เมียไม่ได้รัก

ตอนที่ 9 : จำใจกลับรังรอน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

บทที่ 9

จำใจกลับรังรอน 1

 

 

 

 

 

ปัง...

เสียงดัง เมื่อมีอะไรบางอย่างมากระแทกกับบานประตูหน้าห้องอย่างแรง 

เนตรปรีญาสะดุ้งโหยงตกใจผงกหน้าขึ้นมองมองดู แต่บานประตูยังปิดสนิทอยู่เช่นเดิม ไม่ได้ยิน และไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ตามมา จึงผงกหน้ากลับมาสนใจที่หน้าจอแลปท็อปดังเดิม

ตอนนี้เธอกำลังหางานทำอยู่ และอยากได้งานที่เชียงใหม่ หรือจังหวัดใกล้ๆ ทางภาคเหนือ

เธอเรียนที่นี่มาสี่ปี คุ้นเคยกับถนนหนทางและผู้คน เธอชอบที่มันเป็นเมืองสบายๆ ไม่เร่งรีบแข่งขันเหมือนตอนอยู่ที่กรงุเทพฯ และเธอก็บอกผู้เป็นป้าไปแล้ว

ตอนนี้ ยังรอแค่เอกสารรับรองคุณวุฒิจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เพื่อจะนำไปยื่นให้บริษัทที่รับสมัครพิจารณา ระหว่างนี้ เธอก็เตรียมเอกสารอื่นๆ และหาข้อมูลบริษัท และงานที่น่าสนใจดูๆ ไปก่อน

ที่ลำพูนใกล้ๆ กันนี่เอง ก็มีนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการแรงงานจำนวนมาก เธอคิดว่าคงหางานทำได้ไม่ยาก ตอนนี้ก็แค่รอเอกสารพร้อม เกตุแก้วเองก็สอบโปรเจคผ่านแล้ว เลยชักชวนกันไว้ว่าจะไปหางานทำใกล้ๆ กัน

“กรี๊ด...”

เสียงหวีดร้องดังขึ้นมาอยู่แถวๆ หน้าประตูห้องกระชากเธอออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง อารามตกใจ จึงรีบพรวดพราดลุกไปเปิดประตูห้อง แล้วก็ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นของเหลวสีแดงฉานนองเต็มพื้น

 “เลือด....เลือดใครน่ะ?” รุ่นน้องผู้หญิงที่พักอยู่ชั้นเดียวกันชี้มาตรงหน้าเธอมือไม้สั่น

เนตรปรีญากวาดสายตาตะลึงตะลานมองหน้าห้องของตัวเอง กลิ่นคาวคลุ้งที่อวลตลบบอกให้รู้ว่ามันคือเลือด

“อะไรเหรอเนตร เกิดอะไรขึ้น?” เกตุแก้วที่อยู่ห้องติดกันชะโงกหน้าออกมาดู ก่อนจะร้องวี้ดว้ายอย่างตกใจ เมื่อเห็นเช่นเดียวกับเธอ

“อะไรนั่น? เลือดเหรอ?”

“น่าจะใช่”

“แล้วใครทำ? เกิดอะไรขึ้น?”

เธอสั่นหน้าดิก ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ที่มาที่ไปเช่นกัน ถุงพลาสติกที่แตกตกอยู่ไม่ไกล น่าจะเป็นที่มา

“ถุงพลาสติกอ่ะเกตุ มันน่าจะแตกมาจากถุงนี่” ชี้ให้เพื่อนดู

เกตุแก้วจึงเดินมาดันบานประตู

“ดูเหมือนจะมีใครปาถุงเลือดนี่ใส่ห้องเธอน่ะ”

“ใครล่ะ?” หน้าฉงนอย่างคิดไม่ออก

“บ้าจริง เอาเลือดมาปาใส่ นี่มันตั้งใจข่มขู่กันชัดๆ” เกตุแก้วว่าอย่างเคืองๆ หลังจากที่ตั้งสติได้ 

ความวัวยังไม่ทันหาย ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างล่างตึกที่พัก

“น้องคะ ฟีโน่สีเหลืองนี่รถใคร ลงมาดูหน่อยเร็ว” 

“ฟิโน่เหลือง...รถฉันนี่” เกตุแก้วทำท่านึกได้ กลับเข้าห้องไปสวมรองเท้าแล้ววิ่งออกมา

“อี๋...เลือดทั้งนั้น เดี๋ยวค่อยกลับมาล้างป่ะ มีหวังป้าแม่บ้านด่าแน่ๆ ไปส่งฉันหน่อยสิเนตร” 

เนตรปรีญาจึงรีบคว้ารองเท้ามาสวมใส่ แล้วปิดประตูงับห้องเอาไว้ พอลงมาถึงข้างล่าง ก็เห็นรถมอเตอร์ไซด์ของเกตุแก้วที่จอดเอาไว้ ถูกกรีดเบาะ พ่นสีสเปรย์ และยังเจาะยางทั้งสองล้อ 

“ใครทำรถฉัน?” เพื่อนสาวเอ็ดอึงเสียงดัง หน้าแดงอย่างโกรธจัด 

“ไม่รู้นะ เดินลงมาก็เห็นเป็นแบบนี้แล้ว” คนที่พากันเกาะกลุ่มยืนดูรีบปฏิเสธพัลวัน แล้วพากันมองมาที่เธอทั้งสองคนอย่างสงสัยแคลงใจว่าไปมีเรื่องมีราวกับใคร

ยังไม่ทันจะจับมือใครดมได้ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังระรัวขึ้นมา

“อะไรนะคะ ชิษณุรถล้มอยู่โรงพยาบาล” หลังจากรับสายก็ยังคงเป็นข่าวร้ายอย่างต่อเนื่อง 

เกตุแก้วผงกหน้าขึ้นมามองหน้าเธอ หรี่ตาลง เงี่ยหูฟังตลอดการสนทนากระทั่งวางโทรศัพท์ลงไป ก็ดึงตัวเนตรปรีญากลับขึ้นห้อง แล้วปิดประตูคุยกันสองคน

“ณุรถล้มได้ยังไง?”

“เขาบอกว่า เหมือนมีคนถีบรถนะ จู่ๆ ก็มีมอเตอร์ไซด์เร่งเครื่องขับมาขนาบ แล้วรถก็เสียหลักล้มลง แล้วมันตะโกนขู่ว่า บอกเพื่อนมึงระวังตัวดีๆ ณุเขาคิดว่า พวกมันหมายถึงฉันน่ะ” 

เกตุแก้วเบิกตาโพลงอ้าปากค้าง

“เนตร ฉันว่าเธออยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว...ทั้งโดนปาเลือดหน้าห้อง ทั้งกรีดเบาะเจาะยาง พ่นสเปรย์ แล้วนายณุยังจะมาโดนถีบรถล้มอีก เธอไม่คิดบ้างหรือเนตรว่านี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พวกมันจงใจขู่เธออยู่น่ะ?”

“เธอคิดอย่างนั้นเหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ ที่เธอไปเตะผ่าหมากไอ้ว่านไง ฉันว่ามันกำลังตามเอาคืนพวกเราอยู่ และนายณุมันก็ต้องคิดเหมือนกัน ถึงได้โทรศัพท์มาเตือนเธอน่ะ”

“แต่มันก็ตั้งสองอาทิตย์มาแล้วนะ”

“นั่นแหละ มันรู้ไง ถ้าเกิดเรื่องเอาคืนทันที ตำรวจต้องสงสัยมันแน่ และบางทีมันก็อาจจะกำลังหาตัวพวกเราเจอก็ได้”

หัวใจเธอเต้นไม่เป็นส่ำขึ้นมาด้วยความกลัว

“จะใช่เหรอ?”

“ฉันไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร และคนที่ใช้รถฉันขี่ไปไหนมาไหน ก็มีแค่เราสองคนนะ”

“แล้วยังไงล่ะ หรือว่าเราจะไปแจ้งความ ให้ตำรวจมาจัดการกับพวกมัน”

“เราไม่มีหลักฐานว่ามันทำน่ะสิ กล้องวงจรปิดที่หอ ก็ยังไม่ได้ซ่อม จะเอาหลักฐานมาจากไหนให้ตำรวจจัดการกับมันล่ะ? หรือว่านายณุ มันเห็นหน้าคนที่ถีบรถมันล้ม” 

“ณุไม่รู้” เธอสั่นหน้า “เขาแค่สงสัย”

“เห็นมั้ย ว่าเขาก็คิดเหมือนฉัน และฉันคิดไม่ออกเลยนะ ว่าพวกเราไปมีเรื่องหรือมีศัตรูกับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่อีก แล้วคนที่เคยมีเรื่องกับไอ้ว่าน เล่าว่า ก็โดนมันลอบกัดอย่างนี้แหละ และก็ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดถูกคลุมหัวซ้อมแล้วจับโยนน้ำเกือบตายเลยนะ”

คำพูดของเกตุแก้ว เขย่าขวัญสั่นประสาทจนเธอขนลุกขนชันขึ้นมา

“และมันก็ไม่ทิ้งหลักฐานอะไรให้ตามลากคอมาเข้าคุกด้วยนะ หรือว่าเธอจะรอเป็นศพก่อนล่ะ?”

เนตรปรีญาสั่นหน้าดิก กลัวขึ้นมาจริงๆ

“แล้วจะให้ฉันหลบไปอยู่ไหนก่อนล่ะ ใบเกรดก็ยังไม่ออกเลย”

“เธอก็กลับบ้านไปก่อนสิ อย่างน้อยที่บ้านก็ปลอดภัยและอุ่นใจกว่านะ ส่วนใบเกรด เดี๋ยวฉันจะรอเอาไปให้เอง”

“แล้วเราก็ค่อยขึ้นรถกลับมาสมัครงานอีกทีนี่นะ โอ้ย! วุ่นวายยุ่งยากชะมัด”

“ก็ดีกว่าไม่มีชีวิต ไม่มีลมหายใจ ให้มาวุ่นวายยุ่งยากละกัน เธอไม่กลัว แต่ฉันกลัวนะ” เกตุแก้วว่าหน้าเครียด

“นี่ฉันต้องไปจริงเหรอ?”

“จริง และเร็วที่สุดด้วย แค่เริ่มมันยังขนาดนี้นะเนตร ถ้ามันเอาจริงขึ้นมา เกิดเราออกไปซื้ออะไรแล้วถูกฉุดไปลงแขกล่ะ? ไอ้บ้านี่มันทั้งหื่น ทั้งเจ้าคิดเจ้าแค้น”

เนตรปรีญาปากสั่นตัวสั่นไปหมดกับคำสันนิษฐานในทางร้ายของเพื่อน เธอไม่อยากเสี่ยง และนี่เป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่ตอนนี้

จึงตัดสินใจเก็บของใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องบินในค่ำวันนั้นเลย อย่างน้อยที่บ้านฉัตราพรก็ปลอดภัย มีอยู่ที่กิน ให้อุ่นใจ และถ้าเธอไม่หยิ่งจนเกินไป ก็ยังจะได้งานทำ โดยไม่ต้องไปตระเวนหาให้เหนื่อยและเสียเวลาอีกด้วย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น