>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 9 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 8<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 เม.ย. 51




Chapter 8 :: SpeeD!!


ถ้าชอบเรื่องสปีดเลิฟ ก็ฝากเรื่องเจ้าชายยากูซ่าด้วยนะค้าบบบ >O<


ไปเล่นสงกรานต์กันมาเป็นไงบ้างเอ่ย อิอิ ขอโทษที่อัพช้านะคะ ^^


>>BANG!! รักอันตราย เจ้าชายยากูซ่า!!<< เรื่องยาว
รักหวานแหวว
อัพเดท: 30 มี.ค. 50 , เข้าชม :172/648 , โพส : 54
แฟนพันธ์แท้ : 16 , Rating :3.75
คำอธิบาย : เพื่อหาหลักฐาน... ฉันต้องเข้าไปตีสนิทเจ้าชายยากูซ่าที่เพิ่งย้ายมาจากญี่ปุ่นนั่น! ทั้งขี้เก๊ก...มาดนิ่ง แถมยังตาสีเงินน่าหลงใหลอีก แค่มองก็ใจเต้นแล้ว ไม่ได้นะ! ฉันมาทำงาน อย่าไปหลงเสน่ห์เขาสิ!!

== == == == == == ==

 

“เรียบร้อย!!” อาจารย์ซันดี้ ที่เป็นญาติกับซินดี้ สิรินยา (เจ้าตัวเขาว่างั้น) ร้องขึ้น ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง


“วันหลังระวังตัวหน่อยนะจ๊ะ”


“ค่า” ฉันลากเสียงยาว เจ้าแผลที่ทำให้ฉันเกิดภาพหลอนนึกว่าเลือดท่วมตัวเมื่อกี๊ แท้จริงแล้วเป็นแค่แผลเล็กๆ ที่แปะผ้ากอซทับไปก็ปิดมิดแล้วเองเหรอเนี่ย T_T ให้ตายเถอะ ใครก็ได้ช่วยทำอะไรซักอย่างกับโรคกลัวเลือดของฉันที


“ไม่เป็นไรแล้วนะ ^^ ยัยซุ่มซ่าม”


“เอ๊ะ –O-!! ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามซักหน่อย” ฉันแหวใส่ผู้ช่วยชีวิตที่อุ้มฉันมาถึงห้องพยาบาลทันทีเพื่อกลบความเขิน ก็...ร้องไห้เพราะแผลแค่เนี้ยนี่มันน่าอายชะมัด >///<


“ฮะๆๆ เดี๋ยวฉันไปเรียนต่อก่อนนะ”


“อื้อๆ ฉันจะนั่งพักอยู่นี่ก่อน เจ็บขา เดินไม่ไหว >_<” แรดไปงั้นแหละ จริงๆ แผลมันไม่มีไรมากหรอก แค่อยากโดดคาบเลขเท่านั้นแหละ ฉันไม่อยากเรียนนี่ T^T (เด็กดีไม่ควรเอาอย่างนะ!)


“อืม” เขายิ้มน้อยๆ ให้อีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องพยาบาลไป...


ฉันมองประตูห้องพยาบาลที่ปิดสนิทอยู่อย่างงั้นพักใหญ่ๆ... เมื่อกี๊นี้ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยกับอ้อมกอดนั้นจังนะ แถมยังคำพูดพวกนั้น ทั้งหมดล้วนแต่ขุดความทรงจำที่ฉันผลักมันไปไว้ในส่วนลึกของหัวใจตลอดเวลาที่ผ่านมาให้มันปะทุขึ้นมาอีก


ถ้าหากว่าฟรีสก็คือ ‘เขา’ คนนั้นล่ะ?


ไม่ๆๆ มันเป็นไปไม่ได้...


ทันใดนั้นเอง ประตูก็เปิดออกเสียงดังปัง ทำเอาฉันสะดุ้งตกใจหันไปมอง


“ยัยจิ๋ว! ตายหรือยัง”


คำพูดอัปมงคลแบบนี้มีได้จากคนเดียวเท่านั้นแหละ =_=^^^


“มีอะไรนายโย่งปากหมา”


“อ้าว ก็เห็นร้องไห้จะเป็นจะตาย นึกว่าตายไปแล้ว” นายเวฟพูดหน้าตาย ก่อนเดินลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ เตียงที่ฉันนั่งแกว่งขาเล่นคิดอะไรเพลินๆ อยุ่เมื่อกี๊


“ไม่ไปเรียนรึไง -*-“


“เหมือนเธอแหละ ฉันโดด”


“หยาบคาย ฉันเป็นคนป่วยนะยะ ไม่ได้โดด =O= แล้วพวกยัยอีกาของฉันไปไหนหมด”


“ฉันให้กลับห้องเรียนไปแล้ว คาบเลขเริ่มไปสิบนาทีแล้วเนี่ย เพราะเธอคนเดียวทำให้ทุกคนสายกันหมด”


“นายก็ไปเรียนสิ -_-^”


“ไม่ไปดีกว่าไปสายว่ะ คาบเลขนี่เฮียสำรวยสอน เข้าสายมีหวังโดนหวายเฆี่ยนหลังขาดแน่”


“มากไป -_-^ แล้วจะมานั่งทำอะไรที่ห้องพยาบาลนี่”


“นั่งเล่นไง ^^”


“เล่นบ้าอะไร ไม่มีอะไรให้เล่นซักหน่อย หรือนายอยากเล่นกับไซริงก์ฉีดยา เอาปะ? ฉันจะฉีดยากันโรคกลัวน้ำให้”


“ไม่เอา ฉีดยากันเตี้ยให้เธอก่อนดีกว่า ดีมะ? เตี้ยหมาตื่นยังเงี้ย”


ย้ากกก!! ฉันรวบรวบพลังทั้งหมดในการฟาดนายปากหมาด้วยหมอน ได้ยินเสียงผู้เคราะห์ร้ายร้องโวยวายลั่นห้องพยาบาล


“ทำอะไรของเธอวะ!!”


“ก็นายอยากด่าฉันก่อนทำไม”


“ประทานโทษ ใครด่าก่อนกันแน่ -*-“ เวฟหน้ามุ่ย คว้าหมอนในมือฉันไปกอดไว้เสียเอง เชอะ! ฉันสะบัดหน้าหนีแล้วมองดูอุปกรณ์การแพทย์ในห้องพยาบาลเล่น เมื่อกี๊อาจารย์พยาบาลเพิ่งจะเดินออกไป สวนกับนายเวฟนิดเดียวเท่านั้นแหละ


น่าแปลกที่เธอไม่ไล่ฉันกับนายเวฟไปเรียน -*-


“ทำไมเธอถึงกลัวเลือดน่ะ?”


“ถามทำไม”


“ก็อยากรู้ ไม่อยากรู้แล้วจะถามทำสะเดาอะไรล่ะ”


ทำไมต้องเอาไปเปรียบกับสะเดา? คนสวยไม่เข้าจายยย~


“ฉันเคยโดนรถชนตอนอายุหกขวบ”


“หา!?~ แล้วรถผู้เคราะห์ร้ายบุบปะ”


“-_-^”


“อะๆ ขอโทษคร้าบ ไม่ขัดแล้วครับ ^^” เชอะ อย่ายิ้มแบบนั้นสิยะ ฉันมันคนขี้ใจอ่อน แค่เห็นยิ้มหวานๆ โชว์ฟันเขี้ยวมีเสน่ห์และลักยิ้มแก้มบุ๋มจนดูน่ารักเหลือเกินนั่นแล้วฉันก็ใจอ่อนยวบ ขี้โกงชะมัด


“เพราะฉันทำตุ๊กตาหล่นตอนข้ามถนน เลยวิ่งกลับไปเอา รถนั่นขับมาเร็วเกินไป เบรคไม่ทัน เลยชนฉันกระเด็น เลือดท่วมตัวฉันไปหมดเลย เห็นแต่เลือด เลือด แล้วก็เลือดสีแดงสดๆ ฉันกลัวมาก ตั้งแต่นั้นมา ถ้าเห็นเลือด หรืออะไรที่มันสีแดงจัดๆ แล้วฉันก็จะหายใจไม่ออก มือสั่น ปากสั่น แบบตะกี้อะ”


เวฟเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง แล้วจึงถามต่อ


“ตุ๊กตาตัวนั้นมันสำคัญมากเลยเหรอ? เธอถึงต้องวิ่งกลับไปเอา”


“แน่นอนสิ เพราะคนสำคัญมากๆ คนนึงให้ฉันมา”


“เหรอ? ใครล่ะ? แม่ พ่อ? พี่ชาย?”


“ไม่...คนที่สำคัญที่สุดน่ะ รักแรกของฉัน” คงไม่มีคำไหนอธิบายสิ่งที่เขาเป็นได้มากไปกว่านี้แล้วมั้ง...


เวฟเงียบไปอีกอึดใจหนึ่ง และนานจนฉันนึกว่าเขาหลับไปแล้ว


“แล้วตอนนี้ เจ้าของตุ๊กตานั่นอยู่ไหนซะล่ะ...?”


ฉันก้มหน้าลงมองดูแผลที่หัวเข่า ภาพเจ้าตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวน้อย และภาพของคนที่ซื้อมันมาให้ฉัน รอยยิ้มบางผุดขึ้นมาประดับบนใบหน้าฉัน ภาพของเขายังคงอยู่ชัดในความทรงจำของฉัน


คำตอบของคำถามนั้นน่ะหรือ? ง่ายๆ เสียเหลือเกิน


“ฉันไม่รู้”


“ว่าไงนะ? หมายความว่าไง?”


“ตั้งแต่ฉันไปอเมริกาตอนม.2 ฉันก็ไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้เจอกับเขาอีกเลย”


“ทำไมล่ะ? ทะเลาะกันหรือไง?”


“เปล่าเลย ไม่ได้ทะเลาะกัน รักกันดีด้วยซ้ำ แต่ฉันเป็นคนบอกเลิกเขาเอง”


“หา?”


“พูดไปนายก็ไม่เข้าใจหรอก...มันแค่ความรู้สึกที่ไม่อยากให้ความทรงจำดีๆ เสียไปถ้าเกิดเรา...ต่างคนต่างเจอคนใหม่ตอนที่เราอยู่ห่างกันน่ะ”


“ใช่ ฉันไม่เข้าใจ ถ้ารักกันแล้วทำไมต้องเลิกกันด้วย?”


“รักแท้แพ้ระยะทาง ไม่เข้าใจเหรอ?”


“ไม่เข้าใจ”


“งั้นก็ช่างมันเถอะ” ฉันเอนตัวลงนอนบนเตียง แต่ลืมไปว่าไม่มีหมอน หัวฉันเลยกระแทกกับฟูก T^T เจ็บอ้ะ


“เอ้า หมอน ยัยบ๊อง” เวฟยกหัวฉันขึ้นแล้วเอาหมอนสอดมาใต้หัวให้ แหม สุภาพบุรุษผิดคาด


“ขอบใจย่ะ”


“ไม่เป็นไรมิได้ครับผม” เขาโค้งตัวลงเหมือนกับอัศวินคำนับเจ้าหญิงเลย โฮะๆๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสูงศักดิ์ยังไงก็ไม่รู้


เวฟนั่งลงและคุยกับฉัน สารพัดจิปาถะจะคุย ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องราวมากมายขนาดนี้ เราไปสรรหามาคุยกันได้ยังไง แต่ตลอดเวลาที่คุยกับเขาฉันรู้สึกเหมือนกำลังดูทอล์คโชว์ หัวเราะได้ตลอดเวลา แรกพบที่ฉันเจอหมอนี่ ฉันคิดว่าเขาคือไอ้บ้าปากหมาขี้เก๊กและสุดแสนจะกวนตีนยิ่งกว่าไทเทเนียม แถมยังชอบพูดจาห้วนๆ ยิ้มหรือก็ไม่มีอีก แต่ว่าตอนนี้...


ฉันกลับยิ้มได้ทุกครั้งที่เจอหน้าเขา ถึงแม้ปากจะด่า แต่ฉันรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่กับเขา ทั้งๆ ที่เขาก็กวนประสาทฉันทุกครั้งที่เจอ เรียกฉันว่ายัยจิ๋วทุกครั้งที่พบหน้า ซ้ำยังเป็นนักเลง ชอบซิ่งรถ ดูดบุหรี่ (ฉันเคยขโมยบุหรี่หมอนี่ไปทิ้งครั้งนึงด้วย!) ดื่มเหล้าได้เป็นลิตรๆ โดยไม่เมา เรียนก็ไม่เรียน...


ไม่ถูกต้องเลยนะ!! ทำไมฉันต้องไปรู้สึกดีๆ กับไอ้คนไม่เอาถ่านแบบนี้ด้วย


ถึงหมอนี่จะเป็นคนดี นิสัยดี ใจดี...น่ารัก (บางเวลา) และชอบโผล่มาช่วยฉันไว้ทุกครั้งอีกตะหาก ให้ตายเถอะ T^T ตอนนั้นฉันยังเรียกชื่อหมอนี่เลย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน


ไม่เข้าใจว่าทำไมหัวใจต้องเต้นแรงทุกครั้งที่หมอนี่อยู่ใกล้ๆ? ทำไมหน้าต้องร้อนจี๋เวลาคุยกับเขา? ทำไม ทำม้ายยยย!?! (เริ่มคลั่ง)


ออดดดด!!


อ๊ะ O_O ออดเลิกเรียนเหรอเนี่ย? คงไม่ใช่น่า... ฉันมองซ้ายขวาหานาฬิกา แต่ก็ไม่เจอแม้แต่เรือนเดียว


“บ่ายสองครึ่งแล้ว” เวฟเฉลยคำถามให้ฉัน ง่า...นี่ฉันโดดไปตั้งครึ่งวันเพราะแผลล้มหัวเข่าแตกเรอะ T^T ขอโทษนะคะอาจารย์ขา หนูไม่ได้ตั้งใจ


“เลิกเรียนแล้วนี่ กลับห้องเรียนกันยัง?”


“อื้อ” ฉันพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน แต่มือใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้าเหมือนกับจะเสนอความช่วยเหลือก็ทำให้ฉันชะงัก


“เจ็บขาไม่ใช่เหรอ ฉันจะช่วย?”


“บ...บ้า! ไม่ต้องหรอกน่า ฉันเดินเองได้ แผลแค่นี้” ฉันปัดมือเขาออก และลงเดินเอง แต่แล้วขาฉันกลับโดนทำร้าย T^T เหน็บกินนี่หว่า ชาดิกเลย แง้...


ฮวบบ...


ได้ยินเสียงฮวบชัดเจนมาก อ๊ากก ฉันกำลังจะล้มลงจูบพื้น >_< ไม่เอานะ ฉันไม่อยากต้องแต่งงานกับพื้น ไม่อ๊าวววว >_<


หมับบ~


มือใหญ่ๆ ที่แสนจะแข็งแรงคว้าฉันเอาไว้ได้ทัน แล้วพยุงขึ้นให้ยืนอยู่ได้โดยการพิงไหล่เขา... อ๊า ไม่ๆๆ >///< นายกำลังจะฆ่าฉันด้วยโรคหัวใจเต้นแรงเกินปกตินะ


“ทำปากเก่งจริงๆ เลยนะยัยจิ๋ว”


“>///<” ฉันก้มหน้างุดปิดหน้าที่แดงเถือกของตัวเอง แล้วเดินออกจากห้องไปโดยที่มีเขาพยุงอยู่ เขินๆๆๆ >///<


พอถึงห้องเรียน ฉันก็เลยรีบถลาออกห่างจากเขาแล้วตรงไปที่โต๊ะเรียนของตัวเองทันที ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ ตามหลังมาด้วยง่ะ


นักเรียนในห้องเหลืออยู่แค่ไม่กี่คน พวกยัยอีกา อึนเฮ และนัทจังก็กำลังเก็บของอย่างขะมักเขม้น สงสัยเตรียมไปช้อปปิ้งกันอีกละสิ นี่ฉันจะโดนลากไปด้วยมั้ยวะเนี่ย -*- ไม่มีอารมณ์จะช้อปเลย


“เฮ้อ T^T นี่ถ้าพี่ชายฉันรู้ว่าฉันโดดเรียนตั้งหลายวิชาแบบเนี้ย มีหวังตายแหงๆ” ฉันคร่ำครวญ หนึ่งในวิชาที่ฉันโดดมีภาษาอังกฤษด้วย วิชาที่ฉันชอบสุดๆ เลยนะ! (เพราะอาจารย์หล่อ และเพราะฉันทำได้ดีที่สุดในชั้น โฮะๆๆ)


“เอาน่า รีบๆ เก็บของแล้วกลับบ้านเหอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”


“ไม่ต้อง!! เดี๋ยวฉันขึ้นรถเมล์กลับบ้าน” ไม่มีทาง ฉันไม่นั่งรถนายอีกแน่ๆ คราวก่อนนั่นก็แทบทำฉันหัวใจวายไปแล้วทีนึง


“ฮ่าๆ เอางั้นเหรอ? งั้นก็ระวังตัวด้วยละกัน ฉันกลับล่ะ คืนนี้รายการใหญ่ซะด้วย” เวฟเพียงแค่หยิบกระเป๋าที่วางนิ่ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ตั้งแต่มันอยู่บนนั้นตอนเช้า ขึ้นพาดบ่าแล้วโบกมือให้ฉันโดยไม่ได้หันมามอง เชอะ เท่ตายเลย -_-++


“เธอหายไปไหนกับหมอนั่นสองคนน่ะ O_O~” ทันทีที่เวฟจากไป นังชะนีสามตัวก็ปราดเข้ามาเกาะแขนเกาะหัวเกาะคอฉันเป็นค่างน้อย แล้วถามด้วยน้ำเสียงลุ้นระทึก


“ห้องพยาบาล =____=;;;;”


“หา! O_O~”


“แกจะหาอะไรยะ ยัยอีกา” ฉันหันไปผลักหัวยัยเอมที่หาอยู่ข้างหูฉันจนแก้วหูสั่นสะเทือน แล้วลงมือเก็บกระเป๋าต่อ


“นี่ เธอสองคนน่ะ มีอะไรๆ กันหรือไง >.< ตะกี้นี่ฉันได้ยินนะ”


“ได้ยินอะไร - -“


“จะไปส่งกันด้วย อิจฉาๆๆๆ >_<~”


“แกรีบวิ่งตามหมอนั่นไปสิ แล้วให้มันไปส่งก็ได้ ว่าง - -*”


“ต๊ายยย อนุญาตเหรอยะ”


“ทำไมต้องขออนุญาตฉัน ฉันไม่ใช่แม่มัน -*-“


“ไม่ต้องเขินหรอกน่า~ นี่ ตะกี้เขาก็เพิ่งจะตามไปลากคอไอ้หมาที่วิ่งชนเธอแล้วหนีมากระทืบแหละ >.<” คำพูดของยัยอีฟทำให้ฉันหยุดมือทันที ว่าไงนะ!?!


“อะไรนะ?”


“ก็ไอ้หน้าหมาที่ชนเธอแล้วหนีไปไง ตอนนั้นเวฟอ่ะ ทั้งน่ากลัว ทั้งเท่อย่าบอกใครเลยนะเธอ >_<”


“เพ้อแล้วแก -*- ทำไมหมอนั่นนักเลงยังงี้เนี่ย! ไม่ไหวเลย”


“นี่ ไม่นักเลงซักหน่อย ดูคลิปมั้ย ฉันถ่ายไว้” ยัยนัทล้วงเอามือถือซัมซุงรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาแล้วเปิดให้ดู ฉันรีบบอกปฏิเสธทันที แต่ตากลับจ้องเป๋งไม่หันหนีไปไหน


‘กล้าดียังไงเดินชนยัยนั่นแล้วหนีวะ!?’


‘ข...ขอโทษครับ!!’


‘แล้วมาขอโทษอะไรฉันละเว้ยย!! ทีหลังจะทำอีกมั้ย?’


‘ม...ไม่แล้วครับ ไม่ทำอีกแน่นอนครับ T^T’


‘ดีมาก! แล้วจะขอโทษยัยนั่นมั้ย?’


‘ขอโทษครับ!!’ หน้าตาของไอ้หมอนั่นเหมือนมีอะไรบวมปูดอยู่ที่บริเวณแก้มและลูกตา ที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง หวาา~ รุนแรงง่ะ T^T น่าสงสาร เห็นงี้แล้วก็สงสารขึ้นมาหน่อยๆ อีกใจนึงกลับรู้สึกสะใจพิลึก


“อ๊า พอๆๆ โหดร้ายชะมัดเลย คนอะไรแย่ที่สุด!”


“เค้าทำเพื่อเธอนะ”


“แหวะ” ฉันพูดโดยทำทีเป็นไม่ใส่ใจ เก็บของกลบเกลื่อน แต่จริงๆ แล้วหัวใจแอบเต้นตึกตัก นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมฉันต้องใจเต้นเพราะการกระทำของหมอนี่ด้วย >.< นักเลงอย่างงั้นเนี่ยนะ ทำไมฉันต้องดีใจด้วย ทำไมฉันต้องยิ้ม ไม่ๆๆๆ


ฉันเริ่มสับสนกับตัวเองจริงๆ แล้ว U_U


“ฉันจะอิจฉาจริงๆ เธอน่ะ เหมือนเป็นเจ้าหญิงเลยนะยะ แล้วมีเจ้าชายที่แสนอ่อนโยน กับอัศวินผู้กล้าคอยปกป้อง...” นัทพูดด้วยสีหน้าเพ้อฝันปนฟุ้งซ่าน แต่คำพูดนั่นสะกิดอะไรบางอย่างในใจฉันอย่างประหลาด


เจ้าชาย...กับอัศวินเหรอ...?

 

== == == == == == ==

 

<<WAVE>>


บรืนนน!~


เสียงคันเร่งที่ผมเพิ่งจะเหยียบจนมิดดังขึ้น ส่งผลให้ Skyline สีดำของผมพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับเสือดำขม้ำเหยื่อ ไม่มีรถคันไหนโผล่มาให้ผมระคายสายตาอีก ให้ตายเถอะ...ทำไมช้ายังงี้ ทำไมถึงช้ายังงี้วะ!! ผมเอามือฟาดพวงมาลัยด้วยความหงุดหงิด เส้นชัยอยู่แค่ตรงหน้านั่นเอง หูได้ยินเสียงเพลงที่ผมเปิดให้มันดังจนเสียงเบสกระตุกปอดผมให้ดังตุบๆ เหมือนมีกลองมารัวอยู่ข้างใน แต่หัวก็ยังคงตื้อไปหมด...


นึกว่าการได้มาซิ่งรถจะทำให้จิตใจสงบลงบ้างแล้วแท้ๆ แต่ทำไมในหัวผมถึงมีแต่ภาพไอ้ฟรีสมันอุ้มยัยจิ๋วไปที่ห้องพยาบาลวะเนี่ย!! ก็แค่มันเป็นห่วงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่หกล้มเป็นแผลแล้วร้องไห้เท่านั้นแหละ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นหรอก... มันก็เป็นแบบนั้นตั้งนานแล้ว เทคแคร์ผู้หญิงเก่งชิบเป๋ง แถมยังเป็นคนใจดี อ่อนโยนอีกตะหาก...ผมคงคิดแบบนั้นได้


...ถ้าไม่ติดอยู่ที่น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย กับสีหน้าร้อนรนจนเกินพอดีนั่น...


ผมนึกไปถึงบทสนทนาที่ผมเคยคุยกับมันไว้เมื่อสองปีก่อน ตอนที่เราเพิ่งเข้าแก๊งมาใหม่ๆ...

 


‘ทำไมแกไม่คบกับยัยแวร์ซายล์ไปเลยวะ?’ ผมถามหมอนั่นในวันหนึ่ง เพราะเห็นมันกับแวร์ซายล์ก็สนิทกันดี แถมมันยังเอาใจใส่เธอเป็นพิเศษอีกต่างหาก ผมรู้ดีน่าว่ายัยแวร์ซายล์รักไอ้ฟรีส แต่หมอนั่นกลับยิ้มน้อยๆ แล้วปฏิเสธ

‘ไม่ได้หรอก...ยัยนั่นเป็นน้องสาว อีกอย่าง...ฉันรอคนๆ นึงอยู่’

‘ใครวะ? -*- ถามกี่ทีๆ แกก็บอกว่ารออยู่ๆ แล้วเมื่อไหร่คนๆ นั้นจะกลับมา?’ ผมสาบานได้ว่าสีหน้ายิ้มแย้มของหมอนั่นกลายเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุด และดูมีความสุขที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ไม่นึกว่าคนๆ หนึ่งจะมีรอยยิ้มที่บ่งบอกอารมณ์ได้หลากหลายขนาดนั้น

‘ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ฉันรักที่สุด ฉันคบกับเธอมาครึ่งชีวิต และอีกครึ่งชีวิตที่เหลือฉันก็จะรอเธอต่อไป’

‘มีอะไรสำคัญนักหนา? แล้วมันเกิดอะไรขึ้นทำไมแกต้องรอ’ ในตอนนั้นผมคิดไปเองว่าเธอคงจะตายไปแล้วหรือไม่ก็อะไรทำนองนั้น

‘เป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กนิดเดียว ผมยาวๆ หยักศกนิดๆ หน้าก็เล็ก เอามือปิดหน้าได้เลยล่ะ...แต่รอยยิ้มเธอน่ารักที่สุด น่ารัก...จนฉันอยากจะเก็บไว้ดูคนเดียว’

‘งกว่ะ’

‘แต่เธอก็ใจดีกับทุกคนเลย เป็นคนที่มักจะทำให้คนรอบข้างมีความสุขอยู่เสมอ’

‘เรอะ? แกด้วยละสิ’

‘ฮะๆ...เธอน่ะ ถึงจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับเจ้าหญิงแสนสวยอย่างที่ฉันชอบเรียกประจำ แต่กลับซนเป็นยัยเด็กกะโปโลเลย ชอบทำให้ฉันเป็นห่วงอยู่เสมอแหละ ปากก็จัดยังกะกรรไกร ด่าไม่ไว้หน้า แล้วก็ชอบช่วยคนที่โดนแกล้งเสมอๆ ทั้งที่ตัวเองก็ตัวนิดเดียว ฉันเลยละสายตาแทบไม่ได้’

‘ฟังดูแล้วเป็นผู้หญิงที่ดูไม่น่ารักเอาซะเลย -_-’

‘ฮะๆ...ฮ่าๆๆ นั่นเพราะแกยังไม่ได้รู้จักยัยนั่นจริงๆ น่ะสิ’

‘เออ เค้ามาเมื่อไหร่แกก็พามาให้รู้จักสิวะ’

‘ฉันยังไม่รู้เลยว่าเค้าอยู่ที่ไหน ไม่รู้ด้วย...ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่’

‘อ้าว...แล้วยังงี้แกจะ...’

‘เค้าแค่สัญญากับฉันไว้ ว่าถ้ากลับมาเมื่อไหร่ ถ้าฉันยังรักและรอเค้าอยู่ เค้าจะกลับมาคบกับฉัน’

‘แล้วแกเลิกกัน...’

‘อือ...ตั้งแต่ตอนม.2’

‘อะไรวะ? เค้าหลอกแกรึเปล่า?’ ผมถามด้วยคิดอย่างนั้นจริงๆ มีอย่างที่ไหนจะบอกให้แฟนรอตัวเอง โดยไม่ได้ติดต่อกลับมาอีกเลย แบบนี้มันต้องหลอกเพื่อนผมแน่ๆ วินาทีนั้นผมก็รู้สึกว่ายัยผู้หญิงนี่ช่างเป็นคนไม่น่าคบเลย แต่ดูจากแววตาและสีหน้า รวมถึงคำพูดที่ไอ้ฟรีสพูดถึงเธอ ดูเหมือนเธอจะเป็นคนที่สวยที่สุดในโลกแล้วสำหรับมัน... สวยกว่ากระทั่งแวร์ซายล์ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อมัน...

คำตอบของมันทำให้คนที่ไม่เคยรักใครอย่างผมถึงกับเครียดไปนาน

‘จะหลอกก็ช่าง ขอแค่เค้ากลับมาก็พอ’

‘แกจะหลงงมงายเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวนี่เหรอวะ?’

‘เอาไว้แกรักใครซักคนแล้วแกก็จะรู้ ว่าความรู้สึกของคนที่ยอมทั้งๆ ที่รู้ตัวว่าแทบจะไม่มีหวังน่ะ มันเป็นยังไง...’

 


“เฮ้ หลับเหรอวะ!?” เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้น ปลุกผมให้กลับมาสู่โลกปัจจุบัน เมื่อหันไปก็พบว่าไอ้บ้าที่มันบังอาจเคาะกระจกรถยมทูตก็คือไอ้จิมมี่นั่นเอง


ผมเลื่อนกระจกรถลงแล้วยื่นหน้าออกไปหามัน


“มีไรวะ?”


“ไม่เอาตังค์รึไง”


“เอาสิวะ” ผมเปิดประตูรถลงมา แล้วเดินไปรับเงินรางวัลจากพี่โบ๊ท เหรัญญิกและผู้ช่วยของพี่แซค นายใหญ่ของ Hell Boys พี่โบ๊ทตบบ่าผมเบาๆ แล้วเอ่ยชม


“เก่งมากไอ้น้อง แซงไอ้พวกบ้านั่นกระจุยเลย”


“ขอบคุณครับ” ผมรับคำชมอย่างเนือยๆ


“เอ้า ส่วนแบ่ง” ผมนับแบงค์พันออกมาห้าใบแล้วส่งให้แม่สาวโคโยตี้ที่มานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้ผมชั่วคราว เธอรับไปด้วยท่าทางยั่วยวน แต่นั่นกลับยั่วผมไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในหัวผมกำลังคิดประมวลผลอะไรบางอย่างอยู่


นั่นคือความคล้ายจนเรียกได้ว่าเหมือน... ระหว่างผู้หญิงตัวเล็กๆ จอมกวนประสาทที่กำลังป่วนหัวใจของผม กับผู้หญิงตัวเล็ก ที่เป็นเหมือนเจ้าหญิง แต่กลับซนซะเหลือเกินของไอ้ฟรีส... คล้ายกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ ถ้าสิ่งที่ผมคิดมันเป็นจริง ถ้าผู้หญิงสองคนนี่คือคนเดียวกัน นั่นก็สามารถอธิบายทุกอย่างได้ลงตัว...


ทั้งยังคำที่ไอ้ฟรีสมันใช้เรียกเมเปิ้ลอีก เมื่อตอนนั้น...แถมมันรู้ทุกอย่างว่าเธอชอบอะไร เธอกลัวอะไร แล้วยังท่าทาง


แต่ใจจริงผมไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นเลย... ผมเผลอใจชอบยัยนั่นไปซะแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมและตั้งแต่เมื่อไหร่...


ถ้าหากคิดจากเรื่องที่ได้รับฟังมา เธอคงจะยังไม่รู้ว่าไอ้ฟรีสคือผู้ชายคนนั้นที่เธอเคยบอกเลิกและหนีไปอเมริกาเมื่อห้าหกปีก่อนนั่น...ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่วางตัวอย่างสบายๆ อย่างนี้หรอก


โว้ยย!! ทำไมต้องคิดถึงแต่เรื่องของยัยนั่นด้วย มันอาจจะเป็นแค่บังเอิญ อาจจะแค่คล้ายกันเฉยๆ ก็ได้ บนโลกนี้มีคนที่เหมือนกันอยู่เยอะแยะไป ผมอาจจะแค่คิดมากไปเอง...


“เฮ้ย เป็นไรวะ ทำหน้าเครียด?” เสียงของตัวเจ้าปัญหาที่ทำให้ผมเครียดอยู่ขณะนี้ดังขึ้นด้านหลัง หันไปก็เจอกับตาสีฟ้าๆ กับผมสีทองๆ นั่นเข้าให้


“เปล่า”


“ไม่ดีใจเหรอวะ? คราวนี้ได้ตั้งเกือบแสน”


“ธรรมดาว่ะ ได้ทุกเดือนก็เป็นล้านแล้ว” ผมตอบส่งๆ มือหยิบบุหรี่มาร์ลโบโร่ในกระเป๋าออกมามวนหนึ่ง แล้วจุดสูบด้วยไฟแช็คของไอ้ฟรีสที่ยื่นมาให้อย่างรู้งาน


“ไอ้ฟรีส...” หลังจากต่างคนต่างเงียบกันไปพักใหญ่ๆ ผมก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้น คนถูกเรียกหันมามองด้วยสายตาเป็นเครื่องหมายคำถาม


“อะไรวะ?”


ผมจะถามไปเลยดีมั้ย จะถามไปเลยดีรึเปล่าว่าเมเปิ้ล...ยัยจิ๋วของผมใช่ผู้หญิงคนนั้น ที่มันรออยู่รึเปล่า?


“...”


“มีอะไรวะ? เรียกแล้วไม่พูด บ้าเปล่า”


แต่ก่อนอื่น เป่าหัวมันด้วย .357 แม็กนั่มในกระเป๋าผมนี่ก่อนเลยดีมั้ยวะเนี่ย -*- ไอ้ส้นตีน


“...ผู้หญิงคนนั้นน่ะ” 


“...”


“คนที่แกเล่าว่าแกรออยู่น่ะ” ผมดึงบุหรี่ออกจากปาก แล้วพ่นควันออกมา ควันสีเทาของบุหรี่ค่อยๆ จางหายไปในอากาศ ผมมองฝ่าควันนั่นออกไปจนถึงท้องฟ้าที่เป็นสีดำสนิท...


“ทำไม?”


“ผู้หญิงคนนั้น ใช่...ใช่ยัยเมเปิ้ลรึเปล่า...?”

 


แวร์ซายล์หยุดชะงักขาที่กำลังจะเดินเข้าไปทักสองหนุ่มกะทันหัน เมื่อเธอบังเอิญได้ยินบทสนทนาที่เธออยากจะรู้มาตลอด ชื่อของผู้หญิงคนนั้น...หากคำตอบที่ได้มาคือใช่...


ใบหน้าของผู้หญิงตัวเล็กผุดขึ้นมาในหัวของเธอ...

 

== == == == == == ==

 

[[To Be Continued]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #963 ploy53844 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 00:17
    แวร์ซาย  จ๋า...อย่าตามไปตบเมเปิ้ลนะลูกกก
    #963
    0
  2. #931 saraharu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 16:22

    รักสี่เศร้าเหรอคะ

    #931
    0
  3. #879 ooyza123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 18:43
    จะเกิดรักสี่เศร้าไหม
    #879
    0
  4. #852 killerkillka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2552 / 16:13

    อี๊สส สส ส สสส ส ส ส !!



    ตื่นเต้ว >,<

    #852
    0