เมียไม่ได้รัก

ตอนที่ 5 : เป็นเรื่องเป็นราว 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

บทที่ 5

เป็นเรื่อง เป็นราว 1

 

 

 

 

“ยินดีด้วย โปรเจคของเธอผ่านแล้ว”

ผลสรุปจากคณะกรรมการสอบทั้งสามคน ต่างลงความเห็นว่าสิ่งที่เธอเคี่ยวกรำทำมาหลายเดือน ดีพอที่จะยืนยันถึงความรู้ความสามารถตลอดสี่ปีที่ร่ำเรียนมา ว่าจะนำไปประกอบสัมมาอาชีพเลี้ยงตัวเองได้

“แปลว่าหนูเรียนจบแล้วใช่ไหมคะอาจารย์” เสียงใสถามขึ้นมา นัยน์ตาทอประกายระยิบระยับ 

“จ๊ะ...จบแล้ว หรือว่าอยากอยู่ต่ออีกสักเทอมล่ะ?” อาจารย์ถามกลับมาอย่างอารมณ์ดี

“ไม่แล้วค่ะ...” เธอรีบสั่นหน้าระรัว เก็บความดีใจและรอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ไม่อยู่

“หนูแค่ดีใจ ดีใจมาก ดีใจที่สุดเลย” หัวใจโล่งวาบเหมือนเพิ่งยกภูเขาออกจากอก นี่ถือว่าเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิตเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ 

“เดี๋ยวก่อนเนตรปรีญา อย่าเพิ่งดีใจไป” เสียงเข้มของด็อกเตอร์ลักขณา หนึ่งในคณะกรรมการสอบปรามคนตื่นเต้นเอาไว้

ยิ้มในใบหน้าหุบฉับลงแทบไม่ทัน กลั้นใจฟังประโยคที่อาจารย์จะพูดต่อ

“จากผลการเรียนที่สะสมมาตลอดสี่ปี...” อาจารย์ทำหน้าขรึม “อาจารย์คิดว่าเธอ...”

สองมือที่วางหน้าตัก จิกเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษากำลังจะเอ่ยออกมา

“เธอน่าจะได้เกียรตินิยมด้วย ดีใจด้วยนะจ๊ะ”

สองมือกำแน่นยกขึ้นมาเขย่า

จริงๆ แล้วเธออยากกรี๊ดออกมาดังๆ อย่างดีใจ แต่กลัวว่าอาจารย์จะเปลี่ยนใจปรับให้ตก ก็เลยเก็บกลั้นมันเอาไว้ ความยินดีเอ่อล้นขึ้นมาในอกซ้ำ 

“อาจารย์ดีใจด้วยนะ ต่อไปเธอก็จะเป็นผู้ใหญ่ เข้าสู่ชีวิตวัยทำงานแล้ว เอาความรู้ที่ได้ร่ำเรียน ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและคนอื่น ขอให้ได้งานดีๆ เงินเดือนเยอะๆ ล่ะ”

“ขอบคุณค่ะอาจารย์ ขอบคุณมากๆ” ยกมือขึ้นไหว้อาจารย์ทีละคน กลั้นน้ำตาที่ซึมผุดออกมาไว้ไม่อยู่ ค้อมศีรษะรับคำอวยชัยให้พรอย่างนอบน้อม ก่อนจะขอตัวออกจากห้องสอบมาอย่างโล่งใจ

ใบหน้าที่ยิ้มจนแก้มแทบแตก ก้มลงมองตัวเองในชุดนักศึกษาที่จะได้ใส่เป็นวันสุดท้าย ตื่นเต้นและดีใจอย่างบอกไม่ถูก อีกไม่นาน เธอก็จะหาเงินใช้เองได้ ไม่ต้องเป็นภาระใครให้ต้องอุปการะส่งเสียอีกแล้ว

“ฮัลโล ป้าลักษณ์ เนตรเรียนจบแล้วนะคะ” 

คิดได้ดังนั้น ก็รีบล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมา แจ้งข่าวดีให้คนที่กำลังรอฟังข่าวดีของเธออยู่ 

หลังจากที่พ่อกับแม่แยกทางกันตอนเธออายุได้แปดขวบ และต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่ ไม่มีใครต้องการเธอที่เป็นเหมือนส่วนเกินในชีวิตของพวกเขา เนตรปรีญาก็ได้ป้านงลักษณ์นี่แหละที่ไปรับมาดูแล และได้รู้จักกับคุณโฉมฉาย เจ้านายของป้าที่ส่งเสียให้เธอได้เล่าเรียนศึกษาจนจบปริญญาในวันนี้แล้ว

“เออ...จบก็ดีแล้ว จะได้กลับมาช่วยคุณท่านทำงานทำการ” หากคำพูดของผู้เป็นป้า ทำให้เธอเริ่มเป็นกังวลขึ้นมา

“เอ่อ...เนตรว่า จะหางานทำที่เชียงใหม่นี่เลยน่ะป้า”

“อ้าว! จะอยู่อีกทำไม ก็เรียนจบแล้วนี่ บ้านเราก็ไม่ใช่ แล้วไหนจะค่ากิน ค่าอยู่ ค่าใช้จ่ายอีกตั้งเท่าไหร่ เงินเดือนเด็กจบใหม่อย่างแก จะเหลือใช้สักกี่บาทกันนั่น” สุ้มเสียงถามกลับมาอย่างเป็นห่วงเป็นใย

เธอเข้าใจความห่วงกังวลของผู้เป็นป้าที่เป็นสาวโสดทึนทึก และรักเธอเหมือนลูก

“เอาน่าป้า เนตรจะอยู่ให้ได้ คงไม่รบกวนเงินของป้าหรอกจ๊ะ”

“ไม่ใช่เงินฉันสักหน่อย เงินคุณท่านทั้งนั้นที่ส่งเสียให้แกได้เล่าเรียนน่ะ” ย้ำให้เธอระลึกถึงผู้มีพระคุณตัวจริง ที่ช่วยเหลือค่าเล่าเรียนศึกษามาตั้งแต่ต้น

“จ๊ะป้า เนตรจำได้น่า ยังไงก็ฝากกราบเรียนคุณท่านด้วยว่าเนตรเรียนจบแล้ว”

“ก็แล้วทำไมแกไม่เป็นคนมาบอกท่านเองล่ะ? ตอนนี้ก็ยังไม่ได้งานการทำที่ไหนไม่ใช่เหรอ? ไปอยู่เชียงใหม่ตั้งสี่ซ้าห้าปี กลับมาเยี่ยมบ้านแต่ละทีนับครั้งได้ ไหนๆ จบแล้วก็กลับมาก่อนสิ”

“เนตรเสียดายค่ารถน่ะ ไปๆ กลับๆ เสียเวลาด้วย” เธออ้างไปที่เรื่องเงิน ทั้งที่จริงก็ไม่ได้ขัดสนข้นแค้นขนาดนั้น เงินที่ได้แต่ละเดือน  ใช้จ่ายกินอยู่ได้สบายๆ เลยทีเดียว 

“มันจะสักกี่บาทกันเชียว แล้วแทนที่เรียนจบแกจะกลับมาช่วยงานคุณท่าน ไม่ก็หางานทำอยู่ใกล้ๆ บ้าน ป้าเองจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงแกด้วย” 

ป้าของเธอย้ำเตือนเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่เนตรปรีญาก็บ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบโดยตลอด เพราะเธอไม่อยากกลับกรุงเทพฯ 

ไม่ใช่ว่าเพราะไม่อยากทำงานใกล้บ้าน ไม่คิดตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ เธอถูกสอนมาให้กตัญญูรู้คุณ รู้จักบุญคุณคน แต่เหตุผลสำคัญ ที่ไม่อยากกลับ เพราะเธอรู้ว่าถ้ากลับไป จะต้องไปทำงานที่ไหน กับใครต่างหากล่ะ

‘ฉันไม่มีทางกลับไปเจอหน้าคุณอีกแน่’ เธอให้คำมั่นกับตัวเอง

 

“ไปด้วยกันสิเกตุ นานๆ จะได้ล้มทับนายณุเสียทีนะ” 

เนตรปรีญาคะยั้นคะยอเกตุแก้วให้ไปร่วมฉลองด้วยกันกับเธอด้วย

“เธอไปเถอะ ฉันยังต้องแก้งานอยู่เลย ถึงไปเที่ยวก็ไม่สนุกหรอก” เกตุแก้วก็บ่ายเบี่ยงหน้าตาเหนื่อยล้า

“เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนหลับดี คืนนี้ขอหลับเอาแรงให้เต็มอิ่มก่อน รอบหน้ายังไงฉันต้องผ่านให้ได้” เจ้าตัวว่าอย่างหมายมาด

“งั้นเดี๋ยวรอไปฉลองพร้อมเกตุทีเดียวก็ได้ ขอโทรบอกณุแป๊บนะ”

“โอ้ย! ไม่ต้องหรอก ฉันจะสอบผ่านเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อีกอย่างนายณุ ก็ไม่ได้ชวนฉันสักหน่อย จะให้ไปด้วยเป็น ก ข ค พวกเธอสองคนทำไมกัน”

“ก ข ค อะไรล่ะ ก็เพื่อนกันทั้งนั้น”

“แล้วนี่เธอยังไม่เลิกเล่นละครเป็นแฟนนายณุอีกหรือไง ยัยรสเขาก็มีแฟนใหม่ไปแล้วนี่ ไม่ได้มาตามตื๊อนายณุมันแล้วไม่ใช่เหรอ?"

“อื้อ...ก็ไม่ได้เล่นละครแล้ว นี่ณุเขาชวนจริงๆ อยากเลี้ยงจริงๆ”

“เขาชอบเธอหรือเปล่าเนตร?”

“บ้า...ไม่หรอกน่า เพื่อนกัน” รีบปฏิเสธทันควัน

“แต่ฉันว่าใช่นะ พฤติกรรมมันแปลกๆ จะว่าไป นายณุก็ไม่เสียหายอะไร นิสัยก็ใช้ได้ ลองดูๆ ไว้ก็ดี”

“นี่ๆ ไม่ต้องมายุเลย เนตรคิดกับณุแค่เพื่อนจริงๆ คบกันอย่างนี้สบายใจกว่าเยอะ”

“อื้อๆ เชื่อก็ได้ ว่าแต่จะไปกินที่ร้านไหนกัน?”

“ยังไม่รู้เลย แล้วแต่เจ้าภาพ”

“ขอให้สนุกก็แล้วกันนะ” เกตุแก้วว่า ก่อนจะขอตัวเข้าห้องไปพักผ่อน แล้วแก้โปรเจคงานที่ยังมีจุดบกพร่อง

เนตรปรีญาจึงกลับเข้าห้อง นอนงีบพักเอาแรง และตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเวลาเย็นย่ำ จึงลุกมาอาบน้ำอาบท่า ปลุกตัวเองให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นเพื่อจะออกไปฉลอง

เธอกับชิษณุรู้จักกันตอนรับน้องปีหนึ่ง แต่เรียนกันคนละคณะ และคบหากันมาฉันท์คนรู้จัก กระทั่งเมื่อปีก่อน เพื่อนชายมาปรึกษาเรื่องแฟนสาวที่เลิกกันไปตามตอแย

และของแรงไหว้วานให้เธอช่วยเล่นละครเป็นแฟนเขา หวังให้อีกฝ่ายเลิกตื๊อ อันที่จริงเธอก็ไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของใครหรอก แต่เพราะคำขอร้อง แถมยังมีค่าจ้างงามๆ ติดปลายนวมมาด้วย เนตรปรีญาก็เลยโอเค

และภารกิจนั้นก็จบลงไปได้หลายเดือนแล้ว เมื่อสาวเจ้าเลิกตื๊อเพื่อนหนุ่มแล้วไปมีแฟนใหม่

แต่เธอและชิษณุก็ยังคงสนิทสนม พึ่งพา ไหว้วานอาศัยกันอยู่เรื่อยๆ อย่างที่ขอให้เขามารับไปส่งที่มหาวิทยาลัยเมื่อเช้านี้นั่นไงเล่า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น