>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 16 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 15<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 เม.ย. 51

 

 

Chapter 15 :: SpeeD!!


วันจันทร์สอบ นี่แอบแม่มาอัพให้นะเนี่ย >O< เพื่อผู้อ่านที่น่ารักและเรียกร้องกันมา
คะแนนของเวฟก็ยังคงพุ่ง แต่น่าเสียดายที่ปิดโหวตไปแล้ว 55+ ไม่เป็นไรค่ะ ตอนช่วงใกล้จบจะมีการเปิดโหวตอีกครั้งหนึ่ง ^^
ถึงตอนนั้นรักใครชอบใครก็โหวตมาด้วยน้าาาา


ตอนนี้ก็เมนท์ + โหวตเป็นกำลังใจให้หน่อยแล้วกันค่า ^O^
รักผู้อ่านทุกคนน้า ตั้งใจเรียน + รักษาสุขภาพกันทุกคนนะคะ ^^~


เจอกันที่งานหนังสือเด็กและเยาวชนเดือนกรกฏาคมค่า มีหนังสือของเจ้าหญิงออกด้วยน้าาาา~

 


== == == == == == == == ==

 


"เอ้า ให้เวลาเก็บของเตรียมกลับกรุงเทพหนึ่งชั่วโมงนะจ๊ะ แล้วตอนสิบเอ็ดโมงให้ทุกคนขนกระเป๋าลงมากองรวมกันที่ลานอเนกประสงค์ที่เดิมเหมือนตอนมานะจ๊ะทุกคน" อาจารย์ดิ๊งด่องประกาศผ่านโทรโข่ง และฉันก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ ในบังกะโลของฉันทันที เหนื่อยชะมัดเลย >_< ในที่สุดก็จะได้กลับบ้านซักที


"ฮ้ายยย >O< จะได้กลับบ้านแล้ว"


"ไปซื้อขนมกัน ตุนไว้กินตอนขากลับไง"


"ลพบุรี – กรุงเทพใกล้นิดเดียวเองนะเธอ -*-" ฉันพูดขัดขึ้น อะไรๆ ก็จะแด๊กขนม ให้ตายเถอะ เดี๋ยวก็อ้วนเป็นพะยูนโต้คลื่นหรอก


ยัยเอมลุกขึ้นยืนแล้วทำหน้าขึงขัง


"ถ้าไม่มีขนมจะทำให้การเดินทางไม่สนุก!~"


"ใช่ๆๆ >O<" ลูกคู่ชื่ออีฟรับอย่างเหมาะเจาะ ทุกคนหันไปมองนัท เธอยักไหล่ให้อย่างไม่ใส่ใจ


"ยังไงก็ได้"


"งั้นไปซื้อขนมกัน"


"ขอผ่านได้มั้ย ฉันอยากนอนพัก T^T"


"งั้นนอนเฝ้าของอยู่นี่นะ เดี๋ยวซื้อมาฝาก" อีฟพูดขึ้น ก่อนเดินออกจากบังกะโลไปพร้อมกับสองสาว เฮ้อ...สบาย เงียบหู และสงบสุขจริงๆ ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวันนั้นฉันก็แทบจะมีอาจารย์เดินประกบสองข้างตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ส่วนพวกยัยแม่มดสลิปเปอร์ถูกคาดโทษไว้ และจะถูกลงโทษตอนกลับไปถึงกรุงเทพแล้ว (แอบสะใจหน่อยๆ วุ้ย)


ก๊อกๆ


"ใครน่ะ"


"ฉันเอง"


"เข้ามาสิโจ๊กเกอร์ ^^" ฉันหันไปยิ้มให้กับผู้มาเคาะประตู ที่มาพร้อมกับกระป๋องโค้กเย็นเฉียบสองกระป๋อง เขายื่นให้ฉันหนึ่งกระป๋องส่วนตัวเองเปิดดื่มอีกกระป๋องนึง


"จัดกระเป๋าเรียบร้อยแล้วเหรอ"


"ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว" เขาตอบสั้นๆ


"ฮะๆ พวกฉันก็เพิ่งเริ่มจัดเมื่อคืนเนี้ย กะว่าตอนเขาปล่อยฟรีให้จัดกระเป๋าจะได้พักผ่อนสบายๆ" ฉันซดโค้กรวดเดียวหมดกระป๋อง และโยนมันลงถังขยะใต้โต๊ะเครื่องแป้งอย่างแม่นยำ


"เข้าค่ายคราวนี้สนุกมะ"


"สนุกมากเลย ฉันได้นั่งชมความมืดอยู่ในป่าตั้งสี่ชั่วโมงแน่ะ" ฉันตั้งใจจะพูดขำๆ แต่โจ๊กเกอร์กลับไม่ขำ เขานั่งก้มหน้ามองดูกระป๋องโค้กในมือแล้วเงียบ


"เป็นอะไรไปเหรอ?"


"เมื่อวานซืนฉันขอโทษนะที่ไปช้า"


"ไม่เป็นไรหรอกน่า –[]- ก็บอกแล้วไงว่าเวฟเค้าไปช่วยฉันแล้ว"


"ก็นั่นแหละ ฉันไม่อยากให้มันไปถึงก่อน..." โจ๊กเกอร์พึมพำ ฉันได้ยินไม่ถนัดนัก


"อะไรนะ?"


"อ๋อเปล่าๆ ไม่มีอะไร ^^" เขายิ้มกลบเกลื่อน "งั้นฉันขอนั่งอยู่ด้วยจนกว่าจะถึงเวลานะ" เขาพูดพลางวางกระเป๋าลงบนพื้น ฉันเพิ่งสังเกตกระเป๋าเขาก็ตอนนี้แหละ


"อื้อๆ แต่ฉันจะนอนนะ"


"ตามสบายครับผม" โจ๊กเกอร์พูดพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างให้ฉัน ฉันเลยล้มตัวลงนอนห่มผ้าหลับปุ๋ยสบายบี๋ทันที นอนบนเตียงนุ่มๆ นี่มันก็สบายยังงี้แหละ >O<


ฉันผล็อยหลับไป โดยที่ไม่ได้มองเห็นสายตาของโจ๊กเกอร์ที่มองมาที่ฉันเลย ว่าแววตาของเขาฉายแววตัดพ้อต่อว่าฉันเพียงไร...

 

== == == == == == ==

 

"นั่งนี่ดิ้!!~"


"ไม่เอานี่มันที่นั่งสำหรับสามคนนะ เรามีกันสี่คน งี้ก็เป็นเศษดิ!"


"บ้า แต่นี่มันที่เดียวที่เหลืออยู่นะ"


"พวกเธอสามคนนั่นกันไปเถอะ ฉันจะนั่งแถวหลังเอง" เพราะความรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของนังพวกนี้ ฉันเลยตัดสินใจเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม (เพื่อหูของฉัน และของทุกคนบนรถ) โดยการไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหลังเก้าอี้สามที่นั่งที่ว่างอยู่เพียงตัวเดียวบนรถบัสเบอร์ 2 นี่


แต่คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ว่างตัวสุดท้ายกลับทำให้ฉันชะงักโดยไม่ได้ตั้งใจ


"ว่างมั้ย"


"ว่าง" เขาหันมาตอบเสียงเรียบๆ ฉันเลยนั่งลงบนเบาะข้างๆ เขา...


ตั้งแต่เมื่อคืนนั้นที่เขาไปช่วยฉันไว้ในป่า เขาก็ไม่ได้พูดอะไรกับฉันอีกเลย


"เอ่อ..."


"Hey!" ฉันกำลังจะพูด และคำพูดก็ต้องถูกกลืนลงคอไปเมื่อมีการขัดขึ้น โจ๊กเกอร์นี่นา O_O! เขาขึ้นมาบัส 2 ได้ไง ในเมื่อเขาอยู่ห้อง 4 เขาก็ต้องอยู่บัส 4 ดิ


"ฉันแอบหลบมา ขอนั่งด้วยหน่อย" ฉันเขยิบเข้าไปใกล้เวฟมากขึ้นเพื่อให้มันมีที่สำหรับโจ๊กเกอร์ ตอนนี้ฉันกลายเป็นแฮมเบอร์เกอร์ไปแล้ว หนึ่งสาวแล้วประกบด้วยสองหนุ่มหล่อ >_<///


"ฮู่ แอร์รถคันนี้เย็นดีแฮะ..."


"นั่นสิ ออกจะหนาวๆ ด้วยซ้ำ" ฉันเสริม เพราะแอร์รถคันนี้มันหนาวจริงๆ


และเพราะอากาศมันหนาว ก็เลยชวนให้หลับซะเหลือเกิน ฮ้าววว...ง่วงชะมัด T^T แค่รถขับออกจากค่ายมาไม่นานฉันก็ง่วงตาปรือซะแล้ว


"ง่วงก็นอนซิ พิงไหล่ฉันก็ได้" โจ๊กเกอร์กระซิบ และฉันก็ไม่ขัดศรัทธา เอนลงไปพิงเขาเต็มที่...

 


== == == == == == == ==

 


เวฟพยายามจะไม่หันไปมองคนสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา เพราะการต้องมองภาพบาดตาแบบนั้นมันโหดร้ายมากเกินไป หลังจากที่เขาเสียการควบคุมไปเมื่อวันก่อน เขาก็ไม่อยากจะไปรบกวนเธอมากกว่านี้ เขาควรจะเก็บคำว่ารักไว้เงียบๆ ในใจ ไม่ควรจะเปิดเผยออกไปแบบนั้น เขานี่บ้าจริงๆ...


จู่ๆ ที่บริเวณบ่าก็รู้สึกว่ามันหนักขึ้น... เขาหันกลับไปมอง...



















หัวเล็กๆ ของยัยตัวจิ๋วที่เคยซบบ่าฟรีสอยู่ตอนนี้เอนมาพิงไหล่เขาแทนแล้ว...นัยน์ตาที่พริ้มหลับ ขนตายาวงอนทาบทับใบหน้าขาวเนียน ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ และใบหน้าสีขาวอมชมพู...ทั้งหมดล้วนดูน่ารัก เธอน่ารักทั้งตอนตื่นและตอนหลับ น่ารักเสียจนเขาเผลอยิ้มให้กับตัวเอง... แล้วเหลือบมองดูคนที่นั่งข้างๆ เธอด้วยสายตาวิงวอน... แต่กลับพบว่าเจ้าของผมสีทองและนัยน์ตาสีฟ้าบัดนี้หันหลังให้เขาอยู่ และหลับไปเรียบร้อยแล้ว...


ถ้าอย่างนั้นเขาขอฉวยโอกาสสักหน่อย...


ขอทำตามใจตัวเองสักหน่อย...จะเป็นไรไป...


เวฟขยับเสื้อแจ็คเก็ตที่หลุดลุ่ยของเมเปิ้ลให้กระชับขึ้นเพราะเธอตัวสั่นด้วยความหนาว แล้วปล่อยให้เธอนอนซบไหล่เขาอยู่อย่างนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย เขากลัวเธอตื่น เขาอยากจะให้ช่วงเวลาแบบนี้มันยาวนานไปเรื่อยๆ...ไม่มีวันหมด...


แต่เขาไม่รู้เลย ว่าฟรีสที่เขานึกว่าหลับไปแล้ว นัยน์ตาสีฟ้ายังคงลืมอยู่ ประกายวาววับบางอย่างฉายชัดในแววตาของเขา...


ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ ใช่ว่าเขาจะไม่เห็น...


เขารู้...รู้ว่าเพื่อนของเขาคิดยังไงกับคนที่เขารัก รู้ดีว่าเวฟชอบแฟนของเขาแค่ไหน แต่เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาแย่งเธอไปอีก ไม่ยอมปล่อยมือจากเธออีกแล้ว

 

== == == == == == ==

 

<<VERSILLES' STORY>>

 

ฉันเจอเขาในคืนหนึ่งที่แม่ฉันมีนัดกับคุณนพชัย อภิวัฒน์นคร เจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออกอะไหล่รถยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย เขาคือแฟนใหม่ของแม่ฉันเอง...คุณนพชัยมีลูกชายอยู่คนหนึ่ง แต่แยกไปอยู่กับแม่ที่หย่ากับคุณนพชัยไปเมื่อนานมาแล้ว และที่เขาเชิญไปวันนี้ก็เพื่อจะแนะนำให้รู้จักกับลูกชายคนนั้น ฉันเองก็อยากจะเจอเขาเหมือนกัน เพราะเห็นคุณนพชัยคุยให้ฟังนักหนาว่าลูกชายคนนี้หน้าตาดีมาก ฉันยังไม่เคยเห็นใครหล่อกว่าพี่ฟรองซ์ของฉันเลย ฉันก็เลยอยากเจอไงล่ะ


แต่พอไปถึง จนกระทั่งเลยเวลาดินเนอร์ตอนสองทุ่มมาแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววของเขาเลย แม่กับคุณนพชัยจะนั่งคุยกันต่อ พี่ฟรองซ์เลยขอตัวออกไปหาเพื่อน และฉันก็ขอตัวออกไปเดินเล่นข้างนอก เพราะเห็นแวบๆ ตอนขับรถมาว่าสวนข้างนอกมันสวย


'ช่วยด้วย!!' เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้อง และนิสัยของฉันก็คงไม่สามารถปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ โดยไม่สนใจไม่ได้ ฉันเลยรีบวิ่งไปดู และก็เจอผู้ชายกลุ่มใหญ่ๆ กำลังดักฉุดผู้หญิงร่างเล็กหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ด้วยความโมโหจนลืมคิดหน้าคิดหลัง ฉันหยิบไม้หน้าสามแถวๆ นั้นขึ้นมาถือไว้เหมาะๆ มือ แล้วเขวี้ยงออกไปโดยเล็งที่หัวแดงๆ ของไอ้คนที่มันอยู่ใกล้ฉันที่สุด


'อ๊ากกก!' เสียงร้องโอดโอยดังขึ้น พร้อมๆ กับที่ทุกคนหันมามองที่ฉัน ฉันที่เชิดหน้ามองจ้องกลับโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย


'เธอ!! ยัยนี่...อยากมายุ่งนักใช่มั้ย งั้นไปด้วยกันเลย!!' นายหัวแดงวิ่งมาหาฉันเตรียมจะลากไปอีกคน แน่นอนฉันไม่กลัวหรอก แต่ฉันที่เป็นผู้หญิงไม่สามารถสู้แรงผู้ชายควายถึกแบบนั้นได้ เลยเกือบจะถูกลากไปอีกคน... หาก... ร่างสูงเพรียวติดจะผอมบางของใครคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาด้านหลัง ชกหน้าไอ้หัวแดงซะกระเด็น ก่อนจะกระทืบซ้ำ มือเรียวยาวคว้าไม้หน้าสามที่ฉันขว้างไปเมื่อครู่ขึ้นมาถือไว้ แล้วกวัดแกว่งอย่างชำนิชำนาญ ทำให้พวกอันธพาลสั่วๆ เหล่านั้นล่าถอยกันไปตามๆ กันอย่างง่ายดาย เมื่อมันจากไปกันหมดแล้ว เขาโยนไม้นั่นทิ้ง แล้วหันมาหาฉัน... ส่วนผู้หญิงคนนั้นวิ่งหนีหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน


ฉันที่กำลังตกใจ ยิ่งตกใจมากไปกว่าเดิมเมื่อเห็นหน้าอันหล่อเหลาแทบจะเรียกได้ว่าเขาคือเทวดาลงมาจุติ ทั้งใบหน้าขาวเนียนเรียบยิ่งกว่านายแบบโฆษณาเครื่องสำอาง นัยน์ตาคู่สวยสีดำที่ดูลึกลับน่าหลงใหล จมูกโด่งสวยรับกับริมฝีปากนั่น ทำให้ฉันตกใจจนลืมหายใจ...


'เป็นไรมั้ย?' เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และฉันใช้เวลาประมาณสามวินาทีในการเรียบเรียงคำพูด


'อ...เอ่อ เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ'


'ฮะๆ เธอน่ะเหมือนคนที่ฉันรู้จักคนนึงเลย ^^ เพราะงั้นระวังตัวให้มากๆ นะ อย่าทำอะไรเกินตัวแบบนี้อีก' คำพูดของเขากึ่งๆ สอนกึ่งๆ ล้อ ฉันเผลอยิ้มน้อยๆ กับรอยยิ้มอันแสนจะสดใสของเขา


'เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้ว ขอโทษด้วยนะ ฉันสายไปสองชั่วโมงแล้ว' เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วขอตัวจากไป และฉันก็ยืนเหม่อมองดูร่างสูงเพรียวนั่นวิ่งหายลับไปในความมืดโดยลืมถามแม้แต่ชื่อของเขา


ฉันกลับเข้าไปในบ้าน และได้ยินจากแม่ว่าลูกชายของบ้านนี้กลับมาแล้ว อะไรกันนะ? นัดกันไว้ตอนหนึ่งทุ่ม แต่นี่ปาเข้าไปสามทุ่มแล้ว คนอะไรเลทได้ตั้งชั่วโมงสองชั่วโมง


ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องรับรองแขก ฉันถึงกับชะงักค้างอยู่อย่างนั้น ก็ผู้ชายคนนั้นมัน...เทวดาผู้ช่วยชีวิตฉันนี่นา O_O


'อ้าว...เธอ...'


'นาย...'


'รู้จักกันแล้วเหรอ' คุณนพชัยถามอย่างงงๆ เมื่อเห็นเรายืนอึ้งกันอยู่อย่างนั้น ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ส่วนเขาก็เปิดปากเล่าแทน


'เจอกันที่หน้าบ้านตะกี้น่ะครับ'


'อ้อ พอดีเลย งั้นมานั่งสิหนูแวร์ซายล์' คุณนพชัยเรียก ฉันเลยรู้สึกตัวแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาข้างๆ แม่


'นี่แวร์ซายล์ ลูกสาวคุณแพรวา ส่วนนี่โจ๊กเกอร์ ลูกชายฉันเอง'


ชื่อโจ๊กเกอร์เหรอ... ชื่อน่ารักจัง ฉันเผลอหันไปมองหน้าเขา และก็สบตาเข้ากับเขาที่มองมาพอดี ใบหน้าหล่อนั่นคลี่ยิ้มให้ฉันน้อยๆ


ระหว่างที่คุยกัน ฉันไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลย...


หลังจากแยกย้ายกันกลับบ้าน ฉันก็แอบหวังอยู่ในใจมาตลอดว่าขอให้ฉันได้เจอเขาอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย... จนกระทั่งเมื่อฉันจบม.สาม ฉันเลยตัดสินใจไปเรียนที่โรงเรียนที่พี่โจ๊กเกอร์เรียนอยู่ แวบแรกที่ฉันเห็นเขา...ฉันแทบจะจำเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ สีผมของเขาเปลี่ยนจากสีดำกลายเป็นสีทองประกายวิบวับๆ เหมือนพระอาทิตย์ นัยน์ตาก็เป็นสีฟ้าใสดูสวยมีเสน่ห์ แถมเขายังสูงขึ้นตั้งเยอะอีก หุ่นเหมือนนักกีฬาแบบนั้น...


แต่ที่มากไปกว่านั้น ฉันสัมผัสได้ถึงรอยความเศร้าในแววตาของเขา...ความเศร้าแบบที่ฉันไม่เห็นเมื่อสองปีก่อน


'พี่โจ๊กเกอร์คะ จำฉันได้ไหม' ฉันตัดสินใจเรียกเขาไว้ และทันทีที่ฉันพูดจบ นัยน์ตาสีฟ้าก็หันขวับมามอง ก่อนจะดึงให้ฉันเดินออกไปยังที่ลับตาคนทันที


'ต่อไปให้เรียกฉันว่าฟรีส ตกลงมั้ย? อย่าเรียกว่าโจ๊กเกอร์นะ' ฉันรู้สึกงง ว่าทำไมเขาจะต้องเปลี่ยนชื่อ แต่ฉันก็ไม่ได้ถามออกไป...


พี่ฟรีสเป็นคนที่น่ารักมาก เขาอายุมากกว่าฉันหนึ่งปี ติดทำเนียบหนุ่มฮอตของโรงเรียนอัครโยธิน และแน่นอน เป็นคนที่สาวๆ ครึ่งค่อนโรงเรียนหลงใหลได้ปลื้ม กับเพื่อนเขาอีกคนหนึ่ง ชื่อพี่เวฟ เป็นคนที่หล่อชนิดที่ทำเอาคนหัวใจหยุดเต้นได้ง่ายๆ พนันได้ว่าสองคนนี้ต้องทำสาวๆ ร้องไห้มาแล้วนับไม่ถ้วนแน่ๆ เมื่อดูจากมุมของคนนอก ความหล่อของสองคนนี้อาจจะเรียกได้ว่า เทวากับซาตานก็เป็นได้...


แต่เพราะไม่เห็นพี่ฟรีสจะคบผู้หญิงคนไหนอย่างจริงจัง ฉันก็เลยวางใจ... เพราะความรู้สึกดีๆ ที่มีให้พี่เขานับตั้งแต่วันที่เขามาช่วยฉันไว้ มันก็ค่อยๆ เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ...ทุกครั้งที่เขายิ้มให้ฉัน ฉันก็จะยิ้มตาม รู้สึกเหมือนมีความอบอุ่นเติมเต็มเข้ามาในหัวใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันคิดถึงผู้ชายคนหนึ่งมากขนาดนี้ พี่ฟรีสคอยดูแลเทคแคร์ฉันเป็นอย่างดี มากเกินกว่าผู้หญิงคนอื่น...ฉันคิดว่าอย่างนั้น


พอพี่ฟรีสเข้าแก๊ง Hell Boys ฉันก็เข้าตาม รวมทั้งยังหัดขับรถที่ฉันไม่เคยชอบมาก่อนด้วย เพราะรู้มาว่าพี่ฟรีสชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ...มันไม่ยากนักเพราะพี่ฟรองซ์ของฉันเป็นคนสอน


และฉันก็ได้แต่เก็บความรู้สึกเกี่ยวกับเขาไว้ในใจ...จนเมื่อวันหนึ่ง...


'ฉันชอบพี่...'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ฉันตัดสินใจบอกความรู้สึกของฉันออกไปในวันวาเลนไทน์ตอนม.4 ที่ฉันอุตส่าห์ทำช็อกโกแลตห่อใส่กล่องรูปหัวใจสีแดงอย่างปราณีตบรรจง แต่เขากลับยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน ยิ้มแบบที่พี่ชายให้น้องสาว แบบที่เขามักจะยิ้มให้ฉันเสมอๆ


'ขอบใจนะ ฉันเองก็ชอบเธอเหมือนกัน...' หัวใจฉันพองโตด้วยความดีใจเมื่อคำพูดนี้ออกจากปากเขา แต่กลับต้องแฟบลงเหมือนเดิม เมื่อประโยคต่อไปดังตามมา 'ฉันดีใจที่มีเธอเป็นน้องสาว'


'ไม่เอา...ไม่เอาแบบน้องสาว...'


'หา?'


'ฉัน...รักพี่แบบแฟน'


'...'


'ฉันรักพี่ตั้งแต่เจอพี่วันแรก...'


'แวร์ซายล์...' ฉันรู้ว่ามันอาจจะทำให้พี่เขาห่างเหินไป แต่ฉันทนเก็บมันมานานหลายปีแล้ว ฉันเก็บมันไว้ต่อไปไม่ได้


พี่ฟรีสเอื้อมมือมาลูบผมฉันเบาๆ แล้วยิ้มให้


'ขอโทษนะ...แต่ฉันรักเธอไม่ได้'


'...' ฉันกล้ำกลืนน้ำตาอย่างยากลำบาก


'เพราะ...ฉันมีคนที่รักแล้ว'


ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ มีคนที่รักแล้วอย่างนั้นหรือ...หมายความว่ามีแฟนแล้วงั้นเหรอ แต่ทำไมฉันไม่เห็นเขาสนิทสนมกับใครที่ไหนเป็นพิเศษเลยนี่นา


'เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ฉันกำลังรอเธออยู่'


'เธอ...อยู่ที่ไหนเหรอคะ' แม้จะเสียใจจนแทบอยากร้องไห้ฟูมฟาย แต่ฉันก็เก็บน้ำตาไว้ แล้วส่งยิ้มกว้างให้เขาแบบเดิม ฉันนี่เก่งจริงๆ


'อยู่...ที่ไกลมาก เธอสัญญากับฉันไว้ว่าถ้าเธอกลับมา แล้วถ้าฉันยังรักเค้าเหมือนเดิม เราจะกลับมาคบกันใหม่...' สีหน้า แววตา และน้ำเสียงของเขามันทำให้ฉันรับรู้ถึงความ 'รัก' ที่เขามีให้ผู้หญิงคนนั้น ฉันคงแทนที่เธอไม่ได้...ไม่ได้เลยจริงๆ...


พี่ฟรีสเล่าเรื่องเธอคนนั้นให้ฉันฟัง ว่าเธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผมยาวๆ สีน้ำตาลหยักศกนิดๆ ผิวขาว หน้าเล็กเท่าฝ่ามือ มีลักยิ้มน้อยๆ เวลายิ้มที่สองข้างแก้ม มักจะยิ้มและหัวเราะอยู่เสมอ ว่าเธอเป็นคนนิสัยน่ารัก รักความยุติธรรมเหมือนฉัน (นี่เป็นเหตุผลที่เขาพูดในตอนนั้น) และบอกว่าเขารักเธอมากแค่ไหน...


'ฉันจะรอเค้าตลอดไป'


'ทั้งๆ ที่พี่ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน จะกลับมาเมื่อไหร่...งั้นเหรอคะ'


'...' พี่ฟรีสเงียบไป ใบหน้าหล่อฉายแววเศร้าออกมาวูบหนึ่ง และหายไปทันทีที่เขายิ้มออกมา 'ใช่...' เขาตอบ...


'ใช่แล้ว...'


ใบหน้าฉันมีรอยยิ้มฉาบฉายอยู่บนหน้า แต่ในใจฉันไม่ได้ยิ้มด้วยเลย ความรักครั้งแรกของฉันพังลงไม่มีชิ้นดี ฉันอกหักเพราะแพ้ผู้หญิงคนหนึ่งที่หลอกให้เขารอโดยไม่แม้แต่จะติดต่อกลับมา ฉัน...เกลียดผู้หญิงคนนั้น...เธอหลอกพี่ฟรีสให้รอ และทำให้เขาไม่สามารถรักคนอื่นได้อีกเพราะคำสัญญาโง่ๆ นั่น ฉันต้องเสียใจเพราะแบบนั้นน่ะหรือ?


และตอนนี้...ผู้หญิงคนนั้นกลับมา...


กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม ทำให้ทุกคนเสียใจ... ฉันรู้ดีว่าพี่เวฟรักเธอ ทั้งสายตาและคำพูดของเขาเวลาที่คุยกับเธอมันแสดงออกถึงความรักได้ชัดเจน ฉันเกลียดเธอ เพราะเธอทำให้ผู้ชายสองคนเสียใจ ทำไมผู้หญิงแบบนี้ถึงเป็นคนที่พี่ฟรีสกับพี่เวฟ...สองคนที่ผู้หญิงหลายคนยินยอมมอบใจให้ ทำไมสองคนนี้ถึงรักเธอ...ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ...


แต่ที่แน่ๆ คือฉันยอมไม่ได้หรอก ฉันยอมให้พี่ฟรีสคบกับผู้หญิงแบบนั้นไม่ได้หรอก แต่ถ้าฉันบอกพี่ฟรีสให้เลิกคบกับนังคนนั้น ฉันคงจะโดนเขาเกลียดแน่...ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้น...
















 

"คุณแวร์ซายล์ครับ"


"ว่าไง" เสียงเรียกของลูกน้องในแก๊ง Hell Boys เรียกฉันฉันกลับคืนสู่ปัจจุบัน ฉันรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหันไปมองหน้าเขา


"เรื่องที่สั่ง...ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ"


"ดี" ฉันพูดสั้นๆ ห้วนๆ แล้วไล่เขาออกไปจากห้อง


ฉันจะทำให้เธอไม่กล้าเข้าใกล้พี่ฟรีสอีกเลย...


เมเปิ้ล...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

== == == == == == == == == ==


[[To Be Continued]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม


[16 มิถุนา 07]


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #970 ploy53844 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 01:00
    เตือนแล้วนะลูกว่าอย่ารังแกเขาน่ะ แวร์ซาย
    #970
    0
  2. #938 saraharu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 22:20

    ทำอะไรเมเปิ้ลอ่ะ

    #938
    0
  3. #907 poraround (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 16:31
    อ๊ากกกก~จะทามอารายพี่เมเปิ้ลอ๊า~O[]o"(((ติดตามต่อค๊า)))
    #907
    0
  4. #886 ooyza123 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 19:32
    จะทำอะไรนะ
    #886
    0
  5. #854 killerkillka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2552 / 16:42

    จัดการเรย ย ยย ยยย !!

    #854
    0
  6. #837 matimon35 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 20:11
    แวร์ซายจะทำอะไรนะ
    ต้องไปอ่านต่อแล้ว
    #837
    0