Last Summer บันทึกรักผ่านภาพฝัน

ตอนที่ 31 : 5.ห้ามใจ...แอบหวง*

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 เม.ย. 51



บทนี้อธิบายแตกต่างไปนิด
เพราะคนแต่งเบลอเผลอใช่บุรุษที่ 3 อธิบาย
จะแก้ก็สายไปเสียแล้ว ขี้เกียจเค๊อะ =..=
มันเหนื่อยเน้อ 555 เอาแบบนี้แหละค่ะ
บรรยายบุรุษที่สาม เหมือนได้ลอยอยู่เหนือกีบเมฆ
เอาเป็นว่าจะสลับกันไปเรื่อยๆ แล้วแต่โอกาสนะคะ
เรื่องนี้นางเอกจะไม่ค่อยมีโอกาสมาโผล่คำว่า "ฉัน" สักเท่าไหร่
เพราะคนแต่งนึกอะไรคุณเธอไม่ออก
อยากเป็นผู้ชายทะลึ่งซะงั้น อารมณ์คงามเป็นวินด์เวิร์ด
มันตกค้างมาจากเรื่องที่แล้วแล้วน่ะนะ =_=**
แก้ไขได้ยากจริงๆ หวังว่าคนอ่านคงเข้าใจนะคะ

ขอคอมเม้นด้วยนะคะ




5.

ห้ามใจ...แอบหวง

นายต้องหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของนายไปจากสิ่งเหล่านั้น นอกจากนั้นแล้วนายควรจะลืมเรื่องราวในอดีต เพราะมันเป็นสาเหตุทำให้นายปิดกั้นตัวเองจากปัจจุบัน

คำพูดของนายมันดังลั่นอยู่ในหัวฉันทุกย่างก้าวที่ฉันเดินเลย

วินด์เวิร์ดเคาะกระโหลกตัวเองเบาๆ สะบัดหน้าอยู่หลายหน

มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ

เจเรมี่ถอนหายใจออกมาอย่างระอา แต่ก็นึกขำท่าทางประสาทของเพื่อนตน ทำไมนะ...ถึงได้ไม่รู้จักโตเสียที

ฉันว่ามันบ่อยเกินไป มันจะทำให้อาการประสาท...

โรคจิต

โอเค โรคจิต นี่นายเป็นจิตแพทย์จริงรึเปล่า ทำไมต้องย้ำฉันนักหนาด้วยว่ะ

อ้าว ก็นายเคยฟังฉันไหมเล่า ฉันก็แค่เตือนความจำแกเท่านั้นเอง

เจเรมี่เล่นลิ้น วินด์เวิร์ดพ่นลมออกจมูกอย่างจนใจ แต่คำต่อว่าของเพื่อนสนิทไม่ได้ทำให้เขาอยากหยุดพูดเลย

นายคิดยังไงหากฉันจะหางานอดิเรกทำ

นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันแนะนำ นี่นายแน่ใจรึเปล่าว่านายได้ยินเสียงฉันแว่วอยู่ในสมองน่ะ

แน่ใจ...แต่ว่าภาพนัฐญาใส่ชุดนอนบางพริ้วเดินตัวปลิวไปมาก่อนจะตรงเข้ามาหาฉันมันมีพลังแกร่งกล้ามากกว่า

ถ้านายไม่เลิกบ้าฉันจะเขียนใบสั่งจับนายส่งเข้าบำบัดที่โรงพยาบาล

โอเคๆ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก

คนไหวพริบดีรีบเอาตัวรอด ก่อนจะต้องถูกพรากไปจากเธอจริงๆ แล้วก็สาธยายต่อไป

นายคิดยังไงหากฉันจะปลูกต้นไม้ ดอกไม้ หรืออะไรดี

อะไรก็ดีทั้งนั้นหากมันจะทำให้นายสนใจมากกว่าคุณนัฐญาในชุดนอนโปร่งบาง

ฮ่าๆ ไม่มีเลยว่ะไอ้เจม แต่ไอ้คำบรรยายของนายนี่จินตนาการล้ำเลิศ

คนชมต้องรีบหุบปากตีหน้าขรึมทันทีที่เพื่อนส่งสายตาพิฆาตโทษมาให้

นายจะกลับไปเข้าชมรมปิงปองก็ได้นะ มันเคยเป็นสิ่งที่นายชอบไม่ใช่เหรอ

เจเรมี่เสนอขณะมองดูผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา วินด์เวิร์ดไม่ได้ตั้งใจฟัง เพราะเขาก็มองผู้คนเหล่านั้นเช่นกัน แน่นอนว่าจุดประสงค์การมองของเจเรมี่แตกต่างจากวินด์เวิร์ดโดนสิ้นเชิง จิตแพทย์หนุ่มอาจจะมองหาเพื่อศึกษาหรืออะไรก็ตามแต่ หากทว่าเพื่อนของเขากลับมองดูขาขาวของเหล่าสาวๆ ที่เดินผ่านมาผ่านไปไล่ไปจนถึงใบหน้า หากใครมีรูปร่างสวยหุ่นดีและดูเซ็กซี่เขาจะต้องใจมองเป็นพิเศษ หรือบางครั้งถึงกับลงทุนเดินถอยหลังเพื่อที่จะได้มองจังหวะก้นของเธอเหล่านั้นขยับไปทางซ้ายทีขวาที และตามเจเรมี่ให้ทันในเวลาเดียวกัน

โคร่ม!

คนร่างโตมัวแต่ให้ความสนใจอยู่กับเรื่องไม่เป็นเรื่องในมุมมองของจิตแพทย์หนุ่ม ทำให้เขาถอยหลังมาสะดุดกระถางดอกไว้จนหงายหลังไม่เป็นท่า

ทำไมไม่เป็นผู้หญิงสวยๆ สักคนวะที่ฉันล้มใส่ เจ็บก้นเป็นบ้าเลยแบบนี้

คนมองเห็นสภาพ ได้ยินวาจาแล้วกุมขมับ อีกไม่นานเขาคงจะต้องกลายเป็นโรคประสาทไปตามเพื่อนตรงหน้าแน่ๆ ทางทีดีเขาควรจะเดินหนีไปจากตรงนี้ ก่อนที่ภาพพจน์ดีๆ ของเขาจะถูกทำลายเพราะไอ้เพลบอยไม่รู้จักเจียมตัว

เฮ้ยไอ้เจม แก้จะรีบไปไหนวะ เฮ้ยรอฉันด้วย

ขายาวจ้ำอ้าวไม่หยุดฟังเสียงเรียก วินด์เวิร์ดปัดเศษดินออกจากตัวจัดทรงผมให้เข้าที่และไม่ลืมที่จะขยิบตาให้สาวสวยที่เดินผ่านมาขณะเอาเสื้อยัดในกางเก่ง และเมื่อเขากำลังจะก้าวขาเพื่อวิ่งตามเจเรมี่ เจ้าของร้านก็วิ่งออกมายืนเท้าสะเอวใส่หน้าตาขมึงทึง

คุณกำลังจะไปไหนมิทราบ

เออ...คือผมกำลังจะไปตามเพื่อนน่ะ มัน...

แต่คุณต้องจ่ายค่าเสียหายที่ทำกระถางดอกไม้ร้านฉันแตกนะคะ

โอเคๆ ผมยอมคุณแล้ว

เขายกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ก่อนจะหันไปบ่นขมุบขมิบ

ทำไมไม่เป็นผู้หญิงสวยๆ นะ

เชิญคุณเข้าข้างในก่อนเลยค่ะ

งั้นผมขอเรียกเพื่อนก่อนแล้วกัน

พอมองเข้าไปในร้านก็เขาก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเกริ่นอะไรไว้เช่นกัน ชายหนุ่มยืนเกาคางอยู่ครู่ใหญ่แล้วก็ตัดสินใจเรียกเพื่อน

เฮ้ยไอ้เจม ฉันรู้แล้วว่าฉันจะหาอะไรทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจดี

 

นายจะหาอะไรทำโดยไม่ต้องลำบากฉันมาแบกของหนักเข้าบ้านนายจะไม่ได้เลยรึไงวะไอ้วินด์

เจเรมี่บ่นเป็นหมีกินรังแตน แบกเอากระถางดอกไม้ออกมาจากหลังรถอย่างทุลักทุเล

ฮ่าๆ เอาน่า...ไหนๆ นายก็จะมาบ้านฉันอยู่แล้ว ช่วยกันหน่อยแล้วกัน

เจ้าของบ้านกล่าวอย่างอารมณ์ดีทั้งที่ตัวนั้นแบกของน้อยกว่าเพื่อนเสียอีก เขาเดินตรงไปยังประตูอย่างสบายแล้วไขกุญแจ เดินเข้าไปในบ้านตัวปลิว เจเรมี่แทบนับไม่ได้แล้วว่าวันนี้เขาถอนหายใจทิ้งมากี่หัน แต่รู้ว่ามันต้องเยอะมากแน่ๆ เพราะตอนนี้มันเริ่มทำให้เขาเหนื่อย

นายใช้ให้ฉันช่วยรักษายังไม่พอใช่ไหม ถึงต้องใช้แรงงานฉันอีกเนี่ย รีบบอกตำแหน่งวางกระถางมาเร็วๆ สิวะ มันหนัก! ฉันไม่ได้เรียนเพื่อมาเป็นคนทำสวนนะเว้ย

ฉันก็ไม่ได้เรียนเพื่อมาทำสวนเหมือนกัน แต่เพื่อนายฉันเลยยอมทำเนี่ย

คนฟังอยากจะโยนกระถางใส่หัวมันสักยก ไอ้คำว่าเพื่อนาย มันเป็นคำที่เขาทำเพื่อมันไม่ใช่เหรอ

อาวินด์ อาวินด์กลับมาแล้ว

เสียงเด็กหญิงท่าทางเริงร่าวิ่งตรงเข้ามาหาวินด์เวิร์ด เจเรมี่ชะโงกคอมองเด็กน้อยวันห้าขวบแล้วก็อดขำออกมาไม่ได้ เจ้าเพลบอยกับเด็กอนุบาล ขัดกันอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเขาก็คิดว่าเจ้าตัวเล็กอาจจะทำให้เพื่อนตนเพลิดเพลินจนหลงลืมความหลังไปได้

กลับมาแล้วเหรอคะคุณวินด์

เสียงหวานไม่อาจจะห้ามสายตาเจเรมี่ไม่ให้มองตามได้ เขาละสายตาจากเด็กน้อยในอ้อมแขนเพื่อนตนไปยังหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีดำเงางาม รอยยิ้มอ่อนหวานและอบอุ่น จนไม่แปลกใจเลยที่เธอจะทำให้ไอ้คนขาดรักอย่างวินด์เวิร์ดบ้าไปได้อย่างง่ายดาย

ผมซื้อดอกไม้มาให้คุณ

วินด์เวิร์ดพยายามบังคับให้ตัวเองมองหน้าหญิงสาวเพียงอย่างเดียวแล้วส่งช่อดอกไม้ที่เคยซ่อนอยู่ด้านหลังให้เธอ รอยยิ้มที่เคยผลิบานเหมือนเหล่ากุหลาบในช่อกลายเป็นผะอืดผะอมเศร้าหมอง จนคนให้สงสัยว่าตัวเองทำอะไรผิดไป

ขอบคุณค่ะแต่ฉัน...ฮัดเช้ย!”

หญิงสามยกมือขึ้นมาป้องปากเกือบไม่ทัน หน้าเธอเริ่มแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้

ฉะ...ฉันขอตัวนะคะคุณวินด์ ว่าแล้วเธอก็รีบวิ่งเข้าบ้านไป

คุณน้าเป็นอะไรคะอาวินด์ ทำไมคุณน้าถึงร้องไห้ เด็กน้อยถามพยายามจะลงไปยืนอยู่บนพื้น

เธอแพ้เกสรดอกไม้ เจเรมี่ว่าแล้ววางกระถางไว้หน้าบ้านก่อนจะวิ่งตามเข้าไป

เฮ้ย ไอ้เจม

วินด์เวิร์ดพะวักพะวงดันหลานออกจากทางแล้วปิดประตูหน้าบ้าน พอวิ่งเข้ามาด้านในก็เห็นแต่ดอกไม้ที่ตนซื้อมากระจัดกระจายกองอยู่เต็มพื้น เขาชะงักมองมันอย่างสลดเพียงชั่วครู่ แต่ก็รีบเดินเข้าไปอุ้มเจ้าตัวเล็กที่กำลังเกาะราวบันใดอย่างระมัดระวังก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งตรงไปที่ห้องนัฐญา

นี่น้ำครับ

วินด์เวิร์ดอุ้มมาร์ชามาหยุดอยู่หน้าห้องมาร์ชา มองดูเจเรมี่ส่งแก้วน้ำให้เธอตามด้วยผ้าเช็ดหน้า นัฐญารับไปส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร

ขอบคุณค่ะ

เธอส่งแก้วให้จิตแพทย์หนุ่มมาดเท่ เขารับมันไว้แล้ววางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงเธอ

เจ้าวินด์มันไม่รู้น่ะครับว่าคุณเป็นภูมิแพ้ พอดีวันนี้พวกเราไปร้านขายดอกไม้มา

คุณคือ...เพื่อนคุณวินด์เหรอคะ

ใช่ครับ ผมชื่อเจเรมี่ เพอร์รี่ ยินดีที่ได้รู้จักครับ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณเป็นหมอรึเปล่าคะ ถึงได้รู้ว่าฉันเป็นภูมิแพ้

ขณะที่สองคนจับมือกัน ขาที่เคยทิ้งหย่อนอย่างสบายของวินด์เวิร์ดก็ดันขึงขังขึ้นมาเหมือนเจ้าตัวอยากจะเดินเข้าไปปัดมือเพื่อนออก

ผมเป็นจิตแพทย์น่ะครับ แต่บังเอิญเพื่อนร่วมงานผมก็เป็น โรคแบบนี้ผมเคยเห็นจากคนรอบข้างบ่อยน่ะครับเลยดูออก

ทั้งคู่หัวเราะด้วยกัน สลับกับที่นัฐญาจามมาเป็นระยะๆ วินด์เวิร์ดเม้มปากเป็นเส้นตรง เฉมองไปยังระเบียงด้วยความรู้สึกว่างเปล่าบอกไม่ถูก แต่แล้วก็สะดุ้งเฮือกเมื่อไอเย็นยะเยือกจากมือเล็กประกบลงบนหน้า

อาวินด์ไม่สบายรึเปล่าคะ หน้าซีดจัง

เธอถามแล้วเอาหน้าผากตัวเองประกบกับหน้าผากของอา

ตัวก็ไม่ร้อนนี่หน่า

เปล่าจ้ะ อาไม่เป็นอะไร

เขายิ้มให้เด็กน้อยที่กำลังทำหน้าหงอใส่เหมือนหวั่นวิตก

ไม่เป็นอะไรจริงๆ นะคะ

เธอโผล่กอดคอผู้เป็นอา วินด์เวิร์ดกอดเธอตอบแต่ก็อดใจหันกลับไปมองเรียวขาที่อยู่บนเตียงไม่ได้ ใบหน้าของเธอถูกเพื่อนสนิทยืนบังอยู่ พวกเขาคุยกันสนุกสนานราวกับสนิทกันมามากกว่าสิบปี

อ้าววินด์

เสียงร้องทักทำให้เขาตื่นจากผวัง

เดี๋ยวฉันกับมาร์ชาลงไปย้ายกระถางดอกไม้ก่อนแล้วกัน บางพวกมันยังอยู่ในรถน่ะ

วินด์เวิร์ดอธิบายไม่เป็นตัวของตัวเอง เพื่อนของเขาหรี่ตามองอย่างพินิจพิจารณาท่าทางเจ้าเพลบอยที่ผิดแปลกออกไปจากทุกที แปลกตรงที่เขาไม่ยอมสบตากับจิตแพทย์หนุ่ม ทั้งยังเฉไฉว่าจะไปเก็บต้นไม้อีกด้วย

ฉันก็กำลังจะลงไปเหมือนกัน คุณนัฐญาจะได้พักผ่อน

เจเรมี่ยิ้มให้เพื่อนอย่างสุขุม

เอ้อ นายจะมาก็มา ฉันลงไปก่อนล่ะ

ทั้งที่บอกว่าจะไป แต่เจ้าตัวก็ทำท่ายึกๆ ยือๆ ไม่ยอมไปสักที ยิ่งทำเอาคนมองที่นึกขำอยู่แล้วอยากจะหัวเราะออกมาให้หนักกว่าเดิม

ฉันลงไปพร้อมนายดีกว่า

เจเรมี่ว่าแล้วหันไปทางนัฐญา

พักผ่อนให้มากๆ นะครับ คราวหน้าก็บอกมันด้วยแล้วกันว่าคุณแพ้อะไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณนะครับ

ที่จริงฉันไม่ควรรับแต่แรกแล้ว แต่เป็นเพราะเห็นว่าคุณวินด์อุตส่าห์มีน้ำใจ คราวหน้าฉันจะไม่รับอะไรที่ทำให้อาการภูมิแพ้ฉันกำเริบอีกแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณเจเรมี่

ไม่เป็นไรครับ

เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกลา เดินไปหาเพื่อนที่กำลังอุ้มหลานพิงกรอบประตูก่อนจะพากันลงไปข้างล่าง

วินด์เวิร์ดปล่อยเจ้าตัวเล็กลงเดินแล้วบอกให้ไปช่วยยกกระถางต้นไม้แขวนขนาดเล็กๆ สองสามกระถาง ส่วนตัวเองก็ตั้งหน้าตั้งตาแบกระถางใบโตหลีกออกจากทางเดิน ไม่ปริปากพูดกับเพื่อนเลยสักคำ

ดูเหมือนนายจะควบคุมตัวเองได้บ้างแล้ว ยังไงก็...อย่าลืมที่ฉันแนะนำนะ

เจเรมี่เอ่ยขึ้นหลังจากจัดไม้ประดับเข้าที่เข้าทางจนเสร็จ วินด์เวิร์ดเงยหน้าขึ้นมาสบตาเพื่อน

แต่ถ้าหากนายรู้สึกว่ากิจกรรมเสริมไม่ได้ผลแล้วเมื่อไหร่ ก็โทรเรียกฉันมา หรือจะแวะไปหาฉันก็ได้

ขอบใจนายมากเพื่อน

วินด์เวิร์ดเข้าไปตบบ่าเจเรมี่เบาๆ

ไม่เป็นไร แล้วก็...ไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องฉันหรอกนะ ฉันรู้ว่าอะไรควรไม่ควร

เจเรมี่พูดทิ้งท้ายเหมือนรู้ใจจอมเพลบอยตรงหน้า แต่เจ้าคนถูกทักกลับยืดไหล่ใหญ่โตพูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่า

นายหมายถึงอะไร วินด์เวิร์ดทำลอยหน้าลอยตา

ฉันรู้ว่านายกำลังหวงเธอ

หวงเหรอ นายจะมารู้ได้ไงว่าฉันหวงนัฐญา

ก็แววตามันฟ้อง

นายจะบ้าเหรอ ฉันเคยหวงผู้หญิงเสียที่ไหน นายก็รู้ว่าเพื่อนกันแบ่งปันกันได้ ฮ่าๆๆ

หัวเราะกลับเกลือนไปอย่างนั้น แก้ตัวไวราวกับปลาไหล หลอกหัวใจตัวเองไปเรื่อย! คือความคิดของเจเรมี่ที่มองเขา

เออแบ่งได้ๆ ถ้าหากฉันเอาจริงขึ้นมากลัวแต่ว่านายจะเป็นมากกว่าทุกวันนี้

โอเคๆ ฉันหวงนัฐญาก็ได้ เมื่อไหร่นายจะออกจากบ้านฉันสักทีวะ

ฮ่าๆๆ

คนฟังหัวเราะออกมาเสียงดังไม่มีทีท่าขัดเคืองอะไร

เอาเถอะ! ยังไงก็ดูและเธอดีๆ แล้วกัน แล้วก็อดทนให้มากๆ แต่ตัวแปรสำคัญคือความทรงจำเก่าๆ ของนาย อย่าไปยึดติดกับมันมากนัก เปิดใจให้กว้าง ฉันไปจริงๆ แล้ว ป่านนี้วินนี่คงรออยู่

เจเรมี่ก้มลงมองนาฬิกา วินด์เวิร์ดกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองและยากลำบาก สักพักเพื่อนเขาก็ขับรถออกไป

คุณอาหวงคุณน้านัฐญาเหรอคะ

ซวย!

ในความคิดของผู้เป็นอามีแต่คำว่า ซวย ปรากฏอยู่

ได้ยินอะไรแล้วเงียบไว้นะ ห้ามบอกใครเด็จขาด

หนูไม่บอกใครหรอกค่ะ แต่จะเล่าให้น้านัฐญาฟังว่าคุณอาหวงคุณน้า

รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ บทจะไร้เดียงสาก็ไร้เดียงสาเอาเสียดื้อๆ ทั้งยังทำตาแป๋วใส่ให้คนมองใจอ่อนยวบเหมือนผักถูกลวก เด็กอะไรชอบทำให้เขาปวดหัวอยู่เรื่อย อีกหน่อยจะพูดอะไรกับเพื่อนคงต้องไปขุดหลุมอยู่ใต้ดินสักหกฟุตแล้วเจรจาอยู่นั่นเสียละมั้ง 

Written by Elfenkind von Bellona
27.01.08 
23.27 PM

เม้นด้วยนะคะ >O<

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น