>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 5 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 4 [rewrite]<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 เม.ย. 51



== == == == == == ==


Chapter 4 : SpeeD!!

== == == == == == ==

 
"นี่นาย! ทำไมตอบไปแบบนั้น!~"

"ก็ถอดรูธไม่เป็น"

"ม.6 แล้วนะยะ -*-"

"แล้วไง?"

"ว้อยยย! ตอบไปแบบนี้ก็ได้แค่คะแนนเดียวสิตางั่ง!!"

"ก็ตอบไปแบบติดรูธไงไม่ได้เรอะ ค่ามันก็เท่ากัน" นายเวฟตอบหน้าตาเฉย จนฉันรู้สึกอยากจะเอามีดปาดคอตัวเองตายจะได้ไม่ต้องมานั่งทำงานกับนายบ้านี่อยู่อย่างนี้ T^T ก็นั่งข้างกันด้วย อาจารย์ก็เลยให้ทำงานด้วยกันน่ะเซ่ บ้าบอที่สุด!

"บ้าน่านายโย่ง เค้าให้ทำเป็นผลสำเร็จ"

"เฮ้อ... เออก็ได้วะ"

"อย่าๆๆ นายทำข้ออื่นไป ฉันจะทำข้อนี้เองก็ได้" ฉันรีบห้ามเมื่อเห็นนายเวฟเริ่มจะคลั่ง เฮ้อ... บ้าจริงๆ เลย ทำไมฉันถึงไม่ได้ไปนั่งจับกลุ่มเม้าท์กับเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ เหมือนปกตินะ ตอนอยู่ในอเมริกาฉันออกจะอยู่กลุ่ม Popular girls' gang - - ที่ดังที่สุดในโรงเรียน แต่มาอยู่ที่นี่ทำไมเหมือนพวกผู้หญิงที่นี่ทำท่าเหมือนฉันเป็นสัตว์ประหลาดแปลกหน้ายังไงยังงั้น

"อ๊ะ เอ่อ... นี่ปากกา" นักเรียนหญิงคนหนึ่งที่มีผมซอยสไลด์ฟูๆ ทรงอินเทรนด์ยื่นปากกาสีชมพูของฉันให้ พอฉันรับมาแล้วจะเอ่ยปากขอบคุณ เธอก็รีบชิ่งหนีไปซะเฉยๆ

อะไรกัน O_O

"อะไรเนี่ย ทำไมทำท่ายังกะเธอจะกัด เธอจะไปกัดเค้าเหรอ"

"นายอยากโดนฉันฆาตกรรมใช่มะ"

"แล้วมาเรียนเป็นเดือนแล้ว มีเพื่อนมั่งยังอะเธอ"

"เห็นปะล่ะ"

"ไม่เห็นใครเลย"

"แล้วถามทำไม"

"แล้วทำไมเนี่ย ไม่มีคนคบเหรอ"

"ใช่สิ ฉันมันไม่มีคนคบ" ฉันพูด ทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจแล้วหันไปทำเลขต่อ แต่จริงๆ แล้วมันก็เหงาเหมือนกันนะ... เวลาจับกลุ่มทำงานกลุ่ม ถึงฉันจะได้เข้ากลุ่มด้วย แต่พวกผู้หญิงในกลุ่มก็ทำเหมือนฉันเป็นคนนอก ไม่มีตัวตนเลย...

"อ้าว นั่งซึมไปเลยเหรอ"

แต่ฉันคงเศร้าได้ไม่นาน หมอนี่ก็มากวนตีนฉันอีกแล้ว =_=^

"หุบปากเลย นั่งทำเลขไปเถอะน่า"

"ว้าโว้ยย!! ไปซิ่งรถยังจะมันส์กว่าอีก"

"ฮะๆๆๆ อย่างนายน่ะเหรอจะซิ่งรถ สู้พี่ชายฉันยังไม่ได้เลยมั้งเนี่ย" ฉันรู้สึกหมั่นไส้ตงิดๆ เลยเกทับเอาซะเลย ทว่าเขากลับเงยหน้ามาจ้องหน้าฉันเขม็ง อุ๋ย... โกรธเหรอเนี่ย

"งั้นไปลองดูเดี๋ยวนี้เลย"

"ล...ลองอะไร"

"ว่าฉันกับพี่ชายเธอใครขับเร็วกว่ากัน"

"หา O_O"

"ไป" เขาลุกขึ้นดึงแขนฉันให้ลุก แต่ฉันดึงดันไม่ลุก เลยเกิดเสียงดังโครมครามขึ้น เพราะกระเป๋ากับหนังสือบนโต๊ะมันหล่นลงไปกองกับพื้น ทั้งอาจารย์และเพื่อนๆ ในห้องหันหน้ามามองฉันกับนายเวฟด้วยสีหน้าประหลาดใจกึ่งรำคาญใจหน่อยๆ แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย

"ไปสิ"

"ไม่ไป!"

"ไปเซ่ จะได้ถอนคำพูด"

"ยังไงพี่ชายฉันก็ขับเร็วที่สุดน่ะตาบ๊อง!!"

"ลุกเดี๋ยวนี้เลยยัยจิ๋ว"

"ฉันไม่ไปไหนแน่ๆ นายโย่งปากหมา!"

"จะลุกไม่ลุก หรือจะลุกด้วยน้ำตา"

"แบร่ๆๆๆ" ฉันแลบลิ้นให้นายบ้านั่นแล้วนั่งเกาะเก้าอี้แน่นไม่ขยับไปไหน ทันใดนั้นเอง... เก้าอี้ตัวที่ฉันนั่งอยู่ก็ลอยสูงขึ้นเหนือพื้น อ๊าาา!! มามุกนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย T_T แง้ๆๆๆๆ ปล่อยฉันลง ณ บัด now!!

"นายเวฟ ปล่อยเมเปิ้ลลงมานะ" อาจารย์ท่าทางเหมือนซุนหงอคงพูดขึ้นเสียงหงอๆ เวฟไม่แม้แต่จะเหลือบไปมอง เขาเดินดุ่มๆ พาฉันออกจากห้องไป...

ในสภาพนั้น...

กรี๊ดดดดดดดดด ไม่ว่าฉันจะทุบตี หยิก ข่วน หรืออะไรก็ตาม หมอนี่ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย แต่กลับเดินผ่านทุกห้องเรียนไปอย่างงั้น นักเรียนทุกห้องหันมามองฉันกับนายบ้านี่เกรียวไปหมด แง... มีหวังพรุ่งนี้ฉันมาโรงเรียนคงต้องเอากระสอบทรายคลุมหัวแล้วล่ะ T^T

"ปล่อยนะๆๆๆๆๆ"

"โว้ย แสบแก้วหู"

"ก็ใครใช้ให้พาฉันมาล่ะ"

"ก็ใครใช้ให้เธอตามมาล่ะ"

"หา? ฉันเนี่ยนะตามนายมา อีตาบ๊อง ตาบ้า ตางี่เง่า!!~"

"หยุดเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะโยนเธอลงในสระน้ำ"

อีกแล้ว T___T''

"อ้อจริงสิ วันนั้นเธอผลักฉันตกน้ำนี่นะ ได้เวลาเอาคืนแล้วสิ"

ม...ม่ายยยยยยยยยยยยย >________<!! ฉันเกาะคอเขาไว้แน่น แน่นจนแทบจะเหมือนบีบคอ

"อ็อก... ยัยบ้า ปล่อยนะ จะฆ่าฉันรึไง"

"ปล่อยฉันลง..."

"ได้ ลงในน้ำนะ อ๊ากกก~"

"ลงกับพื้นดิน"

"ได้ครับ ได้คร้าบบ ปล่อยฉันนะ"

ฉันยอมปล่อยคอเขาเป็นอิสระในที่สุด แต่ว่าหมอนั่นกลับทำท่าจะโยนทั้งเก้าอี้ทั้งฉันลงไปในสระน้ำ กรี๊ดดดดดดดดดด!!~

"ฮ่าๆๆๆๆๆ ทำหน้าแบบมะกี๊อีกทีดิ๊"

ทำไมยังไม่เปียกล่ะ >.<

อ๊ะ... หมอนี่แค่เงื้อเฉยๆ ยังไม่ได้โยน ฟู่วว... รอดไป T^T วันนี้อากาศยิ่งหนาวๆ อยู่ด้วย บรื๋อออ~

"เธอนี่ตลกชะมัด"

"แต่นายนี่กวนส้นตีนฉันชะมัด"

"หน้าตาก็พอดูได้หรอก แต่คำพูดคำจาคนละเรื่องกับหน้าตาเลยนะ =__=''"

"นายเองก็ด้วยแหละ หน้าตาพอถูไถ แต่นิสัยทำไมเลวร้ายสุดจะบรรยายเงี้ยอะฮะ?"

"เธอเองก็ไม่ได้นิสัยดีไปกว่าฉันหรอกยัยจิ๋ว - -"

"หยาบคาย -_-^^"

"ไปซิ่งกัน" เขาเปลี่ยนเรื่องแบบ 360 องศา

"ซิ่งเหรอ O_O"

"ก็จะได้พิสูจน์ให้รู้กันไปเลยไง ว่าใครขับเร็วกว่ากัน"

โอ๊ยอีตาบ๊องนี่ -*- เก็บเอามาคิดแค้นเป็นเด็กๆ ไปได้ นายก็อายุมากแล้วนะ ถึงอายุสมองจะยังไม่เจริญเท่าที่ควรก็เหอะ ไม่น่าจะปัญญาอ่อนแบบนี้

แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เปลี่ยนความคิด แง... นี่ฉันโดดเรียนครั้งที่สองแล้วนะ หลังจากย้ายมาเรียนที่นี่ได้แค่เดือนกว่าๆ เอง เพราะอีตาบ้านี่คนเดียวเลย~

"ว่าแต่รถนี่อะ ไหนนายบอกว่าวิ่งบนถนนธรรมดาไม่ได้ไง"

"อือ"

"แล้วนี่มันอะไร!"

"นี่รถลูกน้อง"

"แล้วนายก็ขโมยมาขับเนี่ยนะ"

"ทำไม ฉันเป็นถึงยมทูต"

"เป็นอะไรนะ เป็นหูดเหรอ O_O ตายละ ไม่ไปหาหมอ ว้ายยย~"

"ยัยจิ๋ว -*- ไม่กวนประสาทฉันซักนิดจะได้มั้ย"

เขาพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด ฮึ! ทำยังกะตัวเองไม่กวนประสาทฉันตลอดเวลางั้นแหละ เชอะ!

ว่าแต่ไอ้ยมทูตนี่มันอะไรกันนะ...

ตั้งแต่เข้าเรียนมาและได้สอบถามคนอื่นๆ ในโรงเรียน ฉันก็ได้รู้เรื่องราวต่างๆ ของโรงเรียนนี้มากขึ้นอีกนิดล่ะ ด้วยว่าโรงเรียนมีกลุ่มอิทธิพลอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน แต่ละกลุ่มมีเขตแดนของตัวเอง ไม่ล้ำเส้นกัน (ยังกะหมาแน่ะ) นี่แหละมั้งเรื่องแปลกประหลาดที่ผอ.เค้าพูดถึง =_=

ฉันเพิ่งจะรู้ =_= ว่าฉันไปจิ้มหนวดยัยแม่มดผู้ทรงอำนาจแห่งแก๊งแซสซี่ฯ เข้าให้แล้ว กลั๊วกลัว กลัวสุดๆ กลัวสุดตีน -_- กลัวจริงๆ

แถมฉันยังสนิทกับนายหูดแห่งแก๊งน้ำหวานอีก คนเลยค่อนข้างเกรงกลัวฉันหน่อยๆ

หงุดหงิดนิดๆ อะนะเวลาคนหันหน้ามามองแล้วหันไปซุบซิบกัน แต่ว่ามันก็ดีไปอีกแบบ ตรงที่จะไม่มีใครเข้ามายุ่มย่ามวุ่นวายชีวิตฉันไงล่ะ ฉันต้องการชีวิตเงียบสงบ...

เหมือนเช่นตอนนี้...

เงียบสงบยังกะนั่งวิปัสสนาในผับเลย TOT

ไม่มีทางที่ชีวิตฉันจะสงบสุข เมื่อมีไอ้หูดนี่อยู่ข้างๆ ฉัน!!

"หรี่เสียงหน่อยเซ่!"

"ไม่" เขาตอบสั้นๆ ง่ายๆ แล้วแทนที่จะหรี่เสียง กลับเพิ่มวอลุ่มให้วิทยุเสียอีก เครื่องเสียงรถของลูกน้องนายนี่ก็ดันกระหึ่มจักรวาลอีกตะหาก อ๊ากกก~ ฟังทำไมเนี่ยเพลงโตเกียวดริฟท์ รบกวนโสตประสาทฉันจริงๆ แง้ววๆๆๆ

"ไง ฉันขับเร็วกว่าพี่ชายเธอใช่มั้ย"

เหยียบ 140 กลางวันแสกๆ กลางเมืองกรุงเทพเนี่ยนะ

นายนี่ถ้าไม่บ้าก็ไม่เต็มวะ =___=''

"ไม่ย่ะ เทียบกันแล้วนายขับอืดเป็นทากคลาน"

บรืนนนน~

เสียงเร่งเครื่องดังขึ้น แล้วรถก็กระชากตัวอย่างรวดเร็ว O_O~

"นายอายุเท่าไหร่"

"สิบเจ็ดปีหกเดือน"

"ไม่มีใบขับขี่ใช่มะ"

"บ้าเปล่า? อายุสิบเจ็ดที่ไหนมีใบขับขี่"

"ที่อังกฤษไง - -"

"แล้วที่ฉันขับอยู่นี่มันถนนประเทศไหนมิทราบ" เขาตอบพลางหักเลี้ยวโค้งโดยแทบจะไม่แตะเบรค กรี๊ดดด!! เกือบชนเสาไฟฟ้าแน่ะ! นี่ถ้าฉันตายไปใครจะรับผิดชอบ~

"ไม่มีใบขับขี่แล้วถ้าถูกจับจะทำไงล่ะ~" ฉันตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลง แต่เขากลับยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วเหยียบคันเร่งซิ่งหนีรถที่วิ่งคู่คี่กันมาเมื่อครู่จนทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น แล้วตอบคำถามที่ทำเอาฉันแทบอยากเอาเท้ากุมขมับ

"หนี"


== == == == == == ==


"เอ้า ไอติม" เขายื่นไอติมคอร์เนตโต้รสสตรอเบอรี่มาให้ฉัน เย้ๆๆๆๆ >.<

"เธอนี่อายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย ยัยจิ๋ว"

"อายุเท่านาย ^^" ฉันพูดพลางกัดไอติม ลมพัดมาแรงจนผมยาวสลวยสีน้ำตาลของฉันปลิวไปด้านหลัง ว้าววว~ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีที่ๆ ลมดีขนาดนี้ด้วยแฮะ O_O

"ฉันชอบมานั่งที่นี่บ่อยๆ ตอนเด็กๆ"

"ริมสะพานเนี่ยเหรอ" หลังจากซิ่งจนหนำใจแล้ว เขาก็พาฉันมานั่งเล่นที่สะพานพระรามแปด ลมเย็นสบายทีเดียวล่ะ แถมวิวข้างล่างก็สวยงาม มีเรือลำเบ้อเริ่มเลย >.< เสียแต่ว่ารถเยอะไปเท่านั้นแหละ

"อือ"

"ไม่กลัวผีผลักตกน้ำเหรอ"

"ถึงจะเป็นตอนเด็กๆ แต่ฉันก็ไม่ได้โง่ =___=''"
 
หยาบคาย =O= ด่าฉันว่าโง่เรอะ!

"แล้วพ่อแม่นายล่ะ"

"พ่อฉันอยู่เยอรมัน แม่ฉันก็ทำงานดึกดื่นประจำ ปกติฉันต้องไปรอแม่ที่ร้านอาหารข้างล่าง เป็นร้านของเพื่อนแม่ฉัน แต่ทุกทีฉันชอบแอบขึ้นมานั่งเล่นที่เนี่ย"

"นั่งทำอะไรคนเดียว"

"นั่งคิด"

"จะฆ่าตัวตายเหรอ"

"อยากลองกระโดดไปเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามั้ย -_-^ ฉันจะช่วย"

"ถ้าฉันตายเป็นผีแล้วจะมารับนายไปอยู่ปรโลกนะ"

"เธอสิอยู่ปรโลก คนดีอย่างฉันต้องขึ้นสวรรค์ตะหาก"

"สวรรค์คงปิดประตูรับนายแล้วถีบหัวส่งลงนรกไปเลยน่ะสิ"

"ปากเธอนี่น่าซัดด้วยหลังมือนะ =__=^^"

"ปากนายก็น่าซัดด้วยป๊อบทีนเหมือนกัน"

"ลองเอานันยางไปชิมก่อนมั้ย"

"นายล่ะอยากลองชิมเบรคเกอร์ก่อนรึเปล่าล่ะ"

"เธอนี่ =_=^^^"

ฮ่าๆๆๆๆ เถียงสู้ฉันไม่ได้ใช่ม้า โฮะๆๆๆ คุณหนูเมเปิ้ลแสนสวยซะอย่าง ไม่มีทางเถียงสู้ฉันหรอก อย่างนายน่ะ กลับบ้านไปกินนมหมาซะเถอะไป๊!

"เธอทำตัวแบบนี้แม่ไม่ว่าเหรอ"

"แม่บอกให้เป็นตัวของตัวเอง"

"น่าสงสารแม่เธอนะ"

"สงสารแม่นายดีกว่า"

"ฮ่าๆๆ ฉันออกจะเป็นเด็กดี แม่ไร้กังวล"

"ฉันว่าแค่เห็นหน้านายตอนคลอด แม่นายคงอยากเอาขี้เถ้ายัดปากนายเต็มทนล่ะ"

"ฉันจะเอาขี้เถ้ายัดปากเธอตอนนี้เลยดีมั้ย"

"งั้นฉันจะเอาขี้โคลนยัดปากนายเดี๋ยวนี้ละกัน"

"หยุดเถอะ ฉันเหนื่อย =__='"

แล้วใครชวนเริ่มก่อนมิทราบยะ นายบ้องตื้นเวฟ =_=^^ บ้าบอที่สุด ฉันหันหน้าหนีไปรับลม ว้าวว ลมแรงยังกับอยู่ริมทะเลแน่ะ

ฉันหลับตาลง แล้วจู่ๆ ภาพของใครคนหนึ่งก็ซ้อนทับกับความมืดตรงหน้า...

จริงสินะ เคยไปเที่ยวทะเลด้วยกันนี่นา... วันเดียวกันนั้นเองที่ฉันบอกเลิกเขา... บอกเลิกเขาด้วยตัวของฉันเองเลย...

'รักเจ้าหญิงที่สุดเลยนะ' เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้ม... สิ่งแรกที่ฉันจะเห็นได้จากเขามันคือรอยยิ้มเสมอ ไม่มีแม้ซักครั้งที่เขาจะมีสีหน้าทุกข์ใจให้ฉันเห็น เมื่อไหร่ที่ได้เจอหน้าเขา ทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตฉันเหมือนะจสลายหายไปเสียง่ายๆ เขามักจะทำให้ฉันอุ่นใจอยู่เสมอ เมื่อมีเขาอยู่ข้างๆ ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี...

‘ไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ เพราะงั้นฉันจะยิ้มให้เธอเสมอนะ...’ เขามักจะบอกกับฉันอย่างนี้ และฉันก็ไม่เคยไม่สบายใจเวลาอยู่กับเขา...

แล้วตอนนั้นเองที่ฉันบอกเลิกเขาไป...ในวันเกิดครบ 14 ปีของฉันเอง

นั่นคือสิ่งที่ฉันทำผิดที่สุดในชีวิต

หลังจากวันนั้น ถึงจะคิดได้เมื่อสายว่าฉันทำผิดไปแล้ว แต่เมื่อติดต่อกลับมาหาเขาอีกครั้ง ฉันก็ไม่กล้าคุยกับเขาเลย ฉันกลัวเขาโกรธ กลัวเขาปฏิเสธที่จะคุยกับฉัน ฉันเลยปล่อยให้ ‘คำสัญญา’ ระหว่างเราเป็นสิ่งผูกมัดเพียงอย่างเดียวที่เชื่อมระหว่างเราสองคนไว้

เขาย้ายบ้านไปแล้ว...เปลี่ยนเบอร์ติดต่อ ที่อยู่ อีเมล์ และทุกๆ อย่าง... เพราะยังงั้น ฉันก็เลยคิดว่าเขาไม่อยากจะเจอหน้าฉันอีกแล้ว ตอนคุณพ่อบอกว่าจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยเหมือนเดิม ฉันกลัวมาก... ฉันเคยคิดว่าจะลืมเขาไปซะ แต่ฉันก็ไม่เคยทำได้ เขามีความหมายกับฉันมากเกินไป มีความทรงจำกับฉันมากเกินไป ถึงมันจะดูเหมือนเป็นเพียงแค่ความรักในวัยเด็ก แค่ Puppy Love ธรรมดา แต่มันเป็นรักครั้งแรกและครั้งเดียวตลอดชีวิตที่ผ่านมาของฉัน และ...
 
"...เปิ้ล...ยัยเมเปิ้ล!!"

"ว้ายยย~" ฉันสะดุ้งตื่นจากความคิดเมื่อเขาตะโกนอยู่ข้างหูฉัน God damn it!!

"หลับรึไง = ="

"บ้าเหรอ แค่นั่งคิดอะไรเพลินๆ"

"อย่าบอกนะว่าคิดจะฆ่าตัวตาย"

"คิดจะฆ่านายตายตะหาก - -^"

"โธ่เอ๊ยยัยจิ๋ว แค่ตบฉันเธอยังทำไม่ได้เลย"

"ลองดูมั้ยล่ะ"

"ไม่ล่ะคร้าบ กินไอติมไปเถอะ" เขายกมือทำท่ายอมแพ้ แล้วเดินเข้าไปหยิบอะไรในรถออกมา

มือถือเหรอนั่น SE W810i สีขาวรุ่นใหม่ด้วยอะ รุ่นนี้มันเป็นรุ่นที่ฉันโคตรจะอยากได้ T_T เป็น Walkman phone ด้วย หรูหราไฮโซมากมาย แต่บังเอิญฉันเพิ่งซื้อ N73 มา คุณพ่อเลยไม่ยอมให้ซื้อเครื่องใหม่ T__T

"เอามาทำไร"

"มากินมั้ง ถามโง่ๆ"

จนแล้วจนรอดหมอนี่ก็ไม่เคยหยุดกวนส้นฉัน T_T

เขากดโทรศัพท์เบอร์ไหนซักอย่างแล้วโทรออก เอาออกมาจะโทรหาเพื่อนก็ไม่บอกดีๆ -*- ชิส์

"ฮัลโหล เออ เตรียมรถไว้รึยัง ดีมาก คืนนี้ฉันจะเข้าไป เออๆ วางสามหมื่นใช่มั้ย เช็ครถดีๆ ละอย่าให้มีอะไรผิดพลาด ถ้าฉันแพ้แกตาย เข้าใจใช่มะ? เออแค่นี้แหละ" เขากดวางดื้อๆ แล้วโยนมือถือกลับเข้าไปในรถ นี่นายรู้มั้ยว่ามือถือนั่นราคาเท่าไหร่ -*-

"นายเตรียมรถไปไหนเหรอ"

"วันนี้มีแข่ง"

"แข่งอะไรเหรอ"

"หมากเก็บมั้ง เตรียมรถ -*-"

เอาป๊อบทีนตะบันหน้ามันเลยดีอ๊ะป่าว แล้วจะได้ขโมยทั้งรถทั้งมือถือมันไปให้หมด หนอยแน่ะ คนเค้าถามดีๆ ตอบกลับกวนส้นตีนซะงั้นอ่ะ -_-^^

"แข่งรถที่ไหนกันเหรอ"

"สนามแข่งไง"

"ทราบแล้วเปลี่ยน -*-"

"ข้างๆ ผับที่เธอเคยไปวันนั้นไง นั่นเป็นผับของแก๊ง Hell Boys แล้วก็เป็นสนามแข่งด้วย"

"ถูกกฏหมายรึเปล่า"

"อย่าเรียกตำรวจไปละกัน"

"ถ้านายถูกจับนี่หมดอนาคตเลยนะ"

"หึ... เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ"

"เปล่า เป็นห่วงพวกในคุก กลัวพวกนั้นมันต้องปวดประสาทหูเวลานายไปอยู่ใกล้ๆ"

"-_-^^" เขาไม่พูดตอบ คงรู้ว่าถึงพูดไปก็คงเถียงสู้ฉันมิได้ โฮะๆๆ 

"แล้วต้องเดิมพันเงินด้วยเหรอ"

"อือ ปกสิก็สองสามหมื่น ถ้างานใหญ่ก็เป็นแสน"

"เอาเงินมาจากไหนน่ะนาย =__=''"

"เงินฉันเอง"

"แล้วถ้านายแพ้?"

"ไม่มีทาง"

"ฮะๆๆ นายจะเอาเรือใบไปวางรถคันอื่นๆ รึไง"

"ไม่จำเป็น ฉันเป็นถึงยมทูต"

เป็นหูดแล้วทำไมถึงชนะล่ะ =_=;; นายนี่ท่าจะบ้าเอาการแฮะ เป็นเอามากจริงๆ 

"ยมทูตคือคนที่เร็วที่สุด หล่อที่สุด เก่งที่สุด"

เปลี่ยนจาก 'เร็ว' ที่สุดเป็น 'เลว' ที่สุดจะเข้าท่ากว่า = =^ ฮิฮะ ฉันกับนายโย่งนั่งรับลมกันต่อซักพักแล้วมือถือเขาก็ดังขึ้นอีก ฉันแอบเห็นจากหน้าจอว่าเป็นคำว่า 'Freeze' ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงสะดุดใจทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าหรือได้ยินใครเรียกชื่อนี้

[เฮ้ยไอ้เวฟ สองทุ่มไปหาไอ้ฟรองซ์มันด้วย]

"อะไรวะ? มันเรียกฉันไปเรอะ?"

[เออ มันบอกให้แกไปหา]

"เรื่องอะไรฉันจะต้องไปหามัน น้ำหน้าอย่างไอ้ฟรองซ์น่ะเรอะจะทำอะไรฉันได้"

[ช่างมันเหอะ ฉันขี้เกียจเถียงกับมัน สงสารแวร์ซายล์]

"คืนนี้มีแข่ง แกด้วยใช่มะ"

[ไม่ว่ะ ขี้เกียจ]

"เป็นรองหัวหน้าประสาไส้เดือนอะไรวะ กิ้งกือยังทำงานได้ดีกว่าแก"

[ก็ดีกว่ายมทูตงี่เง่าก็แล้วกัน แค่นี้นะ จะไปดูหนัง]

ตื๊ดๆๆๆๆๆ

"โว้ยยย!! ไอ้งั่งเดวิล"

"ด...เดวิล?" ฉันรู้สึกประหลาดใจกับคำเรียกชื่อที่ประหลาดพิลึก เขาหันกลับมามองหน้าฉัน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเริ่มอธิบาย

"เดวิลไง ฉายาของมันในแก๊ง Hell Boys"

ฉันเพิ่งสังเกตว่าพวกคนในแก๊งนี้นี่สมชื่อจริงๆ -*-

เด็กนรก =____='''

"เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่บ้านนะยัยจิ๋ว"

"ไม่ต้องย่ะ ฉันกลับเอง" ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ แต่กลับถูกลากอย่างไม่ไยดีไปที่รถ แง้~ ช่วยด้วย โจรเป็นหูดลักพาตัวหนูค่า!!

"เรื่องมากนัก -*-"

"พูดจากันดีๆ ไม่เป็นเรอะ"

"พูดดีๆ แล้วเธอทำตามปะ"

"ไม่"

"แล้วจะถามทำไม"

จบกัน =____='''''''

"ก็นายขับเร็ว ฉันไม่ชอบ"

"ก็ใครใช้ให้บอกว่าฉันขับช้าเป็นทากคลาน"

"เอาเถอะน่า~ ฉันก็แค่ล้อเล่น ว้ายยย~" เขาหักเลี้ยวแบบน่าหวาดเสียวแบบปอดกระตุก ม้ามกระเด็นอีกแล้ว T^T

"เวลานายเลี้ยวช่วยลดความเร็วลงหน่อยได้ไหม"

"ไม่ได้"

"ทำไม T^T"

"ช้า"

"ช้าลงแค่ไม่กี่วินาทีนี่จะถึงตายมั้ยยะ"

"ถึงสิ เสียชื่อหมด" เขาตอบหน้าตาย ก่อนเลี้ยวที่มุมถนน หน้าปากซอยบ้านฉัน ในที่สุดก็ถึงสวรรค์เสียที หลังจากไปทัวร์นรกอยู่นานสองนาน เฮ้อ...

"บ๊ายบายยัยจิ๋ว ^^" นายโย่งยิ้มแป้นแล้น โชว์เขี้ยวทั้งสองข้างของเขา Damn!!... ถ้านิสัยนายดีกว่านี้ก็คงจะเพอร์เฟกมากเลย แต่นี่... นิสัยราวกับทุกสิ่งเลวร้ายรวมตัวอยู่ในตัวของหมอนี่เลย

"เด็กดีอย่านอนดึกนะ"

"เอ๊ะนาย -*- ฉันบอกแล้วไงว่าฉันอายุเท่านาย"

"ฮ่าๆๆๆ เจอกันพรุ่งนี้นะยัยจิ๋ว"

"ไม่ต้องการ =_="

"ไปล่ะๆๆ บายย"

"ไปไหนก็ไปไป๊ ชิ่วๆ" ฉันโบกมือไล่เขาให้ไปซะให้พ้นๆ แต่ว่า... บนใบหน้าฉันกลับมีรอยยิ้มแทนที่จะเป็นหน้าบึ้งตึงอย่างที่ควรจะเป็น ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไม

แต่อยู่กับนายนี่ทำให้ฉันยิ้มและหัวเราะได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมานานแล้ว...

ไม่นึกเลยว่าฉันจะยิ้มแบบนี้ให้กับผู้ชายคนอื่นได้นอกจาก 'เขา' จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ฉันก็ลืมเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แม้จะคบกับคนอื่นบ้างที่อเมริกา แต่จนแล้วจนรอด มันก็ต้องจบลงโดยที่ฉันเองเป็นฝ่ายจากมา เพราะฉันไม่อยากจะคบกับใครอีก ไม่อยากคบกับใครเลย

เพราะ 'สัญญา' นั้น...

แต่ว่าตั้งแต่กลับมาเมืองไทย ฉันกลับไม่ได้เจอเขาอีกเลย ฉันลองค้นหาชื่อเขาจากในอินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่มีเลย ลองค้นเบอร์จากสมุดเฟรนด์ชิพ โทรไปถามเพื่อนเก่าก็แล้วแต่ไม่มีใครรู้ข่าวของเขาเลย ฉันพยายามตามหาเขาแล้ว...แต่ก็ไม่เจอ บางทีเขาอาจจะไม่อยากเจอฉันแล้วจริงๆ ก็ได้ บางทีพระเจ้าอาจจะแค่ต้องการให้ฉันพบกับเขาช่วงระยะเวลาหนึ่ง และตั้งใจจะแยกฉันกับเขาออกจากกันตั้งแต่แรกแล้วก็ได้...

ฉันกับเขาตัดการติดต่อกันอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ฉันเองก็ได้แต่หวังว่าเขาจะยังอยู่ จะยังคงไม่ลืม

แต่นั่น...

คงเป็นไปไม่ได้... ใช่ไหม

ใช่ไหมโจ๊กเกอร์...?
 

== == == == == == ==

 
เวฟเดินเข้าไปในผับท่าทางไม่กริ่งเกรงใครทั้งสิ้น บรรดาลูกน้องในแก๊งต่างก็ให้ความเคารพเขา แน่นอนว่าตำแหน่งยมทูตนั้นดูน่าเกรงขามกว่าหัวหน้าหน่วย เพราะเป็นตำแหน่งศักดิ์สิทธิ์สืบทอดกันมาถึง 11 รุ่น ซ้ำยังเป็นตำแหน่งที่ต้องท้าชิงเพื่อแย่งมาอีก

และเขาก็ถือเป็นคนที่เร็วที่สุดในขณะนี้ แถมสามปีมาแล้ว ที่ไม่มีใครกล้าท้าชิงกับเขาอีก นับตั้งแต่การพ้นจากตำแหน่งในสภาพดูไม่ได้ของยมทูตรุ่นที่ 10 ที่เขาท้าชิงแย่งตำแหน่งมาเมื่อสามปีก่อน

"เฮ้ยไอ้ฟรีส ไงวะ"

"ไงไอ้เวฟ"

"แวร์ซายล์ไปไหนซะล่ะ"

"ไปเช็ครถ"

"ไรวะ ให้ผู้หญิงเช็ครถให้"

"เปล่า ยัยนั่นจะลงแข่งด้วย"

"What?" เขาพึมพำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับตกใจ เพราะเขารู้ดีว่าแวร์ซายล์คนสวยดุแสบซ่าส์ประจำแก๊ง Hell Boys ที่แม้กระทั่งลูกน้องในแก๊งยังให้ความเคารพนั้นฝีมือไม่เป็นรองใครเลย แต่เขาไม่นึกว่าจะต้องลงแข่งรายการเดียวกับเธอ

"ให้ฉันถอนตัวมั้ย"

"ไม่ต้องหรอก ยังไงยัยแวร์ซายล์ก็ไม่ได้อยากชนะหรอก แค่อยากสนุกเฉยๆ"

"หึๆๆๆ แล้วไอ้ฟรองซ์มันอยู่ไหน"

"อยู่นี่โว้ย" เสียงไม่พอใจดังขึ้นด้านหลัง สองหนุ่มเวฟและฟรีสเหลือบตามองเล็กน้อย ก่อนยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แล้วหันกลับไปส่งยิ้มกวนประสาทให้ฟรองซ์

"ว่าไงคุณหัวหน้า... 'ซาตาน' แห่ง Hell Boys"

"วันนี้แกต้องชดใช้ที่บังอาจต่อยฉัน"

"มือมันลั่น ขอโทษนะคร้าบบบ~"

"ไอ้เวฟ"

"หึ...ถ้าไม่อยากหน้าคะมำต่อหน้าสายตาลูกน้องล่ะก็ เก็บปากเก็บคำของแกเอาไว้ให้มันดีๆ ไม่อย่างงั้นฉันจะซัดหน้าแกด้วยรองเท้า ณ now" เวฟพูดพร้อมด้วยรอยยิ้ม ทว่าแววตากลับพราวระยับ เขาอยากจะต่อยหน้าไอ้คนตรงหน้าลงไปกองกับพื้นเดี๋ยวนี้เลย แต่เขายังไม่อยากให้มีเรื่องมีราวอะไรมากนัก ฟรองซ์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ

"หึๆๆๆ แกโกรธฉันมากรึ"

"..." รอยยิ้มของเวฟเริ่มจางลง

"แต่ตุ๊กตาของแกน่ารักดีนะ อยู่ไหนล่ะ ไม่เอาเป็นตุ๊กตาหน้ารถรึ"

"แกไม่ต้องเสือกเรื่องของฉัน"

"เฮ้ยๆ ระวังคำพูดหน่อย"

"แกเองก็ระวังปากไว้หน่อย"

"ไอ้บ้านี่ ไม่ตายให้รู้กันสิวะ!" ฟรองซ์เริ่มหมดความอดทน เขาพุ่งเข้าไปส่งหมัดตรงเข้ากระแทกหน้าเด็กหนุ่ม หมัดของเขากระแทกโดนหน้าของเวฟอย่างจัง แต่แล้ว...เด็กหนุ่มกลับชกสวนหมัดของฟรองซ์ขึ้นไปกระแทกคางจนหน้าหงาย ก่อนถีบซ้ำจนร่างของซาตานแห่ง Hell Boys ล้มลงไปชนกับโต๊ะด้านหลัง

"เตือนแกแล้วไม่ฟัง ช่วยไม่ได้"

"ไอ้สัตว์...แกต้องตาย!!"

"อย่าแม้แต่จะคิด อย่าคิดว่าตำแหน่งแกจะทำอะไรฉันได้" เวฟห้ามเสียงเย็น ก่อนเดินสาวเท้าออกห่าง โดยไม่วายหันกลับมามองหน้าฟรองซ์ด้วยแววตาเย็นชา

"แกจะโกรธจะเกลียดอะไรฉัน ฉันไม่แคร์ แต่เตือนไว้อย่าง"

"..."

"อย่าแตะต้องผู้หญิงของฉัน!!" พูดจบเขาเดินหนีออกไปที่สนามแข่งเลย โดยมีฟรีสเดินตามไปติดๆ เด็กหนุ่มตบบ่าเพื่อนเบาๆ พลางหัวเราะหึๆ ในลำคอ

"ผู้หญิงของแกเรอะ"

"..."

"ไม่เคยได้ยินแกพูดถึงสาวๆ คนไหนแบบนั้นมาก่อนเลย"

"ยุ่งน่า"

"ไม่อยากเชื่อ ยมทูตก็มีหัวใจเรอะ ทุกทีเห็นมีแต่ One day girls"

"เรื่องของฉัน ไม่ต้องจุ้นจ้าน"

"ฮ่าๆๆ ยมทูตเขินเป็นด้วยเหรอวะ ไม่น่าเชื่อ"

เฟี้ยววว~

เสียงหมัดวืดผ่านอากาศ ฟรีสที่รู้ทางของเพื่อนดีแล้วหลบได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว เขารู้ดีว่าเวฟกำลังเขิน เขารู้ว่า 'ผู้หญิงของเขา' คนนั้นคือใคร และเขาก็รู้ด้วยว่าทำไม...

ทำไมเพื่อนของเขาถึงเป็นแบบนี้

นั่นไม่ทำให้เขาสบายใจเลย... ไม่เลย...

กลับทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างประหลาด... เพื่อนของเขาคนนี้ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่คราวนี้กลับมีท่าทางแบบนี้ ไม่แน่ว่า...

เวฟอาจจะ...

ไม่สิ... มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา...

เพราะกระทั่งหน้าเขา 'เธอ' ยังจำไม่ได้เลย...

นับประสาอะไรกับ 'คำสัญญา' ที่ให้ไว้ด้วยความสงสารเมื่อห้าปีก่อนล่ะ? สัญญาลมปากของเด็กม.2 เธอจะจำได้อย่างไร เธอคงลืมไปแล้วว่าบนโลกนี้มีคนอย่างเขาอยู่

คนโง่ๆ อย่างเขาที่เฝ้ารอด้วยความหวังว่าเธอจะกลับมา

กลับมาตามสัญญานั้น...

แต่ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว...

และจำไม่ได้กระทั่งว่า...

เขาเป็นใคร...

แถมในตอนนี้เธอยังมีความสุขดี เธอคงไม่อยากจะเจอหน้าเขาอีกแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็จะทำตัวเงียบๆ อย่างนี้ตลอดไป ไม่ไปปรากฏตัวต่อหน้าเธอ ไม่ไปทำให้เธอต้องลำบากใจ ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ เขาก็ยินดีจะให้...

 
== == == == == == ==
 

เวฟเดินหนีฟรีสไปที่รถสีดำคันเก่งของเขา สกายไลน์คันปราดเปรียวสีดำสนิทกลมกลืนไปกับท้องฟ้าสีดำสนิทยามค่ำคืน ตรา 'ยมทูต' สีขาวที่กระจกรถดูน่าเกรงขามและน่าชื่นชม รถคันนี้ผ่านการแข่งมาอย่างดี และเร็วที่สุดเมื่อวิ่งในทางตรง เฉียบที่สุดเมื่อวิ่งในทางชัน และคมที่สุดเมื่อเลี้ยวโค้งในสนามดริฟท์

เมื่อกี๊ทำไมเขาถึงพูดออกไปแบบนั้นนะ

ทำไมเขาถึงรู้สึกโกรธขึ้นมาเมื่อเจอหน้าไอ้ฟรองซ์แล้วนึกถึงสิ่งที่หมอนั่นทำกับเมเปิ้ลตัวจิ๋วขึ้นมาได้ ทำไมถึงอยากจะตะบันหน้ามันให้กรามหัก ฟันหน้าหลุดกระจายเกลื่อนพื้น

ทำไมถึงอยากจะปกป้องยัยตัวจิ๋วนั่นขนาดนี้นะ

ว้าโว้ยยยย~ ยัยตัวจิ๋วหน้าหวานแต่ปากร้ายนั่น ทั้งที่กวนประสาทเขาทั้งวันทั้งคืน แต่ทำไมเขากลับหยุดคิดถึงหน้ายัยนั่นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

บ้าชะมัด...

ยมทูตอย่างเขาจะต้องยอมจำนนให้ยัยตัวเล็กนั่นน่ะหรือ? ไม่มีทางซะล่ะ

แต่จู่ๆ บนหน้าเขาก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาซะอย่างงั้น หาได้ยากในเวลาที่เขาเป็น 'ยมทูต' แต่เพียงแค่นึกถึงหน้าของยัยจิ๋วนั่น แล้วก็นึกถึงความหัวดื้อของเธอ นึกถึงวาจาเผ็ดร้อนของเธอ...

เขาก็ยิ้มออกเสียแล้ว

แย่ที่สุด...

ไม่เคยมีใครทำให้เขาหัวปั่นได้ขนาดนี้มาก่อน

เวฟรู้สึกเหมือนกับมีนางฟ้ามาตบหัวยมทูตอย่างเขาเข้าเสียแล้ว เพียงแต่เธอเป็นนางมารในคราบนางฟ้า ทั้งที่ตัวก็เล็กจิ๊ดเดียว แต่กลับกล้าต่อปากต่อคำกับเขาตั้งแต่แรกพบ ไม่กลัวแม้แต่เวลาที่เขาทำหน้าบึ้งตึง ไม่กลัวกระทั่งเวลาเขาตะโกน

หึ... เป็นผู้หญิงที่น่าสนใจจริงๆ...

ผู้หญิงคนแรกที่ทำให้... เขา ยมทูตสุดหล่อนามว่าเวฟ...

ตกหลุมรักได้...
 

== == == == == == ==


[[To Be Continue]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม


[[rewrtite]]
11 Dec 06

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #986 beeluvsuju (@beeluvsuju) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2554 / 09:30
    กรีดๆๆหนุกหนานค่ะ
    #986
    0
  2. #955 hicaru_02 (@badlucky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2553 / 21:04

    ชอบบบบ

    #955
    0
  3. #875 ooyza123 (@ooyza123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 18:02
    พระนาง เถียงกัน สะใจมาก
    แต่ แอบสงสารฟรีส
    #875
    0
  4. #857 pang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2552 / 10:51
    สนุกมากเลย

    เพิ่งมาอ่าน

    #857
    0
  5. #806 Pureo-chan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 11:13
    สนุกดีต่ะ ^_^
    #806
    0