เมียไม่ได้รัก

ตอนที่ 3 : อดีตไม่น่าจดจำ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,691
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

บทที่ 3

อดีตไม่น่าจดจำ

 

 

 

 

 

 

“ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าเธอจะไม่พูด”

เสียงคำรามชิดอยู่ข้างใบหูอย่างข่มขู่นั่น เขย่าขวัญสั่นประสาทเธออย่างเหลือเกิน

“น่ะ...น่ะ...เนตร..เนตรสัญญาค่ะ...สัญญา...” รีบระล่ำระลักรับปากรับคำออกไป 

ความร้อนจากเรือนกายหนาและแข็งแรง กลิ่นกายแบบผู้ชาย ไหนยังจะภาพที่เห็นจะจะเต็มสองตา ทำเอาสติสตังปั่นป่วนไปหมด ตัวสั่นงันงกทำอะไรไม่ถูก

“คุณติอย่าทำอะไรเนตรเลยนะคะ...ปล่อยเนตรไปเถอะค่ะ”

“นี่คิดว่าฉันจะทำอะไรเธองั้นเหรอ?” เขากัดฟันกรอด ถามลอดไรฟันกลับมา

“ก็....เอ่อ...อ่า...” เธอเกิดติดอ่างขึ้นมากะทันหัน 

จะให้พูดออกไปจริงๆ เหรอ? แล้วไอ้อะไรแข็งๆ ร้อนๆ ที่กำลังดุนดันอยู่แถวๆ ก้นกับต้นขาจนไม่กล้าหันกลับไปมอง แต่ก็พอคาดเดาได้ว่ามันคืออะไร

ถ้าไม่ใช่ไอ้เจ้าอวัยวะเหมือนไอศกรีมแท่ง ที่วิกานดาดูดกินอย่างเอร็อดร่อยเมื่อครู่นั่น ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้หรอก

 “นี่เธอคิดว่าฉันจะ...” เขาละคำพูดเอาไว้ แล้วเธอก็ได้ยินเสียงกัดฟันกรอดเหมือนกำลังโกรธจัด

“เนตรปรีญา...เธอนี่มันแส่ไม่เข้าเรื่องจริงๆ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว” เขาคำรามข้างหู สองแขนรัดร่างของเธอแน่นเข้าไปอีก

ก่อนจะคืบมือร้อนเข้าไปใต้เสื้อแสงที่เธอสวมใส่ ล้วงหมับจับที่หน้าอก

“อ๊ะ...คุณติ...” 

นิ้วยาวใหญ่กางขยุ้มตะปบจับลงไปบนเนินนมเน้นๆ บีบเค้นฟอนเฟ้นหนักมือจนความเสียววูบวาบจากจุดนั่น พุ่งลงไปที่กลางหว่างขา

“อ๊ะ...โอ๊ะ...คุณติ...ยะ...อย่า...” เสียงร้องห้ามปรามขาดๆ หายๆ เมื่อความสยิวแล่นลามแปลบปลาบ ด้วยไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน  กายสาวปั่นป่วนเหมือนแผงไฟฟ้าลัดวงจร ไม่อาจปัดป้อง ช่วยเหลือตัวเองได้ 

และอติวัฒน์ก็ไม่ได้หยุดลงแค่นั้น คนหยาบคายร้ายกาจซุกมือเข้าไปใต้เสื้อชั้นใน ปัดป้ายปลายนิ้วลงที่ยอดจุก

“อ๊ะ...” เมื่อรู้ว่ามันเป็นจุดอ่อนไหวบนตัวเธอ เขาก็กดอุ้งนิ้วคลึงลงไป

“คุณติ...” สองขาอ่อนยวบแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ถ้าไม่มีร่างใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเป็นหลักพยุงเอาไว้ อีกมือก็ลูบไล้วนลงที่หน้าท้องแบนราบต่ำลงเรื่อยๆ ราวกับเกิดประกายไฟร้อนๆ แล่นลามตามติดทุกส่วนที่มือของคนร้ายกาจคืบลงไป ก่อนจะไถลซุกเข้าไปใต้กางเกงชั้นใน ซอกซอนอุ้งมือปีศาจกับส่วนซอกบนกายสาว ที่ไม่เคยให้ใครที่ไหนได้จับต้องมาก่อน

“อ๊ะ...คุณติ...” ตาเธอเบิกโพลง ร้องลั่นเสียงหลง เนื้อตัวสั่นแรงขึ้นมา

นั่นเป็นครั้งแรก ที่เธอได้รู้จักอารมณ์เร้นลับที่ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวเอง

 

 

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง...

เสียงตบรัวๆ ลงที่หน้าประตูห้องพัก กระชากเธอให้ตื่นจากภวังค์หลับใหลและฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนมานานหลายปี

เฮือก...

เนตรปรีญาสะดุ้งตกใจตื่น ศีรษะผงกขึ้นมาจากโต๊ะญี่ปุ่นที่ฟุบหน้าหลับคาลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัว

“เนตร... แต่งตัวเสร็จหรือยัง? วันนี้มีพรีเซนต์โปรเจคตอนเก้าโมงนะ?” เสียงย้ำเตือนเรื่องสำคัญดังมาจากหน้าห้อง เป็นเสียงของเกตุแก้วเพื่อนสนิทที่พักอยู่ห้องติดกันนี่เอง

หัวใจเธอสั่นระรัว ตั้งสติให้สมองรวบรวมประมวลผลคำพูดของคนหน้าประตู แล้วเหลียวขวับไปมองนาฬิกาที่แขวนติดฝาผนัง

“แปดโมงแล้ว” หัวใจเธอเต้นตึ่กระทึกแรง

“ก็เออนะสิ...ตื่นหรือยังเนี่ย?”

“กำลังตื่นน่ะเกตุ” ยกหลังมือขึ้นมาปาดป้ายเช็ดคราบน้ำลายที่ย้อยไหลมุมปาก

“แล้วแก้งานเสร็จไหม?”

“เสร็จๆ เสร็จแล้ว แต่ฉันยังไม่ได้อาบน้ำ แปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย” 

“ให้เวลาสิบห้านาทีนะ เดี๋ยวฉันจะลงไปรอข้างล่าง” เกตุแก้วตะโกนบอกมา

สิบห้านาที ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว เตรียมของอีก ไม่มีทางทันแน่

“ไม่เป็นไรเกตุ เธอไปก่อนเลย” บอกเพื่อนไป เพราะคิดว่าเธอไม่น่าจะไปทัน และไม่อยากให้เกตุแก้วสายไปด้วยอีกคน

“อ้าว! แล้วเธอจะไปมหาวิทยาลัยยังไงล่ะ?”

ตอนนี้ยังคิดไม่ออก แต่มหาวิทยาลัย กับหอพักไม่ได้ไกลกันมาก ยังไงเธอก็หาทางไปได้

“ฉันไปได้ละกัน ขอบใจมาก...ไปก่อนเลย”

“โอเค...แล้วเจอกันที่คณะ โชคดีนะ” เพื่อนสาวอวยชัยให้พร และเสียงฝีเท้าที่หน้าห้องก็เดินจากไป 

เนตรปรีญารีบขยับมือไปจับเมาส์ เพื่อตรวจเช็กโปรเจคงานที่แก้ไข จำได้ลางๆ ว่าทำเสร็จตอนสักประมาณตีสามตีสี่ หลังจากที่เคี่ยวกรำทำมาอยู่ถึงสองวันเต็ม 

ก่อนพักสายตาแล้วดันหลับยาวมาจนถึงตอนนี้

เธอใจเต้นตึ่กตั่กอย่างลุ้นๆ ว่าได้เซฟข้อมูลเรียบร้อยแล้วจริงๆ ก่อนจะผล็อยร่วงหลับไป

“ยังอยู่...ค่อยโล่งใจหน่อย” ฝ่ามือเล็กแตะทาบลงที่หน้าอก ก่อนจะกดเซฟอีกครั้งกันพลาด และก็อปปี้ลงไปในไดร์ฟสำรองแยกต่างหากอีกทีกันเหนียว

โปรเจคจบการศึกษาใช้เวลาหาข้อมูลและทำวิจัยอยู่ครึ่งค่อนปีได้ กว่าจะสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ ขืนทำหายไปแล้วล่ะก็...เธอคงต้องลงหน่วยกิจซ่อม และเสียเวลาอีกเทอมหนึ่ง...ไม่เอาหรอก

สี่ปีของชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยนานพอดู สี่ปีที่ต้องห่างจากบ้านมาอยู่คนเดียวที่ต่างจังหวัด เธอคิดถึงบ้าน คิดถึงป้านงลักษณ์ คุณโฉมฉาย 

และช่วยไม่ได้ที่อีกคนที่ไม่อยากคิดถึง แต่ดันผ่านแว่บเข้ามาในความคิด จะทำให้เธอขนลุกขนชันขึ้นมา พร้อมกับนึกถึงฝันบ้าฝันบอที่ติดอยู่ในหัว

บรึ๋ย...

ใบหน้าซีดขาวของคนเพิ่งตื่น สั่นไปมาไล่ภาพใบหน้าของเขา และความทรงจำเกี่ยวกับคนคนนั้นออกไปให้หมด ก่อนจะปิดแล็ปท็อป แล้วลุกไปอาบน้ำอาบท่า ล้างหน้าล้างตา แต่งเนื้อแต่งตัวเพื่อเตรียมไปพรีเซ้นงาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #13 pretty-p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:53

    ไม่น่าจำ แต่ท่าจะฝังใจ

    #13
    1
    • #13-1 รัชริล(จากตอนที่ 3)
      14 พฤษภาคม 2563 / 12:14
      กลัวไปเลยค่ะ...
      #13-1