สาวใช้ตัวป่วนVSก๊วนเจ้านายตัวแสบ

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 การทวงหนี้+หนุ่มหล่อปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    30 ต.ค. 60

Chapter 2

 

 

หลังจากเซ็นสัญญาการจ้างงานเรียบร้อย คุณปาร์คชินฮยองก็จดรายละเอียดที่อยู่บ้านที่ฉันต้องไปทำความสะอาดให้ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ ส่วนฉันก็รีบถือเช็คเงินสดระบุจำนวนเงินที่มีเลขศูนย์หกตัว        ตรงกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่เบิกบานสุดๆ

จากข้อตกลงที่คุณปาร์คชินฮยองบอกก็คือฉันจะต้องไปทำความสะอาดบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีเจ้านายทั้งหมดสี่คนด้วยกัน ฉันกลับบ้านได้ในวันเสาร์และจะต้องกลับมาทำงานในวันอาทิตย์ ส่วนเรื่องโรงเรียนที่ต้องย้าย    คุณปาร์คชินฮยองบอกว่าจะจัดการให้ รวมถึงค่าเล่าเรียนของฉันตลอดเวลาที่ฉันทำงานที่บ้านหลังนั้นด้วย

คิดไปแล้วก็ช่างเป็นข้อเสนอที่ดีมากๆ จนน่าเหลือเชื่อ แต่คิดไปก็เท่านั้นแหละ คนรวยๆ อย่างพวกเขาทำอะไรก็ไม่เคยมีเหตุผลอะไรเท่าไรหรอก เหตุผลเดียวที่พวกเขามีก็คือฉันพอใจ

กลับมาแล้ว ฉันร้องบอกแม่เมื่อกลับมาถึงบ้าน

เงียบ

เอ๋ นี่แม่ไม่อยู่เหรอเนี่ย ทั้งๆ ที่ปกติถ้าฉันกลับมาแม่ก็ต้องวิ่งออกมารับฉันแล้วนี่หน่า หรือว่าจะโกรธเรื่องเมื่อวานอยู่นะ

แม่คะ หนูกลับมาแล้วค่ะ หนูมีข่าวดี... ฉันพูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุดอ้าปากค้าง ในมือโบกเช็คค้างกลางอากาศ เมื่อเห็นคนที่เดินออกมาจากห้องครัว

กลับมาแล้วเหรอ คนที่ก้าวออกมาพูดขึ้น เขายังคงใส่สูทสีดำสนิทเหมือนเดิมและหน้าตาก็ยังน่ากลัวเหมือนเดิมอีกด้วย เวลายิ้มก็ไม่ค่อยเหมือนรอยยิ้มเท่าไหร่ เหมือนยิ้มแสยะขู่คนอื่นซะมากกว่า

เขาไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เขาคือชองโฮอินหัวหน้ามาเฟียที่พ่อฉันไปยืมเงินมานั่นเอง

คะ คุณเข้ามาทำอะไรในบ้านฉัน ฉันถามเขาทันที ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายตรงหน้ามาทำอะไร

อ้าววว พูดอะไรแบบนั้นล่ะจ๊ะ ยอลเซที่รัก พี่ชายก็แค่มาเก็บเงินเท่านั้นเอง นี่มันสิ้นเดือนแล้วนะ เขาพูดพร้อมยิ้มกว้าง และก่อนที่ฉันจะทันได้ถอยหลังหนีชายชุดดำอีกสองที่เดินเข้ามาขวางทางหนีของฉันซะแล้ว

อย่าหนีเลยยอลเซที่รัก ทางเลือกของพี่ชายที่จะให้ยอลเซที่รักยังคงมีสองทางเลือกเหมือนเดิมนะจ๊ะ เขาพูดด้วยรอยยิ้มอีกเช่นเดิม เหมือนทุกครั้งที่เขายื่นข้อเสนอให้ฉัน

ข้อเสนอที่เขายื่นให้ฉันนั้นเป็นข้อเสนอที่ง่ายมากๆ ทางเลือกแรกคือฉันต้องเป็นผู้หญิงของเขา แล้วเขาก็จะถือว่าหนี้ทั้งหมดที่พ่อฉันไปก่อเอาไว้ถือเป็นโมฆะ ส่วนทางเลือกที่สองคือต้องหาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมดให้ได้ภายในหนึ่งปี แน่นอนว่าฉันต้องเลือกทางเลือกที่สองอยู่แล้ว แต่ปัญหามันติดอยู่ที่ดอกเบี้ยแสนมหาโหดเนี่ยแหละ ที่กำลังจะฆ่าฉันให้ตาย

พี่ชายเสนอทางออกให้แล้ว ทำไมยอลเซถึงยังลังเลอยู่อีกล่ะ เป็นผู้หญิงของพี่ชายไม่ดีตรงไหนจ๊ะ เขาเดินเข้ามาใกล้ฉันอีกนิด ซึ่งตอนนี้ถึงฉันอยากจะหนีแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถหนีได้เพราะกำแพงมนุษย์ที่ขวางทางอยู่ด้านหลัง

ฉันหาเงินมาใช้หนี้ได้แน่นอน!” ฉันบอก

ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เงินตั้งหลายล้านวอน ยอลเซที่น่ารักจะไปหาเงินมาจากไหนล่ะจ๊ะ ต่อให้ยอลเซที่น่ารักไปทำงานทั้งชาติก็คงไม่มีทางมีเงินเยอะขนาดนั้นหรอกนะ เขาพูดพร้อมยิ้มเยาะอย่างสะใจ

หน็อยยย ถ้าไม่เพราะพ่อฉันคิดอะไรงี่เง่าถึงขนาดไปยืมเงินมาเฟียมาล่ะก็ ฉันก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรอก

จริงอยู่ว่าตอนนี้ถ้าฉันยื่นเช็คเงินสดในมือให้เขาไป เขาจะได้ไปไกลๆ จากฉันสักที แต่เงินตั้งหนึ่งล้านวอน จะให้ฉันยื่นให้เขาง่ายๆ มันก็น่าเสียดายนี่

แล้วฉันก็พยายามเก็บเช็คเข้ากระเป๋าอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

เอาเถอะ พี่ชายจะให้โอกาสยอลเซที่น่ารักอีกครั้งก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ยอลเซที่น่ารักควรจะจ่ายดอกเบี้ยของเดือนนี้มาได้แล้วนะจ๊ะ เพราะพี่ชายต้องรีบไปธุระที่อื่นต่ออีก

หึ! ธุระที่ต้องรีดไถ่ชาวบ้านเขาสินะ

เอาไว้วันหลังได้มั้ย อาทิตย์หน้าฉันจะหาเงินมาให้ หนึ่งแสนวอนพอมั้ย ฉันต่อรอง ถึงยังไงซะ การให้พวกนี้ไปหนึ่งแสนก็ดีกว่าให้ไปหนึ่งล้านวอนล่ะนะ

โอ้ววว พี่ชายก็อยากจะใจดีกับยอลเซที่น่ารักนะ แต่พี่ชายต้องการหนึ่งแสนวอนเดี๋ยวนี้เลยนี่หน่า เขาพูดด้วยสีหน้ากวนบาทาสุดๆ

หน็อยยยยย ฉันล่ะอยากเอาบาทาทาบหน้าเขาจริงๆ แต่ที่น่าโมโหคือ แม่กับน้องชายสุดที่รักฉันหนีหายไปไหนกันหมดเนี่ย

แต่ถ้ายอลเซที่น่ารักบอกว่าจะหาเงินมาให้อาทิตย์หน้า พี่ชายก็ต้องคิดดอกเบี้ยเพิ่มล่ะนะ

เท่าไหร่? ฉันถามด้วยเสียงที่พยายามเค้นออกจากคอ

สองแสนวอน

ห๊า!! สองแสนวอน จะบ้ารึไง ดอกเบี้ยอะไรตั้งแสนวอน!!!!” ฉันโวยลั่นอย่างหมดความอดทนทันที

ดอกเบี้ยบ้าอะไรมันจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวขนาดนั้น

จ่ายไม่ตรงกำหนดก็แบบนี้ล่ะจ๊ะ

ไม่จ่าย! ยังไงซะ ฉันก็จะจ่ายให้นายแค่แสนวอน!!!!” ฉันตะโกนบอก

ถ้าไม่จ่าย ทั้งแม่และน้องชายที่น่ารักของยอลเซที่น่ารักก็อาจจะลำบากก็ได้นะจ๊ะ

ไอ้เลว!! ไอ้หน้าเลือด!! $%*&^$@#^*&%^&” เพราะเลือดขึ้นหน้าฉันจึงด่ากราดทันที

เรื่องเงิน ใครบ้างจะไม่เลือดขึ้นหน้า

สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มตอนนี้กลายเป็นเย็นชา แต่อย่าหวังว่าฉันจะกลัวนะ ไม่มีทางหรอก ดอกเบี้ยบ้าอะไรตั้งหนึ่งแสนวอน อย่างมากฉันก็ยอมจ่ายแค่ห้าพันวอนเท่านั้นแหละ

ดูท่ายอลเซที่น่ารักจะทำตัวไม่น่ารักเอาซะเลยนะ

แล้วไงล่ะ พวกแกมันหน้าเลือดจริงๆ นี่!!”

ถ้ายังไม่เลิกด่าพี่ชายล่ะก็ พี่ชายจะไม่เกรงใจแล้วนะ

เออ! แล้วไงล่ะ ไม่เกรงใจก็ไม่เกรงใจสิ พวกแกเคยเกรงใจฉันด้วยรึไง บุกรุกเข้ามาในบ้านคนอื่นแบบนี้น่ะ อีกอย่างนะ ข้อเสนอของนายน่ะ นายคิดเหรอว่าคนอย่างฉันจะยอมเป็นผู้หญิงของผู้ชายหน้าตาทุเรศๆ แบบนาย!!” ฉันพ่นคำด่าชนิดที่ทำให้ตัวเองต้องทรมานกับการโกยอากาศหายใจเมื่อด่าเสร็จ

สีหน้าที่ดูไม่ได้อยู่แล้วของเขาตอนนี้เริ่มบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด และดูเหมือนบรรยากาศรอบๆ ตัวฉันก็จะเริ่มทะมึนๆ แล้วด้วย

ซวยแล้ว นี่ฉันคงไม่ได้ด่าเขาแรงไปใช่มั้ยเนี่ย (คิดช้าไปแล้วมั้ง ก็ด่าเขาไปแล้วนี่)

ดูท่ายอลเซที่น่ารักคงอยากจะลองดีกับพี่ชายสินะ พี่ชายอุตส่าห์พูดดีๆ กับยอลเซที่น่ารัก แล้วดูสิว่าพี่ชายได้อะไร ถ้าหากความปราณีเล็กๆ น้อยๆ ของพี่ชายไม่เป็นที่พอใจของยอลเซที่น่ารักล่ะก็ พี่ชายคงต้องใจร้ายกันบ้างแล้วล่ะนะ เขาพูดพร้อมพยักหน้าเป็นสัญญาณให้สองคนด้านหลังฉัน

และยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตั้งตัว ผู้ชายคนหนึ่งก็มาล็อคแขนฉันเอาไว้ ส่วนอีกคนก็ดึงกระเป๋าฉันไป

กระเป๋าที่มีเช็คหนึ่งล้านวอน!!!!

จะทำอะไรน่ะ เอากระเป๋าฉันคืนมานะ!!!!” ฉันร้องลั่น

ไม่นะ ถ้าพวกนี้เห็นเช็คหนึ่งล้านวอนล่ะก็ พวกนี้ต้องเอาเงินไปแน่ๆ

ทำไมเหรอจ๊ะยอลเซที่น่ารัก ในกระเป๋ามีอะไรงั้นเหรอ?

ลูกพี่ครับ นี่ครับ!!!!” คนที่ค้นกระเป๋าฉันยื่นเช็คหนึ่งล้านวอนให้ลูกพี่มันทันที

อ๊ากกกกก ไม่นะ เงินนั่นพวกนายเอาไปไม่ได้นะ

แหม ยอลเซจ๋า ทำไมทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ล่ะ มีเงินเยอะขนาดนี้ก็น่าจะให้พี่ชายตั้งแต่แรกนะ

อย่าเอาไปนะ เงินนั่นเป็นเงินเดือนของฉันนะ!!!!”

แต่มันก็เป็นหน้าที่ของยอลเซที่น่ารักที่ต้องหาเงินมาใช้หนี้ไม่ใช่เหรอจ๊ะ เขาพูดพร้อมโบกเช็คหนึ่งล้านวอนไปมา

ปล่อยนะไอ้พวกบ้า!!! เอาเงินฉันคืนมานะ!!!!!” ฉันร้องพลางดิ้นอย่างแรงเพื่อจะได้หลุดจากการเกาะกุมของชายที่จับแขนฉันอยู่

เงินมากขนาดนี้ น่าจะลดต้นได้มากที่เดียวนะเนี่ย น่าจะเหลือหนีอีกสักยี่สิบสองล้านวอนล่ะมั้ง

อะไร! ยี่สิบสองล้านวอนได้ยังไง!! พ่อฉันกู้พวกนายมาแค่สิบล้านวอน แล้วมันจะเพิ่มเป็นยี่สิบสองล้านวอนได้ยังไง!!!!” ฉันร้องลั่นอย่างตกใจ

โธ่ๆๆ ยอลเซที่น่ารัก พ่อของยอลเซที่น่ารักน่ะยืมเงินไปสิบล้านวอนจริงๆ แต่ดอกเบี้ยที่สะสมมานานมันเลยกลายเป็นยี่สิบสองล้านวอนไง

ดอกเบี้ยหน้าเลือดน่ะสิ!! เอาเงินฉันคืนมานะ!!!!” ฉันร้องลั่น

เอาล่ะ วันนี้ดูยอลเซที่น่ารักจะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรเลยนะ ถ้ายังไงพี่ชายกลับก่อนนะจ๊ะ ถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินก็ไปหาพี่ชายได้นะ รู้ใช่มั้ยว่าพี่ชายอยู่ที่ไหน เขาพูดพร้อมตั้งท่าจะเดินออกไป

หน็อยยยยย ฉันก็โมโหเป็นนะโว้ยไอ้หน้าเลือด!!!!!!      

ฉันก้มลงกัดแขนผู้ชายที่ล็อคตัวฉันอยู่ทันที เวลานี้ฉันไม่กลัวใครหน้าไหนอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เขาถือออกไปคือเงินตั้งหนึ่งล้านวอนเชียวนะ!!!

อ๊ากกกก ยัยบ้านี่!!!” ผู้ชายที่โดนฉันกัดร้องลั่น แต่ฉันไม่มีทางให้มันได้จับฉันเป็นครั้งที่สองหรอก ฉันรีบเดินไปหยิบไม้เบสบอลของพ่อที่วางอยู่ใกล้ๆ และจัดการตีหัวผู้ชายที่บังอาจค้นกระเป๋าฉันทันที

อ๊ากกกกกกกกกกกกก หัวฉัน!!!!” มันร้องลั่น

ก็เพราะเป็นหัวแกน่ะซิฉันถึงต้องตีอย่างแรงแบบนี้ โฮะ โฮะ

ยอลเซที่น่ารักอย่าเล่นแบบนี้ดีกว่านะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว  นายโฮอินพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เย็นชา

เอาเงินฉันคืนมาก่อนlสิ!!!”

ดูยอลเซที่น่ารักทำลูกน้องของฉันสิ แบบนี้จะให้ฉันคืนเงินเหรอ เงินนี่คงไม่ได้เอาไปใช้หนี้หรอกนะ แต่คงต้องเอาไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลแทนแล้วล่ะ

พวกแกมันเลว!!! รีดไถ่คนไม่มีเงินอย่างฉันสนุกนักหรือไง!!!!”

พวกฉันไม่ได้รีดไถ่ แต่คนพวกนั้นมาหาฉันเองต่างหาก

อันนี้เถียงไม่ออกแหะ

จะยังไงก็ช่าง นายเอาเงินนั่นไปไม่ได้!!!!”

ทำไมล่ะจ๊ะ?

เงินนั่นเป็นของฉัน!!!!”

แต่ยอลเซที่น่ารักเป็นหนี้ฉันนะ

เถียงยังไงดีล่ะ ไม่นะ ฉันยังไม่อยากเสียเงินที่ได้มาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงให้ไอ้บ้าพวกนี้นี่หน่า

ว่าไงจ๊ะ จะถอยดีๆ หรือว่ายอลเซที่น่ารักจะลองดีกับพี่ชาย นาย    โฮอินพูดพร้อมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

ฉันกระชับไม้เบสบอลในมือแน่น ถึงยังไงซะ ฉันก็ไม่มีทางให้นายเอาเงินฉันไปได้หรอกน่า เงินตั้งหนึ่งล้านวอนของฉันเชียวนะ!!

โอ้ววว ดูท่ายอลเซที่น่ารักคงเลือกอย่างหลังสินะ นายโฮอินพูดพร้อมหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้อง

ทันทีที่นายโฮอินพยักหน้าสั่ง ไอ้ลูกน้องกระจอกสองคนก็ย่างสามขุมเข้ามาหาฉันทันที

ยูยอลเซ เธอหนีไม่ได้แล้วนะ ถึงจะตายเธอก็ต้องเอาเช็คเงินหนึ่งล้านวอนคืนมาให้ได้ เธอต้องปกป้องเงินอันมีค่านั้นไว้ให้ได้ (ช่างไม่งกเอาซะเลย)

ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด จู่ๆ เสียงพูดคุยของผู้ชายกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้น ทำให้เราทั้งสี่คนต้องหันไปทางประตูอย่างอยากรู้ว่าใครที่ไหนดันกล้าโผล่พรวดเข้ามาชนิดไม่ดูสถานการณ์

บ้านโทรมชะมัด

นี่มันใช่บ้านเหรอ ฉันนึกว่ารูหนูซะอีกนะเนี่ย

ให้ตายสิ แคบขนาดนี้อยู่ไปได้ยังไงเนี่ย นี่มันเล็กกว่าห้องน้ำบ้านพวกเราอีกนะ

ที่หน้าประตูบ้านฉันมีผู้ชายอยู่ทั้งหมดสี่คน และทั้งสี่คนก็ดูเหมือนจะมีแสงวิ้งๆ อยู่รอบตัวซะด้วย เสื้อผ้าที่ใส่บ่งบอกได้อย่างดีว่าพวกเขามีเงินเป็นถังแน่นอน

ชิ! เหม็นชะมัด ผู้ชายผมทองพูดขึ้น ถ้าจะดูไปแล้วต้องบอกว่าหมอนี่ดูจะโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ด้วยความสูงที่ไม่ต่ำกว่า 185 เซนติเมตร ผมสีทองเป็นประกายที่สามารถมองเห็นได้ในระยะสามร้อยเมตร นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนนั่นก็ดูเข้ากับใบหน้าขาวของเขาได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากบางๆ เชิดขึ้นเล็กๆ

บอกได้คำเดียวว่าหล่อสุดๆ

ไอ้พวกนี้ใครล่ะเนี่ย? ชายอีกคนพูด เขามีส่วนสูงที่ไม่โดดเด่นเหมือนนายหัวทอง แต่หน้าตาก็น่ารักเกินกว่าจะบรรยายได้ หน้าตาที่หวานราวกับตุ๊กตาญี่ปุ่น ตากลมโตน่ารัก จมูกโด่งโดดเด่น ริมฝีปากบางเรียวนั่นก็ช่างดูน่ารักมากๆ ผมสีดำไฮไลด์สีเขียวของเขายาวลงมาปรกหน้าด้วยทรงผมที่กำลังฮิต(แต่ฉันเรียกว่าทรงผมของคนขี้เกียจ เพราะดูยังไงซะ มันก็ดูเหมือนไม่ได้รับการหวีซะมากกว่าจะเป็นแฟชั่น)  ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่มีลูกกระเดือกและเสียงที่ต่ำห้าวซะขนาดนั้นล่ะก็ ฉันจะฟันธงว่าเขาเป็นผู้หญิง

ไม่รู้สิ นายรู้มั้ยยูวอล? ชายคนที่สามพูด และที่น่าตกใจก็คือเขาเหมือนชายคนที่สองไม่ผิดเพี้ยน

ไม่รู้จัก ชายคนที่สี่ตอบ เขาเป็นหนึ่งเดียวในกลุ่มนี้ที่ใส่แว่นตา แต่เขาก็ช่างเป็นหนุ่มแว่นที่น่าหม่ำซะเหลือเกิน แว่นตากรอบดำที่ดูเรียบๆ หรืออาจจะเชยเลยด้วยซ้ำถ้าคนอื่นใส่ แต่มันกลับดูดีอยู่บนหน้าผู้ชายคนนี้ ผมสีน้ำตาลออกจะติดไปทางสีแดงก็ดูเข้ากับใบหน้าหล่อเรียบของเขาซะเหลือเกิน

ไม่ว่าพวกเขาจะหล่อแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่รู้อยู่ดีว่าคนพวกนี้เป็นใคร และสิ่งเดียวที่ฉันอาจจะขำไปแล้วถ้าสถานการณ์ไม่ได้กำลังตึงเครียดก็คือถ้าจับพวกเขามายืนเรียงกันดีๆ ล่ะก็ มันก็จะกลายเป็นสัญญาณไฟจราจรแน่ๆ

พวกแกเป็นใคร? นายโฮอินถาม

นายนี่ช่างไม่มีมารยาทเอาซะเลยนะเนี่ย มันต้องให้เจ้าบ้านอย่างฉันเป็นคนถามสิ!!

พวกแกต่างหากเป็นใคร แล้วยัยคนไหนที่ชื่อยูยอลเซ? นายหัวทองถามกลับ สีหน้ายังคงเรียบเฉย ดูเขาจะไม่สนใจสักนิดว่าพวกชายชุดดำตรงหน้าคือมาเฟียที่สามารถอัดหน้าสวยๆ ของเขาให้พังยับชนิดหมอศัลยกรรมก็ช่วยเขาไม่ได้

ฉันคือยูยอลเซ ฉันตอบ

ชิ! ขี้เหร่ชะมัด นายหัวทองพูดจบก็เรียกเสียงหัวเราะของสองหนุ่มฝาแฝดหน้าสวยได้ดีนัก ส่วนนายแว่นก็ยังคงยืนนิ่งเหมือนเดิม

นี่นาย!!”

อะไรยัยขี้เหร่ ช่างเถอะ ฉันว่าเธอรีบตามพวกเรามาดีๆ ดีกว่า ฉันไม่อยากอยู่ในรูหนูนี่นานๆ หรอกนะ

พวกนายเป็นใคร พ่อฉันติดหนี้พวกนายอีกรึไง ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่มีเงินให้พวกนายหรอก เพราะฉะนั้นกลับไปซะ!!!!” ฉันด่าไล่ทันที

ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามาเฟียเดี๋ยวนี้หน้าตาหล่อน่าหม่ำขนาดนี้เลย

ยัยบ้านี่พูดอะไร นายหน้าสวยหมายเลขหนึ่งพูด

ไม่รู้สิ สงสัยสติไม่เต็มมั้ง ฝาแฝดหมายเลขสองเขาตอบรับทันที

ไอ้หนู ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกแกเป็นใคร แต่ตอนนี้แกจะพายอลเซที่น่ารักของฉันไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ นายโฮอินพูดพร้อมลากฉันไปยืนข้างเขา

ปล่อยนะไอ้บ้า!!!” ฉันโวยลั่น พร้อมพยายามสะบัดตัวจากการเกาะกุมของเขา แต่ก็ต้องยอมแพ้เพราะไอ้ลูกกระจ๊อกสองตัวของนายโฮอินเข้ามาช่วยจับฉันไว้อีกแล้ว

แม่งเอ๊ย!!! เรื่องบ้าอะไรกันวะ ไหนบอกว่าแค่มารับไง!!!!” นาย      หัวทองหันไปตวาดใส่เพื่อนอีกสามคน

พวกนายเป็นใคร นายแว่นถามเสียงเรียบ

เห็นพวกฉันเหมือนอะไรล่ะไอ้หนู พวกฉันเป็นมาเฟียโว้ยย!!!” ลูกกระจ๊อกของนายโฮอินตะโกนตอบ

อืม มาเฟียเหรอ แล้วทำไมต้องจับตัวเธอด้วย นายแว่นถามต่อ

เพราะเธอเป็นหนี้พวกฉัน ฉันถึงต้องจับเธอไงล่ะ นายโฮอินตอบ

แม่งเอ๊ย!!! ให้ตายสิวะ ร้อนโว้ยยยยย นายหัวทองร้องอีก

ฉันว่านะ นายหัวทองนี่ไม่ควรอ้าปากเลยจริงๆ หน้าตาก็ออกจะสวยฟังแต่ละคำที่พูดสิ ฟังได้ที่ไหนกัน

ใจเย็นน่าเซยู นายหน้าสวยหมายเลขหนึ่งว่า

ใช่ๆ ใจเย็นๆ พวกเราจัดการเอง ไม่ต้องถึงมือนายหรอก

โฮ่ มันจะดูถูกกันเกินไปรึเปล่าไอ้หนู นายโฮอินว่ากลับ ก่อนที่เสียงระเบิดหัวเราะจากพวกลูกน้องของนายโฮอินจะดังขึ้น

ชินยูวอล ฉันให้เวลานายจัดการสิบวินาที ถ้าไม่เสร็จล่ะก็ ฉันจะจัดการเอง นายหัวทองบอกเสียงต่ำ

อะไรกันเนี่ย แล้วนี่มันศึกชิงนางรึไง พวกนายหน้าหล่อนี่เป็นใคร แล้วทำไมต้องมีตีกันในบ้านฉันด้วย!!!

ไอ้หนูหลีกไปดีกว่า นายโฮอินบอก

เธอติดหนี้พวกนายเท่าไหร่? นายแว่นถามเสียงเรียบๆ

พวกนายจะรู้ไปทำไม? นายโฮอินถามกลับ

ก็ตอบมาสิวะ!!!” นายหัวทองตะโกนอีกครั้ง

นายนี่ท่าทางจะชอบตะโกนแหะ พูดดีๆ ไม่เป็นรึไงนะ

ฮวันเซยู!” นายแว่นพูดเสียงดังขึ้นอีกนิด ทำให้นายหัวทองได้แต่สบถพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์คนเดียว

บอกมาดีกว่า ว่ายัยนี่ติดพวกนายเท่าไหร่

ใช่ๆ บอกมาดีกว่า ถ้าทำให้เซยูโกรธล่ะก็ นายเข้าโรงพยาบาลแน่ๆ เลยนะ สองฝาแฝดพูดไปหัวเราะไป ราวกับเป็นเรื่องสนุก

นี่มันอะไรกันเนี่ย เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉัน

ยี่สิบสองล้านวอน นายโฮอินตอบ  

ตอบมาแต่แรกก็สิ้นเรื่อง!!!” นายหัวทองตะโกนอีก ก่อนจะล้วงอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกงและโยนให้นายแว่น

นายแว่นรับของสิ่งนั้นมาก่อนจะเปิดออกและหยิบกระดาษปึกหนึ่งออก

ไม่พอ นายแว่นพูดเรียบๆ

ฉันมองว่าพวกเขากำลังทำอะไรอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าพวกนายหน้าหล่อสี่คนนี้จะทำอะไรกันแน่

ถามมันว่าเอาไม่เอา ถ้าไม่เอามันตาย นายหัวทองพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อน

สิบสี่ล้านวอน เอาหรือไม่เอา นายแว่นถามนายโฮอิน

ส่วนฉันได้แต่ยืนตาค้าง อ้าปากกว้างชนิดหุบไม่ลง สิบสี่ล้านวอน!!! หน้าหัวทองที่ดูยังไงก็อายุไม่มากไปกว่าฉัน แต่เขามีเงินในกระเป๋าตั้งสิบสี่ล้านวอน!!!!

มันต่างกันตั้งเยอะนะไอ้หนู นายโฮอินพูดเสียงเย้ยๆ

ถ้านายไม่เอาฉันเอาเอง!!!” ฉันรีบบอก ทำให้สายตาทุกคู่หันมามองฉันทันที รวมทั้งนายหัวทองด้วย

หุบปากไปเลยยัยบ๊อง นายหัวทองว่า ก่อนจะเดินมาใกล้นายโฮอิน

ตกลงว่าไม่เอาใช่มั้ย? นายหัวทองถาม

เซยู ให้ฉันจัดการเถอะ นายแว่นพูดเสียงเรียบๆ

ไปตายซะ!!!” นายหัวทองหันไปตวาดใส่นายแว่น

เซยูขอร้องล่ะ เดี๋ยวเธอจะบาดเจ็บ นายแว่นยังคงพูดเสียงเรียบๆ เหมือนเดิม

ฉันล่ะอยากถามนายแว่นนี่จริงๆ เขายังพูดเสียงเรียบๆ แบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อสถานการณ์ตรงหน้ามันค่อนข้างจะเลวร้าย (มากๆ) และนาย    หัวทองก็เอาแต่ตะโกนด่าแบบนี้

ชิบ!!!” นายหัวทองสบถอีกครั้ง ก่อนจะถอยหลังไปโดยดี

เอาล่ะ กลับมาคำถามเดิม จะรับเงินนี่ไป หรือว่าอยากเจ็บตัว

ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกมันว่าพวกเราจะเจ็บตัว พวกแกสั่งสอนพวกมันหน่อยสิ ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแบบนี้มันต้องโดนสั่งสอนถึงจะรู้ว่าอะไรเรียว่าเด็กอะไรเรียกว่าผู้ใหญ่ นายโฮอินหัวเราะลั่นก่อนจะสั่งลูกน้อง

นายแว่นส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะขยับถอยหลัง สองฝาแฝดหน้าสวยก็ส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะเดินถอยหลังไปเหมือนกัน ส่วนนายหัวทองที่เพ่งถอยหลังออกไปเมื่อกี้กลับเดินมาข้างหน้าพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มราวกับเทวดา

อ๊ากกกกก ทำไมหมอนี่ยิ้มได้หล่อบาดตาบาดใจขนาดนี้ล่ะเนี่ย!!

นายลูกกระจ๊อกสองคนง้างหมัดขึ้นกลางอากาศก่อนจะเหวี่ยงใส่หน้านายหัวทอง แต่นายหัวทองก็ได้แต่ยืนยิ้ม

หลบสินายบ้า!!!!” ฉันตะโกนลั่นอย่างตกใจ ถึงฉันจะงงๆ ว่าพวกเขาเป็นใคร แต่ฉันก็ไม่อยากให้ใครมาบาดเจ็บเพราะฉันนี่หน่า

หมั่บ หมั่บ!

สองหมัดค้างกลางอากาศ นายลูกกระจ๊อกสองคนหันมามองหน้ากันอย่างงงๆ นายหัวทองยังคงยิ้มร่า ก่อนจะจัดการบิดข้อมือของสองคนและเริ่มกระบวนการที่เรียกว่า เตะแหลก

ผลั่ก ผลัวะ ผลั่ก

พวกไก่อ่อน บังอาจทำให้ท่านฮวันเซยูคนนี้โมโหใช่มั้ย ให้เงินดีๆ ไม่เอา แม่งเอ๊ย!!!!” นายหัวทองด่าไปเตะไปอย่างสะใจ

ฉันเองก็ได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าผู้ชายหน้าตาสวยๆ อย่างนายหัวทองจะโหดได้ขนาดนี้

ปล่อยเธอดีกว่านะพี่ชาย เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น

ก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งตัว ตัวฉันก็ถูกกระชากออกจากการเกาะกุมของนายโฮอินและปลิวไปอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคนซะแล้ว

เฮ้ยยย ฉันได้ยินเสียงนายโฮอินร้องลั่น ก่อนจะมีเสียงหมัดแหวกอากาศและเสียงร้องโหยหวนดังลั่น

ฉันมองภาพตรงหน้าด้วยความฉงน งุนงน ตกใจ และไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น นายหัวทองกำลังเตะอัดลูกน้องสองคนอย่างเมามัน อีกด้านฝาแฝดหน้าสวยก็กำลังรุมเตะนายโฮอินอย่างสะใจไม่แพ้

ถ้ากลัวออกไปคอยข้างนอกมั้ยผู้ชายที่กอดฉันอยู่ถามขึ้น

ฉันเงยหน้ามองและฉันก็รู้ว่าคนที่กอดฉันอยู่ก็คือนายแว่นนั่นเอง

พวกนายเป็นใคร? ฉันถามอย่างงงๆ

เดี๋ยวถึงบ้านก็รู้เองแหละ แต่ดูท่าเซยูจะโมโหมากทีเดียว นายแว่นพูดพร้อมยกมือขึ้นขยับแว่นเล็กน้อย

บ้าชิบ!! อ่อนชะมัด ทีหลังคิดจะมีเรื่องกับใครดูกำลังตัวเองซะก่อนสิวะ!!!” นายหัวทองแหกปากเสียงดังอีกครั้งเมื่ออัดพวกลูกกระจ๊อกจนทั้งสองคนนอนจุกอยู่กับพื้น

ใช่ อ่อนจริงๆ ให้ตายสิ

ใช่ๆ อ่อนมากเกินไปแล้ว สองฝาแฝดสนับสนุนทันที

พวก...แก... นายโฮอินเงยหน้ามองนายหัวทองอย่างแค้นจัด

อย่าคิดจะแก้แค้นเป็นอันขาด ไม่งั้นพวกนายเจ็บตัวกว่านี้แน่ ส่วนเรื่องหนี้ของยอลเซ ฉันจะส่งคนไปเคลียร์เอง แล้วถ้าฉันรู้ว่าพวกนายยังตาม   รังควานยอลเซล่ะก็ ฉันจะไม่ห้ามเซยูเลย ถ้าเซยูคิดจะฆ่านาย นายแว่นพูดด้วยเสียงเรียบๆ อีกเช่นเคย

พวก...แก...ต่างหากที่จะตาย...แกไม่รู้รึไงว่าเจ้านายฉันเป็นใคร นายโฮอินยังคงพูดข่มขู่ต่อ แม้สภาพตอนนี้จะเละเทะมากก็ตามที

ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ฉันคือฮวันเซยู!!!!” นายหัวทองแหกปากอีกครั้ง

บอกไปแล้วได้อะไรขึ้นมายะ พวกนี้เป็นมาเฟียนะ

ยังทำหน้าโง่อีกเหรอ เฮ้ออออออออ ยังซุกทำไงให้มันหายโง่อะ นายหน้าสวยหันไปถามฝาแฝดตัวเอง

นั่นสิ อืมมม เอางี้ดีกว่ารู้จักอธิบดีกรมตำรวจของเกาหลีรึเปล่าล่ะ ถ้ารู้จักนะ นายก็ต้องจำเอาไว้ว่า เพื่อนของฉัน (เขาชี้มาทางนายแว่น) เป็นลูกชายท่านอธิบดีกรมตำรวจของเกาหลีล่ะ

ทันทีที่นายหน้าสวยพูดจบ นายโฮอินก็อ้าปากค้างตกใจ

จำเอาไว้ว่าอย่ามายุ่งกับคนของฉันอีก ถ้าไม่อยากตาย นายหัวทองพูดเสียงต่ำ ก่อนจะเตะเสยคางนายโฮอินอีกครั้ง และนั่นทำให้นายโฮอินสลบเหมือดคาที่ไปเลย

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

358 ความคิดเห็น

  1. #351 zerer (@zerer) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 21:32
    สนุกกกกก
    #351
    0
  2. #346 loveusjsnsd (@loveusjsnsd) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 15:51
    หนุกจัง
    #346
    0
  3. #343 no name (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 / 00:23
    สนุกจังค่ะ

    สู้ๆนะนะ
    #343
    0