Last Summer บันทึกรักผ่านภาพฝัน

ตอนที่ 28 : 2.ร้อนรัก...พี่เลี้ยงออแพร์ปะทะยัยตัวแสบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ม.ค. 51


2.

ร้อนรัก...พี่เลี้ยงออแพร์ปะทะยัยตัวแสบ

จำที่อาบอกไว้ได้ไหม ถ้าอาพูดคำว่าตำรวจ มาร์ชาจะต้องนอนราบไปกับเบาะ หรือไม่ก็ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเบาะข้างคนขับ

ผมติดเข็มขัดนิรภัยให้มาร์ชาอย่างยากลำบาก เพราะเธอพยายามจะเอาตุ๊กตามากอดไว้อยู่ตลอดเวลา

ทำไมมาร์ชาต้องนอนราบลงกับเบาะเวลาที่อาพูดคำว่าตำรวจล่ะคะ

ยัยตัวเล็กถามอย่างอยากรู้ ผมถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ

ก็เพราะว่าอายังไม่มีเวลาไปเตรียมหาเบาะนั่งเด็กให้มาร์ชายังไงล่ะ ถ้าตำรวจเห็นอาก็จะโดนปรับหรือถูกยึดใบขับขี่

แล้วทำไมตำรวจต้องจับอาหากอาไม่ได้เตรียมเบาะที่นั่งเด็กให้มาร์ชาล่ะคะ

เพราะกฏหมายระเบียบการจราจรข้อที่ 21.1a ระบุเอาไว้ว่าเด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 12 ปีหรือมีความสูงต่ำกว่า 150 เซนติเมตรจะต้องนั่งบนที่นั่งเด็กระหว่างเดินทาง ถ้าเขาเห็นมาร์ชานั่งอยู่ในนี้โดยไม่มีที่นั่งเด็กก็หมายความว่าเขาเห็นอาแหกกฏหมาย อาก็จะโดนปรับ หรือไม่มาร์ชาก็อาจจะถูกจับส่งกลับไปที่สถานคุ้มครองเด็กกำพร้าเหมือนเดิม

หมายความว่าอาแหกกฏหมายเพราะไม่มีเวลา อาเลยต้องให้มาร์ชานอนราบลงบนเบาะอย่างนั้นเหรอคะ

คำถามของเธอทำให้ผมแปลกใจ ไม่อย่างจะเชื่อเลยว่าเด็กตัวแค่นี้จะจำได้ไวขนาดนั้น

แบบนั้นแหละ

มาร์ชาจะทำตามค่ะ

เธอว่าอย่างหนักแน่น ผมเลิกคิ้วสูงแล้วยิ้มให้อย่างภาคภูมิใจเป็นครั้งแรกตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา

เอาล่ะ ถ้ามาร์ชาพร้อมแล้ว ตั้งใจฟังอาดีๆ นะ เนื่องจากว่าอาต้องไปทำงานและจะไม่มีเวลามาดูแลมาร์ชาเหมือนสองอาทิตย์ที่ผ่านมา อาจึงต้องหาใครสักคนมาดูแลมาร์ชาแทนอา

ใครคะ เธอแทรกขึ้นก่อนที่ผมจะได้พูดต่อ

ฟังก่อน ห้ามพูดหรือถามจนกว่าอาจะพูดจบ

ค่ะ

อาหาคนมาดูแลมาร์ชาได้แล้ว เธอเป็นคนไทยเหมือนพ่อและแม่ของมาร์ชา

พ่อกับแม่มาร์ชาเป็นลูกครึ่งไทยเยอรมันไม่ใช่เหรอคะ

ผมว่าเธอฟังอย่างเดียวไม่ค่อยจะเป็นแน่ๆ

โอเคๆ เหมือนแค่ครึ่งเดียวก็ได้ ไม่ทั้งหมด เอาเป็นว่าเธอเป็นคนไทยก็แล้วกันนะ มีความเป็นไปได้ว่าในช่วงแรงเธออาจจะไม่สามารถใช้ภาษาเยอรมันเพื่อสื่อสารกับเราได้ เธออาจจะพูดภาษาอังกฤษกับมาร์ชา

หนูเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่เคยพามาร์ชาและน้องชายไปเที่ยวประเทศอังกฤษอยู่ตั้งสามเดือน หนูยังพอจำได้ว่าจะขอข้าวกินยังไง

เธออธิบายหน้าตาเฉย ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่ยังยืนยันคำเดียวว่าเธอฟังอย่างเดียวไม่เป็นจริงๆ เห็นทีผมจะต้องใช้คำพูดกะทัดรัดที่สุดแล้ว ก่อนที่เราจะไปถึงสนามบินช้ากว่าเวลาที่กำหนด

พี่เลี้ยงของมาร์ชาอายุ 23 เธอชื่อว่าคุณ...เออ อาต้องขอเวลานอกก่อนแปลบนึง

จะให้ผมบอกหลานยังไงดีล่ะ ผมยังไม่เคยเปิดดูรายละเอียดเกี่ยวกับพี่เลี้ยงที่จะมีดูแลเธอเลย ตอนนี้ผมจึงต้องอาศัยเอกสารที่เจ้าเบนให้มา

อาหาสิ่งนี้อยู่รึเปล่าคะ

พอหันกลับมาก็เห็นซองเอกสารสีน้ำตาลอยู่ในมือเจ้าตัวเล็ก ผมพยักหน้าตอบรับแล้วเอื้อมมือไปหยิบมันมาแกะออก อันที่จริงผมก็จงใจจะเปิดซองดูแล้วนะ แต่ผมหมายถึงตอนที่เราถึงสนามบินแล้วน่ะ

พี่เลี้ยงของมาร์ชาชื่อว่า...

นัฐญา! คล้ายกับนัทชา...ผมมองแล้วถึงกับชะงัก

ชื่ออะไรคะอาวินด์

นัฐญาจ้ะ

ผมตอบคำถามเจ้าตัวเล็กด้วยความรู้สึกโหวงเหวง

ชื่อคล้ายแม่หนูเลย

 

พอเรามาถึงที่สนามบิน ผมจูงมือเจ้าตัวเล็กไปรอนัฐญาที่จุดรอรับผู้โดยสารขาเข้า พวกเราได้เตรียมป้ายขนาดใหญ่แล้วเขียนชื่อเธอลงบนนั้น ผมอุ้มมาร์ชาขึ้นมาแล้วให้เจ้าตัวเล็กถือป้ายเอาไว้

จำได้ไหมว่าอาบอกอะไรไว้บ้าง

หากคุณนัฐญาไม่ยังไม่อนุญาตให้เรียกอย่างอื่น หนูจะต้องเรียกเธอว่าคุณนัฐญา และถ้าหากเธอย่อตัวลงมาพูดคุยกับหนู หนูจะต้องเดินเข้าไปกอดทักทายเธออย่างมีมารยาท

ดีมาก หลังจากนี้อาจะพาไปเลี้ยงไอศกรีม

นี่มันฤดูหนาวนะคะอา เขาไม่กินไอศกรีมกันหรอก

เสียงยอกย้อนทำให้ผมหน้าแตกต่อหน้าต่อตาคนรอบข้าง ชักอยากโยนเจ้าตัวเล็กลงบนพื้นเสียแล้วสิ

ถ้างั้นเราไปกินอะไรกันก็ได้ที่มาร์ชาอยากกิน

หนูอยากกินข้าวผัดฝีมือคุณแม่

รู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้ยินน้ำเสียงเจ้าตัวเล็กดังแว่วแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ เหมือนเธอรับรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีวันเป็นไปได้ เจ้าตัวจ้องมองไปด้านหน้าอย่างแน่นิ่ง แก้มใสสีชมพูอ่อนป่องขึ้นมาเหมือนเจ้าตัวเก็บลมทั้งโลกเขาไปอมไว้ในนั้น

หนูเพิ่งนึกอะไรได้ จู่ๆ เธอก็เอ่ยขึ้นมา

อืม

หนูเพิ่งนึกได้ว่าคุณแม่มีภาพผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในห้องที่บ้านพักตากอากาศของเรา ผู้ชายคนนั้นหน้าตาเหมือนอาเลยค่ะ คุณแม่วาดในฤดูหนาวปีที่แล้วค่ะ

ผมไม่อยากจะบอกว่าดีใจขนาดไหนที่ได้ยินเช่นนั้น ผมจึงเริ่มซักถามรายละเอียดจากเธอ ทุกอย่างเกี่ยวกับแม่ของเธอและเหตุผลที่นัทชาวาดรูปผม

วันนั้นคุณแม่กับคุณพ่อทะเลาะกันนิดหน่อย เป็นครั้งแรก

มาร์ชาทำหน้าเศร้า มันทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ ผมอยากบอกให้เธอหยุด แต่ผมกลับอยากฟังเธอเล่าต่อไป

แล้วคุณแม่ก็เดินเข้าไปในห้องศิลป์ เอาแต่วาดรูปอย่างเดียวไม่หยุด ในนั้นมีรูปผู้ชายอายุประมาณสิบแปดหน้าตาเหมือนคุณอาด้วย หนูบอกว่าหนูอยากเจอ คุณแม่บอกว่า...สักวันพรมลิขิตอาจจะทำให้หนูเจอกับเขาเอง หนูเลยคิดว่าอาจจะเป็นเพราะอย่างนี้เราถึงมาเจอกัน ใช่ไหมคะคุณอา

เธอยิ้มทั้งที่จมูกเริ่มแดง ราวกับพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ดวงตาปิดสนิทร่างเล็กเริ่มสะอื้น ผมเองรู้สึกเหมือนน้ำตามาคลอเบ้า กระชับมาร์ชาไว้แนบอกดันหัวเธอให้ซุกลงมาบนไหล่แล้วลูบหลังเบาๆ

ขอโทษนะคะ

เสียงใสที่เอ่ยขึ้นทำให้ผมรีบหันหน้าไปมอง หญิงสาวผิวขาวผ่องแก้มสีชมพูระเรื่อริมฝีปากสวยกำลังยืนยิ้มให้ผม หัวใจผมหยุดเต้นไปชั่วขณะ ระหว่างที่สายตากวาดไล่ไปตามทรวงอก เอ้ย ผมหมายถึงเส้นผมที่ลาดลงมาบนทรวงอก เวรแล้ว! ผมหมายถึงไหล่

ชุดสูทสีดำที่เธอสวมใส่กระชับเอวขอดกิ่ว เธอมีก้นที่น่าจับ ผมหมายความว่าขาเธอสวยดี และกระโปรงเธอสั้นโดนใจผมมาก เออ...ผมว่า...ผมต้องการดื่มน้ำสักขวด ความหิวกระหายทำให้คนดีๆ กลายเป็นบ้าได้

คุณคือมิสเตอร์โจนส์ใช่ไหมคะ

ผมรีบตวัดสายตาจากเนินออกเธอขึ้นมามองที่หน้า ปฏิญาณต่อตัวเองว่าห้าม หื่นกำเริบ กับพี่เลี้ยงของมาร์ชาเป็นอันขาด แต่ขาเธอสวยจริงๆ นะครับ!

คุณเข้าใจถูกแล้วครับ

ผมกล่าวหลังจากเคลียร์ร่องคอสูดหายใจเข้าไปจนเต็มปอด มาร์ชาเอี้ยวตัวหันมามองเธออย่างตกตะลึงไม่แพ้กัน

สวัสดีค่ะมิสเตอร์โจนส์ ดิฉันนัฐญา ปรีชานันท์ ยินดีที่ได้พบคุณค่ะ เธอส่งมือมาให้

เรียกผมแค่วินด์เวิร์ดก็พอครับ

ผมรับไว้ เราเขย่ามือกันอยู่นาน...มือเธอนุ่มมากจนผมไม่อยากปล่อย แต่เมื่อเห็นว่าสีหน้าเธอซีดลงสลับกับมองมือผมและหน้ามาร์ชาแสดงความไม่ไว้วางใจ ผมจึงรีบปล่อยมือเธอแล้วเข้าเรื่องทันที ปล่อยมาร์ชาลงไปยืนบนพื้น

ไหนแนะนำตัวให้คุณนัฐญารู้จักหน่อยสิ

สวัสดีค่ะคุณนัฐญา หนูชื่อมาร์ชาค่ะ 

สวัสดีจ้ะมาร์ชา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะสาวน้อย

นัฐญาย่อเขาลงต่ำ ผมจึงต้องเฉมองไปทางอื่นก่อนที่จะไปจ้องอะไรๆ เข้า เลยเลือกที่จ้องสาวอื่นที่เดินผ่านประตูเข้าออกแทน

หนูอายุเท่าไหร่คะ

เสียงเธอหวานมาก ผมกำลังกังวลว่ามาร์ชาจะฟังรู้เรื่องใหม่ และก็ตะหงิดๆ หูมากเมื่อรู้ตัวว่าแท้จริงแล้วเธอกำลังพูดภาษาเยอรมันอยู่กับพวกเรา ผมจึงหันกลับมามองอย่างงงงันอย่าบอกใคร

ห้าขวบค่ะ I’m five years old ในกรณีคุณนัฐฟังไม่รู้เรื่อง

อ๊ากกกก อยากจะเบิ๊ดกระโหลกไปสักตั้ง

ลูกสาวคุณน่ารักดีนะคะ 

อ๊ะ ฮ๊ะ...ลูมผมเหรอครับ

ผมเหรอหรา แต่ก็ถือว่าโชคดีไปเธอไม่ถือโทษโกรธเอา ยัยเปี๊ยกเล่นพูดออกไปแบบนั้น เดี๋ยวเขาจะหาว่าผมบอกลูกว่าเธอฟังภาษาเยอรมันไม่ได้ เอ้ย! นั่นมันหลานต่างหาก

ค่ะ ฉันหมายถึงมาร์ชาลูกสาวคุณ น่ารักดีนะคะ

เธอย้ำสีหน้ายิ้มแย้ม ผมวางตัวไม่ถูกไม่รู้จะพูดยังไง จะบอกว่าไม่ใช่ก็กลัวว่ามาร์ชาจะคิดว่าผมไม่ต้องการเธอ จะบอกว่าลูกผมก็ไม่ใช่ความจริงอีกนั่นแหละ

แต่หนูไม่ใช่ลูกคุณอานะคะ หนูเป็นลูกคุณพ่อคุณแม่

อ้าวเหรอคะ งั้นน้าต้องขอโทษหนูด้วยแล้วกัน น้าไม่รู้จริงๆ

สาวไทยแสนสวยขอโทษขอโพยอย่างน่ารัก เล่นเอาตาวินด์เวิร์ดจะละลาย ขอร้องเถอะพระเจ้า หัวใจผมจะวาย แต่ผมจะตกหลุมรักพี่เลี้ยงของมาร์ชาไม่ได้เป็นอันขาด ที่สำคัญ...ผมมีความจำเป็นต้องรักษามาดชายหนุ่มผู้น่าเชื่อถือและไว้วางใจ

โฮสต์ที่ดี โฮสต์ที่ดี จงท่องไว้ให้ขึ้นใจ!

อาคะ คุณนัฐญาเรียกแทนตัวว่าน้า แสดงว่าหนูไม่ต้องเรียกเธอว่าคุณนัฐญาแล้วใช่ไหมคะ อาบอกหนูว่าหนูสามารถเรียกเธอได้ตามที่เธออนุญาต มาร์ชาหันมาถามตาใส ก่อนจะหันไปถามนัฐญา หนูเรียกคุณว่าน้าได้ใช่ไหมคะ

ทำไมเด็กต้องพูดความจริงทุกอย่าง เออ...ผมหมายถึงเรื่องบางเรื่องไม่ต้องพูดออกมาก็ได้

ได้ชิจะมาร์ชา

ผมว่าถึงเวลาแล้วนะครับ คุณยังต้องไปรายงานตัวที่อำเภออีกเดี๋ยวจะไม่ทัน

ยืดอกเข้าไว้ ขรึมเข้าไว้นายวินด์เวิร์ด อย่าเพิ่งเผยไต๋ออกมาเดี๋ยวไก่จะตื่น

ค่ะ

นัฐญาส่งมือข้างหนึ่งให้มาร์ชาอย่างเป็นมิตร อีกข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางใบโต แต่มาร์ชาไม่ยอมเดิมทั้งยังนิ่วหน้าใสผม

อาไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย ทำไมไม่ลากกระเป๋าให้น้านัฐญาล่ะคะ

ซวย! อาลืมจ้ะอาลืม แล้วตอนนี้อาล่ะอยากให้ไม่มีใครมองเห็นจะได้เต๊ะมาร์ชาให้ก้นลอยไปเลย

ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ น้าลากเองได้

แต่มันเป็นหน้าที่ของผู้ชายที่ต้องทำต่อผู้หญิงนะคะ คุณพ่อบอกหนูไว้อย่างนั้น แล้วคุณพ่อก็ไม่เคยปล่อยให้คุณแม่ทำอะไรหนักๆ เลย นี่เป็นครั้งแรกของหนูค่ะที่เห็นผู้ชายยืนเฉยโดยไม่ช่วยผู้หญิง

เลือดกระฉูด! แน่ใจว่านี่เด็กห้าขวบ ทำไมมันพูดเป็นต่อยหอยแบบนี้

โอเคจ้ะมาร์ชา เดี๋ยวอาจะลากกระเป๋าให้น้านัฐญาเอง

ต้องทนฝืนยิ้ม ผมไม่ได้รังเกียจที่จะลากกระเป๋าให้ผู้หญิงสวย แต่ผมกำลังอายโดนหลานขายต่อหน้าต่อตาผู้หญิงสวย มันไม่น่าอภิรมณ์เลยสักนิด ผมรู้น่าว่าไอ้สุภาพบุรุษเขาเป็นกันยังไง เพียงแต่ว่าผมกำลังตกตะลึงในความงามของขาและใบหน้าของเธอเท่านั้นเอง

 

อาวินด์บอกว่าคุณน้าเป็นผู้หญิงไทย คุณน้าทำอาหารไทยเป็นไหมคะ

ระหว่างที่มาร์ชาไปอยู่ในอ้อมแขนคนอื่น ทำให้ผมได้มีเวลาสงบสติอารมณ์จากคำพูดของเธอเมื่อก่อนหน้านี้ ผมเดินเคียงข้างเธอกับพี่เลี้ยงคนใหม่ ลากกระเป๋าไปแอบมองเธอไปอย่างประหลาดใจในความมีไมตรีของเจ้าตัวเล็กนี่ เธอดูสดใสและไม่เหมือนเด็กที่เพิ่งสูญเสียเลยสักนิดในบางครั้ง แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ทำเอาผมรู้สึกเศร้าและสงสารจับใจได้ แม้ว่าบางทีจะทำให้รู้สึกหมั่นไส้จนอยากเตะก้นก็ตาม อาทิเช่นการกล่าวหาว่าผมไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษในที่สาธารณะต่อหน้านัฐญา

 


Written by Elfenkind von Bellona
ขอคอมเม้นด้วยนะ >O<

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น