เมียไม่ได้รัก

ตอนที่ 34 : คนชอบแกล้ง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

บทที่ 34

คนชอบแกล้ง 2

 

 

 

 “ผมกับเนตรอุตส่าห์กลับมานอนบ้าน ว่าจะมาอยู่ให้คุณย่าชื่นใจเสียหน่อย ก็หนีพวกเราไปอยู่วัดอีก”

“หนีไปอยู่วัดอะไร? ย่าแค่จะไปปฏิบัติธรรมคืนเดียวเอง นัดเพื่อนฝูงเขาเอาไว้แล้ว ติกับเนตรไม่บอกก่อนล่วงหน้า จะให้ย่าเสียคำพูดได้ยังไงล่ะ” คุณโฉมฉายแก้ตัว เมื่อทั้งเธอและเขาไปถึง ท่านก็กำลังจะให้นายศักดาไปส่งไปวัดพอดี

“เราสองคนก็มากันทุกอาทิตย์อยู่แล้วนี่ครับ” อติวัฒน์ว่าทำหน้างอน

“เอาน่าติ...ย่าไปคืนเดียวเอง...เราสองคนก็อยู่บ้านกันไปสิ ถือโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศด้วย ออกมาเจอต้นไม้ใบหญ้าท้องฟ้า ให้ลมเย็นๆ มันโกรกเสียบ้าง เอาแต่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยม เดี๋ยวก็เป็นไอ้โรคอะไรสมัยใหม่ ที่คนทำงานนั่งโต๊ะเขาชอบเป็นกัน ” 

“แล้วนี่ต้องนอนที่วัดหรือครับ?”

“ใช่ นอนคืนหนึ่ง แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะ เพื่อนเยอะแยะ แม่ลักษณ์เขาก็ไปด้วยกัน”  พยักพเยิดหน้าไปทางป้าของหญิงสาว ที่เป็นต้นห้องมาตั้งแต่เขายังจำความได้ ทั้งอยู่กันมานาน และยังวัยใกล้เคียงกัน คุณโฉมฉายและป้านงลักษณ์จึงเหมือนคู่หู ไปไหนไปกัน 

นั่นเป็นเหตุผลให้ทั้งเขาและท่านต้องเกรงใจคนเก่าคนแก่ ที่จงรักภักดีร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานปี ไม่เคยหนีทิ้งกันไปไหน

อติวัฒน์ผงกหน้าอย่างเสียไม่ได้ เพราะจะเป็นการขัดบุญขวางทางไปสวรรค์ของผู้เป็นย่าเสียเปล่าๆ

“แล้วนี่เราสองคน ยังไม่ได้ไปฮันนิมูนกันอีกหรือ?” ท่านถาม เพราะเห็นทั้งเธอและเขา ต่างทำงานกันจนแทบไม่มีวันหยุด

ยิ่งตั้งแต่เมื่อเปิดครัวอาหารเพื่อสุขภาพ ลูกค้าก็หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะวันหยุด พนักงานยังมีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำงานและหยุดพักผ่อน แต่เนตรปรีญาไม่มีวันหยุดเลย 

จนต้องวางแผนปฏิทินงานใหม่ กำหนดหยุดเดือนและหนึ่งครั้ง เสาร์อาทิตย์ของกลางเดือน ซึ่งลูกค้าจะบางตาหน่อย และนี่ก็เป็นปฐมฤกษ์แรกที่ได้หยุด เพียงแค่สองวัน เขาก็ไม่อยากขับรถไปไหนไกลให้เหนื่อย 

บ้านฉัตราพรจึงเป็นที่พักผ่อนที่ดีที่สุด และตั้งใจว่าจะมาใช้เวลากับผู้เป็นย่าด้วย 

“ยังไม่มีเวลาเลยครับ ทำงานกันทุกวัน โดยเฉพาะเนตรไม่ได้หยุดเลย แต่อาทิตย์หน้า ว่าจะไปเชียงใหม่กัน เพราะอาจารย์ของเนตร ขอให้เขาไปช่วยเป็นวิทยากร”

“งั้นเหรอ?”

“ค่ะ มีงานมหกรรมอาหารที่มหาวิทยาลัยพอดี อาจารย์อยากให้เนตรไปแบ่งปันประสบการณ์ให้กับรุ่นน้อง และคนที่สนใจ คุณติก็พอจะมีเวลาว่าง ก็เลยว่าจะไปด้วยกัน ต่างไปดูงานด้วย เผื่อจะได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ เอามาปรับใช้ที่โรงแรม”

“ดีๆ ผัวหาบเมียคอน ช่วยกันทำมาหากิน ฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ เลยเนตร” ท่านว่าด้วยสายตาชื่นใจ หันไปสบตากับหลานชายอย่างรู้กันสองคน

“งั้นก็พักผ่อนกันให้เต็มที่ก็แล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้บ่ายๆ ย่าก็กลับมาแล้ว”

“จะให้เราไปส่งไหมครับ?”

“ไม่ต้องหรอก ให้นายศักดาไปส่งน่ะดีแล้ว เราสองคนจะได้พักผ่อน ย่าเพิ่งให้เจ้าส้มแป้นมันเข้าไปทำความสะอาดห้องหับของเราวันก่อนนี่เอง” 

“ผมว่าจะไปนอนที่เรือนริมน้ำครับ ที่นั่นเย็นดี ได้บรรยากาศดีด้วย”

“แถวนั้นหญ้ารก ย่าไม่ได้ให้คนไปแผ้วถางเก็บกวาดไว้ให้ กลัวงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะ” 

ท่านเอ่ยแบ่งรับแบ่งสู้ หันมามองหน้าเธออย่างพินิจพิจารณา

“หน้าซีดๆ เซียวๆ นะเนตร จะมีข่าวดีหรือเปล่า?”

เนตรปรีญาทำหน้าไม่ถูกขึ้นมา พักนี้มีคนทักหลายคนเหลือเกินเรื่องนี้

“เอ่อ...ข่าวดีอะไรคะคุณท่าน?”

คุณโฉมฉายทำหน้าขัดใจที่เธอทำไม่รู้ไม่ชี้ หันไปทางหลานชาย

“ย่ารออุ้มเหลนอยู่นะติ เรื่องงานถ้าอยู่ตัวแล้ว เพลาๆ บ้างก็ได้ เงินย่ามีเยอะแล้ว อยากได้ยินเสียงเด็กเล็กๆ มาวิ่งเจี๊ยวจ๊าวในบ้านมากกว่า” 

เขาหัวเราะไม่เต็มเสียง

“คุณย่าบอกผมคนเดียวไม่ได้หรอกครับ ต้องไปติวทางหลานสะใภ้โน่น ชอบบ่ายเบี่ยงเกี่ยงงอนอยู่เรื่อย” จู่ๆ เขาก็โยนกลองมาให้เธอหน้าตาเฉย

สายตาของคุณโฉมฉายจึงวกกลับมาที่เธอ

“อะไรกันแม่เนตร ยังสาวยังแส้แท้ๆ เรื่องอย่างนี้มันมัดใจผัว พอๆ กับเสน่ห์ปลายจวักนั่นแหละ อย่าได้ละเลยเชียว”

เธอขึงตามองหน้าคนที่ทำให้คนอื่นคิดว่าเธอเกี่ยงงอนละเลยหน้าที่

“ความสุขของฉันมันก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง อายุจะยืนยาวถึงพรุ่งนี้มะรืนนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เรื่องเหลนนี่ ฉันฝากความหวังไว้กับเธอเลย แล้วก็ต้องมีเยอะๆ จะมามีคน สองคนไม่ได้ อายุเรายังน้อย สักสี่ซ้าห้าหกคนก็ยังไหว และไม่ต้องกลัวไม่มีคนช่วยเลี้ยงด้วย เต็มบ้านครืดๆ ไม่ให้เธอต้องเหนื่อยคนเดียวหรอก ทำหน้าที่ฝ่ายผลิตอย่างเดียวก็ได้ ฉันชอบนักเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน มันมีความสุข ชื่นหัวใจเฒ่าชะแลแก่ชราอย่างฉันเหลือเกิน” มือเหี่ยวย่นยื่นมาลูบแขนลูบไหล่เธออย่างฝากความหวังเต็มที่

เห็นสีหน้า แววตา และได้ฟังน้ำเสียงของท่าน เนตร ปรีญาก็อ้ำอึ้งพูดไม่ออก

“ส่วนผมคุณย่าไม่ต้องห่วง ฟิตปั๋งพร้อมเดินหน้าผลิตเต็มที่ บางทีอาจจะได้คืนนี้เลยก็ได้นะครับ ถ้าเนตรเขาไม่งอแงน่ะครับ”

เนตรปรีญากลอกตาไปค้อนวงโต อยากเหน็บเนื้อเขาให้เขียว แต่พอเห็นสีหน้าแววตาระรื่น ก็ทำได้แค่นั้นแหละ ก่อนจะรับปากรับคำคุณโฉมฉายไม่เต็มเสียงนัก

 

 

“พายเรือดีๆ สิคะคุณติ โคลงไปโคลงมา เดี๋ยวเรือก็คว่ำหรอก” เธอบอกฝีพายหน้าหงิก ที่ลากพามาเก็บสายบัวด้วยกันจนได้ 

“ก็มันติดกอบัวเห็นไหม? แน่นไปทั้งสระ” เขาบ่น 

“ร้อนก็ร้อน แทนที่จะใช้ใครมาเก็บ จำเพาะต้องอยากใช้ผัวด้วย” 

คำว่า ‘ผัว’เน้นหนักชัดเจน จนเธอหลุดหัวเราะคิกออกมาอย่างขำๆ มองคนหน้าบึ้ง เหงื่อผุดพราย

“ก็เนตรบอกว่าให้มาเก็บกันตอนเย็นอีกนิด คุณก็เร่งจะให้มาตอนนี้”

“ก็ฉันอยากกินแล้วนี่ ไม่ได้กินมาตั้งนาน ทั้งแกงกะทิสายบัว ทั้งรากบัวเชื่อม กว่าเธอจะทำเสร็จอีกล่ะ”

ว่าแล้วก็วาดไม้พายเข้าไปใกล้กอบัว แล้วเอื้อมมือไปเด็ดฝักบัวที่อยู่ใกล้ๆ 

“ไม่ได้กินเม็ดบัวมานานแล้ว” สายตาลุกวาวเหมือนเด็กเวลาเจอขนมที่โปรดปราน 

แล้วอติวัฒน์ก็แกะฝักบัวกินหน้าตาเฉย ปล่อยให้เรือลอยคว้างไม่ไปทางไหน

“ถ้าไม่พายก็ยื่นไม้พายมาให้เนตรค่ะ เดี๋ยวพายเอง” เธอยื่นมือไปหา และเขาก็ส่งไม้พายให้แต่โดยดี 

ต้องเป็นเธอที่พายเรือไปหาสายบัวสวยๆ เหมาะที่จะเอาไปทำแกง แล้วไหนจะต้องออกแรงดึงรากบัว เพื่อเอาไปทำของหวานให้ใครบางคนทื่มือไม่พาย นั่งกินเม็ดบัวราวกับเด็กๆ อย่างเอร็ดอร่อยอยู่คนเดียว

รู้อย่างนี้ เธอคงไม่ชวนเขามาให้หนักเรือเป็นแน่ ไม่ช่วยแล้วยังมาทำตัวเป็นภาระกันอีก

“เธอพายเรือเป็นจริงหรือเปล่านั่น? พายวนอยู่ได้ เวียนหัวนะ” ไม่ช่วยแล้วยังบ่นอีก

เนตรปรีญาหน้าง้ำ

“เนตรพายหาสายบัวสวยๆ ค่ะ” 

“ฉันเห็นอันไหนก็เหมือนกันหมด รีบๆ เก็บเหอะน่าร้อนจะตายอยู่แล้ว”

“คุณตินี่ มาหนักเรือเปล่าๆ จริงๆ นะคะ” เธอโพล่งขึ้นมาอย่างหมดความอดทนกับเขาแล้วจริงๆ 

เขาร้อนคนเดียวหรือไงกัน เธอเองก็ร้อน บอกให้มาเก็บเย็นๆ ก็เร่งให้มาตอนบ่าย แดดยังไม่ซาเลย พอมาก็ไม่ช่วยอะไรอีก

“แล้วเธอลากฉันมาด้วยทำไมล่ะ?”

“ก็คุณติเป็นคนอยากกินนี่คะ”

“ใช้คนอื่นมาเก็บก็ได้”

“คุณตินี่....” เธอไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมานิยามจำกัดความคนตรงหน้านี่ดี

“ฉันทำไม?” พยักพเยิดหน้าถาม

“มือไม่พาย...แล้วยังเป็นภาระ”

“มือไม่พาย ก็ต้องเอาเท้าราน้ำสิ” ไม่ว่าเปล่า เมื่อสองขาที่นั่งขัดสมาธิอยู่อีกฟากของลำเรือดีๆ กางเหยียดออกมาแล้วจุ่มละน้ำ

“คุณติ...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงสูงอย่างไม่พอใจ หน้างอง้ำนึกอยากเอาไม้พายฟาดให้ตกเรือไปเสียจริงๆ 

“ร้อนๆ รีบๆ เก็บเร็ว ฉันอยากเข้าฝั่งแล้ว” เขาเร่งเร้า แล้วไม่พูดเปล่า เมื่อเท้ามือสองข้างกับกาบเรือ แล้วขยับตัวจนสั่นโคลงไปมา

“อ๊ะ...คุณติ อย่าดิ้นสิคะ อยู่นิ่งๆ”

แต่ยิ่งเธอห้าม เขาก็ยิ่งเขย่าแรงขึ้น

“คุณติ เดี๋ยวเรือคว่ำ” เธอแหวเข้าใส่ พร้อมยกไม้พายขึ้นฟาดไปเสียทีอย่างเหลืออด

“เนตรปรีญา” เขาเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่นเมื่อโดนตีเข้าไป ทั้งที่ก็ไม่ได้แรงอะไรเลย

“นี่เธอกล้าตีฉันเหรอ?”

“ก็เนตรบอกคุณติแล้วว่าให้หยุดๆ ก็ไม่ยอมหยุด เดี๋ยวเรือก็คว่ำหรอก” เธอตอบโต้กลับไปเสียงดัง ไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาได้ใจอีกแล้ว

“กล้าตีฉันเหรอ? งั้นก็ไม่ต้องรอเดี๋ยว คว่ำมันตอนนี้เลย” คนตัวโตทำตัวเป็นเด็กโข่งเกเรว่า แล้วโคลงเรือหนักเสียยิ่งกว่าเดิมจนเธอเวียนหัว

“อ๊ะ...คุณติ อย่า...ไม่...อย่าทำสิ” สองมือยกไม้พายหนักๆ ขึ้นมา ทำให้พลอยเสียการทรงตัว และเมื่อเรือโคลงหนัก เธอที่หมายหวดไม้พายใส่คนขี้แกล้ง ก็หล่นลงน้ำโครม พร้อมกันกับเขา ที่โดนไม้พายฟาดเข้าใส่เพียงเฉี่ยวๆ เท่านั้นเอง

 

แฟนๆ จ๋า รัชริลจะลงตัวอย่างให้อ่านประมาณ 70 - 80 % นะคะ
จะลงให้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 นะคะ
แล้วจะขออนุญาตติดเหรียญบางตอน หลังจากนั้นนะคะ 
อยากอ่านอีบุ๊กฉบับเต็ม กดลิงค์ ไปซื้อได้เลยค่า

 

ที่เพจ นักเขียน : รัชริล วชิราภา ฟ้าเคียงดาว

 

 

ขอบคุณที่ติดตาม คอมเม้นต์ กดหัวใจ ให้กำลังใจ "เมียไม่ได้รัก" นะคะ  

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น