>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 14 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 13<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 เม.ย. 51


== == == == == == == == == ==

 

Chapter 13 :: SpeeD !!


ติดรับน้องทุกวัน กลับดึกมาก ก็เลยมาอัพช้า ต้องขอโทษจริงๆนะค้า T^T


ผลโหวดจากที่ดูคร่าวๆ รู้สึกฟรีสจะคะแนนนำลิบลิ่วเลย แสดงว่าสาวกฟรีสมีมากกว่าเวฟ เวฟเสียใจเลย แงๆๆๆๆ


แต่ไม่เป็นไร...ยังไงเสียพระเอกเป็นใครนั้น...


ก็มีเจ้าหญิงคนเดียวที่รู้ เหอๆ >O<


เปิดรับผลโหวตต่อไปจนถึงตอนหน้านะค้าาาา รักใครชอบใครเชียร์คนนั้นค่าาา แล้วกรุณาทิ้งเม้นไว้เป็นกำลังใจหน่อยนะคะ ^^




สุดท้าย...อยากฝากแด่คนคนนั้น ถึงจะรู้ว่าเค้าคงไม่มาเปิดดู... แต่หนุอยากขอบคุณพี่มากสำหรับความใจดีที่พี่มีให้ ถึงแม้จะเป็นแค่จุดเล็กๆ จุดหนึ่งในหัวใจพี่ แต่ยังไงเสียหนุก็ยังดีใจที่ได้เป็นคนๆ หนึ่งที่พี่ยังยิ้มให้...


"แม้ไม่ใช่คนโปรดอย่างคนอื่นเขา... แม้จะดูว่างเปล่า ในสายตาเธอ..."

 

 

== == == == == == == == == ==

 

“เอาล่ะ ขนกระเป๋าไปรวมถึงที่ลานเอนกประสงค์ แล้วเข้าไปนั่งแยกหญิง – ชายในห้องประชุมใหญ่นะจ๊ะนักเรียนทุกคน” เสียงเจ๊ด่อง (ชื่อน่าเกลียดไม่ไหวแล้ว T^T) ดังผ่านโทรโข่ง และไอ้กระเป๋าเวรๆ นี่มันก็หนักชะมัด


วันนี้นักเรียนชั้นม.6 ทุกคนมาเข้าค่าย Team Work รู้รักสามัคคีที่ค่ายสามัคคีธรรม จังหวัดลพบุรี ฟังชื่อค่ายแล้วทำฉันขนหัวลุก เกิดมาเข้าค่ายที่เสถียรธรรมสถานฉันจะทำยังไงวะเนี่ย TOT แต่โล่งอกที่มันไม่ใช่ 555+


“อ๊า~ ตอนกลางคืนมีงานโฟล์คแดนซ์ๆๆๆ”


“ไม่เคยเต้นโฟล์คแดนซ์รึไง” ด้วยความหมั่นไส้แกมรำคาญ ฉันเลยขัดขึ้น และผลที่ได้คือค้อนวงใหญ่จากเธอ


“นี่มันเป็นงานในฝันของสาวๆ เชียวนะยะ”


“เรอะ? ทำไมฉันไม่เห็นฝันเลย”


“แกไม่ใช่ผู้หญิงไง”


เปรี้ยง~


ฉันเอาสมุดโน้ตในมือฟาดหัวเธอเบาๆ ครั้งหนึ่งเป็นการสั่งสอน และมันได้ผล ยัยอึนเฮ เอ่อ ยัยอีฟนั่งเงียบกริบปิดปากสนิทไม่พูดอะไรต่อ


“ลำดับแรกจะเป็นการละลายพฤติกรรม”


อะไรคือละลายพฤติกรรม? คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวฉันทันที


“โดยการจับฉลากเลือกกลุ่มนะจ๊ะ นักเรียนของเรามีสองร้อยคน แบ่งเป็นหญิงร้อยนึง ชายอีกร้อย ดังนั้นจะได้ลงตัวพอดี แบ่งกลุ่มแยกชายหญิง กลุ่มละห้าคนจ้ะ” กล่องใบหนึ่งถูกนำมาวางตั้งไว้หน้าห้องประชุม =O= โอ้ จับฉลากอีกแล้วเรอะ T^T ทุกคนก็รู้ว่าฉันไม่มีดวงด้านนี้ อ๊ากก


“เราไปจับกันทีหลังดีกว่า คนแม่งเยอะ” เอมบ่นงึมงำ และก็จริงดังเธอว่า คนไปต่อแถวยาวเป็นกำแพงเมืองจีนเลย จะรีบไปหาอะไรกันเนี่ย จับตอนไหนก็เหมือนกันแหละน่า


ในที่สุดแถวก็สั้นลง และเราสี่คนก็ตรงเข้าไปต่อแถว โดยมีฉันรั้งท้าย...


“คนสุดท้ายแล้ว โชคดีนะจ๊ะ ^^” อาจารย์ดิ๊งด่องพูดด้วยรอยยิ้มสะเทือนขวัญ ฉันค่อยๆ ล้วงมือไปหยิบฉลากออกมา...และแล้ว...


“เฮ้ฉันได้เบอร์ 3!!”


“ว้ายยย เบอร์ 3 เหมือนกัน >_<~”


“ต๊ายตาย ฉันก็เบอร์ 3 พวกเราสามคนนี่บุพเพชักนำจริงๆ ^O^”


อยากจะถามพระเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์ พระพิฆเนศ และพระต่างๆ ฯลฯ จริงๆ เลย T^T


ทำไมช้านนนซวยอยู่คนเดียวฟะ!?


“แกได้เบอร์ไร”


“เบอร์ 1 TOT”


“ยัยง่าว! ทำไมมือเฮงซวยยังงี้ยะ!!”


“โง่ชะมัด!!”


ฉันผิดใช่มั้ยที่บังเอิญไอ้ฉลากเวรๆ อันสุดท้ายนั่นมันคือเลข 1 ที่เป็นคนละเลขกับที่พวกหล่อนจับได้น่ะหา แงๆๆๆ โกรธๆๆๆ


“ไม่เป็นไร ไว้ค่อยแลกกับคนอื่นทีหลังก็ได้” นัทพูดขึ้นเมื่อเห็นฉันหน้าเสีย


“ไม่ได้นะจ๊ะ ห้ามแลก นี่เป็นกิจกรรมละลายพฤติกรรม เพราะฉะนั้นทุกคนต้องสนิทสนมกัน ^^” อาจารย์ดิ๊งด่องที่อยู่ใกล้ๆ รีบพูดแทรกขึ้น แง...ทีนี้ฉันต้องอยู่คนเดียวหัวเดียวกระเทียมเหี่ยวอะดิ พระเจ้าไม่ยุติธรรม!! ทำให้คนสวยต้องเดียวดาย แง้วๆๆ


ว่าแต่กลุ่ม 1 ของฉันมันมีใครมั่งเนี่ย T_T อย่างน้อยเจอเพื่อนๆ ในห้องก็ยังดี


“อ๊ะอ้าว...ดูซิสมาชิกคนสุดท้ายของกลุ่มเราเป็นใคร...” เสียงเหยียดๆ แกมแรดที่ฉันคุ้นเคยและไม่อยากจะคุ้นเลยซักนิดดังขึ้นด้านหลัง แง่วว...อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้วะเนี่ย T^T


“ยินดีต้อนรับนะเมเปิ้ล ^^”


“ขอบคุณนะฟริกก์” ยัยแม่มดสลิปเปอร์กับนังพุดเดิ้ลสองตัวยืนยิ้มร่าอยู่นั่น และยังมีสาวหน้าแฉล้ม หน้ายู่ ดั้งแหมบ ปากบุบ ฟันเหยินเป็นโรนัลดินโญ่แปลงเพศ ผิวดำเป็นเมี่ยง และดวงตากลมโตเหลือกถลนออกมานอกเบ้า


เอ่อคือ...ไม่อยากจะบรรยายหรอก มันให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังสยองขวัญเกรด B อะ T^T ว่ายัยแม่มดน่ากลัวแล้ว ยัยนี่หลอนกว่าอีก


“แหมๆๆ ไม่นึกว่าจะได้มาอยู่กลุ่มเดียวกัน ^^” ยัยแม่มดพูดต่อ


“นั่นสิ ฟ้าสาปฉันจริงๆ”


“หมายความว่าไงยะ -_++”


“ฟังภาษาไทยไม่ออกอีกแล้ว?” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่ายียวนสุดชีวิต


เหมือนมีควันพุ่งออกจากหูของยัยแม่มดเลย สุดยอด =O=!!


“ยัยบ้านี่!! ไม่ตายไม่สำนึกใช่มั้ย!” ยัยแม่มดเงื้อมือเตรียมจะตบ และฉันก็ตั้งการ์ดรอเรียบร้อยแล้ว แต่มือของยัยนั่นกลับค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างนั้น เมื่อมือใหญ่ของคนอีกคนรั้งมันไว้เสียก่อน


“ฟรีส! ปล่อยนะ! อย่ามายุ่งเรื่องของผู้หญิง”


“ไม่ยุ่งได้ไง? นี่มันแฟนฉัน ถ้าเธอแตะเมเปิ้ลอีกละก็ อย่าหวังจะได้อยู่ดีมีสุข -_-++” ตบท้ายด้วยการจิกตาที่คมราวกับมีดใส่ยัยแม่มด เขาหันมาหาฉันพร้อมกับรอยยิ้มหวานผิดกับตะกี้ลิบลับ


“อย่าทำตัวให้มันน่าเป็นห่วงนักสิ รู้มั้ย? ฉันละสายตาจากเธอแทบไม่ได้เลยนะ”


“ฉันดูแลตัวเองได้น่า =_=” ฉันพูดเสียงเรียบๆ โจ๊กเกอร์หัวเราะน้อยๆ แล้วลูบผมฉันเบาๆ ก่อนถามคำถาม “กระเป๋าอยู่ไหนเหรอ”


“โน่นแน่ะ” ฉันชี้กระเป๋าแบบสะพายไหล่ใบมหึมาสีแดงสด กับกระเป๋าสะพายใบเล็กที่ฉันใช้ใส่กระเป๋าเครื่องสำอาง กระเป๋าตังค์ มือถือ ฯลฯ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว รวมๆ แล้วทำไมฉันเหมือนอีบ้าหอบฟางเลยเนี่ย T_T


“มา ฉันช่วย” เขายกกระเป๋าสีแดงของฉันขึ้นอย่างสบายๆ ไม่ถูกต้องเลยนะ! กว่าฉันจะยกมันลงจากรถ แล้วแบกมันมาถึงนี่ได้นี่แทบรากเลือด ทำไมเขายกสบายๆ อ่ะ TOT


“ไม่เป็นไร ฉันถือเอง” พูดไปงั้นแหละ ไม่คิดจะแบกมันเองหรอกน่า โจ๊กเกอร์ก็คงรู้ดีว่าฉันพูดเฉยๆ แต่ไม่คิดจะทำ เขาต้องรู้อยู่แล้วแหละ เพราะเขาหัวเราะร่วน พลางใช้มืออีกข้างขยี้หัวฉันเหมือนฉันเป็นเด็ก


“หนักจะตาย ให้ฉันถือไปส่งที่บังกะโลเถอะ”


มาเข้าค่ายที่นี่ยังดีหน่อยที่ได้อยู่บังกะโล ห้าคนต่อหนึ่งหลัง ถ้าฉันได้อยู่กับนังสามตัวนั่นก็ดีสิ นอกจากสามคนนั่นฉันก็ไม่มีเพื่อนที่สนิทๆ แล้ว T^T


ฉันหยิบกุญแจบังกะโลที่ได้รับแจกมาออกมาดู ง่า...หลังที่ 20 =O=


“นั่นมันหลังเกือบท้ายสุดรีสอร์ทเลยนะ =_=”


ให้ตายเถอะ คนเลือกบังกะโลจะให้ฉันแบกกระสอบสีแดงนี่ไปถึงท้ายรีสอร์ทเลยเรอะ! ใจร้าย T^T ดีนะที่ฉันมีโจ๊กเกอร์ช่วยถือ ไม่งั้นล่ะก็...


“เดินระวังนะ ถนนมันมีแต่หิน”


“จะให้ระวังอะไรล่ะ แค่หินก้อนเล็กๆ ฉันไม่ใช่พวกนางเอกการ์ตูนนะ >_<” ฉันพูดด้วยความมั่นใจ ก็หินตรงหน้ามันมีแต่ก้อนเล็กๆ แถมฉันก็ไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นด้วยนี่นา


กึกก...


เสียงดังกึก...ฉันสะดุดก้อนหินเหรอ O_O อ๊าาา!!


หมับ~


“เมื่อกี๊เพิ่งพูดหยกๆ” โจ๊กเกอร์พูดแกมล้อ แกมดุ ฉันยิ้มแหยๆ ให้เขาแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้


ก้อนหินบ้า!! บังอาจขวางทางเดินฉันเรอะ -_-^^^


“ใครบอกเธอไม่ซุ่มซ่ามกัน? ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ที่เธอเดินสะดุดได้กระทั่งอากาศ”


“บ้า!” ฉันตวาดแหว พอดีกับที่บังกะโลหมายเลข 20 โผล่มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเราพอดี ยัยเอม นัท และอีฟถลาออกจากบังกะโลมากอดฉันทันที


“เย้ๆๆๆ ยัยง่าวในที่สุดก็มีโชคกับเค้าซักที~”


“แล้วนี่อะไรเนี่ย!? พวกฉันต้องแบกกระเป๋ากันมาเองถึงนี่ แต่เธอนี่อะไรยะ!”


“ฟรีสไง =_=”


“เชอะ!!”


“ฮะๆ เดี๋ยวฉันเอากระเป๋าเข้าไปเก็บให้นะ” โจ๊กเกอร์ดึงกระเป๋าสะพายของฉันไปถือไว้แล้วเดินเข้าไปข้างในบังกะโล ไม่นานนักโจ๊กเกอร์ก็เดินออกมา เขาขอตัวกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บังกะโลของเขา ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ตายล่ะ นี่ฉันรบกวนเขาเหรอเนี่ย แย่จังๆ (สำนึกผิดมาก ^^)


กิจกรรมเย็นวันนี้คือไปทำอาหาร ให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดและรองเท้าแตะตามสะดวก ค่อยยังชั่วหน่อย ใส่ชุดนักเรียนแล้วมันอึดอัดพิลึก ถึงอากาศจะหนาวพอควรก็เถอะ ลมก็เย็นพัดวูบๆ แต่ได้ใส่กางเกงขาสั้นท้าแดดซักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ^O^


ฉันต้องแยกกับเอมอีฟนัทเพื่อไปเข้ากลุ่มกับยัยแม่มด T^T ซึ่งกำลังนั่งจับกลุ่มเม้าท์กันอย่างเมามันส์ และหยุดทันทีเมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้


“อ้าว มาแล้วนั่นไง”


เชอะ ไม่รู้เลยนะยะว่ากำลังนินทาฉันอยู่ -_-++


“เค้าให้ทำกับข้าวกินเองแน่ะ” ยัยแม่มดพูดขึ้น “แล้วก็นี่หม้อหุงข้าวสนาม นี่วัตถุดิบ ถุงนี่ใส่ถ่านกับขี้ไต้ แล้วก็ไม้ขีดไฟ แล้วก็ฟืน แล้วก็ไม้คานอยู่โน่นแน่ะ ไปหาเอานะ แล้วก็รีบๆ ทำด้วยล่ะ พวกฉันหิวแล้ว”


“มาช่วยกันทำสิ!”


“ใครบอก? เธอนั่นแหละที่จะต้องทำ ^^ ทำซะ ไม่งั้นจะโดนดี”


เจ็บใจชะมัด! หัวเดียวกระเทียมเหี่ยวจริงๆ T_T ลงท้ายเลยต้องยอมทำตามอย่างเสียมิได้ สรุปฉันจะต้องจุดไฟที่เตาถ่าน แล้วก็หุงข้าว ทำกับข้าวเองจริงๆ ใช่มั้ย? วัตถุดิบที่เขาให้มาก็คือปลาดุกสองตัวกับตะไคร้ให้ยัดปากปลา (เพื่อกันเหม็นคาว) ไข่สามฟอง ไว้ทำไข่เจียวดีกว่า แล้วก็ปลากระป๋องสามกระป๋อง เฮ่อ จะกินกันหมดมั้ยล่ะเนี่ย? T_T ไม่ใช่ๆ ปัญหาคือฉันจะทำทันรึเปล่าตะหาก ให้ตายเถอะ


“เอ้า!! เร็วๆ เข้าสิยะ กลุ่มอื่นเค้าจะได้กินกันแล้วนะ”


“บ่นนักก็มาช่วยกันทำสิยัยบ้า นี่มันงานของห้าคน ให้ฉันทำคนเดียวแล้วชาติไหนมันจะเสร็จยะ!” ฉันตะโกนตอบ ควันไฟทำให้ฉันเริ่มมึนหัว -_-^ และอารมณ์เสีย


“มันหน้าที่เธอ”


“งั้นก็อย่ากิน!”


“เอ๊ะ!! เธอนี่...อุ๊บ กรี๊ดดดด!!” เสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหวคนที่อยู่ในบริเวณนั้นหันมามองด้วยสายตาตกใจกับเสียงตะโกนหลายล้านเดซิเบลนั่น ยัยแม่มดเต้นเร่าๆ ด้วยความแค้นแต่กลับพูดอะไรไม่ออก เพราะปลาดุกสดๆ ดิบๆ ที่เพิ่งจะถูกฟันหัวเมื่อไม่นานมานี้ยังคงค้างอยู่ในปาก โห...ไม่ดึงออกด้วยเว้ย ถ้าตอนนี้มือถืออยู่ใกล้ตัวก็ดีสิ จะได้ถ่ายรูปไว้แล้วส่งแพร่ไปทั่วโรงเรียนซะเลย ก๊ากๆๆ


“แก...แก!!” ในที่สุดยัยแม่มดก็คายปลาดุกออกจากปากจนได้ มันหล่นพื้น ดิ้นทีหนึ่ง แล้วแน่นิ่งไป...เสียดายแฮะ ปลาดุกย่างท่าจะอร่อย...


ซ่าาา!!


เสียงน้ำสาดกระเซ็นดังขึ้น และกว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง ทั้งตัวฉันก็เปียกซ่กยังกะคนจมน้ำ และความหนาววูบก็พัดให้หัวใจมันเย็นยะเยือก...


ใช่แล้ว นังแม่มดเวรสาดน้ำใส่ฉัน!!


“God damn you!!”


“ตอบแทนปลาดุกของเธอไงล่ะ! ยัยบ้า”


“อ๋อเหรอ?” น้ำเสียงเยือกเย็นยังกะฉาบด้วยไนโตรเจนเหลวของโจ๊กเกอร์ทำให้ทั้งฉัน นังแม่มด นังหลอน และนังหน้าหมาสองตัวควับไปมองกันโดยพร้อมเพรียง สีหน้าของโจ๊กเกอร์นั้นแข็งกระด้าง แต่แววตาของเขาวาวโรจน์ ฉันรู้ดีว่าถ้าสีหน้าเขาเป็นแบบนี้แสดงว่าเขาต้องกำลังโกรธจัด...


ซ่าาา...


เสียงน้ำสาดดังตามมาติดๆ กับที่เขาพูดขึ้น และผลของการสาดน้ำจากถังน้ำที่ฉันเอามาล้างจานก็ทำให้พวกเธอเปียกกันตั้งแต่หัวจรดตีน เอ๊ย! หัวจรดเท้า -.,- แถมน้ำล้างจานในถังนั่นยังเต็มไปด้วยคราบไคลและอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ทั้งน้ำมัน เศษผัก เศษเนื้อ เศษ ฯลฯ


พวกเธอทั้งสี่ยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง แต่คนที่สาดน้ำใส่พวกหล่อนยังคงยืนเฉย ไม่แสดงกิริยาอาการสะทกสะท้านใดๆ ทั้งนั้น ในขณะที่ฉันแทบจะกรี๊ดด้วยความสะใจ อ๊ายยย >_<!! สะใจ!!


“แก...แก...”


“ติดอ่างอีกแล้ว Go to hell!! x!” ฉันตะโกนใส่หน้า แล้วคว้าผักกาดแถวนั้นปาใส่หน้ายังแม่มดอีก...ซึ่งบัดนี้ทุกคนหยุดการกระทำ และกิจกรรมทุกอย่างหมดแล้วเพื่อมาดูการทะเลาะวิวาทนี้ ให้ตายเถอะ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเอะอะอึกทึกเลยนะ เพราะยัยบ้านี่แท้ๆ เลยเชียว ดันเสียงดังซะได้ -*- ทีนี้ถ้าอาจารย์แห่กันมาดูเป็นอันไม่ต้องกินข้าวกัน ไม่ถูกต้องน้า ฉันหิวน้า TOT

 
“พวกเธอทำอะไรกัน!?”


นั่นปะไร ฉันเดาอะไรเคยผิดที่ไหนเล่า YOY


“มารินีสาดน้ำใส่พวกหนูก่อนค่ะ T^T อาจารย์ขา เค้าแกล้งหนู”


=O=!! นังตอแหล! ฉันอ้าปากเตรียมจะประท้วง แต่อาจารย์ดิ๊งด่องกลับยกมือห้าม สีหน้าไม่พอใจ


“ฉันให้พวกเธอมารวมกลุ่มกันเพื่อเสริมสร้างความสามัคคี แต่พวกเธอมาทำแบบนี้ เพราะงั้นเย็นนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว!!”


อ๊ากกกกกกกกก!! ฉันเกลียดตัวเองจริงๆ ที่เดาอะไรก็ถูกหมด TT_TT ไม่ต้องกินข้าวเหรอ แงๆ แล้วทีนี้ฉันจะต้องหิวจนไส้กิ่วไปจนถึงพรุ่งนี้เช้าเลยเหรอ TOT ไม่จริงนะ แง้ๆๆๆ


“เพราะเธอคนเดียว ยัยบ้า!” นังแม่มดชี้หน้าฉันแล้วด่า เชอะ ใครกันแน่เริ่มก่อน ใครกันแน่ผลักงานมาให้ฉันทำคนเดียว E- เลว!!


ฉันบ่นในใจแต่ไม่พูดอะไรต่อ พูดมากก็มากความน่ะ แค่นี้ก็ปัญหามากพอแล้ว หิวๆๆๆ หิวจนไส้กิ่ว ไส้กิ่ว เพราะท้องมันหิววว~ U_U


“มานี่มา ยัยเจ้าหญิงจอมแสบ”


“เอ๋? ทำไม...”


“ไปกินข้าวไง ^^” เขาลุกขึ้นยืนแล้วดึงมือให้ฉันลุกขึ้น มือเรียวหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วเช็ดหน้าเช็ดตาที่เปียกซ่กของฉันอย่างเบามือ ดีที่น้ำที่ยัยนั่นสาดมาไม่ใช่น้ำล้างจานแบบที่โจ๊กเกอร์ใช้ T^T ไม่งั้นสิวมะรุมมะตุ้มระเบิดเต็มหน้าฉันแหงๆ


“เปียกหมดเลย”


“T^T หนาวอีกตะหาก”


“ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนมั้ย”


“ไม่ล่ะ เดี๋ยวก็ต้องอาบน้ำแล้ว” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะหลังจากกินข้าวเย็นกันเสร็จก็จะต้องไปอาบน้ำเตรียมมาทำกิจกรรมตอนกลางคืนกันเรียบร้อย (ใครคิดลึก ยกมือขึ้น >_<~)


“เหรอ หนาวมั้ย”


“หนาวดิ ถามแปลกนะ” ฉันหันไปนิ่วหน้า ก็คนมันหงุดหงิดนี่นา ดูซิ ดีนะที่ใส่เสื้อสีเข้มหน่อย ไม่งั้นคงเห็นทะลุทะลวงไปถึงไส้แหงๆ โจ๊กเกอร์ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมเช็ดผมให้ฉัน


“ฉันละสายตาไม่ได้จริงๆ ด้วย เผลอแป๊บเดียวก็จะโดนรังแกอีกแล้ว”


“ฉันดูแลตัวเองได้น่า”


“แล้วทำไมเปียกล่ะ”


“ที่เปียกเพราะยัยนั่นมันสาดน้ำใส่ไง 555+”


“ฮ่าๆๆ คร้าบๆ เอาล่ะไปกินข้าวกันเถอะ”


“กินที่ไหน O_O?”


“ที่กลุ่มฉันไง” โจ๊กเกอร์พูดยิ้มๆ แล้วเดินนำฉันไปที่กลุ่มฝั่งโน้น โหยย~ ได้กลิ่นอาหารแล้วน้ำลายหกเลย >_<


“อ้าว ทำไมตัวเปียกเป็นหมายังงั้นล่ะยัยจิ๋ว”


“-_-++” นายเวฟ ไม่มีซักครั้งที่นายจะพูดกับฉันแล้วไม่กวน แง่ง


“ไอ้หมา เงียบปากไปเลย เฮ้ย! เอาจาน ช้อน ส้อม แก้วน้ำมาชุดนึงเด๊ะ” โจ๊กเกอร์หันไปเขี่ยๆ นายคนหนึ่งที่กำลังนั่งพุ้ยข้าวอย่างเมามันส์แล้วสั่งการ หมอนั่นหันมาทำหน้าน่าเวทนา


“กำลังกินอยู่ครับ”


“ก็ฉันสั่งให้ไป มีปัญหาไรวะ?”


“ไม่มีครับ จัดให้เดี๋ยวนี้ครับ T^T”


โอ้...อำนาจบารมีล้นฟ้า –O- เพียงไม่นานนัก จาน ช้อนส้อม แก้วน้ำที่รินน้ำไว้เต็มเรียบร้อยก็มาวางตั้งอยู่ตรงหน้าฉัน ไอ้อาหารตรงหน้านี่มันขนาดภัตตาคารย่อมๆ เลยนะเนี่ย! ทำไมถึงทำอาหารได้มากมายขนาดนี้ ดูจากวัตถุดิบที่ได้ไม่น่าจะทำได้ขนาดนี้นี่หว่า? หรือว่าได้ไม่เท่ากัน ไม่ยุติธรรม!


“ไอ้ทันมันเอาอาหารเข้ามาน่ะ ก็เลยมีกินกันสมบูรณ์” โจ๊กเกอร์พูดขึ้นราวกับอ่านใจฉันออกว่าฉันกำลังถาม แหม...ชักจะเริ่มน่ากลัวแล้วนะ


ฉันมองดูสมาชิกอีกสามคนของกลุ่มนี้ หนึ่งในนั้นคือคนที่ชื่อทัน อีกคนคือริกก์ และคนที่สามคือจิมมี่ รู้สึกว่าทันจะเป็นลูกกระจ๊อกคนเดียวของกลุ่ม เพราะริกก์ก็คือผู้ช่วยรองหัวหน้าหน่วย และจิมมี่คือช่างเครื่องของยมทูต น่าสงสารทันจัง คงโดนใช้หลังอานแน่ T^T


“งั้นก็...อิทาดาคิมัส~” พูดจบฉันก็เริ่มลงมือโซ้ยอย่างเรียบร้อย ก๊ากๆๆ เรียบร้อยซะจนหนุ่มๆ หยุดมือแล้วนั่งดูฉันกินจนเพลินตา กว่าฉันจะรู้สึกตัวว่ามีคนจ้องมองก็เมื่อกลืนปลาชิ้นสุดท้ายลงคอแล้วตบท้ายด้วยน้ำอึกหนึ่งนั่นแหละ


“จ้องอะไร O_O”


“เปล่าครับ!!” ทันรีบพูด ในขณะที่จิมมี่และริกก์หัวเราะร่า นี่ฉันเป็นคนน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย =O=


“ไปอดอยากมาจากขุมไหนวะเนี่ย ยัยจิ๋วครับ -_-“


“กินเพื่ออยู่ย่ะ -_-++ อากาศมันหนาว ฉันต้องการพลังงาน”


“เล่นซัดหมดเลยเนี่ยนะ? แล้วพวกฉันจะกินอะไรล่ะเนี่ย” เวฟบ่น


“กินหมาในปากนายไปนั่นไง -*-“


“ยัย....-*-“


“เอาน่า เดี๋ยวฉันซื้อแซนด์วิชให้พวกแกคนละชิ้นเลย ตอนนี้ให้ยัยเมเปิ้ลกินไปก่อน” โจ๊กเกอร์พูดแทรกขึ้นพร้อมกับยิ้มหวาน เย้ๆ >O<


“ฉันอิ่มแล้ว”


“งั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ไปเร็ว เดี๋ยวไม่สบาย” เขาลุกขึ้นยืนและดึงมือฉันให้ลุกตาม ฉันก็ลุกตามอย่างว่าง่าย ฮัดชิ่ววว~ หนาวแฮะ ลมมันแรงจัง ทำไมลพบุรีถึงลมแรง ไม่เข้าใจ T^T


“จะโอ๋กันไปถึงไหนวะเนี่ย อิจฉาโว้ยย” ริกก์แหกปากขึ้น โจ๊กเกอร์ยิ้มนิดๆ แล้วฟาดหัวเขาด้วยหลังมืออย่างแรงจนเกิดเสียงดังเผียะ!


“เจ็บนะโว้ย!”


“เออสิวะ ตีให้เจ็บนี่หว่า” เขาตอบหน้าตาเฉย


“คุณเมเปิ้ล วันหลังก็ไปเยี่ยมที่แก๊งเรามั่งนะคร้าบ”


“อื้อ ได้ๆ ^^” ฉันยิ้มหวานให้เขา


“ไปได้แล้ว เจ้าหญิง”


“วิ้วววว~ หมั่นไส้ๆ เจ้าหญิงเรอะๆๆ” ริกก์ยังคงแหกปากเหมือนเดิม ตอนเกิดมาสงสัยหมอทำคลอดเผลอผ่าตัดเปลี่ยนหลอดเสียงของเขาให้กลายเป็นโทรโข่งแหงๆ เลย -*-


โจ๊กเกอร์กับฉันเดินออกจากกลุ่มมาด้วยกัน และอะไรดลใจให้ฉันหันกลับไปมองสามคนข้างหลัง...ไม่สิ คนๆ เดียวที่นั่งอยู่ในกลุ่มสามคนนั้นอีกครั้ง และก็บังเอิญสบตาเข้ากับตาสีดำเข้มๆ ที่กำลังจ้องมองฉันอยู่พอดี...นัยอะไรบางอย่างในแววตานั่นทำให้ฉันต้องรีบหลบตา


ก่อนที่หัวใจจะรู้สึกสบสนปั่นป่วนมากไปกว่านี้...

 


== == == == == == == == == ==

 


[[To Be Continued]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #1010 pleng5644 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 07:05
    สงสารเวฟนะ แต่ขอโทษ หนูชอบฟรีสมากว่า
    #1,010
    0
  2. #968 ploy53844 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 00:47
    สมน้ำหน้าฟรอยซ์นะ  ฮ่าๆๆๆ

    ฟรีสที่รัก  มาหาเค้าบ้างก็ได้นะตะเองงง
    #968
    0
  3. #936 saraharu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 21:28

    เวฟเจ็บก็พูดออกไปสิคะ

    #936
    0
  4. #905 poraround (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 15:47
    เหมือนเวฟเจ็บน่าดูเรยT^Tเจ้าหญิงพยายามเขียนต่อไปเยอะๆนะค๊า...สู้ๆ...v.^_^.v
    #905
    0
  5. #884 ooyza123 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 19:14

    นายเวฟคงเจ็บปวดน่าดูสินะ

    #884
    0