>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 3 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 3 [rewrite]<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 เม.ย. 51




== == == == == == ==


Chapter 3 :: Speed!!


== == == == == == ==

 

 
"ไหนรถนาย"

"ความจริงฉันไม่ชอบขับรถมาโรงเรียนเท่าไหร่"

"ทำไมเหรอ?"

"ก็รถฉันมันแต่งไว้สำหรับแข่งน่ะเซ่ จะให้เอามาขับบนถนนธรรมดาได้ไง"

"ขับไม่ได้เหรอ?"

"เฮ้อ... ยัยจิ๋วเอ๊ย"

"ทำไมยะ - -^"

"ช่างเถอะๆ วันนี้ฉันเอามอเตอร์ไซค์มา" เขาพูดตัดบท ก่อนจะเดินนำฉันไปที่โรงจอดรถของอาจารย์... เฮ้ๆ นายจอดรถในโรงจอดรถของอาจารย์เลยเหรอ

"ก็ไม่มีใครตรวจนี่" เมื่อฉันถาม เขาก็ตอบมาแบบนี้ เฮ้อ... เอาเถอะ โรงเรียนเอกชนหรูๆ ที่มีแต่ลูกคุณหนูคุณนายมาเรียนแบบนี้ก็คงเป็นแบบนี้แหละนะ

มอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำแต่งลวดลายด้วยสีแดงเพลิงตรงหน้าฉันเป็นมันวับ ดูเหมือนเขาจะเป็นคนแต่งมันกับมือ เพราะดูสีหน้าเวลาจับมอเตอร์ไซค์แล้วท่าทางจะมีความสุขแฮะ ฉันก็พอเข้าใจ เพราะพี่ชายฉันก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบนั่งแต่งรถเล่น เวลาว่างๆ

"ไปหาอะไรกินกัน"

"ทำไมฉันจะต้องไปกับนาย"

"ฉันอุตส่าห์ช่วยเธอไว้ไม่ให้เสียโฉมนะยัยจิ๋ว"

ทวงบุญคุณเรอะ T^T

เพราะเขาพูดมาแบบนี้ฉันเลยเถียงไม่ออก จำต้องขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อย่างเสียไม่ได้ คือ จะให้นั่งรถซิ่งเร็วจี๋แค่ไหนฉันก็ไม่หวั่น แต่ถ้าให้นั่งมอเตอร์ไซค์ซิ่งล่ะก็ฉันไม่เอาด้วยหรอก กลัวง่ะ Y_Y กระโปรงฉันยิ่งสั้นๆ อยู่ ถ้าลมพัดกระโปรงเปิดกลางเมืองฉันจะเอาหน้าไปซุกไว้ตรงไหนละ

พรึ่บ~

เสียงเหมือนอะไรมาคลุมหัว เมื่อดึงลงมาดูก็พบว่ามันคือเสื้อนอกเครื่องแบบนักเรียนชาย ปักชื่อนายปากหมาเอาไว้ด้วย

"คลุมขาไว้ ฉันไม่อยากให้คนทั้งเมืองต้องเผชิญกับภาพน่ากลัว"

ภาพน่ากลัวเรอะ -_-^ เดี๋ยวแม่สับเป็นหมูบะช่อเลย ไอ้บ้าจอมกวนประสาทนี่...

บ่นไปบ่นมาแต่ไม่รู้ทำไมฉันแอบยิ้ม ก็หมอนี่ดูดีๆ แล้วก็เป็นคนดีเหมือนกันนี่นา ถึงจะกวนทุกเซนเท้นส์ก็เหอะนะ แต่ก็เป็นคนดีพอตัว แถมทำให้ฉันหัวเราะได้นี่นา

"เราจะไปไหนกันเนี่ย"

"หาอะไรกิน"

"รู้แล้ว = ="

"แล้วถามทำไม"

พอเขาตอบกลับด้วยประโยคแบบนี้ ฉันก็เลิกล้มความคิดที่จะเสวนาอะไรกับเขาต่อ เพราะคงหาประโยชน์อันใดจากการสนทนามิได้เลย แถม... การจราจรในตอนนี้ลื่นไหลดีมากเลยไม่ติดขัด นั่นเลยเป็นโอกาสให้ไอ้หมอนี่ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์ซอกแซ่กฉวัดเฉวียนได้ตามใจชอบ แง้~

เฟี้ยวว~

นายปากหมาเลี้ยวรถอย่างชำนาญโดยแทบจะไม่ชะลอความเร็วเลยแม้แต่น้อย ซึ่งถ้าฉันไม่หาอะไรยึดไว้ก็คงร่วงลงไปเป็นศพบนพื้นถนนขึ้นหน้าหนึ่งแหงๆ พาดหัวข่าว ‘อนาถ! นักเรียนสาวดับคาที่หัวขาด แขนขาด ขาหลุด ไส้ทะลัก ม้ามแตก ไตวาย หัวใจฉีกขาด ฯลฯ’

สิ่งที่ยึดเกาะได้ดีที่สุดก็คือ...

ไม่อยากเลย แต่จำเป็น T_T

ฉันเอื้อมมือไปเกาะชายเสื้อเขาไว้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากเกาะเอวหมอนี่แน่ๆ

เฟี้ยววววว~

หักหลบรถที่พุ่งตัดหน้ามาด้วยความเร็วสูง กรี๊ดดดดดด!! ตายแน่ๆๆ แง้ๆๆ แม่จ๋า พ่อจ๋า พี่จ๋า... T__T

"เกาะแน่นๆ สิยัยจิ๋ว"

“แหวะ! ไม่มีทาง หลอกแต๊ะอั๋งฉันใช่มั้ยล่ะ!”

“ไม่เกาะก็ตามใจ หล่นตุ้บลงไปตายอยู่บนถนนอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะแบบสะใจหน่อยๆ ของเขาทำให้ฉันฉุนกึก แต่ว่าฉันก็กลัวตายเหมือนกันนี่นา T^T เกิดฉันหล่นลงไปตายจริงๆ จะว่าไงล่ะ แง้ๆๆๆ พระบิดาบนสรวงสวรรค์ โปรดช่วยลูกด้วยเถิด TT^TT ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ลูกไม่ได้ทำ กรี๊ดดด!!

“เห็นมั้ย? เดี๋ยวทางข้างหน้าเป็นทางโค้งเกือบเก้าสิบองศา ฉันชอบมากซะด้วย แต่ฉันจะไม่เบรคหรอกนะ ^^ตกไปตายก็ตัวใครตัวมัน เพราะฉันถือว่าเตือนแล้ว” พอได้ยินดังนั้นฉันก็กอดเขาไว้ซะแน่นตึ้บเสียแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิดสะระตะ มันเป็นเวลาเอาตัวรอดต่างหาก T^T ฮือๆๆ ต่อไปนี้จะไม่นั่งรถมอเตอร์ไซค์อีกแล้ว

ในที่สุดโลกก็หยุดหมุนติ้วๆ เมื่อเขามาจอดที่หน้าร้านไอศกรีมเล็กๆ น่ารักแถวลาดพร้าว ต๊ายย~ ร้านนี้ลงนิตยสารคิวตี้ด้วยนี่นา O_O น่าร๊ากกก~
 
อาการมึนหัวหายเป็นปลิดทิ้ง

"กินไอติมเหรอ"

"ร้อน อยากกินไอติม" เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับดึงหมวกกันน็อคที่ใส่ให้ฉันตอนแรกออกมาแขวนไว้ที่เดิม ก่อนช่วยฉันลงจากรถที่สูงลิบของเขา

ระหว่างทางมานี่ฉันนั่งใจเต้นตุ๊มต่อมๆ เลยล่ะ ก็มันทั้งสูง ทั้งเร็ว หวาดเสียวยิ่งกว่านั่งรถเป็นสามสี่เท่า T^T แถมยัง... ใจเต้นเพราะได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นตึกตักแบบใกล้ๆ อีกด้วย แล้วยัง... กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่โชยมาเตะจมูกเข้าอย่างจังจนรู้สึกตาลายเล็กน้อย...

ฉันไม่เคยสัมผัสผู้ชายใกล้ๆ อย่างงี้มาก่อนเลย...กระทั่งตอนที่ยังอยู่กับเขาคนนั้นก็ไม่...ถึงตอนนั้นจะยังเด็กอยู่ก็เถอะ...ไม่สิ ฉันไม่ควรคิดถึงเรื่องเขาอีกนี่นา เรื่องมันจบไปแล้ว ป่านนี้เขาก็คงจะมีคนใหม่ไปแล้ว...

คงจะลืม...สัญญาที่ให้ไว้กับฉันไปแล้ว... แค่สัญญาชั่ววูบเพราะว่ายังเป็นเด็กอยู่ ยังไม่ได้คิดอะไรให้มันรอบคอบ เวลามันผ่านมาจนถึงป่านนี้แล้ว สิ่งที่มันเป็นอดีตก็คงจะเป็นอดีตต่อไป...

"เอ้า ยืนเฉยเป็นหุ่นไล่การึไง รีบเดินสิ"

นายนี่ -_-^^ ถ้ามีโอกาสฉันจะเอากระดาษทรายขัดรถให้เละไปเลย

"พี่เวฟ พี่เวฟนี่นา~" เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ฉันกับเขาหยุดชะงักไปนิดนึง เมื่อหันไปก็พบกับหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักสองสามคน หนึ่งในนั้นกำลังยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นหน้านายปากหมา

"อ้าว แฮร์รี่เหรอ"  หวาวว~ ชื่อแฮร์รี่อีกตะหาก จับใส่แว่นกลมเหมือนแฮร์รี่คงพอไหวเนอะๆ ^^ หน้าตาก็น่ารักดีอีกต่างหาก

"ครับ พี่มากับแฟนเหรอครับ"

ฟ...แฟน O_O เอาเล็บตีนมองใช่มั้ยอะเห็นฉันเป็นแฟนกับไอ้บ้านี่ ความน่ารักของเขาลดลงวูบทันทีเมื่อพูดประโยคนี้ออกมา

"ยัยบ๊องนี่น่ะเหรอแฟน ไม่ใช่หรอก"

"อ๋อ ^^ งั้นก็คงยังไม่มีแฟนใช่มั้ยครับสาวน้อย"

สาวน้อยอะไรของนาย ฉันอายุมากกว่านายนะยะ! แต่ว่า... หน้าตาหล่อยังงี้ให้อภัยได้ ฉันส่งยิ้มหวานเจี๊ยบกลับไป และนั่นทำให้หนุ่มๆ สามคนนั่นตาเป็นประกายกันเป็นแถบๆ

"ถ้างั้นไว้วันหลังไปเที่ยวกันนะ"

"เอ่อ..."

"ผมแฮร์รี่ครับ..."

"ฉันชื่อเมเปิ้ล"

"ชื่อน่ารักจังนะครับ ^-^"

"เฮ้ย ไม่มีงานไปทำรึไง"

"ไม่มีครับ กำลังจะไปเที่ยวกันนี่แหละ"

"ฮ่าๆ เรอะ งั้นแนะนำ อย่าไปเที่ยวกับยัยจิ๋วนี่เลย น่ารำคาญจะตาย"

"อ๋อเหรอ ถ้าฉันน่ารำคาญถ้างั้นเชิญนายไปกินไอติมคนเดียวละกัน อ้อ... แฮร์รี่ใช่มะ ฉันไปด้วยได้รึเปล่า" ฉันพูดพลางเดินไปส่งยิ้มให้หนุ่มน้อยนามแฮร์รี่ ซึ่งพยักหน้าหงึกหงักด้วยสีหน้าดีอกดีใจ

"เชิญเลยครับ" เขาผายมือไปทางรถของเขาที่จอดอยู่ด้านข้างถนน โอ๊ะ รถสปอร์ตสีส้มเลยเหรอ O.O มายก็อด

"เฮ้ยๆๆ เธอจะไป..."

"เอ้า นายก็ไปกินไอติมสิ ไปกันเถอะ" ฉันเดินหนีแล้วก้าวขึ้นรถสปอร์ตสีส้มของหนุ่มน้อยโดยไม่รีรอ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงหงุดหงิดนัก แต่พอฟังคำพูดนั้นแล้วฉันรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก - - ! เชิญนายรับประทานไปคนเดียวเถอะ! -_-^


== == == == == == ==
 

ผ...ผับ...

เด็กนี่พาฉันมาเที่ยวผับเรอะ!?! ฉันก็เคยไปเที่ยวเธคเที่ยวผับสมัยอยู่อเมริกานั่นแหละ มันก็ต้องมีบ้าง...แต่ไม่นึกว่าเด็กหน้าใสๆ ยังงี้จะพาฉันมาเที่ยวผับอ้ะ ที่นี่ประเทศไทยยย~ นะ U_U

"ดื่มอะไรดีครับ"

"ม...ไม่ล่ะ ฉันไม่ดื่ม"

"แอปเปิ้ลมาร์ตินี่แก้วนึง แล้วก็บลูค็อกเทลแก้วนึง" แฮร์รี่หันไปสั่งบาร์เทนเดอร์ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ตายละ จะดื่มกันตั้งกะตะวันยังไม่ทันตกดินดีเลยงี้น่ะเหรอ เพิ่งจะหกโมงเองนะ O_O

"เธอเป็นตุ๊กตาหน้ารถของพี่เวฟเหรอ"

"ตุ๊กตาหน้ารถ?"

"อือ"

"มันคืออะไร?"

"ไม่รู้จัก?"

เออสิยะ รู้จักแล้วฉันจะถามทำด๋อยอะไร =_=''

"งั้นเธอเป็นแฟนพี่เวฟรึเปล่า" แฮร์รี่เปลี่ยนคำถามพร้อมกับรับแก้วน้ำสีฟ้าๆ มาถือไว้ ก่อนรับแก้วสีใสๆ ส่งให้ฉัน นี่มันอะไรนี่... ท่าทางจะหวานอร่อย >.<

"ไม่มีทาง! นายโย่งปากหมายังงั้นฉันไม่สนใจหรอก!"

"เหรอ..." แฮร์รี่ยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัยพลางจิบเครื่องดื่มสีฟ้าในมือ "ดื่มสิๆ" เขาพูดต่อ

"เอ๋?"

"แอปเปิ้ลมาร์ตินี่ เครื่องดื่มยอดฮิตของสุภาพสตรี"

"ไม่เป็นไร ฉันไม่ดื่ม"

"ดื่มเถอะ ฉันเลี้ยงเอง"

"ไม่เอาค่ะ ฉัน..."

"ดื่มเถอะน่า ฉันอุตส่าห์เลี้ยง" เขาคะยั้นคะยอกึ่งบังคับให้ฉันดื่มเหล้า ไม่อ๊าววววว~ ฉันไม่ดื่ม ของมึนเมาแบบนี้ แล้วนายนี่เป็นใครก็ไม่รู้ เรื่องอะไรฉันจะดื่มของจากคนแปลกหน้ายะ ฉันไม่โง่นะ! ฉันจะกลับบ้านแล้ว! ตอนนั้นแค่ตั้งใจจะประชดนายนั่นเฉยๆ แต่มันกลับไม่ตามมาง้อ ชิส์~ ฉันกลับบ้านก็ได้ -_-^^

"เฮ้ๆ... ผู้หญิงเค้าไม่อยากดื่มก็อย่าบังคับจิตใจเค้าสิ" มือหนึ่งคว้าแก้วแอปเปิ้ลมาร์ตินี่ไปจากมือฉัน พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนจะเป็นเสียงผู้ชาย...

ไม่แปลกหรอก ก็ผู้ชายนี่นา - -

แถม...หน้าตาดูดีอีกตะหาก ถึงจะคนละระดับกับนายโมเดลลิ่งกรี๊ด กับนายโย่งปากหมาก็เหอะนะ แต่ก็ถือว่าดูดีในระดับหนึ่งละ

"สาวน้อย ไปที่อื่นกันดีกว่า ^^"

"อ...เอ๋..."

"เฮ้ย ใครวะแก! อ๊ะ..." แฮร์รี่โวยวายเล็กน้อย ทว่าเมื่อผู้ชายที่แย่งเครื่องดื่มฉันไป หันไปมอง เขาก็หยุดเงียบกริบทันทีทันใด แถมท้ายด้วยสีหน้าตกตะลึง

"เอ่อ..."

"มีอะไรเหรอ"

"ไม่...ไม่มีอะไรครับ"

"ถ้างั้นขอตัว ไปกันเถอะ ^^" เขาหันมายิ้มให้ฉันแล้วกึ่งจูงกึ่งลากฉันไปที่มุมมืดๆ ของร้าน อ๊ะเดี๋ยวๆๆ ถึงนายจะเป็นสุภาพบุรุษมากๆ ที่มาช่วยฉันไว้ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีสิทธิ์มาถูกเนื้อต้องตัวฉันอย่างนี้นะ!

"เอ่อ ปล่อยมือฉัน..." ฉันจะกลับบ้านแล้วเลยบอกให้เขาปล่อยมือ แต่ทว่า เขากลับไม่ยอมปล่อย แล้วดึงแขนฉันไว้แน่นกว่าเดิม

"ได้ยังไงละสาวน้อย ^^" เขาผลักฉันเข้ามาในห้องเงียบๆ ห้องหนึ่ง อะไรกัน... บรรยากาศดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจเลยแฮะ ฉันพยายามจะเดินออกไปข้างนอก...

กริ๊ก!

แต่เขากลับล็อกกุญแจไว้เสียก่อน พลางยิ้มกริ่มด้วยสีหน้าน่ากลัว ฉันถอยหลังมาก้าวหนึ่ง เริ่มไม่ค่อยเข้าท่าแล้วแฮะ

"ไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย"

"..." เขาค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาหาฉันช้าๆ เหมือนว่าฉันเคยเห็นฉากแบบนี้ในหนัง...

"...!" เขาตรงเข้ามาจับแขนฉันแล้วกระชากเข้าไปหาตัว ก่อนผลักฉันล้มลงไปนั่งตุ้บบนโซฟาหนังสีแดงสดที่ตั้งอยู่ด้านหลัง โอ๊ย! เจ็บนะไอ้บ้า

"แอปเปิ้ลมาร์ตินี่ ของดีนะ ไม่ลองชิมดูหน่อยเหรอ อ๊ะ...สงสัยจะยังไม่เคยดื่มเลยใช่มั้ย" ไอ้ผู้ชายคนนี้ยื่นหน้ามากระซิบข้างหูฉัน กรี๊ดดด~ ฉันรีบผลักเขาออก แต่แรงแขนของฉันทั้งสองข้างกลับสู้แขนเขาเพียงข้างเดียวไม่ได้

"เธอเป็นตุ๊กตาหน้ารถของแฮร์รี่เหรอ"

"ม...ไม่ใช่..."

"หึ... สนใจอยากจะมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถของฉันมั้ย"

ตุ๊กตาหน้ารถมันคืออะไรฉันยังไม่รู้เลย... แต่ปัญหามันไม่ใช่ตรงนั้น! ตอนนี้ฉันต้องรีบออกไปให้พ้นจากที่นี่ก่อน ฮือๆๆ T__T ไม่น่ามากับแฮร์รี่บ้านั่นเลย รู้งี้นั่งกินไอติมกับนายโย่งปากหมาก็ดีหรอก อย่างน้อยก็ยังไม่ต้องเจอกับไอ้มือปลาหมึกแบบนี้

"ไม่...ไม่ๆๆๆ ปล่อยฉันนะ!"

"ถ้าเธอไม่ใช่แฟนของใครในนี้แล้วเธอเข้ามาในนี้ได้ไง นี่มันที่เฉพาะของ Hell Boys นะ"

"ฉัน...ฉัน..."

"หึๆๆ แต่อีกไม่นานเธอก็จะเป็นคนของฉันแล้ว" เขาพูดพลางพยายามจะถอดเสื้อนักเรียนของฉันออก ไม่นะ... หยุดนะ... หยุด...T^T ช่วยด้วย... ช่วยด้วย....

"หยุดนะ"

"สนุกกันดีกว่า แอปเปิ้ลมาร์ตินี่นี่อร่อยนะ" เขาจิบเครื่องดื่มสีใสในแก้วไปอึกหนึ่ง แล้วก้มหน้าลงมาจูบฉัน... ทั้งรสหวานปนขมของเครื่องดื่มนั่น กับรสสัมผัสร้อนแรงแต่น่าขยะแขยงของเขา... ทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้ น้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้มลงมาช้าๆ นี่ฉันทำอะไรเนี่ย ทำไมฉันถึงโง่ตามคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักมาเที่ยวผับได้ บ้าๆๆ ที่สุด! T^T

"หยุดนะ!!"

"ไง อร่อยใช่มั้ย..."

เผียะ! ฉันตบหน้าเขาไปทีนึงแล้วพยายามจะวิ่งหนี แต่กลับถูกกระชากกลับมา

"ปล่อยนะ!"

"กล้าตบหน้าฉันเหรอ"

"Son of a x!! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"

"ฮะๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ กล้าขึ้นเสียงกับฉันเชียวเรอะยัยเด็กน้อย มันชักจะมากไปแล้ว ดีละ... พรุ่งนี้ฉันจะเอาเธอขึ้นเวที แต่ก่อนอื่นต้องมาสนุกกับฉันก่อน"

เวทีอะไร O_O? ฉันสงสัยแต่ไม่ใช่เวลาจะมาถาม ฉันตะโกนตอบเสียงลั่น

"แกต้องตายก่อน"

"หึๆๆ จะฆ่าจะแกงกันเหรอ ไม่ดีหรอก มาสนุกกันดีกว่า อ๊ะ..."

ปั้กก!

“Go to hell!!”

ฉันซัดคางมันจนหน้าหงาย คราวนี้ไอ้บ้ามองหน้าฉันด้วยสายตาไม่พอใจ เชอะ! ไม่พอใจเรอะ ฉันสิต้องเป็นฝ่ายไม่พอใจ ฉันพยายามจะจ้องหน้าเขากลับ แต่ว่า... เขากลับตบหน้าฉันอย่างแรงด้วยหลังมือจนทรุดลงไปกระแทกกับโซฟาด้านหลัง โอ๊ยย T_T เจ็บนะ...

"ปากดีนัก" เขาทรุดตัวลงนั่ง มองหน้าฉัน แล้วกระชากผมฉันขึ้นมา

"ให้มันรู้ซะมั่งว่าฉันเป็นใคร"

"ใครจะไปอยากรู้จักคนทุเรศๆ อย่างนายละ! Asswhole! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!"

"เธอเป็นใครถึงมาพูดแบบนี้ฮะ!?!" เขาทำท่าจะเข้ามาฉีกเสื้อฉันแล้ว หยุดนะๆ หยุดเดี๋ยวนี้! ฉันร้องไห้... ไม่อยากจะร้องไห้เพราะไอ้บ้าแบบนี้เลย แต่ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉันละ ฉันนี่โง่จริงๆ

เวฟ...ช่วยฉันด้วยนะ...


== == == == == == ==


“คร้าบ คุณแวร์ซายล์คนสวย ^^”

“พี่ฟรีส สัญญาแล้วนะคืนนี้จะไปกินข้าวกับฉัน” เด็กสาวเจ้าของเรือนร่างสุดเซ็กซี่ ใบหน้าสวยเก๋ และรอยยิ้มสวยน่ารักที่มุมปากพูดพลางยิ้มน้อยๆ นัยน์ตาสีดำส่องประกายวิบวับเรืองรอง...

ฟรีสยิ้มน้อยๆ แล้วลูบผมเธอเบาๆ

“อือ สัญญาๆ แต่คืนนี้ฉันคงต้องออกไปข้างนอกแป๊บ ไปดูเธคที่แถวอาร์ซีเอหน่อยน่ะ ได้ข่าวว่าไอ้พวกแก๊งป่วนกวนเมืองมันมายุ่มย่ามแถวๆ โต๊ะสนุ้กของเรา”

“หา? วันก่อนพี่ฟรองซ์ก็จัดการไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“เปล่า มันแค่รับเงินค่าเสียหายมาแล้วจบกัน ไม่ได้จัดการให้เด็ดขาด” ฟรีสพูด สีหน้าเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย แต่เขาชินซะแล้วกับการต้องตามล้างงานที่หัวหน้าหน่วยทำไว้ไม่เรียบร้อย แวร์ซายล์พยักหน้านิดๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานโชว์ฟันขาวสวยเรียงเป็นระเบียบให้กับผู้ชายตรงหน้า...

คนที่เธออยากจะเป็นเจ้าของหัวใจของเขา แต่ไม่มีทางเป็นได้ชั่วชีวิต...

“งั้นก็ไปเถอะค่ะ ฉันจะรอ”

“ฮื่อ ร้านลอเรลิต้าตอนสองทุ่มครึ่งนะ”

“...ค่ะ” แวร์ซายล์ส่งยิ้มบางตามแผ่นหลังของร่างสูงที่เพิ่งจะเดินพ้นบริเวณห้องวีไอพีไปหมาดๆ

ผู้ชายคนที่เธอรักมากเหลือเกิน รักมาตลอด ทุ่มเทให้เต็มร้อยอย่างหมดใจ ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่ง ความรักที่เธอมีให้ จะทำให้เขาหันกลับมามองดูเธอบ้าง

คนรอบข้างมักจะคิดเอาเองว่าเธอกับเขา หากเป็นคนรักกันก็จะต้องเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย พี่ฟรีสเป็นคนใจดี และอ่อนโยนแบบนี้อยู่แล้ว เพียงแค่ความเหมาะสมของหน้าตาและฐานะ เลยทำให้พวกเค้าเหล่านั้นมองไปอย่างนั้น แบบที่เธออยากให้เป็น แต่ไม่มีทางเป็นได้

เพราะเธอรู้ดีอยู่แก่ใจ ในหัวใจของเขามีแต่ผู้หญิงอีกคนอยู่เต็มสี่ห้องหัวใจ ไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไม่อาจลบภาพเธอคนนั้นไปได้

แวร์ซายล์ไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงจะแทนที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ เธอเองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ซ้ำยังสนิทกับเขามากเสียด้วย ทำไมเขาถึงไม่หันมามองดูเธอบ้าง ทำไมถึงเอาแต่รอคนที่ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ไม่รู้กระทั่งว่าจะยังจำคำสัญญาลมๆ แล้งๆ นั่นได้หรือเปล่า

เด็กสาวคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาจิบอึกหนึ่ง มือขาวเรียวเล็กหยิบบุหรี่จากในซองมาคาบไว้ ก่อนหยิบไฟแช็คออกจากกระเป๋า

เขาห้ามเธอไม่ให้สูบ เพราะกลัวมันจะทำให้เธอเสียสุขภาพ เธอเองก็รู้ดีว่าบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับความเครียดที่ปะทุขึ้น เธอจึงใช้ควันบุหรี่ช่วยระบาย

ทำยังไงเธอถึงจะได้หัวใจเขามา? ทำยังไงถึงจะไปอยู่ในตำแหน่งนั้นได้? คำถามเหล่านี้เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ทว่า... คำถามหนึ่งที่เธอต้องการคำตอบมากที่สุด

เธอ...คนนั้นคือใคร? ใครที่ทำให้ใบหน้าของพี่ฟรีสมีรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนได้ขนาดนั้น ใครกันที่ทุกครั้งที่พูดถึง น้ำเสียงของเขาจะแฝงไว้ด้วยความรัก ใครกันที่เป็นเจ้าของสายตาแบบนั้น ใครกันที่เขารอมาตลอด... ใครกันที่เขารัก?

เพราะไม่ว่าถามกี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยตอบเธอซักที...


== == == == == == ==


ปัง!!

“ใครน่ะ!!” เสียงแหลมตวาดลั่นทันทีเมื่อผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับเชิญเปิดประตูกระแทกเสียงดังจนเธอสะดุ้ง ทว่าเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือนนั้น เธอก็ปรับสีหน้าโกรธขึ้งให้อ่อนลงจนเป็นปกติ

“อ้าว พี่เวฟเหรอคะ มีอะไรทำไม...”

“เห็นเมเปิ้ลมั้ย!?”

“เมเปิ้ล? ใครคะ?” เธอทวนคำ เอียงคอถามด้วยความสงสัย

“ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมสีน้ำตาลยาวๆ หยักศกนิดๆ หน้าขาวๆ ท่าทางเหมือนเด็กม.ต้นน่ะ” แวร์ซายล์นิ่วหน้า ก่อนส่ายหน้าน้อยๆ

“ไม่นะคะ ไม่เห็น...”

“งั้นไอ้ฟรองซ์อยู่ไหน?”

“พี่ฟรองซ์? เห็นแซนด์บอกว่าอยู่ในห้องวีไอพี...” ไม่ทันขาดคำดีนัก เวฟก็ถลาออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว จนเด็กสาวต้องอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

อะไรทำให้ยมทูตที่เยือกเย็นอยู่เสมอร้อนใจได้ขนาดนั้นนะ?


== == == == == == ==


ผัวะ!!

เสียงประตูพังเข้ามาดังสนั่น อ๊า... ตกใจหมด T^T

"ใครวะ!? ห้องนี้ให้พวกแกเข้ามาได้หรือไง!"

"ผู้หญิงนั่นมากับฉัน" น้ำเสียงเยือกเย็นจนฟังดูน่าขนลุกดังขึ้น และนายปลาหมึกก็หยุดมือที่กำลังจะถอดเสื้อฉันออกทันที

"แกเองเรอะ"

ทันทีที่ไอ้บ้านี่พูดขึ้น ฉันก็หันกลับไปมอง... เขาคือคนที่ฉันคิดถึงในวินาทีที่ผ่านมานี้... จะเพราะอะไรก็ไม่รู้ แต่ว่า... เขาคือชื่อแรกที่ฉันนึกถึง ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน...

แต่เขาเป็นคนที่มาช่วยฉันอีกแล้ว...

"เมเปิ้ล มานี่" นายโย่งเรียกฉันโดยที่ตาสีดำนั่นยังจ้องเขม็งไปที่หน้านายปลาหมึกนั่นอยู่ อึ๋ย... แววตาน่ากลัวชะมัดเลย T_T ฉันรีบกระโดดไปหลบอยู่หลังเขาทันที และนายโย่งก็รีบเอามือบังฉันไว้ยังกับจะกันรังสีพิฆาตจากอะไรบางอย่างยังไงยังงั้น...

"ไม่เป็นไรนะ?" เขาถาม แต่ฉันยังคงช็อคจนพูดอะไรไม่ออก นายโย่งหันกลับไปจ้องหน้านายปลาหมึก ซึ่งตอนนี้กำลังยืนอมยิ้มเผล่อยู่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"พังประตูเลยเหรอ งี้ก็ต้องซ่อมสิ"

"ทำงี้หมายความว่าไงฟรองซ์"

"ไม่หมายความว่าไงหรอก ^^ แค่พยายามจะเลี้ยงเครื่องดื่มให้สาวน้อยคนนี้เท่านั้นเอง เห็นว่าน่ารักดี... แล้วก็เห็นนั่งอยู่กับไอ้แฮร์รี่มัน"

"เฮอะ อย่าให้มีอีกแล้วกัน"

"ถ้ามีอีกแล้วแกจะทำไม"

"ก็ไม่ทำไม..."

"..."

"แต่แกต้องไปนอนโรง'บาลซักสามสี่เดือน"

"ฮ่าๆๆๆ ไม่ใช่แกหรอกเรอะ ไอ้เวฟ"

"ก็จะลองดูมั้ยละ"

"..." ฉันได้แต่เฝ้ามองการโต้วาทีอันแสนจะดุเดือดของผู้ชายสองคนตรงหน้า แต่ว่า...ตอนนี้ฉันอยากกลับบ้านแล้ว อยากกลับบ้าน... อยากไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่...

ฉันพยายามจะหยุดร้องไห้ แต่ทั้งตัวกลับสั่นระริก ฉันแอบเห็นจากหางตาว่าเวฟเหลือบตามามองฉันนิดหนึ่ง และหันกลับไปจ้องหน้าไอ้บ้านั่นด้วยแววตาโกรธจัด ก่อนพุ่งเข้าไปซัดหน้าเขาผัวะหนึ่งเต็มๆ จนเขากระเด็นไปชนกับโต๊ะด้านหลัง

"ไอ้เวฟ มันชักจะมากไปแล้วนะ"

"มึงนั่นแหละมากไปแล้ว! ไอ้ฟรองซ์ คราวหน้าถ้ามึงแตะต้องยัยจิ๋วนี่อีกแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ กูเอามึงตายแน่!" ด้วยเสียงตะโกนคำหยาบๆ เหล่านั้น ทำให้ไอ้หมอนั่นชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง เวฟถือโอกาสนั้นดึงแขนฉันแล้วลากออกจากห้องมืดๆ นั่นไป ฉันเดินตามเขา ไม่สิ... ถูกลากตามไปต่างหาก เพราะเขาเดินซะเร็วจนฉันเกือบจะล้มคะมำลงไปกองกับพื้น

"ยัยจิ๋ว เป็นอะไรมั้ย"

"..."

"โธ่เว้ย..." เขาสบถพึมพำ ก่อนตรงเข้ามาและ...

หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตแล้วซับน้ำตาฉันอย่างแผ่วเบา สีหน้าเขาดูกังวลมากซะจนตัวฉันเองยังแปลกใจ ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น ทำไมต้องทำหน้าเป็นกังวลขนาดนั้น ทำไม...ถึงต้องโกรธขนาดนั้น...

"อย่าร้องไห้นะ..." น้ำเสียงที่พูดนั้นแผ่วเบาจนเกือบไม่ได้ยินเพราะเสียงเพลงมันดังซะเหลือเกิน แต่แปลกที่ฉันกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน... เสียงที่อ่อนโยน และนุ่มนวล

"..."

"อย่า..."

"..."

"พูดอะไรบ้างสิ"

"..."

"เจ็บเหรอ?"

"..."

"ไม่ตอบใช่มั้ย - -^" หลังจากถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอยู่ได้ไม่นานนักแล้วฉันไม่ตอบอะไร หมอนั่นก็เริ่มหงุดหงิด และ....

กรี๊ดดด!~

"ปล่อยฉันลงนะ!"

"สงสัยว่าเธอจะเตี้ยมาก แล้วก็เดินไม่ทัน แล้วก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่พูดไม่จาใช่มั้ย"

"ปล่อยนะๆ T^T"

"สัญญามาก่อนสิว่าจะหยุดร้องไห้" นายโย่งหยุดเดินแล้วยืนพิงกับประตูหน้าร้าน เขาพึมพำเสียงเบา... แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนคำพูดของเขาดังเข้าไปถึงข้างในใจ จากที่เมื่อกี๊กลัวจนตัวสั่น จนน้ำตาไหลพราก ตอนนี้น้ำตากลับหยุดไหลแล้ว...

ฉันไม่รู้สึกกลัวแล้วเวลาหมอนี่มาอยู่ข้างๆ

ไม่ตลกเลยนะ! นายนี่ออกจะกวนประสาทฉันตลอดเวลาขนาดนี้ ทำไมฉันจะต้องไปร้องเรียกมันด้วยยยย~ น่าขายหน้าชะมัด (ถึงเขาจะไม่ได้ยินเสียงฉันร้องเรียกให้ช่วยหรอก)

"ฉันจะร้องไห้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยเล่า!"

"เกี่ยวสิ! ก็เธอ..."

ฉันทำไม... ฉันทำไมยะ!!

"ก็เธอน่ะ..."

"ว่าไงนะ?" ฉันร้องถามเพราะเสียงเพลงมันดังกลบจนไม่ได้ยิน นายโย่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดเสียงดัง

"เพราะเธอตัวเตี้ยกว่าฉันไงล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ" นายโย่งพูดพลางหัวเราะพลาง จนคนในร้านหันมามองกับพรึ่บพรั่บ มีเสียงซุบซิบดังตามมาด้วย อับอายชะมัด -_-/// แต่ที่ฉันจะทำในตอนนี้คือกัดคอนายนี่ให้ขาดไปเลย

"อยากตายเรอะนายโย่ง"

"ไปกินไอติมกัน"

"ก็ปล่อยฉันลงสิยะ!!"

"ไม่ปล่อย มีไรมะ"

"มี ฉันจะกัดคอนายให้ขาด"

"ถ้าฉันตายเธอก็จะกลิ้งตกลงไปบนถนน"

"ไม่สน!"

"เอ้า เข้าไปในรถ" เขาเปิดประตูรถแล้วหันมาบอกฉัน

"เดี๋ยวสิ นาย...อ๊ะ!! รถ O_O"

"เกิดมาไม่เคยขึ้นรถรึไง โธ่ๆๆ น่าสงสารๆๆ"

ซัดซักผัวะสองผัวะจะได้ไหม =_=^^ แล้วไอ้รถสีดำนี่มันรถของใครเนี่ย O.O

"นี่รถใคร"

"ถามโง่ๆ นะยัยจิ๋ว"

"เออไม่ถามก็ได้ เชิญนายขับรถลงนรกไปคนเดียวเถอะ ฉันจะกลับบ้าน!" ฉันหันหลังกลับแล้วเริ่มออกเดินไปข้างหน้า ชิส์... ไม่ง้อก็ได้ ฉันเรียกแท็กซี่กลับเองได้ ที่นี่มันก็แค่...

แต่...

นี่มันที่ไหนเนี่ย!?!

"จะกลับยังไงล่ะ"

"แท็กซี่"

"หึๆ รู้มั้ยที่นี่มันที่ไหน ไม่มีแท็กซี่เข้ามาหรอก"

"ถนนกรุงเทพที่ไหนไม่มีแท็กซี่ยะ"

"ที่นี่ไง" นายเวฟตอบพลางเอนตัวพิงรถสีดำคันนั้นแล้วมองหน้าฉันด้วยสีหน้าท่าทางขบขัน มันตลกมากหรือไงกับการยืนรอแท็กซี่น่ะ... เชอะ!!

แต่...

รอสิบนาทีแล้วนะ T^T ทำไมไม่มีแท็กซี่โผล่เฮดมาซักคันเลยล่ะ ว้อยยย หวังว่าที่นี่คงอยู่ในกรุงเทพนะ~ ฉันอยากกลับบ้านนน!! แค่นึกว่าไอ้บ้านั่นยังอยู่ข้างในร้านฉันก็สะอิดสะเอียนแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไปไปไหนกับคนแปลกหน้าอีกแล้ว!

แต่ว่าตอนนั้นมันโมโหนี่นา T_T นายโย่งนั่นบังอาจมาว่าฉันน่ารำคาญ เฮอะ...

"จะรออีกนานมั้ยน่ะ ฉันเบื่อ"

"เบื่อก็กลับไปซิ"

"ก็ได้" เขาก้าวขึ้นรถแล้วสตาร์ทออกไปเสียเฉยๆ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ทิ้งให้ฉันยืนอยู่หน้าร้านอย่างงั้นคนเดียว...

คนเดียว!!

ตอนนี้นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย ฟ้ามืดสนิทเลย เสียงเพลงในผับก็ดังกระหึ่มจักรวาล ขอให้หูแตกตายกันทั้งแก๊ง -_-^^^ แล้วนายโย่งปากหมานั่นทำไมถึงนิสัยหมาแบบนี้!! ทิ้งฉันไว้ในที่แบบนี้คนเดียวเหรอ แย่ที่สุด แท็กซี่ก็ไม่มี ใจร้าย...

บรู๋ววววววววววว~

แว้กกกกกกกกกกก!!~

ไอ้หมาเวรรร!!! ใครเอาส้นตีนยัดปากมันที้!!

เสียงหมาหอนดังไกลๆ ทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว เสียงเพลงดังขนาดนี้ผียังออกหากินอีกเหรอ T___T อย่ามาแถวนี้นะ ฉันยังอายุน้อย ตัวเล็กอีกตะหาก ไม่อร่อยหรอก

"แบร่ๆ"

"กรี๊ดดดดดดดด!!"

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สะดุ้งอะไรขนาดนั้นยัยบ๊อง"

"น...นาย...!!" นายโย่งปากหมาโผล่มาข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ -_-^^ หนอยแน่ะ อีตาบ้า เกือบหัวใจวายตายแน่ะ อ๊ากกกกกกก

"เฮ้ยๆๆ ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งฆ่าฉันน~"

"นายนี่แย่ที่สุด กล้าดียังไงทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียวหา!?!"

"ฮ่าๆ พวกแถวนี้มันไม่กล้าทำอะไรเธอหรอกน่า เชื่อสิ"

"นายต้องตาย!"

"เอาน่า เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าว กินมะ"

"ไม่หิว"

จ๊อกกกก~

"แต่ดูเหมือนท้องเธอจะหิวนะ ^^"

อ๊าาา ส้นตีนจริงๆ T^T กระเพาะบ้าๆๆๆๆๆ น่าอับอายทรุดกายถวายแผ่นดินจริงๆ ใครก็ได้ช่วยเอาหน้าฉันไปฝังดินทีเถอะ

"ไปเร็วๆ หนาว"

"ชิ" ฉันจำต้องเดินตามไอ้หมอนี่ไปอย่างเสียมิได้ ก็แถวนี้ไม่มีแท็กซี่นี่ แถมมืดแล้วด้วย ที่สำคัญ... หิวง่ะ T_T

 
== == == == == == ==
 

"นายโย่งปากหมา"

"อะไรยัยจิ๋วปากจิ้งจก"

"นายขับช้ากว่านี้ไม่เป็นเหรอ"

"ไม่ =_=" เขาตอบด้วยสีหน้าเฉยชา ก่อนจะเหยียบคันเร่งซะมิดจนฉันต้องเกาะเข็มขัดนิรภัยแน่น ถึงจะรู้ว่าเกาะไปมันก็ไม่ได้ช่วยบ๊องอะไรเลยแม้แต่น้อยก็เหอะ...

เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไง T_T

"พี่ชายเธอก็ขับรถเร็วนี่ได้ข่าว"

"ข่าวจากไหน"

"ไอ้ฟรีส"

"เพื่อนนายเขา..."

ฉันยั้งปากไว้ได้ทันก่อนที่จะได้ถามสิ่งที่อยากรู้ออกไป นายโย่งหันมามองฉันด้วยหางตาเป็นเชิงถาม ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ...

ไม่มีทางใช่หรอกน่า

หลังจากนั้นนายบ้านี่ก็กวนประสาทฉันตลอดยี่สิบนาที -_-^ ทั้งที่ขับเร็วขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่ถึงร้านอาหารอีก คนสวยหิว!!

เอี๊ยดดด~

ไม่ทันจะจบคำดี นายเวฟก็จอดรถที่ริมถนน ข้างร้านอาหารร้านหนึ่งแถวๆ ทองหล่อ โอ้ว จำได้ว่าร้านนี้เคยออกทีวีด้วย O_O นายนี่นี่ทำไมรู้จักร้านดีๆ แบบนี้ด้วยนะ คราวร้านไอติมนั่นก็ทีนึงแล้ว

"ลงมาสิยัยเซ่อ หิวไม่ใช่เหรอ"

แต่คำพูดคำจาต้องเอาไปโมดิฟายใหม่หมด -*-

หลังจากรับประทานอาหารมื้อที่ขาดความสงบสุขโดยสิ้นเชิง (เพราะนายบ้านี่ทำให้ฉันหงุดหงิดได้ทุกวินาที) เขาก็ขับรถกลับมาส่งฉันที่บ้าน นับว่าเก่ง เพราะฉันแทบไม่ต้องบอกทางเลย

แต่ทำไมถึงขับรถน่ากลัวงี้เนี่ย T^T นายกลัวต้องไปงานศพพ่อแม่เหรอ ถึงอยากจะตายก่อนท่านทั้งสองของนายน่ะ T__T แง่งงง

"ไปนะยัยจิ๋ว"

"อย่าเรียกฉันว่ายัยจิ๋วนะ"

"เธอก็อย่าเรียกฉันว่านายโย่งสิ"

"ฝันไปเถอะย่ะ แบร่ๆๆๆ"

"งั้นก็เป็นยัยจิ๋วต่อไปละกัน" เขาพูดพลางยิ้มแป้นให้ฉัน จนเห็นลักยิ้มแก้มบุ๋ม และฟันเขี้ยว ฮึ! หน้าตายังกะละมั่งกินยาถ่าย ใครกันนะบอกว่าไอ้หมอนี่หล่อ

ตะแคงข้างเอาตาตุ่มมองยังเห็นว่ากิ้งกือหล่อกว่ามันเลย ฮึ!!

"ฉันไปแล้วนะยัยจิ๋ว บาย" เขาโบกมือนิดนึงแล้วเปิดประตูรถ...

"เดี๋ยว..."

ฉันเผลอร้องเรียกออกไปโดยไม่รู้ตัว นายเวฟเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเป็นเชิงถาม

ชิส์... ไม่อยากเลย แต่ว่า...

"ขอบคุณนะ..."

"..."

"..."

"หึ... ขอบคุณทำไมยัยบ๊อง รีบเข้าบ้านไปนอนซะ เด็กๆ ตัวเตี้ยๆ แถมปากจัดอย่างเธอน่ะ นอนดึกไม่ดีนะ" เขาพูดก่อนรีบกระโดดขึ้นรถแล้วขับออกไปทันทีเลย โดยที่ฉันไม่ทันได้พูดอะไรแม้แต่น้อย อีตาบ้า! คนอุตส่าห์ขอบคุณ ทำไมไร้มารยาทยังงี้ ฉันเองก็อายุเท่านายนะยะ กล้าดียังไงมาหาว่าฉันเป็นเด็ก แถมด่าว่าเตี้ยอีก นายนั่นแหละเปรตเกินมนุษย์มนา =_=^^

"อีตาบ้า!! บ๊อง โย่ง โยกเยก ปากหมา หน้าหมา!!!"

ฉันยืนตะโกนด่าอยู่หน้าบ้านตัวเอง...คือมันก็ไปไกลแล้วอะนะ  แต่ถ้าไม่ได้ด่าแล้วมันเจ็บกระดองจายยย~ TOT

"เป็นบ้าอะไรมายืนด่าพระพายอยู่หน้าบ้านน่ะยัยหนู"

อ๊ะ... คุณพ่อฉันนี่นา ตายละ >_<

"อ๋อ ก็... เมื่อกี๊พระพายตบหัวหนูน่ะค่ะ ^^"

"เป็นเอามากนะลูกนะ T^T"

เวร  =___='''

"เอาเถอะ หนูขึ้นห้องก่อนนะคะ บ๊ายบายค่ะ"

"ไม่กินข้าวกินปลาเหรอลูก"

"กินมาแล้วค่ะ ^^" ฉันรีบกระโจนขึ้นห้องทันทีทันใด เพราะอยากจะไปอาบน้ำล้างตัวให้สะอาดๆ แค่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นฉันก็คลื่นไส้แล้ว Y_Y ชาตินี้ขออย่าให้เจอไอ้หมอนั่นอีกเลย

แต่ว่า...

ฉันกลับลืมความรู้สึกตอนที่เห็นหน้านายเวฟ ตอนที่เขาเข้ามาช่วยฉันไว้ไม่ได้เลย...

ตอนนั้นฉันแทบจะพุ่งเข้าไปกอดเขาซะแล้ว ว่าแต่ทำไมฉันถึงเรียกให้เขามาช่วยก่อนนะ ทำไมฉันไม่เรียก ‘เขา’ คนนั้น ทั้งที่ปกติ ในเวลาแบบนี้ฉันจะเรียกหาแต่ ‘เขา’ แท้ๆ...

 
== == == == == == ==
 

"ว่าไงนะ" น้ำเสียงเยือกเย็นดังขึ้น ชายหนุ่มผู้มีผมสีทอง และนัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายวิบวับหันขวับกลับมาจ้องหน้าผู้เป็นลูกน้องด้วยแววตาคมกริบ

"ไอ้แฮร์รี่มันเล่าให้ผมฟังครับ..."

"ฉันถามว่าไอ้ฟรองซ์ทำแบบนั้นเรอะ" น้ำเสียงของฟรีสน่ากลัวราวกับน้ำแข็งเกาะกุมอยู่ สีหน้าของเขาดูโกรธขึ้งและไม่พอใจ

อายุไม่สำคัญ ขอแค่มีฝีมือ และใจกล้า แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะได้ตำแหน่งใหญ่ๆ ในแก๊ง

"ครับ"

"แล้วเธอ... เป็นอะไรรึเปล่า"

"ผมไม่ทราบครับ"

"งั้นเหรอ..." ฟรีสพึมพำ พลางหยิบบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร่ออกจากซองแล้วจุดสูบด้วยท่าทางคล่องแคล่ว "ไอ้ฟรองซ์มันอยู่ไหนตอนนี้"

"อยู่ในห้องวีไอพีครับ"

"หึ..." เขาดับบุหรี่ในที่เขี่ยบุหรี่ก่อนลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปที่ห้องวีไอพี แต่เสียงเรียกของใครคนหนึ่งทำให้เขาต้องหยุดชะงักไปกะทันหัน

"พี่ฟรีส"

ขาของเขาชะงักไปเล็กน้อย ฟรีสหันไปปั้นยิ้มส่งให้เด็กสาวร่างสูงเพรียวบางในชุดวาบหวิวตรงหน้า

"แวร์ซายล์..."

“จะไปไหนคะ O_O ไหนว่าจะไป..."

"ไปน่า...ฉันไม่ผิดสัญญาหรอก แต่ก่อนอื่นฉันต้องไปหาไอ้ฟรองซ์มันก่อน" เขาเรียกชื่อผู้เป็นหัวหน้าแก๊งด้วยสรรพนามเรียบง่าย ไม่มีคำว่า 'พี่' นำหน้า แต่แวร์ซายล์ไม่พูดว่าไงเพราะเธอเองก็ชินแล้ว

"งั้นให้ฉันไปด้วยนะ" เธอเดินเข้ามาหาเขา พร้อมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาจึงได้แต่ยิ้มฝืดเฝื่อนแล้วเดินตามเธอเข้าไปในห้องวีไอพี

"อ้าว แวร์ซายล์ ^^ มาทำอะไรเหรอ" ฟรองซ์เอ่ยทักน้องสาวคนสวยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนหันมาหาฟรีสที่ทำหน้ามึนตึงใส่เขา "ฟรีส เป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น"

"วันนี้สนุกมั้ยฟรองซ์"

"หึ... สนุกสิ สนุกมากเลย ฉันเจอตุ๊กตาตัวใหม่ ถูกใจโคตร" ฟรองซ์พูดพลางซดเหล้าในแก้วที่ถืออยู่เข้าไปอึกหนึ่ง ก่อนจะวางกระแทกปังลงบนโต๊ะ "เพียงแต่ตุ๊กตาตัวนั้นแม่งมีหมามาคุม" นัยน์ตาของฟรีสกระตุกเล็กน้อย มือกำหมัดแน่น ราวกับต้องใช้ความพยายามอย่างสูงเพื่อจะไม่ให้ต่อยหน้าคนตรงหน้าไปซักที

"อยู่ดีๆ ทำไมถึงมาถาม"

"อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนั้น"

"ฮะ?"

"บอกว่าอย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนั้น"

"หึ...ฮ่าๆๆๆ อย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉันฮะ ไอ้ฟรีส"

"ก็ไม่มี แต่แกต้องทำตาม" นัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายวาววับ ฟรองซ์สบตานั้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจนัก เขาลุกขึ้นยืนแล้วจ้องหน้าฟรีสเขม็ง

"เฮ้ย พูดจาระวังปากหน่อย กูเป็นใครให้มันรู้บ้าง"

"ฮะ...แค่หัวหน้า แล้วทำไมเหรอ"

"ระวังปากหน่อยนะเว้ย กูเป็นหัวหน้า มึงเป็นแค่รองหัวหน้า แถมมึงเด็กกว่ากูตั้งเท่าไหร่ ให้มันมีสัมมาคารวะบ้าง"

"จำเป็นเหรอ?"

"เฮ้ย!"

"พี่คะ!" ทันทีที่ฟรองซ์ทำท่าจะปล่อยหมัดเข้ากระแทกหน้าเด็กหนุ่มอ่อนวัยเข้าให้เสียแล้ว เสียงร้องขัดของเด็กสาวก็ดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงน้องสาว ฟรองซ์หยุดมือไว้ได้ทัน

เช่นเดียวกับฟรีสที่กำลังจะปล่อยหมัดออกไปซัดหน้าเขา

"ว่าไงยัยแวร์ซายล์"

"พรุ่งนี้พาแวร์ซายล์ไปขับรถเล่นหน่อยนะ อยากนั่งอัลฟ่า"

"ได้ เราอยากไปไหนละ"

"ไปไหนก็ได้ค่ะ ^^" แวร์ซายล์ผละจากข้างกายฟรีสเข้าไปออดอ้อนออเซาะพี่ชายเสียงหวาน เพราะเธอรู้ดีว่าพี่ชายเธอกับฟรีสที่เธอรักไม่ถูกกันแต่แรก ถ้าหากเธอไม่ขอร้องไว้ ก็คงมีเรื่องมีราวแตกหักกันไปนานแล้ว

เธอรักฟรีสมาก... ใช่...เธอรักฟรีสทั้งๆ ที่เขามองเธอเป็นแค่น้องสาว แวร์ซายล์ทราบความจริงข้อนี้ดี แต่เธอก็ยังอยากจะรักเขา

และนั่นทำให้ฟรองซ์ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม...ไม่มีเรื่องกับฟรีสที่เขาหมั่นไส้มานาน

พี่ชายไม่ถูกกับฟรีส ที่เป็นรองหัวหน้ามานาน รวมไปถึงเพื่อนของฟรีสด้วย...

'ยมทูต' รุ่นที่ 11 ของแก๊ง 'Hell Boys' หรือนายเวฟ

เธอรู้ว่าพี่ชายอยากได้ตำแหน่งยมทูตมากกว่าตำแหน่งหัวหน้าสาขาแบบนี้ ยมทูตคือคนที่ได้สิทธิ์ขับรถสีดำ ประทับตรา 'ยมทูต' ไว้ที่กระจกรถ และเป็นคันที่วิ่งเร็วที่สุดในแก๊ง แน่นอน เป็นคนที่จะได้รับความเคารพยำเกรงจากพวกลูกน้องแทบจะมากกว่าหัวหน้าหน่วยเสียด้วยซ้ำ

หัวหน้าใหญ่ถูกใจเวฟ เขาจึงได้เป็นยมทูต

เพราะฟรองซ์เกลียดเวฟ จึงพานเกลียดฟรีสไปด้วย

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะดึกเกินไปซะก่อน” ฟรีสหันไปพูดกับแวร์ซายล์ ที่ลุกขึ้นยืนทันทีด้วยสีหน้าดีใจ

“ฉันไปรอข้างนอกนะพี่”

“ฮื่อ” เขารับคำน้อยๆ ก่อนหันมาจ้องตากับฟรองซ์แบบไม่มีใครยอมใคร...

“จะไปไหนกันวะ?”

“ไปไหนมันก็เรื่องของพวกเรา ไม่เกี่ยวอะไรกับแก”

“หึ...เห็นหัวกูบ้างนะโว้ย”

“...”

“...”

“ขอตัว” ฟรีสขยับตัวจะลุกขึ้นยืน

“เฮ้ยเดี๋ยว...ไอ้ฟรีส" ฟรองซ์ส่งเสียงเรียกเขาเอาไว้ก่อน นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองด้วยสายตาเย็นเยือก เขาเอ่ยปากพูดเสียงเรียบ

"อะไร"

"พรุ่งนี้บอกไอ้เวฟให้มาหากูด้วย"

"ทำไม"

"มีธุระต้องคุยกับมัน"

"หึ... แค่ถูกมันซัดหน้าหงายยังไม่พอใจรึไง หรืออยากโดนต่อยกรามหัก?"

"ไอ้ฟรีส!!"

"ขอโทษด้วยครับคุณหัวหน้า แต่ผมต้องขอตัวก่อน" ฟรีสผุดลุกขึ้นยืนเดินไปที่ประตูโดยไม่รอคำตอบรับ ทว่าก่อนเปิดประตู เขาหันกลับมามองหน้าฟรองซ์เล็กน้อย แล้วเอ่ยขึ้นเสียงเย็น

"จำไว้ว่าอย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีก"

"ทำไมวะ กงการอะไรของมึง แฟนไอ้เวฟมัน"

"..." นั่นสิ...

ไม่ใช่กงการอะไรของเขาเลย...

ไม่ใช่ตั้งแต่คำ 'คำนั้น' หลุดออกจากปากเธอเมื่อห้าปีก่อนแล้ว...


== == == == == == ==


[[To Be Continue]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

 


6 Dec 06

== == == == == == ==

[rewrite]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #1013 cha-eam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 11:42
    อยากให้นางเอกขับรถเร็วบางอ่ะ
    #1,013
    0
  2. #1008 kikikak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 14:07
    สนุกดีค่ะ :D
    #1,008
    0
  3. #960 ploy53844 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 23:23
    อุชิชิชิ  ที่แท้เขาคนนั้นของเมเปิ้ลก็คือ ฟรีสนี่เอง  ที่ร้ากกกกก
    #960
    0
  4. #927 saraharu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 23:41
    เมเปิ้ลเหตุผลที่บอกเลิกฟรีสไปคืออะไร
    #927
    0
  5. #902 poraround (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 / 23:32
    เเหมคนเขียนเก่งเนอะทำเอาหนุกได้ทุกตอน^o^เเต่ว่าเจ้าหญิงไม่เหนื่อยบ้างหรอค๊ะเขียนมาตั้งเยอะ(o_o)"
    #902
    0
  6. #873 ooyza123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 17:42

    อ่านแล้ว
    ก็น่าสงสารฟรีสน้า ที่โดนบอกเลิก
    แต่เมเปิ้ลคงมีเหตุผลที่บอกเลิกแน่

    #873
    0