Ultraviolet Love พี่เลี้ยงสุดซ่ากับแฝดห้าหน้าใส

ตอนที่ 1 : 1. +จุดเริ่มต้นของ (หายนะ) สองเราT[]T +

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 พ.ค. 50







1.

"ตกลงว่า...คุณจะรับงานนี้รึเปล่าครับ"

"รับค่ะ คุณซึกิโนะไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ยัยคอนเน่น้องสาวฉันต้องรับงานนี้แน่นอน เห็นไหมคะ เธอเซ็นต์สัญญาแล้ว"

"เอ้ย พี่โปเต้"

"งั้นผมค่อยโลงใจหน่อย ขอบคุณมากครับ"

"ด้วยความยินดีค่ะ"

ด้วยความยินดีในที่นี้ คือความยินดีส่วนตัวของเธอ... ไม่ใช่ฉันซะทีเดียว เพราะฉันถูกพี่สาวลากมือไปเซ็นต์สัญญาอย่างไม่ห่วงหน้าห่วงหลังแบบนี้ มันก็เหมือนกับว่าสถานการณ์บีบบังคับนั่นแหละ...

และสิ่งเกิดขึ้นทั้งหมดนี่ก็คือ...จุดเริ่มต้นระหว่างฉันและเขา เอ้...หรือว่ามันคือจุดจบกันแน่นะ

------------------------

"พี่คอนเน่ จะไปมิวนิคจริงๆ หรอ"

"อืม"

"พี่ไม่ต่อมหาวิยาลัยจริงๆ เนี่ยนะ แปลกจัง ไหนพี่บอกว่าอยากต่อแพทย์ไง"

"ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่ต่อ แค่หยุดพักไว้ก่อน ตอนนี้ฉันไม่มีจ่ายเงินค่าหนวยกิจนี่ พี่สาวแกมันถังแตก เออฉันอยากเป็นจิตแพทย์ ไม่ใช่แพทย์"

"โฮ๊ะๆๆ ฉันคงดีใจแย่เลยถ้าพี่ไปจริงๆ"

"ไอ้น้องเวรร แกตายยยยยยยยย"

ควันเริ่มออกจากหูฉัน ขามันเลยสั่งงานให้วิ่งตามยัยน้องตัวแสบ อีกทั้งกำปั้นยังเหาะเหินเดินอากาศไว้เตรียมทุบหัวแม่ตัวดีอีกต่างหาก

"อะ จ๊ากกก พี่ปีโป้ช่วยคูก้าด้วย พี่คอนเน่โดนผีเสื้อสมุทรเข้าสิง"

ยัยคูก้าน้องสาวคนสุดท้องของครอบครัว วิ่งไปหลบอยู่หลังยัยปีโป้ น้องสาวที่เกิดถัดจากฉันมา

"ไร้สาระ"

ยัยน้องคนนี้สาระจัด เกิดมาหน้าตาดีอย่างกับเทพธิดามาจุติ ฉลาดเยี่ยงมหาปราชญ์ ปากจัดกว่าพญาปีจอ ดูมันพูดสิ หาว่าสิ่งที่ฉันกับยัยคูก้าทำอยู่ไรสาระล่ะสินะ

"โธ่ พี่ปีโป้ก็ ไม่รับมุขเลย"

"ถ้างั้นฉันพี่จะไปแล้วนะ ฝากบอกพ่อกับแม่ด้วย"

"อืม..."

ยัยปีโป้ แกช่วยทำหน้าอาลัยอาวรพี่สาวสุดที่รักแกหน่อยได้ไหม

"ฉันต้องเหงาแน่ๆ เลย ไม่มีพี่คอยให้กวน Teen เนี่ย"

"หุบปากไปเลยยัยคูก้า"

หมับ!

"โธ่ พี่ก็ ถึงฉันจะปากเสีย แต่ฉันก็รักพี่นะ"

ยัยน้องบ้ากระโดนกอดฉัน ในบ้านหลังนี้ แต่งตั้งให้ยัยตัวดีได้ครอบครองมงกุฏ เป็นถึงราชะนีแห่งความบ้าเชียวนะ (อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเราเขียนคำว่า ราชินี ไม่ถูก แต่มันเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว)

"เฮ้อ..."

อดไม่ได้ที่จะต้องถอนหายใจออกมากับความน่าลากไปโยนลงสะพานของยัยตัวดี

"โชคดีนะ พี่คอนเน่"

น้องสาวสุดฉลาดยื่นกระดาษสีชมพูหน้าตาอุบาทผิดกับเจ้าตัวส่งมาให้ฉัน พร้อมกับอวยพรห้วนๆ ทำสีหน้าเหมือนหม้อหุงข้าว ที่ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนหรือหนาว จะดีใจหรือเสียใจ ใบหน้าของมันก็มักจะเหมือนเดิมอยู่ตลอดเวลา ที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง

"แกให้ฉันเหรอปีโป้"

"อืม ก็ให้นั่นแหละ ตรงหน้าฉันมีหมาตัวอื่นจะต้องยื่นให้ไหมล่ะ"

ไอ้น้องเวร จะให้แล้วยังแอบจิกอีก แต่นี่มันอะไรล่ะเนี่ย...

"ขอบใจมากนะ พี่ไปละ ตั้งใจเรียนแล้วกัน "

อ๋อ! ที่แท้มันการ์ดทำมือนี่เอง แหม! ที่แท้ความอ่อนโยนของเธอก็ถูกฝังไว้ลึกถึงก้นบึ้งของท้องมหาสมุทรนี่เอง นานๆ ทีปีหน น้ำจะช่วยพัดพามันมาขึ้นฝั่ง ถ้าหากทำแบบนี้บ่อยๆ ฉันต้องรักน้องคนนี้มากจนไม่อยากจากไปอย่างแน่นอน

ฉันยกมือลูบหัวน้องสองตัวแล้วก้มลงยกกระเป๋าเดินไปหน้าบ้าน แล้วแม่สาวน้อยหัวใจน้ำแข็งก็ตะโกนตามหลังมาอย่างน่ารักว่า...

"พี่บอกตัวเองเถอะ ตั้งใจทำงานล่ะ ฝากความคิดถึงพี่โปเต้ด้วยแล้วกัน"

"อืม แล้วเจอกันช่วงคริสต์มาส"

"แล้วเจอกันช่วงคริสต์มาส"

มิวนิค คือเป้าหมายของฉัน พี่สาวคนโตของพวกเราก็ทำงานอยู่ที่นั่น แล้วฉันก็กำลังจะเอาชีวิตอันน้อยนิดไปฝากไว้ที่มัน จะหางานพิเศษทำสัก 1 ปี เพื่อเก็บเงินไว้ต่อมหาวิทยาลัยปีหน้า ตอนนี้ฉันอายุ 18 แล้วการที่จะย้ายออกไปอยู่คนเดียวก็ค่าใช้จ่ายมันสูงหูฉิ๊งฉ่อง เรื่องทำงานเก็บเงินจึงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยฉันได้ในตอนนี้

มาพูดถึงครอบครัวฉันบ้าง ครอบครัวของเราเป็นคนไทยแท้ แต่พ่อแม่เคยเล่าให้ฟังว่าปู่กับย่าของพวกเรานั้นย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม (มันเกี่ยวอะไรกับไทย) ประมาณว่ามันคือขบวนการเอาตัวรอดโดยการแอบแฝงมากับพวกเวียดนามละมั้ง (มั่ว)

ตอนที่พ่อและแม่ฉันเด็กๆ แม่เป็นเด็กกำพร้า ย่ากับปู่เลยต้องรับมาเลี้ยงเพราะสงสาร และพ่อก็ชอบตู่ว่าแม่เป็นแฟนตัวเอง (ไวไฟแต่เด็กเลยพ่อฉัน) ก็แน่แหละ ฉันเห็นรูปแม่ตอนเด็กๆ ออกจะน่ารักน่าทะนุถนอมขนาดนั้น ช่างเป็นเด็กผู้หญิงที่น่าหลงใหลจริงๆ ปู่กับย่าก็รักและหวงแม่ฉันมากพอๆ กับพ่อ พอโตมา ยังไม่ทันที่แม่จะได้ยินดีอะไร พ่อก็โมเมเอาแม่เป็นเมียเฉยเลย และด้วยความที่คนแก่หัวโบราณไม่อยากเสียมุขเนื้องามที่ตนหล่อเลี้ยงมาจนโตให้กับคนอื่นไป ปู่กับย่าจึงต้องจำยอมยกแม่ให้เป็นของพ่อไปโดยปริยาย อีกสาเหตุหนึ่งก็มีอยู่ว่า...จริงๆ แล้วก็เพราะว่าห้ามพ่อไม่ให้รักแม่ไม่ได้ด้วยแหละ หากจะถามว่าทำไมแม่ถึงยินยอมกับความคิดนี้ละ ก็เป็นเพราะพ่ออีกนั่นแหละ ที่ชอบขู่ว่าถ้าไม่ได้แม่เป็นเมียแล้วจะฆ่าตัวตาย แม่เลยต้องจำนนยอมเป็นเมียพ่อ พวกเราจึงมีโอกาสเกิดมาลืมตาดูโลกแบบนี้ไงล่ะ (พ่อฉันนี่ออกแนวเด็กเอาแต่ใจแฮะ) แม่ฉันนี่น่าสงสารนะ ที่ต้องตกเป็นเหยื่อเด็กแก่ๆ เอาแต่ใจแบบพ่อฉัน

"ทางนี้ยัยระเบียบ"

พี่โปเต้ คือพี่สาวคนโตสุดของฉัน พ่อกับแม่ชอบเรียกมันว่าหน่อไม้หน่อแรกของบ้าน แต่ฉันเรียกพี่มันว่า ,จอมทรหด' หรือไม่ก็ ,ยัยคนไม่รู้จักประหยัดทรัพยากรแหล่งทำงาน'

"ฉันชื่อคอนเน่นะพี่"

ฉันพยายามเก็บอารมณ์เอาไว้ แล้วลอดอุโมงค์ข้ามไปอีกฝั่งของสถานีย์รถไฟใจกลางเมืองมิวนิค เพื่อไปเผชิญหน้ากับพี่สาวที่ยืนทำหน้าแป้นแล้นใส่อย่างน่าหมั่นไส้

"เอาน่า ก็แกมันเจ้าระเบียบ ก็ให้ฉันเรียกหน่อยเถอะ"

"งานของพี่เป็นไงบ้าง"

"อืม ก็ดี...แต่ฉันเลิกสมัครงานเรี่ยราดมานานแล้ว"

พูดอย่างกับมันเป็นหมาเป็นแมวที่ชอบขี้เยี่ยวเรี่ยราดอย่างนั้นแหละ แต่ที่พี่ฉันมันพูดออกมาอย่างนั้นก็เพราะว่า มันมีความสามารถเขียนใบสมัครงานและสัมภาษณ์ให้คนตอบรับได้อย่างไม่ต้องรอนานถึงหนึ่งเดือน และแน่นอนที่สุด พี่ฉันมันก็ปฏิเสธทุกงานที่ติดต่อมันกลับมา มันน่านัก...

"ที่ทำงานพี่น่ะ เขารับคนปัดกวาดเช็ดถูไหม" ฉันถามขึ้นมา

"ไม่แล้ว มันเต็ม แต่ฉันมีงานที่ดีกว่านั้นจะให้แกทำ" พี่โปเต้ส่ายหัว

"งานอะไร"

"พี่เลี้ยงเด็ก"

"พี่เลี้ยงเด็ก! เด็กที่ไหน อายุเท่าไหร่"

ฉันอุทานขึ้น หรือจะว่าไปแล้ว แทบจะแหกปากเลยก็ว่าได้ เมื่อเราเดินมาถึงที่จอดรถ อีกหน่อยพี่สาวฉันมันคงจะพาฉันไปที่ห้องเช่า

"แกก็เคยดูแลน้องมาตลอด กะอีแค่เด็กห้าขวบ ยัยระเบียบแบบแกจัดการได้สบายบรื๋อ"

"สบายบรื๋อเหรอ พี่เอาอะไรมารับประกัน แต่เอาเถอะ งานอะไรก็เอาไว้ก่อนดีกว่า แล้วค่าจ้างล่ะพี่ เขาจ่ายยังไง"

"2000 ยูโรต่อเดือน"

"2000 พี่โม้รึเปล่า ขนาดแม่เรายังไม่ได้เลยนะ 2000 ต่อเดือนนี่"

"เออน่า เขามีจ่ายแกชัวร์ๆ ก็แล้วกัน"

"พี่เอาอะไรมารับประกัน"

"โอ๊ย แกนี่เป็นลูกพนักนักงานขายประกันรึไงวะ ถามอยู่ได้ว่าจะเอาอะไรมารับประกัน ถ้างั้นเอาหัวฉันไปรับประกันเป็นไง เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัทรายการโทรทัศน์นะเว้ย แกเชื่อใจพี่สาวสุดที่รักหน่อยเซ่"

"ก็ลูกพ่อแม่เดียวกันกับพี่ง่ะ โอเคๆ ฉันรับงานนี้ ว่าแต่ฉันต้องทำอะไรนอกเหนือจากนั้นรึเปล่า"

"ก็คงจะ...ปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ดูแลต้นไม้ แล้วก็ช่วยสอนหนังสือให้ลูกของเขาก็เท่านั้นเอง ไม่มากหรอก"

"เป็นคนใช้นั่นเอง"

ฉันพยักหน้างึกงัก ยอมรับสภาพไปในตัว แต่พอหันไปเห็นหน้าอันแสนสวยของพี่สาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสีเขียวสีแดง เหมือนพริกปาปริก้าที่คละกันตามซุปเปอร์มาร์ก ฉันจึงรีบปัดความคิดนี้ออกจากสมองแล้วตีสีหน้าจริงจังกับเขาบ้าง

"แล้วฉันต้องเริ่มงานเมื่อไหร่ ฉันต้องไปรายงานตัวกับเจ้านายพี่ไหม"

"เดี๋ยวฉันจัดการเอง อีกสามวันเธอคงเริ่มงานได้ ฉันบอกเจ้านายไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า จะรับน้องสาวมาทำหน้าที่นี้แทน เขาก็ตอบว่าโอเคไม่มีปัญหา ขอแค่เธอมีความสามารถควบคุมลูกของเขาได้เท่านั้นก็พอ"

"เด็กห้าขวบ คงควบคุมไม่ยาก"

นั่นคือความคิดของฉันนะ อย่างน้อยๆ เด็กมันก็ตัวเล็กกว่าเรา มันต้องไม่ยากสิ

"แต่เด็กกำพร้านะ แม่เขาตายไปตั้งแต่เกิดแล้ว แกดูแลลูกเขาดีๆ หน่อยแล้วกัน อย่าไปดุเด็กมันมากนักล่ะ เดี๋ยวลูกเขาขวัญเสีย จะพาลตกงานทั้งพี่ทั้งน้อง"

"พี่เห็นฉันเป็นอะไร อย่างฉันนี่เขาเรียกว่ามีคุณสมบัติของนางสาวไทยโดยแท้ เพราะปฏิญาณของฉันคือ ,ดิฉันรักเด็กค่ะ, เด็กๆ น่ารัก ฉันเลี้ยงได้อยู่แล้ว (มั้ง)"

"โอเค ได้ยินอย่างนี้ค่อยโล่งใจสมเป็นพี่น้องกันหน่อย เดี๋ยวอีกสามวันฉันจะพาแกไปที่บ้านเขา ช่วงเวลาที่รอวันนั้นจะมาถึง แกจะไปเดินเล่นเอาหัวดำดิน เอาตีนมุดน้ำหรือทำอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉันคงไม่มีเวลามาพาแกไปไหนหรอก ต้องออกรายการตลอด"

"เข้าใจ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก เดี๋ยวฉันจะเอาหัวฝังไว้ในหนังสือที่ฉันพกมาแล้วกัน"

"เออแล้วไป ถึงห้องพักแล้ว"

วันจันทร์

"พี่จะให้ฉันใช่รถพี่จริงๆ หรอ"

ฉันถามขึ้นเมื่อพวกเรามาถึงบ้านหลังหนึ่ง สงสัยจะเป็นที่ทรมานเด็กของฉันละมั้ง

"อืม แกใช่ไปเถอะ ฉันเพิ่งทำประกันฯ ไปเมื่อวันเสาร์ ตอนนี้ฉันกล้าปล่อยรถให้แกแล้ว"

"แล้วพี่ให้ฉันเอารถไว้นี่ พี่จะกลับบ้านยังไง"

"เจ้านายจะไปส่ง"

"เจ้านายพี่ พ่อของเด็กห้าขวบอะไรนั่นน่ะหรอ พี่อย่าบอกน่ะว่าพี่กับตาแก่นั่น"

"ยังโว๊ยยยยยยย ว่าแต่ แกคิดไปถึงไหนแล้ววะคอนเน่"

"เปล่าคิดสักหน่อย ก็คิดว่าพี่เป็นลูกน้องเจ้านายพี่ไง"

แล้วเราสองก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านเจ้านายของพี่สาวฉันและว่าที่เจ้านายของฉัน

ก๊อก ก๊อก!

ทำไมหน้าพี่สาวฉันถึงได้แดงก่ำแบบนั้นนะ

"เคาะประตูเฉยๆ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย"

"สวัสดีค่ะคุณวาคา วาคาโอจิ"

หน้าพี่ฉันถึงได้บานเท่ากระด้งตอนมีคนเปิดประตูออกมา ฉันจึงรีบทักทายเขาตอบ

"สวัสดีค่ะ"

"นี่คือน้องสาวฉันค่ะ" พี่โปเต้แนะนำ

"สวัสดีครับ ผมซึกิโนะ วาคาโอจิ"

ชายวัยสามสิบราวๆ เกือบสี่สิบเอ่ยขึ่นแล้วยือมือออกมาทักทายฉัน

"ปาริชาติค่ะ"

พ่อม่ายรูปหล่อตรงหน้านี้ คือเจ้านายคนใหม่ของฉันเอง และเป็นเจ้านายของพี่ฉันด้วย เขาเป็นคนญี่ปุ่นได้ภรรยาชาวเยอรมัน เลยตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ แต่รู้สึกว่าภรรยาเขาตายหลังจากคลอดลูก เท่าที่ฉันรู้ก็มีแค่นั้นแหละ และนอกจากนั้นนะ อย่าหาว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย เจ้านายฉันถึงจะแก่ แต่เขาหล่อระเบิดระเบ้อ ไม่บอกฉันคงไม่รู้ว่าเขามีลูกแล้ว และเท่าที่ฉันสังเกต พี่ฉันต้องตกหลุมรักเจ้านายแน่ๆ

"ปาริชาติ เชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ นี่ครับสัญญาและหน้าที่ที่คุณจะต้องทำ ระยะการเวลาทำงานถูกกำหนดไว้หนึ่งปี ถ้าคุณตกลงงั้นช่วยเช็นต์ตรงนี้ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตไปหาเครื่องดื่มมาให้คุณและพี่สาวคุณก่อน"

เขาระเบิดคำพูดใส่ฉันไม่พักหายใจหายคอ นี่ไม่ใช่สงครามโลกครั้งที่สองนะโกโบริ ช้าๆ ก็ได้ ฉันกับพี่สาวไม่รีบหรอก

เมื่อเขาพักหายใจหายคอ สัญญาว่าจ้างถูกวางตรงหน้าฉัน แล้วเจ้านายก็เดินหายไปกับสายลม ปล่อยให้ฉันและพี่สาวนั่งงมโข่งอยู่กับสัญญาว่าจ้าง

"พี่!"

"ฮะ"

"เจ้านายพี่ ยังดูหนุ่มอยู่เลยนะ"

ฉันแกล้งแซวพี่สาวเล่นๆ

"พี่ชอบเขาหรอ ฉันว่านะ เขาอายุแค่ 36 ต่างจากพี่แค่ 11 ปีเอง ถ้าพี่ชอบ พี่ก็จับเขาเลยสิ"

ตุ๊บ!

"ยัยน้องบ้า เอาหัวโป้ Teen คิดรึยังไง เขาคงสนฉันหรอก เขารักเมียเขาจะตาย"

พูดแบบนี้ แสดงว่าหล่อนแอบมีใจนะเนี่ย แต่คนอะไร ตีเจ็บเป็นบ้าเลย

"ก็ไหนพี่บอกว่าเมียเขาตายไปแล้วไง พี่ก็จะได้เข้ามาเป็นแม่ให้ลูกชายวัยห้าขวบของเขาไง เด็กๆ ไม่มีแม่ น่าสงสารออกนะพี่"

"..."

พี่สาวฉันทำท่าคิด มันจะเอาจริงหรือวะนี่

ฉันจะปล่อยให้พี่มันทบทวนความรู้สึกดูก่อน ส่วนตัวเองก็ก้มหัวลงอ่านสัญญาที่ได้มา ดูหน้าที่ๆ ฉันต้องทำแล้วก็อดโพล่งออกมาไม่ได้

"พี่โปเต้ พี่โปเต้"

"โอ๊ย เขย่าอะไรวะ"

"ไหนพี่บอกให้ฉันดูแลเด็ก 5 ขวบ แต่ในนี้เขาบอกว่าเด็กแฝด 5 คน"

"แกจะบ้าหรอ ฉันได้ยินว่า 5 ขวบเว้ย ไหนเอามาดูดิ"

พี่โปเต้ฉกกระดาษไปจากมือฉันไวปานจรวด พร้อมกับขมวดคิ้วมอง คุณเธอยังทำหน้าเหมือนกับว่าฉันเป็นเด็กเลี้ยงแกะ แพะ หรือแม้แต่เลี้ยงควาย

"เฮ้ย เจ้านายฉันเขียนสัญญาผิดรึเปล่า"

เขียนผิดก็ควายแล้ว เอ้ย ขอโทษ ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย พอดีมันติดมาจากข้างบน โชคดีนะเนี่ยที่ไม่เอ่ยออกไป

"พี่ถามฉันแล้วฉันจะไปถามใคร"

"นี่ครับน้ำ มีอะไรกันรึเปล่าครับ"

คุณซึกิโนะส่งแก้วน้ำมาให้เรา นี่ฉันมัวแต่ง่วนอยู่กับสัญญาจนไม่สังเกตเห็นคนตัวโตที่มายืนอยู่ตรงหน้าเลยรึยังไงนะ (เออ)

"เจ้านายคะ"

พี่สาวฉันมันทำตัวบิด สงสัยจะชอบเอามากๆ นะเนี่ย เชื่อเขาเลยแม่คู้นนนน ช่วยทำหน้าที่ของเธอให้เสร็จทีได้ไหมคุณพี่สาว ทำไมไม่รู้จักเก็บความรู้สึกบ้างเลยนะ ส่งสัยต้องหาหนังสือ ,จิตวิทยา ศาสตร์แห่งการควมคุมความรู้สึก' มาให้หล่อนอ่านบ้างซะแล้ว

"น้องสาวฉันถามว่า เธอต้องดูแลเด็ก 5 คนเหรอคะ คือว่า...พวกเราเข้าใจกันว่า เธอจะต้องมาดูแลเด็ก 5 ขวบเสียอีก"


**************

ขอขอบคุณและแสดงความเสียใจต่อเพื่อนๆ ทุกคนที่หลวมตัวเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ ตอนนี้นาตกำลังทำการรีไรท์ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว จนชาตินี้ก็ยังไม่เสร็จสักที  ตอนนี้นาตแบ่งตอนใหม่ เพิ่มเต้มเนื้อหาคร่าวๆ รวมๆ แล้วก็ประมาณ 15 ตอนที่เสร็จสมบูรณ์ (มั้งจ้ะ) ฮ่าๆๆ จะทะยอยลงเรื่อยๆ แล้วแต่ความสามารถและอาชีพ ส่วนจะรวดเร็วหรือไม่มากน้อยแค่ไหน หรือมีใครอยากรู้อะไรเกี่ยวกับนาตในช่วงเวลาที่หายไป เชิญเข้ามาชมหรือประนามในไดอารี่ได้ตามสบาย
http://my.dek-d.com/Mcfly_Ultraviol/diary
บางครั้งท่านอาจจะเห็นนาตไปโผล่อีกไดอารี่หนึ่งคือ
http://my.dek-d.com/no_reason/diary
ตามตะปบเขมือบ ขย่ำ ขู่ กัด ได้ทุกที่ที่ท่านสามารถค้นหาตัวเราเจอ ฮ่าๆๆ หุหุ

วันนี้ขอลาจาก

Waiting season*

คือ

ฤดูกาลแห่งการรอคอย

(อันนี้พวกเราแปลออก เธอไม่ต้องเสนอ ฮ่าๆๆ : จากคนอ่าน)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

473 ความคิดเห็น

  1. #473 dollydingyexol (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 / 20:55
    น่าสนนะคะ
    #473
    0