>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 12 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 11<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 เม.ย. 51


== == == == == == ==

 

Chapter 11 :: SpeeD!!

 

อ้า มาอัพถี่ขึ้นๆๆๆ แล้ว >O<


วันนี้มีคำถามจะมาถามล่ะ ว่าาาาาา...!!!


คุณผู้อ่านเชียร์ฟรีสหรือเวฟมากกว่ากัน?? >O< ช่วยโหวตกันมาหน่อยน้าา~ ไม่งั้นจะน้อยใจอัพช้าลงอีก TT^TT


สุดท้ายก่อนจากกันตอนนี้ ขอบอกว่าขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณทุกคอมเมนท์จากใจเลยค่ะ YOY ซึ้งใจจริงๆ ขอบคุณอีกทีนะคะ ^^

 

== == == == == == ==

 

 

 

“ขอโทษนะ”


ขอโทษทำไม?


ทันใดนั้นเอง ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองตาฝาด จนมองเห็นตาสีฟ้าของเขากลายเป็นสีดำ...ไม่จริงน่า O_O ตอนนี้ผู้ชายตรงหน้าฉันมีตาสองสี...


“ฉันใส่คอนแทคเลนส์...” เขาบอกเมื่อเห็นฉันจ้องตาเขาไม่กะพริบ เว้นช่วงระยะหนึ่งแล้วจึงพูดต่อ “ฉันไม่ได้อยากให้เธอรู้เลย...ไม่ได้อยากจะรบกวนเธอเลย ขอโทษนะ...” ฟรีสพึมพำ นัยน์ตาสีฟ้าข้างหนึ่งและสีดำข้างหนึ่งเหม่อมองออกไปทางนอกหน้าต่าง และฉันก็นั่งนิ่งอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่นอย่างนั้น ฉันลุกไม่ขึ้น พูดไม่ออก ขยับไม่ได้ เหมือนกับร่างทั้งร่างชาดิก


ลองเขาพูดแบบนี้ แปลว่า...โจ๊กเกอร์อยู่ข้างๆ ฉันมาตลอดงั้นหรือ? เขาอยู่ใต้จมูกฉันนี่เอง แต่ฉันกลับจำไม่ได้ T^T


“ทำไม...ทำไมถึงไม่บอกฉันล่ะ ทั้งที่นายก็...”


“ฉันไม่กล้า ขนาดเธอกลับมายังจำฉันไม่ได้เลย แล้วจะให้ฉันไปบอกเธองั้นเหรอ?” เขาย้อนถาม จริงสินะ...ฉันผิดเองที่จำเขาไม่ได้ ฉันมันโง่ที่สุดเลย T_T ทั้งๆ ที่คิดถึงเขามาตลอดแท้ๆ


ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นยืน มือเรียวยื่นมาตรงหน้าฉัน และฉันก็เอื้อมไปจับมือนั้นไว้หลวมๆ แต่เขากลับกระชับมือฉันแน่นขึ้น และดึงให้ฉันลุกตาม


ฝุ่นเปื้อนกระโปรงฉันไปหมด แต่มันไม่สำคัญ...


“ฉันขอโทษนะโจ๊กเกอร์ ฉันขอโทษ...ที่จำนายไม่ได้ ขอโทษนะ” น้ำตาปริ่มที่ขอบตาฉัน แต่เขากลับยิ้มอ่อนโยนให้ แล้วเช็ดน้ำตาฉันออกเบาๆ


“อย่าขอโทษสิ เจ้าหญิงต้องไม่ขี้แยนะ? จำไม่ได้เหรอว่าเธอเคยบอกว่าต่อหน้าฉันจะไม่ร้องไห้”


“ฉัน...ฉัน...”


“แค่เห็นเธอมีความสุขดีฉันก็ดีใจแล้ว ^^” เขายังเป็นเหมือนเดิม ยังยิ้มอยู่เสมอ ยังเป็นคนที่แสนดีอยู่เสมอ


“ฉันคิดถึงเธอนะ” เพียงคำพูดคำนั้นคำเดียว ก็ทำให้ทำนบน้ำตาที่กั้นน้ำตาของฉันอยู่พังทลายลง น้ำตาฉันไหลพรากลงมาเป็นสาย เมื่อเขาเอื้อมมือมาโอบร่างฉันไว้เบาๆ ก่อนรั้งเข้าไปกอดชิดแนบตัว ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับอ้อมกอดของเขา เพราะฉันรู้จักกับมันมาตลอดชีวิตนั่นเอง


“ร้องไห้ทำไมยัยเจ้าหญิงบ๊อง”


“...ฉันก็คิดถึงนายนะ” มือเขาลูบผมฉันเบาๆ เหมือนจะปลอบโยน ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนคำพูดของเขาจะตามมา


“ฉันรอเธอมาตลอด...รอแต่เธอคนเดียว”


“...”


“หลังจากเธอไปไม่นาน ฉันก็ย้ายบ้านไปอยู่เชียงใหม่กับแม่กะทันหันแบบไม่ทันได้ตระเตรียมอะไรเลย เพราะหมอที่โรงพยาบาลบอกว่าอากาศในเมืองเป็นพิษต่อสุขภาพของแม่ฉัน...แล้ว...พอแม่เสียตอนฉันอยู่ม.4 ฉันก็ย้ายกลับมากรุงเทพ มาอยู่ที่บ้านเก่าของแม่ฉัน...” ฉันนิ่งฟังเขาอธิบายเงียบๆ และได้คำตอบให้กับตัวเองในที่สุด ว่าทำไมฉันถึงติดต่อเขาไม่ได้


“ฉันไม่มีที่อยู่ของเธอ...ฉันอยากจะคุยกับเธอ อยากจะเจอหน้าเธอ...อยู่ดีๆ เธอก็มาบอกลาฉัน ร้องไห้น้ำตาเป็นน้ำตก แล้วก็หายไป หายไปเฉยๆ ไม่เหลืออะไรไว้ให้ฉันเลย...” เขาขยับออกห่างฉันเล็กน้อย แล้วจ้องมองลึกลงมาในตาของฉัน แววตานั่นสื่อความหมายหลายอย่าง และความหมายเหล่านั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกสับสนในหัวใจอย่างประหลาด...


ไม่ว่าจะเป็นภาพความทรงจำมากมายระหว่างฉันกับเขา และความทรงจำระหว่างฉันกับอีกคนหนึ่ง...หมอนั่นที่กวนประสาทฉันทุกครั้งที่มีโอกาส แต่กลับเข้ามาปั่นป่วนหัวใจฉันให้ยุ่งอีนุงตุงนังได้อย่างน่าประหลาด...ทำไมในเวลาแบบนี้ฉันถึงนึกถึงหน้าหมอนั่นขึ้นมานะ ทำไมกัน?

 

 

 

 

 




 

 

 

“...นอกจากสร้อยคอเส้นนี้ ที่ฉันห้อยติดคอไม่เคยถอด และคำสัญญาที่ฉันจำมันไม่เคยลืม...”


สิ้นเสียงเขา ฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนเอาภาพเหตุการณ์เมื่อตอนนั้นมาฉายอยู่ต่อหน้า...

 



 

 

 

 

 

 

 

‘โจ๊กเกอร์ ฉันขอโทษนะ’

‘ขอโทษอะไร?’

‘เรา...เลิกกันเถอะ’

‘ว...ว่า...ว่าไงนะ?’

‘เราเลิกกันเถอะนะ’

‘ทำไม...? ฉันทำอะไรผิดเหรอเจ้าหญิง...’

‘ไม่...แค่เลิกกันเท่านั้นแหละ ฉันจะไปอเมริกาแล้ว ไม่อยากมีพันธะอะไรอยู่ที่เมืองไทยอีก’

‘อะไร...นะ? ...อเมริกาเหรอ...?’

‘ใช่ ฉันจะไปแล้วจะไม่กลับมาอีก เพราะงั้นเราเลิกกันเถอะ’ ตอนนั้นฉันต้องใช้ความพยายามอย่างสูงมากที่จะบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นระริก

แต่เหตุผลที่แท้จริงมันไม่ใช่แบบนั้น เหตุผลคือฉันรักเขามาก ความทรงจำดีๆ ระหว่างเรามันมีมากเหลือเกิน ฉันอยากจะเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้ ให้มันสวยงามในความคิดของฉันตลอดไป ฉันกลัวว่าถ้าเขาพบคนอื่นที่ดีกว่าฉัน หรือเจอคนใหม่ตอนที่ฉันไม่อยู่ แล้วเราต้องเลิกกันทีหลังแบบไม่เข้าใจกัน แบบนั้นฉันคงจะเจ็บปวดมาก เพราะฉะนั้นฉันควรจะตัดไฟเสียแต่ต้นลม

ฉันเคยเห็นมาหลายคู่แล้วที่ต้องเสียใจเพราะรักแท้แพ้ระยะทาง ฉันรู้ว่าชีวิตจริงมันไม่สวยหรูเหมือนในนิยาย ฉันไม่อยากให้เราจบลงแบบนั้น...

เพราะงั้นฉันก็เลยบอกเลิกเขาทั้งๆ ที่ยังรักอยู่ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลบันดาลให้ฉันคิดทำแบบนั้นลงไป รู้เพียงแต่ว่าฉันมาคิดได้ก็ต่อเมื่อสายไปเสียแล้ว มันสายไป...

‘ไม่นะ เมเปิ้ล...ฉันจะรอเธอ จนกว่าเธอจะกลับมา ไม่งั้นฉันก็จะตามเธอไป’

‘อย่าพูดบ้าๆ น่า...’

‘ฉันพูดจริง’

‘…’

‘…’

‘ฉันขอโทษ...’

‘…’

‘ถ้าฉันกลับมา...ถ้าตอนนั้นโจ๊กเกอร์ยังรักฉันอยู่ เราจะกลับมาคบกันใหม่ เป็นเหมือนเดิม เหมือนแบบตอนนี้...นะ?’ คำสัญญาที่เมื่อตอนนั้นฉันไม่ได้คิดไว้ว่ามันจะเป็นจริงในอนาคตข้างหน้า ฉันแค่ไม่อยากเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยเพราะการจากไปโดยไม่เหลืออะไรไว้ให้ ฉันไม่ได้คิดถึงผลของมันเลย ถ้าตอนนั้นฉันปล่อยเขาไปแต่แรกล่ะก็ เขาก็ไม่ต้องมารอฉันแบบนี้หรอก...

‘เธอจะกลับมาเมื่อไหร่...’

ฉันไม่มีคำตอบให้กับคำถามนั้น

‘...ก็ได้ ถ้างั้นฉันจะรอเธอ จนกว่าเธอจะกลับมา...’

ฉันหันหลังให้เขาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น และต้องพยายามหักห้ามใจก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก

‘ฉันรักเธอ...’

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เขาพูดกับฉัน

หลังจากวันนั้น สร้อยล็อกเก็ตที่ฉันตั้งใจจะใส่ติดตัวไปอเมริกาด้วยก็หายไป ฉันคิดไปว่าคงเป็นเพราะเขาไม่อยากให้ฉันเอาของแบบนั้นไป ก็เลยตัดใจแล้วเดินทางไปอเมริกาพร้อมกับครอบครัว...

ฉันกลับมาที่ปัจจุบันอีกครั้ง นัยน์ตาสีฟ้า...และสีดำของเขายังคงสบตากับฉันอยู่...

คำสัญญา...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เธอยังจำ...คำสัญญานั้นได้ใช่มั้ย?”


แน่นอนฉันจำมันได้ดี...


“เธอยัง...ไม่ลืมใช่มั้ย”


ฉันไม่มีทางลืมมันไปได้...


“ฉันยังรักเธออยู่ รักเสมอ...เธอจะ...ทำตามสัญญาที่เธอให้ไว้ได้มั้ย...” คำพูดของเขาทำให้ฉันเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ทำไมฉันถึงต้องตกใจ เพราะอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ อะไรกัน มันอะไรกัน...


“กลับมาหาฉัน...”


“...”


“กลับมาเป็นเหมือนเดิม แบบเดิม...” คำพูดของเขาเหมือนจะผ่านหูของฉันไปเสียเฉยๆ... ฉันควรจะตอบตกลงไปแบบไม่ลังเลเลยสิ ฉันเองก็ไม่ได้มีใครเลย ทั้งยังคิดถึงเขามาตลอด อยากเจอเขามาตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉัน...


ไอ้ความรู้สึกสับสนและลังเลในหัวใจนี่มันคืออะไรกัน...


“เจ้าหญิง...” น้ำเสียงอ่อนโยนมั่นคงเริ่มสั่นเทา และเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาอีกครั้ง รอยยิ้มที่ฉาบบนใบหน้านั้นดูเศร้าสร้อยเสียเหลือเกิน อีกทั้งแววตาโศก...ที่มองมาแฝงไว้ด้วยความรัก และแวววิงวอนขอร้อง...


ภาพความทรงจำที่ฉันมีกับเขามันผุดขึ้นมาทีละนิดๆ ฉันเป็นเจ้าของรอยยิ้มของเขา และเขาก็เป็นเจ้าของเสียงหัวเราะของฉัน ภาพฉันกับเขาที่มักจะมานั่งดูดาวด้วยกันอยู่ที่หน้าบ้านสมัยเด็กๆ ดาวเจ้าหญิงกับเจ้าชายที่เขาตั้งชื่อให้แทนตัวเราสองคน...มือที่อบอุ่นและแข็งแรงคอยปกป้องฉัน...


ความทรงจำของฉันกับเขา...มันมีมากเหลือเกิน...มากเกินกว่าจะลืมไปได้หมด ตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้าฉัน...ดวงตาสองข้างคลอด้วยน้ำตา...ฉันจะทำร้ายเขาได้ยังไง? เขารักฉันมากขนาดนี้ ฉันเองที่เป็นคนให้คำสัญญา ฉันเองที่เป็นคนผูกมัดเขาเอาไว้ ฉันเองที่ทำให้เขาเสียใจ ฉันเองที่ทำให้เขาต้องรอ...


ฉันเอื้อมมือไปโอบรอบคอเขาไว้อย่างแผ่วเบา แล้วกระซิบที่ข้างหูเขา...


เพิกเฉยต่อเสียงหัวใจที่เรียกชื่อของใครอีกคนหนึ่ง... เมินเฉยต่อภาพรอยยิ้มยิงฟันโชว์ฟันเขี้ยว และลักยิ้มที่สองข้างแก้ม...


“เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”

 

== == == == == == ==

 

<<WAVE>>


ให้ตายเถอะ ทำไมไอ้พ่อเฒ่าโลลิค่อนตัวแสบนั่นต้องสั่งให้ผมวิ่งไปวิ่งมาอยู่บนสนามบาสตั้งเป็นสิบๆ รอบเพียงเพื่อจะสอบเลย์อัพด้วยวะ วันนั้นผมแค่ขาดสอบเพราะโดดไปนั่งจั่วไพ่กับไอ้พวกจิมมี่เอง บ้าชะมัด ทีนี้เลยลงโทษด้วยการให้วิ่งรอบสนามบาสเนี่ยนะ? นรกชัดๆ แต่ขัดไม่ได้ เพราะถ้าติด 0 แล้วจะต้องมาแก้ทีหลังอะดิ T^T


หลังจากเสร็จธุระกับไอ้บาสเวรๆ นี่แล้ว ผมก็รีบวิ่งไปที่ห้องดนตรีไทยทันที ก็ถ้าเกิดให้ยัยจิ๋วนั่นรอนานเดี๋ยวผมนี่แหละจะโดนด่า ยัยจิ๋วนั่นเห็นตัวเล็กแต่เล็กพริกขี้หนูนะ ด่าทีงี้เจ็บถึงทรวงเลย -*- เพราะงั้นรีบไปดีกว่า


ทันทีที่เดินมาถึงหน้าห้องดนตรีไทย ผมก็มีอันต้องหยุดชะงักมือที่กำลังจะเลื่อนเปิดประตูออก เพราะภาพของคนสองคนตรงหน้านั่นมันเหมือนกับสตาฟฟ์ร่างของผมให้อยู่ติดกับพื้น...


“กลับมาเป็นเหมือนเดิม แบบเดิม...”


“...” เธอเงียบ


“เจ้าหญิง...” ในที่สุดหลังจากคำนี้หลุดจากปากของไอ้ฟรีส เธอก็ดึงเขาเข้ามากอด และพูดประโยคหนึ่งที่ทำเอาผมรู้สึกเหมือนสมองขาวโพลนไปหมด...


“เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”


กลับไปเป็นเหมือนเดิม...หมายความว่า...


เธอจะกลับไปคบกับเขา...


“...จริงเหรอ...เจ้าหญิง จริง...”


“ฮื่อ...จริง ฉันสัญญา...” เธอพูดย้ำเหมือนกับจะย้ำให้ผมได้ยินด้วย


ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองปล่อยมือจากประตูอย่างอ่อนแรง และหันหลังเดินจากห้องดนตรีไทย กับสองคนนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันไม่รู้ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมรู้สึกช็อค สับสน และจุกในหัวใจอย่างนี้มาก่อนเลย แค่เพราะผู้หญิงคนเดียวนี่เองน่ะหรือ ทำไมผู้หญิงคนแรกที่ผมรัก จะต้องเป็นคนเดียวกับแฟนของเพื่อนสนิทของผมด้วย? ทำไมรักครั้งแรกของผมถึงผิดหวังโดยที่ยังไม่ทันได้บอกให้เธอรู้ความรู้สึกของผมเลย ทำไม...


รู้สึกตัวอีกครั้งผมก็ขึ้นมานั่งบนรถ สตาร์ท และเหยียบคันเร่งจนสุด แค่อยากจะซิ่งให้หลุดโลก ให้ลืมภาพเมื่อกี๊...ที่หมอนั่นโน้มตัวลงมาจูบเธอ ผมไม่ปฏิเสธว่าอิจฉา ไม่ปฏิเสธว่าอยากจะไปอยู่ตรงนั้นแทนเขา แต่ผมไม่สามารถเปลี่ยนหัวใจเธอได้ เธอกับหมอนั่นมีความทรงจำร่วมกันมายาวนาน ผม...ไม่มีที่ให้ผมแทรกเข้าไปได้


ให้ตายเถอะ...ทั้งที่เคยทำใจมาแล้วว่ามันอาจจะเป็นแบบนี้ แต่ทำไมหัวใจมันเจ็บเหมือนมีคนเอามีดมาแทงแบบนี้วะ? ทำไมยัยนั่นถึงมีอิทธิพลกับผมขนาดนี้ ตอนที่ผมรู้เรื่องของเธอกับไอ้ฟรีสก็สายไปแล้ว เธอขโมยหัวใจของผมไปซะแล้ว


ทำไมผมยอมเปิดใจให้ยัยจิ๋วตัวเล็กปากกรรไกร ให้เข้ามาป่วนหัวใจผมเล่นได้ขนาดนี้? ในเมื่อชอบไปแล้ว แล้วจะตัดใจได้ยังไง ทำไม!!


ผมถามตัวเองนับสิบรอบ และหลายครั้งที่ภาพรอยยิ้มของเธอแวบขึ้นมากวนใจ ผมต้องพยายามลบภาพนั้นออกไปหลายต่อหลายครั้ง


แต่ตอนนี้ผมคงต้องตัดใจจากเธอ... ตัดเธอออกไปให้ได้ เพราะในตอนนี้ผมไม่สามารถบอกเธอว่ารักได้อีกแล้ว เธอมีคนอยู่เคียงข้างเรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังเป็นคนที่เธอรักขนาดนั้น... ใช่ ผมรู้ว่าเธอรักหมอนั่น ฟรีส หรือที่เธอเรียกว่าโจ๊กเกอร์ ทั้งแววตา น้ำเสียง สีหน้าเวลาที่เธอเล่าเรื่องของเขาออกมา ล้วนบอกให้ผมรู้ว่าเธอ ‘รัก’ เขามากขนาดไหน ถึงรู้อยู่แล้วแต่มันก็ยังเจ็บปวดว่ะ T^T ให้ตาย...


ปี๊นนน!!


เพราะหงุดหงิดจนต้องหาที่ระบาย ผมเลยระบายด้วยการบีบแตรรถเสียงดังสนั่น เออ ก็รู้อยู่วะว่าไฟมันเป็นสีแดง แต่คนมันอารมณ์เสียนี่หว่า!!


ผมปิดประตูใส่ความรักครั้งแรกของตัวเองเรียบร้อยแล้ว... ต่อจากนี้ไปยัยจิ๋วคนนั้นจะเป็นคนที่ผมเอื้อมยังไงก็ไม่ถึงสินะ


ไม่เป็นไร...เธอมีคนดีๆ อยู่ข้างๆ แล้ว ผมมั่นใจว่ามันรักเธอ เพราะเธอคือคนที่มันรอมาตลอด... ในฐานะคนที่รักเธอ ผมควรจะดีใจที่เห็นเธอมีความสุข อะไรที่เธอเลือกผมก็ควรจะสุขด้วยสินะ... แม่ผมมักจะบอกเสมอว่ารักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพียงแค่เห็นคนที่เรารักมีความสุขก็ควรจะสุขด้วยแล้ว...


แต่ทำไมตอนนี้ผมถึงรู้สึกเจ็บที่หัวใจแบบนี้ล่ะครับ? ทำไมผมถึงไม่มีความสุขเลย...

 

== == == == == == ==

 

<<MAPLE>>


“ฝันดีนะ”


“ฮื่อ บ๊ายบาย” ฉันโบกมือให้เขา ที่ขับรถมาส่งฉันถึงบ้านพร้อมด้วยรอยยิ้ม ต่อจากนี้ไปก็คงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมสินะ ต่างกันตรงที่ฉันกับเขาต่างก็โตขึ้น...และช่องว่างระหว่างเรามันก็เพิ่มมากขึ้น เพราะเราห่างกันไปตั้งนาน หรือเพราะว่า...


ไม่สิ ฉันไม่ควรจะไปคิดถึงผู้ชายคนอื่นในเวลาแบบนี้


ฉันเดินขึ้นห้องนอนตัวเอง ดูท่าว่าพี่แมทท์จะยังไม่กลับแฮะ ห้องทำงานปิดไฟเงียบกริบเลย คุณพ่อคงอยู่ในห้องสมุด คุณแม่คงอยู่ในห้องนอน ฉันสรุปเอาเองเสร็จสรรพแล้วก็ปิดประตูห้องนอนดังปัง ก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียง แผ่หลายังกับแผ่นกระดาษเรียบๆ แผ่นหนึ่ง


ทำไมฉันไม่รู้สึกดีใจอย่างที่ควรจะเป็นนะ? คนที่ฉันอยากจะพบมาตลอดตอนนี้ก็กลับมาเป็นแฟนของฉันเหมือนเดิมแล้ว ทำไมในหัวถึงรู้สึกโหวงๆ ประหลาดๆ ยังไงก็ไม่รู้


คงเพราะห่างกันไปนานก็เลยไม่ชินล่ะมั้ง...


ฉันตัดสินใจจะคิดอย่างนั้น โดยที่ยังคงไม่สนใจเสียงหัวใจที่ยังคงร่ำร้องเรียกชื่อของอีกคนหนึ่งราวกับจะประท้วงความเผด็จการเบ็ดเสร็จของสมอง แต่บัดนี้สมองของฉันคงมีอำนาจมากกว่า เรื่องของเหตุผลสำคัญมากกว่าความรู้สึก ที่ฉันทำแบบนี้นี่แหละถูกต้องที่สุดแล้ว


ถูกต้องในเรื่องของความถูกต้อง...


แต่จะถูกต้องในเรื่องของความรู้สึกของฉันรึเปล่า...?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

== == == == == == ==


[[To Be Continued]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #1007 sejiin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 17:04
    สงสารพี่เวฟอ่า :'(
    #1,007
    0
  2. #990 เจ้าหญิง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 17:00
    เรื่องมันเศร้าอ่ะ
    #990
    0
  3. #966 Givro aterna amicizia (@ploy53844) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 00:32
    รู้สึกสงสารเวฟขึ้นมานิสนิส
    #966
    0
  4. #934 saiji (@saraharu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 20:15
    อยากเก็บไว้ทั้งสองคนอ่ะ
    #934
    0
  5. #882 ooyza123 (@ooyza123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 19:02
    เศร้าจังน้า
    คำว่าความรักนะมันไม่ต้องใช้เหตุผลหรอก
    ต้องใช้  "ความรู้สึก" ต่างหาก
    #882
    0
  6. #860 เม็ดเลือดขาว (@neutrophil) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2553 / 23:29
     หนุกหนาน
    เริ่มเศร้าๆแล้วสิ
    #860
    0
  7. #849 amphet@mines (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 19:02
    หนุกมากเลยอ่ะ รักสามเศร้า เรื่องจะออกมายังงัยอ่ะ

    อยากรู้ โอ๊ยเลือกยากแทนนางเอก
    #849
    0