นอนเถอะค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็วันเสาร์แล้ว เราค่อยออกไปเที่ยวกัน

หนูนอนไม่หลับ

ถ้างั้นน้าจะอ่านนิทานให้ฟังนะคะ

ระหว่างที่นัฐญากำลังจะเอื้อมไปเปิดไฟที่หัวเตียง ใครบางคนก็เปิดประตูเข้ามา

อาวินด์ เด็กน้อยลุกขึ้นนั่ง จากนั้นแสงไฟในห้องก็สว่างขึ้น

ยังไม่นอนอีกรึไงแม่ตัวยุ่ง หรือว่าอาเข้ามาปลุกเรา

กำลังจะนอนค่ะ แต่คุณเข้ามาพอดีมาร์ชาเลยตื่น หญิงสาวว่าลุกขึ้นนั่งพับเพียบอยู่บนเตียง

ผมขอโทษ

คำกล่าวของเขาทำให้เธอตัวชา ยิ่งมาร์ชาส่งสายตาละห้อยมาให้ด้วยแล้วมันยิ่งทำให้เธอวางตัวไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้เธอตั้งใจจะอ่านหนังสือให้เธอฟังพอดี แต่พอเขาเข้ามาเธอก็รู้สึกหงุดหงิดโดยไม่รู้สาเหตุ แกล้งยกความผิดทั้งหมดให้เขาไปคนเดียว

ชายหนุ่มเดินตรงไปนั่งบนขอบเตียง ลูบหัวหลานสาวแล้วยกเธอขึ้นมานั่งตัก หันไปทางหญิงสาวหน้างอยิ้มให้เธออย่างชื่นชมเหมือนทุกครั้ง

ที่ผมเคยถามคุณไว้เมื่อเช้า คุณคิดเลยเถิดไปถึงไหนกันครับ

เขายียวนอย่างทะเล้น หญิงสาวเริ่มแดงไปทั้งหน้าแต่ไม่มีคำตอบหลุดออกจากริมฝีปากคู่สวยที่เขาปรารถนานั้น

ผมจะถามคุณว่าเคยไปเดินดูนักดนตรีข้างถนนในเวลากลางคืนไหม หากไม่เคยไปผมจะพาคุณไปฟังดนตรีที่พวกเขาเล่นด้วยกัน

หญิงสาวมีสีหน้าประหลาดใจ แต่เธอรู้ว่าภายใต้จิตสำนึกของเธอมันเรียกร้องอยู่เสมอมา รอวันที่เขาจะเอ่ยปากชวนเธอไปทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วยอย่างจริงๆ จังๆ เสียที ไม่ใช่เพียงแต่ดูแลหลานสาวเขาในฐานะพี่เลี้ยงออแพร์เพียงอย่างเดียว

ในความคิดของเธอ การที่เขาเอ่ยปากชวนอาจจะเพื่อพาไปเปลี่ยนบรรยากาศ แต่หญิงสาวแทบจะไม่กล้าเอ่ยปากเลยว่ามันเป็นสิ่งที่วิเศษมากที่สุดในบรรดาสิ่งที่เคยเอ่ยถามเธอ

หัวใจชายหนุ่มเต้นเร้าร้อนรนรอคอยคำตอบจากคนตรงหน้าที่เอาแต่ยืนนิ่ง ใจเขาหวังให้เธอตอบว่ายินดี แต่ส่วนหนึ่งเขาพยายามบอกตัวเองไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอย่าคาดหวัง การรอคอยคำตอบดำเนินไปอย่างลุ้นระทึก ตัวเขาเองได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักราวกับเสียงคนตีกลองภายในอก

อาวินด์คะ หนูไม่เคยไป หนูอยากดูจังเลยค่ะ พาหนูไปดูนะคะอาวินด์

คืออา...

คุณไม่ต้องการพักผ่อนก่อนเหรอคะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ

เมื่อได้ยินเสียงใสเอ่ยถาม ชายหนุ่มก็ถึงกับยิ้มหน้าบานขึ้นมาเหมือนมีความหวัง แค่ความห่วงใยเล็กๆ สามารถทำให้ใครหนึ่งคนรู้สึกหายเหนื่อยไปเลยทันที

พรุ่งนี้ผมหยุดเพื่อชาติครับ

คำตอบทะเล้นๆ เรียกรอยยิ้มบนใบหน้ารูปไข่คมสวยของหญิงสาว ความครุ่นเคืองที่เคยมีในใจเมื่อครู่พาลจะละลายหายไปกับถ้อยคำของคนตรงหน้า ความขี้เล่นและทะเล้นของเขาสามารถทำให้เธอหัวเราะได้บ่อยครั้ง จนกระทั่งสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นคือ...เธอเผลอปันใจให้ไปโดยไม่รู้ตัว แม้จะย้ำเตือนตนเองอยู่เสมอว่ามิควรคิดก็ตาม แต่มันก็อดได้ยาก และบ่อยครั้งเธอก็ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความมีเหตุผลจนเผลอแสดงกิริยาแง่งอนออกมาอย่างไม่เข้าท่า

รู้สึกว่าหลังๆ คุณจะหยุดเพื่อชาติบ่อยเสียเหลือเกิน

คุณอยากฟังความจริงจากผมไหม เขาถาม

นัฐญาเลิกคิ้วขึ้นสูง มาร์ชาเองก็สนใจอยู่ไม่น้อย

แท้จริงแล้วผมจะทำงานวันเสาร์หรือไม่ทำก็ได้ เพียงแต่ตอนแรกที่ผมบอกว่ายุ่งงาน เพราะผมไม่อยากไปจ่ายตลาดต่างหาก

งั้นอาวินด์ก็เป็นเด็กเลี้ยงแกะน่ะสิคะ มาร์ชาว่า

แค่ครึ่งเดียวจ้ะมาร์ชา บางทีอาก็ต้องทำงานวันเสาร์จริงๆ นะ เขารีบแก้ตัวก่อนจะถูกหลานสอนให้อับอายขายขี้หน้าสาวงามที่กำลังนั่งขำ แต่จะว่าไปเขาก็มีเรื่องน่าอับอายต่อหน้าเธอจนหาที่ปกปิดไม่ได้อีกแล้ว

แล้วเราจะไปดูนักดนตรีข้างถนนกันไหมคะ เด็กน้อยทวง

ผู้เป็นอาก้มหัวลงมาเอาหน้าแนบแก้มเด็กน้อยพูดเสียงอู้อี้ในลำคอ

งั้นหนูต้องถามคุณน้าคนสวยแล้วแหละว่าอยากไปกับพวกเรารึเปล่า

น้านัฐญาขา เด็กน้อยลากเสียงยาวให้คนฟังทนใจแข็งต่อไปไม่ได้ ทั้งอาทั้งหลานทำให้จิตของเธออ่อนยวบเลยทันที

 

ที่นี่มืดจังเลยค่ะคุณอาอย่าปล่อยมือหนูนะคะ เสียงเล็กครางหงุงหงิง

ระหว่างที่พวกเขาเดินผ่านเส้นทางที่มีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากเสาไฟที่ตั้งอยู่หน้าตึกสไตล์โกธิค เส้นทางเดิมๆ ที่พวกเขาแสนจะคุ้นเคยในยามกลางวัน แต่อากาศยามค่ำคืนกลับดูโหวงเหวงแตกต่างตรงที่ไม่มีผู้คนมากมายมาเดินขวักไขว่ นานๆ จะมีใครสักคนเดินผ่านมา บรรยากาศช่างไม่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวเสียจริงๆ

ถ้ากลัว อาอุ้มเราก็ได้

เด็กน้อยไม่รีรอยื่นแขนมาข้างหน้า นัฐญาช่วยดึงเสื้อเจ้าตัวเล็กให้กระชับมากขึ้นระหว่างที่เขาจัดตำแหน่งให้หลานอยู่ ทั้งสามยืนอยู่รวมกันแลดูเหมือนพ่อแม่ลูก คนตัวเล็กกอดคอผู้เป็นอาแน่นซุกหัวลงบนไหล่กว้างแสนอุ่นแล้วหลับตาลงเพื่อบอกกับตัวเองว่า เธอช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน

ฉันเตรียมผ้าคลุมไปมาด้วย 

นัฐญาล้วงมือลงไปในเป้ดึงผ้าคลุมผืนเล็กออกมาคลุมให้มาร์ชา

ท่าทางคุณจะขนของมาทั้งบ้าน ชายหนุ่มแซวระหว่างที่หญิงสาวติดกระดุมผ้าคลุม

คนถูกว่า ขนของมาทั้งบ้าน ค้อนหัวน้อยเบ้ปากใส่คนพูดมาก

ใครเป็นลูกคุณในอนาคตคงจะโชคดีน่าดู

เขาพูดออกมาอย่างไม่ทันคิด ก้มมองคนตัวเล็กที่ตนอุ้มอยู่แล้วอดเวทนาไม่ได้ แม่ของเธอเองก็ดีเช่นกัน เพียงแต่...เธอไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วเท่านั้น

คงอย่างนั้นมั้งคะ เธอว่า

เดินเลี้ยวไปอีกมุมหนึ้งของสวน เราก็จะถึงแล้วครับ

วินด์เวิร์ดอุ้มหลานสาวพานัฐญาเดินตรงเข้าไปในมุมมืด มีเพียงแสงสลัวๆ จากฝั่งตรงข้าม จุดนั้นมีเสาไฟเพียงต้นเดียวที่สว่างอยู่ ข้างกันนั้นมีร่างสูงยืนอยู่กับไวโอลีน โดยมีกล่องที่เปิดฝากว้างออกอยู่เบื้องหน้า

นักดนตรีข้างถนน คุณเรียกเขาอย่างนั้นไม่ฟังต้อยต่ำไปหน่อยเหรอคะ เขาทำแบบนี้ดูอิสระดีออก เธออธิบายเสียงใส

ไม่หรอกไม่ต้อยต่ำไปหรอก ก็เขาอยู่ข้างถนนจริงๆ นี่ จุดที่เรายืนอยู่นี้ก็ข้างถนน ตอนนี้เราเป็นคนข้างถนนเหมื่อนกัน โอ้! ดูสิยัยตัวเล็กนี่กรนใหญ่เลย แถมหลับสบายโดยมีอาวินด์สุดหล่อข้างถนนอุ้มอยู่ต่างหาก

... นัฐญายิ้มไม่หุบแต่เธอก็พูดไม่ออกเพราะคนข้างกายช่างยียวนเสียเหลือเกิน

คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเครื่องดนตรีบ้าง

คุณหมายถึงชนิดเหรอคะ ก็มีจำพวก ดีด สี ตี เป่า แล้วก็...

ผมรู้อะไรที่เหนือกว่าคุณ

โอเคค่ะฉันยอมแพ้คุณแล้วคุณวินด์ คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเครื่องดนตรีอีกคะ

ผมรู้ว่าเครื่องดนตรี ถ้าวางอยู่เฉยๆ มันจะไม่เกิดเสียง แต่ถ้าหากใครเริ่มลงมือเล่นมันถึงจะเกิดเสียง ตั้งแต่เรามาผมยังไม่เห็นเขาเล่นเลย คุณลองเดาสิว่าเขาจะเล่นเพลงอะไร

ชายหนุ่มอธิบายทั้งยังใช้มือที่เหลือทำท่าทำทางประกอบ มือหนึ่งกอดหลานสาวไว้แน่น

คุณวินด์คะ จะให้ฉันรู้ได้ยังไง ก็ในเมื่อ...

แน่นอนว่าเขาต้องเล่นเพลงที่ผมขอให้เล่น คุณมีสักห้าหรือสิบยูโรไหมครับผมขอยืมก่อน

นัฐญายอมแพ้ในความกล้า เธอเสริมให้เสร็จสรรพว่า หน้าด้าน ของวินด์เวิร์ด เลยต้องสละเงินสิบยูโรให้เขายืม วินด์เวิร์ดรับมาอย่างไม่รักษามารยาทอีกต่อไป

คุณยืนอยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่ครับ

ชายหนุ่มตรงเข้าไปหาบุคคลที่เขาตั้งชื่อให้ว่า นักดนตรีข้างถนนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นนักศึกษาที่ใช้เวลาว่างมาเล่นดนตรีเพื่อขอเศษเงินจากผู้มีเมตตา

ตั้งแต่บ่ายแล้วครับ คุณมากับภรรยาและลูกสาวเหรอครับ จะให้ผมเล่นเพลงอะไรให้ล่ะ

เออ...เธอแล้วก็เธอ... เขาชี้ไปยังมาร์ชาแล้วก็นัฐญาที่ยืนยิ้มแฉ่งไม่รู้เรื่องอยู่อีกฟาก

ภรรยาของคุณแล้วก็ลูกสาว ตกลงเพลงครอบครัวหรือว่าเพลงรักดีครับ ผมว่าน่าจะเพลงรักดีกว่าเพราะยังไงลูกสาวคุณก็หลับแล้ว เด็กๆ แล้วไม่รู้เรื่องหรอกครับ

ว่าแล้วก็เริ่มบรรเลงเพลงที่มีท่วงทำนองหวานซึ้ง ซึ่งเขาไม่เคยฟังมาก่อน แท้จริงแล้วตัวเขาเองก็ไม่ได้ฟังเพลงพวกนี้สักเท่าไหร่ตั้งแต่ออกจากมหาลัยแค่เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนผ่านมาแถวนี้โดยบังเอิญเลยอย่างพาเธอมาฟังเท่านั้น

จู่ๆ เสียงดนตรีหยุดบรรเลง

คุณไม่ไปยืนอยู่กับภรรยาเหรอครับ มายืนอยู่ตรงนี้ทำไม

คนถูกทักรีบข้ามกลับไปอีกฝั่ง

ดนตรีไพเราะมากเลยค่ะ

แววตาของเธอสะท้อนแสงไฟเป็นประกายอย่างกับดาวดวงเล็กๆ ที่ทอแสงเพื่อเขาคนเดียว เธอเล่นงานชายหนุ่มให้หวั่นไหวเสียอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

อ้อ ใช่ๆ ไพเราะมากๆ เลย

คุณไม่ชอบเหรอคะ

ไม่เท่าชอบคุณหากไม่ติดที่เขามัวแต่เพลิดเพลินและรู้สึกติดขัดที่จะพูด นั่นคือคำที่เขาอยากบอกเธอ

ผมจะไปถามเขาให้นะว่าใครแต่งเพลงนี้

หมับ!

มือเรียวคว้าแขนคนตัวโตเอาไว้

ไม่ต้องหรอกค่ะ ยืนอยู่ตรงนี้แหละ...ฉันอยากให้คุณอยู่ตรงนี้

คุณไม่อยากรู้เหรอว่าใครแต่งเพลงนี้สายตาของชายหนุ่มยังจ้องอยู่ที่มือเธอ

ไม่หรอกค่ะ ฉันรู้แล้วว่าเขาแต่งเอง

คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาแต่งเอง

จากการฟังไงคะ ฉันรู้สึกได้ว่าเขาแต่งเอง เพราะมันมีอะไรที่แตกต่างจากพวกเพลงดังๆ มันเป็นเอกลักษ์เฉพาะบุคคล มัน...แปลกค่ะ

คุณชอบไหม ชายหนุ่มถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง หญิงสาวพยักหน้าตอบ ตอนนี้คุณอารมณ์ดีรึยัง

มากเลยค่ะ

รอยยิ้มที่จริงใจทำชายหนุ่มรู้สึกดีในระดับหนึ่ง แต่ภายในร่างกายของเขานั้นกำลังร้อนระอุด้วยความตื่นเต้นเพราะจิตใต้สำนึกของเขามันรับรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการจะทำต่อไปนี้

ผมมีคำถามจะถามคุณ

ฉันขอฟังเพลงจบก่อนได้ไหมคะ

เธอยกมือขึ้นปรามยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ตาเด็กหนุ่มนักดนตรีฝั่งตรงข้าม จนวินด์เวิร์ดรู้สึกอิจฉาจนอยากถอดรองเท้าออกมาเขวี้ยงไปยังฝั่งนั้น แต่เขาก็ยังจำได้ดีว่าเป็นคนพาเธอมาที่นี่เพื่อสิ่งนี้เอง เขาจึงต้องอดทนยืนรออย่างอึดอัดและลุ้นระทึกไปกับจิตใจตัวเอง

ระหว่างที่เขากำลังจะนำเจ้าตัวเล็กไปพาดบ่าอีกข้างเพราะข้างที่เธอพาดอยู่ปัจจุบันนี้เขาเริ่มรู้สึกปวด เสียงเพลงเริ่มบรรเลงเอื่อยๆ เชื่องชาลงกว่าเดิม ชายหนุ่มรู้ดีว่ามันกำลังจะจบลงและหลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่เขาต้องพูด

สาม...สอง...หนึ่ง...

สิ้นสุดลง เขาหันหน้าไปมองนัฐญาอย่างตื่นเต้น รอจนกว่าเธอจะรู้ตัวแล้วหันมามองเขา

เดี๋ยวผมแถมให้พวกคุณอีกเพลง

เสียงจากนรกประกาศขึ้น เขาอยากจูงมือนัฐญาหนีไปจากตรงนี้

เพลงนี้ก็เพราะว่าแต่...คุณมีอะไรจะพูดกับฉันคะ

อันที่จริงมันเป็นคำถามเสียมากกว่า คือผม...ไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิง แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกเขาคิดกันยังไง คุณพอจะช่วยตอบคำถามผมได้ไหมครับ

ฉันจะพยายามค่ะ

เขารับฟังอย่างรู้สึกเสียวสันหลัง

สมมติว่า...มีผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบคุณ หากเขาจูบคุณ คุณจำทำยังไงกับเขา

นัฐญาตั้งตัวไม่ติดกำลังคำถามที่เธอไม่ได้พบเห็นบ่อยนักในประเทศไทย แต่หญิงสาวยังใช้ความพยายามอย่างสูงส่งเพื่อที่จะรับฟังคนตรงหน้าอย่างสมเหตุสมผล

ตอบยากนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นใคร หากเป็นคนที่ฉันไม่รู้จักทำแบบนั้น ฉันคงต่อยกลับแล้ววิ่งหนี

เธอหัวเราะฝืดไม่อาจหลบความเขินอายจากสายตาอันแหลมคมของวินด์เวิร์ดได้ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายไปเฮือกใหญ่

แล้วหากเป็นคนที่คุณรู้จักล่ะ หมายความว่าคุณจะไม่ทำร้ายเขาใช่ไหม

ฉัน...เขินค่ะที่คุณถามอะไรแบบนี้ นัฐญากระอ้อมกระแอ้ม

ขอโทษครับ

แต่ถ้าหากฉันชอบเขา...ก็คงยอมให้เขา...

หญิงสาวกรอกตาไปมายกมือขึ้นมากุมปาก

จูบ ชายหนุ่มเสริมอย่างไร้ความกระด้างโดยสิ้นเชิง คุณรู้รึเปล่าว่าการจูบมีหลายอย่าง

ฉันไม่เคยลองแต่คิดว่าน่าจะรู้ค่ะ ได้ยินเขาพูดกันบ่อยๆ แล้วก็...เห็นบ่อยแล้วด้วย

คำตอบที่เล่นคนฟังให้ท้องแข็ง ใครจะไปนึกถึงล่ะว่าสาวสวยวัยยี่สิบปีจะไม่เคยผ่านการจูบมาก่อน อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมที่แตกต่าง ชายหนุ่มจึงพยายามที่จะทำความเข้าใจ

หน้าฉันร้อนไปหมดแล้ว เราเปลี่ยนเรื่องคุยได้ไหมคะ

นัฐญาหันมาบอกเขายกมือขึ้นมากุมแก้มเอาไว้ หายใจเข้าออกเหมือนขาดอากาศหายใจ วินด์เวิร์ดยืนมองเธอเหมือนได้เจอสิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจที่สุดในโลก ตั้งแต่เขาสูญเสียนัทชาไป เขายอมรับตามตรงว่าไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่แสดงปฏิกิริยาเขินอายเช่นนี้ เพราะปกติแล้วเขาแทบจะไม่ต้องพูดหรือทำอะไร ผู้หญิงเหล่านั้นก็วิ่งหาเขาเอง

ในความคิดของวินด์เวิร์ด แม้การใช้ชีวิตแบบทะลึ่งตึงตังไปวันๆ จะเป็นเรื่องสนุก หัวใจเขาย่อมปรารถนาผู้หญิงที่อบอุ่นและอ่อนโยนเสมอ แบบเธอตรงหน้า...

นัฐญา

มือใหญ่ทาบลงบนหลังมือเล็กรู้สึกถึงไออุ่นจากใบหน้าเธอที่ร้อนจนระอุ เขาค่อยม้วนมือเข้าหากันโดยมีมือเธออยู่ในกำปั้นนั้นด้วย หญิงสาวยืนสบตาเขาไม่ไหวติง วินด์เวิร์ดก้าวเข้าไปใกล้ค่อนดึงร่างบางเข้าหาตัวเช่นกัน

ผมชอบคุณมากนะ

เขาพูดเบาราวเสียงกระซิบ แต่ตอนนี้แม้แต่เสียงดนตรีก็ไม่อาจกลบเกลือนสิ่งที่หญิงสาวจงใจรอรับฟังอยู่ได้ เธอรู้สึกชาไปทั้งตัวและทำอะไรไม่ถูกไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง มือใบหน้าคนโตกว่าเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ผมขอโทษที่ไม่สามารถรักษาความเป็นโฮสต์ที่ดีได้ และผมก็ทนมองริมฝีปากคู่นี้เพียงอย่างเดียวต่อไปไม่ไหว...

เขาเอียงหัวเล็กน้อยบรรจงประกบริมฝีปากลงบนเป้าหมายอย่างอ่อนโยนนุ่มนวลที่สุด แม้จะรู้สึกปวดไหล่ที่ต้องแบกหลานตัวน้อยเอาไว้ แต่เขาเองแทบจะไม่อยากตีตัวออกห่างจากคนตรงหน้าสักที มือใหญ่อดรนทนไม่ไหวที่จะอ้อมไปด้านหลังดันร่างบางให้เข้าชิดใกล้

อาวินด์คะ หนูหายใจไม่ออก

เสียงงัวเงียของคนที่อยู่ระหว่างกลางบ่นงึมงำเพราะถูกเบียดปลุกผู้ใหญ่อีกสองคนให้ตื่นจากภวังค์ ฝ่ายหญิงผละร่างออกจากวงแขนอันแข็งแกร่งแทบไม่ทัน ทั้งยังเฉไฉมองไปทางอื่น

อยากให้ผมเล่นแถมอีกเพลงไหมครับพวกคุณจะได้สวีทกันต่อ

ผู้หวังดีตะโกนถามมาจากอีกฟากอย่างมีน้ำใจ แต่ตอนนี้สาวเจ้าคู่กรณีกลับเดินจ้ำอ้าวเดินหนีไปตามทางที่พวกเขาเดินผ่านมาอย่างไร้วาจาจะต่อว่าหรือหมัดที่จะต่อกรกับชายหนุ่ม วินด์เวิร์ดยืนงงกึ่งแปลกใจว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันควรมีแค่นี้หรือ เพราะตอนแรกที่เขาทำลงไปแบบนั้นทำใจไว้แล้วว่าอาจจะโดนอัด ถูกโกรธหรือต่อว่าอะไรก็ตาม

เขายอมรับว่าแปลกใจมาก แต่การกระทำแบบสมยอมให้ประทับรอยจูบอย่างง่ายดายไม่ขัดขืน แล้วเดินหนีแบบนี้มันหมายความว่า...เธอ...รักเขาบ้างไหม




-----------------------------------------------------------------100%-------------------------------------------------------------

นาต : Sorry และขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้น ใครที่นาตยังไม่เคยขอที่อยู่ส่งเข้าเมลล์ artemis13_1987@hotmail.com แล้วกัน (เนื่องจากเน็ตห่วยเช่นเคย)

รัน : เอามาลงให้มานอีกแล้ว TT[]TT เหมือนเป็นผู้จัดการส่วนตัวมันเลย งานตัวเองไม่ขยับ แต่ของเพื่อนปาเข้าไปกี่ตอนแล้วก็ไม่รู อินังรันเซ็งจิต =_= ฝากนิยายให้นักอ่านไปอ่าน แต่อินังรันไม่ยอมลงลิ๊งค์ นังนาตก็เลยบอกว่าเมา โธ่! ก็แค่แฝงโฆษณาขำๆ ไม่ได้กะให้ตามไปอ่านกันจริงๆ สักหน่อย เรื่องของอินังรันมันไม่ค่อยน่าสนใจนี่นา แต่ไหนๆ ก็ทักมาแล้ว ลงซะเลยแล้วกัน หุหุ ฝากด้วยนะคะ คึคึ

:: หอพัก นักเรียนป่วน ::

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น