>SpeeD LovE< :: ซิ่งสุดใจ รักนี้ให้เธอ

ตอนที่ 11 : >>SpeeD LovE!! :: Chapter 10<<

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 เม.ย. 51


== == == == == == == == == ==

 

Chapter 10 :: SpeeD!!

 


อันดับแรกต้องขอโทษทุกคนจริงๆนะคะที่มาอัพช้าขนาดนี้ ขอโทษจริงๆ


เพราะว่าไปเที่ยวอเมริกากับครอบครัวน่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้มาอัพ TT^TT แงๆๆๆๆ ขอโทษที่ไม่ได้บอกไว้ล่วงหน้า ขอโทษจริงๆ นะคะ อภัยให้หนูด้วย _/\_


ต่อไปนี้จะมาอัพให้ถี่ที่สุดค่ะ !! สัญญาเลย ถ้าจะมีธุระก็จะไม่หายไปไหนอีกแล้วค่ะ


จริงๆ น้าาาาาาาาาาาา


อย่าโกรธกันเลยนะเธอ แงๆๆๆๆๆ >O<  มีของฝากมาฝากทุกคนด้วยนะ คำขอโทษจากใจ...และความรักที่มอบให้ผ่านตัวหนังสือค่ะ (อย่าอ้วกนะ T.,T)


ไปอ่านกันต่อได้เลยค่า คราวนี้อัพยาวๆๆๆ ให้เป็นการชดเชยนะ T_T

 


== == == == == == == == == ==

 

‘สวัสดีครับ...นักเรียนโรงเรียนอัครโยธินทุกคน วันนี้วันพุธที่ xx มาฟังเพลงแรกกันเลยดีกว่าครับ ผมเลือกเพลงเพียงพอ ของโปเตโต้ครับ’


จ๊ากกกกกกก OoO!! ฉันลืมไปเลย ลืมสนิทเลยว่าฉันมีงานต้องทำวันนี้ TOT ก็วันนี้มันวันพุธ และมันก็เป็นเวรของฉันนี่นา เสียงนายเวฟดังมาตามลำโพงและฉันก็รีบทิ้งตะเกียบลงในชามก๋วยเตี๋ยว ก่อนรีบกระโจนออกจากโรงอาหารไปที่ห้องส่งทันที แงๆๆๆ หมอนั่นต้องโกรธจนหน้าเขียวหน้าแดงแน่ๆ เลยง่ะ ฉันย้ำกับเขาไว้แล้วเมื่อตอนเช้าว่าตอนเที่ยงห้ามแอบไปกินข้าว แล้วก็ห้ามมาสายง่ะ แล้วฉันดันทำทั้งสองอย่างนั่นเองซะอีก


ปัง!!


“มาแล้วเรอะ -_-^^” เวฟนั่งรอฉันอยู่ หน้ามุ่ยเหมือนกินรังแตนมาซักโหล


“ขอโทษนะ T^T”


“ยัยบ้า ใครกันที่บอกว่าห้ามสาย ใครที่ย้ำนักย้ำหนาว่าอย่ามาสายน่ะหา!”


“ขอโทษจริงๆ นี่! ฉันซื้อแซนด์วิชมาให้เป็นการตอบแทน อย่าโกรธนะๆ ^^” ฉันพยายามยิ้มหวานสุดชีวิต แง ก็ฉันหิวนี่นา T^T ก็เลยคิดว่ากินข้าวซะหน่อยแล้วค่อยมาจัดรายการก็คงทัน แต่กินไปกินมา เพลินไปหน่อย เลยเลทนิดนึง...


สิบห้านาทีเอง T___T


“อย่าโกรธน้า~”


“ไม่มีทาง”


“นะๆๆๆ”


“ไม่ -_-^^”


ฉันง้ออยู่นานจนเริ่มอารมณ์เสีย!


“งั้นไม่ต้องกินแซนด์วิชนี่แล้วกัน!”


“เฮ้ย กินสิ หิวจะตายอยู่แล้ว” เวฟร้องจ๊ากเมื่อฉันทำท่าจะแกะแซนด์วิชกิน โฮะๆ ในที่สุดก็แพ้ท้องจนได้ ฉันยื่นแซนด์วิชแฮมชีสให้เขาแล้วเอาแซนด์วิชแองโชวี่มากินเอง ง่ำๆๆๆ


“แอบไปกินข้าวมาแล้วยังจะกินอีกเรอะ -*-“


“ก็คนมันหิว =O=”


“งั้นก็มาจัดรายการแทนฉันนี่เลย ยัยจิ๋ว” เวฟถอดเฮดโฟนออกแล้วสวมให้ฉัน แง้ว ไม่เอานะ ฉันเขิน >_< สารภาพความจริง จัดรายการมาก็สองครั้งแล้ว ไม่มีซักครั้งที่ฉันจะพูดออกอากาศ ก๊ากๆๆ ฉันรับหน้าที่เป็นคนเลือกเพลงเปิดเพลงน่ะ ^^


“ไม่อาววว”


“ไม่ต้องเลย เธอเป็นคนที่มาสาย ฉะนั้นทำงานซะ -_-++” แววตาดุดันนั่นทำให้ฉันต้องยอมรับอย่างเสียมิได้ แง...พูดอะไรบ้างวะเนี่ย


“สวัสดีค่า T^T”


เงียบ


“เอ่อ วันนี้อากาศดี เพราะงั้นจะเปิดเพลงสดใสๆ เข้ากับบรรยากาศให้ละกันนะคะ TT^TT”


เงียบ


“เอาเพลงอะไรล่ะยัยจิ๋ว -*-“ นายเวฟขยับปากถาม เอ่อ...เพลงไรล่ะที่มันสดใสๆ เอาเพลง...เกิดมาแค่รักกัน? ไม่ๆๆ นั่นมันเพลงเศร้า เอ่อ...


“เอาเพลงนี้ละกัน ฉันเลือกให้เธอ ^^” เวฟยิ้มน้อยๆ แล้วกดเลือกเพลง... เพลงอะไรเนี่ย O_O?


‘ก็ไม่รู้ว่าอะไร ทําให้เราได้พบกัน ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้... เธอก็มีโลกของเธอ...ต่างกับฉันมากมาย เหมือนไม่มีอะไรเลยที่คล้ายกัน... แต่ถามว่าชอบเธอไหม? สบตาแล้วถูกใจไหม? ก็ตอบว่าใช่เป็นอย่างนั้น จะเป็นลิขิตจากฟ้า... หรือว่าปาฎิหาริย์ อะไรยังไงก็คงไม่สําคัญ… เท่ากับวันนี้ฉันมีเธอ…’


ว้าวว~ เพลงเพราะจัง O_O หน้าอย่างนายยมทูตนี่เลือกเพลงแบบนี้เป็นด้วยเหรอเนี่ย? ฉันหันไปยิ้มให้เวฟเพื่อจะเอ่ยชม แต่แล้วเมื่อมองดูสายตาของเขา คำพูดของฉันกลับหายไปจนหมด


นัยน์ตาสีดำจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาฉันราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่างจากฉัน สายตาจริงจังนั่นทำให้หัวใจของฉันเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ตายแล้ว...ความร้อนจำนวนมากที่ส่งผ่านมาสู่ใบหน้าของฉันจะต้องทำให้หน้าของฉันแดงแจ๊ดแน่ๆ... นี่มันอะไรกัน ไอ้ความรู้สึกหวั่นไหวประหลาดๆ ในหัวใจนี่มันคืออะไรกัน แล้วแววตาแบบนั้นของเขามันต้องการจะหมายถึงอะไรกันแน่?


‘เธอไม่เป็นอย่างที่ฉันคิด เธอไม่ใช่คนที่ฉันฝัน แต่เธอเป็นมากกว่านั้น…เธอคือคนที่ฉันรัก...’


อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นดิ T^T ฉันตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกแล้วนะ


ในที่สุดเพลงก็จบลง ฉันกดเลือกเพลงไปส่งๆ อีกเพลงก่อนจะกดปิดไมค์ แล้วหันไปมองหน้าเขา ซึ่งตอนนี้เบนสายตาไปทางอื่นเรียบร้อยแล้ว


“มองหน้าฉันทำไมตะกี้”


“ฉันมองเหรอ? เปล่าหรอก ฉันมองรูปสีน้ำตรงโน้นต่างหาก” เขาชี้มือไปทางภาพน้ำตกที่วาดด้วยสีน้ำ มันแขวนอยู่ด้านหลังฉัน เยื้องๆ ไปทางซ้ายหน่อยๆ


เพล้งง!! หน้าแตก -///-


ด้วยความเขิน ฉันก็เลยเขี่ยๆ ไมโครโฟนเล่น ส่วนเวฟก็เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา นายอย่าเงียบได้ปะ เกิดใบ้กะทันหันรึไง -*- อย่าทำให้มันเกิดบรรยากาศอึดอัดแปลกๆ แบบนี้ได้มะ T^T พอฉันนึกถึงสายตาของนายตะกี้แล้วฉันก็เกิดใจเต้นขึ้นมาอีก ทั้งๆ ที่หมอนั่นมองภาพน้ำตกอยู่แท้ๆ ฉันบ้าอะไรไปคนเดียววะเนี่ย แง้ๆๆๆ แต่ว่า...ตอนนั้นเหมือนกับเขากำลังสบตาฉันนี่? หรือฉันบ้าไปเองก็ไม่รู้ T_T


“นี่”


กรี๊ดดดดด!!


“ตกใจอะไรนักหนา -*-“


ก็จู่ๆ เรียกขึ้นมาเฉยๆ เลยนี่หว่า ฉันก็ต้องตกใจเป็นธรรมดาสิยะ


“ทำไม มีอะไร -_-^”


“เธอเคยเล่าเรื่องเจ้าของตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวนั้น ที่ทำให้เธอโดนรถชนน่ะ” เอ๋? ทำไมอยู่ดีๆ ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ? O_O ฉันเอียงคอมองเขาตาโต


“อือฮึ...”


“...เล่าเรื่องหมอนั่นให้ฟังได้ไหม”


“หา?”


“...”


“จะให้ฉันเล่าเรื่อง...โจ๊กเกอร์ทำไม?”


“หึ...โจ๊กเกอร์เหรอ? อือ ก็แค่อยากรู้น่ะ...”


“งั้นเหรอ? ก็แค่...บ้านของเขาอยู่ข้างๆ บ้านฉันมาตลอดตั้งแต่เกิดเลยแหละ พ่อกับแม่เราเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันกับเขาก็เลยสนิทกันไปโดยปริยาย แค่นั้นแหละ”


“เหรอ...”


“อื้อ โจ๊กเกอร์นะ เป็นคนที่ใจดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมาเลยล่ะ ^^ เค้าคอยดูแลฉันตลอด สมัยเด็กๆ ฉันซนมากเลยนะจะบอกให้ ต้องให้โจ๊กเกอร์คอยช่วย เขารู้ทุกอย่างว่าฉันชอบอะไรไม่ชอบอะไร กลัวอะไร เหมือนกับอ่านใจฉันออกยังไงยังงั้นเลยล่ะ”


“...ฮืมม ท่าทางจะสนิทกันมากนะ”


“ช่ายย...” ฉันลากเสียงยาว


การได้พูดถึงเรื่องของโจ๊กเกอร์ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุข ฉันชอบรอยยิ้มของเขาที่สุดเลย ยิ้มแบบที่บอกว่าโลกนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล และมือที่อบอุ่นของเขาก็มักจะจับมือฉันไว้เสมอ ไม่มีทางปล่อยแม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ฉันคิดถึงมือนั่นจัง...


“เธอ...” เวฟพูดแล้วเว้นวรรค ราวกับกำลังเรียบเรียงคำพูด “เธอยังรักหมอนั่นอยู่ไหม?”


คำถามนี้ทำเอาฉันชะงักค้างกลางอากาศ...


ยังรักเขาอยู่ไหมงั้นเหรอ? หัวของฉันมีภาพของโจ๊กเกอร์วนเวียนอยู่ ทั้งที่ควรจะตอบว่าใช่ให้ชัดเจนไปเลย แต่ว่าฉัน...กลับตอบไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไร... เหมือนกับมีอะไรบางอย่างมารบกวนหัวใจของฉัน ทำให้ภาพของโจ๊กเกอร์ค่อยๆ เลือนไปอย่างช้าๆ ราวกับกำลังจะกลายเป็นเพียงแค่ภาพความทรงจำที่สวยงามมากกว่าจะเป็นอดีตฝังใจ เพราะอะไรกันนะ...อะไรที่ทำให้ฉันค่อยๆ ลืมโจ๊กเกอร์ไปจากใจ...


“อยู่ดีๆ ทำไมถึงถาม?”


“...ถ้า...เธอได้เจอหมอนั่นอีกครั้ง...” เขาไม่ตอบคำถามฉัน แต่กลับเริ่มต้นถามคำถามแทน “...เธอจะกลับไปคบกับเขามั้ย?”


“หา? อะไรนะ? ทำไมอยู่ดีๆ นายถึงพูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมา?”


“ช่างมันเถอะ ถือว่าฉันไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน” เวฟลุกขึ้นยืน หยิบถุงที่ฉันใส่แซนด์วิชมาไปทิ้ง ก่อนเดินกลับมา เปิดไมค์ แล้วพูดกรอกใส่ไมค์ลงไป


“เพลงสุดท้ายก่อนจะหมดเวลาพักนะครับ ^^ ขอมอบเพลงนี้ให้แก่ทุกคนที่อยากเป็นคนที่ถูกรักครับ”


จบคำ เขาก็เปิดเพลงคนที่ถูกรักของวงบอดี้สแลม แล้วเดินออกจากห้องส่งไปโดยที่ไม่ได้สนใจฉัน ซึ่งกำลังนั่งนิ่งอึ้งกับคำถามที่ถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของเขา นี่มันอะไรกัน ทำไมจู่ๆ เขาก็ยิงคำถามแบบนี้ให้ฉัน คำถามแบบที่ฉันคงตอบไม่ได้ และทำไมต้องถามตอนนี้? ทำไม...


สมองฉันนึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างขึ้นมา แล้วก็ต้องส่ายหัว...


มันเป็นไปไม่ได้หรอกน่า เวฟก็บอกแล้วนี่ว่าที่ถามก็แค่เพราะอยากรู้ แล้วฉันจะคิดมากไปทำไม? จริงมั้ย?


แต่ว่าที่ฉันกำลังคิดไม่ใช่เพราะคำถามเหล่านั้นหรอก... แต่มันเป็นเพราะใจฉันเองต่างหาก ไอ้ความสับสนหวั่นไหวในใจนี่คืออะไรกัน ฉันคิดมาตลอดว่าตัวเองยังคงรักโจ๊กเกอร์อยู่เต็มหัวใจ แต่ภาพของใครอีกคนหนึ่งกลับซ้อนทับขึ้นมาอีก ฉันไม่เคยถามตัวเองจริงๆ จังๆ ซักทีตั้งแต่กลับมาเมืองไทย ว่าฉันยังรักเขาอยู่รึเปล่า แต่พอมาตอนนี้ ฉันกลับลังเล... นี่ฉันเป็นอะไรไปนะ?


เพราะหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ฉันก็เลยเลิกคิด หลังจากนั่งฟังเพลงคนที่ถูกรักจนจบ ฉันก็เก็บอุปกรณ์ให้เข้าที่ ปิดคอม แล้วเดินขึ้นห้องไปเรียนวิชาต่อไป


โดยที่ไม่รู้เลยว่า ที่หน้าห้อง มีร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนพิงผนังข้างๆ ประตูห้องโสตฯ อยู่ และฉันก็เดินผ่านเขามาโดยไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีฟ้าของเขามองเหม่อมาทางฉัน ในดวงตาคู่นั้นมีแววครุ่นคิดอย่างประหลาด...

 

== == == == == == ==

 

รู้สึกเกลียดตัวเองชะมัด T^T ทำไมฉันต้องเป็นเด็กใหม่คนเดียวด้วยวะ เพราะเป็นเด็กใหม่เลยถูกจิกหัวใช้อย่างไม่ปรานี โกรธนะ ทำไมไม่เห็นใจคนสวยบ้างงง!!


ฉันอยากจะฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเมื่อเห็นสภาพห้องดนตรีไทยตรงหน้า TOT นี่มันอะไรกัน? สุสานฝุ่นเหรอ ฝุ่นที่เกาะอยู่บนเครื่องดนตรีตรงหน้าฉันสามารถแซะออกมาได้หนาเป็นฟุตเลยมั้งเนี่ย แงๆๆๆ แถมชั้นหนังสือที่เก็บพวกโน้ตเพลงอะไรไว้ก็เก่าซะจนแตะนิดเดียวมันอาจจะพังครืนลงมาได้โดยง่ายก็เป็นได้ อ๊ากกก!! อาจารย์เอาตีนคิดใช่มั้ยถึงสั่งให้ฉันมาทำความสะอาดที่นี่!!


แค่เพราะฉันมาสายสิบห้านาที และเพราะฉันเป็นเด็กใหม่ เลยต้องลงโทษให้หลาบจำงั้นเรอะ!? ไม่ถูกต้อง T^T ไม่ยุติธรรมเลย


แต่บ่นไปก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด ถ้าฉันอยากกลับบ้านก่อนจะต้องตายคาห้องดนตรีเป็นผีเฝ้าอังกะลุงอยู่ที่นี่ ฉันคงต้องเริ่มต้นทำความสะอาดซักที T^T กระซิกๆๆ


กุกกักๆๆ...


เสียงกุกกักที่ดังมาจากทางตู้เก็บจะเข้ทำเอาฉันแทบร้องกรี๊ด แง...มีผีซ่อนอยู่เหรอ อย่ามาเล่นซ่อนแอบกับฉันเลย จะโผล่มาก็โผล่ให้เป็นกิจจะลักษณะเถอะ อย่าลับๆ ล่อๆ ด้อมๆ มองๆ เลย ขอร้อง TTOTT


แต่เมื่อฉันเกร็งตัวแล้วจ้องมองไปทางนั้นอยู่นานแล้วไม่เจอใคร ฉันเลยตัดสินใจทำความสะอาดต่อ


นายเวฟสัญญาเอาไว้ว่าจะมาช่วยฉัน หลังจากสอบบาสเสร็จแล้ว (อันที่ฉันตกซ้ำซ้อนนับสามรอบง่ะ T^T) ให้ฉันทำล่วงหน้าไปก่อน คอยดูนะ ถ้าหมอนั่นผิดสัญญาฉันจะจับมันเฉือนตับปาดคอฆ่าหั่นศพ!! แง่งงง =_=^^^


ฉันเริ่มจากปัดฝุ่นตู้นี่แล้วเช็ดทำความสะอาดดีกว่า T^T


หลังจากฉันพยายามอยู่นานกว่าสี่สิบห้านาที ในที่สุดไอ้ตู้บ้าๆ นี่ก็สะอาดเรี่ยมเร้ T_T ใครก็ได้เอารางวัลแม่บ้านทองคำมาให้ฉันที นี่ฉันเทพมากเลยนะที่สามารถทำให้มันอยู่ในสภาพเรียบร้อยงดงามหมดจดได้ขนาดนี้ โฮะๆๆๆ (ภูมิใจ)


ก๊อกๆ


เสียงเคาะประตู O_O? ใครง่ะ ผีคงไม่มารยาทงามขนาดเคาะประตูเตือนก่อนแวบเข้ามาหลอกฉันหรอกนะ TOT


“ฉันเอง”


อ้าว นายเวฟหรอกเรอะ! บังอาจมาสาย!! แง่ง ฉันเตรียมด่าเต็มที่ตอนเขาเปิดประตูเข้ามา แต่ว่า...


“ใครให้เจ้าหญิงมาทำความสะอาดห้องเนี่ย?” คนที่เข้ามากลับเป็นหนุ่มผมทอง ไม่ใช่ไอ้ยมทูตหัวดำอย่างที่ฉันคาดไว้ เขามาได้ไงเนี่ย =O=


“อ้าว ฟรีสเหรอ? มาได้ไงน่ะ”


“พอดีผ่านมาน่ะ ^^” เขายิ้มหวานให้ฉัน ก่อนก้มลงหยิบสมุดโน้ตเพลงเก่าคราวปู่ทวดของฉันขึ้นมาปัดๆ แล้วยื่นให้ฉัน


“ให้ฉันช่วยนะ”


“อย่าเลย นี่มันงานยักษ์เลยนะ ลำบากนายเปล่าๆ” นายอย่าเชื่อฉันนะ ขอร้อง TOT ช่วยฉันด้วยเถอะ ฉันพูดไปงั้นแหละตามมารยาท อย่าเดินจากไปน้าาา


“ฮะๆ ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องเกรงใจ เครื่องดนตรีบางชิ้นมันหนักๆ เธอจะยกคนเดียวไหวได้ไง? มา ช่วยๆ” เขากระตือรือร้นมากซะจนฉันเผลอยิ้ม แล้วก็ยอมให้เขาช่วย เดี๋ยวถ้านายเวฟมาช่วยอีกคนงานจะได้เสร็จไวขึ้นไง แบบว่าหัวเดียวกระเทียมลีบไง มาช่วยกันหลายๆ คนจะได้เสร็จเร็วขึ้นๆ อีก >O<


ในที่สุดงานในห้องดนตรีก็เริ่มจะเสร็จเรียบร้อย เหลือแค่พวกชั้นวางขิมเท่านั้น ปัดๆ ฝุ่นนิดหน่อยก็โอแล้วมั้ง


อ๊ะ!! ฉันเพิ่งเห็น O_O อังกะลุงอันนั้นขึ้นไปอยู่บนหลังตู้ได้ไงฟะ ใครอุตริเอามันไปวางไว้ตรงนั้น เอาไว้ให้ผีบ้านผีเรือนเล่นหรือไง T^T ไม่เห็นใจคนสูง 155 อย่างฉันเลย โกรธนะ -_-^^ ทีนี้ฉันก็เลยต้องไปเอาเก้าอี้สามขาที่โคตรจะมั่นคงมาเป็นฐานเลย แตะนิดนึงก็โยกเยกคลอนเคลงเหมือนแล่นเรือใบกลางมหาสมุทร เอาวะ! ตายเป็นตาย ขอให้งานมันเสร็จก็พอ...


ฉันก้าวขึ้นไปบนเก้าอี้อย่างไม่มั่นคงนัก แต่ก็พอยืนไหว...


...ล่ะมั้ง?


อ๊ากกกกกก!! ทันทีที่เอื้อมไปหยิบอังกะลุงมาไว้ในมือได้ ฉันก็ลื่นไถลหล่นลงจากเก้าอี้ แงๆๆๆ ถ้าหัวฉันกระแทกพื้นมีหวังได้ไปชมนรกแหงเลย ไม่เอานะ ให้ไอ้พวกแก๊ง Hell Boys ไปสิ พวกนั้นมันเด็กนรกอยู่แล้วนี่ ฉันเป็นเจ้าหญิงนะ ต้องอยู่บนโลกมนุษย์ TOT


พลั่กก!~


เสียงกระแทกหน่วงๆ ทึบๆ ดังขึ้น น่าแปลกที่ฉันไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมานใดๆ เลย หรือว่ากระดูกแตกทั้งตัวจนชาไปหมดเลยไม่มีความรู้สึก OoO!?! โอ้ไม่นะ TOT


“เจ็บมั้ยเจ้าหญิง...” เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ฉันจึงรีบเงยหน้าขึ้นมองผู้พูด นัยน์ตาสีฟ้าที่มองมาแฝงแววเป็นห่วงเป็นใย แต่สีหน้าเขาเบ้เล็กน้อยราวกับกำลังเจ็บปวด และเมื่อพิจารณาดูอีกซักครู่ ก็พบว่าฉันกำลังนอนคร่อมเขาอยู่ในลักษณะเหมือนเขาเข้ามาเอาตัวบังฉันไว้ไม่ให้กระแทกกับพื้นเหรอ O_O ไม่นะ! แบบนี้เขาก็เจ็บสิ ไม่ใช่ฉันที่เป็นคนเจ็บ


“ฟรีส! ทำอะไรของนายน่ะ!”


“ก็เธอจะหล่นลงมา ฉันก็เลย...วิ่งมาน่ะ”


“จะบ้าเหรอ หล่นลงมาแค่นั้นไม่ตายหรอกน่า! นายนั่นแหละจะตายเอง” ฉันตวาดแหว แต่ฟรีสกลับยิ้ม รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว...


“แค่เธอไม่เป็นอะไรก็พอแล้ว...”


“นี่...ทำไมนาย...”


“...?”


“ทำไมนายถึงเรียกฉันว่าเจ้าหญิง!? ทำไมนายถึงรู้เรื่องเกี่ยวกับฉันทุกอย่าง! ทำไมถึง...เหมือนกับโจ๊กเกอร์ขนาดนี้!? ทำไมนาย...” คำถามที่ฉันเก็บงำอยู่นานพรั่งพรูออกมาเป็นคำพูดสั้นๆ ฟรีสไม่ตอบ แต่ฉันกลับได้คำตอบจากสิ่งที่ฉันเพิ่งเห็น...


เพราะอุบัติเหตุเมื่อครู่ทำให้เสื้อนักเรียนของเขากระดุมขาดไปสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอแข็งแรงขาวเนียน สร้อยคอโซ่เส้นใหญ่ที่ฉันมักจะสังเกตเห็นเสมอเวลาเจอเขา และ...สร้อยล็อคเก็ตเงินรูปหัวใจอันหนึ่งที่ดูหม่นๆ เล็กน้อยราวกับมันเก่าพอสมควรแล้ว ล็อคเก็ตที่คุ้นตาฉันราวกับอยู่กับมันมาทั้งชีวิต...ฉันรู้จักสร้อยเส้นนี้ รู้จักดีเลย...






















ตรงกลางรูปหัวใจสลักเอาไว้...เป็นชื่อย่อของฉัน... M.P


...และของเขา... J.K


ฉันจ้องมองดูสร้อยคอเส้นนั้นอยู่นาน บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังเดินดังติ๊กๆ นานมาก...จนกระทั่งฉันสามารถถอนสายตาจากสร้อยเส้นนั้นแล้วเงยหน้าขึ้นมองดูผู้ชายตรงหน้า...


ทำไมสร้อยเส้นนี้ถึงมาอยู่กับฟรีส...


ทำไมสร้อยคอที่โจ๊กเกอร์ให้ฉันในวันเกิด เส้นที่ฉันทำหายไปในวันที่ฉันไปบอกเลิกโจ๊กเกอร์...ถึงมาอยู่กับเขา? ทำไมมันถึงอยู่กับเขา?


ทำไม!?!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

== == == == == == == == == ==


[[To Be Continued]]
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,015 ความคิดเห็น

  1. #965 ploy53844 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 00:28
    อ๊ายๆๆๆๆ  ฟรีสสส! ความจริงใกล้เปิดเผยยย
    #965
    0
  2. #933 saraharu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 19:36

    เวฟบอกไปเลยสิ

    #933
    0
  3. #881 ooyza123 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 18:56
    รู้แล้ว งั้นเวฟจะทำยังไง
    #881
    0
  4. #853 killerkillka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2552 / 16:22

    อ๊ายย ยย ยย ย !!


    ไม่นะ เวฟสู้ ๆ ๆ ๆๆ ๆๆ ๆๆ

    #853
    0