>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 15 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 14<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 เม.ย. 51

 

Chapter 14 : SpeeD!!


รับน้องก็หมดลงแล้วล่ะ ^^ ตอนนี้คือช่วงเวลาใกล้สอบ FOR 1  คล้ายๆ กับเทสท์ย่อยก่อนสอบ  Summative [mid term] อ้ะ ยังกลัวๆ วิชาเลขอยู่เลย 555+
แต่ก็มาอัพตอนต่อไปเพื่อผู้อ่านที่รักทุกคนนะคะ ^O^
ผลโหวตหนุ่มหล่อทั้งสอง ระหว่างเดวิลกับยมทูต อืม... ผลโหวตคงไม่ผิดจากที่คาดการณ์ไว้เท่าไหร่เลยแฮะ...
แต่เอาเป็นว่าปิดโหวตแล้วละกันค่า เหมือนเคยเตือนไว้แล้วว่ารักใครชอบใครอย่าเก็บไว้ ช่วยๆ กันเมนท์โหวตมาด้วย ^^
ตอนนี้ผลโหวตของ.........

 

 

 

 

 

 

 

 

 


WAVE !!
มาแรงแซงทางโค้งมากๆ ค่ะ ^^
แอบมีการปั่นเมนท์เล็กน้อย จะนับแค่หนึ่งไอพีต่อหนึ่งคนเท่านั้นน้า

สรุปผลคะแนน  WAVE 58 // FREEZE 41
ดูเหมือนทุกคนชอบยมทูตแฮะ น่าสงสารเดวิลจัง มีแต่คนหาว่าเค้าเป็นพระรอง...
แย่จังๆๆ


ช่วยกันเมนท์ช่วยกันโหวตหน่อยนะค้า >O< เป็นกำลังใจให้สองหนุ่มต่อไปน้า อย่าทิ้งกันๆๆๆๆๆ

 

== == == == == == == == == ==

 

กิจกรรมตอนดึกก็คือกิจกรรมวอล์คแรลลี่ ฉันแอบได้ยินเสียงลือกันว่ามีบ้านผีสิงชนิดสยองขวัญสั่นประสาทสุดๆ อยู่ด้วย U_U ไม่นะ ผีเป็นสิ่งที่ฉันกลัวขึ้นสมองเลย แงๆๆๆ ไม่อ๊าวววว ฉันกลัว กลัวๆๆ


“เป็นอะไรน่ะเมเปิ้ล?” โจ๊กเกอร์หันมาถาม เมื่อฉันทำท่าเหมือนคนสติแตก


“อ่า เอ่อ...”


“เออใช่ เธอกลัวผีนี่นา” เขาต่อคำเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ^^”


“แหงสิ นายไม่กลัวนี่ พูดได้ T_T”


“เอาน่า ถ้ามีอะไรก็กรี๊ดดังๆ เลยนะ ฉันจะรีบไปช่วย” คงได้หรอก กลุ่มฉันกับกลุ่มนายอยู่ห่างกันเป็นกิโลเมตร มือถือฉันก็ไร้สัญญาณโดยสิ้นเชิง เพราะบริเวณที่เราอยู่ขณะนี้คือป่าหลังค่าย แงๆ บรรยากาศมันให้สุดๆ เลยอ่ะ มืดไปหมด มีแต่แสงจากเทียนเล่มน้อย ใครมันคิดสร้างฉากแบบนี้ขึ้นมาวะ คนสวยโกรธ!


“กลุ่มแรกเข้าไปเลย เธอน่ะ” อาจารย์ดิ๊งด่องชี้มาที่ฉัน แล้วทำไมต้องฉันตลอดเลยฟะ!!


“หึๆ ฝากตัวด้วยนะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงเลศนัยของยัยแม่มดทำให้ฉันสังหรณ์ใจแปลกๆ พิลึกว่ะ แต่ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากรับผ้าปิดตามาผูกไว้ แล้วเกาะเชือกไกด์ไลน์เดินไปตามทาง... ทำไมต้องปิดตาอีก ทั้งที่รอบๆ นี่ก็มืดจะตายห่- อยู่แล้ว TOT ฉันรีบจ้ำพรวดๆ ไปข้างหน้าโดยไม่คิดอะไร เกิดมีมือเย็นๆ มาแตะไหล่แบบที่ฉันชอบฝันถึงบ่อยๆ จะทำไงเนี่ย กรี๊ดให้ลั่นป่าเลยดีมั้ย โจ๊กเกอร์จะมาช่วยตามที่บอกรึเปล่านะ? ฮือๆ เมื่อไหร่จะถึงด่านแรกเนี่ย!!


“เฮ้ เมเปิ้ล ระวัง!!” คำพูดของนังหน้าหมาตัวหนึ่งดังขึ้น ฉันหยุดชะงักกึกทันที และทันใดนั้นเอง มือสองข้างของฉันก็ถูกมัดไพล่หลัง เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน โจรป่าเรอะ ย้ากก ฉันออกแรงขัดขืนสุดชีวิต แต่กลับถูกลากไปตามพื้นซะไกล และกดลงกับพื้นอย่างหมดท่า ฉันมองอะไรไม่เห็นเลย >_< นี่ฉันถูกลากออกห่างจากเชือกไกด์ไลน์แค่ไหนแล้วเนี่ย?


“นี่สำหรับที่แกทำไว้วันนี้นะจ๊ะ ^^ นอนกินลมชมวิวกับความมืดในป่าไปก็แล้วกัน” เสียงยัยแม่มดนี่! ไม่นะ ฉันพลาดซะแล้ว ไม่น่าเลย TOT ยัยนี่จะต้องแกะผ้าปิดตาออกแน่ๆ ให้ตายเถอะ แล้วฉันจะทำยังไง มือก็ถูกมัดติดกับต้นไม้ แถมผ้าปิดตายังปิดอยู่อีกตะหาก จะแกะออกก็ไม่ได้ อ๊ากก ฉันจะต้องตายอยู่ในป่าแบบนี้น่ะเหรอ ไม่ถูกนะ T^T ฉันอยากตายสวยๆ มากกว่าแห้งตายเป็นผีป่าแบบนี้ ช่วยฉันด้วยยย


ฉันร้องตะโกนจนเสียงแหบแห้ง แต่ไม่มีคนได้ยินฉันเลย ไม่นะ...ช่วยด้วย...รอบตัวฉันมันมืดจนมองอะไรไม่เห็นเลย แถมเสียงจิ้งหรีดหริ่งเรไร เสียงตัวอะไรก็ไม่รู้ร้องอยู่ไกลๆ แล้วถ้ามีงู แมงมุม แมงป่อง หรือสัตว์มีพิษเข้ามากัดฉันล่ะ ถึงจะรู้ว่าในป่านี่ไม่มีสัตว์อันตรายอย่างเสือสิงห์กระทิงแรดก็เถอะ แต่ฉันกลัวความมืดนี่...พอๆ กับที่กลัวผีนั่นแหละ...ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...


“ช่วยด้วยย!!”

 

== == == == == == ==

 

<<WAVE>>


ทำไมผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงยัยจิ๋วเนี่ย? เหมือนดังมาจากในป่า...หรือว่าเธอจะเป็นอันตราย...?


เฮ้อ...บ้าน่า ผมนี่สงสัยจะเพ้อขนาดหนักแล้วนะเนี่ย ถึงขนาดหูแว่วหูฝาดคิดไปเองได้ขนาดนี้ ให้ตายเถอะ พอเห็นภาพสองคนนั้นกระหนุงกระหนิงสวีทหวานแหววแถมรู้ใจกันดีขนาดนั้นแล้วมันเจ็บปวดจริงๆ เลย T^T ยัยเมเปิ้ลก็ใจร้ายชะมัด...


ผมไม่รู้ว่าเธอรับรู้อะไรจากสายตาของผมบ้าง แต่ผมรู้แค่ว่าผมมองเธอด้วยสายตาที่บอกความรู้สึกของผมชัดเจน เธออาจจะพอเดาออก เพราะเธอหลบตาผมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน...


“เป็นอะไรวะไอ้เวฟ” ไอ้จิมมี่ร้องถาม ตอนนี้กลุ่มของผมมานั่งรวมกันอยู่ที่ลานอเนกประสงค์เรียบร้อยแล้ว ด่านวอล์คแรลลี่บ้าๆ บอๆ บ๊องๆ บวมๆ นั่นก็เคลียร์หมดแล้ว ติงต๊องที่สุด บ้านผีสิงสะแด่วแห้วอะไรก็ไม่รู้ เอาโลงไม้มาตั้งไว้ แล้วเอาผู้ชายไปนอนในนั้น ให้ล้วงมือไปหาฝาเบียร์ในโลง พอมีคนล้วงเข้าไป ไอ้บ้านั่นก็จะกระเด้งตัวขึ้นมายังกับศพกระตุก ผมตกใจนิดนึงก็เลยเผลอต่อยมันสลบไปเลย...


โชคดีที่เป็นกลุ่มสุดท้าย ไม่งั้นผมคงมิแคล้วต้องไปนอนเป็นศพแทนชะเอิงเงย T^T


“เหมือนได้ยินเสียงยัยจิ๋ว”


“=O= ไม่สบายเหรอวะ”


“ไปตายซะ -_-++”


“ฮ่าๆๆ ก็ฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนี่หว่า มีแต่เสียงนังพวกนกกระจอกนั่นคุยกัน” จิมมี่บุ้ยใบ้ไปทางกลุ่มยัยแม่มดสลิปเปอร์ (ตามที่ยัยจิ๋วเรียก) ซึ่งกำลังจับกลุ่มเม้าท์เสียงดังกระจายอยู่กลุ่มเดียว ทั้งที่กลุ่มอื่นเค้าก็คุยกันเบาๆ แท้ๆ นังชะนีเอ๊ย -_-^^ ยัยบ้านี่ชอบแกล้งยัยจิ๋วบ่อยๆ ผมก็เตือนไปแล้วทีนึง ถ้ามีคราวหน้าอีกผมจะซัดให้แม่งจมพสุธาไปเลย


แต่เอ๊ะ...ยัยจิ๋วก็อยู่กลุ่มนังแม่มดนี่นี่หว่า แล้วหายไปไหน? จะว่าไปแล้วผมยังไม่เห็นยัยผู้หญิงตัวเตี้ยๆ นั่นเลยแฮะ  ที่กลุ่มยัยหนอมนวลก็ไม่มี O_O


“เฮ้ย เห็นเจ้า... เมเปิ้ลมั่งมั้ย” ไอ้ฟรีสเดินเข้ามาพร้อมกับคำถามเดียวกับที่กวนใจผมอยู่ตอนนี้ ผมกับไอ้จิมมี่หันไปส่ายหน้า


“ไปไหนของเค้านะ” ไอ้ฟรีสพึมพำ ก่อนเดินตรงไปถามพวกยัยหนอม ส่วนผม...จะอะไรดลใจไม่รู้ แต่ผมรู้สึกว่าถามพวกนังแม่มดจะได้เรื่องมากกว่า


“ฟริกก์” เธอชะงัก ใบหน้ายาวๆ จมูกโด่งๆ ยังกับเสริมดั้งสองชั้นหันมามอง แล้วคลี่รอยยิ้มเย้ยให้ผม


“ว่าไงเวฟ”


“เมเปิ้ลอยู่ไหน”


“จะไปรู้เหรอ? ตั้งแต่เข้าไปในป่ายัยนั่นก็หายไปแล้ว ไม่ได้เดินมาพร้อมกัน”


“อย่ามาตอแหลกับฉัน”


“อ้าว!! ฉันพูดความจริงอยู่นะ นายจะมาหาเรื่องฉันทำไม!?” ยัยแม่มดเริ่มขึ้นเสียง และนั่นทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงฟิวส์ในหัวขาดผึง...


“บอกมาว่าเมเปิ้ลอยู่ไหน!!?” ยัยแม่มดสะดุ้งสุดตัวเพราะความดังของเสียงตะโกนนี่ แต่ผมรู้สึกโกรธ เพราะผมมั่นใจว่านังพวกนี้จะต้องแกล้งกันบ้าๆ อีกแน่ๆ


แต่ยัยฟริกก์ยังคงเชิดหน้ามองตอบผมอย่างไม่กลัวเกรง ได้สิ...ให้มันรู้ไปว่าฉันจะทำอะไรได้บ้าง


“ฉันไม่ได้ทำอะไร”


“อะไรกันๆ เกิดอะไรขึ้น” เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังระงม และซาลงไปหน่อยเมื่ออาจารย์ดิ๊งด่องเดินแหวกนักเรียนออกมายืนประจันหน้ากับผม ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะเนี่ย ไอ้ไทยมุงขนาดใหญ่นี่มันมากันตั้งแต่เมื่อไหร่? แต่ผมไม่ได้สนใจว่าใครจะมอง ผมแค่สนใจยัยจิ๋วเท่านั้น


เป็นห่วง...ห่วงจนจะบ้า


“เวฟข่มขู่หนูค่ะอาจารย์...T^T”


มันน่าซัดให้ตาบวมว่ะ -*- แม่งตอแหลชิบเป๋ง


“ยัยนี่แกล้งมารินีครับ”


“แกล้ง? แกล้งยังไง” อาจารย์ย้อนถาม สีหน้างุนงง


“ผมไม่ทราบครับ”


“แล้วเธอไปกล่าวหาเขาได้ไง”


“เพราะยัยนี่มันโกหกอยู่ไงครับ เมเปิ้ลอยู่กลุ่มเดียวกับยัยนี่ แต่ตอนกลับออกมาไม่ได้มาพร้อมกัน” ผมเล่า และอาจารย์ดิ๊งด่องก็หันไปหายัยแม่มดทันที


“เรื่องมันเป็นยังไง? ทำไมออกมาไม่พร้อมกัน”


“หนู...หนู...T^T หนูห้ามแล้ว แต่ว่า...” บีบน้ำตาอีกแล้ว...คิดเหรอว่าจะมีคนเชื่อ เฮอะ...


“อย่าเพิ่งร้องไห้ เล่ามาก่อน”


“หนูบอกเมเปิ้ลแล้วว่าเดินคนเดียวในป่ามันอันตราย แต่เมเปิ้ลเค้าบอกว่าอยากไปเดินเที่ยวในป่าตอนกลางคืนมืดๆ จะไปดูดาวที่ผากลางน้ำค่ะ” ผากลางน้ำ...ถ้าผมจำไม่ผิดตอนนั่งรถมานี่ ได้ยินเสียงอาจารย์วิทยากรอธิบายให้ฟังว่าเป็นหน้าผาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี ตามตำนานผีเฝ้าหน้าผา ที่ถูกน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นเกาะกลางน้ำ และเป็นเป็นที่มาของชื่อเรียกในปัจจุบัน...


แต่มันไม่มีจริง มันเป็นแค่ตำนาน แถมนี่ก็ตอนกลางคืน คนกลัวผี กลัวความมืดอย่างยัยนั่นจะบ้าเดินไปดูดาวบนผาที่ไม่มีจริงแบบนั้นคนเดียวในเวลาแบบนี้เรอะ? นังตอแหลนี่... -_-++


“ไม่ต้องมาโกหกนะ =O=!! นังแอปเปิ้ล มะละกอ กล้วยเน่า!!” เสียงแหลมสูงแบบนี้แน่นอนไม่ใช่เสียงผม แต่มันเป็นเสียงของยัยอีฟที่ตะโกนลั่นขึ้น ยัยฟริกก์เดือดเป็นหม้อไฟเลย แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะอาจารย์ดิ๊งด่องจ้องตาเขม็ง


“เมเปิ้ลกลัวผีจะตาย จะออกไปคนเดียวได้ไง”


“ใช่ ตอแหล!”


“ฉันพูดจริงนะ!!”


“จะตอบมาดีๆ หรือจะตอบด้วยน้ำตา” ผมจ้องหน้าเธอด้วยสีหน้าที่บอกให้รู้ว่าผมเอาจริง และแน่นอน ผมเอาจริงแน่ๆ... ไม่สนใจหรอกว่าอาจารย์จะทำทัณฑ์บนหรืออะไร ถ้ายัยนี่ทำร้ายเมเปิ้ลแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ผมจะฆ่ามัน


“อ...เอ่อ...” ยัยแม่มดอ้อมแอ้มตอบ


“ตอบมาสิวะ!!” ผมต่อยผนังด้านหลังที่เป็นไม้ซะมันหักคามือ ยัยแม่มดสะดุ้งสุดตัว สีหน้าตื่นตะลึงอ้าปากค้าง ก่อนรีบละล่ำละลักตอบเสียงสั่น


“ม...เมเปิ้ล ฉันมัดติดกับต้นไม้ไว้กลางป่า...”


สิ้นเสียงเธอ ผมก็กระโจนออกจากห้องประชุมใหญ่ แล้ววิ่งเข้าป่าไปอย่างไม่คิดชีวิต ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังตามมา และผมก็เห็นจากหางตาว่าไอ้ฟรีสเองก็ถลาตามมาด้วย...

 
ไว้ผมจะกลับมาคิดบัญชีกับนังพวกเวรๆ ทีหลัง แต่ตอนนี้ผมจะต้องรีบช่วยเธอ...ป่านนี้ยัยนั่นจะต้องกลัวใจแทบขาดแน่ๆ...คงจะร้องให้ช่วย ร้องไห้น้ำตานองหน้า...นั่งตัวสั่นระริกอยู่ในความมืดคนเดียว...


บัดซบเอ๊ย!! ไอ้ป่ารกนี่ทำไมมันเกะกะยังงี้วะ ถ้าผมพ่นไฟได้จะเผาให้ราบทั้งป่าเลย -_-++


แต่ถึงมันจะเดินได้ยากขนาดไหน ผมก็ยังคงยืนกรานจะวิ่งบุกป่าฝ่าดงเข้าไปทั้งอย่างนั้น ไม่มีจุดหมายปลายทาง รู้แต่ว่าต้องหาเมเปิ้ลให้เจอ...


เธออยู่ไหน? ยัยจิ๋ว...ตะโกนขึ้นมาสิ...ตะโกนขึ้นมา...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

== == == == == == ==

 

<<MAPLE>>


ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว อุณหภูมิเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ ความมืดรอบตัวก็ยังคงมืดอยู่เหมือนเดิม ฉันตะโกนจนหมดแรงจะส่งเสียงแล้ว แถมคอก็เจ็บเหมือนมีคนเอากระดาษทรายมาขัดๆ อยู่ในคอยังไงยังงั้น T^T ใครก็ได้ ช่วยทีเถอะ...


“...เปิ้ล...เมเปิ้ล...” ทันใดนั้นเอง แวบหนึ่งที่ฉันคิดว่าตัวเองได้ยินเสียงคนเรียกชื่อฉัน ฉันต้องหูฝาดไปแน่ๆ...


“เมเปิ้ล!! เธออยู่ไหน ตอบด้วย!!” แต่เสียงที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นทำให้ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้หูฝาดไป แต่ถ้าฉันไม่ได้หูฝาด เสียงนั่นก็เป็นเสียงของ...


“เวฟ!! ฉันอยู่นี่!! ช่วยฉันด้วย” ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีแล้วตะโกนออกไป แต่เสียงที่ได้กลับดังแค่ขนาดเสียงคนพูดกันธรรมดา... แงๆ ทำไงดี T^T ถ้าเขาหาฉันไม่เจอล่ะ


สวบสาบ...


เสียงสวบสาบดังขึ้นตรงกอไม้ด้านหน้า อ๊ากก หมี!! หมีแน่ๆ ตัวใหญ่ๆ สูงๆ สีดำๆ ตะคุ่มแบบนั้น O_O!!


“หมี!! ช่วยด้วยค่ะ! หมีจะฆ่าฉัน ช่วยด้วย เวฟ~ ช่วยช้านนนน” เรี่ยวแรงที่หดหายกลับมาจากไหนไม่รู้เต็มไปหมด ฉันตะโกนเพื่อจะหนีตายนะ T^T ไอ้หมีบ้าย่างสามขุมเข้ามาหาฉันแล้วตะปบเต็มๆ หน้าฉัน! แง้ ไอ้หมีเวร ทำไมต้องเล็งหน้าก่อนด้วยวะ ต้องเป็นหมีตัวเมียแล้วริษยาใบหน้างามๆ ของฉันแน่ๆ!


“เงียบสิเฮ้ย ยัยบ้า นี่ฉันเอง” เสียงที่คุ้นเคย ทำให้ฉันหยุดร้องตะโกนทันทีทันใด... มือใหญ่ๆ ที่แสนจะอบอุ่นค่อยๆ แกะผ้าปิดตา และเชือกที่มัดมือฉันออก และแล้วเมื่อรับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร น้ำตาที่ปริ่มๆ อยู่ที่ขอบตาก็ไหลทะลักออกมาราวกับทำนบกั้นน้ำแตกกระจุยเป็นชิ้นๆ


“อย่าร้องไห้น่า ไม่มีอะไรแล้ว ยัยจิ๋ว...” น้ำเสียงที่อ่อนโยน รวมถึงนัยน์ตาเป็นห่วงเป็นใยนั่นทำให้ฉันสูญเสียความเข้มแข็งที่เหลือไปจนหมด... ฉันโผเข้าซบกลางอกเขา มันให้ความรู้สึกปลอดภัยมากจริงๆ ฉันบอกไม่ถูกเลยว่าดีใจแค่ไหนที่ได้เห็นหน้าเขาตอนนี้ เวฟเอื้อมมือมาโอบรอบตัวฉันไว้หลวมๆ แล้วปล่อยให้ฉันร้องไห้ซบอกเขาอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไร แต่ถึงจะไม่พูดอะไร ในความเงียบ ฉันก็สามารถสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่เขามีให้ และฉันไม่ปฏิเสธ...ว่าฉันไม่อยากผละจากเขาในตอนนี้เลย...


ถึงมันจะผิดต่อ...โจ๊กเกอร์...ก็...


เถอะนะ...

 

“ข้อมือแดงหมดเลย...” ในที่สุดฉันก็จำต้องผละจากเขา จะให้ฉันร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดเขาทั้งคืนก็คงไม่ได้ มันไม่ดีเท่าไหร่นัก...และตอนนี้ฉันก็เริ่มจะรวบรวมสติได้แล้ว ฉันปาดน้ำตาออกจากหน้าแล้วยิ้มฝืดๆ ให้เขา


“ฮื่อ เจ็บชะมัดเลย”


“ไหนเอามานี่ซิ” เวฟล้วงมือหยิบมือถือในกระเป๋าออกมา แล้วกดเปิดไฟฉาย...ข้อมือฉันบวมแดงเป็นรอยเชือกไนล่อนอย่างชัดเจน ให้ตายเถอะ...ถ้าฉันกลับไปได้นะ จะจับนังพวกนั้นแขวนคอด้วยเชือกแบบเดียวกันนี่แหละ ฮึ่มม -_-++ แถมตามเนื้อตัวก็มีบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมดอีกตะหาก


“พันไว้ก่อนละกัน” เขาเอาผ้าเช็ดหน้าที่เคยเป็นผ้าปิดตาฉันมาผูกๆ ไว้ แล้วยันตัวลุกขึ้นยืน มือเรียวยาวที่อบอุ่นนั่นยื่นมาตรงหน้าฉัน


และฉันก็จับมือนั้นไว้อย่างมั่นคง เขาช่วยดึงให้ฉันลุกขึ้นยืน แต่เพราะฉันนั่งอยู่ตรงนั้นนานหลายชั่วโมงอยู่ ขาจึงชาจนขยับไม่ได้เลย...T^T


“เดินไม่ได้วันหลังก็บอกสิยัยจิ๋ว” เวฟพูดอยู่ข้างๆ หูฉัน และฉันก็รู้สึกเหมือนตัวลอยขึ้นจากพื้น เขาให้ฉันเกาะหลังเขาไป


“อัศวินจะไปส่งเจ้าหญิงถึงปราสาทเลยนะ”


“...” ฉันรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกยังไงก็ไม่รู้ ไอ้ความรู้สึกหวั่นไหวหวามไหวประหลาดๆ ในหัวใจนี่มันยังไงกัน มันชักเริ่มจะควบคุมไม่อยู่ ฉันชักเริ่มจะไม่เป็นตัวของตัวเองขึ้นมาแล้ว อาการแบบนี้ฉันเป็นทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ๆ หัวใจจะเต้นแรงจนเหมือนมันจะพุ่งออกมา ฉันไม่เป็นแบบนี้เวลาอยู่กับโจ๊กเกอร์...ฉันไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ


ว่าทำไมหัวใจฉันถึงเรียกหาแต่เวฟ ทั้งๆ ที่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันตอนนี้ก็คือโจ๊กเกอร์


“นี่...”


“ว่าไง?”


“นายหาฉันเจอได้ยังไง” เวฟเงียบไปนิดหนึ่งกับคำถามของฉัน ก่อนจะตอบขึ้นมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม


“ฉันได้ยินเสียงเธอ”


“งั้นเหรอ ขอบใจนะ...”


“...”


“...”


“ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยนะ...” เวฟพึมพำเสียงแผ่วราวกับแว่วมาตามสายลม แต่ฉันที่อยู่บนหลังของเขาได้ยินมันชัดเจน หัวใจฉันเต้นระรัวกับคำพูดนั้น แย่จัง...แบบนี้เขาก็อาจจะได้ยินเสียงหัวใจฉันน่ะสิ ว่ามันเต้นแรงแค่ไหน...


“ขอโทษที...ฉันไม่ควรพูดอะไรแบบนี้” เขาเสริมขึ้นราวกับเพิ่งจะนึกขึ้นได้


“ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ ฉันก็เป็นห่วงนายเหมือนกัน” พูดออกไปแล้วก็นึกอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาด นี่ฉัน...พูดอะไรออกไป คำพูดแบบนี้มันเกิดกว่าที่เพื่อนธรรมดาจะให้กันหรือเปล่า ถ้าเป็นเพื่อนผู้หญิงก็ว่าไปอย่าง แต่ว่านี่...


เกิดอะไรขึ้นกันนะ?


“เหนื่อยรึเปล่า? ตะโกนมากเสียงคงจะแหบใช่มั้ย เจ็บคอใช่มั้ย...กลัวรึเปล่า...” เขาถามต่อ และฉันก็พยักหน้าเงียบๆ ในความมืด


“หลับให้สบายนะ ถึงแล้วฉันจะเรียก...มันไกลเหมือนกัน”


“...ขอบคุณนะ”


“ไม่ต้องขอบคุณ...แต่ขออะไรซักอย่างเดียว...”

 
“อะไรเหรอ?”


“...ขอให้ฉันเป็นคนแรกที่เธอนึกถึง เวลาที่เธอต้องการใครซักคน...เป็นคนแรกที่เธอจะเรียกหา และเป็นคนแรกที่จะคอยปกป้องเธอ...”


“...”


“นั่นเป็นหน้าที่ของอัศวิน ที่จะปกป้องเจ้าหญิงอย่างเธอ...”


ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรงเพราะแผ่นดินไหวในร่างกาย แต่กลับไม่สามารถเอ่ยคำใดๆ ออกไปได้เลย...


“นอนซะเถอะ อย่าสนใจที่ฉันพูดเลย” เขาพูดต่อ...


และฉันรู้สึกเหนื่อยจริงๆ เกินกว่าจะไปครุ่นคิดถึงคำพูดของเขา... อย่างที่เขาว่า เมื่อหายตื่นเต้นและดีใจแล้ว ความรู้สึกเหนื่อยและเมื่อยล้าก็ขึ้นมาแทนที่ เพียงไม่นาน ฉันก็ผล็อยหลับไปโดยซบอยู่ที่บ่าของเขา เวฟเดินอย่างนิ่มนวล ไม่สะดุดอะไรแม้แต่น้อย จนทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังนอนอยู่บนฟูกนิ่มๆ ที่บ้าน แทนที่จะเป็นหลับบนหลังของคนที่กำลังเดินบุกป่าฝ่าดงอยู่...


“เมเปิ้ล!!” เสียงตะโกนของโจ๊กเกอร์ที่แทบจะแยกผืนป่าออกจากกันปลุกฉันให้สะดุ้งตื่นขึ้นในทันที


“โจ๊กเกอร์”


“เธอเป็นอะไรรึเปล่า” เขาถลาเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว เวฟปล่อยให้ฉันลงยืนกับพื้น ขาฉันหายชาแล้วจึงสามารถยืนได้ตามปกติ...


ฉันพยายามจะส่งยิ้มให้โจ๊กเกอร์เหมือนเดิม แต่กลับยิ้มไม่ออกเลย


“ไม่เป็นไรหรอก”


“ไม่เป็นไรแน่นะ? กลับไปฉันจะฆ่านังพวกนั้นเอง ขอโทษนะที่มาช้า...ขอโทษ..”


“อื้อ ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร ^^”


“ถ้างั้นก็กลับค่ายกันเถอะนะ...ให้ฉันอุ้มมั้ย? ไม่ต้องเหรอ? งั้นก็ไป...เดินระวังด้วยนะ” เขาโอบบ่าฉันไว้ ถอดเสื้อแจ็คเก็ตมาคลุมไหล่ฉัน ฉันเองก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าทั้งตัวเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็งเพราะอุณหภูมิที่ลดต่ำลงมากๆ แต่ถึงแม้ร่างกายจะอบอุ่น แต่ก็ไม่เท่ากับความรู้สึกอุ่นใจที่ฉันได้รับจากเวฟเมื่อครู่นี้เลย...


ฉันหันหลังกลับไปอีกครั้ง นัยน์ตาสีดำมองฝ่าความมืดมาที่ฉัน... แววตาแบบที่ฉันมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่...


แต่สำหรับฉัน สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของฉันตอนนี้ก็คือคำพูดประโยคหนึ่ง...ที่คงจะกวนใจฉันไปอีกนานพอสมควร แต่กลับทำให้ฉันรู้สึกดีใจอย่างน่าประหลาด


‘...ขอให้ฉันเป็นคนแรกที่เธอนึกถึง เวลาที่เธอต้องการใครซักคน...เป็นคนแรกที่เธอจะเรียกหา และเป็นคนแรกที่จะคอยปกป้องเธอ...’

 

== == == == == == == == == ==

 

[[To Be Continued]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม


[10 มิถุนา 07]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #995 รักเจ้าหญิง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2554 / 13:52
    ตามกฎของนิยาย เจ้าหญิงจะได้รักกับอัศวินเสมอนะ กรี๊ดดดชอบบบบบบบ
    #995
    0
  2. #984 prai335 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2554 / 11:26

    ฟรีสมาทำไม เนี้ย ? เวฟกำลัง ซึ้ง !

    #984
    0
  3. #969 ploy53844 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 00:53
    อัศวิน...ปกป้องเจ้าหญิง..

    ถ้าเวฟเป็นอัศวิน  งั้น  ฟรีส ก็เป็น..เจ้าชาย!
    #969
    0
  4. #937 saraharu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 21:53

    เวฟปกป้องเค้าบางสิ

    #937
    0
  5. #906 poraround (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 16:13

    โหดูเวฟพูดเข้าสิบาดใจมากเลยเจ้าหญิงก็เเต่งเก่งมากเลยนะค๊ะเนี้ย^o^

    #906
    0
  6. #885 ooyza123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 19:20
    อัศวินที่คอยปกป้องเจ้าหญิง
    #885
    0