>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 8 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 7<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 เม.ย. 51


== == == == == == ==

 


Chapter 7 :: SpeeD!!

 


== == == == == == ==

 

บรรยากาศการเรียนเริ่มจะเข้าที่เข้าทางแล้วสำหรับฉัน และฉันก็กลายเป็นเป้าหมายของการจิกหัวใช้โดยอาจารย์ผู้สอนเกือบทุกวิชาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ T^T เรียกจังเลยเด็กใหม่ๆ ฉันเรียนนี่มาตั้งหลายเดือนแล้วน๊า!!


“ไปหยิบชีทของห้อง 2 มาให้ที อยู่ในลิ้นชักล่างสุด กุญแจอยู่บนโต๊ะ ไขเอาได้เลยนะ”


ฉันไขเอาหัวใจเจ๊มากินได้มั้ยล่ะ -*- เจ๊ชบาแก้วที่สอนวิทย์ห้องฉันน่ะ โหดยังกะอะไรดี ออกข้อสอบงี้ยากบรรลัยเลย แถมสอบถี่ยิบทุกอาทิตย์อีกตะหาก แย่ๆๆ ว้อยยย!!

 
โกรธจนเดินกระแทกเท้าปึงปังขึ้นบันไดไป ตึกวิทย์เวรๆ นี่ก็ไม่มีกระทั่งลิฟต์ อันที่จริงก็มีหรอก แต่มันดันเสีย ฉันเลยต้องลากสังขารขึ้นบันไดไปตั้งห้าชั้น แง น่องฉันจะโป่งเป็นนักฟุตบอลมั้ยวะเนี่ย T^T


ในที่สุดหลังจากงมโข่งในมหาสมุทรอยู่นาน ฉันก็เจอชีทปึกใหญ่มหึมา พนันได้ว่าข้อสอบของอาทิตย์นี้แหงๆ ฉันแอบจดคำตอบใส่มือไว้ก่อนดีมั้ยน้า~ มีกระดาษเฉลยอยู่ข้างหน้าด้วย เย้ๆๆ >_<


ระหว่างที่ฉันหยิบปากกามาเตรียมจด มือยักษ์ของปิศาจตนหนึ่งก็เอื้อมมาปัดชีทในมือฉันหล่นกระจาย ปลิวว่อนอยู่ในอากาศยังกับกระดาษมันสามารถแพร่ในออกซิเจนได้ O_O!! ใครกัน บังอาจนัก!!


“กร่างนัก มันต้องเจอแบบนี้”


อีกแล้วเรอะ =O= ฉันชักจะรำคาญแล้วนะ ยัยแม่มดสลิปเปอร์! เมื่อไหร่จะยอมรามือไปซักทียะ!!


“อย่ามาเกะกะได้มั้ย ฉันรีบ”


“ฉันก็รีบเหมือนกัน ^^” ยัยแม่มดยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วกระชากแขนฉันไม่ให้ก้มลงเก็บชีทที่มันกระจัดกระจายอยู่บนพื้น


“ต้องการอะไรอีกเล่า!”


“สั่งสอนพวกที่เกะกะสายตาไง”


“งั้นก็สั่งสอนตัวเองไปแล้วกัน เกะกะลูกตาฉันชะมัด ปล่อย!”


“ว่างๆ ก็หัดจำซะมั่งนะว่าคำพูดของเธอนะมันกวนสิ้นดีเลย!!” ยัยแม่มดผลักฉันจนล้มลงก้นกระแทกพื้น เจ็บนะโว้ยย!!


“มองหน้าทำไม มีปัญหาเหรอ?”


“เปล่า แค่คิดว่าเธอน่ะเด็กชะมัด ไม่ใช่ใบหน้านะ หน้าน่ะเป็นแอร์ได้เลย แอร์กี่นะ”


“ก...แก...”


“เดี๋ยวอย่าเพิ่งกรี๊ด ยังพูดไม่จบ ฉันจะบอกว่า...นิสัยเธอน่ะ เด็กโคตรๆ เด็กออทิสติกซะด้วย ไม่ก็เป็นเด็กมีปัญหา”


“อยากมีเรื่องเหรอ”


“ไม่ได้อยาก มันมาหาเอง”


“งั้นได้เลย!” ยัยแม่มดเงื้อมือเตรียมจะตบ มีหรือฉันจะอยู่เฉยๆ รอให้มันตบ ฉันยันตัวลุกขึ้นยืนเพื่อจะป้องกันตัว


ฟ้าวว~


เสียงอะไรบางอย่างลอยตัดอากาศมา และตามด้วยเสียงกรี๊ดลั่นของยัยแม่มด


“อะไร! นั่นใครน่ะ!!”


“หนวกหูน่า อย่าเห่าเป็นหมาได้มั้ย? -_-^” น้ำเสียงบอกชัดว่าเจ้าของเสียงกำลังอารมณ์เสียอย่างแรง ฉันก้มลงมองอาวุธที่ทำให้ยัยแม่มดกรี๊ดได้ นั่นคือบุหรี่มวนหนึ่ง OoO! ทำไมโรงเรียนนี้ นักเรียนสามารถสูบบุหรี่ได้ตามใจชอบหรือไง แย่ที่สุดเลย!


“เธอเป็นใคร รู้มั้ยฉันเป็นใคร!?”


น่าน มุกเดิม =___=’’’ เชยแล้วเจ๊ เปลี่ยนมั่งเหอะ


“ไม่รู้หรอก ไม่อยากรู้ด้วย =_=” เจ้าของเสียงปรากฏตัวมาอยู่ตรงหน้าพวกเราในที่สุด ฉันจำเธอได้ทันที! แวร์ซายล์ สาวน้อยมหัศจรรย์สุดเท่ของฉัน >O<


“ธ...เธอเองเหรอ ยัยเด็กบ้า”


“มีปัญหาอะไรรึป้า -_-^” แวร์ซายล์กอดอกมองด้วยสายตาท้าทาย ทั้งสองจ้องตากันซักพัก และคนที่หลบตาก่อนก็คือยัยแม่มด!


ว้าว เจ๋งชะมัดเลยแวร์ซายล์ของฉัน!


“เชอะ!” ยัยแม่มดเชิดหน้าสะบัดตูดอันมโหฬารบานตะไทของเธอไปมา ก่อนเดินซิกแซกหนีหายไปกับสายลม


ฉันหันไปยิ้มให้ผู้ช่วยเหลือของฉัน ที่ก้มลงดับก้นบุหรี่บนพื้นแล้วหยิบมันโยนใส่ถังขยะ


“ขอบคุณนะ”


“ฉันรำคาญนังนั่นมานานแล้ว แว้ดๆ อยู่ได้ น่าเบื่อ”

 


“^^จำฉันได้มั้ย?” เธอมุ่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกพลางพยักหน้าน้อยๆ รอยยิ้มบางที่มุมปากของเธอทำให้ฉันแทบกรี๊ด


สวยชะมัด >_<


“ได้ซิ พี่เมเปิ้ล”


รู้สึกกระดากว่ะ ฉันดูเป็นเด็กกะโปโลกว่าแวร์ซายล์ที่อยู่ม.5 อีก T_T เศร้าว้อยย


“มา ฉันช่วยเก็บ”


“อ๊ะ ไม่เป็นไรๆๆ” ฉันร้องห้ามเมื่อเธอเริ่มเดินเก็บชีทที่หล่นตามพื้นให้ แต่เธอส่ายหน้า แล้วยักไหล่น้อยๆ


“ไม่เป็นไร ฉันขี้เกียจไปเรียนวิชางานประดิษฐ์อยู่แล้ว ^^”


“งั้นก็ขอบใจนะ” ฉันยิ้มให้เธอ แล้วเราสองคนก็เริ่มคุยกันเรื่องโน่นเรื่องนี่มากมาย พอได้คุยกัน ฉันก็รู้ว่าด็กคนนี้เป็นคนดีพอควรเลยล่ะ ถึงลักษณะภายนอกจะดูน่ากลัวก็เหอะ แต่พอลองคุยด้วยจริงๆ แล้วฉันก็เห็นว่าเธอเป็นเด็กน่ารักมากเลย ^^


เซอร์ไพรส์ชะมัด เธอชอบซิ่งรถเป็นชีวิตจิตใจ แถมขับปอร์เช่สีเหลืองอีกตะหาก อะไรจะเปรี้ยวขนาดนี้ จะเท่ไปไหนยะ โกรธนะ T_T

 

== == == == == == ==

 

“เอาล่ะนักเรียน คาบวิชางานประดิษฐ์วันนี้ให้ทุกคนช่วยกันจัดบอร์ดของห้องตัวเองนะ ฝั่งขวาให้นักเรียนชายรับผิดชอบ ฝั่งซ้ายให้นักเรียนหญิงรับผิดชอบ ธีมของเดือนนี้ก็คือประวัติของโรงเรียนนะจ๊ะ” อาจารย์วิชางานประดิษฐ์เป็นอาจารย์สาวร่างผอมบางจนดูเหมือนทั้งตัวมีแต่ก้าง ไม่มีอวัยวะภายในเลยซักชิ้น ผิวขาวจนซีดดูน่ากลัวละม้ายคล้ายศพที่ตายเพราะหนาวเกินไป ผมดำๆ ยาวถึงเอว ไว้หน้าม้าที่ยาวลงมาเกือบจะปิดหน้าไปครึ่งนึง ทาอายแชโดว์โทนสีม่วงๆ ทาแป้งจนขาววอกคล้ายเกอิชาสมัยโบราณ และทาลิปสติกสีแดงสด


นึกสภาพออกมาสิ?


อาจารย์ปินิดาทำเอาฉันขนพองสยองเกล้าอยู่นานมาก นานทีเดียวกว่าจะทำใจเปิดตาแล้วฟังท่านพูดได้ เพราะน้ำเสียง แววตาที่มอง และท่าทางกิริยาที่กระทำสิ่งต่างๆ ช่างดูเหมือนกับแม่มดในหนังผีสยองขวัญที่ฉันกลัวขึ้นสมองซะเหลือเกิน


น่าเรียก Van Helsing มากำจัดนะ T_T


“เธอทำอะไรของเธอ ปิดตาทำไม”


“ยุ่งน่า!” ฉันหันไปตวาดจอมจุ้นปากหมาที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉัน


“เป็นบ้ารึไง? เอ้า พวกยัยหนอมเรียกแล้ว” เวฟเรียกเอมด้วยชื่อจริง นั่นคือ... ถนอมนวล ช่างเป็นผู้หญิงที่ชื่อบอกสกุลรุนชาติเหลือเกิน ไทยแต๊ๆ เจ้า T^T ทั้งที่ถ้าดูแค่ผิวแล้วฉันต้องบอกว่ายัยนี่แขกแน่ๆ ก๊ากๆๆ (รู้กันแค่ฉันกับคุณผู้อ่านเท่านั้นนะ อย่าไปบอกมันเป็นอันขาดเลย เดี๋ยวมันกัดคอฉันขาด ฟันมันคมยิ่งกว่าฟันฉลาม แถมตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยฉีดยาอีกตะหาก >_<)


“โอเคๆ ฉันไปก็ได้ ว่าแต่อาจารย์ปิให้ทำอะไรนะ”


“ให้จัดบอร์ด”


“แล้วนายไม่ไปทำเหรอ?”


“เรื่องอะไรฉันจะทำ ก็ให้ไอ้พวกนั้นทำไปเดะ” พูดไม่พูดเปล่า หยิบ IPOD ขึ้นมาใส่หูฟัง แถมยกขาพาดโต๊ะสบายใจเฉิบ หนอย...ไอ้เส้นใหญ่ -_-^ เชอะ ฉันเดินหนีหมอนั่นไปที่กลุ่มนักเรียนหญิงที่กำลังจัดเรียงกระดาษ และข้อมูลอัตชีวประวัติของอาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ และคนสำคัญๆ ของโรงเรียนมาเรียงกันไว้ ทำไมฉันจะต้องมานั่งจัดบอร์ดเรื่องมนุษย์ที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กันด้วยเนี่ย อารมณ์เสีย!! -_-^^^


“เมเปิ้ล จะทำอะไรดีน่ะเธอน่ะ” ยัยเอมถามขึ้น ฉันยักไหล่ เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร (ที่ง่ายที่สุด)


“ไปตัดกระดาษแล้วกัน อย่าตัดเบี้ยวล่ะ” ทันใดนั้นเอง กระดาษจำนวนมากก็ถูกยื่นมาให้ฉัน ทั้งฟิวเจอร์บอร์ด กระดาษสี กระดาษแข็ง กระดาษลูกฟูก สารพัดกระดาษ O_O จะเอาไปทำพิพิธภัณฑ์กระดาษเหรอ? แค่บอร์ดไม่ใหญ่มากต้องใช้ขนาดนี้เลยเรอะ แง่งๆ


แต่เมื่อได้รับคำสั่งมาฉันก็เลยต้องตัด ตามรอยที่เค้าขีดให้ไว้เหรอ?


“ตัดฟิวเจอร์บอร์ดก่อนเลยนะ คัตเตอร์อยู่นั่น”


คิดไงให้ฉันใช้คัตเตอร์ตัดฟิวเจอร์บอร์ดเนี่ย T_T ฉันไม่เคยทำงานฝีมือได้ดีเลยซักครั้ง นี่ถ้าฉันตัดนิ้วตัวเองขาดแทนฟิวเจอร์บอร์ดจะทำไงเนี่ย ยัยเอมคงไม่เอานิ้วฉันไปทำเป็น assessories หรอกนะ TOT


กึ้ดๆๆๆ


เสียงคัตเตอร์ตัดฟิวเจอร์บอร์ดแบบฝืดโคตรๆ ดังขึ้น ทำไมมันยากยังงี้วะ!! แค่ตัดฟิวเจอร์บอร์ดเอง Y_Y หรือฉันตัดผิดวิธี? ก็ฉันไม่เคยนี่ เลยเอาตั้งขึ้นแล้วตัดไปตามแนวดิ่ง


“ยัยบ้า ตัดแบบนั้นเมื่อไหร่มันจะเสร็จวะ?” เวฟที่นั่งฟังเพลงกระดิกขาเป็นหมากระดิกหางอยู่ที่โต๊ะตัวเองตะโกนถามขึ้น หนอย...ตัวเองไม่ทำงานแล้วไม่ต้องมาพูดเลย


“เห็นว่ามันเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นนั่นแหละย่ะ!”


ฉันเลยจับมันนอนลง แล้วกรีดไปตามรอย... ฮึบๆๆ...ทำไมมันไม่ขาดซักทีอ่ะ มันโยกไปโยกมา ฉันเลยใช้นิ้วกดมันไว้...


ฉัวะ!!


อย่าเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่เสียงตัดฟิวเจอร์บอร์ดแน่ๆ


แต่มันเป็นเสียงคัตเตอร์ตัดนิ้วฉันต่างหาก TTOTT กรี๊ดดดดดด!! นิ้วช้านนน นิ้วๆๆๆ TOT แง้ๆๆๆๆ


“แง้...แงๆ...”


“อ้าวเฮ้ย เมเปิ้ล ร้องไห้ทำไมน่ะ O_O” อีฟที่นั่งพับกระดาษเป็นรูปดอกไม้หลากสีสันอยู่ใกล้ๆ นั่นร้องถาม เมื่อเห็นน้ำตาฉันไหลท่วมหน้า ก็...ก็...


“ยัยจิ๋ว เป็นอะไรของเธอ =O=” เวฟเดินมาถึงฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เมื่อเห็นฉันนั่งกุมนิ้วที่โดนคัตเตอร์บาดจนเลือดออกอยู่ เขาก็คว้าไปดูอย่างนิ่มนวล


“โอ๊ย!”


“อะไรเนี่ย แค่คัตเตอร์บาดนิดเดียวร้องยังกะจะเป็นจะตาย เลือดก็ออกนิดเดียว นี่ไงเห็นมั้ย? แผลเล็กนิดเดียวเอง ไม่ต้องร้องไห้น่า”


“ฉัน...ฮึก...ฮือๆๆ ฉัน...กลัวเลือด”


“ว่าไงนะ?”


“TOT ฉันกลัว...เลือด”


“กลัวเลือด?” เขาทวนคำซ้ำเหมือนยังงงๆ ก่อนจะดึงมือฉันไปอีกครั้ง แล้วดึงให้ฉันลุกขึ้นยืนตามเขา


“ไปห้องพยาบาล”


“ห...หา?”


“มาสิ หรือจะนั่งร้องไห้กับเลือดอยู่นี่” จบคำฉันก็ถูกลากออกจากห้องเรียน


อาจารย์ปินิดาที่ยังทำฉันสะดุ้งทุกครั้งที่สบตาร้องเรียกตามมา


“จะไปไหนกันน่ะ?”


“ยัยนี่ตัดนิ้วตัวเองขาดครับ”


เฮ้ย!! ยังไม่ขาดว้อยยย!! อย่าเพิ่งแช่งสิวะ! -_-^^


และเพราะข้ออ้างอันนั้น บวกกับเลือดที่มือฉัน อาจารย์ปิเลยยอมให้ฉันไปห้องพยาบาลแต่โดยดี เชอะ...วันหลังฉันจะโกหกแบบนี้บ่อยๆ ได้กี่ครั้งหว่า...อืม นิ้วมือสิบ นิ้วเท้าสิบ ฉันมีข้ออ้างออกจากห้องเรียนได้ตั้งยี่สิบครั้ง!!


เอาเถอะ T^T อย่าโกหกอะไรที่มันเป็นมงคลซะเหลือเกินแบบนี้ดีกว่า เดี๋ยววันนึงมันเจือกเป็นจริงขึ้นมา ฉันนี่แหละจะซวย


ก่อนจะถึงห้องพยาบาล เขาก็แวะที่ตู้ขายน้ำ หยอดเหรียญเข้าไปและเดินถือขวดน้ำเปล่ามาขวดหนึ่ง ทำไมจะต้องแวะกินน้ำก่อนไปห้องพยาบาลด้วย O_O


ซู่~


คำตอบนั้นฉันได้รับ เมื่อเขาเปิดขวดน้ำ และเทราดนิ้วฉันที่โดนบาด จนเลือดสีแดงๆ ค่อยๆ จางไปกับสายน้ำ และหายไปหมดในที่สุด


“โตขนาดนี้แล้วยังกลัวเลือดเป็นเด็กๆ ไปได้”


“เรื่องของฉันน่า” ฉันคว้าขวดน้ำมาเทล้างมือให้หมด พอนึกถึงเลือดเมื่อกี๊ขึ้นมาแล้วมือฉันก็สั่นระริก...


สาเหตุที่ฉันกลัวเลือดน่ะเหรอ?


เรื่องมันก็นานมาแล้ว ตอนนั้นฉันยังอายุประมาณหกเจ็ดขวบได้มั้ง ฉันไปเล่นที่สนามเด็กเล่นในหมู่บ้าน และบังเอิญทำตุ๊กตาหมีสีชมพูที่ ‘เขา’ ซื้อมาให้ฉันหล่นตอนวิ่งข้ามถนน ฉันที่ยังไม่ประสีประสา เลยวิ่งกลับไปเก็บโดยไม่ทันระวังตัว รถคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ฉันมองเห็นแต่รถคันใหญ่แล่นเข้ามาใกล้ และเลือดเต็มตัวไปหมด มีแต่เลือด...เลือด และก็เลือด...เลือดสีแดงที่ดูน่ากลัว จนฉันรู้สึกเหมือนตัวเองตายไปแล้ว


อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้ฉันต้องเข้าผ่าตัด และต้องรับเลือดจากผู้บริจาคมาถึงแปดยูนิต TOT


มาถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่เห็นเลือดฉันก็จะหายใจขัด มือสั่น ปากสั่น แบบเนี้ยแหละ


“แถมยังกลัวผีอีกตะหาก” น้ำเสียงระอาของเวฟเรียกฉันกลับมาถึงปัจจุบัน ฉันหันไปค้อนเขานิดนึงก่อนสาดน้ำจากขวดในมือใส่เขา


“เฮ้ย!! เปียกนะ!”


“แหงสิ สาดน้ำใส่แล้วทำไมจะไม่เปียก ^^” ฉันส่งยิ้มหวานให้ เวฟแยกเขี้ยวเหมือนจะกัดฉัน แล้ววิ่งเข้ามาหา


แน่นอน ฉันไม่อยู่รอหรอก โฮะๆๆ ฉันวิ่งไปรอบๆ แล้วเอาขวดน้ำขู่จะสาดใส่เขา


แต่แล้ว ขวดน้ำที่เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวของฉันก็ถูกแย่งไปด้วยมือยาวๆ แข็งแรงของอีตาบ้านั่น ว้ายยย!!


“ตายแน่”


“อย่านะ!!” ฉันพูด แต่กลับถูกกลบด้วยเสียงน้ำสาด ว้ายยย >_<


ฉันกับเวฟเล่นน้ำสงกรานต์นอกฤดูกันอยู่ตรงนั้น เปียกไปหมดเลย ให้ตายเหอะ T^T แต่ฉันก็ลืมเรื่องเลือด อุบัติเหตุนั่น และแผลที่นิ้วไปสนิทเลย


เขาทำให้ฉันหัวเราะได้เสมอ


“เอ้า ไปทำแผลได้แล้ว”


“เปียกไปหมดยังงี้เนี่ยนะ”


“แหงสิ เดี๋ยวติดเชื้อ ไปเร็วยัยจิ๋ว”


“เมื่อไหร่นายจะเลิกเรียกฉันว่ายัยจิ๋วซักทีน่ะหา -_-^” ฉันถอดเสื้อนักเรียนตัวนอกออก บีบน้ำออกจากเส้นผมและกระโปรง เวฟที่กำลังทำแบบเดียวกันร้องตอบ


“เมื่อเธอสูงเท่าฉันไง”


วันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ฉันจะฆ่าตัวตาย -*- นายน่ะสูงตั้งร้อยแปดสิบกว่านะเฟ้ย ถ้าฉันสูงเท่านายก็ทุเรศแย่เสะ


“เปียกไปหมดเลย เพราะนายคนเดียว -*-“


“เฮ้ๆ ใครกันแน่สาดน้ำใส่ฉันก่อน”


“ก็สาดแค่นิดเดียว! ดูสินายทำฉันเปียกไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยนะยะ!”


“ช่วยไม่ได้ เธอเริ่มก่อน ทีนี้ไปทำแผลได้แล้ว” เขาจับมือฉันไว้แล้วเริ่มออกเดิน... ปล่อยน่า~ ฉันเดินเองได้ไม่ต้องให้คนมาช่วยจูงหรอก!


เมื่อเห็นสายตาและอาการขัดขืนของฉัน เขาก็มองดูมือของตัวเอง ก่อนจะปล่อยทันที เสมองไปทางอื่น ใบหน้าขึ้นสีเรื่อ


“โทษที...”


แล้วทำไมหัวใจเจ้ากรรมของฉันมันต้องเต้นตึกตักด้วยเนี่ย >_< ระหว่างทางเดินไปห้องพยาบาล เขาไม่ได้พูดอะไรกับฉันเลย และฉันก็มองไปทางอื่นเช่นกัน...


แต่มือข้างนั้นที่เขาจับไว้ ตอนนี้มันกลับอุ่นจนร้อน... และเหมือนกับแผลจะหายไปกับความร้อนนั้นด้วย

 

== == == == == == ==

 

เที่ยงวันนั้น ฉันถูกยัยอีกา ยัยอึนเฮ และยัยนัทลากมากินข้าวที่โรงอาหาร จะว่าไปแล้วฉันไม่ได้มากินข้าวที่โรงอาหารนี่เลยซักทีแฮะ O_O ไม่รู้เหมือนกันว่าอาหารอร่อยรึเปล่า


“เมเปิ้ลล >_<”


“What?”


“อินเตอร์เชียวนะยะ -*- นี่ ขออะไรหน่อยสิ” ยัยอีกาทำตาเป็นประกายปิ๊งๆ แล้วมองฉันด้วยแววตาวิงวอนขอร้อง อย่า...อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น เธอกำลังทำให้ฉันขนลุก


“ม...มีอะไร”


“ตั้งแต่เรียนห้องเดียวกันมา ฉันยังไม่เคยคุยกับเวฟเลยซักแอะ นี่...เธอไปหาเขามานั่งกินข้าวด้วยกันหน่อยสิ”


“No! Never!”


“แง TOT ทำมายอ้ะ”


“อันดับแรกนะ ฉันไม่อยากคุยกับหมอนั่น อันดับสอง หมอนั่นไม่มีทางมาหรอก อันดับสาม หมอนั่นปากเสียยิ่งกว่าส้วม เน่าแล้วเน่าอีก อันดับสี่...”


“...เธอกำลังจะตายในอีกหนึ่งวินาทีข้างหน้า”


“ใช่ๆ ฉันกำลังจะ เฮ้ย!!” ฉันสะดุ้งและร้องขึ้นมาอย่างลืมตัว เมื่อนายเวฟที่ฉันกำลังนินทาอย่างเมามันส์อยู่นั้นยืนอยู่ข้างหลังฉันนี่เอง ซวยแล้ว T^T ซวยๆๆ ซวยที่สุด!


“เอาล่ะ โต๊ะอื่นมันไม่ว่าง และพวกฉันกำลังหิว เพราะงั้นขอนั่งด้วยละกันนะสาวๆ”


ฉันรู้สึกได้ถึงลางร้ายที่มันค่อยๆ แตะตามขาไต่มาถึงสมอง ให้ตายเถอะ T^T ฉันจะโดนหมอนี่ฆ่ามั้ยเนี่ย ถึงหน้ามันจะยิ้ม แต่ฉันรู้ว่าข้างในใจมันต้องกำลังเดือดพล่าน...แหงแซะ TOT


ฉันพยายามไม่มองคนในโต๊ะที่พากันนั่งพรึ่บพรั่บๆ นายเวฟมากับเพื่อนอีกสองคนอ่ะ คนแรกหน้าตาดีใช้ได้ สูง ขาว หน้าตี๋ เสียดายขี้ก้างไปหน่อย ไม่แมนเอาซะเลย หมอนี่ชื่อจิมมี่ จากที่แนะนำตัวมา


ส่วนอีกคน...เข้าคอนเซ็ปท์ เตี้ย ล่ำ ดำ ถึก มหาโจรโคตรๆ =O= ระดับนายเวฟคบเพื่อนแบบนี้ด้วยเหรอวะเนี่ย เหลือเชื่อจริงๆ หมอนี่ชื่อ เอ่อ...เต้าฮวย


อยากถามว่าแม่กำลังทำอะไรอยู่ตอนตั้งชื่อให้หมอนี่ แล้วตอนจำความได้เขาโกรธพ่อแม่ตัวเองมั่งมั้ยเนี่ย ก๊ากๆๆๆๆ (หัวเราะด้วยความขบขันสุดชีวิต)


เอาล่ะ ฉันไม่ควรจะทำตัวให้เสื่อมเสียภาพพจน์นางเอกมากไปกว่านี้ใช่มั้ย แหะๆ...


ฉันสอดส่ายสายตาออกไปนอกโต๊ะ เพราะไม่อยากจะมองหน้านายเวฟ (กลัวสายตาพิฆาตนั่นง่ะ) และบังเอิญเจอกับร่างสูงๆ ขายาวๆ และผมทองๆ โดดเด่นมีเอกลักษณ์นั่นเข้า


“ฟรีส!! ฟรีสส!~” ฉันร้องเรียก เขาหันขวับมาในเวลาเพียง 0.78945 วินาทีเท่านั้น Oh…I’m impressed!!


“มีอะไรเหรอเจ้าหญิง ^^” เขาสาวเท้าก้าวเดินมาหาฉันและพูดด้วยรอยยิ้ม ฉันตัดสินใจเอาเองเสร็จสรรพว่าที่เขาเรียกฉันว่าเจ้าหญิงคงเป็นเพราะฉันสวยอ่อนหวานน่าทะนุถนอมเหมือนเจ้าหญิง (ได้ยินเสียงอ้วกแถวๆ นี้ ใครยะ!! เสียมารยาทที่สุด! - _-++)


“นั่งกินข้าวด้วยกันปะ”


“อืม” เขารับคำง่ายๆ แล้วนั่งลงตรงที่ว่างที่เหลืออยู่ข้างๆ ฉัน ทำให้ตอนนี้โต๊ะเรามีคนอยู่ถึงแปดคนเข้าไปแล้ว ให้ตาย... โต๊ะโรงเรียนนี้ก็ออกกว้าง แต่ทำไมฉันเห็นมันเต็มทุกวันเลย จำนวนนักเรียนที่นี่มีเยอะขนาดไหนกันนะ O_O


“เล่นบาสเป็นมั่งยัง?”


“ยังอ่ะ T^T อย่าจุดประกายความเศร้าในใจฉันขึ้นมาดิ นั่นปมด้อยอันดับหนึ่งของฉันเลยนะ” แง ทำไมฟรีสต้องขุดคุ้ยมันขึ้นม๊า ฉันยิ่งพยายามลืมอยู่ ว่าอาทิตย์หน้าจะมีการสอบซ่อมบาสแล้ว (ที่ฉันตกคนเดียวไง)


“อย่าไปถามยัยนี่เลยฟรีส เดาะบอลเลี้ยงลูกยังไม่เป็นเลย นับประสาอะไรกับชู้ตให้ลงห่วง”


“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าใบ้หรอกนะ นายเวฟ -_-++”


“ฉันพูดจริงนี่หว่า หรือจะเถียง?” เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย เชอะ!! เออ ยอมรับก็ได้ ฉันมันโง่!! ฮือๆๆ โฮๆๆๆ


“งั้นเดี๋ยวฉันจะสอนให้นะ ^^”


“อย่าดีกว่า เกรงใจนาย”


“นั่นสิ ใครกล้าสอนยัยนี่ก็บ้าเต็มทีแล้ว หัวทึบขนาดเนี้ย ความสามารถด้านกีฬาเป็น 0” จะแหลมขึ้นมาทำไมวะ? ถ้าไม่เกรงใจฟรีส กับเพื่อนๆ ของนายเวฟล่ะก็ ฉันเอาชามก๋วยเตี๋ยวนี่คว่ำใส่หัวมันเรียบร้อยโรงเรียนลาวแน่ๆ


“ใครว่าเมเปิ้ลหัวทึบวะ? คนพูดนั่นแหละโง่ดักดานชนิดไม่ต้องผุดต้องเกิด ยิ่งกว่าบัวในตมอีกนะเว้ย แบบนี้เค้าเรียกว่าคมในฝัก มีของดีแต่ไม่โชว์ต่างหาก”


ขอบคุณนะที่ช่วยด่าแทนฉัน T^T แม้ประโยคหลังมันจะไม่จริงก็เหอะ จะในฝักรึนอกฝักฉันก็ยังทื่ออยู่ดี ไม่มีทางคมขึ้นมาได้หรอกถ้าเป็นเรื่องของบาส


“ปล่อยมันไปเถอะเนอะ อย่าไปสนใจพวกบัวในตมเลย” ฟรีสหันมาพูดกับฉันแบบกระซิบ เอ่อ...แต่เสียงกระซิบของเขานี่มันดังจนได้ยินไปทั่วโรงอาหารเลยล่ะมั้ง พวกยัยสามตัวแอบกลั้นหัวเราะกันสุดชีวิต ส่วนนายล่ำอับดุลลาห์กับนายตี๋หมี่เกี๊ยว เพื่อนนายเวฟกลับปล่อยก๊ากลั่นโดยไม่เกรงใจยมทูตแห่ง Hell Boys เลยแม้แต่น้อย


ตอนนี้หมอนั่นกำลังขบกรามแน่นจนมันแทบจะแตกออกจากกันอยู่แล้ว


“อยากตายเหรอวะ”


“เอ๊ะ ฉันมั่นใจว่าไม่ได้พูดชื่อนะ? หรือทุกคนว่าไงครับ? ^^” รอยยิ้มสดใสราวพระอาทิตย์หน้าร้อนของเขาทำให้ทุกคนยิ้มตามได้โดยง่าย และทุกคนก็พยักหน้าหงึกหงักสนับสนุนคำเขาอย่างพร้อมเพรียง เวฟที่ทำอะไรไม่ได้ได้แต่หงุดหงิดฮึดฮัดอยู่คนเดียว


ฉันเองก็ยังยิ้มกว้างตามไปด้วยเลย ดูท่าผู้ชายผมทองตาฟ้าตรงหน้าฉันนี่จะมีความสามารถในการทำให้ทุกคนยิ้มตามได้แฮะ... เหมือนกับ ‘เขา’ คนนั้นไม่มีผิดเลย ทุกคนที่อยู่รอบๆ ตัวเขาก็จะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าได้เสมอเช่นกัน


“กินนี่มั้ย”


“หืม? อ๊ะ นายไม่กินเหรอ O_O~” ฉันทำตาโตเมื่อเจ้ากุ้งน้อยที่เขาคีบมาให้ฉันลอยอยู่ตรงหน้า อ๊าก ของโปรดอันดับหนึ่งของฉันเชียวนะ (ถึงฉันจะมีอันดับหนึ่งหลายอันก็เถอะ T^T)


“ฮะๆ มีตั้งเยอะแยะ ชอบใช่มั้ยล่ะ”


“แหะๆ ขอบคุณนะ ^^” ในเมื่อให้ก็ไม่เกรงใจล่ะ ฉันหยิบตะเกียบคีบมันขึ้นมา และ...


“แง้ TOT ขอโทษนะ”


“ไม่เป็นไร เอาใหม่ได้” เขารีบพูดเมื่อเห็นฉันเบะปากทำท่าจะร้องไห้ ก็กุ้งน้อยกลอยใจที่รักของฉันมันลงไปนอนแหมะอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางที่ฉันจะคีบมันขึ้นมากินใหม่แน่นอน


“อย่าๆ ไม่ต้องหรอก ไม่เอาแล้ว”


“เอาไปเถอะน่า” เขาคีบกุ้งมาให้ฉัน รอยยิ้มหวานนั่นทำให้ฉันไม่กล้าขัดศรัทธาเลยอ่ะ (ความจริงคือตะกละอยากกินจนปฏิเสธไม่ลง)


“อ๊ะ อุ๊บ...” เขาจิ้มเข้าปากฉันเฉยเลย O_O!!


“กลัวทำตกอีกไง”


>///< อ๊าา... คนก็อยู่กันเต็มโต๊ะ แถมกำลังจ้องมองตาไม่กะพริบอีกตะหาก ทำอะไรของนายเนี่ย~


ด้วยความเขิน ฉันเลยแก้เก้อด้วยการลุกขึ้นยืน แล้วบอกว่าจะไปซื้อน้ำที่ร้านใกล้ๆ นี่


“เอ่อ ใครจะเอาน้ำอะไรปะ เดี๋ยวฉันจะไปซื้อ...”


“ดีมากยัยเมเปิ้ล ฉันขอโค้กแก้วนึง”


“ฉันขอสไปรท์แก้วนึง!”


“ฉันขอน้ำส้มคั้นแก้วนึง!”


รู้สึกว่าฉันจะไม่ได้เอ่ยชื่อพวกเธอสามคนเลย ใครใช้ให้แสลนยะ? -*- แล้วฉันจะแบกมายังไงสี่ห้าแก้ว เชอะ


“เออ ได้”


“ไปคนเดียวจะถือกลับมายังไง เดี๋ยวฉัน...” นายเวฟทำท่าจะลุกขึ้นยืน แต่แล้วกลับชะงักกึกเมื่อเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นมาแทรก


พลั่กก!!


ระหว่างที่ฉันกำลังยืนคุยกับพวกที่สั่งน้ำอยู่นั้น หมาตัวหนึ่ง เอ่อ...ในชุดนักเรียน ร่างสูงโย่ง ก็วิ่งมาชนฉันเข้าอย่างจังจนล้มลงเข่ากระแทกพื้น โอ๊ย...T^T เจ็บอ้ะ


“เป็นอะไรรึเปล่า? เมเปิ้ล! O_O~” ใบหน้าแรกที่ฉันเห็นคือฟรีสที่อยู่ใกล้ๆ และตามมาด้วยนายเวฟที่ถลามาด้วยสีหน้าเป็นห่วง ขอบใจนะที่เป็นห่วง แต่ฉันไม่เป็นไร...


“ไม่เป็นไร...ไม่...” น้ำเสียงฉันขาดห้วงไปกะทันหันเมื่อมองเห็นแผลแตกที่หัวเข่า เลือดไหลเยอะมากจนอาบหัวเข่าของฉันให้เป็นสีแดงเข้ม ทันใดนั้นเองฉันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หัวตื้อไปหมด...


“ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร ไม่เป็นไร...” โดยไม่รู้ตัว ฉันก็พึมพำซ้ำไปซ้ำมายังงั้น และรู้สึกเหมือนเลือดที่อาบหัวเข่ากลายเป็นอาบทั้งตัว เลือดสีแดง...แดงสด... น้ำตาฉันไหลพรากลงมาอย่างอดไม่ได้


“โธ่เอ๊ยยัยบ้า...มานี่มา ลุกขึ้น ฉันจะพาไปห้องพยาบาล เฮ้ย ไอ้จิม เอาขวดน้ำเปล่ามานี่...” เวฟพูดขึ้น แต่ไม่ทันจบคำดี ฉันที่กำลังจะลุกขึ้นยืนตามคำบอก จู่ๆ ร่างก็เบาขึ้น และเหมือนกับกำลังลอยอยู่บนฟ้า อ๊ากก...ฉันลอยได้ ฉันบินได้ >O<


“ไม่เป็นไรนะ...อย่าร้องไห้นะ เจ้าหญิง...” น้ำเสียงปลอบประโลมแสนจะอ่อนโยนและอ่อนหวานดังขึ้นอยู่ข้างๆ หู เสียงนั่นเหมือนบังคับให้ฉันต้องพยักหน้า...


“ไม่เจ็บแล้วนะ...ไม่มีเลือดแล้ว อย่าร้อง...ฉันจะพาไปห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ” 


“ฮื่อ...”

 

== == == == == == ==

 

เวฟยืนมองดูฟรีสอุ้มเมเปิ้ลเดินไปที่ห้องพยาบาลอย่างรีบเร่งแต่นุ่มนวลด้วยสายตาเหม่อๆ เล็กน้อย เขาจับน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยจนปิดไม่มิดของเพื่อนตัวเองได้ดี ในหัวใจของเขารู้สึกแปลกๆ อยากให้ตัวเองเป็นคนที่อุ้มเธอไปอย่างนั้น... อยากให้ตัวเขาเป็นคนที่คอยปลอบโยนเธอเสียเอง จู่ๆ เขาก็รู้สึกอยากเขกกะโหลกตัวเองขึ้นมา ทำไมเขาถึงไม่อุ้มเธอขึ้นมาซะเลย ทำไมเขาถึงบอกให้เธอลุกขึ้นเองนะ...


ให้ตายเถอะ... นี่เขากลัวเธอจะชอบไอ้หมอนั่นเหรอเนี่ย เขากลัวว่าไอ้ฟรีสจะได้คะแนนจากเธอเหรอวะเนี่ย!!


เวฟรู้สึกคลั่ง...และตัดสินใจระบายออกด้วยการ...


“เฮ้ย!! มึงอ่ะ...เออ มึงนั่นแหละไอ้หน้ากระโห้ หันหน้ามานี่เด๊ะ!!”

 

== == == == == == ==

 


[[To Be Continue]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #962 ploy53844 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 00:08
    ฟรีสสสส! เทใจให้นายยย~
    #962
    0
  2. #930 saraharu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 15:40

    สนุกค่ะ

    #930
    0
  3. #878 ooyza123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 18:33
    หันหน้ามานิ ไม่ใช่ต่อยเค้านะ
    #878
    0
  4. #841 lovelykenta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2552 / 10:54

    หนุกๆๆออกเมื่อไรอ่ะ
    บอกด้วยจะซื้อทันทีเลยอิอิ

    #841
    0