Vampire Wicked รักเกินพิกัดร้ายเจ้าชายแวมไพร์แสนกล

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 คฤหาสน์ของจอมปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    26 มิ.ย. 62

บทที่ 3 คฤหาสน์ของจอมปีศาจ


ความเจ็บปวดบริเวณต้นแขนและข้อมือปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด ฉันรอให้สายตาปรับความคุ้นเคยกับสถานที่ปลอดแสงไฟสักระยะ แล้วจึงกวาดตามองไปรอบๆ รู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปในยุคสมัยเรอเนสซองซ์ยังไงไม่รู้

เมื่อใช้มือคลำสิ่งที่ตนนอนทับอยู่ก็รู้ทันทีว่าเนื้อผ้าจากโซฟาเป็นกำมะหยี่ แต่ตามปกติแล้วเรื่องแบบนี้ แค่ดมกลิ่นฉันก็สามารถตัดสินได้ว่าเป็นของดีมีราคา ทันทีที่เริ่มมองเห็นอะไรได้พอเลือนราง ฉันจึงใช้ศอกยันกายให้ลุกขึ้น อาการหนักหัวก็แทรกขึ้นมากะทันหัน เหมือนมีหินยัดไว้ในนั้นต่างสมอง จนฉันนึกอะไรไม่ค่อยจะออก สงสัยฉันจะโง่ไปแล้วจริงๆ อย่างที่ลูคัสว่า

เอ๊ะ เมื่อครู่นี้ฉันคิดถึงลูคัสหรือ ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวฉันได้อย่างไรกันก็ในเมื่อฉันไม่มีญาติหรือเพื่อนที่ใช้ชื่อนี้ แต่พอนึกไปได้สักระยะ ภาพเจ้าของชื่อก็กระแทกใส่หน้าฉันเข้าอย่างจัง

คนป่าเถื่อน” ฉันนั่งกัดฟันกรอดอย่างโมโหและอยากทำร้ายไอ้คนที่กล่าวหาว่าฉันเป็น ‘คนโง่ ตอนนี้พอจะจำได้คร่าวๆ ว่าฉันเห็นเขาครั้งสุดท้ายตอนที่เขาขับรถอยู่ เพราะหลังจากนั้นฉันก็เผลอหลับไปไม่รู้เรื่องรู้ราว

ให้ตายเถอะ...ถ้าฉันหลับไปตอนที่ยังนั่งอยู่ในรถหมอนั่น พอตื่นขึ้นมาอีกทีในก็อยู่ในที่แปลกตาแบบนี้

แล้วตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนกันละเนี่ย”

แสงเทียนสลัวติดขึ้นพร้อมกันทั่วทุกสารทิศ มองไปรอบๆ อีกครั้ง ฉันจึงรู้ว่าตนนั้นนั่งอยู่บนโซฟาสีแดงเข้มที่ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางของตัวห้องกว้างขนาดใหญ่พอๆ กับห้องรับแขกบ้านพ่อบ้านแม่ฉันเลย

ครืด!

ตื่นแล้วหรือครับ”

เสียงก้องกังวานดังมาจากทิศทางที่พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นประตู เพราะมีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาเมื่อใครคนนั้นเปิดมันออก โทนเสียงทุ้มต่ำ หากแต่ยังบ่งบอกว่าผู้พูดยังอายุน้อย จากนั้นเจ้าของเสียงพร้อมกับตะเกียงน้ำมันที่อยู่ในมือก็เดินตรงเข้ามาใกล้ตำแหน่งฉันนั่งอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ หากดูความอ่อนเยาว์ของใบหน้าคิดว่าเขาน่าจะอายุน้อยกว่าฉันอย่างแน่นอน แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาก็ชวนให้คิดว่าเขาอาจจะอายุเท่าฉันหรือแก่กว่านิดหน่อย เพราะนัยน์ตาสีฟ้าราวกับน้ำทะเลลึกในยามสงบทำให้เขาดูเคร่งขรึมจริงจัง ผมสีดำขลับเพิ่มความมีอำนาจและความน่าเกรงขามให้เจ้าตัวด้วย

หากจะบอกว่าฉันไม่เคยนั่งเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับใครได้เยอะเท่านี้มาก่อนจะเชื่อกันไหม ดูสิ...อธิบายเสียละเอียดยิบ แสดงว่าเขามีแรงดึงดูดใจฉันมากจริงๆ

คุณหลับนานมากเลยนะครับ” เขามองดูฉันด้วยสายตาแน่นิ่งพอๆ กับสีหน้า แต่กลับให้ความรู้สึกอ่อนโยนกว่าผู้ชายอีกคนที่พาฉันออกจากโรงเรียนมา

หลับนานหรือคะ” ฉันได้แต่ขมวดคิ้วมองคนตรงหน้า

ใช่ครับ คุณหลับตั้งแต่พี่ชายผมขับรถมาได้สักครึ่งทางจนกระทั่งถึงบ้าน แล้วเขายังปล่อยให้คุณหลับในรถต่ออีกสองชั่วโมง”

ฉันหลับอยู่ในรถอีกสองชั่วโมง” ฉันขมวดคิ้วมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่จำเป็นต้องเชื่อในคำพูดของเขา เพราะฉันเองก็รู้ตัวดีว่าเป็นคนที่นอนหลับง่ายมาก

ผมเลยไปอุ้มคุณเข้ามาข้างใน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ ขณะที่สติฉันกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว

ตาคนป่าเถื่อนนั่นพาฉันมาที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมเขาไม่ปลุกฉัน” ฉันเริ่มอยู่ไม่สุข แตกต่างจากเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ยังสามารถวางตัวสงบได้อย่างคงเส้นคงวา

คุณปลุกยากนะ ทำเอาเขาหัวเสียเลย”

แต่เขาก็ควรจะปลุกฉันจนกว่าจะตื่นสิ ไม่ใช่หิ้วฉันมาบ้านด้วยแบบนี้” ฉันยังพยายามคุ้ยหาเหตุผลขึ้นมาอธิบาย มือไม้พัดโบกไปมาอย่างบ้าคลั่ง

เรื่องนั้นผมไม่รู้นะ แต่พี่เขาคงรอคุณอยู่ชั้นบนสุดของหอคอย ขึ้นไปพบเขาด้วยแล้วกัน”

พอได้ยินแบบนี้แล้วก็ต้องนั่งทำใจให้สงบ นี่ละนะ คนอื่นๆ ถึงได้บอกว่ายัยลิซซี่เวลานอนหลับ แม้จะถูกลากไปโยนลงทะเลเจ้าตัวก็จะไม่รู้สึกตัวขึ้นมาหรอก จนกว่าจะนอนเต็มอิ่มแล้วนั่นละ ซึ่งดูเหมือนว่าครึ่งหลังจะฟังไม่ขึ้นสักเท่าไร เนื่องจากว่าตอนนี้ฉันยังนอนไม่เต็มอิ่มเลย แต่ที่ฉันตื่นขึ้นมานั้นเพราะบาดแผลที่ได้รับจากการเอาหัวไปกระแทกกับกระจกเมื่อกลางวัน แน่นอนว่าตอนนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของลูคัสคนเดียว

คุณชื่ออะไร” ฉันรีบร้องถามก่อนเขาจะเดินพ้นประตู

ดีแลน” ไม่ต้องพูดดังเท่าฉัน เสียงเขาก็ดังก้องห้องนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ จริงๆ แล้วฉันชอบแหกปากแต่แรกเอง ทั้งที่มันไม่จำเป็นเลยสักนิด

ดีแลน คลีฟ เป็นน้องชายและผู้ช่วยของลูคัส”

อายุเท่าไรกันนะ ท่าทางเป็นผู้ใหญ่กว่าเขาเยอะเลย”

ผมอายุสิบหก ทางที่ดีผมคิดว่าคุณควรจะขึ้นไปพบพี่ชายผมให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะอารมณ์เสีย เพราะถ้าเป็นแบบนั้นผมอาจช่วยอะไรคุณไม่ได้” เจ้าตัวพูดแล้วเดินจากไป นี่ขนาดฉันแค่พึมพำกับตัวเองเท่านั้นนะเขายังอุตส่าห์ได้ยินอีก ฉันน่าจะถามด้วยนะว่าพี่ชายเขาอายุเท่าไรกัน หากโกหกว่าหมอนั่นเป็นน้องชายเขาฉันก็จะเชื่อ เพราะขนาดดีแลนอายุอ่อนกว่าฉันสองปียังดูเป็นคนดีมีเหตุผลเสียกว่า

 

หนุ่มน้อยคนนั้นนำฉันมาส่งหน้าประตูหอคอยงาช้างที่อยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าปราสาท ก่อนจะลอยแพฉัน ปล่อยให้เดินขึ้นบันไดวนไปยังยอดหอคอยที่อยู่สูงขึ้นไปอีกสักประมาณสิบสามชั้นซึ่งไม่ถึงกับสูงมากเพราะถูกสร้างขึ้นตามยุคสมัยเก่าแก่ ถึงอย่างนั้นมันก็สามารถเล่นงานฉันจนประสาทแทบจะกิน เพราะทางเดินอันคับแคบและเย็นเฉียบ บรรยากาศวังเวงชวนให้ขนลุกซู่ ตื่นตระหนกด้วยความหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาด้วย ไฟสลัวจากแสงเทียนในโคมที่ทิ้งระยะห่างอีกสามวาแปดศอก บันไดวนค่อนข้างถี่และสามารถทำให้ฉันรู้สึกเวียนหัวได้ไม่น้อย จนกระทั่งในที่สุดฉันก็มาหยุดอยู่หน้าประตูไม้เก่าแก่บานเล็กขนาดเดินเข้าได้แค่ทีละคน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ระหว่างรอประตูเปิดอยู่นั้น ฉันก็ลองยื่นหัวออกไปนอกช่องระบายอากาศ เมื่อมองไปยังเบื้องล่าง ใจฉันถึงกับหายวูบแทบจะเป็นลม

ให้ตายเถอะ ฉันมาทำอะไรที่นี่นะ ไม่น่าขอความช่วยเหลือจากคนป่าเถื่อนพันธุ์นั้นเลย ถ้าหากไม่ทำแบบนั้นฉันคงไม่ต้องมาอยู่ตรงนี้ เพราะไซมอนแท้ๆ คอยดูเถอะ ถ้ากลับไปที่โรงเรียนอีกเมื่อไร ฉันจะลงโทษเขาเสียให้เข็ด” พูดแล้วก็อยากจะลงไม้ลงมือทันที แต่นึกดูดีๆ แล้ว ฉันมันโง่เองที่หนีเขามาแบบนั้น ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าผู้ชายหน้าตาดีเจ้าของรถสปอร์ตสีเงินอย่างหมอนี่จะเป็นโรคจิต อารมณ์ชั่ววูบนี่เป็นพิษเป็นภัยต่อสัตว์สังคมจริงๆ

หมับ หวืด ปัง เกิดแรงบีบกดลงบนข้อมือ ก่อนร่างอันบอบบางของฉันจะถูกกระชากเข้าไปในห้องมืด เมื่อประตูก็ปิดลงฉันจึงถูกดันให้ไปยืนอยู่ยังมุมหนึ่งของหอคอย แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างมาใส่หน้าฉันจนไม่สามารถมองเห็นบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าได้ ฉันยกมือขึ้นป้องกันแสงจันทร์เอาไว้ก่อนจะหรี่ตาเล็กลงเพื่อให้มองเห็นเขาได้ง่ายขึ้น  ร่างสูงขยับเข้ามาอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบราวกับว่าเขาคือราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อผู้จนตรอก

คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมกัน” ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วถามขึ้น

เอาเป็นว่าไม่ใช่เพราะผมนึกพิศวาสคุณก็แล้วกัน ที่ทำไปเพราะความจำใจจริงๆ” ในน้ำเสียงเย็นชาปะปนไปด้วยความเย้ยหยัน

ถ้าเป็นเพราะความจำใจ” ฉันกัดฟันพูดเบาๆ “ก็พาฉันกลับบ้านสิ”

คุณลืมพันธสัญญาระหว่างเราแล้วรึไง” ลูคัสขยับมายืนอยู่ห่างจากฉันแค่คืบ ความพยายามที่จะร่นถอยหนีของฉันดำเนินไปอย่างไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะพื้นที่มีเพียงจำกัดเท่านั้น

สัญญาอะไร”

ผมมีข้อแลกเปลี่ยนเพื่อช่วยพาคุณหนีจากเด็กคนนั้น แล้วคุณก็ตกลงว่าจะเลี้ยงอาหารผม”

ฉันก็ให้เงินคุณไปแล้วไง ทำไมไม่เอาไปซื้อกินเองล่ะ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วก็ไม่รู้ หากไม่ใช่เพราะฉันอยากกลับบ้านฉันไม่ปีนขึ้นมาหาคุณถึงหอคอยบัดซบนี่หรอกนะ”

หอคอยบัดซบรึ” มือใหญ่รวบต้นแขนฉันเอาไว้ หากเขาออกแรงอีกนิดก็คงสามารถทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดได้ “คุณผู้หญิง คุณคงยังไม่รู้สินะว่าผมมีหอคอยแห่งนี้ไว้ใช้การอะไร”

เขาเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเย็นชา ดึงฉันเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ติด ดวงตาที่ควรจะเป็นสีทองประกายแฉกของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงท่ามกลางความมืดเพียงชั่วคราวก่อนดับลง ทว่าแววแข็งกร้าวบ่งบอกถึงอารมณ์เจ้าตัวที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อนั้นยังคงอยู่ ต่างจากดวงตาของฉันที่กำลังตั้งท่าว่าจะสั่นคลอนได้ทุกเมื่อ หากแต่พยายามเก็บซ่อนมันเอาไว้เพราะไม่อยากให้คนตรงหน้านึกผยองได้ใจ

ฉันเป็นใครกันจะต้องมารู้เรื่องของคุณ” ฉันพยายามข่มใจตัวเองไม่ให้ระเบิดคำพูดหยาบคายใส่เขา

ถ้าอย่างนั้น คุณก็จะได้รู้เดี๋ยวนี้ละ ว่าที่แห่งนี้ผมมีไว้ใช่จัดการเหยื่อของผมโดยเฉพาะ” สีหน้าของลูคัสดูจริงจังผสมผสานกับแววเย้ยหยันที่ฉายผ่านดวงตาของเขา

เหยื่ออย่างนั้นหรือ” ฉันครางออกมาแผ่วเบา อดมุ่นคิ้วมองเขาอย่างฉงนไม่ได้

อย่าเอะอะไป คุณไม่มีความจำเป็นต้องทำหน้าประหลาดใจขนาดนั้น” ลูคัสยิ้มที่มุมปากจนเห็นเขี้ยวคม  เขาจะมาไม้ไหนกันแน่ แล้วดวงตาที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนที่สอง ฉันเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับบุรุษที่อยู่เบื้องหน้า จากนั้นก็รวบตัวฉันเข้าไปกอด พร้อมพันรอบตัวฉันด้วยผ้าคลุม เมื่อฉันพยายามจะดันตัวหนี มือหนากลับดันแผ่นหลังฉันจนตัวเราทั้งคู่ติดกัน ไอเย็นจากแผ่นอกและวงแขนขยายวงกว้างไปตามผิวหนังจนฉันเริ่มหนาวสั่น นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องเขม็งแลดูน่ากลัวจนฉันพูดอะไรไม่ออก แต่ยังฝืนทำใจกล้าเบิกตากว้างมองตอบกลับอย่างไม่ลดละ

แฮ...” เขาแยกเขี้ยวใส่พร้อมขู่ฟ่ออย่างกับงู เขี้ยวแหลมคมเพิ่มความยาวด้วยตัวมันเองต่อหน้าต่อตาบ่งบอกให้รู้โดยสัญชาตญาณว่าบุรุษตรงหน้าคือ...

แวมไพร์”

เชื่อแล้วยังล่ะว่าผมไม่ใช่คน” ยิ่งเขายิ้มกว้างมากเท่าไร เขี้ยวคมก็ถูกเปิดเผยมากเท่านั้น

ปล่อยฉันนะ ใครก็ได้ช่วยฉันที” ฉันกรีดร้องจนสุดเสียงทั้งที่ตัวยังคงสั่นสะท้านอยู่ในวงแขนชายหนุ่ม

ไม่มีใครมาช่วยคุณได้หรอก เพราะที่นี่เป็นถิ่นของผม” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ ฉันพยายามเบนตัวหันหน้าหนี จึงได้เจอกับลูกกวางตัวเล็กที่แสงจันทร์ส่องลงมาบนตัวมันซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเรามากนัก ความตกใจทำให้เข่าฉันทรุดเพราะหมดเรี่ยวแรง หากแต่ร่างฉันถูกเขายึดเอาไว้ ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่เลิกล้มความพยายามที่จะผลักเขาออกห่าง

ฉันทำอะไรผิด คุณถึงได้ทำกับฉันแบบนี้ โอเค...ฉันรู้ว่าฉันปากเสียและมือหนักกับคุณไปนิด แต่นั่นเป็นเพราะฉันทนคำหมิ่นประมาทของคุณไม่ได้เท่านั้น ทำไมถึงจะต้องทำร้ายกันแบบนี้ด้วยนะ” ฉันจ้องเขาอย่างแน่วแน่ และรู้เลยว่าดวงตาของตัวเองกำลังสั่นพอๆ กับน้ำเสียง

ผมเกลียดคุณตั้งแต่แรกเห็น เกลียดผมสีทองของคุณ เกลียดขี้หน้าคุณ ไม่มีอะไรที่ผมชอบเกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอกของคุณยกเว้น...” เขาชะงักไว้แค่นั้น ฉันมีโอกาสได้เห็นว่าสีตาเขาเปลี่ยนเป็นปกติเพียงชั่วครู่เมื่อสบตาฉัน จากที่เคยตื่นตระหนกตอนนี้ฉันก็ได้แต่แสดงสีหน้าฉงน ทว่ายังคงหายใจเข้าออกอย่างถี่รัว กลืนน้ำลายอย่างหนืดคอขณะจ้องเขาตอบกลับไปตาไม่กะพริบ

คุณสามารถจับใครก็ได้มาเป็นอาหารเพียงเพราะคุณเกลียดเขาตั้งแต่แรกพบใช่ไหม ถึงฉันจะไม่ใช่คนดีในสายตาใคร แต่ฉันไม่เคยนึกเลยจริงๆ ว่าชีวิตตัวเองจะต้องมาจบลงแบบนี้” ฉันแทบจะร้องไห้ออกมาได้ แต่นั่นไม่ใช่วิสัยของฉันเลย

ลูคัสเลิกคิ้วสูงขณะฟังฉันบ่น ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วหัวเราะเย้ยหยัน และนั่นก็เป็นเหตุให้อารมณ์ของฉันเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียวขึ้นมาทันทีทั้งที่ยังหวาดกลัวอยู่  หากแต่พยายามคิดว่าจะมีอะไรบนหน้าฉันที่เขาไม่ติเสียๆ หายๆ บ้าง บางทีมันอาจจะช่วยยืดเยื้อเวลาให้ฉันได้หายใจนานอีกสักหน่อย

คุณปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมว่าหูฉันสวย มันคือสิ่งเดียวที่คุณไม่ติบนหน้าฉัน”

คำถามที่ทำให้เขาหัวเราะเสียงดังหนักกว่าเก่า นอกจากจะป่าเถื่อนบวกโรคจิตเกินจะสาธยายแล้วเขายังเป็นแวมไพร์ที่เส้นตื้นสุดๆ

หูคุณหรือ สวยมากเลย” เขาเป่าผมฉันออกจากใบหูทำหน้ายียวนกวนประสาท ในน้ำเสียงฉายแววเย้ยหยันอย่างเห็นได้ชัด และขณะที่ฉันกำลังยืนกัดฟันอย่างหาคำพูดมาโต้ตอบไม่ได้นั้น ก็เริ่มหายใจไม่ออกเพราะถูกบีบรัดแน่นด้วยวงแขนของเขา เนื่องจากว่าฉันไม่สามารถยืนอยู่บนขาตัวเองได้มาสักระยะแล้ว

ลูคัสเอียงหัวก้มลงสูดดมต้นคอฉันฟุดฟิดราวหาตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับเจาะเขี้ยวแหลมคมลงไป ฉันกำมือแน่นคิดไม่ออกแล้วว่าจะหยุดเขาด้วยสิ่งใด นี่อาจจะเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไป สงสัยเหลือเกินว่า...หากพระเจ้ากำลังทอดสายตามองพวกเราอยู่ เหตุใดท่านจึงปล่อยให้ฉันต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ หนทางช่างดูมืดมนเหมือนคนตาบอด

ขณะที่ใจนึกตัดพ้อต่อว่าพระเจ้าอยู่นั้น มีสิ่งหนึ่งที่ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้พร้อมกับคาดหวังอยู่ลึกๆ ในใจว่ามันจะใช้ได้ผล เพราะมันคือสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่บนใบหน้าของฉันที่ลูคัสเคยเอ่ยปากชมเมื่อตอนที่ฉันขึ้นไปนั่งอยู่บนรถของเขา

ดวงตาของฉัน คือสิ่งเดียวที่คุณปฏิเสธไม่ได้ว่ามันสวยไร้ที่ติ” พอสิ้นเสียงปลายลิ้นที่เคยใช้เลียต้นคอชะงักกลางคัน เขี้ยวคมที่เจาะลงไปได้ครึ่งทางถูกถอนออก เขาโงหัวขึ้นมาแสดงสีหน้าเหมือนคนอกหัก นัยน์ตาคู่นั้นเปลี่ยนสีทองอีกครั้ง

นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนของคุณ คือสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของผมเต้นรัว”

มือหนาลูบใบหน้าฉันแผ่วเบา อ่อนโยน ถ้อยคำฟังรื่นหู ซาบซึ้งไปถึงหัวใจเมื่อได้มองเข้าไปในดวงตาคู่สีทองอันแสนอบอุ่น ฉันรู้สึกหวั่นไหวกับการถูกเขาจ้องมองแบบนี้

ผมชอบความสดใสไร้เดียงสาที่แสดงให้ผมได้เห็นผ่านดวงตาคู่นี้...นิชา”

เมื่อได้ยินว่าคนที่เขากำลังเอ่ยถึงนั้นคือหญิงอื่น ความชากระจายไปทั่วใบหน้าของฉัน ขณะที่ความรู้สึกบางอย่าง ที่ครั้งหนึ่งเคยเบ่งบานอยู่ในร่างกายและจิตใจของฉัน เหมือนถูกกระชากออกไปภายในพริบตา จนต้องกระซิบชื่อตัวเองเบาๆ เพื่อบอกให้เขารู้ว่าฉันเป็นใคร ก่อนจะได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดจนต้องแผดเสียงร้องออกมาเมื่อถูกกรงเล็บจิกลงกลางหลัง น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลลงมาอาบแก้ม และเมื่อเขาตั้งท่าจะวกกลับไปหาต้นคอฉันอีก ฉันจึงรีบซุกหัวไว้บนอกกว้างใช้มือดึงเสื้อเข้าเอาไว้แน่นไม่เว้นระยะห่างให้เขาตรงเข้าสู่เป้าหมายได้

ได้โปรด...อย่าทำกับฉันแบบนี้”

เรี่ยวแรงสุดท้ายที่มีจางหายไป ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงในท้องทะเลลึก ขาดอากาศหายใจและหนาวสั่นไปหมด ความมืดโอบล้อมฉันเอาไว้ คลื่นแห่งความโดดเดี่ยวโถมเข้าใส่ ราวกับว่าในชีวิตนี้ฉันไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้ว

 


 

:::Miss Glamour เจ้าชายอัศวิน เจ้าหุ่นกระบอก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,375 ความคิดเห็น

  1. #3134 Love Actually (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 00:40



    ฮามาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

    ลูคัสขี้แกล้ง ลิซซี่ก็เป็นพวกชอบคิดไปเอง

    แต่อีตาดั้นดันมาผิดเวลาซะอย่างนั้น แถมยังเอายัยวาเลนซ์มาให้อีตาดีลทำคะแนนอีก

    แต่สงสัยคงยาก เพราะยัยนี่เกาะอีตาลูคยิ่งกว่าปลิง

    #3,134
    0
  2. #3114 แมวเหมียว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 23:03
    คิดถึงความหล่อ โฉด โหด หื่น ของท่านลูค -____-^ เอิ๊กกก นิยามของลูคัสเค้าหล่ะ ..
    พี่นาต ..หนูรักเจ๊ ^3^ ขอบคุณค่ะ

    ปล. พระเอกอะไร ขู่ฆ่านางเอก เอ้!! สุดที่เลิฟเนี่ย
    #3,114
    0
  3. #3108 สาวน้อยฤดูร้อน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 22:30
    ตอนนี้แหละค่ะ>_< หึ หึ เอาใจช่วยอลิซาเบธแล้วกัน ดีใจๆๆได้เจอดันแคนกับดีเเลน หุ หุ น่ารัก จุ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ไหวๆๆๆ คิดถึงหนุ่มน้อยทั้งสองนี่เหลือเกิน
    #3,108
    0
  4. #3015 Chon'Ley (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2552 / 19:36
    เม้นเน้อพี่นาต

    ลิซซี่น่าสงสารจัง T^T
    #3,015
    0
  5. #3014 กาแฟ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2552 / 18:54

    ใครเปลี่ยนชุดให้ลิซซี่นั้นยังเป็นปริศนาค่ะ >?<  แต่ในบ้านมีแต่ผู้ชายไม่ใช่หรอ  กริ๊ดๆ ๆ  >//////////////////////////<

    ดีแลนก็น่ารักดีนะค่ะ ><  ถึงไม่ร้ายก็รักได้ค่ะ กริ๊ดๆ ๆ  >//////////////////////////<

    ดันแคนนี่มาครั้งแรกก็จะให้ลิซซี่จับต้มเลยนะค่ะเนี่ย ^^~ อิอิๆ

    ดีแลน ><~  ตาวิเศษเห็นนะค่ะ ชอบวาเลนเซียแน่ๆเลยค่ะ   ><~ อิอิๆ

    ปล.สู้ๆนะค่ะ สนุกมากๆเลยค่ะ  ><

    #3,014
    0
  6. #2530 thanks (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2552 / 23:54
    แต่ละตอน สั้นมากกกกกกกกก
    น่าจะจับรวมตอนที่หนึ่ง-สามเลย
    สั้นสุดๆ
    #2,530
    0
  7. #2229 ~panhoo32~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 / 11:53
    หนุกดี..........เม้นไปเรย
    #2,229
    0
  8. #2091 dream_zakabpom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2552 / 19:25
    สนุกมากค่ะ
    #2,091
    0
  9. #2020 lover (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 / 16:16
    ว้าว O_O  ดีแลนออกมาแล้ว

    หากดูความอ่อนเยาว์ของใบหน้าคิดว่าเขาน่าจะน้อยกว่าฉันอย่างแนนอน พี่นาตลืมไม้เอกตรงแน่ค่ะ

    สู้ต่อไปนะคะพี่นาต
    #2,020
    0
  10. #240 โนเนม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2552 / 01:03
    ปลื้มเซอร์คัสผู้ชายอบอุ่น น่ารัก, ชอบลูคัส ผู้ชายป่าเถื่อนแต่เท่, ไหนจะดันแคน ชายเจ้าชู้นั่นอีก



    แล้วนี่ก็มาโดนกะดีแลน ผู้นิ่ง,ขรึมอีก



    พี่น้องตระกูลคลีฟ จะน่ารักไปไหนอ่ะ



    ทำให้หนูคลั่งได้ทั้งตระกูลเลยนะ (มีแต่ผู้ชายนะยะหล่อน)
    #240
    0
  11. #175 sialy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2552 / 17:42
    ร้ายพอๆกันทั้งสองคนเลย
    #175
    0
  12. #136 จันทราส่องประกาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2552 / 20:15
    เย้ๆๆ


    ดีแลนออกโรงแล้ว

    ^ ^


    ลูคัสขี้หงุดหงิดจัง

    อิอิ
    #136
    0
  13. #135 ~lll...IceY_Pl2iEnceSs...lll~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2552 / 12:27
    อย่าบอกนะว่าดีแลนจะอยุ่ในวงรักสามเศร้าในเรื่องนี้ต่อไป*-*
    #135
    0
  14. #134 [Mn]MinTTea (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2552 / 12:26
    อยากซื้อๆๆๆ สู้ๆนะคะ
    #134
    0
  15. #132 ยมฑูตน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2552 / 09:55
    สู้ๆคะกันก็อ่านหนังสือของอินเลิฟเหมือนการของเค้าดีจิงๆ55+
    #132
    0
  16. #129 boongkee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2552 / 02:18

    เย้ๆๆๆๆ จะได้ตีพิมพ์แล้ว ดีใจจังเลย จะรอซื้อมาอ่าน อิอิ
    มาต่อพาทสองเร็วๆน้าคร้า รออ่านอยู่ว่า อลิซาเบธจะโดนเชือดยังไง(ล่อเล่น -_-")
    สู้ๆนะคร้า

    #129
    0
  17. #125 Survivor (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2552 / 21:21
    ได้พิมแล้วหรอ

    ก้อนิยายเค้าดีจิงๆนี่นา

    ลูคัสอารมณ์เสียอยู่นั้นแหละ

    สู้ๆน่ะค่ะ

    ยังไงพวกพี่ๆก้อแต่งนิยายสนุกอยู่แล้วแหละ
    #125
    0
  18. #123 fene_sun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2552 / 20:25
    ดีแลน โผล่มาแล้ว แว้ว แว้ว แว้ว

    ว้าว ได้พิมแล้ว ^O^

    จะทันงานหนังสือมั้ยคะพี่นาต (หรือมันกะทันหันไป)

    ถ้าทัน หึๆๆ เซอร์คัส โหะๆๆๆ (เป็นอะไรมากมั้ย คนเม้นนี่)
    #123
    0