Last Summer บันทึกรักผ่านภาพฝัน

ตอนที่ 27 : 1.Last Winter...จุดเริ่มต้นของยัยตัวป่วน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ม.ค. 51


อิอิ อดใจไม่ไหว เอามาลงจนได้ >O<
ไม่รู้จะสนุกรึเปล่า แต่ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ >O<


1.

Last Winter...จุดเริ่มต้นของยัยตัวป่วน

หนูมีเคยพ่อกับแม่แล้ว หนูไม่เป็นลูกเขาเด็ดขาด

ยัยเปี๊ยกวัยห้าขวบกระทืบเท้าลงบนพื้นหินอ่อนท่าทางเหมือนเด็กเอาแต่ใจตัวเอง เห็นแล้วรู้สึกระอา                                                                                                                             เดี๋ยวขาก็หักหรอกนั่น!

ตอนนี้ผมกำลังนั่งกุมขมับอยู่ในสถานคุ้มครองเด็กกำพร้า กำลังเดินเรื่องเพื่อรับลูกสาวของบุคคลที่ผมเคยรักสมัยเรียนอยู่มัธยมมาอยู่ในความดูแลของผม แม่ยัยตัวเล็กเพิ่งจะจบชีวิตลงเมื่อเดือนก่อนกับคนรักของเธอที่เป็นต้นเหตุทำให้ผมอกหักอย่างร้ายแรงตั้งแต่อายุได้สิบแปดปี ทั้งที่ผมพยายามปิดกั้นตัวเองจากการติดต่อจากพวกเขามานาน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสุดท้ายจะต้องมาตายตอนจบที่ลูกสาววัยห้าขวบที่พวกเขาทิ้งเอาไว้

ไอ้ตอนแรกยัยตัวเล็กก็ยอมมากับผมดีๆ หรอกนะ เราก็เข้าใจผิดว่าจะเลี้ยงง่าย อุตส่าห์ทำตัวเป็นนักบุญมาวิ่งเต้นทำเอกสารเพื่อจะรับไปเป็นบุตรบุญธรรมทั้งที่ตัวยังโสดสนิท เสียเวลาหลีสาวน้อยสาวใหญ่มากกว่าสองเดือน ผมเกือบจะมีสิทธิ์ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอแล้ว แต่พอถึงตอนนี้แม่ตัวดีกลับปฏิเสธเสียงแข็งที่จะเป็นลูกบุญธรรมของผม แม่เด็กคนนี้มันตัวสร้างเรื่องแท้ๆ

มิสเตอร์โจนส์คะ อันที่จริงพวกเราก็อยากจะเซ็นต์อนุญาต แต่หากเด็กไม่มีความประสงค์ที่จะไปอยู่กับคุณ ทางเราก็คงจะเซ็นต์รับไม่ได้ ถือเป็นความกรุณาจากคุณจริงๆ ที่อยากช่วยเหลือเธอ แต่เรื่องอย่างนี้เราควรเคารพการตัดสินใจของเด็กนะคะ

เจ้าหน้าที่วัยทองกำลังจีบปากจีบคอบอกผม ผมคงจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากหากตรงหน้าเป็นเจ้าหน้าที่สาวสวยรวยรอยยิ้มที่กำลังพ่นน้ำลายใส่เชิงตักเตือน

เขาเป็นแค่เด็ก เขาจะไปตัดสินใจอะไรได้ว่าสิ่งไหนดีไม่ดี ผมเป็นบุคคลเชื่อถือได้ที่สุดแล้ว คุณดูรายรับของผมนะ มันบ่งบอกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าผมเลี้ยงยัยเปี๊ยกนี่ได้ ไหนเธอจะได้เงินเด็กจากรัฐบาลอีก และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าเธอมาอยู่กับผมเธอจะต้องไม่อดตายแน่ๆ เออ...ผมหมายถึงเธอจะอยู่ในความดูแลเลี้ยงดูของผมเป็นอย่างดี ผมปรับน้ำเสียงให้สุภาพ

แต่เด็กคนนี้ไม่ได้เป็นแค่เด็กที่จะได้รับเงินเดือนแค่จากรัฐบาลเท่านั้นนะคะ เธอถือเป็นเด็กกำพร้าที่มีฐานะดีมากเลยทีเดียว เมื่อเธอตกไปอยู่ในความดูแลของคุณ นั่นก็หมายความว่าทรัพสมบัติของเธอก็จะตกไปอยู่ในมือคุณด้วย แม้ทางเราจะไม่รู้เหตุผลที่เด็กต่อต้านคุณก็ตาม แต่เราไม่ควรเมินเฉย

คุณก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าอย่างผมน่ะไม่ต้องพึ่งสมบัติของเด็กคนนี้ก็อยู่ได้อยู่แล้ว คุณดูเงินในบัญชีผมนะผมโยนเอกสารลงบนโต๊ะอีกรอบ รู้สึกเหมือนเส้นประสาทจะแตกที่ต้องมาเถียงกับคนแก่ มันช่างไม่อภิรมณ์เหมือนนั่งชมขาอ่อนสาวๆ จริงๆ

ถ้าเป็นความต้องการของเด็ก คุณยายวันทองยืนกราน

เธอก็แค่เด็ก ผมค้าน

ถ้าเป็นความต้องการของเด็ก

แต่เธอก็เป็นแค่เด็ก

ถึงอย่างนั้นเธอก็มีสิทธิ์ตัดสินว่าอยากอยู่กับใคร มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจว่าต้องการทำอะไร ตราบใดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนแก่ส่วนรวม บางทีคุณควรจะย้อนกลับไปอ่านกฏหมายมาตราที่...

พอๆ คุณไม่ต้องมาพูดเรื่องกฏหมายกับผมหรอก อันนั้นผมรู้ดี ผมยกมือขึ้นปราม หันไปมองดูมือเล็กกำลังถอดสายเคเบิ้ลออกมากองเรียงกันเป็นแนวยาว มาร์ชา ทำอะไรน่ะ

แย่แล้ว คุณยายอุทานออกมาเสียงดัง

หนูไม่อยากเป็นลูกคุณอา หนูเคยมีพ่อมีแม่อยู่แล้ว

เจ้าตัวเริ่มงอแงขึ้นมาทันทีเหมือนพยายามกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง มันได้ผลเสียด้วยสิ!

ยัยตัวแสบ!

ถ้าหากไม่อยากเป็นก็ไม่เห็นต้องเป็นนี่คะ หนูก็อยู่ที่นี่กับเราต่อไปไง

คุณยายพยายามปลอบ แต่ผมรู้สึกได้ว่าเธอกำลังปวดกระบาลขณะเก็บสายไฟระโยงระยางที่ยัยจอมซนรื้อออกมา

เปล่าค่ะ หนูอยากอยู่กับคุณอาวินด์เวิร์ด แต่หนูไม่อยากเป็นลูกของคุณอา

 

โธ่...ก็คิดว่าอะไร ที่แท้ก็ไม่อยากเป็นลูกบุญธรรมของผม แท้จริงแล้วผมก็ไม่ได้อยากได้เธอมาเลี้ยงสักเท่าไหร่หรอกนะ หากไม่นึกถึงหน้านัทชาล่ะก็ เด็กอะไร ตัวก็เท่าลูกหมากว่าจะได้ตัวมาเล่นเอาเหงือตก

อาคะ

ผมชะงัก นี่เป็นรอบที่ร้อย...ที่เธอเรียกผมทั้งที่เราเพิ่งเดินมาได้แค่สามสิบนาที ผมไม่เคยจะรู้สึกรำคาญเสียงผู้หญิงที่ไหนได้เท่านี้มาก่อนเลย ถ้าเป็นเสียงสาวๆ ผมจะไม่บ่นเลยนะ แต่เสียงเด็กวัยห้าขวบนี่สิ...ประสาทจะกิน ที่จริงเธอก็เป็นเด็กน่าเห็นใจนะ แต่ไม่ใช่สเป๊กผมเลย...เลี้ยงเด็ก เลี้ยงสาว ขัดกันอย่างกับต้นเฟิร์นกับยอดมะพร้าว แน่นอนว่าคนอย่างผมจะต้องเลือกสาวสวยที่เปรียบเสมือนยอดมะพร้าวเสมอ แต่เพราะเธอ เพราะนัทชาทำให้ผมใจอ่อนยอมรับเด็กคนนี้มา มันเป็นการหาเหาใส่หัวชัดๆ

หนูเหนื่อย

คนตัวเล็กทำตาละห้อย มือข้างหนึ่งกอดกระต่ายตัวสีน้ำตาลอ้วนเหมือนหมูเอาไว้ มันทำให้ผมสงสัยว่าทำไมเด็กผู้หญิงถึงได้ชอบตุ๊กตากันนักนะ

ถ้างั้นเราก็นั่งพักก่อนก็ได้

จำเป็นต้องย้อนกลับไปนั่งอยู่บนม้านั่งข้างทาง แต่เธอกลับยืนจ้องหน้าผม เบ้ปากเล็กเหมือนไม่เห็นด้วย

ไม่เอา หนูจะกลับบ้านของเรา บ้านของอาวินด์ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่ เมื่อกี้หนูได้ยินผู้หญิงสองคนบอกว่าหิมะจะตกแล้ว หนูไม่ชอบหิมะ หนูกลัว...หนูเกลียดหิมะ ฮือ...

ว่าแล้วก็ร้องไห้กระจองอแง คนรอบด้านหันมามองผมเป็นตาเดียวอย่างกับว่าผมเป็นคนใจร้ายทรมานทรกรรมเด็ก ลางไม่ดี ผมว่าเราควรจะหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ใครจะโทรไปแจ้งตำรวจเข้า...เวรกรรมอะไรของผมนี่

โอเคๆ ถ้างั้นเรากลับบ้านกันก็ได้

อาต้องอุ้มหนูนะ หนูเดินไม่ไหว

เฮ้ย! ทำไมต้องอุ้มด้วยเล่า

ก็หนูเหนื่อย

เอาเข้าไป ต้องการอะไรจากฉันอีกไหมยัยเปี๊ยก อยากจะรู้นักว่าถ้าหากนัทชายังอยู่เธอจะจัดการกับเจ้าตัวยุ่งยังไง

ตกลงฉันก็ต้องอุ้มยัยตัวเล็กนี่สินะ

ก็หนูมีอาอยู่คนเดียวนี่หน่า

ทำตาละห้อยให้ผมต้องใจอ่อนอย่างยากจะช่วยเหลือ พอหิ้วเจ้าตัวเล็กขึ้นมาก็เผลอคิดว่ากำลังหิ้วกระเป๋าเอกสาร เหตุผลก็คือ...ผมไม่เคยอุ้มเด็กมาก่อน และก็ไม่รู้ว่าเด็กพวกนี้จะตัวเบาเหมือนกระเป๋าทำงานแต่สามารถทำให้หัวใจหนักอึ้งได้อย่างร้ายกาจ

ถ้าคุณเป็นคนชายโสดวัยสามสิบผู้หิวกระหายรักจากสาวน้อยสาวใหญ่หรือแม้แต่สาวในวัยเดียวกันกับคุณอยู่ละก็ คุณคงจะไม่มีความต้องการให้สาวๆ เหล่านั้นเห็นคุณอุ้มลูกหรอกจริงไหม เพราะเด็กก็เปรียบเสมอตัวแทนที่บอกว่าคุณแต่งงานมีเมียไปแล้วเรียบร้อยเสร็จสรรพชนิดมองแล้วต้องพับหัวใจกลับเข้าที่ทันที พวกเธอต้องคิดแน่ๆ แหละว่าเด็กคนนี้ก็คือสัญลักษณ์แห่งความรักที่คุณมีต่อภรรยา จะมีใครรู้ล่ะว่าชายโสดจะใจบุญรับเลี้ยงเด็กอย่างแม่ตัวยุ่งนี้

หากเจ้าตัวแสบนี่เป็นลูกผมกับนัทชาล่ะก็ ผมจะอุ้มโดยไม่ถืออคติเลย แต่นี่อะไร...เมียก็หายังไม่ได้ แถมยังต้องอดทนต่อสายตาผู้คนเหล่านั้นอีก ตกลงนี่ผมคิดถูกหรือผิดกันแน่นะ ที่รับเธอมาอยู่ด้วย พอนึกถึงตรงนี้จะเปลี่ยนใจใหม่ก็ไม่ได้ คิดเสียว่าเธอเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนที่ผมรักก็แล้วกัน

 

ฉันต้องการพี่เลี้ยง แกรู้อะไรเกี่ยวกับพี่เลี้ยงรายงานด่วน ฉันกำลังจะตาย

พยายามกระซิบใส่โทรศัพท์เสียงเครียด แต่ไอ้คนปลายสายกลับหัวเราะเริงร่าน่ารำคาญใจ

(เดี๋ยวนะเว้ย ขอฉันหัวเราะจบก่อน)

นาย-เข้า-ใจ-ไหม-ว่า-ฉัน-ต้อง-การ-พี่-เลี้ยง กูกำลังจะตายแล้วโว้ย

ผมเน้นเสียงรอดไรฟัน แล้วใส่อารมณ์ตบท้าย แต่เพื่อนมันจะเข้าใจสักเท่าไหร่กันเชียว

(เออๆ เข้าใจแล้ว เพิ่งเอามาเลี้ยงที่บ้านวันแรกทำเป็นบ่นไปได้ หากนายมีเมียแล้วเมียมีลูกขึ้นมาทำยังไงจะอยู่กันได้วะ)

ก็มีเมียแล้วไม่มีลูกไงถามได้

(จะทำได้เหรอ...คนอย่างนายมีเมียแล้วไม่มีลูก ฉันเชื่อเลยว่านายต้องมีสัมพันธ์สวาทรักเที่ยงคืนกับเมียแกสัปดาห์ละเจ็ดหนไม่วันใดวันหนึ่งมันก็ต้องพลาดบ้างล่ะวะ)

ถ้ามันอยู่ตรงหน้าผมนะ ผมจะเอามีดเสียบท้องมันให้ตาย

ไอ้...

(พอๆ ฉันไม่อยากฟังแกเรียกชื่อฉันครั้งที่ร้อย อ้า...นี่! ฉันเจอแล้ว เมียฉันเป็นคนจัดการเรื่องพี่เลี้ยงออแพร์ที่มีความประสงค์จะมาประเทศเยอรมัน ว่าแต่...นายรู้ใช่ไหมว่าพี่เลี้ยงออแพร์คืออะไร)

รู้สิถามได้ แกรีบๆ เข้าเรื่องสักทีเถอะ

(อ้า...โอเค เมื่อกี้เมียฉันเพิ่งจะเอารายชื่อมาให้ดู มีสามคนที่เมียฉันต้องรับผิดชอบอยู่ มีชาวอังกฤษ ชาวญี่ปุ่น ชาวไทย แกอยากได้พี่เลี้ยงออแพร์จากประเทศไหน)

ขอรายละเอียดมากกว่านี้หน่อยสิ

ก้มมองดูยัยตัวเล็กอยู่บนตักแล้วรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา แต่แข้งขามันไม่เอ็นดูด้วยแล้วปวดไปหมด เธอบอกให้ผมนั่งขัดสมาธก่อนเธอจะเริ่มง่วง เธอปีนขึ้นมาบนตักแล้วบอกว่าแต่ก่อนนัทชาก็ให้เธอนอนในนี้ ผมปฏิเสธไม่ลงจึงให้เธอนอน และก็รู้ว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดต่อขา แข้ง หลัง และแขนของผมอย่างมหันต์ แขนข้างหนึ่งผมต้องช้อนคอเธอไว้แล้วกอดแนบอก (เหมือนที่เธอบอกว่านัทชาทำแบบนั้นกับเธอ หรือบางครั้งก็มาร์โค) ผมเกลียดวิธีการเลี้ยงดูลูกของคนพวกนี้ มันทำให้ชีวิตของผมต้องมาลำบากในบั้นปลาย

(เอ้อ! มีนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอังกฤษเป็นเด็กหนุ่มวัย 16 อยู่คนหนึ่ง อันนี้ฉันเปิดเผยชื่อจริงให้แกไม่ได้จนกว่าแกจะรับ แล้วก็พี่เลี้ยงออแพร์ญี่ปุ่นเป็นหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ด สาวไทยยี่สิบสามปี ให้ฉันเดาเลยว่าเด็กชายวัย 16 คงโดนตัดออกจากตัวเลือก เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็เหลืออยู่แค่สองสาว แกจะเอาใคร)

มันทำเป็นสู่รู้เสียจนน่าถีบ แต่ที่มันพูดมาก็ถูกอีกนั่นแหละ ผมจะเอาชายวัยสิบหกมาไว้ที่บ้านทำไม เอาผู้หญิงมาไม่เจริญหูเจริญตากว่าเหรอ

 (แกตัดสินใจได้รึยัง)

เมื่อกี้แกว่ามีชาวญี่ปุ่นกับชาวไทยใช่ไหม

(เออ มีปัญหาอะไรฮะ)

เปล่า! ฉันว่ามันบังเอิญดี งั้นฉันตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลานะ เอาผู้หญิงไทยคนนั้นมา เพราะมาร์ชาเป็นลูกครึ่งไทย

ความเป็นลูกครึ่งของพ่อและแม่ที่ถ่ายทอดมาให้มาร์ชาไม่ได้เด่นชัดมากนัก ทำให้เธอมีหน้าตาเหมือนเด็กยุโรปทั่วไป แต่ความคมเข้มของดวงตาที่นัทชามอบให้ยังคงอยู่

(โอ้เคเลยเพื่อน ฉันจะใส่ชื่อนายแล้วนะ ไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้โชคร้ายหรือโชคดีกันแน่น้อ)

นายเลิกเล่นลิ้นแล้วทำงานจริงๆ จังๆ สักที แล้วก็...ขอบใจนายมาก

โล่งออกไปหนึ่งอย่าง ต่อไปผมจะได้ไม่ต้องมานั่งหลังแข็งให้มาร์ชานอนในตักอีกแล้ว แต่ผู้หญิงคนนั้นจะต้องรับผิดชอบไป ฮ่าๆ หัวหมอจริงๆ เลยเรา

(เช่นกันเพื่อน นายช่วยลดภาระให้เมียฉันไปหนึ่ง เธอก็คงต้องหาโฮสต์ให้อีกสองคนที่เหลือเท่านั้น ฉันคิดว่าเรื่องอาจจะดำเนินไปอีกประมาณสองอาทิตย์ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ยังไงเสียนายก็ดูแลเด็กไปเองก่อนแล้วกัน)

เฮ้ย สองอาทิตย์เลยเหรอ ฉันไม่ได้ผู้หญิงตอนนี้เลยเหรอวะ

(จะบ้าเหรอไอ้วินด์ นี่แกคิดว่าพวกฉันกำลังนั่งปลอกกล้วยให้แกกินรึไงจะได้จับยัดปากให้แกได้ทันทีทันใด ผู้หญิงดีต้องมีพิธีรีตองเว้ย)

มันพูดติดตลกตบท้าย แต่ไอ้ที่เปรียบผมเป็นลิงนี่มันน่ากระทืบนัก

กว่าจะถึงตอนนั้นฉันตายพอดี

(ไม่ตายหรอก ขอบอกว่าถ้าถึงสองอาทิตย์แล้วนายจะไม่ผิดหวัง แต่เอ้อ...นายก็รู้นะว่าเธอเป็นชาวไทย ไม่ควรจะทำกับเธอในแบบเดียวกันเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่นายทำด้วย เช่นอ่อยมาเล่นจิ๊จ๊ะอะไรประมาณนั้น ฉันรับรองได้เลยว่าผู้หญิงไทยค่อนข้างหวงเนื้อหวงตัวสูง นายอาจจะโดนหมัดได้ ดูนี่สิเธอเรียนรู้ศิลปะมวยไทยมาด้วยแหละ นายคงไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับมวยไทยสินะเดี๋ยวฉันจะอ่านให้ฟัง มวย...)

กรึบ!

ผมวางโทรศัพท์ตัดหน้าไปก่อน เริ่มนอกเรื่องแล้วไอ้บ้านี่ ผมมีจุดประสงค์จะจ้างเธอมาดูแลมาร์ชา ไม่ใช่เอามาทำแบบนั้นสักหน่อย มันกวนดีไหมล่ะเพื่อนคนนี้ แม้ผมจะเป็นเพลบอย ก็ใช่ว่าผมจะเพลบอยกับทุกคนไปหมด แค่เกือบหมดเท่านั้นเอง

เอาล่ะ...อีกสองอาทิตย์เราจะได้รู้กันล่ะว่าใครจะมาดูแลเธอยัยเปี๊ยก

ผมอุ้มร่างเล็กขึ้นมาแล้วก็ต้องโอดครวญตอนที่ขยับขา กระดูกลั่นดังเปราะ ทรมานอย่างแสนสาหัสจริงๆ ขอให้สองอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว



Written by Elfenkind von Bellona
Update 22.01.09

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

337 ความคิดเห็น